สมาคม IMPECT

สมาคม IMPECT หลากหลายชาติพันธ์ุ รากฐานภูมิปัญญา สานสู่งานพัฒนา พาชุมชนยั่งยืน

สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของขาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท.) หรือ Inter Mountain Peoples’ Education and Culture in Thailand Association (IMPECT) เป็นองค์กรเอกชนพัฒนาชาวไทยภูเขา (ชนเผ่าพื้นเมือง) ได้ริเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปลายปี 2534 และเน้นการทำงานแทนชนเผ่าพื้นเมืองและเพื่อชนเผ่าพื้นเมือง ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายหลักของการจัดตั้งเพื่อสนับสนุนให้ชนเผ่าพื้นเมืองใช้ “มิติคุณค่าทางวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง” เป็นรากฐานในการพัฒนาองค์กรชุมชนและเครือข่ายตนเอง .

ต่อมาองค์กรได้รับการจดทะเบียนเป็นสมาคมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2536 และจัดให้มีกระบวนการเลือกตั้งตัวแทนสมาชิกสมาคม เข้ามาเป็นคณะกรรมการอำนวยการสมาคม เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาขององค์กร โดยมีเจ้าหน้าที่สมาคม เป็นผู้ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ของสำนักงาน ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชนบนพื้นที่สูงและชนเผ่าพื้นเมืองอย่างแท้จริง

ปัจจุบันสมาคมได้เน้นการทำงานพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมกับสมาชิกเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง 10 กลุ่มชาติพันธุ์หลัก ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่ กะเหรี่ยง คะฉิ่น ดาระอาง ไทใหญ่ ม้ง เมี่ยน ลีซู ละหู่ ลัวะ และอาข่า และเน้นการทำงานประสานความร่วมมือกับภาคีองค์กรทั้งภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนและเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง มีความเข้มแข็งสามารถคุ้มครองสิทธิและกำหนดวิถีชีวิตตามกรอบวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีต่อไป

เมื่อผู้หญิงลุ่มน้ำสามารวมตัวกัน เสียงเล็ก ๆ ก็อาจกลายเป็นพลังของชุมชนวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ วัดโป่งสา ตำบลโป่งสา อำเภ...
20/09/2026

เมื่อผู้หญิงลุ่มน้ำสามารวมตัวกัน เสียงเล็ก ๆ ก็อาจกลายเป็นพลังของชุมชน

วันที่ 18 กันยายน 2569 ณ วัดโป่งสา ตำบลโป่งสา อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน IMPECT ร่วมกับแกนนำสตรีจาก 6 หมู่บ้าน จัดเวทีพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีลุ่มน้ำสา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงได้พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมองเห็นบทบาทของตัวเองต่อครอบครัว ชุมชน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

ตลอดเวที ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันสำรวจว่า แต่ละชุมชนมี ทุนเดิมและจุดแข็งอะไรขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาที่ผู้หญิงกำลังเผชิญ ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน ทรัพยากรธรรมชาติ รายได้ สุขภาพ ภาระในครอบครัว การเข้าถึงการตัดสินใจ รวมถึงข้อจำกัดด้านความรู้และโอกาสในการแสดงออก

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือการพูดคุยถึง กฎหมายป่าไม้และที่ดินที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน เพื่อให้แกนนำสตรีเข้าใจสถานการณ์และเห็นช่องทางในการปกป้องสิทธิของตนเองและชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเครือข่ายสตรีพื้นที่อื่น เพื่อชวนกันมองว่า ถ้าผู้หญิงลุ่มน้ำสาจะรวมตัวกันเป็นเครือข่าย เราจะสร้างพลังร่วมกันได้อย่างไร?

เวทีครั้งนี้จึงยังไม่ได้เป็นการตัดสินใจจัดตั้งเครือข่ายในทันที แต่ตัวแทนสตรีจะนำแนวคิดและบทเรียนกลับไปพูดคุยกับสมาชิกในแต่ละชุมชน ก่อนร่วมกันตัดสินใจ และหากทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน จึงจะเดินหน้ากำหนดโครงสร้าง เป้าหมาย และแนวทางการทำงานของ “เครือข่ายสตรีลุ่มน้ำสา” ต่อไป

เพราะการจัดการชุมชนและทรัพยากร ไม่ได้มีแค่เสียงของใครคนใดคนหนึ่ง
แต่ควรมีพื้นที่ให้ เสียงของผู้หญิงได้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมขับเคลื่อนอนาคตของชุมชนด้วย

#โครงการริเริ่มอนุรักษ์อย่างมีส่วนร่วม #เครือข่ายสตรีลุ่มน้ำสา #สตรีชาติพันธุ์ #ผู้หญิงกับการจัดการทรัพยากร #สิทธิชุมชน #สิทธิชาติพันธุ์ #ที่ดินทำกิน #ลุ่มน้ำสา #คนอยู่กับป่า

Yaerkuq Aqpoeq (เเย้ขู่-อ่าเผ่ว) คือชื่อเรียกในภาษาอ่าข่าของ "ประเพณีโล้ชิงช้า" ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และยิ...
12/09/2026

Yaerkuq Aqpoeq (เเย้ขู่-อ่าเผ่ว) คือชื่อเรียกในภาษาอ่าข่าของ "ประเพณีโล้ชิงช้า" ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ที่สุดของกลุ่มชาติพันธุ์อ่าข่า ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี 🏠 ประเพณีนี้มักจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน (ช่วงฤดูฝน) หลังจากที่ชาวบ้านได้ทำการเพาะปลูกพืชผลเสร็จสิ้นและกำลังรอการเก็บเกี่ยว เทศกาลนี้มีความสำคัญยิ่ง ดังนี้:
🎉 #การเฉลิมฉลองและรำลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (รวมถึงบรรพบุรุษและผู้มีพระคุณที่ช่วยให้พืชผลเจริญเติบโต)
💕เทศกาลที่ให้ความสำคัญกับ "ผู้หญิง" ประเพณีนี้เสมือนเป็น " #วันสตรีอ่าข่า" โดยให้เกียรติ ยกย่อง และเฉลิมฉลองให้กับผู้หญิงเป็นพิเศษ (เช่น การแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าที่สวยงามที่สุดและการได้เล่นชิงช้าเพื่อความเป็นสิริมงคล) ประเพณีนี้จึงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองเพื่อรอคอยผลผลิต แต่คือพื้นที่ที่สตรีอาข่าได้แสดงพลัง ความศรัทธา และส่งต่อภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้วยความภาคภูมิใจ
วันที่ 12 กันยายน 2569
ณ บ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เชื่อมเสียงชุมชนสู่แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อชุมชนมีข้อมูล มีแผน และหน่วยงานรัฐพร้อมร่วมขับเคลื่อน...
11/09/2026

เชื่อมเสียงชุมชนสู่แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อชุมชนมีข้อมูล มีแผน และหน่วยงานรัฐพร้อมร่วมขับเคลื่อน สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย และมูลนิธิฮักเมืองน่าน จัดเวทีปรึกษาหารือเพื่อร่วมกันจัดทำและผลักดัน แผนงานการปรับตัวของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ.โรงแรมเทวราช อ.เมือง จ.น่าน โดยมีหน่วยงานในระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัดเข้าร่วมจำนวน 19 หน่วยงาน

เวทีครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ชุมชนนำเสนอ ข้อมูลการวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งต่อการดำรงชีวิต ระบบเกษตร แหล่งน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่นคงของชุมชน พร้อมนำเสนอแนวทางและแผนการปรับตัวที่ชุมชนได้ร่วมกันจัดทำขึ้นจากประสบการณ์และองค์ความรู้ของคนในพื้นที่

หัวใจสำคัญของเวที คือการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่า ชุมชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่เป็นผู้มีข้อมูล มีองค์ความรู้ และมีข้อเสนอในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นชุมชนจึงนำมาแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงแนวทางการสนับสนุน การบูรณาการแผนงาน และการนำข้อเสนอของชุมชนไปเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาในระดับต่าง ๆ

การดำเนินงานดังกล่าวมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อน แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับชาติของประเทศไทย ซึ่งกำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีความจำเป็นต้องถ่ายทอดและเชื่อมโยงการดำเนินงานไปสู่ระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น

ดังนั้น การนำข้อมูลและแผนการปรับตัวที่มาจากชุมชนเข้าสู่กระบวนการวางแผนของหน่วยงาน จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตอบโจทย์พื้นที่และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

เวทีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเสนอข้อมูล แต่เป็นการสร้างพื้นที่สำหรับ การรับฟัง แลกเปลี่ยน และร่วมออกแบบแนวทางการสนับสนุน ระหว่างชุมชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการปรับตัวของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

#การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #ชนเผ่า #กฎหมายชนเผ่า #หยัดยืนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันที่ 28  สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 ตัวแทนสมาคมIMPECTและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นสมาชิกองค์กรพันธมิตรของAIPP เข้...
07/09/2026

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 ตัวแทนสมาคมIMPECTและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นสมาชิกองค์กรพันธมิตรของAIPP เข้าร่วมการประชุมเยาวชน IKPA ครั้งที่ 6: เยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง ปกป้องดินแดนของเรา สืบสานรากเหง้าของเรา ณ รัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย

ประเด็นสำคัญของการประชุมระดับภูมิภาคในปีนี้คือการส่งเสริมเสียงของเยาวชนพื้นเมืองและเน้นย้ำบทบาทผู้นำของเยาวชน เป้าหมายหลักคือการทำให้มั่นใจว่าผู้นำเยาวชนมีศักยภาพอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ได้มีการรวมตัวเยาวชนเอเชีย เพื่อเสริมสร้างบทบาทในการกำกับดูแลและการสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือที่มีความหมาย

ในการประชุมครั้งนี้ได้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญหลายประการ โดยเน้นย้ำถึงความเป็นผู้นำและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน เพื่อเสริมสร้างพลังให้แก่ผู้นำเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองรุ่นต่อไปในการสนับสนุนการอนุรักษ์บนพื้นฐานของสิทธิ ตามกรอบความร่วมมือด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (KMGBF)และยังมีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าในการติดตามกรอบแผนงานการความหลากหลายทางชีวภาพในระดับประเทสต่างๆโดยตัวแทนเยาวชนประเทศต่างๆโดยประเทศไทยจะเป็นการเน้นในกรอบแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ (NBSAP)

นอกจากนี้ในการประชุมได้มีตัวแทนในการจะนำเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาและแผนงานที่นำโดยเยาวชนและชุมชนเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในระดับภูมิภาค เกิดการสร้างเครือข่ายในการเครือเยาวชนในแต่ละภูมิภาคในการหาประเด็นร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นงานร่วมกันเพื่อรักษาแนวทางและองค์ความรู้ รากเหง้าของตัวเองในการปกป้องดินแดนของเราจากรุ่นสู่รุ่น

#การอนุรักษ์องค์ความรู้ชนเผ่าพื้นเมือง #เยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง

เลี้ยงผีขุนน้ำ : พิธีกรรมแห่งความกตัญญู สู่การดูแลต้นน้ำของชุมชนบ้านสันติ ต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ชุมชนในเครือข่า...
07/09/2026

เลี้ยงผีขุนน้ำ : พิธีกรรมแห่งความกตัญญู สู่การดูแลต้นน้ำของชุมชน

บ้านสันติ ต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ชุมชนในเครือข่ายลุ่มน้ำแม่ยางมิ้น มีการเลี้ยงผีขุนน้ำ ที่เป็นประเพณีและภูมิปัญญาของชุมชนที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ โดยเฉพาะความเคารพต่อป่าไม้ แหล่งต้นน้ำ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนเชื่อว่าคอยปกปักรักษาผืนป่าและสายน้ำ

พิธีกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณต่อเทวดาและผีอารักษ์ประจำขุนน้ำ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลต้นน้ำลำธาร และขอพรให้มีฝนตกตามฤดูกาล มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรตลอดทั้งปี

“ผีขุนน้ำ” ผู้ดูแลต้นกำเนิดของสายน้ำ

ชาวบ้านมีความเชื่อว่า ผีขุนน้ำเป็นอารักษ์ประจำต้นน้ำแต่ละสาย คอยดูแลรักษาน้ำและผืนป่าบริเวณต้นน้ำ ซึ่งมักอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์

ชุมชนจึงกำหนดพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีผู้นำทางพิธีกรรมเป็นผู้ประกอบพิธี อัญเชิญผีขุนน้ำให้มาสถิต ณ หอผีที่สร้างขึ้นจากไม้ไผ่ พร้อมจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ไก่ต้ม เหล้า น้ำหวาน และผลไม้ จากนั้นจึงกล่าวคำถวาย ขอพร และขอให้ขุนน้ำมีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อพิธีเสร็จสิ้น เครื่องเซ่นไหว้จะถูกนำมาแบ่งปันรับประทานร่วมกัน ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน

พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ คือพื้นที่อนุรักษ์

ความสำคัญของการเลี้ยงผีขุนน้ำไม่ได้หยุดอยู่เพียงพิธีกรรม แต่ยังเชื่อมโยงกับ กติกาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน

พิธีจะจัดขึ้นบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งเดิมเป็นประจำทุกปี ซึ่งอยู่ในเขตป่าชุมชนอนุรักษ์ของหมู่บ้าน พื้นที่แห่งนี้ได้รับการดูแลทั้งป่าไม้ สัตว์ป่า ทรัพยากรน้ำ และสัตว์น้ำ โดยมีกฎชุมชนห้ามตัดไม้ ห้ามล่าสัตว์ และห้ามทำกิจกรรมที่อาจสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างเด็ดขาด

การกำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นเสมือน “เขตอนุรักษ์ต้นน้ำของชุมชน” ที่เกิดจากความเชื่อและกติกาที่ชุมชนร่วมกันยอมรับและปฏิบัติสืบต่อกันมา

ต้นน้ำไม่มีเส้นแบ่งระหว่างหมู่บ้าน

พื้นที่ป่าต้นน้ำของ บ้านสันติ เชื่อมต่อกับพื้นที่ป่าต้นน้ำของ ห้วยหกและบ้านแม่ยางมิ้น เนื่องจากเป็นผืนป่าที่ต่อเนื่องกัน ชุมชนจึงไม่ได้ดูแลเฉพาะพื้นที่ของตนเอง แต่มีการแจ้งและสร้างความเข้าใจกับหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อร่วมกันเคารพพื้นที่ต้นน้ำและไม่เข้ามาทำกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีกติกาห้ามนำสัตว์เลี้ยง เช่น วัวและควาย เข้าไปในบริเวณต้นน้ำ เพื่อรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำที่ชุมชนนำมาใช้ในการบริโภค

จากความเชื่อ สู่การอนุรักษ์ที่จับต้องได้

การเลี้ยงผีขุนน้ำจึงสะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรม ความเชื่อ และการอนุรักษ์ธรรมชาติสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ ความศรัทธาต่อผีขุนน้ำทำให้พื้นที่ต้นน้ำได้รับการเคารพ ขณะที่กติกาชุมชนช่วยควบคุมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม

พิธีกรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจึงไม่ใช่เพียงการขอพรให้มีน้ำใช้ แต่เป็นการย้ำเตือนให้คนในชุมชนตระหนักว่า “เมื่อมีน้ำ ก็ต้องช่วยกันรักษาป่า และเมื่อมีป่า ก็ย่อมมีต้นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต”

“เลี้ยงผีขุนน้ำ เลี้ยงสายน้ำ เลี้ยงชีวิตของชุมชน”

พิธีกรรมเล็ก ๆ ที่จัดขึ้นใต้ต้นไม้ใหญ่ จึงมีความหมายมากกว่าความเชื่อทางจิตวิญญาณ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน และเป็นภูมิปัญญาที่เชื่อมโยง คน–ป่า–น้ำ–สัตว์ป่า–สัตว์น้ำ ให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล.

#เปิดการมองเห็น
#วันความหลากหลายทางชีวภาพ #บ้านแม่ยางมิ้น #ปกาเกอะญอ #วิถีชนเผ่าพื้นเมือง #อนุรักษ์ป่า #คนอยู่กับป่า

เชื่อมพลังความร่วมมือภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน ร่วมขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากร สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของตำบลห้วยห้อม📅 วันท...
06/09/2026

เชื่อมพลังความร่วมมือภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน ร่วมขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากร สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของตำบลห้วยห้อม

📅 วันที่ 4 กันยายน 2569
📍 ณ ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันนี้ สมาคมฯ ได้ร่วมเวที “การบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมี ปลัดอำเภอ นักวิชาการ หน่วยงานป่าไม้ โครงการหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าผาปุ้ม องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม ผู้นำชุมชน และภาคประชาชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน

เวทีครั้งนี้เกิดขึ้นจากความสำคัญของการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องทั้งกับ ที่ดินทำกิน การดำรงชีวิตของชุมชน การดูแลป่าและแหล่งน้ำ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขหรือจัดการประเด็นเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจจากหลายฝ่าย และการทำงานบนฐานข้อมูลและบริบทของพื้นที่จริง

💬 สิ่งที่เกิดขึ้นจากเวทีวันนี้

🌱 เกิดความเข้าใจร่วมกันมากขึ้น ระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น นักวิชาการ และชุมชน โดยเฉพาะการมองเห็นข้อเท็จจริง ปัญหา และศักยภาพของพื้นที่จากมุมมองที่หลากหลาย

🌱 ชุมชนได้มีพื้นที่ในการสื่อสารข้อมูลและองค์ความรู้ของตนเอง ทั้งข้อมูลพื้นที่ ประสบการณ์การใช้และดูแลทรัพยากร ตลอดจนข้อกังวลและความต้องการของชุมชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการทำงาน

🌱 เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานที่มีบทบาทแตกต่างกัน ทั้งด้านการปกครอง การจัดการทรัพยากร การพัฒนาพื้นที่ และการทำงานระดับท้องถิ่น ซึ่งช่วยให้เห็นช่องทางในการประสานงานและสนับสนุนกันมากขึ้น

🌱 เห็นความสำคัญของข้อมูลชุมชนและข้อมูลเชิงพื้นที่ ในการนำมาใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจ เพื่อให้การจัดการทรัพยากรมีความชัดเจน สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ

🌱 เกิดแนวทางในการต่อยอดความร่วมมือ โดยมุ่งให้การทำงานในระยะต่อไปไม่ได้แยกส่วนกัน แต่สามารถเชื่อมโยงบทบาทของหน่วยงานกับศักยภาพของชุมชนเข้าด้วยกัน

🤝 สิ่งสำคัญของเวทีวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการที่หลายหน่วยงานมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน แต่คือ การสร้างพื้นที่ให้เกิดการรับฟังซึ่งกันและกัน เพราะการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่หนึ่ง ๆ มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย การมีข้อมูลที่รอบด้านและความเข้าใจร่วมกันจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การทำงานที่เหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น

จากการทำงานที่ผ่านมา วันนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในการเชื่อมโยง ข้อมูล องค์ความรู้ของชุมชน และกลไกของหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อร่วมกันมองปัญหา วางแนวทาง และสร้างความร่วมมือที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

🌿 “ทรัพยากรจะได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน เมื่อทุกฝ่ายมีพื้นที่ในการรับฟัง มีข้อมูลร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางของพื้นที่” 💚

#การจัดการทรัพยากรโดยชุมชน
#บูรณาการความร่วมมือ
#ภาครัฐท้องถิ่นชุมชน
#ตำบลห้วยห้อม
#ทรัพยากรธรรมชาติ
#การพัฒนาที่ยั่งยืน
#เครือข่ายลเวือะ

วันที่ 6 กันยายน 2569  สมาคม IMPECT ร่วมกับองค์กรภาคีในโครงการย่อยภายใต้ ICI ได้แก่ WISE, PASD, ECHA และ IPF ได้ให้การต้...
06/09/2026

วันที่ 6 กันยายน 2569 สมาคม IMPECT ร่วมกับองค์กรภาคีในโครงการย่อยภายใต้ ICI ได้แก่ WISE, PASD, ECHA และ IPF ได้ให้การต้อนรับคณะจาก IUCN (องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ) ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ ณ ศูนย์ฝึกอบรมของ IMPECT จังหวัดเชียงใหม่

ช่วงเช้าเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างคณะ IUCN กับตัวแทนองค์กรภาคีทั้ง 5 หน่วยงาน เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการทำงานในระยะต่อไป จากนั้นได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน และประชุมต่อเนื่องในช่วงบ่าย ก่อนที่คณะ IUCN จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงราย เพื่อลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานร่วมกับชุมชนในวันถัดไป

การเยี่ยมเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน และกระชับความร่วมมือระหว่าง IMPECT องค์กรภาคี และ IUCN เพื่อขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

บ้านป่าแป๋ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชุมชนของชาวลเวือะที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 700 ปี และ...
03/09/2026

บ้านป่าแป๋ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชุมชนของชาวลเวือะที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 700 ปี และมีวิถีการจัดการชุมชนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้กติกาการอยู่ร่วมกันตามแบบลเวือะ และการจัดการพื้นที่ทำไร่หมุนเวียนในลักษณะแปลงรวมของชุมชน

จากการรับฟังผู้ใหญ่บ้านเล่าถึงเรื่องราวและแนวทางการจัดการชุมชนตามวิถีลเวือะ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ชุมชนปฏิบัติสืบต่อกันมานั้นแทบไม่ต่างจากแนวคิด “โฉนดชุมชน” ที่เราพูดถึงในปัจจุบัน เพราะเป็นการจัดการที่ดินและทรัพยากรร่วมกัน โดยชุมชน เพื่อชุมชน มีข้อตกลงและกติกาที่ทุกคนยอมรับและร่วมกันดูแล

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง “สิทธิชุมชน” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากกฎหมายหรือการรับรองจากรัฐเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นสิทธิที่ชุมชนได้ปฏิบัติจริงและสืบทอดกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและเป็นเรื่องปกติของการอยู่ร่วมกันในชุมชน

นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า หลายสิ่งที่เราพยายามผลักดันหรือเรียกร้องในปัจจุบัน แท้จริงแล้วชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองและชาติพันธุ์หลายแห่งได้มีระบบการจัดการของตนเองและปฏิบัติมาอย่างยาวนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ถูกมองเห็นและยอมรับในฐานะ “สิทธิชุมชน” อย่างเต็มที่

#ป่าแป๋แม่สะเรียง #เครือข่ายลเวือะเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม #สิทธิชุมชนบนฐานวิถีวัฒนธรรม

DDI: ดิจิทัลกับชนเผ่าพื้นเมืองการประเมินการดำเนินงานโครงการ DDI มีความสำคัญ เพราะเป็นโอกาสในการทบทวนผลการทำงาน เรียนรู้ส...
28/08/2026

DDI: ดิจิทัลกับชนเผ่าพื้นเมือง
การประเมินการดำเนินงานโครงการ DDI มีความสำคัญ เพราะเป็นโอกาสในการทบทวนผลการทำงาน เรียนรู้สิ่งที่ทำได้ดี และพัฒนาสิ่งที่ยังเป็นความท้าทาย เพื่อให้การใช้สื่อดิจิทัลเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง
โครงการมุ่งส่งเสริมให้ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถ
📌 สื่อสารข้อมูลและข้อเท็จจริงของชุมชน
📌 เรียนรู้และใช้เครื่องมือดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
📌 ขยายการเข้าถึงข้อมูลสู่กลุ่มเป้าหมายและสังคมในวงกว้าง
การประเมินจึงเป็นส่วนสำคัญในการต่อยอดการเรียนรู้ และพัฒนาการสื่อสารของชนเผ่าพื้นเมืองให้ เข้าถึงผู้คนมากขึ้น สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งต่อเสียงของชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองสู่สังคม
#สิทธิและเสียงชนเผ่าพื้นเมือง

“ในระดับระหว่างประเทศ มีหลักการรับรองสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองมากขึ้น แต่เมื่อมาถึงระดับปฏิบัติ กลไกของรัฐกลับยังไม่มีพื้นที่...
25/08/2026

“ในระดับระหว่างประเทศ มีหลักการรับรองสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองมากขึ้น แต่เมื่อมาถึงระดับปฏิบัติ กลไกของรัฐกลับยังไม่มีพื้นที่ให้ชนเผ่าพื้นเมืองมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง”

นิตยา เอียการนา
ผู้อำนวยการสมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท.)

“ในระดับระหว่างประเทศ มีหลักการรับรองสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองมากขึ้น แต่เมื่อมาถึงระดับปฏิบัติ กลไกของรัฐกลับยังไม่มีพื้นที่ให้ชนเผ่าพื้นเมืองมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง”

การขับเคลื่อนสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวร่วมกันของชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลก เพื่อผลักดันให้สิทธิและการมีอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองได้รับการยอมรับในกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ

นิตยา เอียการนา ผู้อำนวยการสมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท.) กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวภายในเวทีสัมมนาสาธารณะแลกเปลี่ยนสถานการณ์ชนเผ่าพื้นเมืองระดับประเทศและระดับโลก ณ ห้องประชุมสัมมนา อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยชี้ว่า หนึ่งในกรอบระหว่างประเทศที่มีความก้าวหน้าและให้ความสำคัญกับชนเผ่าพื้นเมือง คือ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2535

นิตยามองว่า แม้ CBD จะเป็นข้อตกลงในระดับระหว่างประเทศ แต่มีความสำคัญโดยตรงต่อชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย เพราะเมื่อประเทศไทยตอบรับข้อตกลงดังกล่าวแล้ว สิ่งสำคัญคือการนำหลักการเหล่านั้นมาสู่การปฏิบัติภายในประเทศ

หนึ่งในกรอบสำคัญภายใต้ CBD คือ กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ซึ่งเป็นกรอบการทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่ประเทศภาคีต้องนำไปจัดทำแผนและดำเนินการในระดับประเทศ

นิตยาชี้ว่า เมื่อรัฐรับกรอบดังกล่าวมาแล้ว จำเป็นต้องนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติการของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเพิ่มและดูแลพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวควรตั้งอยู่บนหลักสำคัญว่า ต้องเคารพสิทธิและการมีส่วนร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง และชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง 2 เรื่อง ได้แก่ การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการเคารพและยอมรับองค์ความรู้ของชนเผ่าพื้นเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการดำรงชีวิตและจัดการทรัพยากรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

นิตยายังชี้ให้เห็นว่า กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลไม่ได้กำหนดให้การเพิ่มพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพต้องเกิดขึ้นเฉพาะในรูปแบบพื้นที่อนุรักษ์ที่รัฐประกาศเท่านั้น

แนวทางหนึ่งคือการเพิ่มพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพผ่านการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่อนุรักษ์ ขณะที่อีกแนวทางคือการเพิ่มพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพ นอกเขตพื้นที่คุ้มครอง เช่น พื้นที่เอกชน หรือพื้นที่ที่ชุมชนเป็นผู้จัดการ รวมถึงพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมพิเศษ
สำหรับประเทศไทย นิตยามองว่ายังมีแนวทางที่สามารถก้าวไปไกลกว่านั้นได้ นั่นคือการจัดการพื้นที่โดยอาศัย ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญเกิดขึ้นเมื่อกรอบระดับนานาชาติถูกนำลงมาสู่ระดับปฏิบัติ ในขณะที่ตัวชี้วัดและมาตรการบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์กลับมีความชัดเจนมากกว่า โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศไทยสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มปริมาณพื้นที่ได้มาก

นิตยามองว่า ประเด็นนี้น่ากังวลเป็นพิเศษเมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่ของชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทเรื่องสิทธิในที่ดินอยู่เดิม
สำหรับนิตยา นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตาว่า เสียงของชนเผ่าพื้นเมืองจะถูกสะท้อนอยู่ในกระบวนการจัดทำและติดตามรายงานของประเทศมากน้อยเพียงใด

อ่านบทความเต็ม
“ปกป้องสิ่งแวดล้อม ผ่านการปกป้องชนเผ่าพื้นเมือง ด้วยนโยบายรัฐและกลไกระหว่างประเทศ”
ได้ที่: https://imnvoices.com/?p=7241

เขียนและเรียบเรียง: ณฐาภพ สังเกตุ
____
IMN-เครือข่ายสื่อชนเผ่าฯ
:สื่อสารประเด็นชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์
| วิถีชีวิต | ภาษา | วัฒนธรรม | สิ่งแวดล้อม |

#ชนเผ่าพื้นเมือง #กลุ่มชาติพันธุ์ #สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง #สิทธิในสิ่งแวดล้อม

ที่อยู่

252 หมู่ 2 ต. สันทรายน้อย อ. สันทราย จ. Chiang Mai
Chiang Mai
50210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สมาคม IMPECT โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคม IMPECT:

ทางลัด

แชร์