มูลนิธิกังหันลม

มูลนิธิกังหันลม เราสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน
We bringing a "wind of opportunity" to children.

  พื้นที่สะท้อนคิดคนทำงาน EP.2 : ตำข้าวปุกงา (ห่อถ่อง)ยุคสมัยที่ความเร่งรีบและภาระหน้าที่พัดพาให้คนรุ่นใหม่ออกห่างจากบ้า...
12/08/2026


พื้นที่สะท้อนคิดคนทำงาน EP.2 : ตำข้าวปุกงา (ห่อถ่อง)
ยุคสมัยที่ความเร่งรีบและภาระหน้าที่พัดพาให้คนรุ่นใหม่ออกห่างจากบ้าน
โต๊ะอาหารที่เคยพร้อมหน้ากลับกลายเป็นมื้อด่วนที่ต้องกินเพียงลำพัง
โดยเฉพาะในเทศกาล "วันแม่" ที่หลายคนอาจหลงลืมหรือไม่มีโอกาสได้กลับไปซบอ้อมกอดที่คุ้นเคย แต่หากย้อนกลับไปมองในวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอาข่า มีอาหารมงคลชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนกาวใจ ดึงผู้คนให้กลับมารวมตัวกัน
นั่นคือ "ห่อถ่อง" หรือ "ข้าวปุกงา" อาหารแห่งความรักที่ไม่อาจสร้างเสร็จได้ด้วยตัวคนเดียว
ในอดีต ข้าวปุกจะทำจากข้าวเหนียวในฤดูข้าวใหม่ช่วงปลายปีที่เพิ่งเก็บเกี่ยว ซึ่งเต็มไปด้วยยางข้าวที่หอมและเหนียวนุ่ม ข้าวเหนียวนี้จะต้องผ่านการแช่ด้วยน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในหมู่บ้าน เมื่อนำมานึ่งจนสุกร้อนกรุ่น การตำข้าวปุกในเทศกาลสำคัญจะเริ่มต้นขึ้น โดยมีผู้นำทางศาสนาเป็นผู้เบิกฤกษ์ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับ "แม่" หรือแม่บ้านผู้นำ จังหวะสากที่กระทบลงบนครกไม้หรือกระเดื่องใบใหญ่ คือจังหวะของการสอดประสาน เพราะความเหนียวหนืดของข้าวต้องอาศัยแรงกายและการร่วมแรงร่วมใจของคนในครอบครัวผลัดเปลี่ยนกันตีและตำ เพื่อหลอมรวมข้าวทุกเม็ดให้กลมเกลียวเป็นเนื้อเดียว
เมื่อข้าวละเอียดหนืดได้ที่ งาขี้ม้อนจะถูกเทผสมลงไป ก่อนใช้ตอกไผ่รูดข้าวที่เกาะติดไม้ออกมา ข้าวปุก 3 ก้อนแรกจะถูกปั้นเพื่อบูชาบรรพบุรุษ เป็นการรำลึกถึงรากเหง้า ก่อนจะแจกจ่ายให้ลูกหลาน รสชาติของข้าวปุกอุ่นๆ จิ้มน้ำผึ้ง หรือข้าวปุกแผ่นตากแห้ง 3 วันที่แม่เก็บไว้จี่ให้กิน จึงไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่คือร่องรอยของความเหนื่อยยากที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น เป็นสายใยของครอบครัวที่ไม่เคยจางหาย
ข้าวปุกแต่ละก้อนจึงไม่ใช่แค่อาหารตามเทศกาล แต่คือ พื้นที่แห่งการกลับบ้าน
ที่ผู้เฒ่าผู้แก่ แม่ และลูกหลาน ได้กลับมาร่วมแรงร่วมใจจับไม้ตำข้าวไปด้วยกัน
ส่งต่อเรื่องราว อ้อมกอด และจิตวิญญาณของบรรพบุรุษ เพื่อให้ความสัมพันธ์และรากเหง้าของพวกเขาเหนียวแน่น หนึบหนับ และไม่ถูกตัดขาดแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนผ่าน
ใครที่กำลังคิดถึงบ้าน คิดถึงรสมือแม่ หรืออยากลองทำข้าวปุกงา
ติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ ที่นี่ มูลนิธิกังหันลม

#มูลนิธิกังหันลม

  พื้นที่สะท้อนคิดคนทำงาน EP.1 : สานกระเป๋าไม้ไผ่ในวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอาข่า "ไม้ไผ่" ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าและผูกพั...
10/08/2026


พื้นที่สะท้อนคิดคนทำงาน EP.1 : สานกระเป๋าไม้ไผ่
ในวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอาข่า
"ไม้ไผ่" ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าและผูกพันกับพวกเขา
ตั้งแต่เกิดจนเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านเรือน ทำเครื่องมือการเกษตร
ไปจนถึงงานหัตถกรรมที่ต้องอาศัยความประณีตขั้นสูงอย่าง "การสาน"
ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านมักจะใช้เวลาว่างจากการทำการเกษตร
มานั่งเหลาตอกไม้ไผ่ทีละเส้นอย่างใจเย็น การสานกระเป๋าแต่ละใบไม่ใช่แค่การทำของใช้
แต่คือการทำสมาธิและการเล่าเรื่องราวของบรรพบุรุษผ่านลวดลายที่สอดประสานกัน
มูลนิธิกังหันลม ร่วมกับ RisenRoots
จัดกิจกรรมเรียนรู้การสานกระเป๋าไม้ไผ่เชิงปฏิบัติ,
การตระหนักรู้ถึงคุณค่าของวิถีชีวิตดั้งเดิม
และการเชื่อมโยงตัวตนของคนรุ่นใหม่เข้ากับประวัติศาสตร์ของชุมชน
เพื่อส่งต่อความภาคภูมิใจให้กับเด็กและเยาวชนชาติพันธุ์
กระเป๋าแต่ละใบจึงไม่ใช่แค่แฟชั่นรักษ์โลก แต่คือห้องเรียนธรรมชาติ
ที่ผู้เฒ่าผู้แก่จับมือลูกหลานสอนเหลาไม้ไผ่ทีละเส้น
ส่งต่อเรื่องราวและจิตวิญญาณของบรรพบุรุษ
เพื่อให้รากเหง้าของพวกเขาไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา
ใครอยากลองสานกระเป๋าไม้ไผ่ร่วมกับแกนนำเยาวชน
ติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ ที่นี่ มูลนิธิกังหันลม


#มูลนิธิกังหันลม

08/08/2026

มูลนิธิกังหันลม x SEALNet Project Thailand 2026: RisenRoots
ภายใต้ SEALNet 2026 Summer Project

ได้รับการสนับสนุนเครือข่ายการทำงาน จาก
The Southeast Asian Service Leadership Network, SEALNet.
เราจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะความรู้ทางการเงินเชิงปฏิบัติ,แนวคิดภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership) ของ SEALNet และการค้นพบและทำความเข้าใจตนเองบนพื้นฐานของความเป็นจริงและบริบทของชีวิตให้กับแกนนำเด็กเยาวชนชาติพันธ์ุ ในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่
ตลอดค่าย 4 คืน 5 วัน ที่จังหวัดเชียงราย
เรามี Mentors จาก 4 ประเทศ (ไทย,เมียนมา,มาเลเซีย และอินโดนีเซีย)
มาช่วยสร้างกระบวนการในการเรียนรู้ให้กับเยาวชน
ความท้าทายของค่ายนี้ไม่ใช่การสื่อสารที่ใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆรวมกว่า 10 ภาษา
หากแต่เป็นการยอมรับความหลากหลายด้วยหัวใจอย่างแท้จริง
และก้าวข้ามกำแพงในใจเพื่อสื่อสารกับคนได้มากขึ้นมากกว่า
แกนนำเด็กและเยาวชนรวมถึงคณะผู้จัดเอง
ร่วมกันทลายกำแพงเหล่านี้สำเร็จ
และสร้างพื้นที่ที่ทำให้คนเท่ากันได้อีกระดับหนึ่ง
ขอบคุณทีมงานและMentors ทุกท่าน
รวมถึงเด็กและเยาวชนทุกคน ที่เข้าร่วมค่ายนี้กับพวกเรา
ขอบคุณที่มาช่วยกันสร้างพื้นที่เรียนรู้
ที่ทั้งผู้ให้และผู้รับ ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันได้จริง ๆ
______________________________________________
With support from The Southeast Asian Service Leadership Network (SEALNet), we hosted a 5-day, 4-night learning camp in Chiang Rai for ethnic youth leaders from Chiang Rai and Chiang Mai.

The camp focused on practical financial literacy, Servant Leadership, and grounded self-discovery, with mentors from Thailand, Myanmar, Malaysia, and Indonesia joining us to create meaningful learning experiences.

The greatest challenge was not communicating across 10+ languages, but learning to embrace diversity, break down barriers, and connect with one another from the heart.

Together, we created a space where everyone could feel equal, valued, and empowered to learn from one another.

Thank you to all our mentors, team members, and young participants for making this journey possible.

See you again! 🌱

#มูลนิธิกังหันลม

📚🌱 เพราะเด็กทุกคนควรมีโอกาสเติบโตและเรียนรู้ในแบบที่เป็นตัวเองชวนอ่าน “คู่มือแนวทางการทำงานหนุนเสริมเด็กกลุ่มชาติพันธุ์แ...
24/06/2026

📚🌱 เพราะเด็กทุกคนควรมีโอกาสเติบโตและเรียนรู้ในแบบที่เป็นตัวเอง

ชวนอ่าน “คู่มือแนวทางการทำงานหนุนเสริมเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กที่มีภาวะเปราะบาง” ที่รวบรวมบทเรียนและประสบการณ์จาก 5 พื้นที่ต้นแบบ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า การศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในห้องเรียน แต่สามารถเติบโตจากภาษา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และพลังของชุมชน

จากชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง สู่ชุมชนแรงงานข้ามชาติ คู่มือเล่มนี้ถ่ายทอดแนวทางการทำงานที่ยึดเด็กและชุมชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและยั่งยืนสำหรับเด็กทุกคน 💚

📖 เพราะความแตกต่างไม่ใช่อุปสรรคของการเรียนรู้ แต่คือพลังสำคัญของการเติบโต
อ่านได้ที่ https://online.fliphtml5.com/rvjpex/tzmw/

#เด็กชาติพันธุ์ #เด็กเปราะบาง #การศึกษาเพื่อทุกคน

🏫 Freeform School        เรียนฟรี มีอยู่จริง....😁เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่แล้ว (รุ่นที่ 4) ผู้มีอายุตั้งแต่ 13-25 ปี ที่ส...
24/06/2026

🏫 Freeform School
เรียนฟรี มีอยู่จริง....😁

เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่แล้ว (รุ่นที่ 4)
ผู้มีอายุตั้งแต่ 13-25 ปี ที่สนใจการศึกษาแบบยืดหยุ่น

📌ขั้นตอนการสมัครเรียน ดังนี้
1. กรอกแบบฟอร์มสมัครเรียนออนไลน์ ได้ที่ลิงค์ https://docs.google.com/.../1FAIpQLSc98mdFrWZggh.../viewform

2. เตรียมเอกสารสมัครเรียน ได้แก่
- วุฒิการศึกษาล่าสุด (ปพ.1)
- บัตรประชาชน (นักเรียน /พ่อ แม่ หรือ ผู้ปกครอง)
- ทะเบียนบ้าน (นักเรียน/ พ่อ แม่หรือผู้ปกครอง)
- รูปขนาด 1.5 นิ้ว 6 รูป (ส่งตามมาทีหลังได้)
3. รอการประสานงานกลับ เพื่อสัมภาษณ์ภายในเดือนกรกฎาคม
4. เข้าร่วมปฐมนิเทศออนไลน์ ต้นเดือนสิงหาคม เพื่อชี้แจงแนวทางการเรียน (จะมีการประกาศวันที่อีกครั้ง)
📩 ส่งเอกสารมาที่คลองเตยดีจัง
บ้านเลขที่ 1296 ซอย สุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10260
📍https://maps.app.goo.gl/HGEh118ZkDgDGEUF7
สามารถสนับสนุนทุนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาไทยที่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีรูปแบบหลากหลาย

ได้ที่ "เว็บไซต์เทใจ"
https://bit.ly/4xM8UFs

🏫 Freeform School
เรียนฟรี มีอยู่จริง....😁

เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่แล้ว (รุ่นที่ 4)
ผู้มีอายุตั้งแต่ 13-25 ปี ที่สนใจการศึกษาแบบยืดหยุ่น

📌ขั้นตอนการสมัครเรียน ดังนี้
1. กรอกแบบฟอร์มสมัครเรียนออนไลน์ ได้ที่ลิงค์
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSc98mdFrWZgghp5qLmAHFzUcwVrP3akPScz7-PZp8yrBHAGAA/viewform

2. เตรียมเอกสารสมัครเรียน ได้แก่
- วุฒิการศึกษาล่าสุด (ปพ.1)
- บัตรประชาชน (นักเรียน /พ่อ แม่ หรือ ผู้ปกครอง)
- ทะเบียนบ้าน (นักเรียน/ พ่อ แม่หรือผู้ปกครอง)
- รูปขนาด 1.5 นิ้ว 6 รูป (ส่งตามมาทีหลังได้)
3. รอการประสานงานกลับ เพื่อสัมภาษณ์ภายในเดือนกรกฎาคม
4. เข้าร่วมปฐมนิเทศออนไลน์ ต้นเดือนสิงหาคม เพื่อชี้แจงแนวทางการเรียน (จะมีการประกาศวันที่อีกครั้ง)
📩 ส่งเอกสารมาที่คลองเตยดีจัง
บ้านเลขที่ 1296 ซอย สุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10260
📍https://maps.app.goo.gl/HGEh118ZkDgDGEUF7
สามารถสนับสนุนทุนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาไทยที่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีรูปแบบหลากหลาย

ได้ที่ "เว็บไซต์เทใจ"
https://bit.ly/4xM8UFs

‘โชว์ภูมิ’ ขยายเขตรับสมัคร 📢เปิดรับสมัครถึงประมาณสิ้นเดือน กรกฎาคมนี้ สามารถส่งใบสมัครมาก่อนได้แล้วส่งวิดีโอตามมาทีหลังภ...
22/06/2026

‘โชว์ภูมิ’ ขยายเขตรับสมัคร 📢

เปิดรับสมัครถึงประมาณสิ้นเดือน กรกฎาคมนี้ สามารถส่งใบสมัครมาก่อนได้แล้วส่งวิดีโอตามมาทีหลังภายในวันที่กำหนดในเว็บไซต์

ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/ShowBhumi
https://www.instagram.com/showbhumi.official/

และสมัครเข้ามาได้ที่ https://amarinacademy.com/showbhumi/

ถ้าคุณอยากเป็น นักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ โอกาสของคุณมาถึงแล้ว! 🌱

มาร่วมแสดงศักยภาพใน โครงการโชว์ภูมิ ซีซั่น 1
เวทีค้นหานักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ ที่จะปลุกพลังในตัวคุณ และช่วยพัฒนาไอเดีย “พัฒนาบ้านเกิดในฝัน” ให้เกิดขึ้นจริง!
✨ ลุ้นรับรางวัลและคว้าโอกาสอีกมากมาย

สัญญาจ้าง 12 เดือน เพื่อเป็นนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่

เงินรางวัล 109,000 บาท สำหรับนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่โดดเด่นแห่งปี 2569 จำนวน 10 รางวัล และได้ร่วมแสดงผลงานใน Sustainability Expo 2026

ได้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 2 ของรายการ Win Win WAR Thailand ปี 2570 เพื่อชิงเงินรางวัล 2,000,000 บาท

เติมความรู้ และทักษะใหม่ที่หาไม่ได้จากตำรา

เชื่อมต่อเครือข่ายนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่ ทุกอำเภอทั่วประเทศ
📌 สมัครเข้าร่วมโครงการได้แล้ววันนี้ – 30 เมษายน 2569 เท่านั้น!

รับสมัครนักพัฒนาชุมชนพอเพียงรุ่นใหม่
อายุ 21 – 32 ปี ทุกอำเภอทั่วประเทศ และทุกเขตในกรุงเทพมหานคร
🔎 ติดตามรายละเอียดโครงการ
www.amarinacademy.com
Facebook : ShowBhumi

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📞 085-0709259
LINE OA :
#โชว์ภูมิ #นักพัฒนาชุมชนพอเพียง #พลังของคนรุ่นใหม่
#ต่อยอดภูมิปัญญา #พัฒนาภูมิลำเนา #ชุมชนพอเพียง #โครงการพระราชดำริ

📚✨ บทเรียนการทำงานร่วมกับชุมชนเปราะบาง แนวทางการทำงานของ “เสริมแรงเรียน”🧒🏽👧🏽 หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เด็กจำนวนมากในช...
21/06/2026

📚✨ บทเรียนการทำงานร่วมกับชุมชนเปราะบาง แนวทางการทำงานของ “เสริมแรงเรียน”

🧒🏽👧🏽 หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เด็กจำนวนมากในชุมชนแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงใหม่เผชิญปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย โดยเฉพาะเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์และมีข้อจำกัดด้านภาษา ทำให้กลุ่มครูอาสา “เสริมแรงเรียน” เริ่มลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับครอบครัวและชุมชนอย่างใกล้ชิด

💬 ตัวแทนองค์กรเสริมแรงเรียนเล่าว่า การทำงานกับเด็กและครอบครัวเปราะบางจำเป็นต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจบริบทของชุมชน มากกว่าการนำรูปแบบการสอนจากภายนอกเข้าไปใช้ทันที

🏡 “สิ่งแรกที่เราทำไม่ใช่การเปิดห้องเรียน แต่เป็นการลงไปทำความรู้จักกับครอบครัว พูดคุยกับพ่อแม่ สำรวจว่าลูกหลานของเขากำลังเผชิญอะไรอยู่ ทั้งเรื่องการเรียน สุขภาพ และความเป็นอยู่ เพราะแต่ละครอบครัวมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน”

🤝 ทีมงานเลือกพูดคุยกับผู้ปกครองในพื้นที่ที่พวกเขารู้สึกคุ้นเคย เช่น บ้านพักหรือมัสยิด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจก่อนเข้าสู่ประเด็นสำคัญ

🗣️ “เราไม่ได้เริ่มจากการถามว่าทำไมลูกถึงไม่ไปโรงเรียน แต่จะเริ่มจากเรื่องชีวิตประจำวันก่อน เช่น ลูกชอบเรียนวิชาอะไร เวลาป่วยพาไปรักษาที่ไหน หรือพ่อแม่อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นกับอนาคตของลูก การพูดคุยแบบนี้ทำให้เราเห็นว่าปัญหาการศึกษาเชื่อมโยงกับเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงของครอบครัวด้วย”

🗺️ นอกจากการพูดคุยกับครอบครัวแล้ว ทีมครูอาสายังสำรวจแหล่งเรียนรู้ในชุมชน พูดคุยกับโรงเรียนและหน่วยบริการสุขภาพ เพื่อทำความเข้าใจปัญหาและทรัพยากรที่มีอยู่ ก่อนนำมาวางแผนการทำงานร่วมกับชุมชน

🌏🕌 อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญคือการเตรียมความพร้อมให้กับครูอาสา โดยเฉพาะการทำความเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา

📖 “ในพื้นที่ช้างคลานมีทั้งชาวพม่า ไทยใหญ่ และครอบครัวมุสลิม เราให้ความสำคัญกับการปฐมนิเทศครูอาสา เพื่อให้เข้าใจวิถีชีวิต ความเชื่อ และข้อจำกัดของแต่ละชุมชน รวมถึงวิธีสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างเหมาะสม”

ทีมงานใช้ทั้งกรณีศึกษา การจำลองสถานการณ์ และเชิญผู้นำชุมชนมาแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อให้ครูอาสาเข้าใจบริบทของพื้นที่มากขึ้น พร้อมฝึกทักษะการจัดการชั้นเรียนที่มีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม

เราเรียนรู้ว่าการทำงานกับชุมชนเปราะบางไม่มีสูตรสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับฟังและทำงานไปพร้อมกับชุมชน ไม่ใช่คิดแทนเขา”

🌱 จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ทีมเสริมแรงเรียนมองว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่สามารถทำได้ด้วยการสอนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กทุกคน

✨ “เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเรียนรู้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยภาษา เชื้อชาติ หรือสถานะทางสังคม เพราะเมื่อเรามองเด็กเหล่านี้ในฐานะมนุษย์ที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน การศึกษาก็จะไม่ใช่เรื่องของความสงสาร แต่เป็นเรื่องของสิทธิและอนาคตร่วมกันของสังคม”

📖ชวนอ่าน “คู่มือแนวทางการทำงานหนุนเสริมเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กที่มีภาวะเปราะบาง

🌱 เพราะการเติบโตที่ยั่งยืน อาจเริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าของรากเหง้าและผู้คนในชุมชน

📥 ดาวน์โหลดได้ที่ https://online.fliphtml5.com/rvjpex/fjon/ =1

#มูลนิธิกังหันลม #เสริมแรงเรียน

20/06/2026

“หลายครั้งเรามักได้ยินคนพูดว่า เดี๋ยว AI ก็วาดรูปแทนคนได้แล้ว”

มาย-อรดี เล่าเรื่องนี้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะบอกว่า เธอไม่เคยปฏิเสธการมาถึงของเทคโนโลยี

“เราไม่ได้มองว่า AI เป็นเรื่องไม่ดีเลย มันเร็วมาก แค่คลิกเดียวก็ได้ภาพที่ต้องการ และใคร ๆ ก็ทำได้”

แต่สำหรับเธอ สิ่งที่ทำให้ยังหยิบดินสอขึ้นมาวาดอยู่เสมอ ไม่ใช่เพราะการแข่งขันกับเทคโนโลยี แต่เป็นเพราะความสุขระหว่างทาง

“เรายังชอบงานวาด ชอบความรู้สึกของการได้ค่อย ๆ ร่างภาพ ค่อย ๆ ลงสี และใช้เวลาอยู่กับมัน”

“อัวเก” จึงไม่ได้เป็นเพียงผลงานศิลปะ หากแต่เป็นผลผลิตจากความตั้งใจที่จะนำศิลปะ ชุมชน และวัฒนธรรมม้งมารวมเข้าด้วยกัน ผ่านภาพวาด นิทาน สีธรรมชาติจากดิน หิน และพืชในชุมชน รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คน

มายและฉู สองพี่น้องชาวม้งจากบ้านป่าหวาย ผู้ปฏิบัติงานอธิบายว่า การทำงานของอัวเกพยายามดึงสิ่งที่อยู่รอบตัวมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการทำสีธรรมชาติจากดิน หิน และพืชในชุมชน หรือการต่อยอดผ้ากัญชง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาสำคัญของชาวม้ง

“เราอยากให้เด็กเห็นว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเขามีคุณค่า สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ และต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ของชุมชนได้”

นอกจากการวาดภาพประกอบนิทานและการใช้สีธรรมชาติแล้ว ทีมงานยังพยายามออกแบบสื่อการเรียนรู้ให้มีความสนุกและจับต้องได้ ทั้งลูกเต๋านิทานและนิทานหกเหลี่ยม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำ

เด็ก ๆ มีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น เด็กหลายคนกล้าแสดงออกมากขึ้น และที่สำคัญ เขาเริ่มรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเอง

สำหรับผู้ปฏิบัติงานในบ้านป่าหวาย การรักษาวัฒนธรรมไม่ได้หมายถึงการเก็บสิ่งเดิมไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่เป็นการทำให้สิ่งเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ ผ่านการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่

“ในวันที่โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก เราอยากให้เด็กได้เติบโตไปพร้อมกับความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่คือสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว และยังคงส่งต่อกันต่อไปได้”

📖ชวนอ่าน “คู่มือแนวทางการทำงานหนุนเสริมเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กที่มีภาวะเปราะบาง

🌱 เพราะการเติบโตที่ยั่งยืน อาจเริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าของรากเหง้าและผู้คนในชุมชน

📥 ดาวน์โหลดได้ที่ https://online.fliphtml5.com/rvjpex/fjon/ =1

#มูลนิธิกังหันลม

จุดประกายจากบ้านป่าหวาย สู่เส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน 🌳🎨เรื่องราวจากบ้านป่าหวายแสดงให้เห็นว่า การทำงานกับเด็กและเยาวชนกลุ...
19/06/2026

จุดประกายจากบ้านป่าหวาย สู่เส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน 🌳🎨

เรื่องราวจากบ้านป่าหวายแสดงให้เห็นว่า การทำงานกับเด็กและเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กที่มีภาวะเปราะบาง ไม่ได้เริ่มต้นจากทรัพยากรที่พร้อมสมบูรณ์ แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว และค่อย ๆ เปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังของการเรียนรู้และการเติบโต

ผู้ปฏิบัติงานเล่าว่า หัวใจสำคัญของการทำงานคือการเชื่อมโยงเด็กเข้ากับรากเหง้าของตนเอง ผ่านนิทานพื้นบ้านม้ง ภาษาของชุมชน ศิลปะ ผ้ากัญชง และสีธรรมชาติจากดิน หิน และพืชในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังช่วยให้เด็กค่อย ๆ เติบโตขึ้นพร้อมกับความภาคภูมิใจในตัวตนของตนเอง

ขณะเดียวกัน บ้านป่าหวายยังให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้เป็นผู้ร่วมคิดและลงมือทำ เรื่องราวของอรณี แซ่ว้าน (มาย) และกลุ่มแกนนำเยาวชนสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อคนรุ่นใหม่ได้รับโอกาส พวกเขาสามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และส่งต่อแรงบันดาลใจไปสู่คนรุ่นต่อไปได้ 🧑‍🧑‍🧒💚

กระบวนการเรียนรู้ที่นี่จึงไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน แต่เชื่อมโยงเข้ากับศิลปะ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือทำและเรียนรู้อย่างมีความสุข ขณะเดียวกัน การติดตามผลก็ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขหรือคะแนน แต่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ทั้งความมั่นใจ การกล้าแสดงออก และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง

ผู้ปฏิบัติงานมองว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทำงานเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง คือการมีเครือข่ายคอยสนับสนุน ทั้งด้านองค์ความรู้ กำลังใจ และการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยวางรากฐานให้การทำงานสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

✨บทเรียนจากบ้านป่าหวายจึงชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน อาจไม่ได้เริ่มจากการสร้างสิ่งใหม่เสมอไป แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของผู้คน วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วในชุมชน แล้วค่อย ๆ สร้างพื้นที่ให้สิ่งเหล่านั้นได้เติบโตและส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป

📖 ชวนอ่าน “คู่มือแนวทางการทำงานหนุนเสริมเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กที่มีภาวะเปราะบาง : บทเรียนจากกลุ่มเยาวชนม้งบ้านป่าหวาย” ที่รวบรวมบทเรียนจากพื้นที่จริง ตั้งแต่การใช้วัฒนธรรมเป็นฐานการเรียนรู้ การสร้างแกนนำเยาวชน การออกแบบการเรียนรู้ที่มีชีวิต ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน

🌱 เพราะการเติบโตที่ยั่งยืน อาจเริ่มต้นจากการกลับมามองเห็นคุณค่าของรากเหง้าตัวเอง

📥 ดาวน์โหลดได้ที่
https://online.fliphtml5.com/rvjpex/fjon/ =1

#มูลนิธิกังหันลม

ที่อยู่

Chiang Mai
50000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิกังหันลม โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิกังหันลม:

ทางลัด

แชร์