Starry Night Lover Club : ชมรมคนรักในดวงดาว

Starry Night Lover Club : ชมรมคนรักในดวงดาว Astronomy, astronomical photography, photo excursions, stargazing, charitable endeavors, and educatio

C/2025 R2 (Swan)The mysterius cometเจ้าดาวหางลึกลับ อยู่ๆก็โผล่มาในช่วงที่เข้าสู่ระบบสุริยะชั้นในแล้ว นี่ถ้าเข้าใกล้โลกก...
30/10/2025

C/2025 R2 (Swan)
The mysterius comet

เจ้าดาวหางลึกลับ อยู่ๆก็โผล่มาในช่วงที่เข้าสู่ระบบสุริยะชั้นในแล้ว นี่ถ้าเข้าใกล้โลกกว่านี้ คงลุ้นกันน่าดู แต่ช่วงนี้เป็นขาออกแล้ว ถ้าไม่หลุดจากวงโคจรอีก 653.732 ปีค่อยมาเจอกันใหม่

Asteroids and comets often approach the inner solar system over a period of time, perhaps we found them six months or longer. However, the perigee occurred on October 20, 2025, and the Swan comet was first discovered in September of that year. How unexpected! In the event that it crashes on Earth, we will only have a month to get ready. For this reason, amateur astronomers like us communicate with one another and look for new things in these celestial sky. It's to warn and help prevent a comet crash from destroying our planet. You are leaving Earth to return to your home planet, Swan Comet. Until we meet again in 653.732 years.

ติดตาม Swan และวัตถุท้องฟ้าอื่นทาง Skylive ได้ครับ
https://theskylive.com/c2025r2-info

Camera : Seestar s30

ภาพเมื่อค่ำนี้ 27/10/2025 เมื่อดาวหางเลมมอนกำลังเดินทางห่างจากโลกเป็นระยะทางเกือบๆ 100 ล้านกม. โดยจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มา...
30/10/2025

ภาพเมื่อค่ำนี้ 27/10/2025 เมื่อดาวหางเลมมอนกำลังเดินทางห่างจากโลกเป็นระยะทางเกือบๆ 100 ล้านกม. โดยจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 8 พ.ย. 2025 แน่นอนว่าหางและความสว่างของเลมมอนจะเพิ่มขึ้นอีก หากอยู่ในที่มืดสนิท ท่านสามารถเห็นดาวหางด้วยตาเปล่าได้

Image update! 27/10/2025
The distance of comet C/2025 A6 (Lemmon) from Earth is currently 99,882,129.0 kilometers, equivalent to 0.6676707934 Astronomical Units. Light takes 5m 33.171s to travel from comet C/2025 A6 (Lemmon) and arrive to us. It’s perigee will be on 8 Nov 2025, it’s coma will be brighter and it’s tail will be longer. You can see the comet “Lemmon” by your naked eyes in the dark sky area.

From the top of our country,Milky way over the great pagodas.Intanon national park, Chong Thong Chiangmai, Thailand.23/1...
30/10/2025

From the top of our country,
Milky way over the great pagodas.
Intanon national park, Chong Thong Chiangmai, Thailand.
23/10/3025

ทางช้างเผือกทิ้งดิ่งเหนือพระมหาธาตุฯคู่
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
23/10/3025

หนึ่งในจุดหมายปลายทางของทริปเลห์-ลาดักห์11-18 October 2025 : 6 วัน 5 คืน จัดโดย ชมรมคนรักในดวงดาว Starry Night Lover clu...
25/09/2025

หนึ่งในจุดหมายปลายทางของทริปเลห์-ลาดักห์
11-18 October 2025 : 6 วัน 5 คืน
จัดโดย ชมรมคนรักในดวงดาว Starry Night Lover club

สัมผัสสรวงสวรรค์บนดิน! ทริปถ่ายภาพดาราศาสตร์สุดพิเศษ ณ เลห์-ลาดักห์ และหอดูดาวณ หอดูดาวแห่งชาติอินเดีย ฮานเล, เลห์-ลาดักห์ (India Astronomical Observatory : IAO)

คุณพร้อมหรือยังที่จะออกเดินทางสู่ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน "เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด" ที่ดีที่สุดของโลก?
ไฮไลท์กิจกรรมที่คุณจะได้รับประสบการณ์สุดประทับใจ:
สำรวจอาณาจักรแห่งดวงดาว ณ หอดูดาว IAO

* เยี่ยมชม IAO ในช่วงกลางวัน: สัมผัสเบื้องหลังการทำงานของหอดูดาวทางดาราศาสตร์ที่สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง และเรียนรู้เกี่ยวกับกล้องโทรทรรศน์ระดับโลก รวมถึง Himalayan Chandra Telescope (HCT) ที่ใช้ศึกษาปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ในจักรวาล มาเก็บภาพจักรวาลด้วยสองมือของคุณ

* ถ่ายภาพทางช้างเผือก (Milky Way): ณ ความสูงกว่า 4,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล คุณจะได้พบกับท้องฟ้าที่มืดสนิทและทางช้างเผือกที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่คุณเคยเห็น

* ล่า DSO (Deep Sky Objects): เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพวัตถุในห้วงอวกาศลึก เช่น เนบิวลาและกาแล็กซีต่างๆ ด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม

* เก็บภาพดวงดาวและกลุ่มดาว: ท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตาของเทือกเขาหิมาลัย คุณจะได้เก็บภาพดวงดาวที่คมชัดและเต็มไปด้วยเรื่องราว

ทำไมต้องเป็นทริปนี้?
==============
* บรรยากาศเหมาะสมที่สุด: เลห์-ลาดักห์ มีสภาพอากาศที่แห้งและท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง ทำให้เป็นสถานที่ในฝันของนักถ่ายภาพดาราศาสตร์

* นำทีมโดยผู้เชี่ยวชาญ: มีทีมงานและช่างภาพผู้มีประสบการณ์คอยแนะนำเทคนิคและช่วยเหลือตลอดการเดินทาง

* สถานที่พักสะดวกสบาย: พักในสถานที่ที่เตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมดาราศาสตร์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

มาสร้างความทรงจำที่ไม่เหมือนใคร และเก็บภาพจักรวาลอันงดงามที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้เห็น

จองทริปเลย! จักรวาลเพียงแค่เอื้อม

วิวัฒน์และความหมายของ “วิษุวัต” (Equinox)==============================เรียบเรียงบทความใหม่ทุกปี เป็นของขวัญให้กับเพื่อน...
23/09/2025

วิวัฒน์และความหมายของ “วิษุวัต” (Equinox)
==============================
เรียบเรียงบทความใหม่ทุกปี เป็นของขวัญให้กับเพื่อนๆพี่น้องผู้สนใจดาราศาสตร์และการถ่ายภาพดาราศาสตร์ ที่ท่านได้กรุณาติดตามกันมาโดยตลอด ปีนี้มาดึกแต่ก็ยังมาครับ

วิษุวัตหรือ Equinox คือ
================
ขึ้นอยู่กับว่าคุณอาศัยอยู่ที่ใดในโลก “วิษุวัต” (equinox) อาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณของกลางคืนที่ยาวนานขึ้นและอากาศที่หม่นหมองหรือในอีกมุมหนึ่งอาจเป็น แสงแห่งความหวังของวันที่อากาศอบอุ่นและมีแสงแดดยาวนานขึ้น

การสังเกตและทำนายวันวิษุวัตเป็นหนึ่งในทักษะทางดาราศาสตร์ดั้งเดิมที่สุดของมนุษยชาติ มีหลักฐานโบราณคดีจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า หอดูดาวโบราณหลายแห่งทั่วโลกถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เฝ้าสังเกต ”วิษุวัต“ (equinox) ควบคู่ไปกับ ”อายัน“ (solstice) ซึ่งเห็นได้ชัดเจนกว่า

ปัจจุบัน คุณไม่จำเป็นต้องมีหอดูดาวส่วนตัวเพื่อรู้ว่าวันวิษุวัตจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะมันถูกบันทึกไว้ในปฏิทินปีละ 2 ครั้งเสมอ

คำว่า “equinox” มาจากภาษาละติน หมายถึง “กลางคืนที่เท่ากัน” (equi = equal, nox = night)



วิษุวัตคืออะไร?
==========
วิษุวัตเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือเดือนมีนาคมและเดือนกันยายน
• ในปี 2025 วสันตวิษุวัต(March Equinox): วันที่ 20 มีนาคม เวลา 09:01 UTC (02:01 น. ตามเวลาแปซิฟิก)
• ศารทวิษุวัต (อ่านว่า สา-ระ-ทะ-วิด-สุ-วัด)(September Equinox): วันที่ 23 กันยายน เวลา 19:19 UTC (11:19 น. ตามเวลาแปซิฟิก)

ความหมายของวิษุวัต:
==============
คือช่วงเวลาที่ “ศูนย์กลางดวงอาทิตย์” เคลื่อนผ่าน “ระนาบเส้นศูนย์สูตรโลก” พอดี

ในวันวิษุวัต ผู้สังเกตที่เส้นศูนย์สูตรจะเห็นดวงอาทิตย์อยู่เหนือศีรษะตรงๆ เวลาเที่ยงวัน
• หลัง วสันตวิษุวัต(มีนาคม) ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ไปทางเหนือทุกวันจนถึง ครีษมายัน(มิถุนายน) แล้วจึงกลับเคลื่อนลงใต้
• หลัง ศารทวิษุวัต(กันยายน) ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนลงใต้จนถึง เหมายัน (ธันวาคม) แล้วจึงหันกลับขึ้นเหนืออีกครั้ง

ดังนั้น จึงมีการเรียกชื่อ :
• วิษุวัตมีนาคม (Northward Equinox)=วสันตวิษุวัต
• วิษุวัตกันยายน (Southward Equinox)=ศารทวิษุวัต



ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่สำคัญ
=======================
• ในวันวิษุวัต ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้จะได้รับแสงอาทิตย์เท่ากัน และ ขั้วโลกเหนือ–ใต้ ของโลกจะสว่างพร้อมกัน ซึ่งไม่เกิดขึ้นในเวลาอื่นของปี
• อย่างไรก็ตาม กลางวันกับกลางคืนไม่ได้ยาวเท่ากันเป๊ะ
• เพราะดวงอาทิตย์เป็นทรงกลม (ไม่ใช่จุดแสง)
• บรรยากาศโลกหักเหแสง ทำให้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนขึ้นจริง และยังเห็นหลังลับจริงอยู่หลายนาที

นี่คือเหตุผลที่วันวิษุวัต ใกล้เคียงกับ “กลางวัน-กลางคืนยาวเท่ากัน” มากที่สุด แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ



ความสัมพันธ์กับฤดูกาล
================
• เดือนมีนาคม
• ซีกโลกเหนือ: เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ (vernal equinox) วันยาวขึ้น อากาศอบอุ่นขึ้น
• ซีกโลกใต้: เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (autumnal equinox) วันสั้นลง กลางคืนยาวและเย็นขึ้น
• เดือนกันยายน (ตรงกันข้าม)
• ซีกโลกเหนือ: เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
• ซีกโลกใต้: เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ



📌 สรุป:
“วิษุวัต” คือจุดเปลี่ยนสำคัญในปฏิทินดาราศาสตร์ของโลก แสดงถึงความสมมาตรของแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบซีกโลกทั้งสองอย่างเท่าเทียม และเป็นเครื่องหมายแห่งการเปลี่ยนฤดูกาลที่สืบทอดความรู้มาตั้งแต่ยุคโบราณ


Source : https://science.nasa.gov/solar-system/skywatching/night-sky-network/embracing-the-equinox/

ข่าวจากสดร.หรือนาริทโดย อาจารย์โยดา Sittiporn Dueantakhu ท่านฝากมาครับ …สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ขอเช...
22/09/2025

ข่าวจากสดร.หรือนาริทโดย อาจารย์โยดา Sittiporn Dueantakhu ท่านฝากมาครับ …

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ขอเชิญท่านร่วมลงชื่อและบันทึกข้อมูล สำหรับนักถ่ายภาพดาราศาสตร์และนักดูดาวที่มีความสนใจจริงจัง โดยข้อมูลนี้จะนำไปสู่การจัดโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อนักดาราศาสตร์สมัครเล่นและนักถ่ายภาพดาราศาสตร์ในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศไทย เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ประสานความสนใจ ความรู้และโอกาสที่ทางสดร.จะได้ดำเนินงานเพื่อประโยชน์ในเชิงดว้างและเชิงลึกต่อไป

ขอเพื่อนๆพี่น้องร่วมลงชื่อ-บันทึกข้อมูล เช้าร่วมกลุ่มไลน์ รวมทั้งแชร์โพสนี้หรือลิ้งก์ของฟอร์มลงชื่อนี้ต่อไปให้ทั่วสื่อโซเชี่ยล

ขอบพระคุณครับ

ลิ้งก์บันทึกข้อมูล
===============================
https://forms.office.com/r/HWxZ5q5TM8
===============================

Message from NARIT by Ajarn Yoda Sittiporn Dueantakhu

The National Astronomical Research Institute of Thailand (Public Organization) would like to invite serious stargazers and astrophotographers to register and submit your information.

This data will be used to organize various projects that will benefit amateur astronomers and astrophotographers in provinces across Thailand. This is an excellent opportunity to coordinate interests, knowledge, and future initiatives that NARIT can undertake for both broad and in-depth benefits.

We kindly ask friends and fellow enthusiasts to sign up, submit your information and join our line group. Please also share this post or the registration link on all social media platforms.

Thank you.

Registration Form link :

ลิ้งก์บันทึกข้อมูล
===============================
https://forms.office.com/r/HWxZ5q5TM8
===============================

ได้ฤกษ์งามและยามดีย่างเข้าฤดูแห่งดวงดาว …มาเปิดทริปล่าดาวหางและทางช้างเผือก พ่วงด้วยกลุ่มดาวฤดูหนาวที่มาพร้อมกับวัตถุในห...
21/09/2025

ได้ฤกษ์งามและยามดีย่างเข้าฤดูแห่งดวงดาว …

มาเปิดทริปล่าดาวหางและทางช้างเผือก พ่วงด้วยกลุ่มดาวฤดูหนาวที่มาพร้อมกับวัตถุในห้วงลึกอวกาศตัวเด็ดๆมากมาย

23-26 ตุลาคม 2025 : 4 วัน 3 คืน

ออกตามล่าสองดาวหาง C/2025 R2 Swan และ C/2025 A6 Lemmon เคียงข้างทางช้างเผือกและหกเหลี่ยมฤดูหนาว สายถ่ายภาพจะอิ่มเอมด้วยภาพดาวทุกรูปแบบ เติมความรู้ด้านดาราศาสตร์กันแบบเต็มอิ่ม ดูดาวเป็น รู้จักท้องฟ้ายามค่ำคืนแบบเจาะลึก จะมือใหม่ มือเก๋าเราจะพาไป มาร์คมุมให้ จับมือทำจนได้ภาพสวยไปด้วยกัน

ตะลุยทั่วเชียงใหม่ขึ้นสูงสุดดอยอินทนนท์-นาขั้นบันได-ดอยม่อนหมาก-วกขึ้นเหนือสู่เชียงดาว-หักขวาสู่แม่ขะจานเชียงราย รับจบทุกแลนด์มาร์คที่จะมีดาวหาง มีทางช้างเผือก มีดวงดาวเด่นตระหง่านอยู่บนท้องฟ้าใสเคลียร์ต้นฤดูหนาวบ้านเรา

ทริปพิเศษนี้ รับสมาชิกจำกัด 8 ท่านเท่านั้น
จะตามทีหลังก็ไม่ว่านะเอาที่ว่างครับ

ทักมาครับเพื่อนๆ ออกไปแตะขอบฟ้ากัน …

น่าสนใจมากครับท่านใดว่าง ลงทะเบียนด่วนเลย
20/09/2025

น่าสนใจมากครับ
ท่านใดว่าง ลงทะเบียนด่วนเลย

พบกับเสวนาแห่งปีโดย National Geographic ใน Sustainability Expo 2025
ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกของนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผ่าน 2 เรื่องราวอันทรงพลังของ “สายน้ำและดวงดาวบนฟากฟ้า” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่การลงมือทำเพื่อปกป้องธรรมชาติ
เริ่มต้นที่ Follow the Water
เรื่องราวหลากบทตอนโดยเหล่านักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geograpic Eaplorer) ที่ได้ติดตามค้นหาความหมายของสายน้ำ ตั้งแต่ Memories of the River, The Music that Came with the Rain, Guardians of the Marsh และอื่น ๆ ที่จะบอกเล่าความเป็นไป เปลี่ยนมุมมอง ชวนคิดเรื่องสายสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำและผู้คนในแห่งหนต่าง ๆ ทั่วโลก
นำโดย Kaitlin Yarnall, Chief Storytelling Officer ของ National Geographic Society
แล้วเดินทางต่อสู่ห้วงอวกาศกับ Our Celestial Journey
โดย Babak Tafreshi ช่างภาพและนักดาราศาสตร์ ผู้เป็นเจ้าของชื่อดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 276163 ที่จะนำเสนอเรื่องราวอันงดงามบนฟากฟ้าในรูปแบบภาพยนตร์ผสานสื่อผสมผ่านบทตอนต่าง ๆ เช่น Our Vanishing Sky, Life at Night และ One People, One Sky
วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568
เวลา 10:00 - 12:00 น.
SX Grand Plenary Hall, ชั้น G
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ลงทะเบียนฟังฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ได้ที่ https://forms.amarincorporations.com/pages/Photographic-Storytelling-Talk/
บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ มีหูฟังแปลภาษาไทย
รู้จักวิทยากรของเรา
Kaitlin Yarnall (เคทลิน ยาร์แนลล์)
Chief Storytelling Officer
National Geographic Society
สำหรับองค์กรอย่าง National Geographic ซึ่งเล่าเรื่องราวอันน่าทึ่งจากทั่วทุกมุมโลกด้วยภาพถ่ายและวิธีสื่อสารต่าง ๆ อย่างทรงพลัง สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกสำรวจ ค้นคว้า และลงมือทำในสิ่งที่มีความหมายเพื่อโลกใบนี้ งานในฐานะ Chief Storytelling Officer ตำแหน่งผู้บริหารที่องค์กรอื่นอาจจะไม่มี นี่เป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก

ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย บทความ ภาพยนตร์ และการสร้างประสบการณ์กับผู้คน เคทลินรับผิดชอบทั้งหมดนั้น เธอยังนำทีมครีเอทีฟที่เป็นฝ่ายดูแลการสร้างสรรค์สื่อ การทำงานร่วมกับพันธมิตร การให้ทุน และสร้างโอกาสการทำงานร่วมกันกับเหล่านักสำรวจ นักสร้างสรรค์ นักวิจัยหลากหลายสาขา เพื่อช่วยกันส่งต่อเป้าหมายของ National Geographic Society

จากนักภูมิศาสตร์ซึ่งจบทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทสายภูมิศาสตร์ เคทลินเริ่มต้นงานที่ National Geographic ในปี 2005 ในฐานะนักทำแผนที่ ก้าวขึ้นสู่ผู้อำนวยการฝ่ายแผนที่ เคยเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของนิตยสาร National Geographic รวมถึงรองผู้อำนวยการ National Geographic Labs ที่วิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการสำรวจ และการเล่าเรื่องอย่างไม่จำกัด

ความเชี่ยวชาญพิเศษของเธออยู่ที่การเล่าเรื่อง, Data Visualization, Information Graphics, การทำแผนที่ และการเล่าเรื่องด้วยภาพ เธอเคยได้รับเชิญไปบรรยายในการประชุมสำคัญระดับโลกบ่อยครั้ง อย่าง UN General Assembly, Scandinavian royals ไปจนถึงเวทีร็อกคอนเสิร์ท
Babak Tafreshi (บาแบค ทาเฟรชี)
Photographer, Science Journalist, Astronomer,
National Geographic Explorer
ช่างภาพ นักดาราศาสตร์ และนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาวอิหร่าน-อเมริกัน ผู้หลอมรวมศิลปะและวิทยาศาสตร์ผ่านภาพถ่ายของท้องฟ้ายามค่ำคืน
ในฐานะนักดาราศาสตร์และช่างภาพ บาแบคถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งยุค เขามีผลงานในสื่อสิ่งพิมพ์ สารคดี และรายการโทรทัศน์มากกว่า 100 รายการ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมายเช่น Lennart Nilsson Award (2009), Royal Photography Society Award (2022) และ Wayfinder Award จาก National Geographic Society ในปีเดียวกัน

ชื่อของเขาถูกนำมาตั้งเป็นชื่อดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 276163 ซึ่งโคจรอยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี โดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union) เพื่อยกย่องบทบาทสำคัญของเขาในการนำดาราศาสตร์ออกสู่สายตาสาธารณะ ผ่านภาพถ่ายและการเล่าเรื่องที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลก
Pablo Albarenga (พาโบล อัลบาเร็งกา)
Documentary Photographer and Visual Storyteller,
National Geographic Explorer
ช่างภาพสารคดีและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาวอุรุกวัยที่พำนักในบราซิล เขาสร้างสรรค์ผลงานที่ให้ความสำคัญกับความยุติธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

หนึ่งในผลงานที่น่าสนใจของพาโบล อัลบาเร็งกา คือชุดภาพถ่าย “Seeds of Resistance” ที่พูดถึงสายสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านในทวีปอเมริกาใต้และผืนดินศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาพยายามปกปักรักษา ภาพถ่ายชุดนี้เปรียบเสมือนหลักฐานภาพถ่ายอันทรงพลัง ที่สื่อให้เห็นถึงผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่าต่อชุมชนและผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

ปัจจุบันพาโบล อัลบาเร็งกา ได้รับทุนสนับสนุนจาก Pulitzer Center ซึ่งเป็นองค์กรข่าวอิสระระดับโลก และได้รับการยกย่องให้เป็นช่างภาพแห่งปี 2020 โดย Sony World Photography Awards นอกจากจะตีพิมพ์ลงในนิตยสาร National Geographic แล้ว ผลงานของเขาได้รับการนำเสนอผ่านสื่อทั่วโลกผ่านทั้งรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ เช่น The Washington Post Magazine, The Guardian, 6 Mois และ El País นอกจากนี้เขายังร่วมงานกับทีมของ Pulitzer Center Education และ National Geographic Learning เพื่อเผยแพร่ผลงานของเขาไปยังกลุ่มผู้ชมทั่วโลก
Gab Mejia (แก๊บ เมเฮีย)
Conservation Photographer, Storyteller, Engineer,
National Geographic Explorer
ช่างภาพ นักเล่าเรื่อง วิศวกรสิ่งแวดล้อมและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาวฟิลิปปินส์ ผู้ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และตัวตน

แก๊บ เมเฮียเกิดและเติบโตในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เขาคือศิลปินที่หยิบเอาประเด็นวิกฤติสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนมิติทางจักรวาลวิทยาและวัฒนธรรม มาถ่ายทอดผ่านภาพ เพื่อตั้งคำถามต่อวิกฤตทางสังคมและสิ่งแวดล้อมแบบร่วมสมัย

ผลงานของที่ผ่านมาเขาถูกตีพิมพ์และจัดแสดงทั้งในระดับท้องถิ่นและนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นใน National Geographic, BBC, CNN, Vogue, United Nations, Fotografiska Shanghai, Photo London, TEDx และสื่อหรือพิพิธภัณฑ์อีกมากมายทั่วโลก

ปัจจุบันแก๊บเป็น Climate Pledge Global Storyteller ภายใต้การสนับสนุนของ International League of Conservation Photographers พร้อมกับดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของ World Wide Fund for Nature (WWF) Philippines โดยทำงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมในฟิลิปปินส์มาอย่างต่อเนื่อง
Sirachai Arunrugstichai (ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย)
Photojournalist, Marine Biiologist,
National Geographic Explorer
ช่างภาพใต้น้ำและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่องราวของสัตว์ใต้น้ำและการอนุรักษ์ทางทะเล ที่นิยามการออกเดินทางเพื่อสำรวจระบบนิเวศทางทะเลว่าเป็น “วิถีชีวิต”

ศิรชัย เรียนจบด้านชีววิทยาทางทะเล และศึกษาเรื่องการฟื้นฟูแนวปะการัง รวมไปถึงประเด็นการคุกคามฉลามจากอุตสาหกรรมการประมง ก่อนจะผันตัวมาเป็นช่างภาพสารคดีใต้น้ำ หลังจากการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอันตรายต่อท้องทะเลที่เขารัก ซึ่งเกิดจากการทำประมงเกินขนาด รวมไปถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว เพื่อให้ผู้คนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ท้องทะเล

ปัจจุบัน ศิรชัยเป็นสมาชิกของ the International League of Conservation Photographers ภาพถ่ายของเขาได้ถูกตีพิมพ์ในสื่อนานาชาติ เช่น National Geographic, the Washington Post, the New York Times, the Guardian และได้รับรางวัลจากงานประกวดภาพถ่ายในระดับสากลอีกมากมาย โดยมีผลงานสร้างชื่อ คือ ภาพของพะยูนน้อย “มาเรียม” ในอ้อมกอดของเจ้าหน้ากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ได้รับรางวัลภาพยอดเยี่ยมจากงาน POY (Pictures of the Year) งานประกวดภาพถ่ายของช่างภาพอาชีพและสื่อมวลชน ของ Reynolds Journalism Institute ซึ่งจัดติดต่อกันมาเป็นครั้งที่ 77 ในสาขาวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ
Huiying Ore (ฮุยอิง โอเร)
Documentary Photographer,
National Geographic Explorer
ช่างภาพสารคดี ชาวสิงคโปร์ เธอจบการศึกษาปริญญาโทด้านการถ่ายภาพสารคดีจาก London College of Communicationงานของเธอเน้นการบันทึกระยะยาวเพื่อนำเสนอประเด็นทางสังคมอันซับซ้อน โดยมุ่งไปที่การพัฒนาในทวีปเอเชีย เธอสนใจเรื่องราวเหล่านี้เนื่องจากประสบการณ์ในวัยเด็กที่ต้องย้ายจากฟาร์มในชนบทไปอยู่ในเมืองใหญ่ของสิงคโปร์

ปัจจุบัน ฮุยอิงกำลังทำงานในโครงการที่ได้รับทุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งสำรวจผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงที่ลาวและกัมพูชา เธอหวังที่จะบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนริมน้ำที่เปราะบาง ซึ่งต้องเผชิญกับผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุดจากเขื่อนหลายแห่งในพื้นที่นี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ให้ความรู้ และกระตุ้นให้ผู้ชมได้คิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับแม่น้ำโขงให้มากขึ้น
ดำเนินการเสวนาโดย
Melati Wijsen (เมลาที วิจเซน)
Founder of YOUTHTOPIA,
National Geographic Explorer
นักสร้างความเปลี่ยนแปลง และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม เรื่องขยะพลาสติก เมลาทีในวัย 24 ปี เริ่มต้นเส้นทางการรณรงค์ลดขยะพลาสติกในบาหลี บ้านเกิดของเธอ ตั้งแต่อายุ 12 ปี

ในปี 2013 เธอเดินหน้าแเคมเปญ Bye Bye Plastice เพื่อกระตุ้นให้ชาวบาหลีตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติก และเดินหน้าเข้าเจรจากับนักการเมืองอยู่หลายปี จนในที่สุดบาหลีก็ประกาศแบนถุงพลาสติกในปี 2019 ต่อมา เมลาทีก็สร้างแคมเปญ One Island One Voice และก่อตั้งกิจการเพื่อสังคมชื่อ Mountain Mamas เธอได้รับเชิญไปพูดในเวทีระดับโลกหลายครั้งอย่าง TED talks และ UN สำนักงานใหญ่

เธอได้รับเลือกให้เป็น Heroes ที่อายุน้อยกว่า 30 จากทั้ง CNN Heroes และ Forbes การทำงานของเธอในฐานะนักสร้างความเปลี่ยนแปลงทำให้เธอได้เดินทางไปทั่วโลก และถ่ายทำสารคดีการเดินทางของเธอเรื่อง Bigger Than Us ที่ได้ฉายครั้งแรกใน Cannes Film Festival และได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล CESARS Award

นอกจากนั้น เธอยังเป็นกรรมการของ GPAP (Global Plastic Action Partnership) ของ World Economic Forum ซึ่งทำงานในประเด็นเกี่ยวกับมลพิษจากพลาสติก และก่อตั้ง YOUTHTOPIA พื้นที่ของเยาวชนทั่วโลกที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่โลกใบนี้ ด้วยการผลักดัน สนับสนุนประเด็น เป็นพี่เลี้ยง และอบรมให้แก่เยาวชนที่สนใจ

เปิดฤดูกาลแห่งดวงดาวด้วยการตามล่าดาวหางกันครับ
18/09/2025

เปิดฤดูกาลแห่งดวงดาวด้วยการตามล่าดาวหางกันครับ

มาให้ลุ้นอีกหนึ่งดวง ! ดาวหาง C/2025 A6 (Lemmon) อาจสว่างจนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาปลายเดือนตุลาคมนี้

ดาวหางเลมมอน หรือ C/2025 A6 (Lemmon) ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 2025 โดยกล้องโทรทรรศน์ Mount Lemmon Survey ในสหรัฐฯ มีคาบการโคจรประมาณ 1,350 ปี ซึ่งจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 2025 คาดว่าอาจสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และดาวหางจะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 ที่ระยะห่างประมาณครึ่งหนึ่งของระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์ (0.53 AU)

ขณะนี้ ดาวหางเลมมอนปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวแมวป่า (Lynx) มีค่าอันดับความสว่างปรากฏ 7.9 ใกล้เคียงกับความสว่างของดาวเนปจูน ยังไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ต้องมีค่าต่ำกว่า 6.0 เป็นต้นไปจึงจะสามารถมองเห็นได้) โดยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ และจะไปสว่างที่สุดในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2025 โดยที่หลายเว็บไซต์ชี้ว่าช่วงที่ดาวหางสว่างที่สุด จะมีค่าอันดับความสว่างประมาณ 4.0 [1][2] หรือสว่างเทียบเท่าเนบิวลานายพราน (M42) ขณะที่เว็บไซต์ Comet Observation database (COBS) คาดการณ์ว่าดาวหางดวงนี้อาจมีค่าอันดับความสว่างได้สูงสุดถึง 2.1 [3] ใกล้เคียงกับความสว่างของดาวเหนือ

*สามารถดูตำแหน่งปรากฏของดาวหางได้ในคอมเมนต์

อย่างไรก็ดี ค่าความสว่างสูงสุดนี้เป็นเพียงการคาดการณ์จากข้อมูลปัจจุบันร่วมกับหลักการฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความสว่างของดาวหาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ดาวหางโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไร ดาวหางก็จะยิ่งปลดปล่อยฝุ่นและแก๊สออกมามากยิ่งขึ้น บางครั้งอาจเกิดการปะทุ (outburst) ที่ทำให้ดาวหางสว่างขึ้นอย่างฉับพลันได้ รวมถึงแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ก็อาจทำให้นิวเคลียสของดาวหางแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จนกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นมืดมิดที่ล่องลอยไปในอวกาศ แต่หากดาวหางสามารถรอดจากแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลนี้ได้ ก็อาจจะทำให้ดาวหางเปล่งประกายงดงามยิ่งกว่าเดิมได้เช่นกัน

ต้องมาลุ้นกันว่าในช่วงปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้ ดาวหางจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ถ้าหากเป็นไปตามคำนวณของเว็บไซต์ COBS ดาวหางเลมมอนก็อาจปรากฏโฉมอย่างโดดเด่นให้เราได้เห็นเหนือท้องฟ้าประเทศไทย ต้อนรับเทศกาลชมดาวที่จะเกิดขึ้นช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

อ้างอิง :
[1] http://www.aerith.net/comet/catalog/2025A6/2025A6.html
[2] https://theskylive.com/c2025a6-info
[3] https://cobs.si/comet/2606/

#ดาวหาง #ดาวหางเลมมอน

Total Lunar Eclipse over Chiangmai Celestialจันทรุปราคาเหนือท้องฟ้า จ.เชียงใหม่ 7-8 กันยายน 2025ถือเป็นช่วงเวลาสังการณ์จ...
17/09/2025

Total Lunar Eclipse over Chiangmai Celestial
จันทรุปราคาเหนือท้องฟ้า จ.เชียงใหม่
7-8 กันยายน 2025

ถือเป็นช่วงเวลาสังการณ์จันทรุปราคาที่ดีที่สุดในประเทศไทยในรอบ 10 ปี อันเนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ในช่วงเวลากลางดึกทำให้สามารถบันทึกภาพได้ทั้งคราสขาเข้าและขาออกจนจบปรากฏการณ์ ดวงจันทร์อยู่สูงจากขอบฟ้ามากไม่ถูกแสงเมือง เมฆหรือฝุ่นรบกวน

ครั้งต่อไปเป็นวันที่ 3 มีนาคม 2026 ในช่วงเวลาคราสเข้าตอนเย็นและเต็มคราสในช่วงหัวค่ำ การสังเกตการณ์ในประเทศไทยจะทำได้เฉพาะช่วงเต็มคราสไปจนคราสออก การเกิดปรากฏการณ์ที่ขอบฟ้าก็จะมีอุปสรรคจากแสงเมืองและฝุ่นควันซึ่งเป็นช่วงเวลาของฤดูฝุ่น ส่งผลต่อการบันทึกภาพและสังเกตการณ์พอสมควร ครั้งที่ดีใกล้เคียงกับครั้งนี้ในประเทศไทยต้องรอไปจนถึงปี 2030 กันเลยทีเดียว

จันทรุปราคาเต็มดวงปี 2025 จะเกิดขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน ถึงเช้ามืดวันจันทร์ที่ 8 กันยายน โดยประเทศไทยสามารถมองเห็นได้ตลอดปรากฏการณ์. เวลาเริ่มจันทรุปราคาเงามัวคือประมาณ 22:29 น. เริ่มเข้าสู่เงามืดและเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนเวลาประมาณ 23:27 น. และจะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงตั้งแต่เวลา 00:31 น. ถึง 01:53 น. โดยช่วงที่ดวงจันทร์ถูกบังเต็มดวงจะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ

ลำดับเวลาของปรากฏการณ์ (ตามเวลาประเทศไทย)
22:29 น. (7 ก.ย.): ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก (Penumbra)
23:27 น. (7 ก.ย.): ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน (Partial Eclipse)
00:31 น. (8 ก.ย.): ดวงจันทร์เริ่มถูกบดบังเต็มดวง เกิดเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง (Total Eclipse)
01:12 น. (8 ก.ย.): กึ่งกลางคราส ดวงจันทร์อยู่ในเงาโลกมากที่สุด
01:53 น. (8 ก.ย.): สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง
02:57 น. (8 ก.ย.): สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน
03:55 น. (8 ก.ย.): สิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว

การสังเกต
ปรากฏการณ์นี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในประเทศไทย รวมถึงหลายพื้นที่ทั่วโลก เช่น ยุโรป แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย
ในช่วงที่เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอมส้มหรือแดงอิฐ.

ที่อยู่

10/2 ซอย 1 ถนนสิโรรส ต. สุเทพ อ. เมือง จ. Chiang Mai
Chiang Mai
50200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Starry Night Lover Club : ชมรมคนรักในดวงดาวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Starry Night Lover Club : ชมรมคนรักในดวงดาว:

แชร์