สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ

สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ
Green Growth by People and Partnership movement

🌳 จาก “ป่าชุมชน” สู่ “ป่าไม้สังคม” เมื่อการดูแลป่าไม่ใช่หน้าที่ของชุมชนเพียงลำพังเวทีสมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเชียง...
14/08/2026

🌳 จาก “ป่าชุมชน” สู่ “ป่าไม้สังคม” เมื่อการดูแลป่าไม่ใช่หน้าที่ของชุมชนเพียงลำพัง

เวทีสมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6 ชวนเปิดมุมมองใหม่ต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ จากนิยาม "ป่าชุมชน" สู่ “ป่าไม้สังคม” ที่ภาครัฐ ท้องถิ่น นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และประชาชน ร่วมเป็นเจ้าของความรับผิดชอบในการดูแลผืนป่าร่วมกัน

หัวใจสำคัญคือ ข้อมูลต้องชัด ชุมชนต้องมีส่วนร่วม กฎหมายต้องเอื้อต่อคนอยู่กับป่า และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันออกแบบทางออก พร้อมผลักดันประเด็นป่าชุมชนเข้าสู่ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2571–2575 เพื่อให้การดูแลป่าเกิดผลเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

เพราะการดูแลป่าไม่ใช่เรื่องของ “ใครคนหนึ่ง”
แต่คือ ความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคม

🌱 ชวนอ่านบทความฉบับเต็ม เพื่อร่วมทำความเข้าใจข้อเสนอ เสียงสะท้อน และทิศทางการขับเคลื่อนป่าชุมชนเชียงใหม่สู่ “ป่าไม้สังคม” ได้ที่นี่! https://nsdanorth.org/ -1b

“ป่า คือชีวิต ชุมชน คือผู้พิทักษ์ผืนป่า และสังคม คือพลังแห่งการอนุรักษ์”

#ป่าชุมชนเชียงใหม่ #ป่าไม้สังคม #ชุมชนดูแลป่า #สังคมร่วมดูแล #เชียงใหม่ #สิ่งแวดล้อม #ทรัพยากรธรรมชาติ #สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ

🌳 กสม. เสนอนโยบาย “ปลดล็อกป่าชุมชน” แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเป็นธรรม“หากชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษาป่ามาย...
10/08/2026

🌳 กสม. เสนอนโยบาย “ปลดล็อกป่าชุมชน” แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเป็นธรรม

“หากชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษาป่ามายาวนาน เหตุใดการเข้าถึงสิทธิในการจัดการป่าจึงยังเต็มไปด้วยข้อจำกัด?"

ในงาน สมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6 SOCIAL FORESTRY 2026 ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชวนย้อนมองประวัติศาสตร์การต่อสู้เรื่อง “สิทธิชุมชนกับการจัดการป่า” กว่า 30 ปี จากการรวมตัวของชุมชนและภาคประชาสังคม สู่การเกิดขึ้นของ พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562

แต่การมีกฎหมาย…ไม่ได้หมายความว่า “ปัญหาจะจบลง”

🔎 หลายชุมชนยังติดอยู่กับ “คอขวดเชิงโครงสร้าง”
• ข้อจำกัดการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
• ขั้นตอนและเอกสารการขึ้นทะเบียนที่ซับซ้อน
• ข้อจำกัดเทคโนโลยี และการเข้าถึงข้อมูลของชุมชน
• ระบบราชการที่ยังเน้นการควบคุม มากกว่าการเป็น “พี่เลี้ยง” ให้ชุมชน

💡 แล้วเราจะปลดล็อกอย่างไร?
ข้อเสนอสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทของรัฐ จาก “ผู้ควบคุม” สู่ “ผู้สนับสนุนและทำงานร่วมกับชุมชน” พร้อม 4 แนวทางสำคัญ
1️⃣ ยึดสิทธิชุมชนเป็นหัวใจ ปรับกฎหมายและระเบียบให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
2️⃣ ลดขั้นตอนราชการ ใช้ระบบดิจิทัล ฐานข้อมูล และมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
3️⃣ ปลดล็อกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และพัฒนากฎหมายให้รองรับสิทธิชุมชน
4️⃣ สร้างระบบสนับสนุนที่เข้มแข็ง ทั้ง GIS เทคโนโลยีพิสูจน์สิทธิ งบประมาณจากท้องถิ่น เครือข่าย และกองทุนป่าชุมชน

🌱 เพราะ “ป่าชุมชน” ไม่ได้หมายถึงเพียงพื้นที่ป่าที่ชุมชนดูแล
แต่หมายถึง ระบบความสัมพันธ์ระหว่าง “คน–ป่า–รัฐ–สังคม” ที่ต้องออกแบบให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม

📖 ชวนอ่านบทความฉบับเต็ม เพื่อย้อนดูประวัติศาสตร์การต่อสู้เรื่องสิทธิชุมชน สำรวจ “คอขวด” ของ พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 และทำความเข้าใจข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะนำไปสู่ “ป่าชุมชนที่ชุมชนมีสิทธิ รัฐเป็นพี่เลี้ยง และสังคมร่วมดูแล”ได้ที่นี่! https://nsdanorth.org/ -19

#สมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ #คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ #ป่าชุมชน #สิทธิชุมชน #คนอยู่กับป่า #สิทธิมนุษยชน #การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ #สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ #สภาลมหายใจเชียงใหม่ ดูน้อยลง

09/08/2026

กสม. เสนอแก้ไขกฎหมาย คุ้มครองสิทธิคนกับป่า
แม้จะมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติป่าชุมชนแล้ว แต่จากรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า ระเบียบลำดับและระบบราชการกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนการเข้าถึงสิทธิของชุมชน ด้วยข้อจำกัดพื้นที่อนุรักษ์ ใน พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี 2562 มีการอนุญาตให้ตั้งป่าชุมชนได้เฉพาะใน ‘ป่านอกเขตป่าอนุรักษ์’ เท่านั้น ทำให้เกิดสภาวะย้อนแย้ง เนื่องจากผืนป่าส่วนใหญ่ที่ชุมชนดูแลมานานกลับถูกรัฐประกาศทับซ้อนเป็นป่าอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน เป็นต้น ชุมชนจึงสูญเสียสิทธิขอขึ้นทะเบียนและกลายเป็น ผู้บุกรุก
รวมถึงการมีระเบียบปฏิบัติและแบบฟอร์มลงทะเบียนที่ซับซ้อน จากคำบอกเล่าของชุมชนจากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า แบบฟอร์มคำขอขึ้นทะเบียนตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนมีความยุ่งยากซับซ้อน โดยต้องกรอกข้อมูลประวัติศาสตร์ ฐานทรัพยากร และทำแผนที่ GIS ย้อนหลัง หากชุมชนไม่มีองค์กรอิสระหรือมูลนิธิเป็นพี่เลี้ยง ชุมชนอาจจะต้องประสบปัญหาในการส่งคำร้องขอขึ้นทะเบียนมากขึ้น เธอชี้ว่าในรัฐธรรมนูญมีการชี้แจงอย่างชัดเจนถึงการตรากฎหมายที่ไม่สร้างความลำบากแก่ประชาชน ทว่าสุดท้ายเหตุการณ์นี้ก็ยังคงเกิดขึ้น
“รัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ระบุชัดเจนว่า การตรากฎหมายต้องไม่สร้างภาระแก่ประชาชน แต่วันนี้ระเบียบปฏิบัติของหน่วยงานรัฐกลับสร้างขั้นตอนซับซ้อน กลายเป็นภาระและการละเมิดสิทธิโดยพฤติกรรม”
ขณะเดียวกันการสร้างแผนที่ทับซ้อน ทำให้ฐานข้อมูลรัฐคลาดเคลื่อน เกิดการทับซ้อนกับเขต ส.ป.ก. โครงการปลูกป่าถาวรฯ หรือที่ราชพัสดุ ทำให้ต้องใช้เวลาในการสำรวจรังวัดใหม่และลิดรอนสิทธิผู้ถือเอกสารสิทธิ์เดิม
นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดทางกายภาพ เทคโนโลยี และกฎหมายเก่า คืออุปสรรคด้านภาษาและการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศของกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนเกณฑ์การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่กีดกัดชุมชนออกไป และยังมีเจ้าหน้าที่ยังยึดติดกับกฎหมายอาญาเดิม และมีเส้นตายการจดทะเบียนที่ตายตัว
เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดและปลดล็อกศักยภาพของชุมชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนร่วมกับข้อเสนอจากการศึกษาวิจัย ได้เสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างดังนี้
1. การปฏิรูปกฎหมายป่าอนุรักษ์ โดยแก้มาตราที่จำกัดสิทธิของชุมชน ผ่านการทำข้อตกลงร่วมกันในการรักษาระบบนิเวศ
2. บูรณาการฐานข้อมูล เร่งปรับปรุงแผนที่เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อน นอกจากนี้ยังแนะนำให้ยึดคืนพื้นที่จากนายทุนมาเป็นป่าของชุมชน
3. การทวนสิทธิประโยชน์ให้แก่ชุมชนในการแปรรูปและจำหน่ายสินค้าประเภทของป่า สนับสนุนสินค้าชุมชนและพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน
4. การกำหนดข้อตกลงระหว่างเอกชนในการวัดมาตรฐานคาร์บอน เพื่อนำรายได้กลับมายังชุมชนสำหรับป้องกันไฟป่าโดยตรง และต้องเป็นกลไกที่ไม่พึ่งพาการปลูกพืชเชิงเดี่ยว
“ป่าชุมชนไม่ใช่เพียงนโยบายเชิงสัญลักษณ์ แต่คือกลไกเดียวในการอยู่รอดของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในยุคโลกเดือด การคุ้มครองสิทธิคนอยู่กับป่าที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม คือรากฐานที่แท้จริงของการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน”
ศยามล ไกรยูรวงศ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- เวทีป่าไม้สังคม ชุมชนดูแลป่า สังคมร่วมดูแล “คุณ” สมัชชาป่าชุมชนครั้งที่ 6
24-25 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี
อ่านบนเว็บไซต์ https://www.prachatham.com/posts/09082569
#ป่าชุมชน #สภาลมหายใจเชียงใหม่ #สมัชชาป่าชุมชน2569 #ฝุ่นไฟdialogue

08/08/2026

ทบทวน พ.ร.บ.ป่าชุมชนให้ตอบโจทย์โลกร้อน เร่งรับรองสิทธิชุมชน
คนกับป่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเดียวกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ป่าเป็นฐานสำคัญของการดำรงชีวิตของทุกชุมชน จึงจำเป็นต้องฟื้นฟูแนวคิดที่มองว่าป่าและชุมชนเป็นเรื่องเดียวกัน หลังจากที่แนวคิดการพัฒนาในอดีตทำให้มนุษย์ถูกแยกออกจากธรรมชาติ
ในบริบทของวิกฤตโลกร้อน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพลังงานฟอสซิล อุตสาหกรรม และปศุสัตว์ สะท้อนรูปแบบการพัฒนาที่มองทรัพยากรธรรมชาติเป็นเพียงวัตถุดิบทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการปล่อยคาร์บอน
ข้อเสนอเพื่อพัฒนาป่าชุมชน ได้แก่ การจัดทำฐานข้อมูลป่าชุมชนที่ครอบคลุมและเป็นระบบ พร้อมกติกาของแต่ละชุมชนในการดูแลป่า การสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของชุมชน การประเมินศักยภาพในการขยายพื้นที่ป่าชุมชน การเพิ่มความถี่ของการรับรองป่าชุมชนในระดับจังหวัด และการทบทวนการบังคับใช้พ.ร.บ.ป่าชุมชนให้ตอบโจทย์การปฏิบัติจริงมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดของขบวนการป่าชุมชนคือการฟื้นฟูจิตวิญญาณของการอยู่ร่วมกับป่า ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงและไม่อาจถูกครอบงำด้วยทุนหรืออำนาจ วิถีชุมชนคือแนวทางที่ยั่งยืน ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติและอยู่รอดในวิกฤตโลกรวน
การรณรงค์ของสภาลมหายใจเชียงใหม่ภายใต้แนวคิด Liveable Chiang Mai เข้าใจ อยู่ร่วม ช่วยกัน มุ่งทำให้องค์ความรู้จิตวิญญาณและคุณค่าที่มีเป็นองค์ความรู้สาธารณะ แก้ปัญหาการโทษชุมชนว่าเผาป่าด้วยความไม่เข้าใจ ทางออกที่เราเสนอคือ การสนับสนุนชุมชนผู้ปกป้องป่าด้วยกองทุนจัดการไฟ ซึ่งเป็นกองทุนป่าชุมชนที่แก้ปัญหาฝุ่นไฟได้เป็นจริงและชัดเจน
ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่
- เวทีป่าไม้สังคม ชุมชนดูแลป่า สังคมร่วมดูแล “คุณ” สมัชชาป่าชุมชนครั้งที่ 6
24-25 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี
อ่านบนเว็บไซต์ https://www.prachatham.com/posts/08082569
#ป่าชุมชน #สภาลมหายใจเชียงใหม่ #สมัชชาป่าชุมชน2569 #ฝุ่นไฟdialogue

08/08/2026

คนเท่ากันเป็นฐานของการเปลี่ยนแปลง “ป่าชุมชน สู่ ป่าสังคม”
ความเป็นประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานในการทำงานร่วมกัน เป็นฐานในจินตนาการมองคนและความสัมพันธ์ คำว่า “ชาวบ้าน” ให้นัยยะทางชนชั้นทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลต่ออัตลักษณ์ความรู้สึกในสังคม ถ้าเรามองความเท่ากัน คำว่าประชาชน พลเมือง น่าจะเป็นวาทกรรมในกระบวนทัศน์ของสังคมคู่ขนานไปกับความเป็นคนเท่ากัน ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด แต่มีความเชื่อมั่นในการดูแลทรัพยากรร่วมกันในการจัดการไฟป่า คำที่ใช้ในนโยบายสาธารณะทุกคำพยายามสร้างแรงกระเพื่อมในการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน คำว่า “ป่าสังคม” จะเปลี่ยนให้เราทุกคนเป็นพลเมืองขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันให้สำเร็จ
การทำแผนยุทธศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด จังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นสิ่งที่เราช่วยกันสร้างกระบวนการ มาจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน ป่าชุมชนเป็นเครื่องมือที่เราเชื่อมั่นว่าพลเมืองจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ได้ ล้อไปกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน
ความเป็นประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานในการทำงานร่วมกัน เป็นฐานในจินตนาการมองคนและความสัมพันธ์ คำว่า “ชาวบ้าน” ให้นัยยะทางชนชั้นทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลต่ออัตลักษณ์ความรู้สึกในสังคม ถ้าเรามองความเท่ากัน คำว่าประชาชน พลเมือง น่าจะเป็นวาทกรรมในกระบวนทัศน์ของสังคมคู่ขนานไปกับความเป็นคนเท่ากัน ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด แต่มีความเชื่อมั่นในการดูแลทรัพยากรร่วมกันในการจัดการไฟป่า คำว่า “ป่าไม้สังคม” จะเปลี่ยนให้เราทุกคนเป็นพลเมืองขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันให้สำเร็จ
ปัญหาเรื่องกฎหมายป่าชุมชนเป็นปัญหาที่ต้องแก้จากต้นทาง ตั้งแต่กฎหมายที่เป็นจุดตั้งต้นของปัญหา ทำไมเราไม่ตกลงร่วมกันโดยใช้เทคนิคและเทคโนโลยีในการกำหนดว่า พื้นที่ใดคือป่าชุมชนหรือป่าสังคม และให้ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการ เพราะเราไม่สามารถปล่อยให้รัฐดูแลป่าเหล่านี้เพียงฝ่ายเดียวได้ คนที่อาศัยอยู่กับป่าต้องมีสิทธิมีบทบาทในการดูแลอย่างเต็มที่ และการดูแลป่าต้องเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องสิทธิ แต่เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะ justice delayed is justice denied หลายปีที่ผ่านมา หลายคนต้องสูญเสียโอกาสจากความล่าช้านี้
ป่าชุมชนเป็นเครื่องมือที่เราเชื่อมั่นว่าพลเมืองจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ได้ ล้อไปกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันด้วยแผนยุทธศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด จังหวัดเชียงใหม่.
อรอร ภู่เจริญ นักวิชาการนโยบายสาธารณะ
- เวทีป่าไม้สังคม ชุมชนดูแลป่า สังคมร่วมดูแล “คุณ” สมัชชาป่าชุมชนครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี
อ่านบนเว็บไซต์ https://www.prachatham.com/posts/07082569
#ป่าชุมชน #สภาลมหายใจเชียงใหม่ #สมัชชาป่าชุมชน2569 #ฝุ่นไฟdialogue

เวทีการประชุมหารือ กรณีพื้นที่ซ้อนทับการขอจัดตั้งและขยายแนวเขตป่าชุมชน พื้นที่อำเภอแม่แจ่มสืบเนื่องมาจากการขอจัดตั้ง/ขยา...
07/08/2026

เวทีการประชุมหารือ กรณีพื้นที่ซ้อนทับการขอจัดตั้งและขยายแนวเขตป่าชุมชน พื้นที่อำเภอแม่แจ่ม
สืบเนื่องมาจากการขอจัดตั้ง/ขยายพื้นที่ป่าชุมชนในหลายตำบล ในอำเภอแม่แจ่ม ได้ติดขัดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับหลายหน่วยงาน อาทิ ที่สวนป่า ที่เตรียมประกาศอุทยาน ที่ดำเนินงานสวพส. ที่สปก ที่สัมปทานเหมืองแร่ ทำให้ไม่สามารถขอจัดตั้ง/ขยายพื้นที่ป่าชุมชนตามแผนที่แนบท้าย จึงได้มีการหารือเพื่อนำไปสู่ทางออก ณ เทศบาลตำบลท่าผา นำโดยนายกเทศมนตรีตำบลท่าผา นายอุทัย บุญเทียม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนจัดการป่าชุมชน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ,มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ,สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ , นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ,เจ้าหน้าที่ Gis ของแต่ละ อปท.ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม , ประธานป่าชุมชน ทั้ง 7 ตำบล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมีนายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานที่ประชุม
ภายในเวทีการประชุม ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจและยินดีร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยมีแนวทางการดำเนินงานในแต่ละตำบลดังต่อไปนี้
• ตำบลท่าผา ทำจดหมายเรียนไปยังสำนัก 16 เพื่อขอคำชี้แจงและตอบกลับภายใน 15 วัน
• ตำบลปางหินฝน อบต. สวพส. และป่าไม้แม่แจ่ม จะมีการหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางกันพื้นที่ทับซ้อนให้ชุมชนขอจัดตั้ง/ขยายป่าชุมชน ในลำดับต่อไป
• ตำบลกองแขก ในกรณีพื้นที่ สปก. ที่มีทั้งปัญหาทับซ้อนและการบริหารจัดการเนื่องมาจากเป็นพื้นที่นอกเขตป่าตามกฎหมายและมีสภาพเป็นป่า ทางอบต.จะทำจดหมายไปยังคณะกรรมการ สปก.จังหวัดเพื่อขอคำชี้แจงในการดำเนินการ
• ส่วนตำบลช่างเคิ่งและบ้านทับ ยังรอทิศทางผลการดำเนินการที่ชัดเจน
ติดตามความเคลื่อนไหวสมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือได้ทาง https://nsdanorth.org/

🌲 จาก “ผู้ดูแลป่า” สู่ “ผู้กำหนดอนาคตทรัพยากร” | SOCIAL FORESTRY 2026 เมื่อการดูแลป่าไม่ใช่หน้าที่ของคนในพื้นที่เท่านั้น...
07/08/2026

🌲 จาก “ผู้ดูแลป่า” สู่ “ผู้กำหนดอนาคตทรัพยากร” | SOCIAL FORESTRY 2026 เมื่อการดูแลป่าไม่ใช่หน้าที่ของคนในพื้นที่เท่านั้น แต่คือเรื่องของพวกเราทุกคน! สรุปประเด็นคมๆ จาก 6 วิทยากรในเวทีเสวนา “ยกระดับการขับเคลื่อนป่าชุมชนและการจัดการทรัพยากรภายใต้สถานการณ์ใหม่”

🔹 ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ
(สภาลมหายใจเชียงใหม่)
“คนกับป่าเป็นหนึ่งเดียวกัน” จาก “ป่าหน้าหมู่” สู่ “ป่าไม้สังคม” ป่าภาคเหนือคือต้นน้ำของประเทศและของโลก ดันปรับ พ.ร.บ.ป่าชุมชน ให้สอดคล้องกับคนทำงานจริง

🔹 ผศ.ดร.อรอร ภู่เจริญ
(นักวิชาการนโยบายสาธารณะ)
“นโยบายสาธารณะต้องมองทุกคนเป็นพลเมืองที่มีสิทธิเท่ากัน" ชูแนวคิด 4P (People, Problem, Place, Policy) ใช้ข้อมูลจริงแก้ปัญหาไฟป่าและ PM2.5

🔹 สุดารัตน์ โรจน์พงศ์เกษม
(มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ)
“คาร์บอนเครดิต = เครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย” ป่าชุมชนไม่เพียงเก็บคาร์บอน แต่เป็นแหล่งอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมเป็นสะพานเชื่อมโอกาสเศรษฐกิจสีเขียวให้ชุมชน

🔹 กิติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์
(กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ)
“ดันร่างกฎหมายพ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ปูทางให้ป่าชุมชนเชื่อมโยงคาร์บอนเครดิตระดับสากล และเข้าถึงกองทุนภายใต้กฎหมาย Climate Change พร้อมสนับสนุนการปรับตัว และคุมเข้มป้องกันการ “ฟอกเขียว”

🔹 ประทีป มีคติธรรม
(WWF ประเทศไทย)
“OECM : การยอมรับสิ่งที่ชุมชนทำดีอยู่แล้ว” ไม่ต้องประกาศเขตคุ้มครองใหม่ แต่สร้างการยอมรับคุณค่าการอนุรักษ์โดยชุมชน เหมือนร้านอาหารอร่อยที่ได้รับดาวมิชลิน!

🔹 ชวลิต ศุภสาร
(ศูนย์ส่งเสริมวนศาสตร์ชุมชนที่ 1)
“หัวใจคือ คน-งบประมาณ-ความร่วมมือ” ภาครัฐพร้อมหนุน แต่ศักยภาพชุมชนและภาคีเอกชนคือ key สำคัญ ปลดล็อกมาตรการภาษีเพื่อดึงงบตรงลงสู่คณะกรรมการป่าชุมชน

📖 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่!: https://nsdanorth.org/ -18

#ป่าชุมชน #ป่าไม้สังคม #สิทธิชุมชน #สภาลมหายใจเชียงใหม่ #คาร์บอนเครดิต #เชียงใหม่ #สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ

06/08/2026
06/08/2026

ป่าชุมชนจะยั่งยืนต้องเชื่อมสิทธิชุมชน เศรษฐกิจฐานป่า และการรับมือวิกฤตโลกรวน
​.
สมัชชาไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนปัญหา แต่เป็นพื้นที่สร้างความร่วมมือเพื่อกำหนดอนาคตของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการทำงานโดยลำพังไม่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในระยะยาว
​.
การขับเคลื่อนป่าชุมชนในวันนี้กำลังก้าวสู่โจทย์ใหม่ จากการต่อสู้เพื่อสิทธิในการดูแลและใช้ประโยชน์จากป่า ไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตของผู้คนที่อยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างสมดุล สอดคล้องกับแนวคิด “ป่าไม้สังคม” (Social Forestry) ที่มองว่าการรักษาทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่หน้าที่ของชุมชนเพียงลำพัง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมของทั้งสังคม ​ ​ สร้างกลไกร่วมขับเคลื่อนป่าชุมชน เชื่อมสิทธิชุมชน เศรษฐกิจฐานป่า และการรับมือวิกฤตโลกรวน.
​.
แม่หลวงศิริวรรณ ศรีเงิน ประธานคณะกรรมการป่าชุมชนและ ทสม. บ้านหัวทุ่ง
- เวทีป่าไม้สังคม ชุมชนดูแลป่า สังคมร่วมดูแล “คุณ” สมัชชาป่าชุมชนครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี
อ่านบนเว็บไซต์ https://www.prachatham.com/posts/05082569
#ป่าชุมชน #สภาลมหายใจเชียงใหม่ #สมัชชาป่าชุมชน2569 #ฝุ่นไฟdialogue

ที่อยู่

77/1 หมู่ 5 ตำบลสุเทพ
Chiang Mai
50200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ:

ทางลัด

แชร์