R2S พื้นที่สื่อสารประเด็นสิทธิชนเผ่ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Indigenous Voices on Climate Change

The Rights to Space, Rights to Speak (R2S) Happened in 2021 from the YSEALI Alumni, Indigenous activists, and CSO in northern Thailand. R2S sees the indigenous are facing the biggest issues in the climate change crisis through the destructive projects and the laws and policies and that impacts as a serious violation of the indigenous rights for a long time. Those are affected by their farms, security food and land, natural resources, biodiversity in ecosystems, water resources and forests, including their own culture, wisdom, and livelihoods that all are abundant, which is an important cost of self-reliance. But the indigenous people, most of them are minorities, do not have enough voices and spaces to raise their own problems in public spaces. R2S are standing up and fighting for the indigenous people to raise their voices and find a space for the movement against climate change, and demanding accountability for perpetrators ( Governments, corporate and sources of investment funds). The natural resources and the environment on our planet going down will be over soon if we don't do anything or we do it very late. We want our planet to be protected by fair policies, the strongest force of law, and non-discrimination and a world in which everyone is equal justice and aware of the resources on our planet for the future of the next generations.

เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยประชาชนกว่า 400 คน ประกาศจุดยืน ‘มีชุมชน ไม่มีเหมือง’ คัดค้านเหมืองฟลูอ...
27/04/2026

เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยประชาชนกว่า 400 คน
ประกาศจุดยืน ‘มีชุมชน ไม่มีเหมือง’ คัดค้านเหมืองฟลูออไรต์ เพื่อปกป้องสิทธิในที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม
26 เมษายน 2569 เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา ร่วมกับ EarthRights International แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (CPCR) ได้จัดกิจกรรม “มีชุมชน ไม่มีเหมือง: 4 ปีคนลุ่มน้ำลาไม่เอาเหมืองแร่” เพื่อแสดงจุดยืนของชุมชนในพื้นที่ในการคัดค้านโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ของบริษัทเอกชน โดยภายในกิจกรรมมีการอ่านแถลงการณ์และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของเครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา ซึ่งประกอบด้วยประชาชนจาก 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนห้วยมะกอก ชุมชนหัวลา ชุมชนสันติสุข สันติพัฒนา ชุมชนแม่ลาหลวง ชุมชนทุ่งป่าคา ชุมชนห้วยไก่ป่า โดยมีตัวแทนภาคีเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองจาก 3 ชุมชนร่วมให้กำลังใจ
กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปีเพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการเหมืองแร่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และสิทธิของชุมชนลุ่มน้ำลา โดยในปีนี้มีประชาชนเข้าร่วมเดินขบวนเปล่งเสียง มีชุมชน ไม่มีเหมือง กว่า 400 คน
วิไลพร ขยันกิจเพิ่มพูน เยาวชนจากเครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา ได้กล่าวว่า สำหรับประชาชนในลุ่มแม่น้ำลา “สายน้ำเปรียบเสมือนสายเลือด ผืนดินคือร่างกาย และป่าไม้คือ ลมหายใจ” ที่หล่อเลี้ยงชีวิต จิตใจ และวิถีวัฒนธรรมของชุมชนมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มทุนเข้ามาดำเนินโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่ จึงกังวลว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนในลุ่มน้ำลา จึงทำให้ภาคีเครือข่ายร่วมกันประกาศเจตนารมณ์คัดค้านการทำเหมืองแร่ และยืนยันจุดยืนว่า “มีชุมชน ไม่มีเหมือง”
เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา เกิดจากการรวมกลุ่มของประชาชนจาก 6 หมู่บ้าน ในตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้รวมกลุ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2565 โดยชุมชนในเครือข่ายอาศัยและทำกินในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง มีอาชีพหลักส่วนใหญ่เป็นการเกษตรและมีวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับการพึ่งพาอาศัยทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ที่ดูแลรักษากันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ
โดยหากมีการดำเนินโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ
ศักดิ์ดา ขยันกิจเพิ่มพูน ผู้ใหญ่บ้านห้วยมะกอก และตัวแทนชุมชนห้วยตะพาบ ห้วยตองก๊อ และจากเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา ได้กล่าวแสดงจุดยืนไม่เอาเหมืองแร่ว่า
“ในโอกาสครบรอบ 4 ปีที่เราร่วมต่อต้านเหมืองแร่ฟลูออไรต์ ความสามัคคีคือพลังของพวกเรา เพราะแม่น้ำลาคือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เป็นสายน้ำที่เลี้ยงชีพ และหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในลุ่มน้ำลา เหมืองแร่ฟลูออไรต์จากทางบริษัทที่เข้ามานั้น จะสร้างปัญหาและผลกระทบให้กับพวกเรามากมาย สายน้ำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อยากให้พวกเราช่วยกันต่อสู้ ให้มันจบที่รุ่นเรา ไม่ใช่รุ่นลูก ๆ ของเรา”
พื้นที่ขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ฟลูออไรต์ตั้งอยู่ในบริเวณต้นน้ำลำน้ำลา ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของชุมชนในพื้นที่
หากมีการทำโครงการเหมืองแร่ จึงอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทรัพยากรด้านต่างๆ ครอบคลุมอย่างน้อย 10 ชุมชน ในตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งในด้านทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยพื้นที่ขอสัมปทานเหมืองแร่ดังกล่าวมีขนาด 123 ไร่ 3 งาน และตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ประเด็นการทำเหมืองแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แต่พบว่าเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นมายาวนานหลายสิบปี โดยปรากฏครั้งแรกในปี 2513
📖เกิดอะไรขึ้นที่แม่ลาน้อย
📍ปี 2530
มีรายงานว่าบริษัทเอกชนได้รับใบอนุญาตประทานบัตรเพื่อดำเนินการสำรวจและขุดแร่ฟลูออไรต์ในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2530 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2541
📍ปี 2538
บริษัทดังกล่าว ยื่นขอประทานบัตรในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านห้วยมะกอก ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อมาได้ทำการรังวัดกำหนดแนวเขตดังกล่าว ปรากฏพื้นที่ 123 ไร่ 3 งาน อยู่ที่เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย
📍ปี 2552
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดทำประกาศตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 เรื่องการขอประทานบัตร เพื่อเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบเพื่อใช้สิทธิโต้แย้ง ภายหลังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน แจ้งให้บริษัทเอกชนต้องมีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และความเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
📍ปี 2562
บริษัทเอกชนได้ยื่นขอสัมปทานเหมืองแร่ฟลูออไรต์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครอบคลุมพื้นที่ 114 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา
📍ปี 2565
บริษัทผู้ขอสัมปทาน ได้ว่าจ้างให้บริษัทเอกชนอีกรายหนึ่งจัดทำ EIA โดยชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วม และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการทำเหมือง เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา จึงได้รวมตัวคัดค้านและขอให้ยุติโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี โดยการทำเหมืองแร่นี้คาดว่าจะมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 5 ตำบล ได้แก่ สันติคีรี แม่ลาหลวง แม่โถ แม่นาจาง และขุนแม่ลาน้อย
และจากข้อเท็จจริงดังกล่าว เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลาและภาคีเครือข่ายจึงได้ออกแถลงการณ์และข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันจุดยืนในการคัดค้านการทำเหมืองแร่ฟลูออไรต์ และเรียกร้องให้คุ้มครองสิทธิของชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
มีชุมชน ไม่มีเหมือง✊

ที่อยู่

Chiang Mai
50290

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:30
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

+66878087764

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ R2S โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง R2S:

ทางลัด

แชร์