19/06/2026
สิ่งที่น่ากลัวกว่า "นายพราน" คือ "นายทุน" 🌲🔥
ถ้าพูดถึงภัยคุกคามของผืนป่า ภาพแรกที่เรามักจะนึกถึงคือภาพของคนลักลอบตัดไม้ หรือนายพรานแบกปืนเข้าป่าไปล่าสัตว์... แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะกับประเด็น #ป่าทับลาน ที่กำลังร้อนระอุ สิ่งที่กำลังจะกลืนกินผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์กลับไม่ใช่ปืนลูกซองหรือเลื่อยยนต์ แต่เป็น "ช่องโหว่ทางกฎหมาย" และ "อำนาจทุน"
ปมปัญหาการเตรียมเฉือนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานกว่า 2.6 แสนไร่ (ซึ่งเทียบเท่ากับพื้นที่กรุงเทพฯ เกือบครึ่งกรุง) เพื่อนำไปออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. แม้ฉากหน้าจะถูกตีกรอบว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนและช่วยเหลือ "ชาวบ้านผู้ยากไร้" ให้มีที่ทำกิน แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ มีรีสอร์ตหรู บ้านพักตากอากาศ และสวนเกษตรขนาดใหญ่ของกลุ่มนายทุนตั้งอยู่บนพื้นที่เหล่านั้นมากมาย
คำถามที่สังคมกำลังทวงถามคือ ผืนป่าเหล่านี้กำลังจะถูกฟอกขาวให้ตกไปอยู่ในมือของใครกันแน่?
ลองเปรียบเทียบกันดูว่าทำไมประโยคนี้ถึงจริง:
🛑 นายพราน: ลักลอบเข้าป่า ทำลายชีวิตสัตว์หรือต้นไม้ทีละต้น ต้องหลบๆ ซ่อนๆ และรู้ตัวดีว่ากำลังทำผิดกฎหมาย หากถูกจับได้ก็ต้องรับโทษ
🛑 นายทุน: ครอบครองพื้นที่ทีละหลายร้อยไร่ เปลี่ยนป่าให้เป็นคอนกรีต ตัดขาดเส้นทางหากินของสัตว์ป่าทั้งระบบ และที่น่ากลัวที่สุดคือ การมีอำนาจและอิทธิพลมากพอที่จะทำให้การบุกรุกป่า กลายเป็นเรื่อง "ถูกกฎหมาย"
เมื่อป่าถูกเปลี่ยนให้เป็นโฉนดเพื่อการลงทุน ระบบนิเวศจะถูกทำลายอย่างถาวรในระดับที่นายพรานกี่สิบคนก็ทำไม่ได้ และหากกรณีของทับลานสำเร็จ นี่อาจเป็น "โดมิโนตัวแรก" ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์แห่งอื่นๆ ทั่วประเทศถูกเฉือนออกไปทีละน้อยด้วยข้ออ้างเดียวกัน
ผืนป่าและอากาศบริสุทธิ์คือสมบัติของส่วนรวม ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งที่มีเงินมากพอจะกว้านซื้อ หรือมีเส้นสายมากพอจะเปลี่ยนเส้นแนวเขตป่าได้
อย่าปล่อยให้คำว่า "เพื่อประชาชน" ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างบังหน้าในการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มคนเพียงหยิบมือ!
ร่วมกันจับตาและส่งเสียงของเราออกไป ก่อนที่ป่าทับลานจะเหลือแค่ชื่อ...
ับลาน #ป่าทับลาน #สิ่งที่น่ากลัวกว่านายพรานคือนายทุน #อนุรักษ์ป่า #ทวงคืนผืนป่า