สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่

สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานภาครัฐ

14/09/2026
14/09/2026
14/09/2026

“สะบายดี หลวงพระบาง” คปภ. ร่วมประชุมขนส่งทางถนนไทย - ลาว ชู พ.ร.บ. ออนไลน์ เพิ่มความสะดวกให้รถข้ามแดน ...อ่านข่าวต่อได้ที่นี่ https://www.oic.or.th/th/press-release/69643

ข้อมูลเพิ่มเติม
🌐 www.oic.or.th
ⓕ Facebook : https://www.facebook.com/oicthailand
🅾 Instagram : https://www.instagram.com/oic.thailand
ꚠ TikTok : https://www.tiktok.com/
▶️ YouTube : https://youtube.com/.thailand
ㄨ X: https://x.com/oic_thailand

🛡️ คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) หนุนผู้ประกอบการผ้าคราม ใช้ประกันภัยบริหารความเสี่ยง เสริมภูมิคุ้มกันธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่ง...
14/09/2026

🛡️ คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) หนุนผู้ประกอบการผ้าคราม ใช้ประกันภัยบริหารความเสี่ยง เสริมภูมิคุ้มกันธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) จัดโครงการ “ผู้ประกอบการผ้าครามกับการประกันภัย” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายผ้าคราม จำนวน 50 คน

ภายในงานมีการเสวนา “ถักทอด้วยภูมิปัญญา ปกป้องมูลค่าด้วยการประกันภัย” พร้อมบรรยายพิเศษ “คราฟต์ไทยร่วมสมัย ดีไซน์มาตรฐานสากล” และกิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารความเสี่ยง ปกป้องทรัพย์สินและรายได้ พร้อมต่อยอดธุรกิจผ้าครามให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน 💙🧵

#คปภ #ประกันภัย #สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค

12/09/2026

คปภ. คว้ารางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทนวัตกรรมการบริการ จากผลงาน “OIC Connect : One App for All Insurance” ในพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ...อ่านข่าวต่อได้ที่นี่ https://www.oic.or.th/th/press-release/69640

ข้อมูลเพิ่มเติม
🌐 www.oic.or.th
ⓕ Facebook : https://www.facebook.com/oicthailand
🅾 Instagram : https://www.instagram.com/oic.thailand
ꚠ TikTok : https://www.tiktok.com/
▶️ YouTube : https://youtube.com/.thailand
ㄨ X: https://x.com/oic_thailand

10/09/2026

น้องพิทักษ์ชวนรู้: Prime Minister's Insurance Awards

Prime Minister’s Insurance Awards จากเวทีแห่งเกียรติยศ สู่กลไกยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย

💡 ทำไม “รางวัลประกันภัยดีเด่น” จึงสำคัญต่อวงการประกันภัยไทย?
ถ้าพูดถึง Prime Minister’s Insurance Awards หลายคนอาจนึกถึงภาพพิธีมอบรางวัลใหญ่ของวงการประกันภัย ที่มีทั้งบริษัทประกันภัย ตัวแทน นายหน้าประกันภัย ตลอดจนบุคลากรจากหลากหลายสาขาขึ้นรับรางวัลบนเวที แต่รู้ไหมครับว่า...เบื้องหลังคำว่า “รางวัลประกันภัยดีเด่น” มีความหมายมากกว่าการประกาศว่าใครมีผลงานโดดเด่น เพราะแต่ละรางวัลถูกออกแบบให้สะท้อน “มาตรฐาน” ที่ระบบประกันภัยต้องการผลักดัน ตั้งแต่ความมั่นคงทางการเงิน ธรรมาภิบาล คุณภาพการให้บริการ การเข้าถึงประกันภัยของประชาชน ไปจนถึงนวัตกรรม ความยั่งยืน และคุณภาพของบุคลากรในวิชาชีพ วันนี้ น้องพิทักษ์เลยอยากชวนทุกคนมารู้จักเวทีแห่งนี้ให้มากขึ้นครับว่า Prime Minister’s Insurance Awards มีที่มาอย่างไร กว่าจะได้รับคำว่า “ดีเด่น” ต้องผ่านการพิจารณาอะไรบ้าง และทำไมรางวัลเหล่านี้จึงมีความหมายต่อการพัฒนาระบบประกันภัยไทยมากกว่าที่เราเห็นบนเวที

💡 Prime Minister’s Insurance Awards มีที่มาอย่างไร?
น้องพิทักษ์ขอพาย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนครับ พิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร หรือ Prime Minister’s Insurance Awards เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ในช่วงที่ภารกิจด้านการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยยังดำเนินการโดยกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ก่อนสืบต่อมาถึงสำนักงาน คปภ. ในปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์ต่อระบบประกันภัย สร้างแรงจูงใจให้บริษัทประกันภัย ตัวแทน และนายหน้าประกันภัยพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ตลอดจนส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยและการเงินสู่ประชาชนและเยาวชน

ความสำคัญของเวทีแห่งนี้ยังสะท้อนจากการได้รับการให้ความสำคัญในระดับประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้อนุญาตให้ใช้ลายมือชื่อสลักลงบนโล่และเกียรติบัตร เพื่อเป็นเกียรติสูงสุดแก่ผู้ได้รับรางวัล ทำให้ Prime Minister’s Insurance Awards ไม่ได้เป็นเพียงเวทีเชิดชูความสำเร็จของบุคคลและองค์กรในวงการประกันภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีเกียรติยศที่สะท้อนการให้คุณค่ากับผู้ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบประกันภัยไทย ดังนั้น ตั้งแต่เริ่มต้น เวทีนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียง “มอบรางวัล” แต่ยังใช้รางวัลเป็นแรงผลักให้องค์กรและบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันภัยยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของตนเอง พร้อมสร้างความเชื่อถือและการยอมรับจากประชาชน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่สะท้อนอยู่ในหลักเกณฑ์การคัดเลือกทั้งบริษัทประกันภัยและบุคลากรในวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง พูดง่าย ๆ คือ “รางวัล” เป็นสิ่งที่เราเห็นบนเวที แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังรางวัล คือ “มาตรฐาน” ที่ช่วยผลักดันให้ทั้งระบบประกันภัยพัฒนาไปข้างหน้าพร้อมกัน

🔎 ปี 2569 กับอีกก้าวของการยกระดับมาตรฐานรางวัลประกันภัยดีเด่น
ในปี 2569 Prime Minister’s Insurance Awards ยังคงพัฒนาไปพร้อมกับบริบทของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย โดยกำหนดรางวัลรวมทั้งสิ้น 10 ประเภท จำนวน 60 รางวัล ครอบคลุมบริษัทประกันภัย ตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย ผู้ประเมินวินาศภัย ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และระบบประกันภัย รวมถึงยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่ ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ระบบประกันภัยพัฒนาไปข้างหน้าครับ รวมทั้ง รางวัลผู้ประเมินวินาศภัยดีเด่น เพื่อยกย่องและส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพของผู้ประเมินวินาศภัย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการประเมินความเสียหายและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ขณะเดียวกัน รางวัลตัวแทนประกันชีวิตก็ได้รับการยกระดับต่อยอดจากรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ หรือ TNQA เพื่อยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับความคาดหวังในระดับประเทศมากขึ้น แต่กว่าจะมีชื่อขึ้นรับรางวัลบนเวที คำว่า “ดีเด่น” ไม่ได้วัดจากผลงานเพียงด้านเดียวครับ เพราะแต่ละรางวัลมีหลักเกณฑ์ที่ออกแบบมาให้สะท้อน “คุณภาพ” ในมิติที่แตกต่างกัน

🛡️ กว่าจะได้คำว่า “ดีเด่น” ต้องผ่านอะไรบ้าง?
เริ่มจากรางวัลที่สะท้อนความเป็นเลิศต่อเนื่องอย่าง “รางวัลเกียรติยศบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น” ซึ่งบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่จะได้รับรางวัลนี้ ต้องเคยได้รับรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารงานดีเด่นอันดับ 1 มาแล้วถึง 3 ครั้งในรอบ 5 ปี จึงจะได้รับรางวัลเกียรติยศในปีถัดไป แสดงให้เห็นว่ารางวัลนี้ไม่ได้มองเพียงความโดดเด่นในปีใดปีหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง ส่วน “รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น” น้องพิทักษ์อยากให้สังเกตว่า ด่านแรกไม่ใช่ยอดขายครับ แต่คือความมั่นคง บริษัทต้องดำรงเงินกองทุนตามกฎหมาย มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนหรือ CAR ไม่น้อยกว่าร้อยละ 140 มีสินทรัพย์หรือสภาพคล่องเพียงพอรองรับภาระผูกพัน และต้องผ่านเงื่อนไขด้านการปฏิบัติตามกฎหมายก่อนจึงจะเข้าสู่การพิจารณาประสิทธิภาพการบริหารงานด้านอื่นต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “บริหารงานดีเด่น” ไม่ได้หมายถึงเพียงบริษัทที่เติบโตหรือทำกำไรได้ดี แต่ต้องมีฐานะและระบบบริหารจัดการที่สามารถรองรับความรับผิดชอบต่อผู้เอาประกันภัยได้ด้วย ขณะที่ “รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาดีเด่น” เปิดอีกมุมหนึ่งของคำว่า “ดีเด่น” เพราะไม่ได้มองเฉพาะบริษัทที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด แต่ให้ความสำคัญกับองค์กรที่มีพัฒนาการด้านการบริหารงานอย่างชัดเจน เป็นแรงผลักให้บริษัทต่าง ๆ พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ตรงไหน

🤝 จากบริษัทที่แข็งแรง...สู่ประกันภัยที่ประชาชนเข้าถึง
ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมจะมีความหมายมากขึ้น เมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงประโยชน์จากระบบประกันภัยได้จริง จึงมี “รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น” รวมถึงรางวัลสำหรับนายหน้าประกันภัยนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ในด้านเดียวกัน สำหรับนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล เกณฑ์ไม่ได้ดูเพียงจำนวนการขาย แต่พิจารณาทั้งการส่งเสริมให้ประชาชนทำกรมธรรม์เพื่อประชาชน สัดส่วนกรมธรรม์ประเภทดังกล่าวต่อกรมธรรม์ทั้งหมด การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า โดยให้น้ำหนักด้านละ 25 คะแนนเท่ากัน ตรงนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญครับว่า “เข้าถึงประชาชน” ไม่ได้แปลว่าเพียงขายได้มาก แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้จัก เข้าใจ เข้าถึง และได้รับบริการที่เหมาะสมด้วย

💡 นวัตกรรมและความยั่งยืน...มาตรฐานของอนาคต
Prime Minister’s Insurance Awards ยังไม่ได้มองเพียงสิ่งที่อุตสาหกรรมทำได้ดีในวันนี้ แต่ยังมองไปถึง “อนาคต” ผ่านรางวัลบริษัทประกันภัยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น และรางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น ซึ่งถูกกำหนดเป็นรางวัลสำคัญของบริษัทประกันภัยอย่างชัดเจนนวัตกรรมช่วยให้บริการประกันภัยรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ความเสี่ยงใหม่ ๆ มากขึ้น ส่วนความยั่งยืนทำให้อุตสาหกรรมไม่ได้มองเพียงผลประกอบการระยะสั้น แต่ต้องคำนึงถึงการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลควบคู่กันไป ดังนั้น บริษัทที่ “ดีเด่น” ในอนาคต จึงไม่ใช่เพียงบริษัทที่มั่นคง แต่ต้องเป็นบริษัทที่สามารถปรับตัว พัฒนา และสร้างคุณค่าให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมได้ในระยะยาวด้วย

👥 แล้ว “คนคุณภาพ” วัดจากอะไร?
เมื่อพูดถึงระบบประกันภัย เรามักนึกถึงบริษัทก่อน แต่ในชีวิตจริง ผู้ที่ประชาชนพบเจอโดยตรงจำนวนมากคือ “ตัวแทนและนายหน้าประกันภัย” เกณฑ์ตัวแทนประกันชีวิตจึงน่าสนใจมากครับ เพราะคะแนนไม่ได้มาจากผลงานการขายเพียงอย่างเดียว แต่แบ่งเป็นประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 50 คะแนน และการพัฒนาตนเองกับการบำเพ็ญประโยชน์ ต่อสังคมอีก 50 คะแนน โดยด้านผลงานยังพิจารณา “อัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์” ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ทั้งด้านจำนวนรายและจำนวนเงินเอาประกันภัยด้วย นั่นหมายความว่า ตัวแทนที่มีคุณภาพไม่ใช่เพียงผู้ที่ขายได้มาก แต่ต้องขายอย่างมีคุณภาพจนกรมธรรม์สามารถคงอยู่ได้ มีการพัฒนาความรู้ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทในการทำประโยชน์ให้แก่สังคมด้วย ตัวแทนประกันวินาศภัยก็ใช้แนวคิดคล้ายกัน โดยดูทั้งเบี้ยประกันภัย จำนวนกรมธรรม์ การเติบโตของธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนาตนเองและการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และผู้ได้รับรางวัลต้องมีคะแนนรวมตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่เพียงติดอันดับจากยอดขายเท่านั้น ส่วนนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล เกณฑ์ยังลงไปถึงคุณภาพการบริหารองค์กร ทั้งธรรมาภิบาล การเปิดเผยข้อมูล และระบบรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับประสบการณ์และความเชื่อมั่นของลูกค้า

🤝 เมื่อ “เครือข่าย” ช่วยให้ประกันภัยเข้าใกล้ประชาชนมากขึ้น
การพัฒนาระบบประกันภัยไม่ได้เกิดขึ้นจากสำนักงาน คปภ. หรือภาคธุรกิจประกันภัยเพียงลำพังครับ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายในหลากหลายภาคส่วน ที่ช่วยนำองค์ความรู้และประโยชน์ของระบบประกันภัยไปเชื่อมโยงกับภารกิจหรือกิจกรรมของตนเอง จึงเป็นที่มาของ “รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และระบบประกันภัย” ผู้ได้รับรางวัลในกลุ่มนี้จึงสะท้อนบทบาทของ “เครือข่ายประกันภัย” ที่มีส่วนช่วยขยายการเข้าถึงของระบบประกันภัยในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนภารกิจของสำนักงาน คปภ. การนำความรู้ด้านการประกันภัยไปเผยแพร่สู่กลุ่มเป้าหมาย การประสานความร่วมมือในพื้นที่ หรือการนำระบบประกันภัยเข้าไปเชื่อมโยงกับภารกิจและกิจกรรมของหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้ ความคุ้มครอง และประโยชน์จากการประกันภัยได้ง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น น้องพิทักษ์มองว่า จุดสำคัญของรางวัลนี้จึงไม่ใช่เพียงการขอบคุณผู้ที่ให้ความร่วมมือ แต่เป็นการยกย่อง “พลังของเครือข่าย” เพราะยิ่งมีหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมมากเท่าไร ระบบประกันภัยก็ยิ่งสามารถเชื่อมโยงไปถึงประชาชนในหลากหลายกลุ่มและหลากหลายพื้นที่ได้มากขึ้นเท่านั้นครับ

🎓 ยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่...สร้างความรู้จากห้องเรียนสู่สังคม
อีกหนึ่งรางวัลที่น่าสนใจ คือ “รางวัลยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่” ซึ่งสะท้อนว่าการสร้างระบบประกันภัยที่เข้มแข็ง ไม่ได้เริ่มต้นเฉพาะจากคนที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประกันภัยให้กับเด็กและเยาวชน โรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะมีบทบาทในการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องการประกันภัย ผ่านกิจกรรมและกระบวนการสื่อสารที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องประกันภัยซึ่งอาจดูไกลตัว ให้กลายเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้ ทำให้เยาวชนได้เรียนรู้ทั้งเรื่องความเสี่ยง การวางแผน และการป้องกัน เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะเมื่อเด็กและเยาวชนสามารถทำหน้าที่เป็น “นักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่” ความรู้ที่ได้รับก็สามารถถูกส่งต่อไปยังเพื่อน ครอบครัว และชุมชน เกิดเป็นการขยาย Insurance Literacy จากคนรุ่นใหม่ไปสู่คนรอบตัว และช่วยวางรากฐานให้ประชาชนรู้จักบริหารความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากระบบประกันภัยได้อย่างเหมาะสมในอนาคต

🔍 ผู้ประเมินวินาศภัย...ฟันเฟืองสำคัญที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น
อีกหนึ่งรางวัลที่น่าสนใจ คือ “ผู้ประเมินวินาศภัยคุณภาพดีเด่น” แม้ประชาชนทั่วไปอาจไม่คุ้นเคยกับบทบาทนี้ แต่เมื่อเกิดความเสียหาย การประเมินที่ถูกต้อง รวดเร็ว และมีมาตรฐาน ย่อมมีความสำคัญต่อกระบวนการประกันภัยไม่น้อย เกณฑ์จึงพิจารณาถึงระบบงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดขั้นตอนการประเมิน การตรวจทานรายงานก่อนส่งให้บริษัทและผู้เอาประกันภัย ฐานข้อมูลที่สามารถใช้อ้างอิงในการประเมิน เช่น ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง หรือราคาสินค้า ตลอดจนระบบติดตามสถานะงาน เพื่อให้การประเมินมีคุณภาพ ถูกต้อง และรวดเร็วขึ้น จึงเห็นได้ว่า แม้เป็นบุคลากรที่ประชาชนอาจไม่ได้พบตั้งแต่วันที่ซื้อประกัน แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้น “คุณภาพของผู้ประเมิน” ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ระบบคุ้มครองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

📢 แล้วรางวัลเหล่านี้...เกี่ยวอะไรกับประชาชน?
คำถามนี้สำคัญที่สุดครับ เพราะท้ายที่สุด การยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมประกันภัยจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมาตรฐานนั้นส่งต่อประโยชน์มาถึงประชาชน เมื่อบริษัทประกันภัยมีฐานะมั่นคง ผู้เอาประกันภัยก็มีหลักประกันที่แข็งแรงขึ้น เมื่อบริษัทมีธรรมาภิบาลและบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ การให้บริการก็มีมาตรฐานมากขึ้น เมื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมถูกนำมาใช้ บริการก็สะดวกและรวดเร็วขึ้น และเมื่อตัวแทน นายหน้า รวมถึงผู้ประเมินวินาศภัยมีมาตรฐานวิชาชีพสูงขึ้น ประชาชนก็มีโอกาสได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นเช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Prime Minister’s Insurance Awards ไม่ได้กำลังตอบเพียงคำถามว่า “ใครเก่งที่สุด?” แต่กำลังบอกเราว่า “ระบบประกันภัยที่ดีควรประกอบด้วยอะไรบ้าง” ตั้งแต่บริษัทที่มั่นคง คนที่มีคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงประชาชน เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่ออนาคต สำหรับน้องพิทักษ์ Prime Minister’s Insurance Awards ไม่ได้เป็นเพียงรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ แต่เป็นทั้ง “มาตรวัด” และ “แรงผลัก” ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานของระบบประกันภัยไทย ตั้งแต่องค์กร บุคลากร การเข้าถึงประชาชน เทคโนโลยี ไปจนถึงความยั่งยืน เพราะท้ายที่สุด คุณค่าของรางวัลไม่ได้อยู่เพียงบนเวที แต่อยู่ที่การทำให้ระบบประกันภัยเข้มแข็งและพร้อมทำหน้าที่รองรับความเสี่ยง เพื่อให้ประชาชน ธุรกิจ และสังคมสามารถ “รับมือ–ฟื้นตัว–เดินหน้าต่อ” ได้อย่างมั่นคงครับ แล้วพบกันใหม่ใน “น้องพิทักษ์ชวนรู้” ตอนต่อไปครับ

10/09/2026

คปภ. รุกสร้างภูมิคุ้มกัน SME ลงพื้นที่สงขลา ชวนผู้ประกอบการ “รู้ความเสี่ยงก่อนเลือกประกัน” ชูประกันภัยช่วยธุรกิจ “รับมือ–ฟื้นตัว–ไปต่อ” พร้อมรู้ทันการฉ้อฉลประกันภัย ...อ่านข่าวต่อได้ที่นี่ https://www.oic.or.th/th/press-release/69637

ข้อมูลเพิ่มเติม
🌐 www.oic.or.th
ⓕ Facebook : https://www.facebook.com/oicthailand
🅾 Instagram : https://www.instagram.com/oic.thailand
ꚠ TikTok : https://www.tiktok.com/
▶️ YouTube : https://youtube.com/.thailand
ㄨ X: https://x.com/oic_thailand

10/09/2026

19 ปี สำนักงาน คปภ.
“ก้าวอย่างมั่นคง สู่ระบบประกันภัยที่ยั่งยืน”

ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. มุ่งกำกับ ส่งเสริม และพัฒนาระบบประกันภัยไทยให้มั่นคง เข้มแข็ง และเป็นหลักประกันที่ประชาชนเชื่อมั่น พร้อมยกระดับการประกันภัยให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

สำนักงาน คปภ. พร้อมขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยให้ “เข้มแข็ง ยืดหยุ่น ทั่วถึง และเท่าทันอนาคต” ยกระดับการคุ้มครองประชาชนและการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้การประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

19 YEARS OIC
STRENGTH FORWARD
INSURANCE FOR A SUSTAINABLE FUTURE

ที่อยู่

499/1 ม. 6 โครงการเดอะวันเพลส ถ. สมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี ต. สันผีเสื้อ อ. เมือง จ. Chiang Mai
Chiang Mai
50300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66053 112 730-2

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่:

ทางลัด

แชร์