SADA Thailand สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SADA)

สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”
ย่อว่า สวพ. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Sustainable Alternative Development Association
ย่อว่า SADA

ที่ตั้งสำนักงานสมาคมฯ
สำนักงานใหญ่ :
ตั้งอยู่ 27 หมู่ 5 ต.สำราญราษฎร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50220
สำนักงานสาขา : จ.เชียงใหม่
อาคาร B-04 โครงการเชียงใหม่ วิวเพลส 2 หมู่ 1 ถนนมหิดล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง
จังหวัดเ

ชียงใหม่ 50100
เบอร์โทรศัพท์/โทรสาร : 0 5320 0208

ประวัติสมาคมฯ
สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น “องค์กรสาธารณประโยชน์หรือองค์กรการทำงานเพื่อสังคม” เมื่อ ปี 2543 ความคิดริเริ่มการก่อตั้งสมาคมฯ มาจากฐานการทำงานของกลุ่มคนที่ทำงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพชุมชน และการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทั้งภาคประชาชนและนักพัฒนาอิสระ ที่มีความมุ่งมั่นจะสร้างให้เกิดองค์กรเพื่อการทำงานร่วมกัน ด้วยเงื่อนไขข้อจำกัด เรื่องการบริหารจัดการ ที่ต้องอิงกับระบบของหน่วยงานที่สังกัดและผู้สนับสนุนการทำงาน การมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของ
การริเริ่มครั้งแรก มาจากการดำเนินงานโครงการศึกษาและพัฒนาผู้ทำการผลิตที่บ้านภาคเหนือ (Homenet North) ซึ่งเกิดจากเครือข่ายผู้ทำการผลิตที่บ้าน ที่สนใจและอยู่ในประเภทงานเดียวกันคือ กลุ่มงานตัดเย็บ กลุ่มงานทอผ้า กลุ่มงานจักสาน กลุ่มงานแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร และกลุ่มงานไม้ โดยใช้ฐานจังหวัดเป็นแนวในการพัฒนาเป็นเครือข่ายระดับภาคที่ครอบคลุมจังหวัดเขตภาคเหนือตอนบนได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และอุตรดิตถ์ นอกเหนือจากการพัฒนาส่งเสริมอาชีพ ยังได้ริเริ่มการเก็บเงินออมทรัพย์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและนกองทุนกู้ยืมสวัสดิการสำหรับผู้นำ ซึ่ง ณ ขณะนั้นอยู่ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ทำงานบูรณาการร่วมกันกับโครงการฝ้ายแกมไหม โดยการสนับสนุนขององค์กรต่างประเทศหลายแห่ง เช่น องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สถานทูตออสเตรเลีย (AUSAID) องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ-ประเทศญี่ปุ่น(ILO–JAPAN) ฯ และเป็นเครือข่ายการทำงานกับ Homenet Thailand (ปัจจุบันคือมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ) และส่วนหนึ่งมาจากฐานการทำงานจากโครงการ อบต. รักษ์ถิ่น รักพลังงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน โดยมีพื้นที่ทำงานในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดพิษณุโลก โดยความร่วมมือการสวนอนุรักษ์พลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก
ด้วยเงื่อนไข ข้อจำกัดดังกล่าว กลุ่มแกนนำหลักในการดำเนินงานโครงการ คือ “ป้าไล”ดวงเดือน คำไชย คุณนิตยา มหาไชยวงศ์ คุณสุทธิดา อุปถัมภ์ คุณชาติ ไชยสิทธิ์ และคุณอรพิน วิมลภูษิต โดยการสนับสนุนจากผู้นำเครือข่ายระดับจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ (คุณพิสมัย คุณเสาวลักษณ์ คุณเทียนศิริ คุณจันทร์คำ คุณบัวจีน) จังหวัดพะเยา (คุณเพ็ญศรี ชื่นวงศ์และคณะ) จังหวัดน่าน (คุณป้าภา คุณเครือวัลย์ คุณถนอมและคณะ) จังหวัดอุตรดิตถ์ (คุณธนากร คุณป้าศรีนวล) จังหวัดแพร่ (คุณป้าประนอม ทาแปง) จังหวัดเชียงราย (คุณป้าได) จังหวัดลำพูน (คุณป้าทองใบ คุณพัฒนา คุณป้าสุพิน และผู้มีอุปการคุณ) ที่ดูแลการสนับสนุนโครงการของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน จึงตัดสินใจออกมาตั้งเป็นองค์กรแยกออกจากโครงการฝ้ายแกมไหม โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์ศึกษาและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน ภาคเหนือ” บริหารจัดการโดยใช้งบประมาณส่วนหนึ่งจากการนำผลิตภัณฑ์ ของเครือข่ายมาเชื่อมโยงกับตลาดภายนอกที่สนใจและให้การสนับสนุนการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชน/สังคมร่วมกัน และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน องค์กรต่างประเทศร่วมด้วย เช่น องค์กรอ๊อกซ์แฟรม OXFAM , มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ ILO-EEOW เครือข่ายผู้รับงานไปทำที่บ้าน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Homenet South East Asia และสถาบันวิชาการจากมหาลัย ที่ใช้ฐานกลุ่ม/เครือข่ายในการศึกษาวิจัยด้านสิทธิการคุ้มครองและสวัสดิการแรงงานนอกระบบ และสุขภาพความปลอดภัยในการทำงาน และได้มีการพัฒนาศักยภาพผู้นำและเครือข่าย ที่มีศักยภาพ เข้มแข็ง และได้รับการยอมรับและสนับสนุนการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ในนามของเครือข่ายแรงงานนอกระบบภาคเหนือ โดยทำงานเชื่อมโยงการทำงานและการบริหารจัดการร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet Thailand)
จนกระทั่งปี 2551 ทางสมาคมฯ ได้แยกการบริหารจัดการ การดำเนินงานด้านการพัฒนาและส่งเสริมเครือข่ายออกมาบริหารจัดการเองโดยสมาคมฯ แต่ในการทำงานด้านวิชาการและนโยบาย ยังทำงานประสานและขับเคลื่อนเช่นเดียวกับภาคีเครือข่ายอื่นๆ จนถึงปัจจุบัน
สมาคมวิถีทางเลือกฯ ได้พัฒนาความเป็นองค์กรและความเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมที่มีเครือข่ายแรงงานนอกระบบ เป็นกลไกสำคัญร่วมกับภาคีทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ ที่เป็นทั้งภาครัฐ และสถาบันวิชาการภายใต้ปรัชญาการทำงาน “การเรียนรู้ การมีส่วนร่วม และหุ้นส่วนการพัฒนา” โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานที่ยังด้อยโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร การเข้าถึงสิทธิและบริการที่เหมาะสมและเป็นธรรม ควบคู่กับการทำงานด้านการพัฒนาองค์ความรู้และนวตกรรมทางสังคมร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการทั้งจากสถาบันการศึกษาและภาครัฐในมิติต่างๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ปรัชญา และวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

วัตถุประสงค์การก่อตั้งสมาคมฯ
1. ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพมุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
2. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพชุมชนเพื่อการพึ่งตนเอง
3. ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง
4. ส่งเสริมและประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ในการดำเนินงาน เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
5. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

เมื่อ "ใจ" พัง งานก็ไปต่อไม่ได้: 5 บทเรียนล้ำค่าจาก LGT Project ว่าด้วยวิกฤตซึมเศร้าในที่ทำงานในโลกของการขับเคลื่อนงานสั...
01/05/2026

เมื่อ "ใจ" พัง งานก็ไปต่อไม่ได้: 5 บทเรียนล้ำค่าจาก LGT Project ว่าด้วยวิกฤตซึมเศร้าในที่ทำงาน

ในโลกของการขับเคลื่อนงานสังคมที่หมุนวนอยู่กับการบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัด (KPI) เรามักทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปกับการทำตัวเลขให้ได้ตามเป้า จนบางครั้ง "หัวใจ" ของผู้ปฏิบัติงานถูกหลงลืมไปอย่างน่าเสียดาย ประสบการณ์จากโครงการ LGT ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี (อ.เมือง, อ.บ้านหมี่) และจังหวัดราชบุรี (อ.บางแพ, อ.ดำเนินสะดวก) เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ได้ถอดบทเรียนสำคัญที่สั่นสะเทือนวงการบริหารจัดการองค์กรว่า "ความซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" แต่เป็นวิกฤตเชิงระบบที่องค์กรต้องร่วมรับผิดชอบ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความเปราะบางสูงอย่าง "แรงงานนอกระบบ LGBT" ซึ่งเผชิญกับวิกฤตซ้อนทับทั้งภาระหนี้สินรุนแรงและการถูกตีตราจากสังคม

หากเรายังมัวแต่แสวงหาความสำเร็จเชิงตัวเลขโดยละเลยสุขภาวะทางจิตใจ เราอาจกำลังก้าวไปข้างหน้าบนฐานรากที่พร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ เพราะความเปราะบางของคนทำงานไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนบุคคล แต่เป็นโจทย์สำคัญที่ทุกระดับยุทธศาสตร์ต้องเร่งแก้ไข
--------------------------------------------------------------------------
Takeaway 1: "The Mask of Professionalism" หน้ากากความรับผิดชอบที่ซ่อนความเจ็บปวด
หนึ่งในอุปสรรคที่น่ากลัวที่สุดในการรับมือกับภาวะซึมเศร้าในองค์กรคือสภาวะที่เรียกว่า "The Mask of Professionalism" หรือหน้ากากแห่งความเป็นมืออาชีพ คนทำงานจำนวนมากเลือกที่จะสวมบทบาทความรับผิดชอบที่เข้มแข็งเพื่อปิดบังความอ่อนแอภายในใจ โดยเฉพาะในกลุ่ม LGBT ที่มักเผชิญกับการตีตรา (Stigma) อยู่เป็นทุนเดิม ทำให้พวกเขาต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานหนัก

การแสดงออกว่า "ยังไหว" ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ กลับกลายเป็น "มฤตยูเงียบ" (Silent Killer) ที่ทำให้เพื่อนร่วมงานและผู้บริหารมองไม่เห็นสัญญาณอันตราย เมื่อความเจ็บปวดถูกกดทับจนถึงขีดสุด จะนำไปสู่สภาวะ "Crisis of Hope" หรือวิกฤตแห่งความสิ้นหวัง ที่ทำลายคุณค่าในตัวเองลงอย่างสิ้นเชิง จนคนทำงานรู้สึกว่าตนเองกลายเป็น "ภาระ" ของทีม และเริ่มมองว่าการจบชีวิตคือทางออกเดียวที่เหลืออยู่เพื่อหยุดยั้งความทรมานนี้
-------------------------------------------------------------------------
Takeaway 2: จาก Burnout สู่ความซึมเศร้า เมื่อ "ความเมตตา" กลายเป็นต้นทุนที่ต้องจ่าย
ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน (Burnout) ในสายงานสังคมไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอ แต่คือสะพานเชื่อมไปสู่ภาวะซึมเศร้าทางคลินิกได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ "ความล้าจากการส่งต่อความเมตตา" (Compassion Fatigue) ที่เกิดจากการแบกรับปัญหาความรุนแรงและการถูกกดขี่ของกลุ่มเป้าหมาย LGBT อย่างต่อเนื่อง

ตามข้อมูลเชิงวิชาการของ Figley (1995) และ Maslach (2001) เมื่อคนทำงานต้องแบกรับความคาดหวังของแหล่งทุน (Donor Expectations) และเป้าหมาย KPI ที่ตึงตัวเกินไปโดยปราศจากระบบสนับสนุน สภาวะหมดไฟจะเปลี่ยนเป็นการ "ถอนตัวออกจากระบบ" (Withdrawal) หรือการหายไปจากงานอย่างกะทันหัน นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาทรัพยากรบุคคล แต่คือความสูญเสียทางต้นทุนที่องค์กรต้องแบกรับ เมื่อ "ทุนมนุษย์" ที่มีค่าที่สุดต้องแตกสลายลงเพราะระบบงานที่ขาดความยืดหยุ่น
-------------------------------------------------------------------------
Takeaway 3: ระบบเฝ้าสอดส่อง "2Q / 9Q" และ "เส้นทางด่วน" ที่ช่วยชีวิตคน
กลไกสำคัญที่โครงการ LGT ใช้ในการยับยั้งเหตุการณ์ทำร้ายตัวเองในพื้นที่เป้าหมาย คือการเปลี่ยนเครื่องมือทางการแพทย์ให้กลายเป็น "วัฒนธรรมความปลอดภัย" ของทีม โดยมีหัวใจสำคัญคือ:
Early Detection (ประเมินกันเองภายในทีม): การใช้แบบประเมิน 2Q และ 9Q ไม่ได้จำกัดไว้ใช้กับกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่สมาชิกในทีมต้องนำมาใช้ประเมินกันเองเป็นระยะเพื่อเช็กสัญญาณเตือนเบื้องต้น การที่ทีมกล้าเปิดใจประเมินกันเองคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พบผู้มีความเสี่ยงก่อนจะสายเกินไป

Professional Handover (Fast Track): เมื่อพบสัญญาณความเสี่ยงสูง (คะแนน 9Q > 18 หรือมีสัญญาณการทำร้ายตัวเอง) องค์กรต้องมี "เส้นทางด่วน" เพื่อส่งต่อผู้ป่วยสู่มือจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่มีขั้นตอนที่ซับซ้อน
"ความเร็ว และ ความเข้าใจบริบท คือหัวใจสำคัญในการรักษาชีวิตคนทำงาน"
--------------------------------------------------------------------------
Takeaway 4: วัฒนธรรม "กล้าขอความช่วยเหลือ" (Peer Support System)
หัวใจสำคัญของการป้องกันวิกฤตสุขภาพจิตคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปลี่ยนมุมมองต่อความอ่อนแอ องค์กรต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่า "การเอ่ยปากขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ" แต่คือความกล้าหาญและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ระบบสนับสนุนเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Support System) จะเกิดขึ้นได้จริงต่อเมื่อพื้นที่ทำงานเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ที่สมาชิกสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าตนเองเริ่มมีสภาวะ "ดิ่ง" หรือพลังงานต่ำ (Low energy) การสร้างโครงข่ายความปลอดภัยทางใจในระดับปฏิบัติการจะช่วยให้ทีมสามารถประคับประคองกันได้ทัน ก่อนที่ความรู้สึกจะถลำลึกจนยากจะเยียวยา
Takeaway 5: ปรับเปลี่ยนนโยบาย ยกระดับสุขภาพจิตจาก "ภาระ" ให้เป็น "ทุนมนุษย์"

ในระดับยุทธศาสตร์ หน่วยงานและภาคีเครือข่ายต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าสุขภาพจิตเป็นค่าใช้จ่าย (Cost) ให้กลายเป็น "ต้นทุนมนุษย์" (Human Capital Asset) ที่ต้องรักษา ผ่านข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ดังนี้:
Strategic Awareness & Integrated Evaluation: บรรจุสุขภาวะทางจิตเป็นส่วนหนึ่งของ KPI ความสำเร็จ และปรับกระบวนการประเมินโครงการให้ครอบคลุมถึงความปลอดภัยทางใจของภาคีในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงตัวเลขผลผลิต

Resource Allocation: จัดสรรงบประมาณที่เข้าถึงง่าย เช่น วันลาพักใจ (Mental Health Day Off) หรือกองทุนช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลทางจิตเวช

Zero Stigma Policy: ประกาศนโยบายไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตอย่างชัดเจน เพื่อลดกำแพงแห่งความหวาดกลัวและสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่แท้จริง

Breaking Institutional & Centralized Bias: ผู้บริหารต้องก้ามข้ามอคติจากระบบรวมศูนย์ และเลิกใช้บรรทัดฐานของตนเองไปตัดสินผู้อื่น (Egocentric Projection) เพื่อให้การสนับสนุนในพื้นที่ปฏิบัติการสอดคล้องกับความจริงที่คนทำงานต้องเผชิญ
--------------------------------------------------------------------------
บทสรุป: หนึ่งชีวิตที่รักษาไว้ มีค่ามากกว่าตัวเลขในรายงาน
บทเรียนจาก LGT Project ย้ำเตือนเราอย่างหนักแน่นว่า ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดกันที่ยอดรายงานที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่เราไม่เสียใครไปในระหว่างทางของการขับเคลื่อนสังคม
"งานจะเดินไปข้างหน้าได้ ใจของคนทำงานต้องมั่นคงก่อน"
เพราะท้ายที่สุดแล้ว "หนึ่งชีวิตที่รักษาไว้ได้ มีค่ามากกว่าทุกตัวเลขความสำเร็จในรายงาน" ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหารและคนทำงานทุกคนต้องหันมาสร้าง "โครงข่ายความปลอดภัยทางใจ" ให้แข็งแกร่งพอๆ กับโครงข่ายการทำงานในพื้นที่
วันนี้... ในฐานะผู้นำหรือเพื่อนร่วมงาน คุณได้ยินเสียงร้องไห้ที่ไร้เสียงในทีมของคุณแล้วหรือยัง?

#ขอขอบคุณ บทความจาก คุณยุคนธร พรมเดช
ศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในแรงงาน จังหวัดลพบุรี
(Gender Equality Center I์ืn Workforces)
ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SADA Thailand)
เลขที่ 216/14 หมู่ 3 ตำบลดอนดึง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี 15110

สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth
รูปภาพประกอบและสรุปบทความโดย Notebook LM
สายรุ้งแรงงาน เสริมพลัง สร้างสุขภาพที่เป็นมิตร เสริมทักษะชีวิตที่สมดุล

1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติกลุ่มผู้ใช้แรงงานในประเทศไทย ล้วนเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้าเป็นป...
01/05/2026

1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ
กลุ่มผู้ใช้แรงงานในประเทศไทย ล้วนเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
ให้เจริญก้าวหน้าเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของอาเซียน
ก.แรงงาน-กสร.-สสส. ผนึกกำลังปั้นกลุ่ม จป. เป็น “ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร” หนุนใช้แนวคิด “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย-สุขภาวะดี
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่: https://www.thaihealth.or.th/?p=411716
ขอขอบคุณข้อมูลจาก #สสส #สื่อสารสุข #วันแรงงาน

@ผู้ติดตาม

1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ
กลุ่มผู้ใช้แรงงานในประเทศไทย ล้วนเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
ให้เจริญก้าวหน้าเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของอาเซียน
ก.แรงงาน-กสร.-สสส. ผนึกกำลังปั้นกลุ่ม จป. เป็น “ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร” หนุนใช้แนวคิด “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย-สุขภาวะดี
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่: https://www.thaihealth.or.th/?p=411716
#สสส #สื่อสารสุข #วันแรงงาน

5 โรคยอดฮิต ที่ต้องระวังช่วงหน้าร้อนติดตามเรื่องราวเพิ่มเติม : https://www.thaihealth.or.th/?p=416889ขอขอบคุณข้อมูลจาก  ...
30/04/2026

5 โรคยอดฮิต ที่ต้องระวังช่วงหน้าร้อน

ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติม : https://www.thaihealth.or.th/?p=416889
ขอขอบคุณข้อมูลจาก #สสส #สื่อสารสุข #โรคหน้าร้อน

5 โรคยอดฮิต ที่ต้องระวังช่วงหน้าร้อน
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติม : https://www.thaihealth.or.th/?p=416889
#สสส #สื่อสารสุข #โรคหน้าร้อน

30 เมษายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย” ขอขอบคุณข้อมูล สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข...
30/04/2026

30 เมษายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย”

ขอขอบคุณข้อมูล สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth

30 เมษายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย”
จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องและคุ้มครองผู้ใช้สินค้าและบริการต่าง ๆ ให้ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมามีผู้บริโภคจำนวนมากถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือรู้ไม่เท่าทันกลยุทธ์ทางการโฆษณา ทำให้หลงเชื่อจนสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตัวผู้บริโภคเอง
สินค้าเถื่อนระบาดหนัก! เตือนระวังสินค้าสุขภาพ-ยาชุด–ครีมปนสารอันตราย สสส.–ม.อ. เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมตรวจสอบก่อนซื้อ
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติม : https://www.thaihealth.or.th/?p=395027
#สสส #สื่อสารสุข #วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย

 #วันครอบครัว ...ขอให้ทุกคนได้อยู่บ้านกับครอบครัวและสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัวของเรา 😍😍😍14 เมษายน ของทุกปีเป...
14/04/2026

#วันครอบครัว ...ขอให้ทุกคนได้อยู่บ้านกับครอบครัวและสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัวของเรา 😍😍😍
14 เมษายน ของทุกปีเป็น “วันครอบครัว”
ถือเป็นอีกหนึ่งวันหยุดสำคัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่คนไทยจะได้เดินทางกลับบ้านพบปะ พูดคุย สังสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกัน และสานความสุขให้กับคนในครอบครัว
หยุดยาวนี้ ใครมีแพลนทำกิจกรรมกับครอบครัว มาแชร์กันหน่อย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก #สสส #สื่อสารสุข #วันครอบครัว #วันสงกรานต์

14 เมษายน ของทุกปีเป็น “วันครอบครัว”
ถือเป็นอีกหนึ่งวันหยุดสำคัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่คนไทยจะได้เดินทางกลับบ้านพบปะ พูดคุย สังสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกัน และสานความสุขให้กับคนในครอบครัว
หยุดยาวนี้ ใครมีแพลนทำกิจกรรมกับครอบครัว มาแชร์กันหน่อย
#สสส #สื่อสารสุข #วันครอบครัว #วันสงกรานต์

 #สวัสดีปีใหม่ไทย 256913 เมษายนของทุกปีเป็น “วันสงกรานต์” และยังตรงกับ “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ”ชวนลูกหลานตระหนักถึงความสำ...
13/04/2026

#สวัสดีปีใหม่ไทย 2569
13 เมษายนของทุกปีเป็น “วันสงกรานต์” และยังตรงกับ “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ”
ชวนลูกหลานตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและร่วมสืบสานประเพณีไทย โดยเน้นกิจกรรม "รดน้ำดำหัว" ขอพรจากผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล แสดงความกตัญญู และเป็นช่วงเวลาสำคัญในการรวมญาติอย่างอบอุ่น
ผู้สูงอายุไทย 2 ใน 3 ไร้เงินออม สสส. - มส.ผส. ชวนคิดใหม่ “เกษียณยืดหยุ่น” พลิกวิกฤติสังคมสูงวัยสู่โอกาส
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติม : https://www.thaihealth.or.th/?p=409342
ที่มา #สสส #สื่อสารสุข #วันสงกรานต์ #วันผู้สูงอายุแห่งชาติ

สวัสดีปีใหม่ไทย 2569
13 เมษายนของทุกปีเป็น “วันสงกรานต์” และยังตรงกับ “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ”
ชวนลูกหลานตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและร่วมสืบสานประเพณีไทย โดยเน้นกิจกรรม "รดน้ำดำหัว" ขอพรจากผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล แสดงความกตัญญู และเป็นช่วงเวลาสำคัญในการรวมญาติอย่างอบอุ่น
ผู้สูงอายุไทย 2 ใน 3 ไร้เงินออม สสส. - มส.ผส. ชวนคิดใหม่ “เกษียณยืดหยุ่น” พลิกวิกฤติสังคมสูงวัยสู่โอกาส
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติม : https://www.thaihealth.or.th/?p=409342
#สสส #สื่อสารสุข #วันสงกรานต์ #วันผู้สูงอายุแห่งชาติ

เมื่อ ‘ #เวลา’ กลายเป็นสกุลเงินแห่งศักดิ์ศรี: ถอดรหัส ‘ #ธนาคารเวลาสีรุ้ง’ นวัตกรรมกู้ใจแรงงาน LGBT ⏰ในโลกทุนนิยมที่มูลค...
12/04/2026

เมื่อ ‘ #เวลา’ กลายเป็นสกุลเงินแห่งศักดิ์ศรี: ถอดรหัส ‘ #ธนาคารเวลาสีรุ้ง’ นวัตกรรมกู้ใจแรงงาน LGBT ⏰

ในโลกทุนนิยมที่มูลค่าของมนุษย์มักถูกตีราคาผ่านตัวเลขในบัญชี มีคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกผลักให้ไปอยู่ตรงชายขอบของระบบสวัสดิการเสมอ นั่นคือ “แรงงานนอกระบบกลุ่ม LGBT” ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเกษตรกร ชาวประมง คนขับแท็กซี่ หรือช่างซ่อมเบ็ดเตล็ด พวกเขาเหล่านี้คือฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แต่กลับเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เพราะนอกจากจะไม่มีสิทธิประกันสังคมตามมาตรา 33 (Social Security Article 33) ที่เป็นเสมือนตาข่ายรองรับความเสี่ยงแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับ “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” อย่างอคติทางเพศที่กัดเซาะตัวตนอยู่ทุกวัน

แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากเราสร้างระบบนิเวศใหม่ที่เปลี่ยน “เวลา” ให้กลายเป็นสกุลเงิน? เพราะ “เวลา” คือทรัพยากรเดียวที่ยุติธรรมที่สุดที่มนุษย์ทุกคนมีเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะเป็น Gay, Le***an, Bisexual, Transgender, Q***r, Intersex หรือ Asexual (SOGIESC) บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจยุทธศาสตร์ “Seed of Time Bank สีรุ้ง” จากงานวิจัยเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ลพบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี นวัตกรรมสังคมที่ไม่ได้แค่มาช่วยแก้จน แต่มาเพื่อ “คืนศักดิ์ศรี” ให้กับความเป็นมนุษย์

--------------------------------------------------------------------------

1. จาก “ผู้รับการสงเคราะห์” สู่ “ผู้จัดการทุนเวลา”: การทวงคืนศักดิ์ศรีที่หายไป

หัวใจสำคัญของธนาคารเวลาสีรุ้งไม่ใช่เรื่องของการแจกเงิน แต่คือการทำ Dignity Restoration หรือการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยุทธศาสตร์นี้เปลี่ยนบทบาทของแรงงาน LGBT จากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้รับความช่วยเหลือ” หรือกลุ่มเปราะบางในสายตาภาครัฐ ให้กลายเป็น “ผู้จัดการทุนเวลา” ที่มีอำนาจในการบริหารจัดการชีวิตตนเอง

ผ่านกระบวนการ Simultaneous Development หรือการพัฒนาศักยภาพแบบคู่ขนาน ระบบนี้ทำให้สมาชิกตระหนักว่า ทักษะและเวลาที่พวกเขาใช้ช่วยเหลือผู้อื่น—ไม่ว่าจะช่วยซ่อมบ้าน ช่วยดูแลสุขภาพ หรือช่วยงานในชุมชน—มีมูลค่าที่ระบบธนาคารยอมรับ การสะสมและถอนเวลามาใช้ในยามจำเป็นจึงไม่ใช่การขอความเมตตา แต่เป็นการใช้สิทธิที่เกิดจากหยาดเหงื่อและน้ำใจของตนเอง

"ในฐานะ LGBT อาวุโส... การได้เห็นน้องๆ รุ่นใหม่เอาเวลามาช่วยดูแลเรื่องสุขภาพให้กันและกัน มันคือการคืนศักดิ์ศรีที่จับต้องได้จริง มากกว่าเงินสวัสดิการใดๆ ที่รัฐหยิบยื่นให้ เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าตัวตนของเรายังมีค่าต่อคนรอบข้าง" — พี่ออฟ แกนนำสถานีพิ้งค์มังกี้ จ.ลพบุรี

-------------------------------------------------------------------------

2. เมื่อ “การฟัง” คือยาเยียวยา: สลายวิกฤตสุขภาพจิตที่รัฐมองข้าม

ตัวเลขจากงานวิจัยสะท้อนความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า แรงงาน LGBT ในพื้นที่เป้าหมายกว่า 50% เผชิญภาวะเครียดและซึมเศร้า และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ 43.48% ระบุว่าพวกเขาไม่มี “พื้นที่ปลอดภัย” ในการดูแลสุขภาวะทางจิตเลย เมื่อไม่มีสวัสดิการมาตรา 33 และต้องเผชิญแรงกดดันจากครอบครัวหรือสังคม ความเครียดจึงกลายเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่มีใครมองเห็น

ธนาคารเวลาจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นระบบ “เพื่อนร่วมทาง” (Companion) ที่ใช้การแลกเปลี่ยนเวลาเพื่อการ “รับฟังอย่างลึกซึ้ง” (Deep Listening) นวัตกรรมนี้เปลี่ยนการสนทนาธรรมดาให้กลายเป็นการบำบัด เพราะการมีใครสักคนยอมสละเวลามานั่งฟังความทุกข์โดยไม่ตัดสิน คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เงินก็ซื้อไม่ได้

"แรงงานนอกระบบอย่างเราแบกรับความเครียดหลายด้าน ทั้งเรื่องปากท้องและตัวตน... บางคนมาฝากเวลาเพียงเพื่อจะขอให้มีคนนั่งฟังเขาพูดถึงความทุกข์ในใจ 1 ชั่วโมง เพียงแค่ได้ระบาย ความเครียดที่สะสมมานานก็เริ่มคลายออก นี่คือสวัสดิการใจที่เงินซื้อไม่ได้" — ข้อมูลจากสถานีบ้านพี่พร จ.ลพบุรี

-------------------------------------------------------------------------

3. พลังของอัตลักษณ์ทับซ้อน: เมื่อความหลากหลายกลายเป็นจุดแข็งของชุมชน

ความงดงามของธนาคารเวลาสีรุ้งคือการไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรม แต่กลับใช้ “อัตลักษณ์ทับซ้อน” (Intersectionality) มาเป็นแรงขับเคลื่อน ในพื้นที่ ต.บ้านโข้ง จ.สุพรรณบุรี เราได้เห็นการผสานระบบธนาคารเวลาเข้ากับประเพณี “ลงแขกลาวเวียงจันท์” ซึ่งเป็นการลงแขกยุคใหม่ที่ดึงเอาศักดิ์ศรีของพี่น้องแรงงาน LGBT และกลุ่มสตรีกลับมาผ่านการทำงานร่วมกัน

ขณะที่ในพื้นที่ จ.ราชบุรี (อ.บางแพ และ อ.โพธาราม) เราพบกรณีศึกษาของ “ป้าเหงี่ยม” ผู้นำสตรีที่ยืนยันอัตลักษณ์ชัดเจนว่าเป็นเกย์สาวหวานออกทางทอม ป้าเหงี่ยมพิสูจน์ให้เห็นว่าความหลากหลายทางเพศไม่ใช่กำแพง แต่คือสะพานที่เชื่อมโยงมิตรภาพ ตัวตนที่ชัดเจนทำให้การบริหารจัดการสวัสดิการชุมชนเป็นไปอย่าง “เนี๊ยบ” ด้วยระบบ และ “หวาน” ด้วยมิตรภาพ จนเกิดเป็นพื้นที่สีรุ้งที่ถักทอจากความรักและการยอมรับอย่างแท้จริง

--------------------------------------------------------------------------

4. พลานุภาพแห่งการยอมรับ: สถิติที่พิสูจน์ความสำเร็จของโมเดลพหุวัฒนธรรม

ยุทธศาสตร์ “Seed of Time Bank สีรุ้ง” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดที่สวยหรู แต่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ความสำเร็จในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม:

* ความแม่นยำในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย: สูงถึง ร้อยละ 95 ผ่านการคัดเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแรงงานนอกระบบ
* อัตราความสำเร็จเชิงปริมาณ: บรรลุเป้าหมายที่ ร้อยละ 82.1 โดยมีสมาชิกนำร่อง 32 คนที่เข้าสู่ระบบการแลกเปลี่ยนเวลาอย่างยั่งยืน
* ผลกระทบทางสังคม: ปัญหาความเครียด ภาวะซึมเศร้า การทะเลาะวิวาท และอคติทางเพศในชุมชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อคนในชุมชนเริ่มมองเห็น "คน" ผ่านคุณค่าของเวลาที่มอบให้กัน

--------------------------------------------------------------------------

บทสรุป: บทเรียนสีรุ้งสู่ก้าวต่อไปของสังคมไทย

"ธนาคารเวลาสีรุ้ง" ไม่ใช่แค่โครงการทดลองในพื้นที่ลพบุรีหรือราชบุรี แต่มันคือต้นแบบของ สังคมพหุวัฒนธรรม ที่รัฐและสังคมไทยควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง บทเรียนนี้สอนเราว่า เมื่อเราเปลี่ยนจากการมองมนุษย์เป็นภาระที่ต้อง “สงเคราะห์” มาเป็นการ “พัฒนาศักยภาพแบบคู่ขนาน” และใช้ “เวลา” เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงศักดิ์ศรี เราจะได้สังคมที่เข้มแข็งและเนียนแน่นกว่าเดิม

หากวันนี้เรากล้าที่จะเปลี่ยนจากการใช้ “อคติ” มาเป็นการใช้ “เวลา” เป็นสกุลเงินหลักในการดูแลกันและกัน สังคมเราจะน่าอยู่ขึ้นเพียงใด? คำถามสำคัญที่ทิ้งไว้ให้เราทุกคนคือ “เราพร้อมหรือยังที่จะแลกเปลี่ยนความอคติ เพื่อหันมาลงทุนในสกุลเงินที่ชื่อว่า ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ ซึ่งเป็นสกุลเงินเดียวที่ยั่งยืนที่สุดในโลกใบนี้?”

#ขอขอบคุณ บทความจาก คุณยุคนธร พรมเดช
ศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในแรงงาน จังหวัดลพบุรี
(Gender Equality Center I์ืn Workforces)
ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SADA Thailand)
เลขที่ 216/14 หมู่ 3 ตำบลดอนดึง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี 15110

@ผู้ติดตาม
สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth

รูปภาพประกอบและสรุปบทความโดย Notebook LM

 #สร้างวินัยในการออกกำลังกายกัน... 🏃‍➡️🏃‍➡️🏃‍➡️“การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ยากที่สุดคือช่วงเริ่ม ถ้าบังคับใจตัวเองให้ลุกขึ้น...
12/04/2026

#สร้างวินัยในการออกกำลังกายกัน... 🏃‍➡️🏃‍➡️🏃‍➡️

“การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ยากที่สุดคือช่วงเริ่ม ถ้าบังคับใจตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้ ทุกอย่างจะค่อย ๆ เข้าที่เอง”
- ก้อง สหรัถ สังคปรีชา (นักแสดง)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก #สสส #สื่อสารสุข #เคล็ดลับคนดัง #ก้องสหรัถ #แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย

“การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ยากที่สุดคือช่วงเริ่ม ถ้าบังคับใจตัวเองให้ลุกขึ้นมาได้ ทุกอย่างจะค่อย ๆ เข้าที่เอง”
- ก้อง สหรัถ สังคปรีชา (นักแสดง)
#สสส #สื่อสารสุข #เคล็ดลับคนดัง #ก้องสหรัถ #แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย

 #วิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่น 😷😷😷PM 2.5 ...ฝุ่นมันร้ายเราต้องระวังตัวกันไว้ ร่วมกันปแกป้องตัวเราและลูกหลานให้ห่างไกลฝุ่น ...
02/04/2026

#วิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่น 😷😷😷PM 2.5 ...ฝุ่นมันร้ายเราต้องระวังตัวกันไว้ ร่วมกันปแกป้องตัวเราและลูกหลานให้ห่างไกลฝุ่น ด้วยเคล็ดลับดีๆ จาก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth 🙀🙀🙀

5 ทริกดูแลปอดให้ปฏิเสธฝุ่น PM2.5
#สสส #สื่อสารสุข ้ายกว่าที่คิด

5 ทริกดูแลปอดให้ปฏิเสธฝุ่น PM2.5
#สสส #สื่อสารสุข ้ายกว่าที่คิด

 #ดูแลสุขภาพกันด้วยนะ PM2.5 ภาคเหนือตอนนี้สถานการณ์แย่มาก ติดต่อกันหลานวันแล้ว ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วย... 😷😷😷ฝุ่นหนั...
30/03/2026

#ดูแลสุขภาพกันด้วยนะ PM2.5 ภาคเหนือตอนนี้สถานการณ์แย่มาก ติดต่อกันหลานวันแล้ว ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วย... 😷😷😷

ฝุ่นหนักไม่ไหวแล้ว 😷 PM2.5 ภาคเหนือพุ่งสูง เสี่ยงปอด หัวใจ โรคเรื้อรังแบบไม่รู้ตัว!
หมอย้ำฝุ่นเล็กแต่ร้าย เข้าลึกถึงกระแสเลือด กระทบสุขภาพทั้งระยะสั้น-ยาว ⚠️
วิธีป้องกัน
• เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน
• เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
• สวมแมสก์ เช่น N95 ทุกครั้ง
• อยู่ในอาคาร ปิดประตู-หน้าต่างให้มิดชิด
• ใช้เครื่องฟอกอากาศ ลดฝุ่นในบ้าน
• งดเผาขยะ ลดการสร้างฝุ่นเพิ่ม
ถ้ามีอาการ ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก อย่าฝืน รีบพบแพทย์ทันที!
ขอขอบคุณข้อมูลจาก #สสส #สื่อสารสุข #ลดเสี่ยงลดโรค

ฝุ่นหนักไม่ไหวแล้ว 😷 PM2.5 ภาคเหนือพุ่งสูง เสี่ยงปอด หัวใจ โรคเรื้อรังแบบไม่รู้ตัว!
หมอย้ำฝุ่นเล็กแต่ร้าย เข้าลึกถึงกระแสเลือด กระทบสุขภาพทั้งระยะสั้น-ยาว ⚠️
วิธีป้องกัน
• เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน
• เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
• สวมแมสก์ เช่น N95 ทุกครั้ง
• อยู่ในอาคาร ปิดประตู-หน้าต่างให้มิดชิด
• ใช้เครื่องฟอกอากาศ ลดฝุ่นในบ้าน
• งดเผาขยะ ลดการสร้างฝุ่นเพิ่ม
ถ้ามีอาการ ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก อย่าฝืน รีบพบแพทย์ทันที!
#สสส #สื่อสารสุข #ลดเสี่ยงลดโรค

 #สวัสดีปีใหม่2569 Happy New Year 2026.... เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 นี้ ขอให้พี่น้องแรงงานทุกคนมีสุข...
01/01/2026

#สวัสดีปีใหม่2569 Happy New Year 2026.... เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 นี้ ขอให้พี่น้องแรงงานทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีความสุขตลอดทั้งปีนี้.... 🙏🙏🙏

SADA Thailand
#สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จ.เชียงใหม่
@ผู้ติดตาม

ที่อยู่

เลขที่ 98 หมู่ 4 บ้านป่าบง ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดChiang Mai
Chiang Mai
50220

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66818811438

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SADA Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง SADA Thailand:

แชร์