มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์

มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ ภูมิปัญญาชาติพันธุ์ สร้างสรรค์ชีวิต
ต่อยอดวัฒนธรรมการผลิต ให้ท้องถิ่นพัฒนาอย่างยั่งยืน

เพื่อส่งเสริมการสืบทอดและการรื้อฟื้นองค์ความรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่ดีงามและมีคุณค่าของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และสนับสนุนให้โอกาสกลุ่มชาติพันธุ์ได้เรียนรู้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตจากองค์ความรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมตนเองผสมกับภูมิปัญญาสากล

โครงการฝึกอบรมการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติบ้านแม่เอาะ เสริมองค์ความรู้ สร้างอาชีพ และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเมื่อวั...
21/08/2026

โครงการฝึกอบรมการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติบ้านแม่เอาะ เสริมองค์ความรู้ สร้างอาชีพ และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 ณ โบสถ์บ้านแม่เอาะ หมู่ที่ 10 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัด โครงการฝึกอบรมการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติบ้านแม่เอาะ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความรู้และทักษะในการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างรายได้ ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน

ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอบรม กล่าวนำและเปิดการอธิษฐานการฝึกอบรม โดยผู้ใหญ่บ้านปัจจัย ชำนิสารพันการ จากนั้นมีการกล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม พร้อมกิจกรรมแนะนำตัวเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม ก่อนเข้าสู่การเรียนรู้เรื่อง แนวคิดริเริ่มการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายนวพล คีรีรักษ์สกุล ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมเห็นความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมและเกิดความสมดุลระหว่างการดำรงชีวิตกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นกิจกรรมภาคปฏิบัติและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยได้รับเกียรติจาก พ่อหลวงชัยประเสริฐ โพคะ ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติจากบ้านหินลาดใน รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์สำหรับการประกอบรังผึ้ง การจัดทำรังผึ้งตามรูปแบบที่เหมาะสม และการสาธิตวิธีการเชิญผึ้งเข้ารัง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม สอบถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปบทเรียนจากการฝึกอบรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา และแนวทางการพัฒนาการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติในชุมชน ก่อนที่ผู้นำชุมชนจะกล่าวขอบคุณวิทยากรและผู้เข้าร่วม พร้อมปิดการฝึกอบรม

การจัดอบรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้จากภูมิปัญญาและประสบการณ์ของชุมชน สร้างทักษะด้านการเลี้ยงผึ้งธรรมชาติ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า อันจะนำไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้ของชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

15/08/2026

ผูกพันไร้พรมแดน บทเพลง ข้าวเบอะ และการปกป้องบ้านเกิดร่วมกัน ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ เรื่องราวความร่วมมือประชาชนชายแดนไทย-เมียนมา

ย้อนชมบรรยากาศโครงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในพื้นที่ชายแดน ณ บ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง ร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตผ่านรสชาติ "ข้าวเบอะ" เสียงเพลงประสานเสียงแห่งความหวัง และพลังความร่วมมือของเครือข่ายชุมชนในการปกป้องผืนป่า สายน้ำ และสร้างเกราะป้องกันภัยคุกคามชายแดนไปด้วยกัน

© มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ - Wisdom of Ethnic Foundation

ชาวบ้านป่าเกี๊ยะในรวมพลังปลูกป่าเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ภายใต้ “โครงการฟื้นฟูพื้นที่ปลูกป่าสีเขียวขจี” ซึ่งมีพื้นที่ 17 ไ...
13/08/2026

ชาวบ้านป่าเกี๊ยะในรวมพลังปลูกป่าเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ภายใต้ “โครงการฟื้นฟูพื้นที่ปลูกป่าสีเขียวขจี” ซึ่งมีพื้นที่ 17 ไร่ ในบริเวณป่าชุมชนบ้านป่าเกี๊ยะใน ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

เชียงใหม่ - เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ตรงกับวันแม่แห่งชาติ ชุมชนบ้านป่าเกี๊ยะในร่วมกับมูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ได้จัดกิจกรรมโครงการฟื้นฟูพื้นที่ปลูกป่าสีเขียวขจีบ้านป่าเกี๊ยะใน ขึ้น ณ บริเวณเฌอพะโดะโกล๊ะ และเคลอเด หมู่ที่8 ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์เหมือนในอดีต พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าชุมชนแต่ได้รับผลกระทบจากถูกไฟไหม้เมื่อปี 2567 ทำให้ต้นไม้บางจุดถูกไฟเผาไหม้ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงมีโครงการฟื้นฟูสภาพป่าโดยการนำกล้าไม้ท้องถิ่น ได้แก่ กล้าต้นหว้า และ ต้นกล้าเพกา เป็นต้น นำมาปลูกเสริมต้นไม้ที่ได้รับความเสียหายให้สภาพฟื้นกลับมาให้เป็นพื้นที่สีเขียว พืชที่ปลูกนี้นอกจากจะเพิ่มสีเขียวแล้วยังเป็นอาหารของสัตว์ป่าด้วยโดยเฉพาะ ชะนี นกชนิดต่างๆ และสัตว์ป่าอื่นๆที่อยู่ในบริเวณนี้

การรวมพลังปลูกป่าในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเสริสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ตลอดจนส่งเสริมแนวทางการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วม เพื่อคืนความสมบูรณ์และสร้างความหลากหลายทางชีวภาพให้กับผืนป่าในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านป่าเกี๊ยะในต่อไป

© มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ - Wisdom of Ethnic Foundation

เวทีสร้างความตระหนักด้านมลพิษขยะระดับชุมชน เสริมพลังสถานศึกษาและชุมชนเครือข่ายลุ่มน้ำห้วยแม่โขงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 256...
12/08/2026

เวทีสร้างความตระหนักด้านมลพิษขยะระดับชุมชน เสริมพลังสถานศึกษาและชุมชนเครือข่ายลุ่มน้ำห้วยแม่โขง

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โรงเรียนบ้านนาดอย นำโดย นายณรงค์ศักดิ์ ดีเพียร นายธีรพล นวลแขว่ง และนางสาวรวีกานต์ ไพรชญา ตัวแทนคณะครู พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ โรงเรียนล่องแพวิทยา โรงเรียนบ้านอุมโละเหนือ โรงเรียนบ้านแม่หาด โรงเรียนบ้านแม่หลุย และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนท่านผู้หญิงประไพ ศิวะโกเศศ (บ้านผาแดงใหม่) เข้าร่วม “เวทีทำความเข้าใจ การรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องมลพิษขยะระดับชุมชน” ณ ห้องประชุมวิชาการ โรงเรียนบ้านนาดอย

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาในพื้นที่เครือข่ายลุ่มน้ำห้วยแม่โขง และมูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสถานศึกษาและชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะ ตลอดจนพัฒนาแนวทางการจัดการขยะที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละชุมชนและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภายในเวที ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาขยะในพื้นที่ แนวทางการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง การลดและคัดแยกขยะ ตลอดจนบทบาทของสถานศึกษาในการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างครู นักเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการดำเนินงานภายในสถานศึกษาและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ เวทียังให้ความสำคัญกับการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตของชุมชนมาประยุกต์ใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างการดำรงชีวิตของคนในชุมชนกับระบบนิเวศลุ่มน้ำ อันจะนำไปสู่การร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ลดปัญหามลพิษ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนในชุมชนและเยาวชนในระยะยาว

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญในการเสริมสร้างบทบาทของสถานศึกษาในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นกลไกในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่าย อันจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ ความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

สถานศึกษาทุกแห่งที่มีส่วนร่วมในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการปัญหามลพิษจากขยะแล้ว ยังเป็นการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

เวทีทำความเข้าใจการรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องมลพิษขยะระดับชุมชน โดยความร่วมมือสถานศึกษาในพื้นที่เครือข่ายลุ่มน้ำสาละวิ...
12/08/2026

เวทีทำความเข้าใจการรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องมลพิษขยะระดับชุมชน โดยความร่วมมือสถานศึกษาในพื้นที่เครือข่ายลุ่มน้ำสาละวิน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ (ริมน้ำสาละวิน) ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัด เวทีทำความเข้าใจการรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องมลพิษขยะระดับชุมชน โดยความร่วมมือสถานศึกษาในพื้นที่เครือข่ายลุ่มน้ำสาละวิน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสถานศึกษาและชุมชนในการจัดการปัญหาขยะและมลพิษในพื้นที่อย่างเป็นระบบ

การจัดเวทีครั้งนี้มีผู้แทนจากสถานศึกษาในพื้นที่เครือข่ายเข้าร่วม ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านกอมูเดอ โรงเรียนบ้านสบเมย โรงเรียนบ้านซิวาเดอ โรงเรียนบ้านแม่สามแลบ และโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณนงลักษณ์ ถีระแก้ว ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม

ภายในเวทีมีการแนะนำผู้เข้าร่วมเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และผู้ดำเนินงาน พร้อมทั้งนำเสนอความเป็นมาของ โครงการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชนเผ่าพื้นเมืองปกาเกอะญ (Natural Resource and Environmental Management by the Indigenous Karen People) โดย คุณนวพล คีรีรักษ์สกุล ผู้ประสานงานโครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นความสำคัญของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงแนวทางการดำเนิน กิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักเรื่องมลพิษขยะระดับชุมชน โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาขยะ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนส่งเสริมให้สถานศึกษามีบทบาทในการสร้างความตระหนักและถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดการขยะไปสู่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถาม เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

เวทีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง สถานศึกษา ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายลุ่มน้ำสาละวิน เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีส่วนร่วม อันจะนำไปสู่การลดปัญหามลพิษและการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

16 ปี มติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายกะเหรี่ยงจังหวัดแม่ฮ่องสอน...
12/08/2026

16 ปี มติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง
เสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายกะเหรี่ยงจังหวัดแม่ฮ่องสอน สู่การขับเคลื่อน พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ณ วัดนักบุญเปาโล ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ ได้เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำชุมชนจากพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อร่วมทบทวนและสานต่อเจตนารมณ์ของ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่อง การฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ซึ่งครบรอบ 16 ปีในปี 2569

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และทิศทางการคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และข้อเสนอจากพื้นที่ อันเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายกะเหรี่ยงจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการยอมรับและให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะระบบการจัดการทรัพยากรของชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

นอกจากนี้ การประชุมยังมุ่งเตรียมความพร้อมของเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อการขับเคลื่อน พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เพื่อให้ชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย สามารถมีส่วนร่วมในการนำหลักการและเจตนารมณ์ของกฎหมายไปสู่การปฏิบัติอย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่เพื่อร่วมกันสร้างความเข้าใจ ยกระดับการมีส่วนร่วม และผลักดันให้เกิดการคุ้มครองวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

สายน้ำสาละวินไหลเอื่อยตามกาลเวลา ท่ามกลางอ้อมกอดของทิวเขาและผืนป่าอันสมบูรณ์ของอำเภอแม่สะเรียง ณ บ้านท่าตาฝั่ง หมู่บ้านช...
10/08/2026

สายน้ำสาละวินไหลเอื่อยตามกาลเวลา ท่ามกลางอ้อมกอดของทิวเขาและผืนป่าอันสมบูรณ์ของอำเภอแม่สะเรียง ณ บ้านท่าตาฝั่ง หมู่บ้านชายแดนเล็กๆ ที่เงียบสงบ ความสว่างไสวแห่งมิตรภาพได้ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งในโครงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชนในพื้นที่ชายแดน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้ม ความงดงามแห่งวิถีชีวิต และจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ โดยอาศัยความร่วมมืออันอบอุ่นระหว่างพี่น้องประชาชนและภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม

หากวัฒนธรรมคือภาษาที่ใช้สื่อสารหัวใจ อาหารก็เปรียบเสมือนบทกวีที่ส่งผ่านความรักและความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่น กิจกรรมที่ปลุกให้พื้นที่ชายแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คือการประกวดแข่งขันทำอาหารพื้นถิ่นอย่าง “ข้าวเบอะ” หรือ “ต่าเกอเปาะ” อาหารชาติพันธุ์อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวปกาเกอะญอ กลิ่นหอมของสมุนไพรและวัตถุดิบจากธรรมชาติที่โชยมาตามลม ไม่เพียงแต่นำพาความอร่อยมาสู่ปลายลิ้น แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันระหว่างผู้คนกับผืนป่า ทุกหม้อข้าวเบอะที่ถูกปรุงขึ้นด้วยความประณีตจากการประชันฝีมือของชาวบ้านต่างชุมชน ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมความรัก รสชาติที่กลมกล่อมจึงไม่ได้มาจากเครื่องปรุงเพียงอย่างเดียว หากแต่ถักทอขึ้นจากมิตรภาพและความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง

ยามเมื่อเสียงดนตรีเริ่มขับขาน ลมหายใจของชุมชนก็ดูเหมือนจะประสานเป็นหนึ่งเดียว การประกวดร้องเพลงประสานเสียงของพี่น้องคริสตชน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หญิง หรือชาย ต่างร่วมกันถ่ายทอดท่วงทำนองอันอ่อนหวานและทรงพลังผ่านบทเพลงที่ขับขาน เสียงประสานที่ก้องกังวานของบทสรรเสริญแห่งความหวัง และเป็นสัญลักษณ์แห่งความพร้อมเพรียงที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของชุมชนชายแดนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บรรยากาศยิ่งทวีความอบอุ่นด้วยบทเพลงจากศิลปินท้องถิ่นที่มาร่วมเติมแต่งรอยยิ้มและสร้างความครื้นเครง ทำให้พื้นที่แห่งนี้ละอองไปด้วยความสุขที่แท้จริง

นอกเหนือจากรสสัมผัสและท่วงทำนอง กิจกรรมการสาธิตและแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชนยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตอันทรงคุณค่า ทั้งผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่แต่ละเส้นใยบอกเล่าความงามของผืนป่า เครื่องจักสานประณีตจากภูมิปัญญาบรรพบุรุษ และผลผลิตทางการเกษตรแปรรูปที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ถูกจัดเรียงอย่างตั้งใจให้ทุกคนได้สัมผัสและลิ้มลอง ภาพของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่ได้วิ่งเล่น ซึมซับ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตผ่านกิจกรรมต่างๆ ด้วยความสนุกสนาน คือภาพสะท้อนแห่งความหวังว่าเมล็ดพันธุ์แห่งมรดกทางวัฒนธรรมนี้จะเติบโตและถูกดูแลรักษาต่อไปอย่างไม่สูญหาย

ทว่าสิ่งที่งดงามยิ่งกว่าวัฒนธรรมที่มองเห็นด้วยตา คือพลังแห่งความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ การพบปะในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการตระหนักรู้ร่วมกันถึงภัยคุกคามที่ไร้พรมแดน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปัญหาสารเคมีในสิ่งแวดล้อม ปัญหายาเสพติด ตลอดจนประเด็นความมั่นคงชายแดน การร่วมมือกันปกป้องผืนป่า สายน้ำ และวิถีชีวิต จึงเป็นสัญญาใจที่ทุกคนมีให้แก่กัน เป็นเกราะป้องกันที่เข้มแข็งซึ่งเกิดจากความรักและความตระหนักถึงผลกระทบทั้งในปัจจุบันและอนาคต

งานสร้างความสัมพันธ์ ณ บ้านท่าตาฝั่ง ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาของกิจกรรมที่จัดขึ้นแล้วผ่านพ้นไป แต่คือการร้อยเรียงหัวใจของผู้คนชายแดนให้เป็นหนึ่งเดียว ผ่านรสชาติของอาหาร ท่วงทำนองของบทเพลง ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า และเจตนารมณ์ที่จะปกป้องบ้านเกิดร่วมกัน เพื่อให้ร่มเงาแห่งมิตรภาพนี้ยังคงงดงามและยั่งยืนคู่สายน้ำตลอดไป


© มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ - Wisdom of Ethnic Foundation

"ร้อยเรียงหลากวิถี หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งผืนแผ่นดิน"  | 9 สิงหาคม 2569 วันชนเผ่าพื้นเมือง แผ่นดินผืนหนึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่ง...
09/08/2026

"ร้อยเรียงหลากวิถี หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งผืนแผ่นดิน" | 9 สิงหาคม 2569 วันชนเผ่าพื้นเมือง

แผ่นดินผืนหนึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่งภาษา
ภูเขาลูกเดียวกันอาจมีผู้คนเรียกขานด้วยชื่อที่แตกต่างกัน
สายน้ำสายเดียวกันอาจไหลผ่านเรื่องราว ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายกลุ่ม

แต่ความแตกต่างเหล่านั้นไม่ได้ทำให้แผ่นดินผืนนี้แยกออกจากกัน

ในวันที่ 9 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันชนเผ่าพื้นเมืองสากล วันที่ชวนให้เราหยุดมองเห็นผู้คนที่ดำรงชีวิตอยู่กับผืนดินมาอย่างยาวนาน และระลึกว่า ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเดียวกันของมนุษยชาติ

สำหรับชนเผ่าพื้นเมือง “ผืนดิน” ไม่ได้หมายถึงเพียงพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย หากแต่เป็นทั้งบ้าน แหล่งอาหาร ห้องเรียน แหล่งกำเนิดความรู้ และพื้นที่ที่บรรพบุรุษส่งต่อความทรงจำจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

ป่าไม่ได้เป็นเพียงป่า
แม่น้ำไม่ได้เป็นเพียงแม่น้ำ
ภูเขาไม่ได้เป็นเพียงภูเขา

แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความหมายผูกพันอยู่กับชีวิต

ความรู้ในการดูแลผืนป่า การเพาะปลูกตามฤดูกาล การใช้พืชสมุนไพร การจัดการน้ำ การรักษาเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนพิธีกรรมและเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นก่อน ล้วนเป็นภูมิปัญญาที่เติบโตขึ้นจากการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างยาวนาน

เมื่อเรามองเห็นสิ่งเหล่านี้ เราจะพบว่า ความหลากหลายไม่ได้เป็นกำแพงที่กั้นผู้คนออกจากกัน หากเป็นเส้นด้ายหลายสีที่ช่วยกันถักทอผืนผ้าเดียวกันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ผืนแผ่นดินเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องมีเพียงเสียงเดียว
ไม่จำเป็นต้องมีเพียงภาษาเดียว
และไม่จำเป็นต้องมีเพียงวิถีชีวิตแบบเดียว

เพราะการอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่การทำให้ทุกคนเหมือนกัน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ความแตกต่างสามารถดำรงอยู่ เคารพกัน และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้ของชนเผ่าพื้นเมืองยิ่งมีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เสียงของผู้คนบนภูเขา เสียงของชุมชนริมสายน้ำ เสียงของเกษตรกร ผู้หญิง ผู้เฒ่า และคนรุ่นใหม่ ล้วนเป็นเสียงที่ควรถูกได้ยินในการกำหนดอนาคตของผืนดินที่เราทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเราจะพูดภาษาอะไร นับถือความเชื่อแบบไหน หรือมีรากเหง้ามาจากที่ใด เราต่างต้องพึ่งพาผืนดิน น้ำ ป่า และอากาศผืนเดียวกัน

ความหลากหลายจึงไม่ใช่สิ่งที่เราต้องก้าวข้าม
แต่คือสิ่งที่เราควรเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน

ในวันชนเผ่าพื้นเมืองสากลปีนี้
ขอให้ทุกเสียงได้รับการรับฟัง
ทุกวัฒนธรรมได้รับการเคารพ
ทุกชุมชนมีสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง
และทุกผืนดินได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจและความรับผิดชอบร่วมกัน

เพราะเมื่อเรานำความแตกต่างมาร้อยเรียงเข้าหากัน
ความหลากหลายจะไม่ใช่รอยต่อของความแตกแยก

แต่จะกลายเป็นผืนผ้าที่งดงาม
ที่ถักทอผู้คน วัฒนธรรม และผืนดิน
ให้หล่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลาย เคารพสิทธิ รักษาวัฒนธรรม และร่วมกันดูแลผืนดินที่เราเรียกว่าบ้าน

ขอบคุณภาพถ่ายจาก IMN เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง , ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร - SAC

08/08/2026

วันชนเผ่าพื้นเมืองสากล ทำไมเราต้องลุกขึ้นมาแสดงตัวตน? | สัมภาษณ์ ไวยิ่ง ทองบือ - เนื่องใน วันชนเผ่าพื้นเมืองสากล (International Day of the World's Indigenous Peoples) ชวนฟังบทสัมภาษณ์ คุณไวยิ่ง ทองบือ ประธานมูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ ถึงทิศทาง ความหวัง และข้อเรียกร้องในการขับเคลื่อนสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย

❓ เราคือ "ชนเผ่าพื้นเมือง" หรือ "กลุ่มชาติพันธุ์" ?
ไวยิ่ง ทองบือ: ในความเป็นจริงเราต้องการคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" เพราะสอดคล้องกับหลักสากลและการยอมรับตัวตน แต่ในบริบทประเทศไทย รัฐยังคงเลือกใช้คำว่า "กลุ่มชาติพันธุ์" อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไปไม่ถึงคำว่าชนเผ่าพื้นเมือง แต่การมีกฎหมายที่รองรับคำว่า "กลุ่มชาติพันธุ์" ก็ยังดีกว่าการไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยก็เป็นจุดยึดเหนี่ยวและเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาให้พี่น้อง

❓ พ.ร.บ. คุ้มครองชาติพันธุ์ฯ จะเข้ามาแก้ปัญหาชีวิตอย่างไร?
ไวยิ่ง ทองบือ: หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมต้องมีกฎหมายเฉพาะ ทำไมไม่ใช้ชีวิตเหมือนคนไทยทั่วไป? แต่ความจริงคือ ที่ผ่านมาพี่น้องชาติพันธุ์ "ขาดโอกาสที่ไม่เท่าเทียม" จนกลายเป็นความด้อยโอกาสในการพัฒนาชีวิต กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้สิทธิพิเศษ แต่มีไว้เพื่อ "ส่งเสริมและสนับสนุนให้เขาตั้งหลัก ยืนหยัด และได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม"

❓ "สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ฯ" คืออะไร?
ไวยิ่ง ทองบือ: เป็นสภาที่รวบรวมตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในไทยกว่า 60 กลุ่ม (กลุ่มละไม่เกิน 5 คน รวมสมาชิกร่วม 300 คน) เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเสียงสะท้อนปัญหาที่หลากหลาย เพราะแต่ละกลุ่มมีวิถีชีวิตและปัญหาต่างกัน เช่น กลุ่มพี่น้องมณีหรือมราบรีที่ย้ายถิ่นฐาน, พี่น้องชาวเล (มอแกน) ที่โดนทับซ้อนพื้นที่ทำกินในทะเล หรือพี่น้องบนดอยที่เจอประกาศเขตป่าทับที่ทำกิน สภานี้จะทำให้การแก้ปัญหาตรงจุดและสอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแต่ละกลุ่ม

❓ เนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมืองสากล อยากฝากอะไรถึงพี่น้อง ชุมชน และสังคม?
ไวยิ่ง ทองบือ: ถึงพี่น้องชาติพันธุ์: อยากเชิญชวนให้ทุกคนออกมา "แสดงตัวตน" บอกให้สังคมรู้ว่าเราคือส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศนี้มาอย่างยาวนาน หากเราไม่ตระหนัก ไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องหรือนำเสนอ ปัญหาของเราก็จะไม่ได้รับการแก้ไข

ถึงภาครัฐและสังคม: อยากขอให้ร่วมกันลบล้าง "อคติทางชาติพันธุ์" เช่น การมองว่ากลุ่มชาติพันธุ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือเป็นผู้ทำลายป่าไม้ สังคมพหุวัฒนธรรมจะเดินหน้าได้ ต้องเกิดจากการเรียนรู้ เข้าใจ ยอมรับ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน

#วันชนเผ่าพื้นเมืองสากล #พรบคุ้มครองชาติพันธุ์ #สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง #พหุวัฒนธรรม

แม่แจ่ม, เชียงใหม่ — เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดโครงการประชุมทบทวนและกำหนดโครงสร้างคณะกรรมการลุ่มน...
21/07/2026

แม่แจ่ม, เชียงใหม่ — เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดโครงการประชุมทบทวนและกำหนดโครงสร้างคณะกรรมการลุ่มน้ำแม่แจ่มตอนบนขึ้น ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านแม่ซา หมู่ 2 ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจากผู้นำชุมชน คณะกรรมการลุ่มน้ำเดิม ตลอดจนภาคีเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายสุริยพงศ์ รสสุคนธ์ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ เปิดเผยว่า พื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่มตอนบนถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำรงชีวิตของชุมชน ทั้งในมิติด้านทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิถีการทำมาหากิน ทว่าจากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของผู้นำท้องถิ่น ผู้แทนชุมชน และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้โครงสร้างคณะกรรมการชุดเดิมไม่สอดรับกับบริบททางสังคมและสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีการจัดประชุมเพื่อปรับปรุงโครงสร้าง ทบทวนบทบาทหน้าที่ และสร้างกลไกการทำงานร่วมกันให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การประชุมในครั้งนี้ครอบคลุมวาระสำคัญตลอดทั้งวัน โดยเริ่มต้นจากการกล่าวต้อนรับและเปิดการประชุมโดยผู้นำชุมชน ก่อนเข้าสู่วาระการชี้แจงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของ พระราชบัญญัติคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดย นายนวพล คีรีรักษ์สกุล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและติดตามสถานการณ์การขับเคลื่อนกฎหมายดังกล่าว จากนั้น นายสุริยพงศ์ รสสุคนธ์ ได้ร่วมทบทวนสถานการณ์ลุ่มน้ำและประวัติศาสตร์การก่อเกิดเครือข่ายลุ่มน้ำแม่แจ่มตอนบนให้แก่ผู้เข้าร่วมได้รับทราบ

ในช่วงบ่าย ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ข้อเสนอแนะ และดำเนินการ เลือกตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำชุดใหม่ พร้อมทั้งร่วมกัน วางกฎระเบียบลุ่มน้ำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน

ผลจากการประชุมในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ได้คณะกรรมการลุ่มน้ำแม่แจ่มตอนบนที่มีโครงสร้างเป็นปัจจุบัน มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นการสร้างแกนนำชุมชนที่มีความเข้าใจในเรื่องสิทธิชาติพันธุ์ อันจะนำไปสู่ความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างชุมชน หน่วยงานรัฐ และภาคีเครือข่าย ในการปกป้องและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

___________
©มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์

ที่อยู่

83, หมู่ 7, ซอย 5, สันพระเนตร, สันทราย, เชียงใหม่
Chiang Mai
50210

เบอร์โทรศัพท์

+6652010430

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์:

ทางลัด

แชร์