Sapphic Pride ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Sapphic Pride, องค์กรชุมชน, Chiang Mai

แซฟฟิคไพรด์ — กลุ่มเควียร์เฟมินิสต์ที่ร่วมขับเคลื่อนสตรีนิยม และสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับชาวแซฟฟิค/หญิงรักหญิง

Sapphic Pride — Building sapphic/wlw community through grassroots feminist action ✊🏼🏳️‍🌈

16/09/2026

มามะมามะ ยังมีที่ว่างเหลืออยู่สำหรับกิจกรรมนี้ !

วันนี้เราเอาตัวอย่างมาให้ดูว่าวันงานเราจะทำยังไงกัน ไม่ต้องกังวลว่าจะทำไม่ได้น้า เพราะทีมเราฝึกฝนเกียมตัวไปช่วยเพื่อน ๆ อย่างเพียบพร้อม !

เสาร์ 19 นี้ใครว่าง 🤎
📍มาเจอกันที่ HOC - เฮ้าส์ ออฟ คอมมอน คาเฟ่ แอนด์สเปซ ชั้น 3 (https://maps.app.goo.gl/YGvLjPVrVsJhHPhA6)

✨ลิงก์ลงทะเบียน https://forms.gle/mm8H5fana2qwGCaj9 (ในไอจีแสกนคิวอาร์โค้ดได้เลยจ้า :D)

ไม่ว่าใคร เพศไหน เก สเตรท เลสเบียน หรืออัตลักษณ์ใด ✳️ ก็เข้าร่วมฟรี !
(ขอแค่ลงทะเบียนล่วงหน้า เป็นเฟมินิสต์ และร่วมลงชื่อในแคมเปญลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา)

รายละเอียดการณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา: https://decoup6octsins.com/ 

สอบถามเพิ่มเติม  
Instagram: Sapphicpride.th
Facebook: Sapphic Pride
โทร: 093-771-8843 (โปเต้), 061-442-2218 (พิ้งกี้)

#ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา

แซฟฟิคป๊ะกั๋นรอบนี้ ขอชวนเพื่อน ๆ ชาวเฟมินิสต์กรุงเทพ ไม่ว่าจะนิยามตัวเองว่าเป็นอะไรก็มาได้ ขอแค่เป็นเฟมินิสต์ !มาร่วมคร...
12/09/2026

แซฟฟิคป๊ะกั๋นรอบนี้ ขอชวนเพื่อน ๆ ชาวเฟมินิสต์กรุงเทพ ไม่ว่าจะนิยามตัวเองว่าเป็นอะไรก็มาได้ ขอแค่เป็นเฟมินิสต์ !

มาร่วมคราฟต์ & ทอล์ค ทำพวงกุญแจ เข็มกลัด และพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงเรื่องราวช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาในรูปแบบของพวกเรา จะไม่มีการสอน จะไม่มีผู้เชี่ยวชาญ แต่เราจะร่วมแลกเปลี่ยนและรับฟังกันอย่างไม่ตัดสิน

💫วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569
📍เจอกันที่ HOC - เฮ้าส์ ออฟ คอมมอน คาเฟ่ แอนด์สเปซ ชั้น 3 (https://maps.app.goo.gl/YGvLjPVrVsJhHPhA6)

✨ลิงก์ลงทะเบียน https://forms.gle/mm8H5fana2qwGCaj9 (ในไอจีแสกนคิวอาร์โค้ดได้เลยจ้า :D)

13.00 น. ลงทะเบียน
13.20 น. ทำความรู้จัก
13.40 น. ร่วมแชร์สิ่งที่รู้เกี่ยวกับ 6 ตุลา
14.15 น. ทำพวงกุญแจและเข็มกลัด
15.15 น. ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแคมเปญ
16.30 น. ชวนทุกคนถ่ายรูปผลงานตัวเองผ่าน Template Instagram

✳️ เข้าร่วมฟรี ! รับเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้า เป็นเฟมินิสต์ และร่วมลงชื่อในแคมเปญลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาเท่านั้น
รับจำนวนทั้งหมด 25 คน
อย่าลืมลงทะเบียนก่อนเต็มน้า ^3^

รายละเอียดการณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา: https://decoup6octsins.com/

สอบถามเพิ่มเติม
Instagram: Sapphicpride.th
Facebook: Sapphic Pride
โทร: 093-771-8843 (โปเต้), 061-442-2218 (พิ้งกี้)

#ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา

OPEN CALL: “ลบมรดก 6 ตุลา” ฝัง/กลบ/จำ50 ปีผ่านไป มรดกของ 6 ตุลา ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในการเมือง ในความทรงจำ หรือแม้แต่ในร่...
08/09/2026

OPEN CALL: “ลบมรดก 6 ตุลา” ฝัง/กลบ/จำ

50 ปีผ่านไป มรดกของ 6 ตุลา ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในการเมือง ในความทรงจำ หรือแม้แต่ในร่างกายและความสัมพันธ์ของเรา มรดกของเผด็จการฝังรากลึกไว้ในชีวิตประจำวันของเรา

ชวนกันตั้งคำถามผ่านผลงานศิลปะ สำรวจความทรงจำ และมองหาร่องรอยของ 6 ตุลา ที่ยังคงอยู่ในชีวิตของเรา

“ลบมรดก 6 ตุลา” ฝัง/กลบ/จำ ชวนผู้สนใจร่วมส่งผลงานศิลปะที่ชวนให้ตั้งคำถามกับมรดกของความรุนแรงและอำนาจนิยมจากเหตุการณ์ 6 ตุลา หรือการเมืองไทย รวมถึงสำรวจประเด็นผ่านเลนส์เรื่องเพศ ร่างกาย เพศวิถี ความเป็นเควียร์ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจ

ผลงานจะถูกจัดแสดง ณ Sapphic Riot จ.เชียงใหม่
📅 26 กันยายน – 6 ตุลาคม 2569

กติกาและเงื่อนไขการส่งผลงาน
• คุณสมบัติผู้สมัคร: บุคคลทั่วไป ไม่จำกัดอายุและเทคนิคที่ใช้
• รูปแบบการสมัคร: ส่งผลงานในนามบุคคล (เดี่ยว) หรือกลุ่ม/ศิลปินร่วมก็ได้
• ขนาดผลงาน: ไม่เกิน A3 (29.7 × 42 ซม.)
• จำนวนผลงาน: ส่งได้ไม่เกิน 2 ชิ้นต่อคน

📌 เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ – 21 กันยายน 2569
เปิดรับผลงานหลายรูปแบบตามความถนัด

สามารถส่งผลงานและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Google Form: https://forms.gle/ja6tcjWKK4uEY6Bm9

#50ปี6ตุลา #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา

ภาพกิจกรรม วาดรูปไม่เหมือน ณ อ่างแก้ว (แบบหลบฝน 🌧️)พวกเรา Sapphic Pride ชวนเพื่อน ๆ มาวาดรูปไม่เหมือนกันที่มช. โจทย์คือ ...
04/09/2026

ภาพกิจกรรม วาดรูปไม่เหมือน ณ อ่างแก้ว (แบบหลบฝน 🌧️)

พวกเรา Sapphic Pride ชวนเพื่อน ๆ มาวาดรูปไม่เหมือนกันที่มช. โจทย์คือ วาดคนที่นั่งตรงข้าม ตามสไตล์ของเรา พูดคุยสบาย ๆ ทำความรู้จักกันผ่านปลายดินสอ

ถึงฝนจะตกจนต้องย้ายที่กันนิดหน่อย แต่พวกเราก็ยังได้ใช้เวลาดี ๆ ด้วยกัน ทำกิจกรรมที่ชวนให้ทุกคนได้ใช้พื้นที่เพื่อมาพบเจอ พูดคุย และใช้เวลาวาดรูปด้วยกัน

ไว้เจอกันใหม่ในกิจกรรมถัดไป พวกเรารอเจอเพื่อน ๆ ทุกคนน้าาา ^^
#แซฟฟิคป๊ะกั๋น #หญิงรักหญิง #เควียร์

[ปัญหาของคนเควียร์ไม่พอ]พอบอกว่าเป็นเควียร์ โลกอันกว้างใหญ่ก็มักจะขอให้ฉันไม่เป็นเควียร์ ขอให้ฉันไม่ผิดเพศ ขอให้ฉันปกติแ...
29/08/2026

[ปัญหาของคนเควียร์ไม่พอ]
พอบอกว่าเป็นเควียร์ โลกอันกว้างใหญ่ก็มักจะขอให้ฉันไม่เป็นเควียร์ ขอให้ฉันไม่ผิดเพศ ขอให้ฉันปกติแบบที่เขาคิดไว้ และขอให้ฉันไม่ผิดแปลกไปมากกว่านี้
และพอบอกว่าเป็นเควียร์ ในโลกของเควียร์ก็จะขอให้ฉันเป็นเควียร์แบบเควียร์ เควียร์เจาะจมูก เควียร์สีผมจี๊ด ๆ เควียร์แหวกขนบจัด ๆ เควียร์ที่ชัดเจนในอัตลักษณ์ เควียร์ตามแสตนดาร์ดแบบที่เขาจะดูออกแล้วพูดว่า ‘คนนี้ทรงเควียร์’
แล้วเควียร์แบบฉัน จะไปอยู่ตรงไหนของโลก แน่นอนล่ะว่าฉันเป็นเควียร์ แต่กลับไม่มีใครเคยบอกฉันว่าแบบนี้ทรงเควียร์เลยสักครั้งในชีวิต ไม่มีใครดูออกว่าฉันชอบผู้หญิงได้ เพราะฉันนั้นดันเป็นเควียร์ติดขนตา เขียนดอลลี่อาย หน้าขาวกว่าคอ ต้องเอาจิวจมูกออกเพราะอักเสบจนเป็นหนอง ไม่ค่อยชอบเจาะเยอะ ๆ ไม่ฟังเพลง Alternative เควียร์บ๊อง ๆ ที่ไม่ Fit in กับการแสดงออกแบบเควียร์ตามแสตนดาร์ด หรือแบบที่มักจะถูกบอกว่าเป็นทรงเควียร์
เอาจริง ๆ การไม่เคยถูกทักว่าเหมือนเควียร์ก็เป็นความรู้สึกเจ็บปวดทางหนึ่งของการดำรงอยู่ในความเป็นเควียร์ของฉันเหมือนกัน มิหนำซ้ำฉันยังเคยถูกพูดด้วยในทำนองที่ว่าฉันไม่ได้ดูเป็นเควียร์ขนาดนั้น ในสมองของฉัน ตอนที่ถูกพูดเช่นนั้นด้วยก็ประมวลได้เพียงว่า แล้วแบบไหนถึงจะถูกบอกว่าเป็นเควียร์ พอมีสติมากขึ้นก็ทำให้ฉันมานั่งคิดกับตัวเองเพิ่มอีกว่า แล้วเควียร์ที่แท้จริงมันมีรูปแบบจริง ๆ เหรอ
ช่วงอายุ 14 ปี ฉันรับรู้ได้ว่าตอนนั้นฉันไม่ใช่สเตรทอย่างแน่นอน เพราะฉันรู้สึกโรแมนติกกับผู้หญิงมากมายตั้งแต่ช่วงวัยนั้นเป็นต้นมา และรู้ตัวว่าไม่ได้อยากจะเป็นคนตรงเพศตามขนบของสังคม แต่การแสดงออกของฉันไม่ได้มีทีท่าที่แตกต่างไปจากคนตรงเพศสักเท่าไหร่ ว่าง่าย ๆ ฉันก็คงเป็นเหมือนผู้หญิงธรรมดา ที่ชอบผู้หญิง บางวันก็อยากลอนผม ไม่ได้อยากตัดผมเลเยอร์สไลด์ หรือไม่ได้อยากมีสีผมสีแดง หรือฟอกผมอะไรทำนองนั้น
มันก็ไม่ใช่ว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างบนฉันไม่เคยทำนะ ฉันทำมาแล้วทุกอย่าง ตั้งแต่ฟอกผม ตัดเลเยอร์สไลด์ มีผมสีแดง เจาะจมูก และอีกหลาย ๆ อย่างที่เขามักจะพูดว่าคนเป็นเควียร์มักจะทำ การมาเขียนในครั้งนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่กำลังบอกว่าการเป็นเควียร์แบบที่กล่าวไปมันผิดและไม่ดี ฉันไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น แถมตัวฉันเองก็ยังชื่นชมและเข้าใจมาก ๆ ด้วยซ้ำ เพราะฉันเคารพการต่อสู้กับสังคมด้วยการแสดงออกที่แหวกขนบเดิม แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บปวดมากที่สุดมันคือการที่ฉันถูกบอกว่าตัวฉันเอง “เควียร์ไม่พอ” “ดูไม่ใช่คนที่แสดงออกว่าดูเหมือนเควียร์” จากคนในชุมชนด้วยกัน จนบางครั้งมันก็น่าเอะใจว่าแล้วนิยามเควียร์ที่เขาบอกว่าลื่นไหล นี่มันคำโกหกหรือเปล่านะ ในเมื่อคนในชุมชนยังใช้คำพูดเช่นนี้ต่อกันอยู่
ปัญหาเรื่องการแสดงออกในมุมมองของฉันมันก็คงเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่หายจากชุมชนเควียร์ได้เร็ว ๆ นี้อยู่แล้ว และในความเป็นจริงอาจจะเกิดถกเถียงไม่จบไม่สิ้นอยู่ดี เพราะคนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่แยกเพศวิถีกับการแสดงออกทางเพศออกจากกัน มันเป็นพื้นที่สีเทา ๆ ที่ทำความเข้าใจยาก หรือจริง ๆ อาจจะเรียกว่าไม่ได้มีใครสนใจ แล้วมันก็ดันส่งผลให้เกิดปัญหาตั้งแต่เราจะแสดงออกยังไงให้คนรู้ว่าเราเป็นเลสเบียน มาจนถึงปัญหาแบบฉัน ที่ไม่อยากให้ใครมาบังคับว่าต้องแสดงออกแบบไหนถึงจะถูกเรียกว่าเควียร์
ฉันก็พอจะหาเหตุผลมาพยายามเข้าใจคนเหล่านั้นที่พูดกับฉัน ฉันคิดว่ามันก็คงเกิดจากการที่สื่อกระแสหลักที่มักจะนำเสนอภาพแทนของเควียร์ในรูปแบบเดิม ๆ แล้วทำให้เรามีภาพจำกับเควียร์ในรูปแบบเดียวว่าต้องมีลักษณะในรูปแบบใด และในสมัยที่สังคมยังไม่ได้เปิดกว้างเท่าวันนี้ การเป็นเควียร์ก็ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตนผ่านการแสดงออกมากมายว่าเราไม่ได้ต้องการอยู่ในระบบ ฉันเข้าใจดี และเข้าใจมันอย่างมาก แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจเลยก็คือ ทำไมกลับกลายเป็นว่าตอนนี้การแสดงออกแบบนั้นจึงกลายเป็นมาตรฐานเดียวของความเป็นเควียร์ และทำไมต้องเกิดคำพูดที่ทำร้ายคนในชุมชนด้วยกันเองด้วย เหมือนกับว่าหากฉันเป็นเควียร์นิยมไม่ได้ ฉันจะรู้สึกเควียร์น้อยลง และยังถูกบอกว่าไม่เหมือนเควียร์ ฉันรู้สึกถูกเบียดขับออกจากชุมชนอีกที แม้เขาจะไม่ตั้งใจ แต่ฉันรู้สึก
ฉันเชื่อว่าคงไม่ใช่แค่ฉันที่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องเควียร์ไม่พออยู่คนเดียว ยังมีคนในชุมชนเควียร์อีกมากที่บางครั้งก็ต้องอยากเป็นแบบนั้น ต้องอยากทำอย่างนี้ เพราะการถูกบังคับทางอ้อมแบบไม่รู้ตัว โดยไม่เคยถามตัวเองอย่างจริงจังว่านั่นใช่ความต้องการที่แท้จริงหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็คงเป็นเรื่องดีที่ค้นพบตัวตนใหม่ ๆ แต่ถ้าหากไม่ใช่ มันก็เหมือนกับว่าเราต้องพยายามเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้อยากเป็น เหมือนการย้อนกลับไปเป็นสเตรทอีกครั้งนั่นแหละ
จริง ๆ สำหรับฉันการแก้ปัญหาของเรื่องนี้ก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการเคารพกันอย่างแท้จริง หากฉันเคารพการแสดงออกของคุณ คุณก็ควรที่จะเคารพการแสดงออกของฉัน โดยไม่พูดว่าฉันเควียร์ไม่พอ หรือดูไม่เป็นเควียร์ เพราะการดำรงอยู่แล้วรักเพศเดียวกัน โลกก็บังคับให้ฉันรู้สึกแปลกแยกมากพออยู่แล้ว หากอยู่ในชุมชนที่ฉันวาดฝันว่าเขาคงเข้าใจในความหลากหลาย แต่กลับยังมีการเลือกปฏิบัติกันเช่นนี้ ทำให้ฉันรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง ก็คงไม่แปลกที่จะเสียใจ และปัญหาต่าง ๆ ที่เราพยายามต่อสู้และแก้ไขคงวนกลับมาทำร้ายคนในชุมชนแบบเดิมซ้ำ ๆ เพราะการกระทำแบบนั้นมันไม่ได้ต่างอะไรกับสังคมวงกว้างที่มักบอกว่าเควียร์เป็นสิ่งแปลกแยก และผลักเควียร์ออกมาจากความปกติ
สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากเอาไว้ การเป็นเควียร์ในรูปแบบของฉันก็ไม่ได้เป็นเควียร์ไปน้อยกว่าใครเลย หรือการเป็นเควียร์ในรูปแบบของคุณก็ยังคงเป็นเควียร์เช่นกัน และการเป็นเควียร์มันลื่นไหลไปมากกว่าการที่จะต้องถูกยัดลงกรอบว่านิยามไหนคือเควียร์ที่แท้จริง และใครก็ตามที่รู้สึกในรูปแบบเดียวกัน ไม่เป็นไรนะ เราสามารถเป็นเควียร์ในรูปแบบที่เราต้องการได้เสมอ แค่รู้สึกว่าเป็นเควียร์ นั่นคือก็ความเป็นเควียร์ที่สมบูรณ์แบบแล้ว
เควียร์คือคำนิยามของความหลากหลายทางเพศที่ไม่ยึดติดกับกรอบของความเป็นเพศทวิลักษณ์ (Gender Binary) เควียร์เป็นความลื่นไหลที่ไม่กำหนดรูปแบบ
เขียนโดย พี่กิ๊ง
#เควียร์

ชวนเพื่อน ๆ มานั่งเล่น วาดรูปเพื่อน (ไม่เหมือน) ทำความรู้จัก และกินขนมด้วยกัน ที่ อ่างแก้ว มช. วาดตามสไตล์ตัวเองได้เลย ไ...
12/08/2026

ชวนเพื่อน ๆ มานั่งเล่น วาดรูปเพื่อน (ไม่เหมือน) ทำความรู้จัก และกินขนมด้วยกัน ที่ อ่างแก้ว มช. วาดตามสไตล์ตัวเองได้เลย ไม่จำเป็นต้องวาดรูปเป็นหรือวาดรูปเก่ง 🎨>⩊

。𖦹°‧ แซฟฟิคป๊ะกั๋นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เราชวนเพื่อน ๆ มาหยุดมองธรรมชาติ พร้อมกับหันกลับมามองตัวเอง ผ่านกิจกรรมมาดูผีเสื้อ...
29/07/2026

。𖦹°‧ แซฟฟิคป๊ะกั๋นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เราชวนเพื่อน ๆ มาหยุดมองธรรมชาติ พร้อมกับหันกลับมามองตัวเอง ผ่านกิจกรรมมาดูผีเสื้อที่สวนกับเราไหม? ในวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ɛїɞ ⋆. 𐙚 ̊
เราใช้เวลาร่วมกันที่อุทยานผีเสื้อและแมลง เพื่อดู ‘ผีเสื้อ’ สิ่งมีชีวิตที่มักถูกพูดถึงในฐานะสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่าน การเติบโต และการโบยบิน เราพบว่าผีเสื้อแต่ละตัวไม่ได้สวยเพราะมีสีสันเหมือนกัน แต่โดดเด่นด้วยลวดลาย รูปทรง และการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แถมยังมีวัฐจักรชีวิตที่ต้องเปลี่ยนผ่านตามช่วงของชีวิตเหมือนกับพวกเรา เราจึงชวนเพื่อน ๆ เดินต่อไปที่สวนรถไฟ เพื่อวาดภาพผีเสื้อที่สะท้อนตัวตนของแต่ละคน หากเราเป็นผีเสื้อ เราจะเป็นผีเสื้อแบบไหน พร้อมแลกเปลี่ยนเรื่องราวผ่านบทสนทนาและภาพวาดเหล่านั้น
หลายคนแบ่งปันเรื่องราวของการเติบโตท่ามกลางความคาดหวังของสังคมในฐานะแซฟฟิค เควียร์ ที่ต่างเคยต้องต่อรองกับกรอบความคาดหวังเรื่องเพศ อัตลักษณ์ และการแสดงออก ถูกตั้งคำถามว่าใครรุกใครรับ ใครเมะใครเคะ หรือถูกคาดหวังให้มีบุคลิกแบบใดแบบหนึ่งเพียงเพราะการแต่งตัว ทรงผม หรือวิธีการแสดงออก บางคนถูกมองว่าถ้าแต่งตัวแมนก็ต้องเป็นฝ่ายรุก ถ้าแต่งตัวหวานก็ต้องเป็นฝ่ายรับ หรือถ้าไม่ได้เข้ากับภาพจำเหล่านี้ เราก็ต้องมานั่งอธิบายตัวเองอยู่เรื่อย ๆ เมื่อมองกลับมาที่ภาพผีเสื้อของทุกคน เราพบว่าไม่มีภาพไหนเหมือนกันเลย บางภาพเต็มไปด้วยสีสัน บางภาพใช้เพียงไม่กี่สี บางภาพวาดอย่างละเอียด ขณะที่บางภาพปล่อยให้พื้นที่ว่างเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ผีเสื้อแต่ละภาพล้วนสะท้อนความทรงจำ ความรู้สึก และประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน ไม่มีภาพไหนถูกหรือผิด เช่นเดียวกับการเป็นเควียร์หรือการเป็นแซฟฟิคที่ไม่มีนิยามเดียว ทุกคนต่างมีจังหวะของการเติบโต มีเส้นทางของการค้นพบตัวเอง และมีวิธีโบยบินในแบบของตัวเอง
กิจกรรมวาดรูปผีเสื้อในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนช่วงเวลาที่เราได้กลับมาทบทวนตัวเอง มองย้อนกลับไปยังประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ หล่อหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้
ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและใช้เวลาร่วมกัน ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมครั้งหน้า ⋆˚꩜。
#แซฟฟิคป๊ะกั๋น #กรุงเทพ

แซฟฟิคป๊ะกั๋นอีกครั้ง คราวนี้พวกเราชวนเพื่อน ๆ มาทำตุ๊กตากระดาษ ลองแต่งตัวด้วยชุดที่เลือกเอง ในกิจกรรม แต่งตัวแบบนี้แล้ว...
27/07/2026

แซฟฟิคป๊ะกั๋นอีกครั้ง คราวนี้พวกเราชวนเพื่อน ๆ มาทำตุ๊กตากระดาษ ลองแต่งตัวด้วยชุดที่เลือกเอง ในกิจกรรม แต่งตัวแบบนี้แล้วทำไมค๊า? เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา 👚✂️ ⋆ ˚。⋆౨ৎ˚

ตุ๊กตากระดาษเป็นของเล่นที่หลายคนเคยเล่นมาก่อน ของเล่นชิ้นนี้มักมาพร้อมกับตัวหุ่นตุ๊กตาและเสื้อผ้ากระดาษ ที่ให้คนเล่นเลือกชุดได้ตามใจ จะจับคู่กับหมวก หรือกับรองเท้าคู่ไหนก็ตามใจคนเล่นได้เลย ดังนั้นกิจกรรมนี้เลยอยากให้เพื่อน ๆ “ถูกใจในการแต่งตัวของตัวเอง” ตุ๊กตากระดาษจึงเป็นตัวแทนของ เพื่อน ๆ ที่ได้ลองแต่งตัวตามสไตล์ที่อยากแต่งหรือสไตล์ที่ชอบ โดยไม่ต้องกังวลว่าแต่งแบบไหนถึงจะเข้ากับตัวเอง

บทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างร่วมทำกิจกรรม เป็นบทสนทนาที่ทำให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับประสบการณ์การแต่งตัว ประกอบไปด้วยประสบการณ์ที่น่าจดจำ และประสบการณ์ที่อยากลืมมันไป หลายประสบการณ์ก็เกิดขึ้นจากบรรทัดฐานความงามในสังคม ที่ทำให้เราคิดว่า รูปร่างของเรา สีผิวของเรา รอยตามตัว หรือสไตล์การแต่งตัวของเรา เป็นสิ่งที่ไม่สวยงามและผิดแปลก จนทำให้ตัวเราไม่กล้าแสดงออกตัวตนผ่านการแต่งตัว

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครมากำหนดตัวเราได้ เราก็ต่างมีสีผิวที่ไม่เหมือนกัน ขนตามตัว รอยตามตัว ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกได้ว่าเราไม่ดูแลตัวเอง และสไตล์การแต่งตัวก็ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินใครได้

การทำตุ๊กตากระดาษครั้งนี้ จึงได้เป็นพื้นที่ให้เพื่อน ๆ ได้ลองเลือก ลองสนุก และลองเป็นตัวเอง เพราะ “การแต่งตัว” ไม่ควรเป็นสิ่งที่จำกัดตัวตนของใคร ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงแบบเดียว และเราทุกคนควรมีอิสระในการเลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกมั่นใจ และเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรม 🙂 แล้วพบกันใหม่

#แซฟฟิคป๊ะกั๋น #หญิงรักหญิง #เควียร์

[ปักตระกร้า ลงลิฟต์ และ Eating Disorder]คำเตือนเนื้อหา: โรคการกินผิดปกติ (Eating Disorder), พฤติกรรมล้วงคออาเจียน (Purgi...
19/07/2026

[ปักตระกร้า ลงลิฟต์ และ Eating Disorder]
คำเตือนเนื้อหา: โรคการกินผิดปกติ (Eating Disorder), พฤติกรรมล้วงคออาเจียน (Purging), มีการกล่าวถึงการฆ่าตัวตาย (Mention of Su***de)
เพียงไถโซเชียลมีเดียก็อาจพบคำอย่าง "ปักตะกร้า" หรือ "ลงลิฟต์" ซึ่งเป็นคำเลี่ยงบาลีที่ใช้แทนการ "ลดน้ำหนัก" อยู่บ่อยครั้ง ท่ามกลางกระแสที่ผู้คนพูดถึงการลดน้ำหนักอย่างกว้างขวาง ยังมีอีกคำหนึ่งที่ควรได้รับความสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ โรคการกินผิดปกติ (Eating Disorder)
แม้คำนี้จะไม่ใช่ศัพท์ที่ติดหูหรือถูกพูดถึงในวงกว้าง แต่การทำความเข้าใจโรคนี้สำคัญยิ่งกว่าการจดจำคำที่กำลังเป็นกระแส
โรคการกินผิดปกติ (Eating Disorder) เป็นกลุ่มโรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่อ ความคิด และการรับรู้เกี่ยวกับรูปร่างและน้ำหนักของตนเอง จนไปถึงส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ป่วยเอง โดยมีหลายรูปแบบ เช่น โรคคลั่งผอม (Anorexia Nervosa) โรคล้วงคอ (Bulimia Nervosa) และโรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder)
ข้อมูลเหล่านี้หาอ่านได้ไม่ยากบนอินเทอร์เน็ต แต่คำอธิบายทางการแพทย์มักบอกเราได้เพียงว่าโรคนี้ "คืออะไรอย่างง่าย ๆ" มากกว่าจะทำให้เข้าใจว่า โรคนี้ "เป็นอย่างไร"
เพราะสำหรับผู้ป่วยแล้ว โรคการกินผิดปกติไม่ได้เป็นเพียงคำจำกัดความหรือรายชื่อโรค หากแต่เป็นประสบการณ์ที่ยากจะอธิบายด้วยตำราทางการแพทย์ กระทั่งชื่อแปลภาษาไทยของโรคเองก็ยังชวนให้ผู้คนเข้าใจการเจ็บป่วยอย่างผิวเผิน ราวกับเมื่อเห็นคนกินน้อย ก็คิดว่าตนเข้าใจโรคนี้แล้ว ทั้งที่สิ่งที่มองเห็นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดทั้งหมด
บทความนี้จึงไม่ใช่คำอธิบายทางการแพทย์ หากเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ของผู้ป่วยคนหนึ่งที่เคยเข้ารับการบำบัดโรคการกินผิดปกติ
หากต้องนิยามโรคนี้ในฐานะผู้ป่วย เราคงเรียกมันว่า “โรคที่บังคับให้เราอยู่ในวงจรพิสูจน์ตัวเอง ล้มเหลว และการเกลียดตัวเองซ้ำ ๆ ไม่ว่าเราจะรูปร่างแบบใด ผอม สมส่วน น้ำหนักเกินก็อยู่ในวงจรนี้ได้ทั้งนั้น”
สำหรับผู้ป่วย อาหารไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันเชื่อมโยงกับการถูกตัดสิน ความรู้สึกว่าเราไม่ดีพอ และความเชื่อว่าคุณค่าของเราขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก ความคิดเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์ การเลี้ยงดู คำพูดของผู้คน และสิ่งสังคมส่งต่อมาตั้งแต่วัยเด็ก (แม้ในเชิงการแพทย์จะระบุว่ามีปัจจัยจากพันธุกรรมร่วมด้วยก็ตาม) จนกลายเป็นเสียงในหัวที่ดังเสียยิ่งกว่าเสียงของตัวเราเอง ทั้งหมดนำมาสู่พฤติกรรมที่เป็นพิษต่อผู้ป่วยเอง อย่าง การล้วงคออ้วก การกินยาถ่ายเกินความจำเป็น การออกกำลังกายเพื่อลงโทษตัวเอง หรือแม้แต่ การตัดสินปลิดชีวิตตัวเอง
เมื่อโรคถูกอธิบายด้วยคำว่า 'กลัวอ้วน' ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้คนจึงมองว่าผู้ป่วยเป็นเพียงคนที่หมกมุ่นกับความผอม ทั้งที่สำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ความทุกข์ที่แท้จริงอยู่ลึกกว่านั้น ข้อเท็จจริงของโรค คือ ผู้ป่วยไม่ได้กลัวอ้วน แต่ สิ่งที่เรากลัวก็เหมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง คือ การไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคม การไม่อยากโดนเลือกปฏิบัติ
จากการแพร่หลายของกระแส "ปักตะกร้า" และ "ลงลิฟต์" บนสื่อออนไลน์ ผู้เขียนกังวลว่ากระแสเหล่านี้อาจยิ่งส่งเสริมให้โรคการกินผิดปกติพบได้มากขึ้น ขณะที่สังคมกลับยังขาดความตระหนักรู้ต่อความร้ายแรงของโรค และยังคงยึดโยงอยู่กับชุดความคิดที่บิดเบี้ยวเกี่ยวกับรูปร่าง น้ำหนัก และคุณค่าของร่างกาย
ในฐานะผู้ป่วยคนหนึ่ง ขอเลือกใช้พื้นที่เล็ก ๆ นี้เพื่อส่งเสียงและชวนให้ทุกคนตั้งคำถามกับค่านิยมที่เราคุ้นชิน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เสพสื่อ ผู้ผลิตสื่อ หรือผู้ที่มีส่วนร่วมในการส่งต่อเนื้อหาบนโลกออนไลน์ เพราะทุกคำพูด ทุกภาพ และทุกคอนเทนต์ ล้วนมีอิทธิพลต่อใครบางคนเสมอ
บทเรียนสำคัญที่สุดจากการเข้ารับการบำบัดมากกว่า 50 ครั้ง คือการได้เรียนรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวตนอะไรเลย เพื่อใช้ชีวิต หรือเพื่อใครก็ตาม เพียงแค่เราใช้ชีวิตนั้นก็มีคุณค่าในตัวมากพอแล้ว
หากเนื้อหาในบทความนี้ทำให้คุณตระหนักว่ากำลังเผชิญกับภาวะเหล่านี้อยู่โปรดรู้ไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่ลำพัง การหันหน้าไปปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง คือก้าวแรกที่กล้าหาญและปลอดภัยสำหรับคุณ
สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
สายด่วน สปสช. โทร. 1330
หรือศูนย์ให้คำปรึกษาของสถานศึกษาของคุณ
เขียนและภาพโดย Saya.
#ปักตะกร้า

ที่อยู่

Chiang Mai
50360

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Sapphic Pride โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Sapphic Pride:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่