BCNC Green Office สำนักงานสีเขียว (green Office)

15/07/2026

ถุงรักษ์โลกหรือแค่ฟอกเขียว?
เมื่อ ‘ถุงรักษ์โลก’ ที่ขายตามซูเปอร์มาเก็ต จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ ‘ถุงผ้า’
เชื่อว่าหลายคนน่าจะมี "ถุงสปันบอนด์" พับเก็บไว้ที่บ้าน
ทุกครั้งที่คุณลืมพกถุงผ้าไปซื้อของที่ซูเปอร์ฯ
มักจะมีถุงชนิดหนึ่งขายที่แคชเชียร์ เพื่อทดแทนการใช้ถุงพลาสติก
แต่รู้หรือไม่ว่า ถุงสปันบอนด์ที่ผิวสัมผัสคล้ายผ้านั้น
แท้จริงแล้วทำมาจากเส้นใยพลาสติก PP (Polypropylene) ที่นำมาอัดเป็นแผ่น ซึ่งความทนทานมักจะน้อยกว่าถุงพลาสติกแบบฟิล์มหนา
และเมื่อเสื่อมสภาพก็สามารถแตกตัวกลายเป็น ‘ไมโครพลาสติก’ ได้ง่าย
ยิ่งเก็บทิ้งไว้นาน ๆ ก็ยิ่งเปื่อยยุ่ย
จากที่คิดว่าจะช่วยลดขยะจากถุงพลาสติก
แต่หากไม่มีกระบวนการรองรับตอนที่มันหมดอายุการใช้งาน การเคลมว่ารักษ์โลกอาจนำไปสู่ปัญหาขยะที่ใหญ่กว่าเดิมได้
✳️ แล้วเหตุใดประเทศไทยจึงปล่อยให้ ‘ถุงสปันบอนด์’ ถูกขายอย่างแพร่หลาย ในนามของ ‘ถุงรักษ์โลก’ ?
⭕️ เพราะเรายังไม่มีกฎหมายควบคุมเรื่องนี้
​🇪🇺 บทเรียนจากยุโรป: เคลมรักษ์โลกต้องมีหลักฐาน (Green Claims)
​ในต่างประเทศ การขายสินค้าแล้วบอกว่าเป็นทางเลือกรักษ์โลกโดยไม่มีระบบจัดการรองรับ อาจเข้าข่ายการฟอกเขียว (Greenwashing) ได้
✳️ สหภาพยุโรป (EU) ได้ยกระดับการกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผ่านข้อเสนอ EU ชื่อ Empowering Consumers for the Green Transition Directive (ECGT)
✳️ กฎหมายนี้ห้ามการใช้คำโฆษณากว้าง ๆ เช่น "Eco-friendly" หรือ "รักษ์โลก" ลอย ๆ โดยไม่ระบุบริบทและหลักฐานรับรองที่ชัดเจน
ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 4% ของยอดขายประจำปีในประเทศสมาชิกนั้น ๆ
✳️ ​กฎหมายนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบได้
ก่อนที่จะเคลมคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งระบุเงื่อนไขการอ้างอย่างชัดเจน
​⚙️✳️ พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือทางออกเชิงระบบ ที่เชื่อมผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
​ปัญหานี้เราไม่สามารถแก้ได้ด้วยการตำหนิผู้บริโภคที่ลืมพกถุงผ้า หรือตำหนิห้างสรรพสินค้าที่พยายามหาทางเลือกให้ลูกค้า
แต่เราต้องแก้ที่ ‘โครงสร้างของระบบ’
ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมประเทศไทยจึงต้องเร่งผลักดัน #พรบเศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน
​✅ นำหลักความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) มาใช้:
กฎหมายจะกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบของผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต
ตั้งแต่การออกแบบ ➡️ ไปจนถึงตอนที่กลายเป็นขยะ (หมายความว่าในอนาคต ผู้จัดจำหน่ายหรือห้างอาจจะต้องมีจุดรับคืนถุงสปันบอนด์เก่าเพื่อส่งไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี)
✅เน้นการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco-design):
ส่งเสริมและมุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ทนทาน ใช้ซ้ำได้จริง หรือนำไปรีไซเคิล ซ่อมแซม และหมุนเวียนได้ตลอดอายุการใช้งาน เพื่อลดปริมาณของเสียตั้งแต่ต้นทาง
✅ ​จัดการปัญหา Greenwashing:
ให้อำนาจและหน้าที่แก่สภาองค์กรของผู้บริโภคในการกำกับดูแลและตรวจสอบการเคลมรักษ์โลก เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่บอกว่าดีต่อสิ่งแวดล้อมนั้น "รักษ์โลกจริง ๆ" ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาด
​ถุงที่หยิบมาใช้แทนถุงพลาสติกวันนี้ จะไม่ใช่แค่ ทางเลือกที่ดูดีกว่าเดิม
แต่ต้องผ่านการตรวจสอบตลอดวงจรชีวิตจริง ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ผลิต ไปจนถึงปลายทางเมื่อมันหมดอายุการใช้งาน
และนี่คือสิ่งที่ พ.ร.บ. CE จะเข้ามาวางกติกาให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ "รักษ์โลก" เป็นแค่คำเคลมที่ไม่มีใครตรวจสอบได้อีกต่อไป
✳️✳️✳️ และคุณสามารถช่วยให้ประเทศดีขึ้นได้ ✳️✳️✳️
⬇️ มาร่วมกันลงชื่อสนับสนุน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ฉบับประชาชน
โดยเข้าทางเว็บรัฐสภา (ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaiD)
ลิงค์นี้
[ https://einitiative.parliament.go.th/draftlaw-detail?id=ef50faa0-f057-4de2-8448-2574cb9dcf6a&name=ร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหม...%20(นางสาว%20สุจิตรา%20วาสนาดำรงดี%20ผู้เสนอ)&type= ]
เพียง
➡️ กด ‘ร่วมเข้าชื่อ‘
➡️ ติ๊กด้านล่าง ☑️ ข้าพเจ้ายอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ในการใข้งานระบบเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
➡️ เลือกยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD หรือ e-KYC
➡️ กดยินยอม
✅ เท่านี้ก็เสร็จแล้วค่ะ
เราต้องการขั้นต่ำ 10,000 รายชื่อ เพื่อให้กฎหมายนี้ได้ไปต่อในรัฐสภา ทุกเสียงของคุณจึงสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง

15/07/2026

เชิญชวนเข้าชื่อเสนอกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน 🙏🏻
เพื่ออนาคตของประเทศที่จะดีขึ้น
และจะทำให้ประเทศไทยไม่ต้องจมอยู่ในกองขยะอีกต่อไป 🔥

✳️ ครั้งนี้จะเป็นเรื่องการผลักดันกฎหมาย ที่จะ…
1. แก้ปัญหา ‘ขยะ’ ที่เรื้อรังทับถมเป็นภูเขาขยะ กว่าสองพันแห่งทั่วประเทศไทย
รวมถึงตกค้างตามธรรมชาติ แถมปล่อยคาร์บอนซ้ำเติมปัญหาโลกร้อน
2.แก้ปัญหา ’บรรจุภัณฑ์‘ ที่ใช้วัสดุจัดการยาก รีไซเคิลไม่ได้ ไม่รู้ทิ้งที่ไหน
ไปจนถึงร้านค้าที่มักแจกพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอย่างฟุ่มเฟือย
3.แก้ปัญหา ‘สินค้า’ ที่มีอายุสั้น พังง่าย ซ่อมยาก เพื่อกระตุ้นให้เราต้องจ่ายเงินซื้อใหม่
(เราจะได้ใช้ของดี มีคุณภาพมากขึ้น ไม่ต้องเสียเงินซื้อบ่อย)
4.ช่วยเหลือธุรกิจไทย ให้เปลี่ยนผ่านสู่ Circular Economy ได้ง่ายขึ้น ด้วยทุนสนับสนุนจาก ‘กองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียน’
อยากทำดี ต้องมีคนสนับสนุน
(กองทุนช่วยท้องถิ่นและภาคประชาสังคมด้วยนะ)
5.เพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจไทย ทำการค้าในกติกาสากลได้เท่าทันประเทศอื่น
เช่น EU PPWR, ESPR
(เพราะหลายประเทศคู่แข่งเราเค้ามีกฎหมายนี้กันหมดแล้ว)

💚 นี่เป็นแค่หัวใจหลักๆ คร่าวๆ ส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน (ฉบับประชาชน) ที่ร่างขึ้นมาโดยดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาฯ ร่วมกับเครือข่ายนักกฎหมายที่ศึกษาประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างมากว่า 6 ปี
ผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายภาควิชาการ NGO สื่อมวลชน กลุ่มธุรกิจและสตาร์ทอัพ ฯลฯ รวมกว่า 30 หน่วยงาน
💚💚 นี่คือร่างกฎหมาย ที่ไม่ใช่แก้ปัญหาขยะเพียงแค่ที่ถังขยะ - แต่จะแก้ตั้งแต่ต้นทาง หาทางลด ทำระบบ สร้างแรงจูงใจ ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
✳️ เป้าหมายของเราต้องการถึง 100,000 รายชื่อ!
เพื่อให้รัฐบาลหันมาสนใจเรื่องนี้โดยเร็ว ก่อนประเทศไทยจะตกขบวน อยู่ท่ามกลางกองขยะ และทรัพยากรที่เสื่อมโทรม
[วิธีการ]
📌 ร่วมลงชื่อสนับสนุน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ฉบับประชาชน ได้ที่
➡️ https://einitiative.parliament.go.th/draftlaw-detail?id=ef50faa0-f057-4de2-8448-2574cb9dcf6a&name=ร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหม...%20(นางสาว%20สุจิตรา%20วาสนาดำรงดี%20ผู้เสนอ)&type=
หรือสแกน QR code บนภาพ
➡️ กด ‘ร่วมเข้าชื่อ‘
➡️ ติ๊กด้านล่าง ☑️ ข้าพเจ้ายอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ในการใข้งานระบบเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
➡️ เลือกยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD หรือ e-KYC
➡️ กดยินยอม
✅ เท่านี้ก็เสร็จแล้วค่ะ
✳️ ปล.*เป็นเว็บของรัฐสภาโดยตรง ไว้ใจได้
-จะมีการเชื่อมต่อกับแอปฯ ThaiD เพื่อยืนยันตัวตน
ใครติดปัญหาตรงไหน ถามในคอมเมนต์ของเพจ Thailand Circular Economy เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้เลย
ดูข้อมูลเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. CE เพิ่มเติมได้ที่ https: //thailandcenetwork.org/

15/07/2026

ฝนตกทีไร... ไม่อยากออกไปไหน คนส่วนใหญ่ก็มักจะกดสั่งเดลิเวอรี 🛵 🍲

โดยการสั่งอาหาร 1 ครั้ง มักพ่วงมาด้วยขยะพลาสติกที่เกินจำเป็น ดังนั้นเพื่อไม่ให้มื้ออร่อยของเราเป็นภาระกับโลก เลยอยากชวนทุกคนมาสั่งเดลิเวอรีแบบรักษ์โลกที่ทำตามง่าย ๆ 👇

🚫🍴 กด ‘ไม่รับช้อน-ส้อมพลาสติก’
ช่วยลดการใช้พลาสติก Single Use ตั้งแต่ต้นทาง

🏡 เลือกสั่ง ‘ร้านใกล้บ้าน’
ได้อาหารส่งไวทันใจคนหิว ร่นระยะทางและลดการปล่อยคาร์บอนจากการเดินทางของพี่ ๆ ไรเดอร์ แถมยังประหยัดค่าส่งอีกด้วย

🧼♻️ แยกขยะบรรจุภัณฑ์ก่อนทิ้ง
เมื่อทานเสร็จแล้ว ล้างทำความสะอาดสักนิด เพื่อส่งต่อขยะพลาสติกไปกำจัดและรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง

มื้อต่อไปในวันฝนตก ลองมาสั่งเดลิเวอรีแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันดูนะ ✨😊

#ปตท

15/07/2026
15/07/2026

(English Below)
📦 แกะพัสดุเสร็จแล้วอย่าเพิ่งทิ้ง! "ซองไปรษณีย์พลาสติก" เอามา วน ได้นะ ♻️✨
สายช้อปออนไลน์ห้ามพลาด! ซองพัสดุพลาสติกที่ได้มาจากการสั่งของขวัญ สั่งเสื้อผ้า หรือของใช้วันละหลายๆ ซองเนี่ย รู้ไหมว่าน้องเป็น "พลาสติกยืด" เนื้อดี ที่ "วน" เลิฟมากกก! 💖
🔍 ทริคสังเกตง่ายๆ ว่า "วนได้" หรือไม่?
ลองใช้นิ้วโป้งกดแล้วออกแรงดึงดู ถ้าเนื้อพลาสติก "ยืดดดด.. ได้จริง" (แบบในภาพ)
ไม่ฉีกขาดดังแคว้กเหมือนกระดาษ แปลว่าผ่านฉลุย! เตรียมส่งมารีไซเคิลกับพวกเราได้เลย
✂️ แต่อย่าลืม... จัดการเตรียมตัวให้น้องมีความพร้อมก่อนส่งมา "วน" นิดนึงน้า
• ตัดหรือแกะใบปะหน้า: ส่วนที่เป็นกระดาษ สติกเกอร์ที่อยู่ หรือเทปกาวเหนียวๆ ออกให้หมดก่อนนะจ๊ะ เพราะวัสดุพวกนี้ "ไม่สามารถรีไซเคิลร่วมกับพลาสติกยืดได้" หากหลุดรอดไปจะไปทำให้ระบบรีไซเคิลมีปัญหาได้
• เคลียร์ป้าย เทป บาร์โค้ดเสร็จแล้ว สะบัดให้สะอาด สะสมให้แน่น แล้วส่งมา "วน" ชุบชีวิตใหม่ให้ซองพัสดุกันนะ!
สั่งของได้ฟิน แถมยังรักษ์โลกด้วย ดีต่อใจสุดๆ 💚

📦 Done Shopping? Don't Trash Your Plastic Mailing Bags—They Can Be "Won"! ♻️✨
Calling all online shoppers! Those plastic courier bags piling up from your daily deliveries are actually high-quality stretchable plastics that the Won Project absolutely loves! 💖
🔍 How to check if it's recyclable?
It's super simple! Just use your thumbs to give it a tug. If the plastic actually stretches and doesn't just snap like paper, it’s 100% good to go!
✂️ Remember to prep your bags before sending:
• Cut or peel off the shipping labels: Make sure to completely remove paper labels, address stickers, and heavy adhesive tapes. These materials "cannot be recycled together with stretchable plastics" and can contaminate our entire recycling process.
• Once they're clean and label-free, collect them up and send them to "Won" for a brand-new life!
Happy shopping and happy recycling! 💚.
#ทริคง่ายๆสังเกตเลย #ซองไปรษณีย์พลาสติก #พลาสติกยืดเท่านั้น #โครงการวน #รักษ์โลก #สายช้อปต้องแชร์

30/06/2026
30/06/2026

ซูเปอร์เอลนีโญกับสุขภาพคนไทย ปกป้องชีวิตและกลุ่มเปราะบาง ท่ามกลางโลกที่ร้อนขึ้น
(สาขาสาธารณสุข)
เมื่อโลกกำลังเผชิญแนวโน้มการเกิด “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ซึ่งเป็นภาวะเอลนีโญที่มีความรุนแรงสูงกว่าปกติ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องภัยแล้งหรือการขาดแคลนน้ำเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศร้อนจัดได้จำกัด ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านภูมิอากาศทั้งในและต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ประเทศไทยมีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยอาจสูงกว่าปกติประมาณ 1.3–2.2 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจดูไม่มากนัก แต่เมื่อรวมกับความชื้นในอากาศ จะทำให้ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงขึ้นจนส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่ออากาศร้อน กลายเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ซูเปอร์เอลนีโญทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มเผชิญคลื่นความร้อน (Heatwave) และอากาศร้อนจัดต่อเนื่องยาวนานขึ้น อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมร้อน (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
นอกจากนี้ ความร้อนยังส่งผลต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคทางเดินหายใจ โรคไต และโรคเรื้อรังอื่น ๆ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากความเครียดและความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งความเสี่ยงที่สำคัญคือความเชื่อมโยงระหว่างความแห้งแล้ง ไฟป่า และฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพทางเดินหายใจของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่เสี่ยงไฟป่า
กลุ่มเปราะบาง คือกลุ่มที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ

แม้ว่าความร้อนจะส่งผลต่อทุกคน แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป นั่นคือ
กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำงานได้ลดลงตามวัย
กลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งยังไม่สามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศร้อนจัดได้ดีเท่าผู้ใหญ่
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไต
และอีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญคือเกษตรกรและแรงงานกลางแจ้ง ซึ่งต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน และมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำและโรคลมร้อนสูงกว่ากลุ่มอื่น
จากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย สู่การป้องกันล่วงหน้า
ภายใต้แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ประเทศไทยกำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องสุขภาพประชาชนจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศมากขึ้น แนวคิดสำคัญคือ
การเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเกิดปัญหา สู่การเฝ้าระวังและป้องกันล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูลภูมิอากาศและระบบเตือนภัยเป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งการพัฒนาระบบ Heat Health Warning System จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลสภาพอากาศกับข้อมูลด้านสุขภาพ เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ล่วงหน้า
การดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
ประเทศไทยเริ่มมีการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อความเสี่ยงจากความร้อนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยทุกภาคส่วนได้เร่งดำเนินการดังนี้
Heat Health Warning System กรมอนามัยร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาระบบเตือนภัยสุขภาพจากความร้อน เพื่อแจ้งเตือนระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวแก่ประชาชน
การพัฒนาดัชนีความร้อน (Heat Index) ประเทศไทยเริ่มนำข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์มาประเมินค่าดัชนีความร้อน เพื่อสะท้อนความรู้สึกของร่างกายต่อสภาพอากาศจริง และใช้เป็นข้อมูลประกอบการแจ้งเตือนความเสี่ยงด้านสุขภาพ
Heat Action Plan กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการจัดทำ Heat Action Plan และ Heat Mapping เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงความร้อนในเมือง พร้อมพัฒนามาตรการรองรับกลุ่มเปราะบางและลดผลกระทบจากคลื่นความร้อน
การเฝ้าระวังโรคลมร้อนในพื้นที่เสี่ยง หน่วยงานสาธารณสุขในหลายจังหวัดได้ดำเนินกิจกรรมเฝ้าระวังโรคลมร้อนในกลุ่มแรงงานกลางแจ้ง เกษตรกร นักเรียน และผู้สูงอายุ รวมถึงเผยแพร่ความรู้ในการป้องกันตนเองจากความร้อน
ยุทธศาสตร์สำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการ
การรับมือซูเปอร์เอลนีโญในมิติด้านสุขภาพจำเป็นต้องมองไกลกว่าการรักษาพยาบาล โดยการ..
การพัฒนาดัชนีความร้อนความละเอียดสูงในระดับพื้นที่ เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
การขยายระบบ Heat Health Warning System ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และเชื่อมโยงกับระบบเตือนภัยหลายภัย (Multi-Hazard Early Warning System)
การพัฒนาพื้นที่พักคลายร้อน (Cooling Center) ในเขตเมือง โรงเรียน สถานพยาบาล และพื้นที่สาธารณะ
การยกระดับมาตรการดูแลแรงงานกลางแจ้ง เกษตรกร และกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึง
การบูรณาการข้อมูลด้านภูมิอากาศและสุขภาพเข้าสู่กระบวนการวางแผนของภาครัฐในทุกระดับ ซึ่งจะช่วยให้สามารถดำเนินงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ และป้องกันปัญหาได้อย่างตรงจุด
ประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไร
การป้องกันตนเองจากผลกระทบของความร้อนสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัวโดยการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ แม้ยังไม่รู้สึกกระหาย หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือหมดสติ
สำหรับครอบครัว ควรให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรังเป็นพิเศษ รวมถึงติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐอย่างสม่ำเสมอ
เพราะในโลกที่กำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวด้านสาธารณสุขไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาโรค แต่คือการปกป้องชีวิต สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยทุกคนสามารถก้าวผ่านความท้าทายจากซูเปอร์เอลนีโญและวิกฤตภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ที่มา
กรมอนามัย. (2569). Heat Health Warning System สำหรับประเทศไทย.
กรมอนามัย. (2569). แนวทางป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน.
กระทรวงสาธารณสุข. (2569). ระบบเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคลมร้อน (Heat Stroke Surveillance).
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน). (2569). LifeDee Application และ Heat Index Monitoring.
กรุงเทพมหานคร. (2568). Heat Action Plan และ Heat Mapping กรุงเทพมหานคร.
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่จัดกิจกรรม “Big Cleaning Day” พร้อมกันทั่วทั้งวิทยาลัยฯโดยมีคณา...
22/05/2026

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่
จัดกิจกรรม “Big Cleaning Day” พร้อมกันทั่วทั้งวิทยาลัยฯ
โดยมีคณาจารย์ บุคลากร เจ้าหน้าที่ และตัวแทนนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาเกิดความตระหนักด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน รวมทั้งร่วมกันพัฒนาพื้นที่ภายในวิทยาลัยฯ ให้สะอาด เป็นระเบียบ น่าอยู่ และเอื้อต่อการปฏิบัติงานและการเรียนรู้

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการสร้างความร่วมมือ ความสามัคคี และเสริมสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมขององค์กรร่วมกัน อันจะนำไปสู่การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี สร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคลากรและนักศึกษาอย่างยั่งยืน

ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุพรรณี กัณดิลก ผู้อำนวยการฯ พร้อมด้...
22/05/2026

ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุพรรณี กัณดิลก ผู้อำนวยการฯ พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากร เจ้าหน้าที่ และตัวแทนนักศึกษา ทุกชั้นปี
ร่วมจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้แห่งชาติ ประจำปี 2569
ณ บริเวณพื้นที่ด้านหลังวิทยาลัยฯ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูและรักษาความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรและนักศึกษาเกิดความรัก ความหวงแหน และตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

สำหรับต้นไม้ที่ปลูกในครั้งนี้ ได้แก่ ต้นสัก ต้นพะยูง ต้นประดู่ ต้นเหลืองอินเดีย และต้นอินทนิล ซึ่งล้วนเป็นไม้ที่มีคุณค่าและช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับวิทยาลัยฯ อันจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น สวยงาม และเอื้อต่อการเรียนรู้

ในโอกาสนี้ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ ขอขอบพระคุณสถานีเพาะชำกล้าไม้แม่แตงเป็นอย่างสูง ที่ให้ความอนุเคราะห์กล้าไม้สำหรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับ“ชุมชนนักปฏิบัติงานช่างเทคนิคซ่อมบำรุง”วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ นำโดย นายพงษ์ศักดิ์...
22/05/2026

ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับ
“ชุมชนนักปฏิบัติงานช่างเทคนิคซ่อมบำรุง”วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ นำโดย นายพงษ์ศักดิ์ กองหอม พร้อมทีมงานช่างเทคนิค และนางสาวฤทัย อุตมะ นักจัดการงานทั่วไป ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
จากการประกวดการจัดการความรู้ (KM) ประจำปี 2569
ในหัวข้อ “แนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาสำนักงานสีเขียว (Green Office)
สู่การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ด้วยผลงานนวัตกรรม “Eco-Smart Remote” สวิตช์อัจฉริยะเปลี่ยนโลก เพื่อองค์กรสีเขียวไร้มลพิษ
ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์
และความมุ่งมั่นทุ่มเทของบุคลากรในการพัฒนาองค์กร
สู่การเป็นองค์กรสีเขียวที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการพัฒนาและบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม และการต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ขอแสดงความยินดีและขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกท่าน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทรงคุณค่าเพื่อองค์กรและสังคมต่อไป

ที่อยู่

Chiang Mai Nursing College
Chiang Mai
50180

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BCNC Green Officeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์