เรียบเรียงโดย ธัญ กาญจน์วัฒนานนท์
ชาวจีนโพ้นทะเลจากแผ่นดินใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารกษัตริย์แห่งกรุงสยาม ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนและทำธุรกิจการค้าราว 200-300 ปีที่ผ่านมา ในจังหวัดเชียงใหม่ได้เกิดการรวมตัวของชาวจีนโพ้นทะเล ดังปรากฎจากหลักฐานที่บันทึกไว้ ดังนี้
เมื่อปี พ.ศ. 2419 จากแรงศรัทธาของเหล่าบรรพชนชาวจีนโพ้นทะเลได้สร้างศาลเจ้าปุงเถ่ากง-ม่า ขึ้น ซึ่งถือเป็นศาลเจ้าเก่าแก
่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ มีสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะจีนโบราณ โดยอาคารหลังเดิมสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชการที่ 5 ) และได้พบตัวเลข 2419 สลักอยู่บนไม้อกไก่ของหลังคา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นปีที่ก่อสร้าง เนื่องจากหลังคาหลังเดิมมีสภาพหลังคาเตี้ย คับแคบ ชำรุดทรุดโทรมจึงได้มีการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นทดแทนอาคารหลังเก่า จนเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2541
เมื่อประมาณพ.ศ. 2444 ชาวจีนในจังหวัดเชียงใหม่ได้เกิดความคิด ในการเปิดโรงเรียนสอนภาษาจีนให้กับบุตรหลานชาวจีน เพื่อศึกษาเรียนรู้ภาษาจีน และสืบสานวัฒนธรรมจีน ซึ่งมีการเปิด-ปิดโรงเรียนอยู่หลายครั้งจนกลายมาเป็นโรงเรียนจีน 8 สถาบัน ซึ่งได้ควบรวมเป็นหนึ่งเดียว และมีการเรียนการสอนมาจนถึงปัจจุบัน คือ โรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวานิชบำรุง ภายใต้การดูแลของมูลนิธิช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุงวิทยา
พ.ศ. 2515 องค์กรจีนได้รวมตัวก่อตั้งเป็น “สมาคมพ่อค้าจีนเชียงใหม่” โดยมีคุณทรวง เตริยาภิรมย์เป็นนายกสมาคมก่อตั้งคนแรก (ซึ่งเป็นบิดาของท่านบุญทรง เตริยาภิรมย์) โดยมีที่ทำการตั้งอยู่ที่มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมธุรกิจการค้า การศึกษา วัฒนธรรมไทย-จีน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ
พ.ศ. 2536 คณะกรรมการสมัยที่ 10 และ 11 ภายใต้การบริหารของนายก ศุภฤกษ์ ลิ้มเล็งเลิศ ได้เล็งเห็นจำนวนสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งงานของสมาคมก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย จึงริเริ่มสรรหาสถานที่ของสมาคมเองเพื่อให้การบริหารงานของสมาคมสะดวกมากขึ้น ด้วยมติอันท่วมท้นและการสนับสนุนของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องจึงได้มีการขออนุญาติใช้ที่ดินของมูลนิธิช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุงวิทยา เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารที่ทำการซึ่งได้ เปิดใช้ตราบจนปัจจุบันนี้ ปัจจุบันสมาคมนักธุรกิจไทยจีนเชียงใหม่เป็นศูนย์ประสานงาน ของ 40 องค์กรชาวจีน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน เช่น องค์กรชาวจีนแต้จิ๋ว กวางตุ้ง ฮากกา ไหหนำ ยูนนาน และไต้หวัน ยังมีองค์กรที่มีถิ่นกำเนิด และตระกูลแซ่ต่าง ๆ รวมถึงศาลเจ้าอีกหลายแห่ง ซึ่งรวมกันแล้วมีสมาชิกนับ 10,000 คน
พ.ศ. 2552 คณะกรรมการบริหาร สมัยที่ 18 และ19 ภายใต้การบริหารของนายกนพดล อานนทวิลาศได้มีนโยบายเชิญชวน บุตรหลานรุ่นที่ 3-4 เข้ามาเป็นสมาชิก เพื่อมารับช่วงกิจการต่าง ๆ ต่อไป และมีมติเปลี่ยนชื่อจากสมาคมพ่อค้าจีนเชียงใหม่ เป็นสมาคมนักธุรกิจไทยจีนเชียงใหม่นับจากนี้เป็นต้นไปเป็นวาระการบริหารของ คณะกรรมการสมัยที่ 20 ซึ่งมีคุณทรงวิทย์ อิทธิพัฒนากุล เป็นนายกสมาคม เพื่อสานต่ออุดมการณ์ของสมาคม ด้วยความมุ่งมั่นอุตสาหะ เพื่อก้าวสู่อนาคตที่สดใสรุ่งเรือง