20/05/2024
การวางแผนไปเที่ยวยังต้องคิด แผนการเงินและชีวิตจะไม่คิดได้อย่างไร
มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ แหล่งรายได้หลังเกษียณอายุ
ปัจจุบันมีเครื่องมือออมเงินเพื่อวัยเกษียณหลากหลายรูปแบบให้ทุกคนได้เลือกใช้ตามความถนัด ตามความเสี่ยง และตามสไตล์ของแต่ละคน ซึ่งมีทั้งการแหล่งเงินออมแบบภาคบังคับและภาคสมัครใจ
รู้หรือไม่ มนุษย์เงินเดือนเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่วางแผนเกษียณได้ง่ายกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ เพราะมีสวัสดิการจากบริษัทกับภาครัฐที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนให้มีเงินออมเพื่อเกษียณ
เชื่อว่าอาจยังมีบางคนที่ไม่รู้ว่า เมื่อเกษียณแล้วเรามีแหล่งรายได้จากไหนบ้าง วันนี้เราเลยได้รวบรวมแหล่งเงินออมต่างๆ ของมนุษย์เงินเดือน เพื่อนๆ จะได้เอาไปใช้ประกอบการวางแผนเกษียณของตัวเองกัน
1. เงินชดเชยเลิกจ้าง
เมื่อเราเกษียณอายุจากการทำงาน เราจะได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างตามพรบ.คุ้มครองแรงงานกำหนดว่านายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างให้กับลูกจ้าง โดยอายุการเกษียณนั้นขึ้นอยู่แต่ละบริษัทกำหนด ส่วนใหญ่จะกำหนดอายุเกษียณอยู่ที่อายุ 60 ปีบริบูรณ์ และจำนวนเงินที่จะได้รับ ขึ้นอยู่กับอายุงานและเงินเดือนเดือนสุดท้าย
เช่น เงินเดือนเดือนสุดท้าย 100,000 บาท อายุงาน 15 ปี ตามอัตราค่าชดเชยจะได้ค่าชดเชย 300 วัน (หรือประมาณ 10 เดือน) ดังนั้น เมื่อเกษียณจะได้รับเงินก้อนเป็นจำนวน 1,000,000 บาท
2. เงินบำเหน็จบำนาญจากกองทุนประกันสังคม
เงินที่เราจ่ายเข้าประกันสังคมเดือนละ 750 บาท จะมีแบ่งเงินส่วนหนึ่งอยู่ในเงินออมยามเกษียณ เงินส่วนนี้ขอรับคืนได้เมื่อออกจากประกันสังคมและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ โดยจะได้รับคืนในรูปแบบเงินบำเหน็จ (เงินก้อน) หรือบำนาญตลอดชีพ (เงินรายเดือน) ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงิน ไม่สามารถเลือกเองได้
3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งด้วยความสมัครใจ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ และยังเป็นสวัสดิการที่นายจ้างให้ลูกจ้างอีกด้วย
โดยเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาจาก 2 ทาง คือ เงินที่เรา (หรือพนักงาน) หักส่วนหนึ่งสะสมเข้ากองทุนทุกเดือน และเงินที่นายจ้างสมทบเข้ามาในกองทุน ตามสัดส่วนที่ได้ตกลงกันไว้ ระหว่างที่เงินอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น ก็จะมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายการลงทุนของกองทุนที่เราเลือก
และเราจะได้รับเงินก้อนนี้ต่อเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หากต้องการถอนเงินออกก่อนอายุ 55 ปีก็สามารถทำได้ แต่อาจจะต้องเสียภาษีเงินได้ตามที่กำหนดเนื่องจากเราขายกองทุนผิดเงื่อนไขนั้นเอง
4. เบี้ยยังชีพคนชรา หรือเบี้ยผู้สูงอายุ
เบี้ยยังชีพคนชราเป็นสวัสดิการที่ภาครัฐจัดสรรให้แก่ผู้สูงอายุชาวไทยทุกคน ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ เพียงแค่ลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินในส่วนนี้ ลงทะเบียนแค่ครั้งเดียว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกปีเราก็จะได้รับเงินเป็นรายเดือนไปตลอดชีพจนถึงแก่กรรม โดยจำนวนเงินที่ได้รับต่อเดือนจะแบ่งเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุ เริ่มต้นเดือนละ 600 - 1,000 บาท
5. เงินออมภาคสมัครใจ เช่น กองทุน RMF, กองทุน SSF, ประกันออมทรัพย์, ประกันแบบบำนาญ และสินทรัพย์ลงทุนอื่น ๆ
เป็นแหล่งรายได้ที่เกิดจากการมั่นเก็บออมและลงทุนด้วยตัวเองตั้งแต่ช่วงวัยทำงานจนถึงก่อนเกษียณ ยิ่งเราทยอยสะสมไว้มากก็ยิ่งมีเงินใช้ตอนเกษียณมาก แต่ละผลิตภัณฑ์ก็มีรายละเอียดรูปแบบการลงทุนและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เราสามารถเลือกได้ตามสไตล์ของตัวเอง
จะเห็นได้ว่า แหล่งรายได้หลังเกษียณรายได้หลังเกษียณของมนุษย์เงินเดือนมีค่อนข้างเยอะ ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ การบรรลุเป้าหมายเงินออมเพื่อเกษียณจึงไม่ยากอย่างที่คิดแล้ว ขอแค่เรามีวินัยออมเงินและการลงทุน
นอกจากนี้ เราอยากแนะนำให้ทุกคนตั้งเป้าหมายและคำนวณเงินเพื่อเกษียณกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้มีระยะเวลาเก็บออมและมีเงินเพียงพอ หากไปคำนวณตอนใกล้ๆ แล้วพบว่าเงินเกษียณไม่เพียงพอ ก็อาจจะยากในการวางแผนออมเงินให้ทันได้นะ
#ลงทุน #รู้เท่าธัน #ออมเงิน #เก็บเงิน #เกษียณ #มนุษย์เงินเดือน #วางแผนการเงิน #วางแผนเกษียณ #ประกันสังคม #กองทุน