OCEAN Samut Prakan บริการให้การปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง โทร 08-6008-6004

อาสาสมัครเพื่อชุมชนแห่งความเท่าเทียม ด้านสุขภาพทางเพศ และสิทธิมนุษยชน
บริการให้คำปรึกษาด้านเอชไอวี/เอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และแนะนำส่งต่อสถานพยาบาลเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา

01/12/2025

🚨 ปี 2568 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในไทยถึง 13,357 คน โดย 1 ใน 3 (35%) เป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี และที่น่าใส่ใจคือ ถึง 96.4% ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพศให้กับเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ห้ามมองข้าม

(แต่รู้หรือไม่? เยาวชนไทยทุกคนมีสิทธิประโยชน์ด้านเอชไอวีฟรี ทั้งการป้องกัน ตรวจ และรักษา ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัยฟรี ยาป้องกัน PrEP/PEP ตรวจฟรีปีละ 2 ครั้ง หรือยารักษา ARV ที่เริ่มได้ทันทีเมื่อพบเชื้อ)

🎯 3 ฟรี ที่เยาวชนต้องรู้

1️⃣ ป้องกันฟรี
🛡️ ถุงยางอนามัย
ใช้ทุกครั้ง “ที่มีเพศสัมพันธ์” กับ ทุกคน ทุกช่องทาง
รับฟรีที่: หน่วยบริการสาธารณสุข โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรภาคประชาสังคม ร้านยา หรือผ่าน แอปเป๋าตัง

💊 ยาเพร็พ (Pre-Exposure Prophylaxis: PrEP) - ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ
สำหรับคนที่มี “พฤติกรรมเสี่ยงสูง”
ก่อนเริ่มยา “ต้องตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อเอชไอวี”
⚠️ ป้องกันได้เฉพาะเอชไอวี (ควรใช้ถุงยางร่วมด้วย)

⚡ ยาเป๊ป (PEP) - ป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ
เริ่มให้เร็วที่สุด “ภายใน 72 ชม.”
กินต่อเนื่อง 28 วัน
รับได้ที่โรงพยาบาลรัฐทุกแห่ง “ไม่จำกัดครั้ง”

2️⃣ ตรวจฟรี
✅ ตรวจที่โรงพยาบาล ปีละ 2 ครั้ง
✅ ชุดตรวจด้วยตนเอง - รับฟรีที่โรงพยาบาล/แอปเป๋าตัง

3️⃣ รักษาฟรี
ยา ARV (ยาต้านเอชไอวี)
เริ่มได้ทันทีในวันทราบผล
กินต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ช่วยกดไวรัสให้ต่ำกว่า 200 copies/ml หรืออยู่ในระดับ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่ถ่ายทอดเชื้อให้ผู้อื่น U=U (Undetectable = Untransmittable)

รอบรู้สิทธิ → ตรวจเมื่อเสี่ยง → รักษาทันทีเมื่อพบเชื้อ

📱 ช่องทางรับบริการ
🏥 โรงพยาบาลรัฐ/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
💊 ร้านขายยา
📲 แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
🔗 ค้นหาพิกัดรับยา: https://shorturl-ddc.moph.go.th/JexTH

✨ เพราะ “เด็กและเยาวไทยทุกคน มีสิทธิประโยชน์ด้านเอชไอวีฟรี ทั้งด้านการป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการดูแลรักษา” ✨

กรมอนามัย ยืนเคียงข้างทุกคน สร้างสังคมที่ไม่ตีตรา ส่งเสริมให้เยาวชนรอบรู้ เข้าถึงบริการป้องกันและดูแลสุขภาพที่เท่าเทียม พร้อม "Overcoming disruption, transforming the AIDS response : ก้าวข้ามวิกฤต พลิกโฉมงานเอดส์" เพื่อให้เกิดการป้องกันและการดูแลสุขภาพตนเองควบคู่กับการรับรู้สิทธิ์ที่เลือกได้ตามวิถีที่ต้องการไปด้วยกัน 💙

📍 ด้วยรักและห่วงใย อยากให้คนไทยรอบรู้เรื่องสุขภาพ ด้วยหลัก 3 รู้อยู่รอด เพื่อการรู้ถึงสถาณะสุขภาพที่ดีของตัวเองได้ทุกวัยในทุกวัน จาก กรมอนามัย 💝

📌 อย่าลืมกดติดตาม Facebook กรมอนามัย เพื่อติดตามข่าวสาร สาระสุขภาพ และกิจกรรมดี ๆ จากเรานะคะ

👉 ท่านสามารถ ติดตามสาระความรู้สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่
https://multimedia.anamai.moph.go.th/
👉 และอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อ ติดตามสาระความรู้สุขภาพควบคู่ไปกับความบันเทิง เพิ่มเติมได้ที่
https://www.tiktok.com/.anamai.thailand
tiktok.com/

#กรมอนามัย #วันเอดส์โลก #ฟ้าสีรุ้ง #คลินิกนิรนาม
#วัยเรียนวัยรุ่น #วัยทำงาน #แม่ละเด็ก #สูงวัย
#สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม
#กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
#กรมอนามัยส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี

15/07/2025

อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ HIV อย่างไรให้ปลอดภัย GPO คลายข้อข้องใจในโพสต์เดียว 👏

ทำความเข้าใจก่อนว่า เราสามารถอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ HIV ได้ตามปกติ เพราะ เชื้อ HIV ไม่ได้ติดต่อง่ายขนาดนั้น และเราไม่ควรเลือกปฏิบัติหรือกีดกันทางสังคม เพียงเพราะเขาติดเชื้อ HIV 👩‍👩‍👦‍👦

เชื้อ HIV ติดต่อได้อย่างไร❓

เชื้อ HIV พบได้ในน้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นช่องคลอด เลือด และน้ำนม โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือผ่านเนื้อเยื่ออ่อน เช่น ภายในช่องคลอด ทวารหนัก และรูเปิดของอวัยวะเพศชาย โดยติดต่อผ่านทาง…

● การมีเพศสัมพันธ์ร่วมกับผู้ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ใส่ถุงยางอนามัยหรือถุงยางอนามัยฉีกขาด โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักมีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดถึง 18 เท่า*

● การใช้เข็มฉีดยา เข็มสัก เข็มเจาะ มีดโกนหนวด กรรไกรตัดเล็บร่วมกัน โดยมีเลือดที่ติดเชื้อ HIV ปนเปื้อนอยู่ที่อุปกรณ์เหล่านั้น

● เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นช่องคลอดที่มีเชื้อ HIV สัมผัสกับแผลเปิดบนร่างกาย

● การแพร่เชื้อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์

📌 ข้อจำกัดเกี่ยวกับการติดเชื้อ HIV

● กรณีที่ยุงไปกัดคนติดเชื้อ HIV แล้วมากัดเราต่ออีกที จึงไม่สามารถติดเชื้อ HIV ได้

● แผลที่สามารถติดเชื้อ HIV ได้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่เยื่อบุอ่อน เช่น แผลในปาก แผลเริมที่อวัยวะเพศและทวารหนัก ส่วนแผลที่อยู่ตรงร่างกาย เช่น นิ้วมือ ไม่ใช่แผลเยื่อบุอ่อน จึงไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV

● เชื้อ HIV ไม่สามารถติดต่อผ่านทางน้ำลาย ปัสสาวะ น้ำตา เหงื่อ ดังนั้น จึงไม่ติดเชื้อผ่านการจูบ (ยกเว้นผู้ที่มีแผลในปากหรือขณะจูบอาจเผลอไปกัดปากทำให้เลือดออก) การกอด การสัมผัสร่างกาย การไอ-จาม

เมื่อคู่รักติดเชื้อ HIV ควรทำอย่างไร❓

มีเพศสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง และทานยา PrEP ตามคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

เมื่อคนในครอบครัวติดเชื้อ HIV ทำอย่างไร❓

ให้กำลังใจ ไม่ทำพฤติกรรมว่ารังเกียจ และกระตุ้นให้คนในครอบครัวรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทานยาต้านไวรัส HIV เพื่อกดปริมาณไวรัสในกระแสเลือดไม่ให้แพร่เชื้อต่อไปได้ ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกันได้ปกติ เช่น ทานอาหารร่วมกัน, ทานอาหารที่ผู้ติดเชื้อ HIV เป็นคนทำ, ใช้ห้องน้ำเดียวกัน, ว่ายน้ำสระเดียวกัน, ใช้รถสาธารณะร่วมกัน แต่ทั้งนี้ ควรใช้ช้อนกลางและแยกของใช้ส่วนตัว เพื่อสุขอนามัยที่ดีและป้องกันโรคติดต่ออื่น ๆ ทั้งนี้ ควรลดการตีตรา เพื่อให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข

*แหล่งอ้างอิง : ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย (คลินิกนิรนาม)

#องค์การเภสัชกรรม #เอชไอวี

11/03/2025

ป.ป.ช. แก้รับ 'สมรสเท่าเทียม'
"อยู่กินฉันสามีภริยา" กับ 'เจ้าพนักงานของรัฐ' แบบไหนเป็น 'คู่สมรส'
แม้ไม่จดทะเบียนสมรส-หย่าร้างแล้ว
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศหลักเกณฑ์ 'ผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยา' ตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกเลิกข้อความตามหลักเกณฑ์เดิม พร้อมประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ ถึงบุคคลซึ่งอยู่กินกันฉันคู่สมรสโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับเจ้าพนักงานของรัฐ และมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นคู่สมรส
ลักษณะดังกล่าว ได้แก่
1. ได้ทำพิธีมงคลสมรสหรือพิธีอื่นใดในทำนองเดียวกันกับเจ้าพนักงานของรัฐ โดยมีบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลภายนอกรับทราบว่าเป็นการอยู่กินเป็นคู่สมรสกันตามประเพณี
2. เจ้าพนักงานของรัฐแสดงให้ปรากฏว่ามีสถานะเป็นคู่สมรสกัน หรือมีพฤติการณ์เป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปว่ามีสถานะดังกล่าว
ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุคคล ซึ่งจดทะเบียนสมรสกับเจ้าพนักงานของรัฐและต่อมาได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกันตามกฎหมาย แต่ยังแสดงให้ปรากฏหรือมีพฤติการณ์ซึ่งเป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปว่ามีสถานะเป็นคู่สมรสกัน
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. เป็นต้นไป ผลจาก พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนั้น
โดยจากการตรวจสอบของสำนักข่าวทูเดย์ พบว่า เนื้อความเกือบทั้งหมดเป็นไปตามประกาศเดิมที่ถูกยกเลิกไป ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงคำว่า 'สามีภริยา' เป็น 'คู่สมรส' เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
สำนักข่าว TODAY
สำนักข่าวออนไลน์ เปิดความรู้ ดูทูเดย์
#สำนักข่าวทูเดย์

18/02/2025

สาระน่ารู้กับ FUN FACT HIV ✨
HIV รู้ไว้ ไม่ติดง่าย ถ้าเข้าใจ!
HIV ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่รู้วิธีป้องกันก็ใช้ชีวิตได้แบบไร้กังวล! ✨
#ของเหลวในร่างกายที่แพร่เชื้อเอชไอวีได้
1. เลือดและน้ำเหลือง
2. น้ำอสุจิ และสารคัดหลั่งที่ออกมาก่อนอสุจิ
3. น้ำหล่อลื่นในช่องคลอด
4. น้ำนม
เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล หรือผ่านเนื้อเยื่ออ่อน เช่น ภายในช่องคลอด ทวารหนัก และรูเปิดของอวัยวะเพศชาย
#เราจะติดเชื้อเอชไอวี ได้จาก
1.มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด หรือ ทวารหนัก โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย
2.ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ใช้เข็มสัก เข็มเจาะร่างกายร่วมกัน
3.โดนเข็มตำ โดยเข็มนั้นมีเลือดที่ติดเชื้อเอชไอวี ปนเปื้อนอยู่
4.เลือด น้ำอสุจิ หรือน้ำหล่อลื่นช่องคลอดที่มีเชื้อเอชไอวี ปนอยู่ สัมผัสกับแผลเปิดบนร่างกาย
🩸 เชื้อเอชไอวี จะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันมากที่สุด การใช้ถุงยางอนามัย และ/หรือ แผ่นยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น จะป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ได้
🩸 เชื้อเอชไอวี สามารถติดต่อผ่านแม่สู่ลูกในระหว่างตั้งครรภ์ คลอด หรือให้นมบุตรได้ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี จะต้องรับประทานยาเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อเอชไอวี ไปยังลูก
🩸 เชื้อเอชไอวี ไม่ติดต่อผ่านน้ำลาย ดังนั้นคุณจะไม่ติดเชื้อเอชไอวี ผ่านการจูบ การกินอาหารหรือน้ำดื่มร่วมกัน หรือ การใช้ช้อนส้อมร่วมกัน รวมไปถึงการกอด การจับมือ การไอ การจาม การใช้ห้องน้ำร่วมกัน ก็ไม่ใช่ช่องทางติดต่อของเชื้อเอชไอวี

#เข้าใจให้ถูก #ป้องกันให้เป็น ใช้ชีวิตให้สนุกแบบไม่ต้องกลัว! 💖
สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ขอสนับสนุนความเท่าเทียม ทั้งด้านบริการการรักษา กฎหมาย การเข้าถึงเทคโนโลยี และการอยู่ร่วมกันในสังคม
#ปรึกษารับคำแนะนำเกี่ยวกับเอชไอวีได้ที่ Facebook Fanpage FACT HIV
#ปรึกษาการคุมกำเนิดได้ที่คลินิกเวชกรรม สวท ทั้ง 9 แห่ง โทร 02-941-2320 ต่อ 181-182และ #แพทย์ทางไกล 085-585-9580 หรือ 095-661-6551
#สมาคมวางแผนครอบครัว #สวท #วางแผนครอบครัว #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #ถุงยางอนามัย #ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #เอชไอวี #เอดส์ ู้ไว้ไม่ติดง่าย #เข้าใจไม่ตีตรา

11/02/2025

ผลกระทบจากนโยบาย "ปล้น" หลักการสิทธิมนุษยชนของ ปธน.ทรัมป์ ต่อสถานการณ์เลือกปฏิบัติ

จากนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) โดยเฉพาะการระงับ สั่งตัด สะบั้นการสนับสนุนงานด้านการต่างประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่แห่งสหรัฐอเมริกา ทั้งที่เกี่ยวกับภาคเศรษฐกิจ สิทธิมนุษยชน นอกจากส่งผลกระทบต่อบุคคล กลุ่มคนที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองโดยตรง เช่น ผู้ลี้ภัย แรงงานข้ามชาติ กลุ่มประชากรที่เปราะบางต่อการถูกละเมิดสิทธิแล้ว ยังกระทบถึงหน่วยงานภาคประชาสังคม ที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากสหรัฐอเมริกา

จนทำให้เกิดภาวะการถูก “แขวนลอย” ขณะที่หากขยายลงไปมองรายละเอียดนโยบายแล้ว การมาของ ปธน.ทรัมป์ กำลังสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่า เนื่องจากตั้งป้อมแต่งตัวเป็น “เจ้าโลก” ที่รั้นตะแบงกับหลักการสากลในการโอบรับความแตกต่างหลากหลาย ตัวอย่างเช่น การยกเลิก Non-Binary ในทางกฎหมายให้เหลือเพียงหญิง - ชาย, การจำกัดการเข้าถึงบริการอนามัยด้านเจริญพันธุ์ สานต่อจากศาลสูงของสหรัฐฯ ที่คว่ำสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยสิทธิยุติการตั้งครรภ์, การไม่ยอมรับนโยบายโยกย้ายถิ่นฐานของผู้ลี้ภัย และเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ระบบบริการสาธารณสุขของกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลาย ซึ่งยังจำเป็นต้องพึ่งพาการสนับสนุนของอเมริกาในห้วงเวลาที่มาตุภูมิยังล้าหลังไร้การเหลียวแลนั้นกำลังระส่ำ จากท่าทีที่มีความพยายามถอนตัวจากข้อตกลงปารีสและองค์การอนามัยโลก

ตัวเลขประมาณการของรัฐบาลสหรัฐ พบว่าพวกเขาจะประหยัดเม็ดเงินที่สนับสนุนสันติภาพ และระบบสุขภาพของโลกไปร่วม 68,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีโครงการและการดำเนินงานทั่วโลกถูกปล่อยค้างมกากว่า 15,000 โครงการ ปริมาณความเดือดร้อนกินไปทั่วทั้ง 204 ประเทศทั่วโลกครอบคลุมทุกภูมิภาค

สำหรับเรื่องนี้ เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (MovED) ได้มีการจัดกิจกรรมระดมความคิดเห็น (MoveD Think Tank #1) หัวข้อ “ทรัมป์ นโยบาย การเลือกปฏิบัติ และการสู้กลับของชุมชน” โดยมีบุคคลในแวดวงประชาสังคม นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว และสื่อมวลชน เข้าร่วมทั้งออนไซต์และออนไลน์กว่า 30 คน

โดยจารุณี ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (FAIR) และกองเลขานุการ MovED ผู้ร่วมสนทนากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถือเป็นการปล้นเอาหลักการรับรองสิทธิมนุษยชนที่เคารพต่อความแตกต่างหลากหลาย และท้าทายต่อทุกประเทศทั่วโลก ที่ร่วมลงนามรับรองในสนธิสัญญาด้านสิทธิฉบับต่าง ๆ

“ตัวอย่างชัดเจนตามแนวคิดของทรัมป์ คือการยอมรับว่า เพศมีอยู่แค่สองเพศแค่ชายกับหญิงตามลักษณะทางชีววิทยา และไม่สนับสนุนนโยบายหรือกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลด้วยอัตลักษณ์แห่งเพศ ในทางกลับกัน คือ การทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่ออัตลักษณ์และรสนิยมเพศตามมา จุดนี้ทำให้เกิดความกังวลของคนข้ามเพศที่จะเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ และคนที่มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก ที่ยังจำเป็นต้องเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มีคำสั่งไปยังสถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ ให้ยกเลิกแนวคิดดังกล่าว ขณะที่ภาคธุรกิจสหรัฐฯ คล้อยตามทรัมป์ และยกเลิกนโยบายที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ”


ที่ประชุมยังมีความกังวลอีกว่า หากแนวคิดของทรัมป์แทรกซึมเข้ามาในสังคมไทย ไปถึงระดับผู้กำหนดนโยบายและนักการเมือง งานด้านความเท่าเทียมทางเพศที่ทำมาจะเดินหน้าอย่างไรต่อ

จากการวิเคราะห์ของผู้ร่วมกิจกรรมระบุว่า “นโยบายเหล่านี้ของทรัมป์อาจออกมาเพื่อปิดบังระบบทุนนิยมผูกขาดในสหรัฐฯ เพื่อให้คนทั่วไปจับจ้องที่การแสดงออกของทรัมป์ซึ่งสวนทางกับหลักการสิทธิมนุษยชน ทำให้โครงสร้างผลประโยชน์แบบทุนนิยมผูกขาดในสหรัฐฯ ยังดำเนินต่อไป เพราะภาคเอกชนที่เห็นด้วยและสนับสนุนทรัมป์ก็เป็นทุนนิยมผูกขาด … สิ่งนี้มีความเสี่ยงที่อาจเกิดการขยายตัวของโมเดลทางนโยบายที่ไม่ยอมรับทุกความแตกต่างหลากหลาย

ไม่ใช่เพียงการร่วมเฝ้าจับตานโยบายทางการเมือง แต่สำหรับด้านการสาธารณสุข แม้ประเทศไทยเรายังสามารถจ่ายต้านเชื้อไวรัสเอชไอวี ได้แก่ ยา PrEP และ ยา PEP ได้ต่อ รวมถึงยังสามารถให้บริการการตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้ ด้วยการสนับสนุนของสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แต่การไม่มี USAID และ แผนฉุกเฉินของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสำหรับการบรรเทาทุกข์โรคเอดส์ (PEPFAR) อาจทำให้ประเทศไทยไม่มีนวัตกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพในประเทศไทย และแนวคิดเหล่านี้ยังอาจส่งเสริมให้ผู้กำหนดนโยบายในฝั่งอนุรักษ์นิยม ทำตามนโยบายของทรัมป์

ผลกระทบอีกด้าน คือ มีการลบเนื้อหาเรื่องเอชไอวีและสิทธิประกันสุขภาพในเว็บไซต์ของทางการสหรัฐฯ ปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับยา PrEP มีการนิรโทษกรรมนักกิจกรรมที่ต่อต้านการทำแท้ง พยายามติดตามผู้ที่ทำแท้ง และฟ้องต่อเนื่องคล้ายความพยายามคุกคามเสรีภาพ

ในท้ายที่สุด นี่จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโลกในยุคนโยบายนายทรัมป์ ที่สะท้อนความถดถอยของประชาธิปไตย และการสรา้งสันติภาพโลกที่ดำรงด้วยความแตกต่างหลากหลาย แต่มีข้อเสนอสำคัญที่เกิดขึ้นในการกำหนดท่าทีความเคลื่อนไหวภายใต้สถานการร์นี้ คือ การทำให้ผู้ปฏิบัติงานภาครัฐของตนได้ร่วมแสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ในการดูแลระบบสุขภาพของประชากรในประเทศระยะยาว

เพราะการละเมิดสิทธิ - เลือกปฏิบัติที่กำลังเกิดขึ้น ไม่สามารถปล่อยให้เป็นสิ่งที่กระทำได้ หลังจากนี้จึงมีความพยายามในการเคลื่อนไหวและแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างเป็นทางการเริ่มต้นจากในประเทศไทย ซึ่งผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรขอชวนทุกท่านร่วมจับตาติดตาม

#ไม่เลือกปฏิบัติ #บริการสาธารณะ #สังคมโลก #อเมริกา #ทรัมป์ #เพศหลากหลาย

15/01/2025

หลายคนอาจคิดว่า HIV (เอชไอวี) และ AIDS (เอดส์) คือโรคเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว คำตอบ คือ ไม่ใช่ ❌

- HIV คือ ไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- AIDS คือ ภาวะแทรกซ้อนจาก HIV ที่ไม่ได้รับการรักษาทันที

คนที่ติดเชื้อ HIV ไม่จำเป็นต้องเป็น AIDS เพราะหากตรวจพบและรักษาเร็วก็ใช้ชีวิตตามปกติได้ ดังนั้น อย่ารอให้สายเกินไป ควรป้องกันและเช็กสถานะตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “รู้และเข้าใจ HIV Vs AIDS ต่างกันอย่างไร?” ได้ที่ : https://kcmh.chulalongkornhospital.go.th/line/know-and-understand-hiv-hiv-vs-aids-aids-what-is-the-difference/

#เอชไอวี #เอดส์ #โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

26/12/2024

☝️สาระสำคัญของมาตรา 12 คือการให้ “สิทธิ” ทุกคนสามารถ ทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตได้

กรณีนี้ถือว่าเป็นการใช้สิทธิเลือกตายอย่างสงบ โดยปราศจากการเหนี่ยวรั้งด้วยเครื่องมือต่างๆ ซึ่ง"ไม่ใช่การเร่งตายแบบการุณยฆาต" และกฎหมายยังรับรองว่าแพทย์ที่ทำตามหนังสือแสดงเจตนาฯ ของผู้ป่วยไม่มีความผิดใดๆ

ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมี ระบบ e – Living Will ของมาตรา 12 ตาม พ.ร.บ. ระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่จัดทำระบบเพื่อรองรับสถานการณ์ปัญหา และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการดูแลให้มีสุขภาวะที่ดีในระยะสุดท้ายของชีวิต ที่ทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ทำ Living Will ทั้งในระบบและนอกบริการสาธารณสุข และสถานพยาบาลยังได้มีการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน และให้การดูแลรักษาตรงตามเจตนาของผู้จัดทำหนังสือ ได้อีกด้วย

👉e – Living will หนังสือแสดงเจตนาฯ แบบอิเลกทรอนิกส์ https://e-livingwill.nationalhealth.or.th/

#การตายดี

04/12/2024

🎉 และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง 22 ม.ค. 68 ดีเดย์🥰
จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้แล้ว 🌈...
คุณสมบัติ👬
👉บุคคลทั้งสองจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์
กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาให้ความยินยอมด้วย
👉กรณีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องได้รับอนุญาตจากศาล
👉ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือไร้ความสามารถ
👉ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดามารดา
👉ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น
👉 ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
👉หญิงชายผู้เป็นคู่สมรสตายหรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้
ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่
คลอดบุตรแล้วในขณะนั้น / ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้ / สมรสกับคู่สมรสเดิม / มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์

🎉 สถานที่ รับจดทะเบียนสมรส
สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนเขต และสถานทูต/กงสุลไทยในต่างประเทศทุกแห่ง

02/12/2024

World AIDS Day วันเอดส์โลก
“เคารพสิทธิ มุ่งสู่การยุติเอดส์” (Take the rights path)

มาร่วมตระหนักรู้และป้องกันผ่านการรับชม คอร์ส เยาวชนไทยติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้นเกือบห้าพันคน
👉 https://www.medumore.org/course/morkhorloa32
จากหัวข้อ
✅ HIV กับ เอดส์ ต่างกันอย่างไร?
✅ สถานการณ์ของ HIV ในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
✅ ความรู้อัพเดตเกี่ยวกับการป้องกัน HIV เป็นอย่างไร?
✅ ครอบครัวและสังคมมีบทบาทอย่างไรในการสนับสนุนและป้องกัน 5. HIV ในวัยรุ่นไทย
✅ คำแนะนำหรือข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์นี้?

โดย
ศ. พญ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ
หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิจัยโรคติดเชื้อเด็กและวัคซีน
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เข้าชมเว็บไซต์ และสมัครฟรีตอนนี้
🌐 https://bit.ly/3aalCrM
👉 www.medumore.org
#เอดส์โลก #เอดส์ #เรียนออนไลน์แพทย์ #ความรู้แพทย์ #อีเลิร์นนิงทางการแพทย์ #คอร์สเรียนออนไลน์

ที่อยู่

Virtual Office
Changwat Samut Prakan
10270

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

0860086004

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ OCEAN Samut Prakanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง OCEAN Samut Prakan:

แชร์