30/04/2026
ไฟป่า ป้าหล้า ไม่ใช่หน้าที่ ไม่มีค่าจ้าง แต่ทำเพื่อ ........
ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ชุมชน “บ้านดอยปุ๋ย” ชุมชนม้งที่หลายคนรู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยว แต่เบื้องหลังความสวยงาม คือการต่อสู้กับ “ไฟป่า” ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกปี
ในเวทีพูดคุยที่จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) มูลนิธิรักษ์ไทย ที่มีทั้งกำนัน สมาชิกเทศบาล หัวหน้าทีมไฟป่าชุมชน 13 ทีม และชาวบ้านเข้าร่วมกันแลกเปลี่ยน ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งนั่งฟังอย่างตั้งใจ ยิ้มแย้ม และมีแววตาที่มุ่งมั่น กำนัน แนะนำให้เรารู้จัก “ป้าหล้า” วัยกว่า 60 ปี ที่รุกขึันมาดับไฟ
เริ่มต้นปีใหม่ในทุกๆปี สำหรับที่นี่ นั่นไม่ใช่แค่การเริ่มต้นปี แต่คือ “การเริ่มต้นฤดูไฟป่า”
ชุมชนบ้านดอยปุย มีข้อตกลงร่วมกันว่า ทุกครัวเรือนต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีมไฟป่า ดับไฟป่า โดยแบ่งเป็น 13 ชุด ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ก่อนฤดูไฟ ทีมเตรียมการจะออกไปสำรวจเส้นทาง ทีมเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ ทั้งเครื่องเป่าลม เลื่อย และเครื่องตัดหญ้าให้พร้อมใช้งาน เมื่อถึงกำหนดนัดหมาย 13 ทีมไฟป่าจะเข้าทำแนวกันไฟในจุดเสี่ยง เพื่อสร้างแนวกันไฟ ซึ่งในปี 2569 นี้ ต้องใช้เวลาทำต่อเนื่องถึง 3 วันเต็ม ขณะเดียวกัน ทีมโดรนและกล้องวงจรปิดจะทำหน้าที่เฝ้าระวังควันไฟตลอดเวลาในฤดูแล้ง
“เสือ” เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้าน คือคนที่นั่งเฝ้าจอมือถือ คอยดูสัญญาณควัน และบินโดรนตรวจสอบทันทีที่พบความผิดปกติ ก่อนแจ้งกำนันและทีมไฟป่าเข้าควบคุมสถานการณ์ "บางครั้งต้องทิ้งอาหารในกระทะที่กำลังทำ ไปสู้ไฟ"
ตลอด 3 เดือนของช่วงเสี่ยงไฟป่า ทีมทั้ง 13 ชุดจะหมุนเวียนกันออกลาดตระเวน โดยต้องตระเตรียมอาหารการกิน น้ำดื่มไปเอง
แต่ปีนี้…ไฟเกิดขึ้นแล้วถึง 6 ครั้ง มากกว่าปีก่อนที่มีเพียงครั้งเดียว งบประมาณที่ใช้ในการจัดการไฟป่า — มากกว่า 200,000 บาท
โดย ไม่รวมค่าแรงแม้แต่บาทเดียว
“เงินมาจากไหน?”
กำนันตอบสั้นๆ ว่า
“ผมควักเงินตัวเองก่อน รอเงินหลวงช้าไม่พอ”
ที่เหลือคือเงินสมทบจากชุมชน
เมื่อถามว่า “เวลาไฟไหม้ ใครไปดับ?”
คำตอบคือ “ทีมไฟป่าชุมชน ผู้นำ และใครก็ตามที่พร้อม”
สายตาทุกคนหันไปมอง “ป้าหล้า”
ป้ายิ้ม…แล้วเล่าว่า
“ไม่อยากให้มีไฟป่า อยากช่วย ป้าเข้าไปดับไฟไม่ได้มันอันตราย แต่ป้าช่วยแบกถังน้ำได้ ก็ไปช่วยกัน”
เส้นทางขึ้นเขาลาดชัน ลื่นง่าย รองเท้าแตะที่ใส่…ไม่เหมาะกับการเดินป่า
แมลงในป่า ทั้งแมงหวี่ ไร และสารพัดแมลง รุมตอมทั้งกลางวันและกลางคืน
ไฟฉายก็ไม่สว่างพอ แต่ป้าหล้ายังยืนยันว่า “ถ้ามีไฟป่า ป้าก็จะไปช่วย”
จากบทสรุปของชาวบ้าน และข้อมูลจุดความร้อน ไฟทั้ง 6 จุด ในปีนี้ ไม่ได้เกิดจากคนในชุมชน แต่ลุกลามมาจากพื้นที่ข้างเคียงเข้าสู่พื้นที่ที่ชุมชนดูแลมาแต่บรรพบุรุษ นี่คือความจริงอีกด้านของไฟป่า ที่คนอย่างเราอาจไม่เคยเห็น และตกอยู่ในความคิดว่า "ชาวบ้านในชุมชนเผาป่า"
ป้าหล้าไม่ต้องการอะไรมากสำหรับการไปช่วยดับไฟ แต่เราตระหนักว่าไฟฉายที่สว่างพอ หมวกตาข่ายกันแมลงตอมหน้าตา เข้าหูเข้าจมูก รองเท้าผ้าใบที่ยึดเกาะดี และถุงมือสักคู่
สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ อาจช่วยให้ ป้าหล้า ปลอดภัยขึ้นอีก ในภารกิจที่ป้าหล้า “ไม่จำเป็นต้องทำเลย” แต่เธอ “เลือกที่จะทำ” เพื่อปกป้องป่า เพื่อปกป้องบ้านเกิดและเพื่อให้พวกเราทุกคน ได้หายใจในอากาศที่สะอาดขึ้น
ก่อนที่เราจะบ่นเรื่อง PM2.5
บางที…เราควรถามตัวเองว่า
“เราทำอะไรแล้วบ้าง
เพื่อคนที่กำลังสู้กับไฟ…แทนเราอยู่บนดอย?”