สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย Thai graduate society of the blind

โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ องค์กรนั้น

สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย Thai graduate society of the blind สมาคมบัณฑิตตาบอดไทยเป็นองค์กรแถวห?

15/10/2026

นายกฯ มอบสารเนื่องในวันไม้เท้าขาวสากล ประจำปี 2569
เนื่องในโอกาส “วันไม้เท้าขาวสากล” ประจำปี ๒๕๖๙ ผมขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนตาบอดทั่วประเทศ ตลอดจนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนตาบอดทุกคน
“ไม้เท้าขาว” เป็นสัญลักษณ์ของคนตาบอดทั่วโลก และเป็นกายอุปกรณ์ที่นำทางช่วยให้คนตาบอดสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ซึ่งสะท้อนถึงสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนตาบอด โดยประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน ได้ประกาศให้วันที่ ๑๕ ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันไม้เท้าขาวสากล”
รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสและลดอุปสรรคที่ยังคงเป็นข้อจำกัดในการดำรงชีวิต โดยมุ่งให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการของรัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งด้านการศึกษา การมีงานทำ การประกอบอาชีพ การเดินทางและสภาพแวดล้อมที่ทุกคนใช้ประโยชน์ได้ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและบริการภาครัฐดิจิทัลมาอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
หัวใจสำคัญของการสร้างสังคมไทยให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืน คือความรัก ความเข้าใจ การให้โอกาส การให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันซึ่งกันและกันแก่ผู้ที่อยู่ร่วมกันในสังคม รวมถึงการให้ความเคารพ การให้เกียรติ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม
ในโอกาสนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้คนตาบอด และผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดทุกท่าน พร้อมทั้งครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพใจที่เข้มแข็งมีสุขภาพกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และมีความสำเร็จดังที่ปรารถนาไว้ทุกประการ
(นายอนุทิน ชาญวีรกูล)
นายกรัฐมนตรี
#วันไม้เท้าขาวสากล

15 ตุลาคม วันไม้เท้าขาวสากล International White Cane Safety Dayไม้เท้าขาว... ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่นี่คือ "สัญลักษณ์แห่...
15/10/2026

15 ตุลาคม วันไม้เท้าขาวสากล International White Cane Safety Day

ไม้เท้าขาว... ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่นี่คือ "สัญลักษณ์แห่งอิสรภาพ การเดินทาง และการพึ่งพาตนเอง"
จุดเริ่มต้นของวันไม้เท้าขาวสากลนั้น มีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 เมื่อ ลียงส์ คลับ และนักพัฒนาสังคมเริ่มส่งเสริมการใช้ไม้เท้าสีขาว เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสังเกตเห็นผู้พิการทางการเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ต่อมาในปี ค.ศ. 1964 ประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศให้วันที่ 15 ตุลาคม เป็นวันไม้เท้าขาวอย่างเป็นทางการ และในปี ค.ศ. 1970 สหพันธ์คนตาบอดโลก (WBU) ก็ได้รับรองให้วันที่ 15 ตุลาคมของทุกปีเป็น "วันไม้เท้าขาวสากล" เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิ สภาพแวดล้อมที่เข้าถึงได้ และความปลอดภัยในการเดินทางของผู้พิการทางการเห็น

ความหมายอันทรงคุณค่าของไม้เท้าขาวนั้น มากกว่าการเป็นเพียงอุปกรณ์กายอุปกรณ์หรือเครื่องมือช่วยพยุง แต่ไม้เท้าขาวคือสัญลักษณ์แห่ง "การดำรงชีวิตอิสระ" ที่ประกาศให้สังคมรับรู้ว่า ผู้พิการทางการเห็นมีศักยภาพในการนำทางตนเอง มีสิทธิที่จะเดินทางไปในทุกพื้นที่สาธารณะอย่างมีศักดิ์ศรี และพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความพึ่งพาตนเอง ไม้เท้าขาวทำหน้าที่เป็นดังสายตาที่สัมผัสพื้นผิว บอกเล่าระดับความสูงต่ำ สิ่งกีดขวาง และทางแยก ทำให้ทุกการก้าวเดินเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยในการเดินทางไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ไม้เท้าขาวเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจและการร่วมมือจากคนในสังคม สมาคมบัณฑิตตาบอดไทยจึงขอชวนทุกคนร่วมสร้างสังคมที่เข้าถึงได้ผ่าน 3 แนวทางง่ายๆ ประการแรกคือ "สังเกตและเปิดทาง" เมื่อพบเห็นผู้ใช้ไม้เท้าขาวกำลังเดินหรือข้ามถนน โปรดชะลอความเร็วและเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย ประการที่สองคือ "ทักทายก่อนช่วยเหลือ" หากพบเห็นผู้ใช้ไม้เท้าขาวหยุดลังเล ควรเข้าไปทักทายด้วยน้ำเสียงปกติและเอ่ยถามก่อนทุกครั้งว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ และประการสุดท้ายคือ "รักษาทางเท้าให้พร้อมใช้งาน" โดยไม่จอดรถ ตั้งวางสิ่งของ หรือป้ายโฆษณาทับบนบล็อกนำทาง เพื่อคืนทางเดินที่ปลอดภัยให้แก่ทุกคน

ในโอกาสวันไม้เท้าขาวสากลนี้ สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ขอร่วมส่งกำลังใจให้ผู้พิการทางการเห็นทุกคน เชื่อมั่นในศักยภาพ ก้าวข้ามทุกอุปสรรค และมุ่งหน้าสู่ทุกเป้าหมายของชีวิตด้วยความภาคภูมิใจ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนในสังคมที่ร่วมกันเปิดใจ ปรับสภาพแวดล้อม เพื่อให้ทุกการเดินทางในสังคมของเราเป็นการเดินทางที่เท่าเทียมและปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

#วันไม้เท้าขาวสากล #สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราชวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรธ สถิตในใจตร...
13/10/2026

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช

วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้าคณะกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่ สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย

ตัวคนเดียวเราทำได้เพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเราร่วมมือกัน เราทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้มากมายAlone we can do so little; together we c...
10/10/2026

ตัวคนเดียวเราทำได้เพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเราร่วมมือกัน เราทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้มากมาย
Alone we can do so little; together we can do so much.

ถ้านึกถึงเรื่องราวการต่อสู้ของผู้พิการทางการเห็นและหูหนวก ที่สามารถก้าวข้ามทุกข้อจำกัดจนสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงสังคมระดับโลก... ย่อมต้องนึกถึงคนนี้ "เฮเลน เคลเลอร์"

เฮเลน เคลเลอร์ ผู้เปลี่ยนความมืดและความเงียบ ให้เป็นพลังแห่งความเท่าเทียม
สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ เฮเลน เคลเลอร์ บุคคลประวัติศาสตร์โลกผู้พิสูจน์ให้เห็นว่า "ข้อจำกัดทางร่างกาย ไม่ใช่ข้อจำกัดของความฝันและศักยภาพมนุษย์"

จากโลกที่มืดและเงียบสนิท สู่จุดเปลี่ยนของชีวิต
เฮเลน เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1880 ที่สหรัฐอเมริกา เธอเกิดมาเป็นเด็กปกติ แต่เมื่ออายุเพียง 19 เดือน โรคป่วยหนักทำให้เธอสูญเสียทั้งการมองเห็นและการได้ยินพร้อมกัน ในวัยเด็กเธอจึงต้องอยู่ท่ามกลางความมืดและความเงียบสนิท จนกระทั่งในวัย 6 ขวบ ปี ค.ศ. 1887 ครูแอนน์ ซัลลิแวน Anne Sullivan ได้เข้ามาช่วยสอน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น ณ ปั๊มน้ำ เมื่อครูให้เธอสัมผัสน้ำที่ไหลผ่านมือข้างหนึ่ง พร้อมสะกดคำว่า “W-A-T-E-R” ลงบนมืออีกข้าง ทำให้เฮเลนเข้าใจทันทีว่าทุกสิ่งในโลกมีชื่อเรียก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปิดประตูสู่โลกกว้าง

ก้าวข้ามทุกอุปสรรคทางการศึกษา
ด้วยความเพียรพยายาม เฮเลนเรียนรู้อักษรเบรลล์ การอ่านริมฝีปากด้วยการสัมผัส และการพูด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1904 เธอสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยม (Cum Laude) จาก Radcliffe College (วิทยาลัยสตรีในเครือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด) ถือเป็น "คนหูหนวกและตาบอดคนแรกของโลกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี"

ถ่ายทอดความคิดผ่านตัวหนังสือ
เธอผลักดันตัวเองเป็นนักเขียนที่มีผลงานระดับโลกมากมาย เช่น
The Story of My Life 1903 อัตชีวประวัติที่ถูกแปลหลายสิบภาษาทั่วโลก
The World I Live In 1908) ถ่ายทอดการรับรู้โลกผ่านการสัมผัส กลิ่น และความสั่นสะเทือน

ขับเคลื่อนสิทธิและความเท่าเทียมเพื่อสังคม
เฮเลนไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จส่วนตัว แต่เธอเดินทางไปกว่า 35 ประเทศทั่วโลกเพื่อรณรงค์เปลี่ยนมุมมองของสังคม ให้มองเห็น "ศักยภาพ" ของคนพิการมากกว่าความสงสาร
ทำงานร่วมกับ American Foundation for the Blind (AFB): ในฐานะทูตรณรงค์เพื่อคนตาบอดตลอดชีวิต
สิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชน เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร American Civil Liberties Union (ACLU)
เกียรติยศสูงสุด ได้รับเหรียญเสรีภาพประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) ในปี ค.ศ. 1964

มรดกที่เธอทิ้งไว้ให้โลก
เฮเลน เคลเลอร์ จากไปในปี ค.ศ. 1968 ในวัย 87 ปี แต่มรดกทางความคิดและการต่อสู้ของเธอ ยังคงสะท้อนอยู่ในสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราเห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอักษรเบรลล์ ป้ายสัญลักษณ์ เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ หรือนโยบายเพื่อสิทธิคนพิการทั่วโลก

สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ขอส่งต่อเรื่องราวของเธอ เพื่อเป็นพลังและแรงบันดาลใจให้สมาชิกและผู้พิการทางการเห็นทุกคน เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียมต่อไป

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
Keller, H. (1903). The Story of My Life
Keller, H. (1908). The World I Live In
American Foundation for the Blind (afb.org) – Helen Keller Archive
Perkins School for the Blind (perkins.org)
Encyclopaedia Britannica – “Helen Keller”
National Women’s History Museum (womenshistory.org)
American Civil Liberties Union (aclu.org)
Harvard Radcliffe Institute (radcliffe.harvard.edu)

#เฮเลนเคลเลอร์ #สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย

"Sleep Hygiene" สุขอนามัยการนอน เพื่อสมองสดชื่นและกายใจที่แข็งแรงการนอนหลับที่มีคุณภาพ คือการฟื้นฟูร่างกายที่ดีที่สุด! ส...
09/10/2026

"Sleep Hygiene" สุขอนามัยการนอน เพื่อสมองสดชื่นและกายใจที่แข็งแรง
การนอนหลับที่มีคุณภาพ คือการฟื้นฟูร่างกายที่ดีที่สุด! สมาคมฯ ชวนทุกคนมาเช็กพฤติกรรมการนอน เพื่อสร้าง "สุขอนามัยการนอนที่ดี (Sleep Hygiene)" กันค่ะ
นอน-ตื่น ให้เป็นเวลา พยายามนอนหลับให้ได้ 6-7 ชั่วโมง ต่อคืน และตื่นเวลาเดิมทุกวัน เพื่อให้นาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ทำงานสม่ำเสมอ
จัดบรรยากาศห้องนอน: ให้เงียบ อากาศถ่ายเท และอุณหภูมิเย็นสบาย
งดคาเฟอีนช่วงบ่าย หลีกเลี่ยงชากาแฟก่อนนอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
ผ่อนคลายก่อนนอน พักการรับข่าวสารเครียดๆ ฟังเพลงบรรเลง เสียงธรรมชาติ หรือนวดผ่อนคลายเบาๆ
การเริ่มต้นดูแลตัวเองจากเรื่องพื้นฐานอย่างการนอน จะช่วยเพิ่มพลังกาย พลังใจ ให้พร้อมรับมือกับทุกเป้าหมายในชีวิต

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่:
🌐 เว็บไซต์สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย: www.tgsb.net
🎥 YouTube TGSB: https://www.youtube.com/

เมื่อวันที่ 26-30 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ได้จัดโครงการอบรม “การใช้ AI เพื่อพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากร...
01/10/2026

เมื่อวันที่ 26-30 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ได้จัดโครงการอบรม “การใช้ AI เพื่อพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาตาบอด” ณ โรงแรมทองธารา ริเวอร์วิว ถนนเจริญกรุง แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณและการดำเนินงานจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.)

การจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อมุ่งเน้นให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาตาบอด มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำแผนการเรียนรู้ การสร้างสรรค์สื่อการสอน ตลอดจนการออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพื่อลดอุปสรรคทางการเรียนรู้และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างครู บุคลากรทางการศึกษาตาบอด และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษาในระดับสากล

ตลอดระยะเวลา 5 วันเต็มของการอบรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติจริงอย่างเข้มข้น โดยเริ่มต้นตั้งแต่การปูพื้นฐานการวิเคราะห์หลักสูตรและผู้เรียน การจัดโครงสร้างแผนการสอน และการเตรียมข้อมูลสำหรับนำไปประมวลผลร่วมกับ AI ต่อด้วยการเรียนรู้เครื่องมือ AI และ Generative AI ที่ออกแบบมาเพื่อครูตาบอดโดยเฉพาะ เช่น การใช้ AI สรุปและปรับระดับเนื้อหา การแปลงเอกสาร ภาพ และเสียงให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย

นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังได้ลงมือปฏิบัติการเขียนคำสั่ง Prompt เพื่อสร้างแผนการสอนที่สามารถนำไปใช้ในห้องเรียนได้จริง การสร้างสื่อข้อความ สคริปต์เสียง แบบทดสอบพร้อมเฉลย และเกณฑ์การประเมินผล รวมถึงเทคนิคการปรับปรุงผลลัพธ์จาก AI ให้แม่นยำและมีคุณภาพยิ่งขึ้น ก่อนจะปิดท้ายด้วยการนำเสนอผลงาน การสาธิตการใช้งานจริง และการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาต่อไป

สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ขอขอบพระคุณกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และคุณครูตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาเพื่อคนตาบอดในครั้งนี้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่:
🌐 เว็บไซต์สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย: www.tgsb.net
🎥 YouTube TGSB: https://www.youtube.com/

"มอยส์เจอไรเซอร์" ดาบแรกของการปกป้องผิว ทำไมถึงเป็นไอเท็มที่ทุกคนขาดไม่ได้?หลายคนอาจคิดว่าการทา "มอยส์เจอไรเซอร์" เป็นเร...
26/09/2026

"มอยส์เจอไรเซอร์" ดาบแรกของการปกป้องผิว ทำไมถึงเป็นไอเท็มที่ทุกคนขาดไม่ได้?
หลายคนอาจคิดว่าการทา "มอยส์เจอไรเซอร์" เป็นเรื่องของความสวยความงามเท่านั้น หรือคิดว่าเหมาะเฉพาะคนที่มีผิวแห้ง... แต่ในความเป็นจริง มอยส์เจอไรเซอร์คือ "เกราะป้องกันผิว" ขั้นพื้นฐานที่สุดในการดูแลใบหน้าและสุขภาพกายในทุกๆ วัน

ไม่ว่าจะเพศไหน หรือมีสภาพผิวแบบใด มอยส์เจอไรเซอร์สำคัญกับเราอย่างไรบ้าง? มาดูกันค่ะ

1. เติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว
ในแต่ละวัน ผิวของเราต้องสูญเสียความชุ่มชื้นจากแสงแดด มลภาวะ และห้องแอร์ มอยส์เจอไรเซอร์จะทำหน้าที่เสมือนฟิล์มบางๆ ช่วยดักจับและล็อกน้ำไว้ใต้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สดใส ไม่แห้งกร้าน
2. เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
เมื่อผิวแห้ง เกราะป้องกันผิวจะอ่อนแอลง ทำให้เชื้อโรค สารก่อการแพ้ และมลภาวะเล็ดลอด เข้าสู่ผิวได้ง่าย มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยซ่อมแซมและเสริมชั้นผิวให้แข็งแรง ลดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือผื่นคัน
3. ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะเกิดริ้วรอยและร่องลึกได้ง่ายกว่าปกติ การทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำจะช่วยคงความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียน
4. ปรับสมดุลผิว คนผิวมันก็ต้องทา!
คนผิวมันหลายคนหลีกเลี่ยงมอยส์เจอไรเซอร์เพราะกลัวเหนอะหนะ แต่จริงๆ แล้ว ยิ่งผิวขาดน้ำ ร่างกายยิ่งขับน้ำมันออกมาทดแทนจนหน้ามันกว่าเดิม! การทามอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา (เช่น เจล หรือโลชั่น) จะช่วยปรับสมดุลให้ผิวหยุดสร้างน้ำมันส่วนเกิน

Tip สบายใจ สบายผิว
การดูแลตัวเองด้วยการทาครีมบำรุงผิวในทุกเช้าและก่อนนอน เป็นหนึ่งในกิจกรรม Self-care ง่ายๆ ที่ช่วยให้เราได้ใช้เวลานิ่งๆ สัมผัสและใส่ใจร่างกายตัวเอง เพื่อเริ่มต้นและจบวันด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย

อย่าลืมเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ แล้วเติมความชุ่มชื้นให้ผิวในทุกๆ วันนะคะ!
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่:
🌐 เว็บไซต์สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย: www.tgsb.net
🎥 YouTube TGSB: https://www.youtube.com/

เมื่อ "เสียง" ไม่ใช่แค่ได้ยิน... แต่คือพื้นที่พักผ่อนของสมองเคยรู้สึกไหมว่า บางวันแค่ได้ฟังเสียงฝนตกเบาๆ เสียงคลื่นกระทบ...
25/09/2026

เมื่อ "เสียง" ไม่ใช่แค่ได้ยิน... แต่คือพื้นที่พักผ่อนของสมอง
เคยรู้สึกไหมว่า บางวันแค่ได้ฟังเสียงฝนตกเบาๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่ง หรือเสียงฝีก้าวเดินบนใบไม้แห้ง จิตใจที่เหนื่อยล้าก็สงบลงอย่างประหลาด?

ในทางจิตวิทยา การฟัง Soundscape (ภูมิทัศน์เสียง) หรือ ASMR ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) และกระตุ้น คลื่นสมองอัลฟา (Alpha Waves) ให้เราผ่อนคลายและมีสมาธิมากขึ้น

สำหรับคนตาบอด "เสียง" ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางรับรู้โลก แต่ยังเป็นดนตรีบำบัดชั้นดีที่ช่วยดูแลสุขภาพจิตใจในแต่ละวัน

White/Pink Noise เสียงความถี่สม่ำเสมอ เช่น เสียงฝน เสียงน้ำตก ช่วยกลบเสียงรบกวนรอบข้างและทำให้นอนหลับสบายขึ้น
Nature Soundscape เสียงธรรมชาติ ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและคืนความสดชื่นให้สมอง
Ambient Sound เสียงบรรยากาศร้านกาแฟเบาๆ ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานหรือการอ่านหนังสือ Braille/Audiobook

วันนี้ลองถอดหูฟังจากเรื่องวุ่นๆ แล้วเปิดเสียงธรรมชาติฟังยาวๆ สัก 15 นาที เพื่อให้สมองได้พักผ่อนกันนะ

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่:
🌐 เว็บไซต์สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย: www.tgsb.net
🎥 YouTube TGSB: https://www.youtube.com/

18 กันยายน "วันรักแรก" (National First Love Day)  ความทรงจำความรักครั้งแรกในหัวใจคุณเป็นแบบไหน?หากลองหลับตาและย้อนเวลากล...
18/09/2026

18 กันยายน "วันรักแรก" (National First Love Day) ความทรงจำความรักครั้งแรกในหัวใจคุณเป็นแบบไหน?

หากลองหลับตาและย้อนเวลากลับไป คุณยังจำความรู้สึก "ตกหลุมรักครั้งแรก" ได้ไหม?
จังหวะที่หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เป็นสัดส่วน วินาทีที่แอบยิ้มคนเดียวเพียงเพราะได้ยินเสียง ได้ยินก้าวเดิน หรือได้ยินชื่อของใครคนนั้น... ความรู้สึกแรกที่ใสบริสุทธิ์ ชัดเจน และตื่นเต้นที่สุดในความทรงจำ

ความเป็นมาของ "วันรักแรก"📜
"National First Love Day" หรือวันรักแรก มีจุดเริ่มต้นขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้หยุดพักจากความวุ่นวายในชีวิตปัจจุบัน แล้วหวนระลึกถึงความทรงจำอันงดงามของ "รักแรก" ไม่ว่ารักครั้งนั้นจะลงเอยด้วยความสมหวัง สมบูรณ์แบบ หรือจบลงด้วยความหม่นเศร้าและคราบน้ำตา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกความรู้สึกในวันนั้นคือสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมให้เราเรียนรู้ เข้าใจความหมายของคำว่ารัก และเติบโตขึ้นมาเป็นเราในวันนี้

"รักแรก" อาจไม่ได้เริ่มต้นจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่เริ่มขึ้นจาก...
เสียงหัวเราะ ที่แสนอบอุ่นและมีเอกลักษณ์
สัมผัส จากมือที่คอยจับและก้าวเดินไปข้างหน้าร่วมกัน
ความใส่ใจ ที่รับรู้ได้ผ่านคำพูดและข้อความเล็กๆ น้อยๆ
ความรู้สึกปลอดภัย ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่:
🌐 เว็บไซต์สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย: www.tgsb.net
🎥 YouTube TGSB: https://www.youtube.com/

"การมองเห็น คือคำเชื้อเชิญให้เราถูกดึงดูดและว้าวุ่น"  เรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ตาบอดผู้สั่นสะเทือนวงการชีววิทยาโลกเวลาเ...
16/09/2026

"การมองเห็น คือคำเชื้อเชิญให้เราถูกดึงดูดและว้าวุ่น" เรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ตาบอดผู้สั่นสะเทือนวงการชีววิทยาโลก

เวลาเรานึกถึงนักวิทยาศาสตร์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ให้โลก เราอาจคุ้นเคยกับชื่อของหลุยส์ เบรลล์ แต่รู้หรือไม่ว่า ในวงการวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบัน ยังมีอีกหนึ่งบุคคลระดับโลกที่ "ตาบอดสนิท" แต่ผลงานของเขากลับสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนมุมมองวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง

วันนี้ สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ ศาสตราจารย์ ดร. กีรัต เฟอร์ไมย์ (Geerat J. Vermeij) นักบรรพชีวินวิทยาและนักชีววิทยาวิวัฒนาการชาวอเมริกันเชื้อสายดัตช์

มองโลกผ่านการสัมผัสเปลือกหอย
ดร. กีรัต สูญเสียการมองเห็นอย่างสิ้นเชิงจากโรคต้อหินตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ แต่ความตั้งใจและหลงใหลในธรรมชาติทำให้เขามองข้ามข้อจำกัดทางสายตา เขาเลือกศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและฟอสซิลสัตว์ทะเลโบราณนับหมื่นชิ้น ผ่านการใช้ "ปลายนิ้วสัมผัส" เป็นหลัก

เปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นจุดเด่น
ปลายนิ้วของเขาสามารถรับรู้ถึงร่องรอย รอยหยัก และโครงสร้างขรุขระบนเปลือกหอยได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง ซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ที่นักวิทยาศาสตร์สายตาดีหลายคนมองข้ามไป

การสัมผัสอย่างลึกซึ้งนี้ นำไปสู่การค้นพบทฤษฎีสำคัญระดับโลกอย่าง "การแข่งขันทางการวิวัฒนาการ" (Evolutionary Arms Race) ซึ่งอธิบายกระบวนการที่สัตว์ทะเลปรับตัวสร้างเกราะป้องกันเพื่อรับมือกับนักล่า ผ่านเพียงการลูบสัมผัสรูปทรงเปลือกหอยเท่านั้น

เกียรติยศและมรดกทางความคิด
ปัจจุบัน ดร. กีรัต ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณประจำมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส (UC Davis) ได้รับรางวัลอัจฉริยะ MacArthur "Genius" Fellowship และผลิตผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับสากลมากกว่า 200 ฉบับ

ครั้งหนึ่งท่านเคยกล่าวประโยคสั้นๆ ที่ตอกย้ำถึงพลังแห่งการจดจ่อไว้ว่า
"Sight is an invitation to be distracted."
"การมองเห็น คือคำเชื้อเชิญให้เราถูกดึงดูดและว้าวุ่น"

สำหรับท่าน การมองไม่เห็นไม่ได้ทำให้ความสามารถลดลง แต่กลับช่วยตัดสิ่งรบกวนทางสายตาออกไป ทำให้ปลายนิ้ว สมาธิ และความทรงจำ ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในการเข้าใจความจริงของธรรมชาติ

เรื่องราวของ ดร. กีรัต เป็นสะพานที่เชื่อมให้คนทั่วไปได้เห็นว่า "ประสาทสัมผัสที่แตกต่าง ไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการค้นพบคุณค่าอันยิ่งใหญ่"

อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล
หนังสืออัตชีวประวัติ: Privileged Hands: A Scientific Life โดย Geerat Vermeij (1997), W. W. Norton & Company
ฐานข้อมูลคณาจารย์: Department of Earth and Planetary Sciences, University of California, Davis (UC Davis Faculty Profile)
ฐานข้อมูลรางวัลอัจฉริยะ: MacArthur Fellows Program (1992 Class) - MacArthur Foundation
บทสัมภาษณ์และโควต: The Blind Paleontologist Who Sees with His Fingers - National Public Radio (NPR) & Science Friday

ที่อยู่

68/4 ถนนสุขุมวิท101/1 ซอย วชิรธรรมสาธิต14 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา
Bangkok
10260

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620424245

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย Thai graduate society of the blind โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมบัณฑิตตาบอดไทย Thai graduate society of the blind:

ทางลัด

แชร์