Flow's Table 🌊 “From Flow to Grow"

Life | Business | Investment

หัวข้อที่มาแรงที่สุดในยุค AI 🔥 curate โดยพี่ๆทีม Future Trends 🫶FoongFoong W Dear Natthakorn Wiangin Sopon Supamangmee
28/05/2026

หัวข้อที่มาแรงที่สุดในยุค AI 🔥 curate โดยพี่ๆทีม Future Trends 🫶

FoongFoong W Dear Natthakorn Wiangin Sopon Supamangmee

📢 เปิดตัว Speaker งาน One Person Business Summit อย่างเป็นทางการ
งานที่รวม “Expert” หลากหลายสายงานสำหรับการรันธุรกิจยุคใหม่
คุณจะได้ฟัง Insight แบบเจาะลึกตั้งแต่
การปรับ Mindset → การวาง System หลังบ้าน → การวางแผนทางการเงินและระบบภาษี → การใช้ AI & Automation รันธุรกิจแทนคุณ
ไม่ว่าคุณจะเป็น Freelance, Creator, ที่ปรึกษา, พนักงานประจำ, Entrepreneur, เจ้าของธุรกิจ SME หรือคนมีฝันอยากมีธุรกิจของตัวเอง งานนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพ “การทำธุรกิจแบบ One Person Business” ชัดขึ้น และรู้ว่าควรปรับโครงสร้างอย่างไร เพื่อให้ธุรกิจ Scale ได้จริง โดยใช้คนน้อยที่สุด
ราคาพิเศษรอบ Early Bird 1,590.- (จากราคาปกติ 3,590.-)
👉 ซื้อบัตรได้ที่ : https://www.zipeventapp.com/e/One-Person-Business...
**บัตรราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด ปรับขึ้นทันทีเมื่อปิดรอบนี้**

WTF Festival Thailand 💡
26/05/2026

WTF Festival Thailand 💡

โลกวันนี้เปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะใช้คำตอบเดิม ๆ กับชีวิตได้อีกต่อไป หลายบทเรียนไม่ได้สอนแค่เรื่องธุรกิจ การตลาด หรือ AI แต่กำลังชวนให้เรากลับมาถามตัวเองว่า "จริง ๆ แล้วเราเป็นใคร?" และ "อยากเติบโตไปเป็นแบบไหน?" เพราะในยุคที่ทุกอย่างแข่งขันกันด้วยความเร็ว คนที่ไปได้ไกลอาจไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจตัวเอง รู้ว่าควรโฟกัสอะไร และยังกล้าลงมือทำ แม้จะยังไม่พร้อม 100% ก็ตาม
และนี่คือ Key Takeaways (แบบมัดรวม 2 วัน)
จากงาน WTF Festival
ถ้าอ่านโพสต์ของทั้ง 2 วันแล้ว โพสต์นี้เอามามัดรวมไว้ด้วยกัน เนื้อหาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่สามารถอ่านอีกหลาย ๆ รอบ เป็นการทบทวนได้เลย หวังว่าจะได้ทั้งแนวคิดชีวิต และแนวคิดการทำธุรกิจ
[Future You: เราจะเป็นใครในยุคที่อะไร ๆ ก็วิกฤต]
1. คำถามไม่ใช่ว่า "เราควรทำอะไร?" แต่คือ "เราเป็นใครในโลกใบนี้?"
2. "งาน" ไม่ได้นิยาม "ตัวเรา" แต่เป็น "สิ่งที่เราทำ" ต่างหาก เพราะปัจจุบัน เราทำงานหลาย ๆ งาน และมีหลาย ๆ บทบาทหน้าที่
3. ปัจจุบัน "อาชีพเดียว" อาจไม่เพียงพอสำหรับ "คนหนึ่งคน" อีกแล้ว
4. คำถามไม่ใช่ว่า "โตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร?" แต่คือ "โตขึ้นเราต้องที่ทักษะอะไรติดตัว?"
5. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คำว่า "ทักษะ" บางอย่างอาจจะต้องทิ้งไป แล้วหาทักษะใหม่ที่ต้องมีเพิ่มเข้ามา
6. ในวันที่โลกพยายามทำให้เราพุ่งไปข้างหน้า สิ่งสำคัญกว่า "ความเร็ว" ในการไล่ตาม คือ "การควบคุมความเร็ว" ให้เหมาะสมในแต่ละจังหวะของชีวิต บางทีเราอาจจะต้องผ่อนความเร็วลง หรือบางครั้งอาจจะต้องหยุดเพื่อทบทวนด้วยเช่นกัน
7. ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน เราไม่รู้หรอกว่า "เสียง" ที่เรารับฟัง เป็น "เสียงของเรา" หรือ "เสียงของสังคม" แต่ไม่ว่าจะเป็นเสียงของใครก็ตาม เราต้องถามกับตัวเราเสมอว่า "เสียงนั้น ๆ เป็นประโยชน์ต่อตัวเราหรือเปล่า?"
8. อย่าเอาแต่ฝัน จนลืมโลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็อย่าอยู่แต่กับโลกแห่งความเป็นจริง จนลืมความฝัน
9. "ทักษะ" ที่ควรลงทุน
[1] นม: ความรู้ที่ดี แต่อยู่กับเราไม่นานมาก มันก็จะเปลี่ยนไป
[2] ไวน์: ต้องใช้เวลานานในการเก็บสะสม ยิ่งสะสมเยอะ ยิ่งจะติดตัวไปได้นาน
[3] น้ำเปล่า: ทักษะในการรู้จักตัวเอง (Self Awareness) ซึ่งเป็นสิ่งมองเห็นได้ยาก
10. ขอให้ใช้ชีวิตแบบ "ใจเย็น" เพราะ "ชีวิต" ไม่ได้เป็นเส้นตรง มันมีจังหวะของมันอยู่
11. "โชคดี" = การเตรียมพร้อม x โอกาส
12. คำถามที่ต้องถามตัวเอง
[1] โลกใบใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร?
[2] ตัวเราแท้จริงแล้วเป็นใคร?
[3] แล้วเราอยากเป็นใครในโลกใบใหม่นี้?
[Outlier สํานักบู๊ สู้หมุดหน้าตัก โกงความตายสามครั้ง ยังไม่เข็ด]
13. "YUEDPAO": ลอง ล้มเหลว เรียนรู้ และเติบโต
14. เมื่อเห็น "ช่องว่างในตลาด" และ "ดูแลทั้ง Supply Chain" จะช่วยให้สามารถลดต้นทุนและสู้ราคากับแบรนด์อื่น ๆ ได้
15. สินค้าของเราอาจจะคล้าย ๆ กับแบรนด์อื่น ๆ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้าไปคือ "เรื่องเล่า" (ยืด แต่ไม่ย้วย) จึงทำให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น
16. การสะสมวิชาความรู้ทำธุรกิจ ส่วนหนึ่งอาจมาจากในห้องเรียน แต่สิ่งสำคัญต้องผ่าน "การลงมือทำ"
17. "โอกาส" และ "ช่องว่างในตลาด" ไม่มีใครเดินมาบอกเรา เราต้องเป็นคนออกเดินทางไปค้นหามันด้วยตัวเอง
18. ในวันที่เริ่มต้นทำธุรกิจ บทเรียนอาจได้จาก "การลองผิดลองถูก" แต่ในวันที่เราติดปัญหาแล้วไม่เติบโต "ห้องเรียน" หรือ "คอร์สเรียน" อาจจะเป็นที่ที่ให้คำตอบกับเราได้
19. "Brand" คือ ตัวตนของเจ้าของ
20. "ไอเดีย" มาจากพื้นที่ของการที่ทีมได้โอกาสในการลองผิดลองถูก
21. 4 Stages of Growth
[1] ช่วงเรียนรู้ (Learn): ขายของไปด้วย เรียนรู้ไปด้วย
[2] ช่วงสะสม (Build): ทำทุกอย่าง เรียนรู้ทุกอย่าง โฟกัสการขาย เข้าใจลูกค้า
[3] ช่วงเติบโต (Grow): Product Market Fit สร้างแบรนด์
[4] ช่วงสเกล (Scale): การวางระบบ สร้าง Culture และ คน
22. "ไม่ใช่ทุกสินค้าจะอยู่ในช่วงเติบโตเสมอไป หัวใจคือการรู้จังหวะ และเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม"
23. "อย่าพึ่งบอกว่าทำไม่ได้ ทั้งที่ยังไม่เคยลอง"
[Outlier สํานักบุ๋น สายดาต้า นักวาง ค่ายกลพันล้านในตลาดที่โคตรเดือด]
24. บทเรียนจาก McKinsey:
- การคิดเป็นระบบ
- การหา branchmark
- การวิเคราะห์ข้อมูล
25. "คุ้มค่าในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้"
26. การทำความรู้จักกับลูกค้า (เก็บข้อมูลลูกค้า) ส่วนหนึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้จากการพูดคุยแชทกับลูกค้าด้วยตัวเจ้าของแบรนด์เอง หรือ อ่านทุกแชทที่ทีมพูดคุยกับลูกค้า
27. การเก็บข้อมูลอีกส่วนหนึ่งสามารถเก็บข้อมูลจากการทำแคมเปญ เช่น การทำเว็ปไซต์เพื่อวิเคราะห์ MBTI ของแมว
28. การมี "Fan" หรือ "Community" ของแบรนด์ที่แข็งแรง จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับแบรนด์
29. ในวันที่พึ่งเริ่มต้น "ความรู้" สามารถหาได้จากการพูดคุย โดยเฉพาะการพูดคุยกับโรงงานที่ผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ของเรา
30. เทรนด์ในอนาคตคือ "แบรนด์ที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่าที่ลูกค้าจ่ายเงินออกไป"
31. "Iinkedin" เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหาความรู้และเทรนด์จากต่างประเทศ
32. "มือใหม่" ควรพิจารณา
[1] สำหรับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง คือ "ความน่าทาน" ของอาหาร เพราะคนซื้อไม่ได้ทาน คนทานไม่ได้ซื้อ
[2] สำหรับการทำธุรกิจ คือ "ล้มให้เร็ว แล้วลุกให้ไว" เรียนรู้ แล้วก็เดินต่อไป
[Outlier สำนักเด็ดเดี่ยว คิดเหมือนคือตาย คิดคล้ายไม่รอด]
33. ทำแบรนด์มา 10 ปี แล้วไอเดียเริ่มตันจนจะระเบิด จึงลางานกับทีม ไปสมัครงานเป็น "พนักงานเสิร์ฟ"
34. "พนักงานเสิร์ฟ" นอกจากเป็นความฝันของ "คุณไอติม" ตั้งแต่วัยเด็ก แต่อีกส่วนหนึ่งคือการได้พูดคุยกับผู้คนอยู่ตลอดเวลา
35. เครียดมากก็แค่ "นอน" แล้วตื่นมาก็มีพลังงานในการเดินต่อ
36. ในการหาไอเดียใหม่ ๆ คือการเรียนรู้ในทุก ๆ อุตสาหกรรม เพราะโลกใบนี้การจะหาสิ่งใหม่ ๆ ต้องเกิดจากการหยิบสิ่งเดิมมาผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดใหม่
37. ด้วยความสำเร็จ " 1 ไลฟ์ 103 ล้าน" สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เป้าหมายถัดไป แต่คือการที่ "ทีมงาน" จะหลงกับ "ความสำเร็จ"
38. Culture ของ Laglace คือการให้พื้นที่กับพนักงานได้ลองผิดลองถูก ต้องหมั่นเรียนรู้ แม้จะแปลก แตกต่าง แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำต้อง "สำเร็จ"
39. "แม่ทัพของ Laglace" ต้อง "กล้า บ้า ล้มเหลวได้ แต่ต้องไม่อาย คิดใหญ่ ฝันใหญ่ เคารพซึ่งกันและกัน และเรียนรู้ตลอดเวลา"
40. ถ้า Culture ของเราแข็งแรงมาก ๆ สุดท้ายพนักงานที่ไม่ใช่ ก็ต้องจากกันไปอยู่ดี
41. ถ้าไม่เงิน ไปลองทำของคนอื่นก่อน หรือหนทางสร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุนคือ "Affiliate" แต่ถ้ามีเงินทุนมากพอ ก็ลองด้วยตัวเองทั้งหมดเลย จะได้เรียนรู้ทั้งหมดด้วยตัวเอง อย่าพึ่งจ้างใครมาทำ ตราบใดที่ยังไม่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมด
42. การทำให้แบรนด์ไม่แก่ ในตลาดแข่งขันกันดุเดือด คือ การเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา บอกกับตัวเองว่า "วันนี้ยังดีไม่พอ"
43. ในวันที่ "ทีมหมดไฟ" ก็ให้สิทธิ์ในกับเขาในการพักผ่อน ให้พนักงานเอา "สุขภาพจิตใจ" เป็นสำคัญ เพราะต่อให้เขามีแรงกายแค่ไหน แต่ไม่มี "แรงใจ" สู้ศึกไหนก็แพ่อยู่ดี
44. "Entrepreneur" คือ คนที่กลัว แต่ยังสามารถเดินไปข้างหน้า ในวันที่ล้มก็ไม่ "ดูถูก" หรือ "ลงโทษตัวเอง" และต้องไม่ "บ้า" ก่อนที่จะไปถึงปลายทางของ "ความสำเร็จ"
[วิชาลับที่ปลายตะเกียบ กับเจ้าชายแห่งวงการร้านอาหารญี่ปุ่น]
45. จาก 1st Shinkanzen Sushi สู่ The food selection group
46. The food selection group: sale in 2025 = 3,248 MB
- Shinkanzen Sushi 71 stores
- Nakla Mookata 19 stores
- NAMA Buffet 1 stores
- Katsu Midori Sushi 5 stores
47. Pain Point ของการเปิดร้านในมหาวิทยาลัย คือ "ช่วงเวลาปิดเทอม" จะมียอดขายน้อยมาก ๆ
48. หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญสู่รายได้ 1,000 ล้านบาทแรก มาจากการ JV กับ CRG
49. สิ่งที่ได้รับการช่วยเหลือจาก CRG จนทำให้เติบโตแบบก้าวกระโดด คือ "การหาพื้นที่" ในการเปิดสาขาใหม่ ๆ
50. รายได้ 100 ล้านบาท อาจได้มาจากการขยายสาขา แต่การจะไปให้ถึง 1,000 ล้าน ต้องอาศัย "การสร้างระบบ" และ "รากฐาน" ให้แข็งแรง
51. วิชาลับที่ปลายตะเกียบ: พื้นฐานของการเป็นผู้ประกอบการ คือ "การสังเกต" พฤติกรรมของลูกค้า
52. หนึ่งในกลยุทธ์ของการเป็นผู้นำในตลาดคือ "ราคา" ที่ให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ และ "การบริหารต้นทุน" ได้ดี รวมไปการรักษาลูกค้าที่เป็นลูกค้ามาตั้งแต่วันแรกแล้วยังเป็นลูกค้ามาจนถึงปัจจุบัน
53. นอกจาก "การบริหาร Stock" ต้องบริการจัดการ "ของเสีย (Waste)" ด้วยเช่นกัน
54. สำหรับคนที่จะก้าวเข้ามาในตลาดร้านอาหาร สิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างความสบายใจคือ อาหารเป็นหนึ่งใน "ปัจจัย 4"
[Haters Gonna Hate สูตรลับความสำเร็จ ที่ไม่ต้องแคร์ใคร (ที่ไม่ชอบเรา)]
55. "Brand" ต้องมีจุดยืนเป็นของตัวเอง และไม่แปลกที่จะมีศัตรู
56. เราไม่สามารถทำให้ "ทุกคน" ชอบเราได้
57. สุดท้ายถ้าสิ่งที่เราทำมันทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คนจริง ๆ เราก็ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องให้ความสนใจกับคนที่ "เกลียดเรา"
58. ต่อให้มี "คนที่รักเรา" และ "เกลียดเรา" 50% เท่ากัน เราก็ควรใส่ใจกับ "คนที่รักเรา" ที่มีมากถึง 50%
59. แต่!! ไม่ได้ให้มีเป้าหมายของการสร้างแบรนด์เพื่อทำให้แค่มี "คนรัก"
60. เราจะไม่มีวันเหนื่อย ถ้าเรา "เป็นตัวของตัวเอง" แทนการ "ใส่หน้ากาก" ที่เป็นใครก็ไม่รู้
61. สิ่งสำคัญในการสร้าง "สินค้าและบริการ" คือทำสิ่งที่ "คนต้องการ"
62. สิ่งที่ CK เน้นย้ำเสมอ ว่าสิ่งที่ทำให้เราไม่เติบโต และไปได้ไม่ไกล เพราะ "เราไม่กล้าและบ้าพอ"
63. ชีวิตย่อมผิดพลาดอยู่แล้ว แต่ "คนฉลาด" จะไม่ผิดพลาดเหมือนเดิมรอบที่สอง
64. "ระยะห่าง" ระหว่าง "ผู้นำสูงสุด" กับ "คนทำงาน" ที่มากเกินไป ส่งผลให้องค์กรบางองค์กรเดินไปข้างหน้าได้ช้า
[3 เรื่องเจ็บนิด แสบหน่อย แต่ไม่ถึงตาย สไตล์ต้นไม่เคยต้น]
65. "ชีวิต" ของเรา ไม่มีอะไรแน่นอนเลย ดังนั้น "ปัจจุบัน" สำคัญที่สุด
66. ถ้าอยากไปบุกตลาดต่างประเทศให้ประสบความสำเร็จ เราต้องพาตัวเองไปอยู่อาศัยที่ประเทศนั้น ๆ จนเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
67. "ความสำเร็จ" หลาย ๆ ครั้ง มาจากการได้พูดคุยกับลูกค้าโดยบังเอิญ แต่ได้ข้อมูลอย่างแท้จริง
68. ประโยชน์ของ "ความผิดพลาด" คือโอกาสที่ได้เรียนรู้และประสบการณ์
69. คนที่ดูไม่น่ากลัว อาจเป็นคนที่ "น่ากลัวที่สุด" ดังนั้น บางครั้งคนใกล้ตัว อาจเป็นศัตรูที่อันตราย
70. สิ่งที่เราช่วยเหลือคนอื่นในวันนี้ เราไม่รู้หรอกว่าจะได้อะไรตอบแทน และจะได้เมื่อไหร่ แต่ซักวันหนึ่งเขาอาจจะกลับมาช่วยเรา
71. ช่วงเวลา "วิกฤต" คือโอกาสทองของคนที่มองเห็นโอกาส (แต่ต้องมั่นใจว่ามีเงินสดพอที่จะลงทุนทำมัน)
72. ทรัพย์สินที่ซื้อมาแล้วไม่สร้างรายได้คือ "ภาระ"
[CEO as Brand: เมื่อแบรนด์ 60 กว่าปี มี Gen Z ออกหน้า]
73. เพื่อให้สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ "TikTok" คือหนึ่งใน Social Media ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้โดยตรง
74. Trust = Story Behind The Scene
75. สิ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่ดุเดือด คือ "แบรนด์ที่เข้าใจลูกค้าได้ดีที่สุด"
76. การเข้าใจลูกค้าได้ดีที่สุด ต้องเกิดจากการคุยกับลูกค้าโดยตรงจริง ๆ
77. การที่แบรนด์ทำคอนเทนต์ นอกจากสื่อสารไปถึงลูกค้า ยังสามารถสื่อสารตัวตนไปถึงคนที่ "อยากทำงานกับแบรนด์" ด้วยเช่นกัน
78. การเป็นผู้บริหาร ไม่จำเป็นต้อง "ซีเรียส" ตลอดเวลา
79. ในวันที่ทำ "สำเร็จ" อดีตที่เคยเป็น "ความผิดพลาด" ก็จะค่อย ๆ จางหายไปเอง
80. ในวันที่หลาย ๆ แบรนด์ พยายามหาแนวทาง "การทำการตลาด" ใหม่ ๆ แต่มีหลาย ๆ แบรนด์ ที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี กลับเลือกใช้วิธีการเดิม ๆ ในอดีต (Back to the basic)
[Brand is Everything: แบรนด์ยังคงศักดิ์สิทธิ์เสมอไม่ว่าการตลาดยุคไหน]
81. Branding = "ผลรวม" ของทุกสิ่งที่แบรนด์ทำทั้งหมด
82. Branding = ทำให้ detail พูดภาษาเดียวกัน
83. ทุกอย่างกำลังพูดแทนแบรนด์ แม้แต่ตอนที่แบรนด์ไม่ได้พูดอะไรเลย
84. สินค้า "Basic Item" ช่วยทำให้สินค้าอยู่เหนือกาลเวลา
85. เราไม่รู้หรอกว่า "ลูกค้า" ต้องการอะไร ตราบใดที่เรายังไม่ได้ลองผิดลองถูกกับลูกค้าจริง ๆ
86. การทำแบรนด์ให้ยั่งยืน อย่าทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าของเพียงแค่คนเดียว
[Artisan as Brand: ประณีตคือคุณค่า เวลาคือ Luxury]
87. เทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับ "อิตาลี" คือ "ฝีมือ" ของคนอิตาลี
88. "Teamwork" คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำแบรนด์
89. ต่อให้มีวัตถุดิบที่ดีแค่ไหน แต่กระบวนผลิตไม่ดี ก็ไม่สามารถผลิตสินค้าที่ดีได้
90. ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องไม่ใช่ความรับผิดชอบของลูกค้า แต่เป็นความรับผิดชอบของทีม ดังนั้นในการขายสินค้าราคาหลักแสน ทุกคนต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
91. บางธุรกิจเป็นธุรกิจที่หลาย ๆ คนมองข้าม ว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตช้า จึงไม่อยากทำ แต่ก็เป็นข้อดีสำหรับบางคนที่ตั้งใจทำธุรกิจนั้นแล้วค่อย ๆ เติบโต
92. "การทดลอง" มีผิด มีถูก ในวันที่ผิดพลาด ก็ต้องให้โอกาสเขาได้แก้ไข
93. การจะสเกลธุรกิจ ต้องสร้าง "หลัก" ให้ดี และ สร้าง "คน" ทำงานที่ดีให้ได้
94. การสร้างคนที่ดีให้ได้ เริ่มจากการ "เชื่อใจ" เขาให้ได้ก่อน
95. "ประเทศไทย" มีทรัพยากรที่ล้ำค่าอีกอย่างหนึ่งคือ "ทักษะของคน" ในด้านของงานฝีมือ
96. จงลงมือทำซ้ำ ๆ จนเชี่ยวชาญ จนชำนาญ แล้วสินค้าก็จะสามารถขายได้
[วิธีสนุกกับ Corporate Life: เส้นทางล่าฝันฉบับคนทำงานเป็นทีม]
97. "คนไทย" เป็นคน "รักสนุก"
98. "คนไทย" ชอบสาระแบบ "ไม่มีสาระ"
99. จากฟังก์ชัน "Zoom 100x" สู่ "Zoom Concert" จนสามารถสร้างอาชีพเช่าโทรศัพท์โดยคนไทย
100. สิ่งที่ทำให้เราโดดเด่นกว่าพนักงานทั่วไป ที่บริษัทตามหาคือ "ความมี ownership"
101. Life opens up with Galaxy
[โจทย์การตลาดที่ยากที่สุด: ลูกค้าไม่รู้ตัวว่ามี pain point]
102. สิ่งที่ยากในการสร้างแบรนด์ "Skincare" ไม่ใช่การเริ่มต้น แต่ต้องทำอย่างไรให้แบรนด์"ยั่งยืน"
103. "ปัญหาที่ยากที่สุด" คือ ลูกค้าไม่รู้ว่าปัญหาผิวที่เกิด เกิดจากอะไร?
104. จากการวิจัย AMT Skincare Laboratory จำนวน 10,000 คน พบว่า คนไทยเข้าใจผิวตัวเองผิด 63.11%
105. เมื่อไม่รู้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร ปัญหานั้น ๆ ก็จะไม่ถูกแก้ไข
106. "คนไทย" มีความรู้มากขึ้น และเริ่มใส่ใจในเรื่องของการหาข้อมูลที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ถูกต้องในการเลือกซื้อสินค้าประเภท skincare
107. การตอนแนะนำสินค้าให้เหมาะสม
[1] Diagnosis: วิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียด
[2] Listening: รับฟังและเข้าใจไลฟ์สไตล์และความกังวล
[3] Consultation: แนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะกับคุณ
[4] Education: ให้ความรู้และเทคนิคดูแลผิวอย่างถูกต้อง
108. ความจริงใจกลายเป็นแต้มต่อที่สำคัญที่สุด เมื่อแบรนด์รู้ว่า "ลูกค้าไม่ชอบอะไร" และเลือกของที่เหมาะกับปัญหาจริง "ไม่ใช่แค่ขายของ"
109. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ใช้ "เวลา" ก็ต้องใช้ "เงิน"
[Likable Leader]
110. "Likable Leader"
[1] Senior leaders speak last so others say what they really think.
[2] DATA beats hierachy, The best argument wins. Not title.
[3] Pressure makes them slower, not louder. Urgency doesn't replace thinking.
[4] We've always done it = red flag. Familarity gets challenged, not trusted
[5] Sacred cows get question quartery. Every legacy decision must re-earn it's place
[6] "Let's test it" replaces that wont work
111. Stay teachable: Stay curious, Keep listening, Asking better questions.
[เฉลยข้อสอบวิชา AI สร้างธุรกิจ]
112. อย่าเชื่อ AI ทุกครั้ง
113. สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ "ความคิด" ของตัวเอง ที่คิดว่าสิ่งที่ทำมันจะ "ไม่เวิร์คแน่ ๆ"
114. สิ่งที่ทำให้ก้าวข้ามความกลัวคือคำว่า "ช่างแม่งมัน"
115. ถ้าเราจะสู่กับคู่แข่งในตลาด "ห้ามเหมือน" และ "ห้ามแข่งด้วยราคา"
116. "Voice of Certainty" จะชอบทำให้เราออกห่างจากสิ่งที่มีความหมายจริง ๆ ต่อชีวิต
117. "Output" จะไม่ใช่สิ่งเดียวที่ชี้ชะตา แต่เป็น "Input" ที่อยู่ในตัวคุณต่างหาก
118. "ความหมาย" และ "คุณค่า" เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่เดิมพันและทุ่มเท
119. สิ่งเดียวที่ปิดกั้นไม่ให้เราก้าวเดินต่อไป ไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจาก "ความคิดของเรา"
120. ทุกวันที่เราขยับ เสียงที่บอกว่า "ไม่รอดแน่" จะค่อย ๆ ผิดไปอีกนิดนึง
121. ไม่มีคำว่าสูญเปล่า ถ้ามันขยับขยายขอบเขตการเป็น "มนุษย์" ของเรา
122. โพยข้อสอบวิชา AI ทำธุรกิจ
[1] เริ่มอะไรใหม่ๆ ได้เร็วและลดแรงเสียดทาน แต่อย่าหวัง perfection
[2] จ่ายแบบ pro เสมอ เมื่อไม่คุ้มค่อย cancel อย่าทนกับ mediocrity
[3] Claude, GPT, Gemini ควรจะตอบโจทย์แล้ว 80%++ อย่าเสียเวลาหาอะไรใหม่ทุกวัน
[4] Use-case จับง่ายจริง แต่ถ้าปลดล็อกเวลาของทีมได้แค่วันละ 15 นาทีก็คุ้มแล้ว
[5] งาน low hanging fruit คือ งานเล็ก เอกสาร บัญชี
[6] งาน high ROI คืองานพัฒนาระบบ tech ที่เริ่มได้โดยไม่ต้องมี dev
[7] งาน high ROI คืองานช่วยประกอบและวิเคราะห์ข้อมูลโดยไม่ต้องมี DS
[8] จะทำงานใหญ่ อย่า prompt เอง คุยให้จบแล้วให้มันสร้าง cowork prompt
[9] ใช้ให้บ่อย พลาดให้บ่อย แล้วเรียนรู้ว่าจังหวะไหนควร hand-off ใช้สมองตัวเอง
[10] ทำธุรกิจต้องใช้ความกล้า ความบ้า และความเป็นมนุษย์ AI ทำเรื่องนี้ให้ไม่ได้
[Scale Up ด้วยมือเรา สร้างเอง โตเอง นักเลงพอ]
123. ในการวางขายสินค้าใน "Retail" ต้องทำสินค้าให้มันสื่อสาร (ตะโกน) ด้วยตัวมันเอง
124. ในการเข้าใจ "ผู้บริโภค" ในฐานะเจ้าของแบรนด์ ก็ต้องทำตัวเองให้เป็น "ผู้บริโภค" ในการเดินในร้านต่าง ๆ เพิ่มเก็บข้อมูล
125. เราต้องรู้ว่าตัวเราเป็นคนประเภทใด จึงจะทำให้ "เข็มทิศชีวิต" หันไปได้ถูกทาง
126. "เราชอบอะไร?": หากเราทำในสิ่งที่ "ชอบ" เราจะทำสิ่งนั้นได้ในทุก ๆ วัน
127. Business Growth = Skills + Passion
128. "การลาออกจากงาน" มีความเสี่ยง แต่ในวันที่ต้องโฟกัสกับธุรกิจอย่างจริงจัง มันก็ต้อง "เสี่ยง!!"
129. เราไม่ค่อยลงมือทำหลาย ๆ อย่าง ก็เพราะเรามัวแต่ "คิด" แล้วไม่ได้ทำ
130. บางครั้ง Social Media ก็มีไว้แค่ "ดู" ให้รู้ว่าโลกมันเปลี่ยนไปอย่างไร
131. "ความเป็นมิตร" สามารถพิชิตคนที่ปิดใจ ที่ไม่อยากทำงานร่วมกับเราได้
132. สิ่งใดที่ไม่รู้ ก็แค่หาทาง "เรียนรู้" เท่าที่คนคนนึงจะทำได้ในเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน
133. "ตลาดนัด" เป็นพื้นที่ขายสินค้าที่ทำให้หลาย ๆ แบรนด์ สามารถขายสินค้าชิ้นแรกได้ และทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าของแบรนด์
134. "ลูกค้า" อยากฟังแค่ 1-2 ประโยค ที่เป็นใจความสำคัญของสินค้า แล้ว Hook ใจของเขาได้
135. ในวันที่แบรนด์ใหญ่ขึ้น มีระบบที่ดีขึ้น ในฐานะผู้บริหาร สิ่งสำคัญต้องมี "ความไว้วางใจ (Trust)" ให้กับคนทำงาน เพราะเราไม่สามารถลงไปทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง
136. ไม่ต้องรอให้พร้อม 100% ถ้าคิดวิเคราะห์ในปัจจัยที่ควบคุมได้แล้วมันสามารถไปต่อได้ ให้ลงมือทำเลย ส่วนปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ให้มันเป็นหน้าที่ของดวงก็แล้วกัน
137. สิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่เคยเห็น ไม่เคยเรียนรู้ ไม่ใช่ "สิ่งที่ทำไม่ได้"
[โลกขับเคลื่อนด้วยความคัน]
138. เมื่อ "Passion" มีมากพอ มันสามารถขับเคลื่อนให้เกิดแบรนด์ใหม่ในตลาดได้
139. "Passion" ในธุรกิจ "อาหาร " ไม่ใช่แค่การชอบกิน แต่ต้องมี passion ที่คิดว่า "ทำอย่างไรให้ถูกปากลูกค้า?" และ "รักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอได้อย่างไร?"
140. แค่ 90% ไม่เพียงพอสำหรับคำว่า "คุณภาพ" เพราะถ้าครั้งนี้ยอมได้ ครั้งต่อ ๆ ไป หากเรายอมรับที่ 90% อีก มันก็จะค่อย ๆ ต่ำลงไปเรื่อย ๆ
141. กระดุมเม็ดแรกของการทำธุรกิจ คือ "ขนาดของตลาด"
142. หากมูลค่าของตลาดหลักร้อยล้าน ต่อให้เราครองได้ทั้งตลาด ยอดขายเราก็ไม่เกินหลักร้อยล้าน แต่หากตลาดใหญ่ในระดับหมื่นล้าน แล้วเราได้ส่วนแบ่งตลาดแค่ 10% มันก็คือหลักพันล้านแล้ว
143. สิ่งที่ทำให้ทีมงานมี passion ให้เท่ากับเจ้าของ ก็ต้องทำให้เขา "เห็นภาพฝัน" ที่ชัดเจนมากพอ
144. Good to great = "What you love?" + "What pays well?" + "What you're good at?"
145. Framework
[1] ฉันทะ (Passion)
[2] วิริยะ (Consistency)
[3] จิตตะ (Focus)
[4] วิมังสา (Reflection)
[โลกเรียกร้องจากเราเยอะจัง]
146. ไม่ว่าเราจะเก่งแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วเราก็จะเจอคนที่ "เก่งกว่าเราเสมอ?"
147. บางครั้งทำงานทั้งวัน แต่ก็ยังรู้สึกเหมือน "ชีวิตไม่ได้ขยับไปไหน"
148. คนที่ "productive" มากที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ทำเยอะที่สุด
149. หากเราให้เวลากับสิ่งที่เราต้องทำจริง ๆ สิ่ง ๆ นั้นจะกลายเป็นเรื่อง "ง่าย ๆ"
150. ความเป็นจริงของโลกใบนี้คือ "Pareto" (80/20): จงให้ความสำคัญงานที่ "สำคัญ" และ "สร้าง impact"
151. "สมอง" มี "เวลาทอง" ประมาณ 5 ชั่วโมงหลังตื่นนอน
152. ทุกเช้าที่ก้าวออกจากบ้าน ต้องตอบให้ได้ว่า "สิ่งสำคัญที่สุด 3 อย่างที่ต้องทำให้เสร็จคืออะไร?"
153. แค่ "ปรับเวลา" ให้ดีขึ้น คุณจะพบว่า สามารถทำหลาย ๆ สิ่งได้ดีมากขึ้น
154. กติกาสากล
- Mail: ตอบภายใน 24 ชั่วโมงไม่ถือว่าช้า
- ข้อความ: ตอบภายใน 3 ชั่วโมงไม่ถือว่าช้า
- โทรศัพท์: กรณีเร่งด่วน
155. "1 ชั่วโมง" หลังตื่นนอน และ ก่อนเข้านอน ควรเลิกใช้ "โทรศัพท์"
156. เมื่อโลกภายนอกเร่งรีบและเต็มไปด้วยสิ่งรบกวน การหันกลับมาดูแลพลังงานภายใน จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ
157. Do One Hard Thing Every Day
158. ขอให้รักษา "มาตรฐานของตัวเอง" แม้ในวันที่ไม่มีใครบังคับ
159. สิ่งที่ทำให้เราทุกคนเดินหน้าต่อไปได้ นั่นคือ "ความฝัน" จงรักษามันไว้ให้ดี
160. เราทุกคนสามารถทำได้เต็มที่ที่สุด ไม่เกินไปกว่า "ความเชื่อ" ของตัวเราเอง
161. Take Good Care of Us
162. คนส่วนใหญ่ เมื่อได้รับการใส่ใจ เขาก็จะ "ให้ใจ" กลับคืนมา
163. Mornings are for exercise, reading, writing, arguing, listenning, fighting, agreeing, and coaching.
164. Evenings are for food, friends, and fine wine.
165. สิ่งที่ชีวิตนี้ควรจัดการก่อนสิ่งอื่น ๆ คือ "จัดการการนอน"
166. เวลาอยากปรึกษาเรื่องอะไรก็ตาม กรุณาเลือกปรึกษาให้ถูกคน เพราะ "ความฉลาดของมนุษย์" ของแต่ละคน แต่ละวัย มีความแตกต่างกัน
167. Plant at Least One Tree Every Day.
168. "Slow is The New Fast"
169. "คนที่จะชนะ" คือคนที่ลงลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้มากที่สุด แล้วเข้าใจมันดีที่สุด
170. สิ่งที่มีค่ามากที่สุดบนโลกใบนี้คือ "Focus"
171. "Focus" is a Leverage Multiplier: Treating Your Attention As a Scarce Asset.
[โลกไม่ใหญ่เกินไปสำหรับคนใจถึง]
172. อย่าพึ่งรีบตัดสินว่าอะไรจะ "ไม่สำเร็จ"
173. การที่เราทำสม่ำเสมอไปเรื่อย ๆ มีผลต่อความเชื่อมั่นของ "ลูกค้า"
174. สินค้าต้องดีพอจนลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำ แบรนด์จึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน
175. แม้คนดูไลฟ์หลักสิบคนก็ตาม ถ้าเราสามารถทำให้เขาซื้อสินค้าของเราได้ เราก็สามารถสร้างรายได้ไม่น้อย
176. บทเรียน
[1] รอให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ตอนแรก เป็นจุดที่ทำให้ไม่ได้เริ่มทำอะไรซักที
[2] ทุกรายละเอียดในการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ควรมองข้าม
177. "อาการหมดไฟ" อาจเกิดจากความคาดหวังที่สูง แล้วทำไม่ได้ ดังนั้น เราต้องทำความเข้าใจกับสนิทกับ "ความล้มเหลว"
178. "จังหวะเวลา" เป็นเรื่องสำคัญ ที่ช่วยให้ก้าวจากรายได้หลัก "ร้อยล้าน" ไปสู่ "พันล้าน"
179. ในวันที่โอกาสยังมาไม่ถึง เราก็ควรเตรียมพร้อมตัวเองให้ดี เพราะในวันที่โอกาสเข้ามา เราจะได้คว้ามันไว้ได้
180. "Network" เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ในการทำธุรกิจ
181. เราควรวาง "ความฝัน" ของเรา ให้สูงกว่าสิ่งที่เราคิด
182. "ลงมือทำ" คือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ
["รู้จริง" หลังบ้านธุรกิจแฟชั่น ที่ไม่เกี่ยวกับแฟชั่น]
183. เพื่อสร้างให้แบรนด์หลากหลาย อาจจะต้องออกสินค้าใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์ แล้วใช้การควบคุมปริมาณการผลิตแทน (Limited Edition)
184. ความท้าทายของการออกสินค้า "ทุกสัปดาห์" คือการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย "อย่างเป็นระบบ" ภายใต้แผนที่วางไว้
185. สิ่งที่ขาดออกจากกันไม่ได้เลยในการทำการตลาดของแบรนด์ Fasion หรือ Beauty คือ "Influencer"
186. การที่เริ่มจาก "ความไม่รู้" ทำให้ต้องใส่พลังมหาศาลในการ "สร้างตำนานบทใหม่"
187. ทีมที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจและเชื่อใจ จะทำให้เรากล้าออกจาก "Comfort Zone"
188. "สินค้าแฟชั่นไทย" ไม่แพ้สินค้าชาติใดในโลก
189. ไม่ว่าปัญหาจะยากแค่ไหนก็ตาม ถ้าเรา "focus" มากพอ เราจะสามารถแก้ปัญหานั้นได้
190. ปฏิเสธไม่ได้ที่แบรนด์แฟชั่นต้องเดินตามเทรนด์
191. ทีมงาน "คนรุ่นใหม่" ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำแบรนด์ สามารถ "เติมไฟ" ให้กับทีม ให้กับเจ้าของแบรนด์
192. มอง "ความล้มเหลว" ให้มันเป็นเรื่องปกติ เพราะนักธุรกิจระดับพันล้าน หมื่นล้าน เขาก็ต้องพบเจอเหมือนกัน
193. สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ
[1] Passion
[2] Patience
[3] People
["รู้สึก" อย่างที่คุณต้องการ เปลี่ยน "ลูกค้า"ให้กลายเป็น "แฟน"]
194. "เรื่องเล่า" สามารถทำให้แบรนด์ธรรมดา กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตมายาวนานนับ 10 ปีได้
195. "แบรนด์น้ำหอม" = กลิ่น + ภาพจำ + เรื่องราว + ติดทนยาวนาน
196. "Don't give up" ไม่ใช่เพียงแค่ข้อความ แต่สามารถสร้างเป็นเรื่องราวให้กับแบรนด์จนโดนใจลูกค้าได้
197. แปลง "เรื่องราว" มาเป็น "ความรู้สึก" และทำให้เกิดเป็น "สินค้า" ให้ลูกค้าได้สัมผัส
198. สุดท้ายแล้ว โลกก็ต้องถูกขับเคลื่อนด้วย "เรื่องราว"

["รู้ใจตัวเอง" ฟังเสียงใจตัวเองให้เป็น แล้วจะเห็นความสำเร็จ]
199. บางครั้ง... เราใช้เวลาทั้งชีวิต... เพื่อจะได้ยินเสียงของตัวเอง
200. "ช่วยใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ไหม"
201. Create your own path.
202. ทุกคนก็สามารถเป็น "start up" ในองค์กรได้
[1] Humility: ถ่อมตัว เรียนรู้จากทุกคน
[2] Responsibility: รับผิดชอบงาน ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง
[3] Contribution: สร้างคุณค่าให้ทีมและองค์กร
[4] Meaning in work: ทำงานด้วยเป้าหมาย ที่มีความหมาย
203. "A L I V E"
- Accept
- Learn
- Inspire
- Value
- Evolve
204. Be kind to yourself. You're becoming everything you're meant to be.

[From Signal to Strength: Why Leader Don't Quit]
205. อย่ามองข้าม "สัญญาณอ่อน"
206. "สินค้าหรือบริการ" ของเรา อาจจะมีอีกมุมหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้
207. There is nothing new under the sun but there are lots of old things we don't know.: "Ambrose Bierce"
208. ในการพัฒนาสินค้า อย่ารีบลงมือทำให้ยิ่งใหญ่ แต่ให้เริ่มจาก "ก้าวเล็ก ๆ" แล้วค่อย ๆ พัฒนา
209. Mindset ที่สำคัญของคนในองค์กร คือ "Playing to win"
210. You don't need to be fastest in life, ...just faster than your friends.
211. Don't be afraid to fail. Be afraid not to try.: "Michael Jordan"
212. There is a "HIPPO"
- "HIPPO" : Highest Income Paid Person Opinion
213. The Ultimate Competitive Advantage is Psychological Safety
214. Job Rotation or do multitasking (only good if you do it slowly)
215. One more thing that the team needs to practice.
216. ถ้าจะมอบหมาย "สิ่งใหม่ ๆ ให้กับทีม" ให้เอาสิ่งเก่าออกมาก่อน
217. "คู่แข่ง" หรือ "ศัตรู" อยู่ที่ "ความคิด" ของเรา

[ใจรักกับสิ่งที่ทำและผู้คนที่นำความสำเร็จมาให้]
218. "ใจรัก" ไม่ใช่ทำแล้วมีความสุขทุกวัน แต่คือการ "ยังไปต่อ" แม้เจอวันที่ "แย่"
219. "ใจรัก" จึงไม่หยุด R&D
220. ความยากของ "เม็ดแมงลัก" = เม็ดจะแตกเป็นวุ้นแยกกัน
221. เพราะมี "ใจรัก" เลยลงไปทำเองทุกอย่าง "ตั้งแต่สูตร ถึงขอบตู้ในห้าง"
222. ยอดขาย 1,000 ล้าน ≠ ความสุข
223. "ฟินที่สุด" คือทีมงานมีชีวิตที่ "มั่นคงขึ้น" เพราะได้ทำงานกับเรา (และลูกค้าต้องชอบสินค้าเราและบอกต่อ)

[ใจรักทางยาก เพราะอยากเห็น T-POP เฉิดฉายไปทั่วโลก]
224. ทำเพลงแบบวิศวกรรมศาสตร์ คือการคิดเป็น "function" เช่น เพลงนี้เอาไว้ฟัง เพลงนี้เอาไว้โชว์ เพลงนี้เอาไว้เต้น
225. ถ้าสุดท้ายแล้ว "เวลา" และ "เงิน" ที่สำรองไว้ ถูกใช้ไปจนหมด ก็อย่าดันทุรังทำต่อ ให้ปิดจบไปเลย

[บัญญัติ 10 ประการสำหรับ Outlier]
226. Outlier
[1] อ่านโลกออก ก่อนที่โลกจะเปลี่ยน
[2] มองหาตลาดที่พวกเขาจะครองเกม
[3] รู้จักสินค้าตัวเองลึกกว่าลูกค้า
[4] เข้าใจ "ความรู้สึก" ของลูกค้า ไม่ใช่แค่ "demographic" ของลูกค้า
[5] คิดเหมือนคือ ตาย
[6] แคร์คนที่ควรแคร์ และจงไม่สนใจคนที่เหลือ
[7] แบรนด์ที่ยั่งยืนสร้าง community ไม่ใช่แค่ transaction
[8] ล้มให้เป็น เจ็บให้ฉลาดขึ้น
[9] เร็วอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีป้อมปราการด้วย
[10] ไม่ได้วิ่งคนเดียว
227. Ordinary See Obstacle.
Entrepreneur See Opportunity.
"Outlier" See Infinity.
228. Market Re-definition, Market Re-Segmentation
229. Obsessed with Customers' Problems. Be Exceptional and World-Class at Solving That Problem.
230. 10x Better or 10x Different
231. There is always a better way of doing it. Not just in products & services, but in everything.
232. Ignore the haters, but care deeply about the disappointed fans.
233. The scariest thing: quirt dissappointment
234. Ordinary See Noise.
Entrepreneur See Signal.
"Outlier" See Weak Signal.
235. "until death, all defeat is psychological": Marcus Aurelius
236. Becoming Not Being I'm becoming
237. The 5x Model
[1] Strategy Clarity
[2] Scaleble Talent
[3] Relentless Focus
[4] Disciplined Ex*****on
[5] Energized Culture
238. ความสำเร็จ ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนชีวิต แต่เกิดจากการชนะใจตัวเองเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ
239. เก่งขึ้นแค่สัปดาห์ละ 1% ก็พอแล้ว
240. Defensibility = moat
241. Let's create the Outliers generation together.
เรียบเรียงโดย: THE INSIDER

ใครอินเรื่อง one person businessห้ามพลาดครับ 🧡
24/05/2026

ใครอินเรื่อง one person business

ห้ามพลาดครับ 🧡

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาผมเคยได้ทำธุรกิจมาหลายวงการมากๆ
เปิดตัวงาน THE PHILOSOPHY OF BUILDING
Live Event by Benz Arnun (ความลับของการสร้างของ)
ผมเคย Build ทำอะไรมาหลายอย่างมาก
ทำ Agency
ทำ E-commerce
ทำฟาร์มไก่
ทำ Entertainment Media
ทำอสังหาริมทรัพย์
เปิดร้านอาหาร
ทำ Podcast
สร้างทีม จ้างคน โดนโกง
บางอย่างรอด บางอย่างเจ๊ง
และบางอย่างเกือบพังทั้งชีวิตผมไปด้วย
แต่สิ่งที่ผมค้นพบระหว่างทางคือ
หลายครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุด
ไม่ใช่การเริ่มต้นด้วย “ความได้เปรียบ”
แต่คือ “ความสามารถในการสร้าง” ทั้งๆที่ยังไม่พร้อมอะไรเลย
สร้าง ทั้งที่ยังไม่มีเงิน
สร้าง ทั้งที่ไม่มีใครเชื่อ.
สร้าง ทั้งที่ยังไม่เก่งพอ
และสร้าง ทั้งที่ชีวิตยังโคตรสับสน
ทุกวันนี้
ผมคิดว่าคนยุค Internet จำนวนมาก
กำลังติดอยู่ในสิ่งที่ผมเรียกว่า “Mental Obesity”
เรารู้เยอะขึ้น แต่ชีวิตไม่ได้ดีขึ้น
เราเสพข้อมูลทั้งวัน
Save Post ดู Podcast ซื้อคอร์ส อ่านหนังสือ
แต่สุดท้าย
กลับยังไม่สามารถ “สร้างชีวิต”
ที่ตัวเองต้องการได้จริงๆ
THE PHILOSOPHY OF BUILDING
คืองานที่ผมอยากชวนทุกคน
มาคุยกันเรื่องนี้แบบจริงๆ
ทั้งเรื่อง:

การสร้างธุรกิจ
One Person Business
Creator Economy
Focus
Philosophy
Internet Psychology
ความทะเยอทะยาน
และการสร้างชีวิต
ในโลกยุคใหม่
ภายในงานจะมีทั้ง
Storytelling Session
และ Interactive Live Q&A
ผู้ร่วมงานสามารถถามคำถามผ่าน QR Code แบบ Live ภายในงานได้
🗓 21 June 2026
⏰ 13:13 - 16:30
📍Tipco Tower, Bangkok
ปกติงานแนว Talk / Seminar / Creator Event ที่เบ้นไปดูมา
ราคาบัตรส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 1,500 – 3,000 บาทกันหมดเลย
บางงาน VIP ไปไกลกว่านั้นอีก 55555
แต่งานนี้…ค่าบัตรเข้างาน 490 บาท (ขยี้ตา 5 ที ราคาเดิม)
200 Seats Only
อ่านรายละเอียด & ลงทะเบียนได้ที่
https://benzarnun.com/the-philosophy-of-building-live-event/
(กรณี Form ปิดแล้วแปลว่าบัตรเต็มแล้ว)

เจอผ่านตัวอักษรไม่พอต้องมาเจอกันตัวจริง
ปีนี้เป็นปีของ Builder !

มา #สรุปแบบลงดาบ ของจริงกัน !

WTF Festival Thailand 🤯เป็นงานที่เห็นคนได้ “คุย” กันเยอะมากจริงๆแฟนคลับคุยกับเจ้าของกิจการ / เจ้าของกิจการคุยกันเอง / คน...
24/05/2026

WTF Festival Thailand 🤯

เป็นงานที่เห็นคนได้ “คุย” กันเยอะมากจริงๆ

แฟนคลับคุยกับเจ้าของกิจการ / เจ้าของกิจการคุยกันเอง / คนมางานเดินเจอพูดคุยกัน

มีคนสรุปในส่วน talk ข้างใน hall ไว้แล้ว
อยากพูดในมุมการสร้างสรรค์ Experience Design ให้คนได้ interact กัน

ทีม HOW และ WTF ออกแบบพื้นที่คนเดินเยอะมาก ไม่เบียด ใหญ่พอที่จะเดินวนไปวนมา แล้วไม่อึดอัด

เราคิดว่าในยุคที่ทุกคนพยายาม optimize พื้นที่ให้ขายของได้มากสุด

การปล่อยให้มีช่องว่างกลับเป็น key ที่ดีในการทำให้คนรู้สึก “ไม่ฝืน ไม่เกร็ง” ที่จะคุยเรื่องจริงจัง

อีกเรื่องที่ชอบ คือเราได้เห็นบางบู้ธออกแบบ brand ตัวเองให้เป็น exhibition

พี่ปอน วุ้นแปลภาษา เอาผลงานเด็ดๆที่เคยทำเพจมาหลายปี มาขายเป็น original art ชอบมาก ไอเดียดีมากๆ5555

หรือบู้ธ Kayari ที่ให้เรา customize กลิ่นยากันยุง และมีเกมส์สนุกๆให้เล่น ซื้อไหมไม่รู้ แต่คนแวะมาเล่นแน่ๆ555

ในยุคที่ทุกคนต้องขายเพื่อเอาตัวรอดและเติบโต ส่วนตัวคิดว่า creativity ในการนำเสนอกลับยิ่งสำคัญ

ดีใจที่ได้พูดคุยกับพี่ๆเพื่อนๆหลายแบรนด์ในงานครับ


’stable

19/05/2026

เบื้องหลังการทำเพจ“ไปให้ถึง100ล้าน”ของพี่เชนและพี่วิลลี่

มาอัปเดตโลก Web3 ไปพร้อมกันที่งาน SEABW 2026 🚀🧡​อยากชวนทุกคนมาเปิดมุมมองใหม่ในงาน Blockchain Conference ที่ใหญ่ที่สุดใน ...
15/05/2026

มาอัปเดตโลก Web3 ไปพร้อมกันที่งาน SEABW 2026 🚀🧡

​อยากชวนทุกคนมาเปิดมุมมองใหม่ในงาน Blockchain Conference ที่ใหญ่ที่สุดใน SEA งานนี้ Speaker มีมากกว่า 200 ท่านจากทั่วโลก

​สรุปประเด็นหลักในงาน 5 เรื่อง:
⚖️ The Regulatory Frontier – กฎหมายคริปโตระดับโลกจะไปทางไหน?

🏦 Institutional Verticalization – เมื่อสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เริ่มขยับตัว

⛓️ RWA 2.0 & Tokenization – การเปลี่ยนสินทรัพย์ในโลกจริงให้มาอยู่บนเชน

🤖 The Agentic Economy – ยุคที่ AI จะมาช่วยเราขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

🏗️ The Base Layer Imperative – เจาะลึกโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุด
​ที่สำคัญคือปีนี้ ลงทะเบียนเข้างานฟรี เป็นครั้งแรก! ใครอยากตามเทรนด์ให้ทัน หรือหาโอกาสใหม่ๆ ในสายเทค แนะนำว่าต้องมาอง 👋🏻✨

​📅 วันที่: 20–21 พฤษภาคม 2569

📍 สถานที่: True Icon Hall, ICONSIAM

🎟️ ลงทะเบียนที่นี่เลย: www.seablockchainweek.org
​แล้วพบกันในงานนะครับ 🚀🎯




'sTable

คอร์สเรียนดีและฟรีประจำปีของ พี่ทอย DataRockie ไปลุยกันฮะ! 🥳🤩รุ่นที่ 3 แล้ว การันตีว่าเรียนแล้วได้อะไรแน่นอน พี่ทอยสอนไม...
14/05/2026

คอร์สเรียนดีและฟรีประจำปีของ พี่ทอย DataRockie ไปลุยกันฮะ! 🥳🤩

รุ่นที่ 3 แล้ว การันตีว่าเรียนแล้วได้อะไรแน่นอน พี่ทอยสอนไม่เคยกั๊ก เกินไปเยอะ5555

🍌 Mini Bootcamp 2026 สุดยอดคลาสเรียนฟรีประจำปีของเพจเรากลับมาแล้ววววว เรียนฟรีพร้อมกันสัปดาห์หน้า 18-20 พ.ค. คร้าบ เย้
Mini Bootcamp จัดมาสี่ปีติดต่อกันแล้ว สามปีที่ผ่านมามีเพื่อนๆสมัครเรียนมาแล้วมากกว่า 20,000 คน สอนโคตรดีย์ ชมตัวเองก่อน ยั๊งงง 555+
ปีนี้ตารางเรียนสามวันเหมือนเดิม สามวิชาเน้นๆ เนื้อหาสุดเข้มข้น เรียนจนร้องขอชีวิต 18-20 พ.ค. 2026 เริ่มเรียนเวลา 20.30 น. เป็นต้นไป
# # หลักสูตร Mini Bootcamp เนื้อหารวม 6+ ชม.
- Day 01 AI for Everyone
- Day 02 Full Stack Google Sheets
- Day 03 Writing to Think
ธีมปีนี้คือ Street Fighter แอดอย่างชอบ อยากดูหนังเยย ใครไปกับแอดไหม ปายยยย 555+
เรียนจบ สอบผ่าน ได้ใบเซอร์ใหม่จากโรงเรียนของเรา ปีนี้แอดแจกแบบ Unlimited ไม่มีหมดอายุ (แต่ต้องสอบให้ผ่านน๊า 555+)
✅ สมัครเรียนฟรีที่เว็บใหม่ของเราเลยค้าบ
https://modernfight.club/mini-bootcamp-2026
เพื่อนๆที่ลงทะเบียนแล้ว รอรับรายละเอียดการเข้าเรียนได้ภายในวันอาทิตย์นี้นะคร้าบบบ ไม่สะดวกเข้าเรียนสด สามารถดูย้อนหลังได้เหมือนปีก่อนเยย
Modern Fight Club คือเว็บโรงเรียนออนไลน์ใหม่ของเพจเรา ปีนี้เตรียมขึ้นคอร์สเรียนเยอะมากกก ก. ล้านตัว รอเจอเพื่อนๆทุกคนในคลาสแว้ว มาเรียนรู้ทักษะใหม่ อัปสกิลแบบเข้มๆด้วยกันนะค้าบบบ
ปล. มีแต่เวลาเริ่ม 20.30 น. ไม่มีเวลาจบ ไม่มีสอนเลท มีแต่สอนแถม สอนฟรีจนแม่ว่ามีจริงที่เพจเรา ไฟมาแล้ว 555+

ที่อยู่

Chalaem Nimit Road, Bang Khlo, Bang Kho Laem
Bangkok
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Flow's Tableผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์