22/08/2026
อ.97/2568 | ผู้ว่าจ้างไม่ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่พร้อมใช้งานจนผู้รับจ้างทำงานไม่ได้ เป็นฝ่ายผิดสัญญา และต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดโดยตรง
# # ข้อเท็จจริงสำคัญ
บริษัทผู้ฟ้องคดีทำสัญญากับเทศบาลเมืองหัวหินเพื่อปรับปรุงสถานที่เทกองขยะมูลฝอยตกค้างสะสมบริเวณบ่อฝังกลบขยะ ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน ให้เป็นสถานที่เทกองขยะแบบควบคุม ตามสัญญาเลขที่ 68/2559 ลงวันที่ 29 เมษายน 2559 กำหนดเริ่มงานภายในวันที่ 30 เมษายน 2559 และแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2559
แม้มีการส่งมอบพื้นที่ในวันทำสัญญา แต่ต่อมามีกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่เข้าห้ามการทำงาน เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์และยังมีปัญหาเรื่องการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ผู้ฟ้องคดีต้องหยุดงานและมีหนังสือขอให้เทศบาลแก้ไขปัญหาและขยายเวลา เทศบาลมีหนังสือให้ขยายเวลาต่อไปโดยไม่มีกำหนดชัดเจนจนกว่าจะได้ข้อสรุป และภายหลังมีหนังสือให้กลับเข้าทำงาน แต่ข้อพิพาทเกี่ยวกับพื้นที่และการดำเนินคดีกับคนงาน/เครื่องจักรของผู้ฟ้องคดียังทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ
คู่กรณีต่างมีหนังสือเกี่ยวกับการเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายและความเสียหายหลายรายการจากการที่ไม่สามารถดำเนินงานตามสัญญาได้
# # ประเด็นวินิจฉัย
1. การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่สามารถเข้าดำเนินงานได้จริงเป็นหน้าที่สาระสำคัญของผู้ว่าจ้างหรือไม่ และฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญาเมื่อผู้รับจ้างไม่อาจทำงานเพราะปัญหาสิทธิและการใช้พื้นที่
2. การที่เทศบาลไม่บอกเลิกสัญญาแต่ขยายเวลาไปโดยไม่กำหนดแน่นอน ทั้งที่ยังไม่สามารถจัดให้พื้นที่พร้อมก่อสร้าง เป็นการใช้สิทธิตามสัญญาโดยสุจริตหรือไม่
3. เมื่อสัญญาเลิกกัน ผู้รับจ้างมีสิทธิเรียกค่าเสียหายรายการใดจากเทศบาล และนายกเทศมนตรีในฐานะผู้แทนหน่วยงานต้องร่วมรับผิดเป็นการส่วนตัวหรือไม่
# # เหตุผลวินิจฉัย
ศาลเห็นว่าสัญญาจ้างดังกล่าวเป็นสัญญาทางปกครอง และการส่งมอบพื้นที่ที่พร้อมให้ผู้รับจ้างเข้าดำเนินงานได้เป็นสาระสำคัญของสัญญา แม้เทศบาลจะทำหนังสือส่งมอบพื้นที่ในวันทำสัญญา แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีข้อขัดข้องด้านสิทธิในที่ดินและมีการเข้าห้ามการทำงานจนผู้รับจ้างไม่สามารถลงมือก่อสร้างได้จริง ย่อมถือว่ายังมิได้จัดให้พื้นที่พร้อมตามหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง
ผู้รับจ้างมีหนังสือติดตามและขอขยายเวลาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เทศบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้เสร็จและเลือกขยายเวลาไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปโดยไม่มีกำหนดแน่นอน ศาลเห็นว่าในพฤติการณ์ดังกล่าวผู้รับจ้างไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาที่ไม่ก่อสร้างตามกำหนด และการที่เทศบาลไม่ยุติสัญญาแต่ปล่อยให้ความผูกพันค้างอยู่โดยไม่สามารถจัดพื้นที่ให้ดำเนินงานได้ เป็นการใช้สิทธิตามสัญญาที่ไม่สุจริต สัญญาจึงเลิกกันเพราะความผิดของเทศบาล
เมื่อสัญญาเลิกกัน ผู้รับจ้างมีสิทธิเรียกคืนหรือได้รับชดใช้เฉพาะค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นโดยตรงและตามปกติจากการทำสัญญาและการผิดสัญญาของเทศบาล เช่น ค่าธรรมเนียม/ค่าอากรหนังสือค้ำประกัน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พักคนงาน/เครื่องจักร และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดจากการรอและดำเนินโครงการ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดก่อนทำสัญญา ค่าเช่าเครื่องจักรที่ไม่มีหลักฐาน ค่าเงินเดือนส่วนที่ไม่พิสูจน์ว่าจ่ายจริง ค่าเสียโอกาสหรือกำไรในอนาคตที่ไม่แน่นอน และรายการที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ไม่อาจกำหนดให้ชดใช้ได้
นายกเทศมนตรีเป็นเพียงผู้กระทำการแทนเทศบาลซึ่งเป็นคู่สัญญา จึงไม่ต้องร่วมรับผิดตามสัญญาเป็นการส่วนตัว
# # ผลคดี
ศาลปกครองสูงสุด **พิพากษาแก้** ให้เทศบาลเมืองหัวหินชำระเงินแก่ผู้ฟ้องคดี **456,733.24 บาท** พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราและช่วงเวลาที่กำหนดในคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น และไม่ให้นายกเทศมนตรีร่วมรับผิดตามสัญญาเป็นการส่วนตัว
# # วรรคทองแห่งคำพิพากษา
> “...ต้องถือว่าการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างเป็นสาระสำคัญของสัญญา และเป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองที่จะต้องส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้แก่ผู้ฟ้องคดีภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในฐานะคู่สัญญาย่อมรับโดยปริยายและทราบดีว่าตราบใดที่ตนยังไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบร้อย ผู้ฟ้องคดีก็ไม่อาจลงมือก่อสร้างตามสัญญาจ้างได้...” *(ต้นฉบับหน้า 11)*
>
# # หลักใช้ในงาน
- ก่อนลงนามสัญญาก่อสร้าง หน่วยงานต้องตรวจให้แน่ชัดว่าพื้นที่มีฐานสิทธิและพร้อมส่งมอบให้ผู้รับจ้างเข้าทำงานได้จริง ไม่ใช่มีเพียงเอกสารส่งมอบพื้นที่ในทางรูปแบบ
- หากเกิดอุปสรรคด้านกรรมสิทธิ์ การอนุญาตใช้ที่ดิน หรือการถูกหน่วยงาน/ประชาชนห้ามเข้าพื้นที่ ต้องจัดการปัญหาและกำหนดแนวทางเรื่องเวลาให้ชัด ไม่ควรปล่อยสัญญาค้างโดยขยายเวลาแบบไม่มีกำหนด
- การคำนวณค่าเสียหายเมื่อหน่วยงานผิดสัญญาต้องแยกค่าใช้จ่ายที่มีหลักฐานและเกิดโดยตรงจากสัญญา ออกจากค่าเสียโอกาสหรือค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์/พิสูจน์ไม่ได้
- ผู้บริหารที่ลงนามแทนหน่วยงานไม่ต้องร่วมรับผิดตามสัญญาเป็นการส่วนตัวเพียงเพราะเป็นผู้แทนคู่สัญญา