ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move เครือข่ายประชาชน

🔴   รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ทักท้วงกรณีพีมูฟ โฉนดชุมชน ธนาคาร หลังที่ประชุมครม.บรรจุเข้าวาระเพื่อทราบ
11/08/2026

🔴 รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ทักท้วงกรณีพีมูฟ โฉนดชุมชน ธนาคาร หลังที่ประชุมครม.บรรจุเข้าวาระเพื่อทราบ

11/08/2026

พีมูฟ เริ่มเคลื่อนไหว ติดตามครม. จี้ รัฐต้องรับรองโฉนดชุมชน-ธนาคารที่ดิน

11/08/2026

เช้านี้! เตรียมการ เตรียมพลัง เตรียมพร้อม ประชิดประตูทำเนียบรัฐบาล ติดตามการประชุม ครม เพื่อเป้าหมายสูงสุดพีมูฟ

แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ฉบับที่ 8เรื่อง หอบเอาหวังประชาชน สู่การพิจารณา ครม.นับเป็นเวลาเกือ...
10/08/2026

แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ฉบับที่ 8
เรื่อง หอบเอาหวังประชาชน สู่การพิจารณา ครม.
นับเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ที่โฉนดชุมชนในฐานะระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีได้ถูกยุบเลิกไปด้วยน้ำมือของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ธนาคารที่ดินก็จะถูกยุบเลิกตามไปในรัฐบาลเดียวกัน นั่นทำให้ความหวังสู่การได้รับสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมนั้นมืดมน
อย่างไรก็ตามประชาชนยังไม่เคยยอมแพ้และสิ้นหวัง เราต่างหล่อเลี้ยงแรงใจของเราด้วยความฝันถึงชีวิตที่ดีกว่า นึกถึงวันข้างหน้าหากมีที่ดินมั่นคงส่งทอดถึงลูกหลานให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ต้องกังวลแบบเรา นึกถึงบรรพชนที่ก่นสร้างถางทางแห่งการต่อสู้และส่งทอดถึงเรา หลายชีวิตที่ทุกข์ทนและดับสูญ เราไม่อาจหยุดสู้ได้แม้รัฐบาลใดจะทุบทำลายนโยบายประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม
วันพรุ่งนี้คือการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดชี้ชะตาคนจน ว่ารัฐบาลจะนำผลการเจรจาระหว่างเรากับรองนายกรัฐมนตรี ทรวงศักดิ์ ทองศรี เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสำเร็จหรือไม่ และจะมีใครกล้าขัดขวางเราดังเช่นที่รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ทำกับเราอีกหรือไม่ ในวันที่ความหวังประชาชนริบหรี่ เราขอจุดไฟแห่งความหวังให้ส่องสว่างถึงผู้มีอำนาจให้เห็นถึงความทุกข์ร้อนของเรา เห็นหัวจิตหัวใจนักสู้ของเรา และหยุดการกระทำที่สร้างผลกระทบกับเรา หยุดสร้างผลกระทบต่อสิทธิในที่ดินของเรา ทั้งการขวางโฉนดชุมชนและการยุบเลิกธนาคารที่ดิน
เราขอเรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลนำผลการเจรจาของเราเข้า ครม. ทั้งหมด และขอประกาศว่าเราจะยกระดับการชุมนุมของเราตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะทวงคืนโฉนดชุมชน และมีหลักประกันว่าธนาคารที่ดินจะเดินหน้าต่อ ทั้งนี้เพื่อชีวิตและศักดิ์ศรีของพี่น้องเกษตรกรและชนเผ่าพื้นเมืองผู้ถูกกดขี่โดยทั่วกัน
เชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชน
10 สิงหาคม 2569
ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กรุงเทพมหานคร

10/08/2026

เวทีวัฒนธรรม วงคีตาญ ชิสุชาญ

10/08/2026

ปักหลักวันที่ 8 เวทีพีมูฟยามเย็น 'ดนตรีเพื่อนประชาชน'

พีมูฟยังปักหลักต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ยืนยันไม่หวั่นอุปสรรค พร้อมเดินหน้าผลักดันข้อเรียกร้องถึงที่สุด จนกว่า...
10/08/2026

พีมูฟยังปักหลักต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ยืนยันไม่หวั่นอุปสรรค พร้อมเดินหน้าผลักดันข้อเรียกร้องถึงที่สุด จนกว่าจะเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องบริเวณที่ชุมนุมของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) บริเวณสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล แต่บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังของประชาชนที่ยังคงปักหลักเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

10 สิงหาคม 2569 นับแค่เวลา 15.00 น.แม้ฝนจะตกหนัก ฟ้าร้อง มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ แต่ผู้ชุมนุมยังคงยืนหยัด ไม่ถอย พร้อมเผชิญกับทุกอุปสรรค ท่ามกลางสภาพพื้นที่ที่เปียกแฉะ ผู้คนยังคงอยู่ร่วมกันอย่างเหนียวแน่น สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะผลักดันข้อเรียกร้องให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

สายฝนอาจทำให้พื้นที่เปียก น้ำอาจท่วมขังเต็มพื้นที่ แต่ไม่อาจทำให้พลังของผู้ชุมนุมลดลงถอยลง ยืนยันที่จะปักหลักต่อสู้และเดินหน้ากดดันจนกว่าปัญหาและข้อเรียกร้องจะได้รับการแก้ไขสำเร็จ เพราะสำหรับประชาชนแล้ว การยืนหยัดในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการมาชุมนุม แต่คือการยืนยันสิทธิ ศักดิ์ศรี และความหวังที่จะเห็นความเป็นธรรมเกิดขึ้นจริง

ถึงฝนจะตก ถึงฟ้าจะร้อง น้ำจะท่วมขัง แต่พลังของผู้ชุมนุมไม่สั่นคลอน ยังคงเดินหน้าต่อ ปักหลักจนกว่าการแก้ไขจะสำเร็จ

ขณะที่บางจุดมีน้ำเอ่อท่วมขัง แต่บรรยากาศโดยรวมยังคงเต็มไปด้วยความเหนียวแน่นและความมุ่งมั่น
ภาพของประชาชนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ท่ามกลางสายฝน สะท้อนให้เห็นถึงความอดทนและความตั้งใจที่จะเดินหน้าผลักดันข้อเรียกร้องให้ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการส่งเสียงเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจรับฟัง แต่เป็นการยืนยันว่าปัญหาของประชาชนจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและไม่ควรถูกปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป

เรื่องและภาพ โดย : ศรายุทธ ฤทธิพิณ

📢 เวทีสาธารณะ "พีมูฟ" วันที่ 8 13.00 น. ชวนสำรวจรัฐธรรมนูญกับระบอบสีน้ำเงิน18.00 น. ดนตรี "เพื่อชีวิตประชาชน"           ...
10/08/2026

📢 เวทีสาธารณะ "พีมูฟ" วันที่ 8
13.00 น. ชวนสำรวจรัฐธรรมนูญกับระบอบสีน้ำเงิน

18.00 น. ดนตรี "เพื่อชีวิตประชาชน"
โดย ท็อป ผ้าขาวม้า, น้ำ คีตาญชลี, ชิ สุวิชาน
20.00 น. กิจกรรมหอบเอาหวังประชาสู่การพิจารณาครม.
🗓️ วันนี้ 10 สิงหาคม 2569
🕖 ตลอดทั้งวัน
📍 สำนักงาน ก.พ.ร. ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล

แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ฉบับที่ 7เรื่อง ถึงเวลานายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เปิดเจรจากับประชาช...
10/08/2026

แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ฉบับที่ 7
เรื่อง ถึงเวลานายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เปิดเจรจากับประชาชน หยุดความขัดแย้งภายในรัฐบาล เดินหน้าโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน
ตลอดระยะเวลาที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ออกมาเคลื่อนไหวตั้งแต่ วันที่ 3 สิงหาคม 2569 สิ่งที่เราต่อสู้มิใช่เพียงการรักษาองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือการคัดค้านการปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐ หากแต่เป็นการทวงถามถึง อนาคตของสิทธิชุมชน และหลักประกันในการเข้าถึงและจัดการที่ดินของประชาชน ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ
การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๓ และการเดินหน้าสู่การยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. โดยไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าภารกิจและสิทธิของประชาชนจะได้รับการสานต่อ ย่อมไม่ใช่เพียงเรื่องของการยุบหรือคงอยู่ของหน่วยงาน หากแต่หมายถึงความต่อเนื่องของกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของประชาชนจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อหารือกับผู้แทนประชาชน การประชุมครั้งนั้นมีการถกเถียงกันอย่างจริงจัง และท้ายที่สุดรัฐบาลกับประชาชนสามารถหาจุดร่วมสำคัญได้ว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินจะต้องไม่เกิดสุญญากาศ และภารกิจของ บจธ. ต้องสามารถดำเนินต่อไปในระยะเปลี่ยนผ่าน พร้อมเร่งจัดทำแนวทางสำหรับการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์กรของรัฐที่มีภารกิจในลักษณะเดียวกัน
รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้รับว่าจะนำผลการหารือเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง นั่นคือสิ่งที่ประชาชนเข้าใจว่าเป็นผลจากกระบวนการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับประชาชน และเป็นความหวังว่าอย่างน้อยรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ปัญหาที่ดินของประชาชนเดินเข้าสู่ทางตันแต่ในขณะที่ประชาชนกำลังรอคำตอบจากรัฐบาล กลับปรากฏท่าทีจากรองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ซึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ว่า การยุบ บจธ. กับมาตรการโฉนดชุมชนเป็นคนละเรื่องกัน ไม่มีนโยบายขยายระยะเวลาการดำเนินงานของ บจธ. และรัฐบาลจะเดินหน้าลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานต่อไป
คำถามจึงเกิดขึ้นทันทีว่า แล้วข้อสรุปที่เกิดขึ้นจากโต๊ะเจรจาระหว่างรัฐบาลกับประชาชนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา มีความหมายอย่างไร?
หากตัวแทนรัฐบาลสามารถพูดกับประชาชนได้อย่างหนึ่ง แต่รัฐบาลอีกส่วนหนึ่งกลับแสดงท่าทีอีกอย่างหนึ่ง แล้วประชาชนจะเชื่อได้อย่างไรว่าการเจรจาจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เราไม่ได้เรียกร้อง
ให้รัฐบาลต้องเห็นด้วยกับประชาชนทุกเรื่อง แต่เมื่อรัฐบาลเลือกเปิดโต๊ะเจรจาแล้ว รัฐบาลต้องเคารพกระบวนการเจรจา และต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อสรุปที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนั้น ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับคำตอบหลายชุดจากรัฐบาลชุดเดียวกัน นี่ไม่ใช่ปัญหาของพีมูฟกับรองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง แต่คือปัญหาความเป็นเอกภาพและความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งรัฐบาล
ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานการณ์ที่อนาคตของ บจธ. กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ นายกรัฐมนตรีกลับมอบหมายการกำกับดูแล บจธ. ให้แก่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุขสมรวย วันทนียกุล แต่ในช่วงเวลาสำคัญดังกล่าว กลับไม่ปรากฏว่าผู้กำกับดูแล บจธ. ได้เข้ามามีบทบาทร่วมในกระบวนการหารือกับผู้แทนประชาชน เพื่อคลี่คลายปัญหาและกำหนดแนวทางต่ออนาคตของ บจธ. อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อกลไกหนึ่งกำลังตัดสินใจเรื่องอนาคตของ บจธ. แต่อีกกลไกหนึ่งกำลังเจรจากับประชาชนในเรื่องเดียวกัน แต่ไม่มีผู้รับผิดชอบทางการเมืองที่ทำให้ทั้งสองส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน ย่อมเป็นเรื่องที่ประชาชน
ไม่อาจไว้วางใจได้
วันนี้เข้าสู่ วันที่ 8 ของการปักหลักชุมนุม ของพวกเราประชาชนจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศที่เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่เพราะพวกเราไม่มีงานทำ ไม่ใช่เพราะไม่มีครอบครัวให้ต้องดูแล และไม่ใช่เพราะต้องการสร้างความเดือดร้อนให้ใคร หากแต่เพราะปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยที่พวกเราเผชิญมานานหลายสิบปี ยังไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าจะได้รับการแก้ไข
ตลอด 8 วันที่ผ่านมา พวกเราประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องเดินทางจากพื้นที่ห่างไกล ทิ้งไร่นา ทิ้งอาชีพ ทิ้งครอบครัว และแบกรับภาระค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต เพื่อมาปักหลักอยู่ริมทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่สะดวกสบาย ต้องกินอยู่และพักผ่อนในพื้นที่ชุมนุม ต้องแบ่งหน้าที่กันดูแลความเป็นอยู่ของคนในขบวน และยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนว่าเมื่อใดรัฐบาลจะมีคำตอบที่ชัดเจน

ทุกวันที่ผ่านไปจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากวันที่ 1 เป็นวันที่ 8 แต่หมายถึง ต้นทุนชีวิตที่พวกเราประชาชนต้องแบกรับเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งรายได้ที่สูญเสียไป งานที่ต้องหยุด ครอบครัวที่ต้องห่างไกล และภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น พวกเราที่มาปักหลักอยู่ที่นี่ไม่ได้ต้องการอยู่บนถนนนานกว่านี้ และไม่มีใครอยากทิ้งบ้านมาอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล หากรัฐบาลมีคำตอบที่ชัดเจนและเป็นธรรม พวกเราก็พร้อมที่จะกลับบ้าน กลับไปทำมาหากิน
และกลับไปดูแลครอบครัวของตนเอง
การที่พวกเรายังต้องปักหลักอยู่ที่นี่จนเข้าสู่วันที่ 8 จึงไม่ใช่เพราะประชาชนไม่ยอมกลับบ้าน แต่เพราะปัญหาของพวกเรายังไม่มีคำตอบ ยิ่งปล่อยให้การเจรจายืดเยื้อ ภาระก็ยิ่งตกอยู่กับประชาชน ขณะที่ผู้มีอำนาจ
ในการตัดสินใจยังสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่คนที่เดือดร้อนต้องเป็นผู้แบกรับต้นทุนของความล่าช้าจากการทำงานของรัฐบาล
วันนี้จึงถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจและรับผิดชอบด้วยตนเอง นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่อาจปล่อยให้ประชาชนต้องเลือกเชื่อคำพูดของรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งหรืออีกคนหนึ่ง ไม่อาจปล่อยให้ข้อสรุปจากโต๊ะเจรจาถูกทำให้เลือนหายไปกับความเห็นที่แตกต่างกันภายในรัฐบาล และไม่อาจปล่อยให้ช่วงเปลี่ยนผ่านของ บจธ. กลายเป็นสุญญากาศที่ประชาชนต้องเป็นผู้รับผลกระทบ
พีมูฟจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง และเปิดการเจรจากับผู้แทนประชาชนโดยตรง เพื่อให้รัฐบาลมีคำตอบที่ชัดเจนต่ออนาคตของโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน และเพื่อยืนยันว่าข้อสรุปจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับประชาชนมิใช่เพียงคำพูดที่เกิดขึ้นในห้องประชุม แต่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริง ด้วยเหตุนี้ พีมูฟจึงมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังต่อไปนี้
1. ให้นายกรัฐมนตรีนำข้อสรุปจากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เพื่อให้รัฐบาลทั้งคณะรับทราบ และมีมติหรือแนวทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนข้อสรุปจากการเจรจา ไม่ปล่อยให้ข้อสรุปดังกล่าวสูญหายไปท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างกันภายในฝ่ายบริหาร
2. ให้นายกรัฐมนตรีกำกับและทบทวนบทบาทของรองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการยุบเลิกและการดำเนินงานของ บจธ. รวมถึงท่าทีและการดำเนินการที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อสรุปจากการเจรจากับประชาชน โดยขอให้การดำเนินงานของฝ่ายบริหารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับแนวทางที่ได้หารือร่วมกับผู้แทนประชาชนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569
3. ให้นายกรัฐมนตรีทบทวนการมอบหมายผู้กำกับดูแล บจธ. จากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุขสมรวย วันทนียกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี เพื่อให้การกำกับดูแล บจธ. ในระยะเปลี่ยนผ่านมีความเป็นเอกภาพ เชื่อมโยงกับประชาชน และสามารถผลักดันให้เกิดแนวทางรองรับภารกิจธนาคารที่ดินได้อย่างต่อเนื่อง
4. ให้นายกรัฐมนตรีเปิดการเจรจากับผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมโดยตรง เพื่อสร้างความชัดเจนร่วมกันถึงทิศทางของรัฐบาลต่อโฉนดชุมชน อนาคตของ บจธ. และการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือกลไกของรัฐที่มีภารกิจในการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินอย่างต่อเนื่อง
พีมูฟยืนยันอีกครั้งว่า เราไม่ได้มายืนอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อปกป้องเก้าอี้ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เรายืนอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนที่ต้องมีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัย และมีสิทธิร่วมในการจัดการที่ดินและทรัพยากรของชุมชน รัฐบาลมีสิทธิปรับเปลี่ยนโครงสร้างราชการ แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิปล่อยให้ประชาชนที่อยู่ในกระบวนการแก้ไขปัญหาต้องกลับไปเริ่มต้นจากศูนย์ รัฐบาลมีสิทธิทบทวนนโยบาย แต่รัฐบาลต้องมีคำตอบว่า แล้วประชาชนจะอยู่กันอย่างไร และเมื่อรัฐบาลเลือกที่จะเจรจากับประชาชนแล้ว รัฐบาลต้องมีความกล้าหาญเพียงพอที่จะรับผิดชอบต่อคำพูดและข้อสรุปที่เกิดขึ้นจากการเจรจานั้น
วันนี้พีมูฟจึงขอส่งเสียงถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรงว่า ถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีต้องเข้ามารับผิดชอบ เปิดโต๊ะเจรจากับประชาชน และทำให้รัฐบาลทั้งรัฐบาลมีคำตอบเดียวกัน เพราะเรื่องโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดินไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่มันคือเรื่องของสิทธิและอนาคตของประชาชน
เชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชน
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)
10 สิงหาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล

ปักหลักเข้าวันที่ 8  พีมูฟจี้ “อนุทิน” ต้องรับผิดชอบ ยื่นหนังสือ–แถลงการณ์ถามรัฐบาล จี้ ต้องชัดเจน เร่งรับรองข้อสรุปโฉนด...
10/08/2026

ปักหลักเข้าวันที่ 8 พีมูฟจี้ “อนุทิน” ต้องรับผิดชอบ ยื่นหนังสือ–แถลงการณ์ถามรัฐบาล จี้ ต้องชัดเจน เร่งรับรองข้อสรุปโฉนดชุมชน–ธนาคารที่ดิน
10 สิงหาคม 2569 เข้าสู่วันที่ 8 ของการปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมอ่าน แถลงการณ์พีมูฟ ฉบับที่ 7 เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบ เปิดการเจรจากับผู้แทนประชาชนโดยตรง และยุติความขัดแย้งภายในรัฐบาลต่ออนาคต โฉนดชุมชนและสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.
พีมูฟย้ำว่า การเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ไม่ใช่เพียงการคัดค้านการยุบหน่วยงานรัฐ แต่เป็นการทวงถามถึง อนาคตสิทธิชุมชนและหลักประกันในการเข้าถึงและจัดการที่ดินของประชาชน หลังรัฐบาลยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 และเดินหน้าสู่การยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) โดยยังไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าภารกิจและการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชนจะเดินหน้าต่ออย่างไร
พีมูฟระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ซึ่งมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐบาลและผู้แทนประชาชนสามารถหาจุดร่วมสำคัญว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินต้องไม่เกิดสุญญากาศ และภารกิจของ บจธ. ต้องสามารถดำเนินต่อในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมเร่งจัดทำแนวทางจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์กรของรัฐที่มีภารกิจในลักษณะเดียวกัน ซึ่งนายทรงศักดิ์รับว่าจะนำผลการหารือเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
แต่หลังจากนั้น นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการประชุม กลับให้สัมภาษณ์ว่า การยุบ บจธ. กับโฉนดชุมชนเป็นคนละเรื่องกัน และ ไม่มีนโยบายขยายระยะเวลาการดำเนินงานของ บจธ. “หากรัฐบาลพูดกับประชาชนอย่างหนึ่ง แต่รัฐบาลอีกส่วนหนึ่งกลับพูดอีกอย่าง แล้วข้อสรุปจากโต๊ะเจรจามีความหมายอย่างไร?”
พีมูฟย้ำว่า ไม่ใช่เพียงปัญหาระหว่างพีมูฟกับรองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง แต่คือปัญหา ความเป็นเอกภาพและความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งรัฐบาล เมื่อรัฐบาลเลือกเปิดโต๊ะเจรจาแล้ว ข้อสรุปจากกระบวนการดังกล่าวต้องได้รับการเคารพและนำไปสู่การปฏิบัติ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับคำตอบหลายชุดจากรัฐบาลเดียวกัน
พีมูฟยังแสดงความกังวลต่อการกำกับดูแล บจธ. ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ บจธ. กลับไม่ปรากฏบทบาทในการเข้ามาร่วมคลี่คลายปัญหากับผู้แทนประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีทบทวนการมอบหมายผู้กำกับดูแล บจธ. และให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้ามารับผิดชอบในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้การกำกับดูแลมีเอกภาพ เชื่อมโยงกับกระบวนการเจรจากับประชาชน และสามารถผลักดันแนวทางรองรับภารกิจธนาคารที่ดินต่อไปได้
พีมูฟยื่นข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี 4 ข้อ ได้แก่
1. ให้นำข้อสรุปจากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ วันที่ 4 สิงหาคม เข้าสู่การประชุม ครม. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เพื่อให้รัฐบาลทั้งคณะรับทราบและมีแนวทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนข้อสรุปจากการเจรจา

2. ให้กำกับและทบทวนบทบาทของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ บจธ. และโฉนดชุมชน รวมถึงท่าทีหรือการดำเนินงานที่อาจกระทบต่อข้อสรุปจากการเจรจากับประชาชน

3. ทบทวนการมอบหมายผู้กำกับดูแล บจธ. จาก นางสุขสมรวย วันทนียกุล เป็น นายทรงศักดิ์ ทองศรี เพื่อให้การกำกับดูแลในช่วงเปลี่ยนผ่านมีความเป็นเอกภาพ

4. ให้นายกรัฐมนตรีเปิดการเจรจากับผู้แทนพีมูฟโดยตรง เพื่อสร้างความชัดเจนต่อทิศทางรัฐบาลเรื่องโฉนดชุมชน อนาคตของ บจธ. และการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือกลไกรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดิน
การปักหลักชุมนุมเข้าสู่วันที่ 8 ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะประชาชนต้องการอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือไม่มีภาระหน้าที่ในชีวิต แต่เพราะปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยที่เผชิญมานานหลายสิบปียังไม่มีหลักประกันที่ชัดเจน ประชาชนจากหลายพื้นที่ต้องทิ้งไร่นา อาชีพ และครอบครัว เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล แบกรับทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และต้นทุนจากการหยุดทำงาน ขณะที่ความล่าช้าของรัฐบาลยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน
“พวกเราไม่ได้อยากอยู่ที่นี่นานกว่านี้ หากรัฐบาลมีคำตอบที่ชัดเจนและเป็นธรรม พวกเราพร้อมกลับบ้าน กลับไปทำมาหากิน และกลับไปดูแลครอบครัว”
พีมูฟย้ำว่า เวลาที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เปิดโต๊ะเจรจากับประชาชน และทำให้รัฐบาลทั้งรัฐบาลมีคำตอบเดียวกัน เพราะเรื่องโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดินไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือเรื่องสิทธิและอนาคตของประชาชนทั้งประเทศ

ที่อยู่

Bangkok
10310

เบอร์โทรศัพท์

027186472

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-moveผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move:

ทางลัด

แชร์