31/01/2026
📌เวทีสัญญาประชาคม "ประชาชนพบพรรคการเมือง" พีมูฟชูธง 3 ชุดนโยบาย 10 ข้อเสนอ จากปัญหาจริงสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง✊
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมได้มีการจัดเวทีสัญญาประชาคมประชาชนพบพรรคการเมือง ภายใต้หัวข้อ "ยกระดับคุณภาพชีวิต รับรองสิทธิชุมชน สร้างสังคมประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและยั่งยืน" ณ ห้องประชุมคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองร่วมเวที ได้แก่ พรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคประชาชาติ และพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรับฟังและแสดงจุดยืนต่อนโยบาย 10 ด้านที่ร่วมพัฒนาจากข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
รศ.ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร รองคณะบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้กล่าวต้อนรับและเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลคือ "การรับฟังเสียงของประชาชน" พร้อมชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่านโยบายรายด้าน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับประชาชน โดยขอให้พรรคการเมืองรับปากและร่วมกันผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
🔴‘พีมูฟ’ ชูธง 3 ชุดนโยบาย 10 ด้านจากปัญหาจริงสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
ในการนำเสนอต่อพรรคการเมือง พีมูฟได้เสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 10 ด้าน โดยมีมุ่งเน้นการคืนอำนาจ คืนสิทธิ และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
🕊️ชุดข้อเสนอที่ 1 เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง คืนสิทธิ เสรีภาพ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม มุ่งเน้นและยืนยันว่า "อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน" และความยุติธรรมต้องเข้าถึงได้จริง
ด้านที่ 1 สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย: มุ่งเน้นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่ยึดโยงกับประชาชน ยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหารและ คสช. ทุกฉบับที่ลิดรอนสิทธิ พร้อมปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เพื่อยืนยันว่าการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องคุ้มครอง ไม่ใช่การก่ออาชญากรรม
ด้านที่ 2 การกระจายอำนาจ: เสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงเพื่อลดการรวมศูนย์อำนาจ ยกเลิกโครงสร้างการปกครองส่วนภูมิภาค แล้วถ่ายโอนอำนาจและงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นโครงสร้างหลักในการบริหารจัดการพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง
ด้านที่ 3 การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม: เรียกร้องการนิรโทษกรรมราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐภายใน 100 วัน พร้อมเสนอให้ใช้ "ระบบไต่สวน" แทนระบบกล่าวหาในคดีสิทธิมนุษยชนและที่ดิน โดยต้องนำหลักฐานทางมานุษยวิทยาและวิถีวัฒนธรรมมาพิจารณาร่วมด้วย ไม่ใช่ยึดถือเพียงหลักฐานจากทางราชการเท่านั้น
✨ชุดข้อเสนอที่ 2 การจัดการที่ดิน ทรัพยากร และภัยพิบัติ เปลี่ยนวิธีคิดจาก "รัฐเป็นเจ้าของ" สู่ "ประชาชนเป็นผู้กำหนดและออกแบบร่วม" เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตความเหลื่อมล้ำ
ด้านที่ 4-5 ด้านที่ดินและทรัพยากร: เปลี่ยนสถานะประชาชนจาก "ผู้บุกรุก" เป็น "ผู้ดูแลรักษา" ผ่านการรับรองสิทธิชุมชนและโฉนดชุมชน จัดตั้งธนาคารที่ดินและใช้ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าเพื่อกระจายการถือครอง พร้อมข้อเสนอเร่งด่วนให้ยกเลิกมติ ครม. ที่ทับซ้อนกับที่ทำกินของชาวบ้านและหยุดการไล่รื้อดำเนินคดีในพื้นที่ข้อพิพาททันที
ด้านที่ 6 นโยบายภัยพิบัติ: เสนอปฏิรูปการจัดการภัยพิบัติโดยให้ชุมชนและท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง ผ่านการทบทวน พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 จัดตั้งกองทุนและแผนแม่บทภัยพิบัติระดับท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
✊ชุดข้อเสนอที่ 3 ความเท่าเทียมทางสังคม กลุ่มชาติพันธุ์ รัฐสวัสดิการ และคุณภาพชีวิต สร้างหลักประกันทางสังคมที่เป็น "สิทธิถ้วนหน้า" ไม่ใช่การจัดสวัสดิการด้วยทัศนคติการสงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้
ด้านที่ 7 การคุ้มครองชาติพันธุ์: เรียกร้องความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ พ.ศ. 2568 โดยให้ยุติการจับกุมในพื้นที่วัฒนธรรม รับรองสิทธิในที่ดินแบบไร่หมุนเวียน เร่งรัดการพิสูจน์สัญชาติด้วยหลักสังคมวิทยา และส่งเสริมการศึกษาด้วยภาษาแม่เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ
ด้านที่ 8 ผู้มีปัญหาสิทธิและสถานะทางทะเบียน: เสนอ Roadmap แก้ไขปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปี ผ่านกลไกบูรณาการร่วมระหว่างรัฐและภาคประชาสังคม จัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต และให้สิทธิผู้ที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สัญชาติสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขและสวัสดิการรัฐ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุและเด็กแรกเกิดได้ทันที
ด้านที่ 9 นโยบายรัฐสวัสดิการ: มุ่งเป้าเปลี่ยน "รัฐสงเคราะห์" เป็น "รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า" ตั้งแต่เกิดจนตาย (จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน) อาทิ เงินอุดหนุนเด็ก, เรียนฟรีถึง ป.ตรี, บำนาญพื้นฐาน 3,000 บาท และการปฏิรูปภาษีความมั่งคั่งเพื่อนำงบประมาณมาจัดสรรเป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ความจน
ด้านที่ 10 นโยบายที่อยู่อาศัย: ยืนยันว่าที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ใช่สินค้า โดยเสนอให้บรรจุในรัฐธรรมนูญ ควบคุมดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านไม่เกิน 2% อุดหนุนค่าเช่าตามรายได้ และรับรองสิทธิให้ทุกคนสามารถเข้าถึงไฟฟ้า ประปา และทะเบียนบ้านได้แม้จะอยู่ในที่ดินที่ยังเป็นข้อพิพาท เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย
📌‘พรรคการเมือง’ ปักธงหนุน 10 นโยบายพีมูฟ ย้ำเป็น “ทางออกประเทศ” พร้อมผลักดันสู่รูปธรรม
ในงานมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ให้ทางตัวแทนพรรคการเมืองปักธงสีประจำพรรคการเมืองลงในกระถางต้นกล้านโยบาย 10 ด้าน โดยตัวแทนจาก 4 พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาชน, พรรคประชาชาติ, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม ร่วมแสดงจุดยืนเคียงข้างข้อเสนอของภาคประชาชน พร้อมให้คำมั่นสัญญาในการเปลี่ยนจาก "ข้อเรียกร้อง" ให้กลายเป็น "นโยบายรัฐ" ที่ทำได้จริง
💛พรรคประชาชาติ: ยก “ธงเขียว” ทุกนโยบาย ชูการนิรโทษกรรมราษฎร
พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยืนยันว่านโยบายทั้ง 10 ด้านของ P-move คือ “ทางออกของประเทศ” โดยพรรคพร้อมสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มองว่าขาดการแบ่งปันทรัพยากรและความเสมอภาค พรรคประชาชาติประกาศจุดยืนชัดเจนเรื่องการ “นิรโทษกรรมให้ประชาชน” ทั้งในคดีป่าไม้ที่ดินและคดีการเมือง รวมถึงการล้างหนี้ กยศ. และการใช้หลักฐานประวัติศาสตร์ชุมชนมาพิสูจน์สิทธิที่ดิน เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์อย่างแท้จริง
🩵พรรคประชาธิปัตย์: พร้อมนับหนึ่งทันทีหากเป็นรัฐบาล ต่อยอด “โฉนดชุมชน-ธนาคารที่ดิน”
นายสาธิต วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าข้อเสนอของประชาชนตรงกับหลักการของพรรคที่เคยผลักดันมาแล้วในอดีต เช่น โฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน โดยให้คำมั่นว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะ “เดินหน้านับหนึ่งได้ทันที” แต่หากเป็นฝ่ายค้านก็จะขับเคลื่อนผ่านกลไกรัฐสภาและกรรมาธิการ พรรคเห็นพ้องในการยกเลิกคำสั่ง คสช., ปรับปรุงกฎหมายชุมนุมสาธารณะ และเปลี่ยนที่ดินรัฐที่ไม่ใช้ประโยชน์ (เช่น ที่ดินทหาร) มาจัดสรรให้ประชาชน พร้อมย้ำหลักการว่า “ที่ดินไม่ควรเป็นสินค้า” เพื่อป้องกันการตกอยู่ในมือนายทุน
🧡พรรคประชาชน: ชู DNA เดียวกัน มองประชาชนเท่ากัน สั่งรื้อ One Map แก้ทับซ้อน
นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน มองว่านโยบายของพรรคและ P-move มีทิศทางเดียวกันกว่า 80% เพราะตั้งอยู่บนฐานคิดที่มองว่า “ประชาชนต้องเท่ากัน” พรรคพร้อมผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน การเลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง และการแก้ไขกฎหมายผ่านระบบ One Map เพื่อสกัดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างรัฐกับประชาชนทีละชั้น นอกจากนี้ยังชูนโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า เรียนฟรี บำนาญ และการปรับเปลี่ยนนโยบายที่อยู่อาศัยจาก “ซื้อเป็นเช่า” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
💚พรรคกล้าธรรม: เน้นกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น สกัดกั้นกลุ่มทุนฮุบทรัพยากร
นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ โฆษกพรรคกล้าธรรม ย้ำความสำคัญของการแก้ปัญหาสิทธิสถานะบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องได้รับสัญชาติและพื้นที่ตลาดรองรับสินค้า พรรคให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการจัดการทรัพยากรของตนเอง โดยยืนยันว่าการจัดสรรทรัพยากรต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของชุมชน “ไม่ใช่การจัดสรรให้กลุ่มทุน” พร้อมฝากประเด็นการตรวจสอบคอร์รัปชันในกระบวนการรัฐที่ขัดขวางการเข้าถึงสิทธิของประชาชน
ช่วงท้ายของงาน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมได้แถลงการณ์เรื่อง สัญญาประชาคม ประชาชนพบพรรคการเมือง: ยกระดับคุณภาพชีวิต รับรองสิทธิชุมชน สร้างสังคมประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยมีเนื้อหาแถลงการณ์ดังนี้
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ เป็นขบวนการภาคประชาชน
ที่รวมตัวของชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และผู้ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง
ขาดการรับรองและการคุ้มครอง “สิทธิชุมชน” ทั้งในมิติที่ดิน ที่อยู่อาศัย ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาประเทศยังดำเนินไปภายใต้โครงสร้างอำนาจรัฐและระบบการเมืองที่รวมศูนย์อำนาจ และการมองทรัพยากรเป็นของรัฐมากกว่าการเป็นฐานการดำรงชีวิตของชุมชน ส่งผลให้ชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากสูญเสียสิทธิในการจัดการอนาคตของตนเอง ไม่มีอำนาจในการจัดการที่ดินและทรัพยากร และไม่สามารถใช้สิทธิชุมชนตามวิถีของตนได้อย่างแท้จริง แม้รัฐธรรมนูญหลายฉบับจะบัญญัติหลักสิทธิชุมชน แต่ในทางปฏิบัติกลับขาดกลไกทางกฎหมายและนโยบายมารับรอง ทำให้สิทธิชุมชนไม่มีผลอย่างเป็นรูปธรรม
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ใช้อำนาจอธิปไตยอันเป็นของประชาชนชาวไทยในการกำหนดอนาคตของตนเอง นำมาสู่การจัดเวทีสัญญาประชาคม ประชาชนพบพรรคการเมือง ในวันนี้ ซึ่งเราได้นำเสนอนโยบายของเราทั้ง 10 ด้านที่ครอบคลุมทั้งด้านสิทธิและเสรีภาพ, การกระจายอำนาจ, การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, ที่ดินและพื้นที่เกษตรกรรม, การจัดการทรัพยากร, การจัดการภัยพิบัติ, สิทธิกลุ่มชาติพันธุ์, สิทธิและสถานะบุคคล, รัฐสวัสดิการ และที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองก็ได้แสดงวิสัยทัศน์และตอบรับข้อเรียกร้องของเราบางประเด็น อย่างไรก็ตาม เราจะติดตามกำกับการดำเนินงานของพรรคการเมืองต่อไป ไม่ว่าหลังจากนี้ท่านจะได้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ท่านต้องทำเพื่อประชาชน
และเราขอประกาศเจตนารมณ์ ว่าพีมูฟเป็นหนึ่งในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นมรดกจากรัฐบาลเผด็จการทหาร และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง เราจะเดินหน้ากาเห็นการทำประชามติเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และนำข้อเรียกร้องของพวกเราทั้งหมดกลับไปใส่ในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น แม้เส้นทางของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะยังต้องเผชิญอีกหลายอุปสรรค แต่เราจะรณรงค์ต่อสู้อย่างถึงที่สุดเพื่อให้กฎหมายสูงสุดของประเทศนั้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต รับรองสิทธิชุมชน สร้างสังคมประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและยั่งยืน
พีมูฟทวงสิทธิ สร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน
30 มกราคม 2569
ณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เรื่อง : อิสระดอกไม้บาน
ภาพ : กัญญ์วรา หมื่นแก้ว