สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน - องค์การมหาชน -

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน - องค์การมหาชน - สนับสนุนความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงที่ดิน

ธนาคารที่ดิน จัดประชุมเสวนา "โครงการตัวกลางที่ดิน" ร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประชาสัมพันธ์ ...
20/08/2026

ธนาคารที่ดิน จัดประชุมเสวนา "โครงการตัวกลางที่ดิน" ร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประชาสัมพันธ์ และเป็นตัวกลางในการเช่าที่ดิน
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ธนาคารที่ดิน หรือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน โดย นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันฯ มอบหมาย นายสุทธิโรจน์ คำมั่น ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการและพัฒนาที่ดิน นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมจัดประชุมเสวนาเรื่อง "จับคู่ที่ว่างให้เป็นที่ดินทำกิน พลังผู้นำท้องถิ่น ขับเคลื่อนโครงการตัวกลางที่ดินศรีสะเกษ" ร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประชาสัมพันธ์ เชื่อโยงภาคีเครือข่ายหน่วยงานในพื้นที่ และเป็นตัวกลางในการเช่าที่ดิน สำหรับผู้ประสงค์ที่จะมีที่ดินทำกินเช่าทำเกษตรกราคาถูก โดยรัฐ(ธนาคารที่ดิน) จะเป็นผู้เชื่อมประสานกับเจ้าของที่ดิน ผ่านโครงการตัวกลางที่ดิน ของ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. โดนจัดกิจกรรม ณ ห้องประชุมโมซาร์ท โรงแรมแกลลอรี่ ดีไซน์ อำเภอเมือง ศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.
🌏เว็บไซต์หน่วยงาน : https://www.labai.or.th/
🌍เว็บไซต์ลงทะเบียนที่ดินเพื่อคนไทย : https://ที่ดินเพื่อคนไทย.labai.or.th/
🌎เว็บไซต์โครงการตัวกลาง : https://clm.labai.or.th/
🟢เพจFBโครงการตัวกลาง : https://www.facebook.com/CLM.Labai
#มีที่ทำกิน_มีกินมีใช้_รายได้ยั่งยืน
#กุลพัชร_ภูมิใจอวด
#ที่ดิน
#ที่ดินทำกิน_ที่อยู่อาศัย
#เสียงจากประชาชน #บจธ #ธนาคารที่ดิน #ที่ดินทำกิน #เกษตรกร #ลดความเหลื่อมล้ำ
#สวัสดิการสังคม
#กรรมาธิการสวัสดิการสังคม

18/08/2026

ธนาคารที่ดิน จัดประชุมเสวนา "โครงการตัวกลางที่ดิน" ร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประชาสัมพันธ์ และเป็นตัวกลางในการเช่าที่ดิน

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ธนาคารที่ดิน หรือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน โดย นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันฯ มอบหมาย นายสุทธิโรจน์ คำมั่น ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการและพัฒนาที่ดิน นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมจัดประชุมเสวนาเรื่อง "จับคู่ที่ว่างให้เป็นที่ดินทำกิน พลังผู้นำท้องถิ่น ขับเคลื่อนโครงการตัวกลางที่ดินศรีสะเกษ" ร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประชาสัมพันธ์ เชื่อโยงภาคีเครือข่ายหน่วยงานในพื้นที่ และเป็นตัวกลางในการเช่าที่ดิน สำหรับผู้ประสงค์ที่จะมีที่ดินทำกินเช่าทำเกษตรกราคาถูก โดยรัฐ(ธนาคารที่ดิน) จะเป็นผู้เชื่อมประสานกับเจ้าของที่ดิน ผ่านโครงการตัวกลางที่ดิน ของ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. โดนจัดกิจกรรม ณ ห้องประชุมโมซาร์ท โรงแรมแกลลอรี่ ดีไซน์ อำเภอเมือง ศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.
🌏เว็บไซต์หน่วยงาน : https://www.labai.or.th/
🌍เว็บไซต์ลงทะเบียนที่ดินเพื่อคนไทย : https://ที่ดินเพื่อคนไทย.labai.or.th/
🌎เว็บไซต์โครงการตัวกลาง : https://clm.labai.or.th/
🟢เพจFBโครงการตัวกลาง : https://www.facebook.com/CLM.Labai
#มีที่ทำกิน_มีกินมีใช้_รายได้ยั่งยืน
#กุลพัชร_ภูมิใจอวด
#ที่ดิน
#ที่ดินทำกิน_ที่อยู่อาศัย
#เสียงจากประชาชน #บจธ #ธนาคารที่ดิน #ที่ดินทำกิน #เกษตรกร #ลดความเหลื่อมล้ำ
#สวัสดิการสังคม
#กรรมาธิการสวัสดิการสังคม

12/08/2026

ถอดรหัสจุดเปลี่ยน ‘ธนาคารที่ดิน’
ปรับใหญ่โครงสร้าง แต่ที่ดินชาวบ้านต้องรอด!

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ รวมถึงนายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) บจธ. หรือ ธนาคารที่ดิน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภารกิจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โดยวาระ พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางรองรับการถ่ายโอนภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) บจธ. หรือ “ธนาคารที่ดิน”

12/08/2026
คทช. ถกวาระใหญ่! ลุยแผนเปลี่ยนผ่าน "ธนาคารที่ดิน" รับไม้ต่อ ยกระดับสิทธิที่ดินทำกินกรุงเทพฯ — 11 สิงหาคม 2569 — สำนักงาน...
11/08/2026

คทช. ถกวาระใหญ่! ลุยแผนเปลี่ยนผ่าน "ธนาคารที่ดิน" รับไม้ต่อ ยกระดับสิทธิที่ดินทำกิน

กรุงเทพฯ — 11 สิงหาคม 2569 — สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภารกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) บจธ. หรือ ธนาคารที่ดิน เข้าร่วมหารือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่ดินของประเทศ

สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีวาระครอบคลุมทั้งการติดตามผลดำเนินงานสำคัญและการพิจารณานโยบายยุทธศาสตร์ที่ดินของประเทศ ใน 3 นโยบายหลัก ได้แก่

1. นโยบายการบริหารจัดการที่ดินของประเทศ: กำหนดทิศทางและกลยุทธ์การบริหารจัดการที่ดินในภาพรวมอย่างยั่งยืน

2. เตรียมถ่ายโอนภารกิจธนาคารที่ดิน: พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางรองรับการถ่ายโอนภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.

3. ปรับปรุงอนุกรรมการโฉนดชุมชน: พิจารณาปรับปรุงองค์ประกอบคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ด้านโฉนดชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน

การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศ โดยความร่วมมือระหว่าง สคทช. และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความมั่นคงในที่ดินทำกิน และแก้ไขปัญหาข้อพิพาทให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

10/08/2026

“พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ” ค้านยุบ บจธ. โต้ประเมินไร้มิติ ชี้วัดแค่ “ตัวเลขตัวแดง” ไม่สนแก้จน-ลดเหลื่อมล้ำ

ประธานบอร์ด ธนาคารที่ดิน โต้ผลประเมินบจธ. ชี้การวัดความคุ้มค่าด้วยผลตอบแทนทางบัญชีอย่างเดียวไม่เป็นธรรม ยันงบปล่อยกู้ชุมชน 40 แห่งเป็น "เงินรัฐ" พร้อมกระทุ้งถาม หากยุบองค์กร ใครจะรับผิดชอบสัญญาประชาชนและชะตากรรมเจ้าหน้าที่รัฐ!

ในการประชุมร่วมเกี่ยวกับการพิจารณาภารกิจและอนาคตของ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์กรมหาชน) หรือ บจธ. เกิดประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน หลังจากมีแนวคิดพิจารณายุบหรือเลิกภารกิจเนื่องจากผลการประเมินด้านงบประมาณและผลตอบแทนทางการเงิน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ได้กล่าวชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาต่อที่ประชุม โดยคัดค้านการประเมินองค์กรแบบมิติเดียวที่มุ่งเน้นเฉพาะผลตอบแทนทางบัญชีและการเงิน พร้อมเสนอให้ใช้เกณฑ์ประเมินการพัฒนายุคใหม่ หรือ Multi-Criteria Evaluation (การประเมินหลายมิติ) ที่วัดผลจากการลดความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และจำนวนครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือจริง

"การพัฒนาสมัยใหม่ต้องใช้การประเมินหลายมิติ (Multi-criteria Evaluation) ครอบคลุมผลลัพธ์ทางด้านลดความยากจนเป็นหลัก และลดความเหลื่อมล้ำ และจำนวนครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือ ไม่ใช่พิจารณาแต่การตอบแทนทางบัญชี... ที่ท่านประเมินมาคือการประเมินทางด้านการเงินและงบประมาณ ไม่ได้พูดถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความยากจนเลย" พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว

เปิด 4 ประเด็นเดือดจาก บจธ.

1. งบประมาณปล่อยกู้เป็น "เงินของรัฐ": เงินงบประมาณที่จัดสรรให้กับชุมชนและวิสาหกิจชุมชนกว่า 40 แห่ง เป็นเงินของรัฐโดยตรง การจะโยกย้ายหรือเอาเงินไปให้หน่วยงานอื่น (เช่น ธ.ก.ส.) ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย

2. หวั่นกระทบสัญญาประชาชน: หากยุบหรือเปลี่ยนแปลงองค์กร นิติกรรม และเอกสารทางกฎหมายต่างๆ ที่ บจธ. ทำไว้กับประชาชน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานต่อ

3. ชะตากรรมเจ้าหน้าที่รัฐ: พนักงานและเจ้าหน้าที่ บจธ. ถึงแม้จะไม่ใช่ข้าราชการ แต่ก็เป็น "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" ที่ลงพื้นที่ศึกษาและปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน

4. ไม่ได้ขอความเห็นใจ แต่พูด "ความจริง": ยืนยันว่าไม่ได้มากราบขอความกรุณา แต่ต้องการให้ผู้มีอำนาจเห็นความจริงว่า ประชาชนผู้ยากจนควรได้รับโอกาสและสิทธิที่เท่าเทียมกันตามกฎหมาย

สามัคคีคือพลัง! วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานแนวใหม่บ้านดอนมูล รวมพลังปรับพื้นที่ส่วนกลาง เตรียมสร้างหอประชุมเพื่อประโยชน์ขอ...
09/08/2026

สามัคคีคือพลัง! วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานแนวใหม่บ้านดอนมูล รวมพลังปรับพื้นที่ส่วนกลาง เตรียมสร้างหอประชุมเพื่อประโยชน์ของชุมชน

วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานแนวใหม่บ้านดอนมูล ตำบลเมืองชุม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับความช่วยเหลือ เรื่องที่ดินทำกิน ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ของ 'ธนาคารที่ดิน' ในเนื้อที่ 31-3-65.9 ไร่ สมาชิกเกษตรที่ได้รับความช่วยเหลือ จำนวน 35 ครัวเรือน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันขนทรายและปรับพื้นที่บริเวณส่วนกลางของชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเทพื้นคอนกรีตและก่อสร้างหอประชุม ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมและใช้ประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกและคนในชุมชน

การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความสามัคคีและความร่วมมือของสมาชิกวิสาหกิจชุมชน ที่ต่างร่วมแรงร่วมใจกันลงมือทำงานเพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทุกคนมีส่วนร่วมในการขนทราย ปรับพื้นที่ และเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้าง

หอประชุมดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับรองรับการจัดประชุม การทำกิจกรรมของสมาชิก ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมและความสามัคคี

“สามัคคีคือพลัง” การร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกในวันนี้ ไม่เพียงช่วยให้การพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตอย่างยั่งยืน

06/08/2026

“ประเทศไทยทำไมต้องมี ‘ธนาคารที่ดิน’ : ถอดเหตุผลจากนักวิชาการ หากไม่มีกลไกแก้ไข ความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินจะหายไป”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงมณี เลาวกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ได้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยเผชิญมายาวนาน และยังไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

ประเทศไทยไม่เคยดำเนินการปฏิรูปที่ดินเช่นเดียวกับหลายประเทศ ส่งผลให้การถือครองที่ดินมีความเหลื่อมล้ำในระดับสูง จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ถือครองที่ดินเพียง 10% ของประเทศ ถือครองที่ดินมากถึงประมาณ 60% ของพื้นที่ทั้งหมด ขณะที่ประชาชนอีก 90% ต้องแบ่งถือครองที่ดินรวมกันเพียง 40% และผู้ถือครองที่ดินกลุ่มบนสุดมีที่ดินมากกว่ากลุ่มล่างสุดถึง 855 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนกว่าครึ่งหนึ่งถือครองที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ ขณะที่เจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดถือครองที่ดินมากกว่า 600,000 ไร่

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินของประชาชนไม่ได้เกิดจากความขยันหรือความสามารถของแต่ละคน หากแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐจำเป็นต้องเข้าไปจัดการ

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดแนวคิดจัดตั้ง “ธนาคารที่ดิน” ซึ่งมีการศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปี 2548 โดยมีข้อเสนอให้ประเทศไทยมีกลไกเฉพาะในการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินไม่เพียงพอสามารถเข้าถึงทรัพยากรในการประกอบอาชีพได้อย่างเป็นธรรม

ต่อมา รัฐบาลในปี 2554 ได้จัดตั้ง สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา เพื่อทำหน้าที่เป็น “ต้นแบบ” ของธนาคารที่ดินในอนาคต และช่วยเหลือประชาชนในระยะเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะสามารถจัดตั้งธนาคารที่ดินตามกฎหมายได้

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งธนาคารที่ดินไม่สามารถเกิดขึ้นได้จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติธนาคารที่ดินเป็นกฎหมายการเงิน ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีก่อนเสนอเข้าสู่รัฐสภา แม้ บจธ. จะพยายามผลักดันร่างกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เคยได้รับการอนุมัติในระดับนโยบาย จึงไม่อาจถือเป็นความล้มเหลวขององค์กร เพราะเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนืออำนาจการดำเนินงานของ บจธ.

ผศ.ดร.ดวงมณี เห็นว่า การประเมินผลการดำเนินงานของ บจธ. จึงควรคำนึงถึงข้อจำกัดดังกล่าว เนื่องจากองค์กรยังไม่ได้รับอำนาจ งบประมาณ และเครื่องมือการทำงานอย่างครบถ้วนตามรูปแบบของธนาคารที่ดินที่แท้จริง

สาระสำคัญคือ ธนาคารที่ดินไม่ใช่เพียงสถาบันปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกร แต่เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการที่ดินอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาที่ดิน การพัฒนาพื้นที่ การจัดระบบน้ำและสาธารณูปโภค การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาองค์ความรู้ การเชื่อมโยงตลาด และการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพและชำระคืนเงินทุนได้อย่างยั่งยืน

หากรัฐให้เพียงเงินกู้โดยไม่มีการพัฒนาองค์ประกอบอื่น เช่น ระบบชลประทาน เทคโนโลยีการผลิต หรือการตลาด เกษตรกรก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ และอาจกลับเข้าสู่วงจรหนี้สินเช่นเดิม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงมณี ยังเห็นว่า ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนาภาคเกษตรมาแล้วกว่า 20 ปี เนื่องจากยังไม่สามารถผลักดันธนาคารที่ดินให้เกิดขึ้นจริง ทั้งที่หลายประเทศใช้กลไกดังกล่าวในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินและลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาเกษตรกรรายย่อยและผู้ไม่มีที่ดินทำกินถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ หากประชาชนฐานรากยังไม่สามารถเข้าถึงที่ดินและปัจจัยการผลิต ประเทศไทยก็จะยังคงเผชิญปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางต่อไป

ในประเด็นการยุบ บจธ. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงมณี แสดงความกังวลว่า หากยุบองค์กรแล้วกระจายภารกิจไปยังหลายหน่วยงาน จะยิ่งทำให้การบริหารจัดการขาดเอกภาพ เพราะปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดที่ทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการและกระจายการถือครองที่ดินอย่างครบวงจรเหมือนแนวคิดของธนาคารที่ดิน

แม้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จะมีบทบาทด้านการกำหนดนโยบาย แต่ไม่ได้มีภารกิจในการบริหารจัดการที่ดินเพื่อกระจายการถือครองโดยตรง จึงไม่สามารถทดแทนบทบาทของธนาคารที่ดินได้

ดังนั้น ประเทศไทยจึงยังมีความจำเป็นต้องมีองค์กรถาวรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบ มีอำนาจ หน้าที่ งบประมาณ และทรัพยากรเพียงพอ เพื่อขับเคลื่อนการกระจายการถือครองที่ดินอย่างต่อเนื่อง

หากประเทศไทยไม่มีธนาคารที่ดินหรือองค์กรที่ทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน ปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินจะยังคงดำรงอยู่ ประชาชนผู้ไม่มีที่ดินทำกินจะขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งขยายตัว และประเทศจะสูญเสียกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานราก รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรในระยะยาว

ในมุมมองของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดวงมณี การมี “ธนาคารที่ดิน” จึงไม่ใช่เพียงการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ แต่เป็นการสร้างกลไกถาวรเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้านนายนรเศรษฐ์ ตั้งข้อสังเกตต่อเหตุผลของสำนักงาน ก.พ.ร. ที่เสนอให้ยุบ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่า บจธ. ไม่สามารถผลักดันการจัดตั้ง “ธนาคารที่ดิน” ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์กร

นาย นรเศรษฐ์ ระบุว่า จากการติดตามข้อมูลพบว่า บจธ. ได้พยายามผลักดันร่างกฎหมายจัดตั้งธนาคารที่ดินมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง แต่ร่างกฎหมายกลับไม่ถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย หรือถูกส่งกลับจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนืออำนาจของ บจธ. จึงเห็นว่าการนำเหตุผลดังกล่าวมาใช้เป็นข้ออ้างในการยุบองค์กร อาจไม่เป็นธรรมต่อการปฏิบัติงานของ บจธ.

นอกจากนี้ นาย นรเศรษฐ์ ยังตั้งคำถามถึงเหตุผลเรื่อง “ภารกิจซ้ำซ้อน” ที่ ก.พ.ร. ใช้ประกอบข้อเสนอ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการศึกษาร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องถึง 17 หน่วยงาน ตามข้อสั่งการของนายโสภณ ซารัมย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และทุกหน่วยงานต่างมีความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรว่าภารกิจของ บจธ. ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น

จึงตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใด ก.พ.ร. จึงยังคงใช้เหตุผลเรื่องภารกิจซ้ำซ้อนเป็นประเด็นหลักในการเสนอให้ยุบองค์กร

พร้อมกันนี้ นาย นรเศรษฐ์ เห็นว่า หากรัฐบาลยืนยันจะยุบ บจธ. จำเป็นต้องชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจนก่อนว่า จะใช้กลไกใดมาทดแทนในการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงที่ดินของประชาชน เพราะการยุบองค์กรโดยยังไม่มีเครื่องมือรองรับ ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนที่รอความช่วยเหลือ

06/08/2026

เสียงจากเวทีวุฒิสภา ถกเดือดปมยุบ “บจธ.” งบไม่ถึงพันล้าน แต่ช่วยคนได้ทั้งชีวิต

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เพื่อรับฟังข้อร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรและผู้แทนภาคประชาชนที่มีความห่วงกังวลต่อแนวคิดการยกเลิก สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.

การประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นางสาวจิตตา กิตติเสถียรนนท์ รองเลขาธิการ ก.พ.ร. และนายยุทธชัย อินปา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ผู้บริหารสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการ นายบุญธรรม พิกุลศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการ บจธ. คณะผู้บริหาร บจธ. และผู้แทนองค์กรชุมชน

นายบุญธรรม พิกุลศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และความจำเป็นของ บจธ. ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

“ประเด็นที่ผมอยากนำเรียนต่อที่ประชุมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องว่าจะ “ยุบ” หรือ “ไม่ยุบ” ธนาคารที่ดิน (บจธ.) แต่เป็นคำถามสำคัญที่เราทุกคนควรตอบให้ได้ว่า รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนมากน้อยเพียงใด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราพูดถึงการปฏิรูประบบการถือครองที่ดินกันมาหลายครั้ง มีการยกร่างกฎหมาย รับฟังความคิดเห็น และศึกษาประเด็นนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่คำถามคือ เหตุใดปัญหาจึงยังคงอยู่ และประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงที่ดินทำกินได้อย่างเป็นธรรม

อีกประเด็นที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลในการเสนอให้ยุบ บจธ. คือเรื่อง “ความคุ้มค่า” และ “ภาระงบประมาณ”

ผมขอเรียนว่า หากพิจารณาตัวเลขอย่างเป็นธรรม จะพบว่า บจธ. ได้รับงบประมาณรวมตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ถึงหนึ่งพันล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับการลงทุนของภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ การส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือมาตรการส่งเสริมการลงทุนอื่น ๆ ที่รัฐใช้งบประมาณและสิทธิประโยชน์ทางภาษีจำนวนมหาศาล

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว งบประมาณระดับไม่ถึงหนึ่งพันล้านบาทที่สามารถช่วยให้ประชาชนกว่าสองพันครอบครัวมีที่ดินทำกิน มีอาชีพ และสามารถยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองได้ ผมเห็นว่านี่คือความคุ้มค่าที่จับต้องได้อย่างแท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น ความคุ้มค่าดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่ได้รับการประเมินจากหน่วยงานวิชาการและสถาบันภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผลตอบแทนทางสังคมที่พบว่าการดำเนินงานของ บจธ. สร้างผลตอบแทนสูงกว่างบประมาณที่รัฐลงทุน หรือผลการศึกษาจากสถาบันการศึกษาที่ประเมินว่าการดำเนินงานของ บจธ. มีความคุ้มค่าในระดับสูง

ดังนั้น หากจะกล่าวว่า บจธ. ไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ก็จำเป็นต้องอธิบายให้ชัดเจนว่า เหตุใดผลการศึกษาที่ผ่านการประเมินอย่างเป็นวิชาการจึงไม่ถูกนำมาประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญไม่แพ้กัน คือวิธีคิดของเราต่อประชาชน

ผมไม่อยากให้สังคมไทยมองประชาชนว่าเป็นเพียง “คนจน” หรือ “ผู้ยากไร้” ที่รอรับการสงเคราะห์ เพราะปัญหาที่คนจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ ไม่ได้เกิดจากความล้มเหลวของตัวบุคคล หากแต่เป็นผลจากโครงสร้าง นโยบาย และการบริหารจัดการของรัฐที่ทำให้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานในการดำรงชีวิต

เพราะฉะนั้น การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่ดิน จึงไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือในเชิงสวัสดิการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ เป็นการเปลี่ยนผู้ที่ถูกมองว่าเป็นภาระ ให้กลายเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ

ประชาชนหลายสิบล้านคนของประเทศ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระงบประมาณ แต่ควรถูกมองว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า หากได้รับโอกาสและปัจจัยในการประกอบอาชีพอย่างเหมาะสม

ในมุมมองของผม บทบาทของ บจธ. จึงไม่ได้มีเพียงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส แต่สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดิน และสร้างความเป็นธรรมผ่านกลไกทางเศรษฐกิจ

ผมไม่ได้เสนอให้ล้มเลิกระบบตลาด หรือจำกัดสิทธิในการถือครองทรัพย์สินของประชาชน ตรงกันข้าม ผมเชื่อว่าภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เราสามารถออกแบบกลไกทางการเงิน กลไกทางภาษี และกลไกตลาด เพื่อให้เกิดการกระจายโอกาสในการเข้าถึงที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินของผู้ใด

หาก บจธ. ได้รับการพัฒนาให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ ก็จะสามารถขยายโอกาสให้ประชาชนอีกจำนวนมากสามารถเข้าถึงที่ดินผ่านกลไกตลาด สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน มากกว่าการพึ่งพาการสงเคราะห์จากรัฐเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุด ผมเห็นว่า บจธ. ยังสามารถเป็นกลไกสำคัญในการสร้างฐานการผลิตด้านการเกษตร สนับสนุนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ครัวของโลก” เพราะประเทศไทยมีศักยภาพด้านทรัพยากรดินและน้ำที่หลายประเทศไม่สามารถทดแทนได้

ดังนั้น สิ่งที่เราควรพิจารณาในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงว่าจะคงอยู่หรือยุบเลิกองค์กรแห่งหนึ่ง แต่ควรถามว่า ประเทศไทยจะมีเครื่องมือใดในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดิน สร้างโอกาสให้ประชาชน และเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศได้ดีกว่าเครื่องมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน

หากเรายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน การยุบองค์กรโดยปราศจากทางเลือกที่ดีกว่า อาจไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการปิดโอกาสของประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังรอคอยโอกาสในการเข้าถึงที่ดินและอนาคตที่มั่นคงกว่าเดิม”

บจธ.: มีจุดเด่นคือการเป็น "กลไกทางการเงินและการจัดหาที่ดินเอกชน" เพื่อป้อนสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรน ไถ่ถอนที่ดินหลุดจำนอง ...
05/08/2026

บจธ.: มีจุดเด่นคือการเป็น "กลไกทางการเงินและการจัดหาที่ดินเอกชน" เพื่อป้อนสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรน ไถ่ถอนที่ดินหลุดจำนอง และป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นช่องว่างที่หน่วยงานราชการปกติยังเข้าไม่ถึง
ในมุมมองด้านบริหารจัดการและอสังหาริมทรัพย์ แม้ภาครัฐจะมองเรื่องการลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ แต่มุมมองจากภาคประชาชนและนักวิชาการชี้ให้เห็นว่า บจธ. มีมิติในการเป็นกลไกยืดหยุ่นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่ต้องรักษาไว้

ทางออกของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประเทศ อาจไม่ใช่เพียงการ "ยุบทิ้ง" แต่คือการปรับปรุงบทบาท (Repositioning) ให้ บจธ. ทำหน้าที่เป็น กองทุนการเงินเพื่อสังคม (Social Impact Fund) หรือ ทรัสต์จัดการที่ดินเอกชนรกร้าง (Land Trust) โดยทำงานเสริมกับ สคทช. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรผู้ยากไร้อย่างแท้จริงครับ

ปฏิมา จีระแพทย์
สมาชิกวุฒิสภา

https://www.facebook.com/share/p/1DS3epGffn/

ที่อยู่

210 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก อาคารเบญจสิริ ชั้น 6 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน - องค์การมหาชน -ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์