คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย (ICRC)

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย (ICRC) คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ไอซีอาร์ซี (International Committee of the Red Cross – ICRC) ปฏิบัติหน้าที่ด้านมนุษยธรรมในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางและเป็นอิสระ มีภารกิจด้านมนุษยธรรมในการให้ความคุ้มครองและความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธและสถานการณ์รุนแรงอื่น เราได้รับมอบหมายอาณัติหน้าที่ตามอนุสัญญาเจนีวาในการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธและความรุนแรงอื่น รวมถึงส่งเสริมกฎหมายที่คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

แนวปฏิบัติสำหรับชุมชน: ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) มุ่งมั่นที่จะเปิดกว้างต่อสาธารณะและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และให้เกียรติซึ่งกันและกันในทุกช่องทางดิจิทัลของเรา เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการเรียนรู้ร่วมกันให้ได้มากที่สุด เรายินดีต้อนรับมุมมองที่หลากหลายและขอความร่วมมือจากผู้ใช้งานทุกท่านในการแสดงความคิดเห็นอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน อ่านเพิ่มเติม: https://www.icrc.org/en/community-guidelines

ข้อใดแสดงให้เห็นว่าอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง (Convention on Cluster Mu*****ns) ไม่ได้มุ่งเพียงการห้ามใช้อาวุธระเบิดพวงเท่...
18/09/2026

ข้อใดแสดงให้เห็นว่าอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง (Convention on Cluster Mu*****ns) ไม่ได้มุ่งเพียงการห้ามใช้อาวุธระเบิดพวงเท่านั้น?

A. กำหนดให้รัฐภาคีเพิ่มจำนวนอาวุธนำวิถี
B. กำหนดให้รัฐภาคีทำลายคลังสะสม เก็บกู้พื้นที่ปนเปื้อน และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
C. กำหนดให้รัฐภาคีจำกัดการผลิตอาวุธทุกประเภท
D. กำหนดให้รัฐภาคีส่งกำลังทหารไปช่วยรัฐที่ได้รับผลกระทบ

ส่งคำตอบที่ถูกต้องในกล่องคอมเมนต์ด้านล่าง เราจะสุ่มเลือกและประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ตอบถูก 5 ท่าน เพื่อรับ 5 คะแนนสำหรับแลกของรางวัลจากเรา ในวันอังคารที่ 29 กันยายน

17/09/2026

ทำความเข้าใจกฎหมายสงครามง่ายๆ ด้วยอิโมจิ:

🚑🏥⛑️=🚫
👨‍👩‍👧‍👦=🚫
👫👬🤰=🚫
⛪️ 🕌 🕍=🚫
🏫📝👨‍🏫=🚫
🏰 🏟️ 🏦=🚫

เจ้าหน้าที่/สถานพยาบาลทางการแพทย์, ครอบครัว, เด็กและพลเรือน รวมไปถึงศาสนสถาน สถานศึกษา และมรดกทางวัฒนธรรม ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป้าหมายของการโจมตี

The rules of war are so clear we can explain them in emojis:

🚑🏥⛑️=🚫
👨‍👩‍👧‍👦=🚫
👫👬🤰=🚫
⛪️ 🕌 🕍=🚫
🏫📝👨‍🏫=🚫
🏰 🏟️ 🏦=🚫

Healthcare staff and facilities. Families. Children and non-combatants. Places of worship. Schools. Cultural property.

These are .

เมื่อวันที่ 10-11 กันยายน 2026 คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 จ...
16/09/2026

เมื่อวันที่ 10-11 กันยายน 2026 คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 จัดการสัมมนาเรื่องกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและความสำคัญในโลกยุคปัจจุบัน

การสัมมนาดังกล่าวเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญต่าง ๆ อาทิ การปรับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การคุ้มครองบุคคลและทรัพย์สินรวมถึงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธ ตลอดจนความท้าทายร่วมสมัยอื่น ๆ ในการปรับใช้กฎหมาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จะได้รับการคุ้มครอง แม้ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของสงคราม

ICRC ขอขอบคุณกองทัพภาคที่ 2 สำหรับการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงการสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อหลักการมนุษยธรรม ทั้งนี้ ICRC หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้สานต่อความร่วมมืออันดีกับกองทัพภาคที่ 2 และกองทัพบกไทยในภาพรวมต่อไป 🤝


On 10-11 September 2026, the International Committee of the Red Cross (ICRC) Regional Delegation in Bangkok collaborated with the Army Area II to host a seminar on International Humanitarian Law (IHL) and its relevance in today’s world.

The event provided a platform for meaningful discussions on key topics, such as the applicability of IHL, the protection of people and objects including cultural property in armed conflict, and other contemporary challenges in the application of IHL to ensure the safeguarding of human dignity even in the fog of war.

The ICRC appreciates the active participation and commitment of the Army Area II in promoting respect for IHL rules and fostering a deeper understanding of humanitarian principles. The ICRC looks forward to continuing its engagement with Army Area II and the Royal Thai Army more broadly. 🤝

📸 Photo credit: กองทัพภาคที่ 2 (Second Army Area)

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ยูร์ก เลาเบอร์ (Jürg Lauber) รองประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ...
16/09/2026

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ยูร์ก เลาเบอร์ (Jürg Lauber) รองประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้เดินทางเข้าพบ ท่านคำลาวัน จันทะลาวัน ประธานองค์การกาแดงแห่งชาติลาว ที่สำนักงานใหญ่ขององค์การกาแดงแห่งชาติลาว เพื่อกระชับความร่วมมือด้านมนุษยธรรมในประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในการพูดคุยครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ทบทวนความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนาน การดำเนินงานในภูมิภาคที่ผ่านมา รวมถึงหารือถึงแนวทางในการยกระดับความพร้อมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่เผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินรูปแบบต่าง ๆ เคียงข้างกับเครือข่ายในกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง

เราขอชื่นชมองค์การกาแดงแห่งชาติลาวสำหรับภารกิจอันทรงคุณค่า และตั้งตารอที่จะเดินหน้าทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ที่ต้องการมากที่สุด 🤝


Earlier this week in Vientiane, Jürg Lauber, Vice President of the International Committee of the Red Cross (ICRC), met with Khamlavan Chanthalavanh, President of the Lao Red Cross, at the Lao Red Cross headquarters to further strengthen humanitarian cooperation in the country.

During the discussion, both sides reviewed our long-standing partnership, past regional operations, and ways to enhance preparedness to assist vulnerable communities facing various emergencies, alongside our partners within the Red Cross and Red Crescent Movement.

We commend the Lao Red Cross for their invaluable mission and look forward to continuing to work closely together to deliver assistance to those who need it most. 🤝

#ຄະນະກຳມະການກາແດງສາກົນ ສືບຕໍ່ຮ່ວມມືດ້ານມະນຸດສະທຳກັບອົງການກາແດງແຫ່ງຊາດ..............................................................
ທີ່ ນະຄອນຫຼວງວຽງຈັນ, ວັນທີ 14 ກັນຍາ 2026 ນີ້, ຢູ່ທີ່ ສຳນັກງານໃຫຍ່ອົງການກາແດງແຫ່ງຊາດລາວ, ທ່ານ ຄຳລາວັນ ຈັນທະລາວັນ, ກຳມະການສູນກາງພັກ, ປະທານອົງການກາແດງແຫ່ງຊາດລາວ ໄດ້ໃຫ້ກຽດຕ້ອນຮັບການເຂົ້າພົບປະຢ່າງເປັນທາງການຂອງ ຄະນະຜູ້ແທນຈາກ ຄະນະກຳມະການກາແດງສາກົນ (ICRC) ເພື່ອປຶກສາຫາລືການຮ່ວມມືດ້ານມະນຸດສະທຳ.
ຄະນະຜູ້ແທນ ICRC ທີ່ເຂົ້າຮ່ວມການພົບປະໃນຄັ້ງນີ້ ນຳໂດຍ ທ່ານ Jürg Lauber, ຮອງປະທານ ICRC ແລະ ທ່ານ Jürg Montani, ຫົວໜ້າຄະນະຜູ້ແທນ ICRC ປະຈໍາພາກພື້ນບາງກອກ.
ການພົບປະໄດ້ພ້ອມກັນແລກປ່ຽນຂໍ້ມູນ-ຂ່າວສານ ກ່ຽວກັບການພັດທະນາວຽກງານດ້ານຕ່າງໆ, ພ້ອມທັງສະຫຼຸບຜົນການຈັດຕັ້ງປະຕິບັດວຽກງານຂອງ ICRC ທັງຢູ່ພາຍໃນ ສປປ ລາວ ແລະ ໃນພາກພື້ນ. ນອກຈາກນີ້, ທັງສອງຝ່າຍຍັງໄດ້ຮ່ວມກັນກຳນົດທິດທາງການຮ່ວມມືໃນຕໍ່ໜ້າ ໂດຍສະເພາະການກະກຽມຄວາມພ້ອມຂອງ ຂະບວນການກາແດງ ແລະ ຊີກວົງເດືອນແດງ ເພື່ອຕອບສະໜອງ ແລະ ຮັບມືກັບສະຖານະການສຸກເສີນຕ່າງໆ ຢ່າງມີປະສິດທິພາບ.
ການພົບປະໃນຄັ້ງນີ້ ຖືເປັນກ້າວສຳຄັນໃນການເສີມສ້າງຄວາມເຂັ້ມແຂງ ໃຫ້ກັບວຽກງານມະນຸດສະທຳ ແລະ ຍົກລະດັບຂີດຄວາມສາມາດ ໃນການຊ່ວຍເຫຼືອສັງຄົມຂອງ ສປປ ລາວ ໃຫ້ມີຄວາມພ້ອມທັນກັບສະຖານະການ.
----------------------
ອັບເດດຂໍ້ມູນໃໝ່ໆກ່ຽວກັບ ອົງການກາແດງແຫ່ງຊາດລາວໄດ້ທີ່:
* Fanpage: https://www.facebook.com/LaoRedCrossSociety
* Website: https://www.laoredcross.org.la
* ໂທລະສັບ: +85621 216610, 250 000
* ລາຍການວິທະຍຸ: FM 103.7 Mhz, 9-10ໂມງ ທຸກວັນອາທິດ. See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less See less

อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ห้ามการใช้ การผลิต การเก็บสะสม และการโอนถ่ายอาวุธประเภทนี้พันธกรณีสำคัญของรัฐภาคี ได้แก่:* ทำลา...
16/09/2026

อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ห้ามการใช้ การผลิต การเก็บสะสม และการโอนถ่ายอาวุธประเภทนี้

พันธกรณีสำคัญของรัฐภาคี ได้แก่:

* ทำลายคลังสะสมระเบิดพวงภายในระยะเวลา 8 ปี
* เก็บกู้พื้นที่ที่ปนเปื้อนจากระเบิดพวง
* ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุม รวมถึงการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบกลับคืนสู่การมีส่วนร่วมทางสังคมและเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่มีการรับรองอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง (Convention on Cluster Mu*****ns - CCM) การใช้อาวุธประเภทนี้ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ อนุสัญญาฯ ยังนำไปสู่การทำลายระเบิดพวงที่เก็บสะสมไว้เกือบ 1.5 ล้านลูก และลูกระเบิดย่อยอีก 180 ล้านลูก ซึ่งคิดเป็นคลังสะสมทั้งหมดที่รัฐภาคี 42 ประเทศได้ประกาศไว้ นอกจากนี้ การเก็บกู้พื้นที่ปนเปื้อนในวงกว้างยังช่วยให้ชุมชนสามารถกลับมาอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยและสามารถฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง

แม้จะมีความก้าวหน้าดังกล่าว แต่สถานการณ์โลกปัจจุบันกำลังบั่นทอนการปฏิบัติตามอนุสัญญา ดังนั้นการยึดมั่นและเสริมสร้างความพยายามด้านการลดอาวุธเพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรมจึงยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองพลเรือน และการรักษาแรงขับเคลื่อนไปสู่โลกที่ปราศจากระเบิดพวง

ในวันที่ 14–18 กันยายน 2026 การประชุมทบทวนอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ครั้งที่ 3 (Third Review Conference) มีกำหนดจะจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากระเบิดพวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบที่เกิดในภูมิภาค และเน้นย้ำความสำคัญของการห้ามใช้อาวุธดังกล่าวตามข้อกำหนดของอนุสัญญาฯ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://blogs.icrc.org/th/2026/09/03/convention-on-cluster-mu*****ns/

The Convention on Cluster Mu*****ns prohibits the use, production, stockpiling and transfer of these weapons.

Key obligations for States Parties include:
* Destroying stockpiles within eight years.
* Clearing contaminated land.
* Providing comprehensive assistance to victims, including medical care, rehabilitation, and support for social and economic reintegration.

Since its adoption, the CCM has significantly reduced the use of cluster mu*****ns. It has also led to the destruction of nearly 1.5 million cluster mu*****ns and 180 million sub-mu*****ns stockpiles – representing all declared stockpiles from 42 States Parties. Additionally, large-scale clearance of contaminated land has enabled communities to return safely and rebuild their lives.

Despite these achievements, recent developments threaten to undermine this progress. Upholding and strengthening humanitarian disarmament efforts is essential to protect civilians and maintain momentum toward a world free of cluster mu*****ns.

With the Third Review Conference of the Convention on Cluster Mu*****ns taking place in Laos from 14–18 September 2026, this year provides an important opportunity to amplify messaging on the humanitarian impact of cluster mu*****ns, particularly in the region, and to reinforce the importance of the Convention’s prohibition.

ICRC ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน “วันปฐมพยาบาลโลก ประจำปี 2569” ( ) เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ซ...
15/09/2026

ICRC ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน “วันปฐมพยาบาลโลก ประจำปี 2569” ( ) เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทย ภายใต้แนวคิด “First Aid in Migration : ปฐมพยาบาลกับการย้ายถิ่น” เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลสำหรับกลุ่มผู้ย้ายถิ่น ให้สามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างทันท่วงทีในยามฉุกเฉิน โดยได้รับเกียรติจาก นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงาน

ในโอกาสนี้ คุณศิรินทร์รัตน์ เทศวิศาล เจ้าหน้าที่ภาคสนามประจำสำนักงานเชียงใหม่ของ ICRC ได้ร่วมเป็นหนึ่งในวิทยากรบนเวทีเสวนาในหัวข้อ “ความท้าทายในการดูแลผู้ย้ายถิ่นในประเทศไทยให้ปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดี” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์การทำงานภาคสนามในการช่วยเหลือผู้เปราะบาง

ICRC ขอขอบคุณสภากาชาดไทยสำหรับความร่วมมืออันดีเสมอมา และเชื่อมั่นว่าทักษะการปฐมพยาบาลที่ไร้พรมแดนนี้ จะช่วยสร้างชุมชนที่ปลอดภัยและลดความสูญเสียได้อย่างยั่งยืน 🤝

The ICRC was delighted to participate in , on 11 September, hosted by the First Aid and Health Training Center of the Thai Red Cross Society under the theme “First Aid in Migration.” The event highlighted the importance of promoting inclusive access to first aid knowledge and skills — particularly for migrant populations — so they can care for themselves and others promptly during emergencies. The opening ceremony was graciously presided over by Mr. Tej Bunnag, Secretary General of the Thai Red Cross Society.

During the event, Ms. Sirinrat Thesvisarn, Field Officer at the ICRC Chiang Mai Sub-delegation, joined the panel discussion on “Challenges in Ensuring Safety and Well-being for Migrants in Thailand” to share field experiences and perspectives on supporting vulnerable populations.

The ICRC extends its sincere appreciation to the Thai Red Cross Society for our continued partnership. We firmly believe that crossing borders with lifesaving first aid skills help build safer communities and reduces suffering for all. 🤝

📸 Photo credit: สภากาชาดไทย (Thai Red Cross Society)

ระเบิดพวงคืออะไร?ระเบิดพวงเป็นอาวุธที่ปล่อยลูกระเบิดย่อยขนาดเล็กจำนวนมากกระจายครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจกินพื้นที่ห...
14/09/2026

ระเบิดพวงคืออะไร?

ระเบิดพวงเป็นอาวุธที่ปล่อยลูกระเบิดย่อยขนาดเล็กจำนวนมากกระจายครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจกินพื้นที่หลายพันตารางเมตร

เนื่องจากมีอัตราการไม่ทำงานสูง รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ลม หรือความผิดพลาดของมนุษย์ ลูกระเบิดย่อยเหล่านี้จึงมักตกลงนอกพื้นที่เป้าหมายที่กำหนดไว้

ลูกระเบิดย่อยจำนวนมากไม่ทำงานตามกลไกปกติภายหลังการปล่อยตัว และกลายเป็นภัยคุกคามต่อพลเรือนและชุมชนในระยะยาว

อาวุธเหล่านี้ได้คร่าชีวิตหรือทำให้พลเรือนหลายพันคนได้รับบาดเจ็บ ก่อให้เกิดผลกระทบด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบาดเจ็บทางร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต การศึกษา การประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชน

อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง (Convention on Cluster Mu*****ns: CCM) จัดทำขึ้นเพื่อรับมือกับผลกระทบด้านมนุษยธรรมเหล่านี้ โดยห้ามการใช้อาวุธดังกล่าว และกำหนดให้มีการเก็บกู้พื้นที่ที่ปนเปื้อน รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากอาวุธเหล่านี้

ในวันที่ 14–18 กันยายน 2026 การประชุมทบทวนอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ครั้งที่ 3 (Third Review Conference) มีกำหนดจะจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากระเบิดพวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบที่เกิดในภูมิภาค และเน้นย้ำความสำคัญของการห้ามใช้อาวุธดังกล่าวตามข้อกำหนดของอนุสัญญาฯ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://blogs.icrc.org/th/2026/09/03/convention-on-cluster-mu*****ns/

What are cluster mu*****ns?

Cluster mu*****ns are weapons that disperse explosive submu*****ns over large areas, often spanning several thousand square metres.

Due to high failure rate and factors like wind or human error, these submu*****ns often strike outside their intended targets.

Many remain unexploded, posing long-term risks to civilians and communities.

These weapons have killed or injured thousands of civilians, causing devastating harm that extends beyond physical injuries to affect mental health, education, livelihoods and community life.

The Convention on Cluster Mu*****ns was established to address these humanitarian consequences by prohibiting their use and requiring clearance of contaminated areas and assistance for victims.

With the Third Review Conference of the Convention on Cluster Mu*****ns taking place in Laos from 14–18 September 2026, this year provides an important opportunity to amplify messaging on the humanitarian impact of cluster mu*****ns, particularly in the region, and to reinforce the importance of the Convention’s prohibition.

ข้อใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าเหตุใดบทบาททางยุทธการของระเบิดพวงจึงถูกมองว่าล้าสมัยมากขึ้น?A. การรวมกำลังของยานเกราะขนาดใหญ่ลด...
11/09/2026

ข้อใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าเหตุใดบทบาททางยุทธการของระเบิดพวงจึงถูกมองว่าล้าสมัยมากขึ้น?

A. การรวมกำลังของยานเกราะขนาดใหญ่ลดความสำคัญลง ขณะที่เทคโนโลยีตรวจการณ์และอาวุธนำวิถีมีความแม่นยำสูงขึ้น
B. ระเบิดพวงไม่สามารถใช้โจมตีเป้าหมายทางทหารได้อีกต่อไป
C. โดรน FPV ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนอาวุธทุกประเภท
D. ระเบิดพวงมีค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงเกินไป

ส่งคำตอบที่ถูกต้องในกล่องคอมเมนต์ด้านล่าง เราจะสุ่มเลือกและประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ตอบถูก 5 ท่าน เพื่อรับ 5 คะแนนสำหรับแลกของรางวัลจากเรา ในวันอังคารที่ 29 กันยายน

อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวงถือเป็นส่วนเติมเต็มที่สำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (international humanitarian law – IHL...
09/09/2026

อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวงถือเป็นส่วนเติมเต็มที่สำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (international humanitarian law – IHL) โดยช่วยเสริมสร้างกฎเกณฑ์ขั้นพื้นฐานของกฎหมายจารีตประเพณีมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่มีผลบังคับใช้กับทุกรัฐ กฎเกณฑ์เหล่านี้กำหนดให้ภาคีคู่พิพาทต้องแยกแยะระหว่างพลเรือนและพลรบตลอดเวลา ดำเนินการโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และระมัดระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อละเว้นพลเรือนและวัตถุพลเรือน ดังนั้นตามอนุสัญญานี้ การห้ามใช้ระเบิดพวงจึงเป็นกฎเกณฑ์ที่มีรากฐานจากกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเช่นเดียวกับกระสุนระเบิดและกระสุนขยายตัว อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล อาวุธที่ใช้สะเก็ดระเบิดที่ตรวจจับไม่ได้ เลเซอร์ที่ทำให้ตาบอด และอาวุธนิวเคลียร์

นอกเหนือจากการห้ามใช้อย่างเด็ดขาดสำหรับรัฐภาคีตามอนุสัญญาแล้ว การใช้ระเบิดพวงยังอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของกฎหมายจารีตประเพณีมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งควบคุมเรื่องการแยกแยะเป้าหมายและการระมัดระวังในการโจมตี โดยศาลและคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศหลายแห่งได้มีคำตัดสินว่า การใช้ระเบิดพวงในพื้นที่ชุมชนเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดังเช่นในคดี Martić ศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตยูโกสลาเวีย (International Criminal Tribunal for the former Yugoslavia – ICTY) วินิจฉัยว่าการใช้ระเบิดพวงเข้าข่ายการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย

ขณะที่องค์กรอื่น ๆ เช่น ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกาและคณะกรรมาธิการเรียกร้องค่าเสียหายเอริเทรีย-เอธิโอเปีย เห็นพ้องว่าการใช้งานในบางกรณีขัดต่อกฎเกณฑ์ว่าด้วยการระมัดระวังในการโจมตี แม้ข้อสรุปทางกฎหมายเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละคดี แต่ก็สะท้อนถึงข้อกังวลอันร้ายแรงเกี่ยวกับการใช้ระเบิดพวงในพื้นที่ชุมชน โดยมีประเด็นหลักคือ ยังเป็นที่ “น่ากังขาอย่างยิ่ง” ว่าอาวุธดังกล่าวจะสามารถจำกัดการโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารตามเงื่อนไขของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศได้จริงหรือไม่

นับตั้งแต่การปรากฏขึ้นครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่สอง ระเบิดพวงได้รับการพัฒนาต่อเนื่องตลอดช่วงสงครามเย็น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้าทำลายการรวมกำลังของยานเกราะ แม้ว่าในทางปฏิบัติจริงจะถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางเกินกว่าวัตถุประสงค์ดังกล่าวก็ตาม อย่างไรก็ดี ยุทธศาสตร์การโจมตีด้วยกลุ่มยานเกราะขนาดใหญ่แทบจะเลือนหายไปจากสมรภูมิยุคใหม่แล้ว ประกอบการเข้ามาของระบบตรวจการณ์ที่ครอบคลุม อาวุธนำวิถีแม่นยำสูง ตลอดจนการบูรณาการการใช้โดรนระยะไกลและโดรนมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-Person View – FPV) ส่งผลให้ระเบิดพวงยิ่งดูล้าสมัยในบทบาททางยุทธการดังกล่าว

ประเด็นสำคัญที่ภาคีคู่พิพาทและผู้บังคับบัญชาทางทหารต้องพิจารณาคือ นอกเหนือจากการโจมตีการรวมกำลังของยานเกราะในพื้นที่เปิดแล้ว การใช้ระเบิดพวงต่อเป้าหมายทางทหารอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน จะยังคงมีความสมเหตุสมผลเพียงพอหรือไม่เมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบทางมนุษยธรรมที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบแบบไม่เลือกเป้าหมายของอาวุธชนิดนี้ ร่วมกับหลักฐานเชิงประจักษ์เรื่องรูปแบบความเสียหายต่อพลเรือน อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวงได้แสดงให้เห็นว่า สนธิสัญญาว่าด้วยการลดอาวุธเพื่อวัตถุประสงค์ทางมนุษยธรรมสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้ครอบคลุมเกินกว่าพรมแดนของรัฐภาคี เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการปรับเปลี่ยนความคาดหวังของประชาคมโลกต่อการใช้อาวุธที่ยอมรับได้ ภารกิจด้านการลดอาวุธจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งบรรทัดฐานทางมนุษยธรรม ลดความเสี่ยงของการยกระดับความรุนแรง และสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐ

ในบทความนี้ ฟาฮัด อาห์เมด (Fahad Ahmed) ที่ปรึกษากฎหมายของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ และ มาร์เตน อาเบล (Maarten Abeel) ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ร่วมกันนำเสนอเหตุผลทางมนุษยธรรมต่อการเสริมสร้างการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวงและส่งเสริมให้อนุสัญญามีผลบังคับใช้อย่างครอบคลุมทั่วโลก ก่อนการประชุมทบทวนอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ครั้งที่ 3 (Third Review Conference) ซึ่งจะจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2026

อ่านบทความฉบับแปลภาษาไทยได้ที่ https://blogs.icrc.org/th/2026/09/03/convention-on-cluster-mu*****ns/

08/09/2026

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจากกิจกรรม

ที่อยู่

สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ 191/6-8 ซีทีไอ ทาวเวอร์ ชั้น 30 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66 (0) 2262 1680

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ประจำประเทศไทย (ICRC) โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์