Accessibility Is Freedom เข้าถึงและเท่าเทียม

Accessibility Is Freedom เข้าถึงและเท่าเทียม LET'S MAKE THE CHANGE! การเข้าถึงที่เท่าเทียม จะทำให้ทุกคนมีโอกาสพัฒนาตนเองได้เท่าๆ กัน

โครงการ:
https://www.accessibilityisfreedom.org/เราทำอะไร/
(1)

"สรุปข้อมูลการใช้งบประมาณ ผู้ว่าชัชชาติสมัยที่ 1"(English below👇)[กรุงเทพมหานคร 🇹🇭]4 ปีผ่านไป เรามาดูกันหน่อยว่า ผู้ว่าช...
24/06/2026

"สรุปข้อมูลการใช้งบประมาณ ผู้ว่าชัชชาติสมัยที่ 1"
(English below👇)

[กรุงเทพมหานคร 🇹🇭]
4 ปีผ่านไป เรามาดูกันหน่อยว่า ผู้ว่าชัชชาติให้ความสำคัญในเรื่องไหนบ้าง ผมใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลโครงการของกทม. ทั้ง 19,783 โครงการ งบประมาณรวม 137,900 ล้านบาท มาจัดหมวดหมู่ให้เห็นชัดๆ ว่าแต่ละประเภทได้งบเท่าไหร่ ถ้าถามว่างบเยอะที่สุดคืออะไร คำตอบคือ ถนนและสะพาน 55,454 ล้านบาท คิดเป็น 40.2% ของงบทั้งหมด มีโครงการ 2,177 โครงการ ตั้งแต่ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง อุโมงค์รัชดาภิเษก ไปจนถึงถนนพุทธมณฑล

อันดับสอง คลองและระบบระบายน้ำ 10,444 ล้านบาท (7.6%) ตามด้วยขยะ 9,615 ล้านบาท (7.0%) อาคารสิ่งก่อสร้าง 7,591 ล้านบาท (5.5%) โรงเรียนและการศึกษา 6,483 ล้านบาท (4.7%) แม้จำนวนโครงการจะมากที่สุดถึง 2,517 โครงการ แต่ก็เป็นเพราะโครงการปรับปรุงโรงเรียนกระจายตัวในหลายพื้นที่

เทคโนโลยีและระบบดิจิทัล 5,507 ล้านบาท (4.0%) รวมถึง Traffy Fondue และ CCTV โรงพยาบาลและสุขภาพ 3,106 ล้านบาท (2.3%) ตลาดและเศรษฐกิจ 1,954 ล้านบาท (1.4%) กีฬาและนันทนาการ 1,601 ล้านบาท (1.2%) ไฟฟ้าส่องสว่าง 586 ล้านบาท (0.4%) สวนและต้นไม้ 531 ล้านบาท (0.4%)

และสิ่งที่น่าสนใจคือ "ทางเท้า" — ถ้าดูเผินๆ จะเห็นงบแค่ 328 ล้านบาท (0.2%) แต่ที่จริงแล้วมีงบอีก 2,267 ล้านบาทที่ซ่อนอยู่ในโครงการถนน เช่น ปรับปรุงทางเท้าถนนสีลม 52 ล้านบาท ทางเดินลอยฟ้าราชวิถี 120 ล้านบาท รวมแล้วงบทางเท้าที่แท้จริงคือ 2,595 ล้านบาท (1.9%) จาก 522 โครงการ แต่ถึงนับรวมทั้งหมด ทางเท้าก็ยังได้งบน้อยกว่าถนนถึง 21 เท่า และความคืบหน้าตามเป้าหมาย 1,000 กม. อยู่ที่แค่ 8.31% เท่านั้น เบื้องต้นเราพบว่าตัวเลขนี้สะท้อนว่าเมืองของเรายังให้น้ำหนักกับรถมากกว่าการสัญจรบนทางเท้า (จะตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม — ถ้าเจอข้อมูลที่ต้องแก้ไขแจ้งด้วยครับ)

สืบค้นข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2569 จากฐานข้อมูลเปิดของ กทม. และ policy.bangkok.go.th

ที่มา: ฐานข้อมูลเปิด-กทม.

#พัฒนาเมือง

#กทม


---
"Summary of Budget spending Under Governor Chadchart's First Term"

[Bangkok 🇹🇭]
Four years of Governor Chadchart — where did the money go? I pulled all 19,783 BMA projects (137.9 billion baht) and categorized every one. Roads and bridges dominate: 55,454 million baht — 40.2% of the total — across 2,177 projects, from On Nut-Lat Krabang to the Ratchada Tunnel and Buddhamonthon Road.

Next: canals and drainage 10,444M (7.6%), waste 9,615M (7.0%), buildings 7,591M (5.5%), and schools 6,483M (4.7%) — most projects at 2,517, spread citywide.

Technology/digital: 5,507M (4.0%) including Traffy Fondue and CCTV. Hospitals: 3,106M (2.3%). Markets: 1,954M (1.4%). sports: 1,601M (1.2%). Lighting: 586M (0.4%). Parks: 531M (0.4%).

But the real story: sidewalks. Surface level: 328M (0.2%). Hidden inside road projects: another 2,267M — Silom sidewalk (52M), Ratchawithi skywalk (120M). True budget: 2,595M (1.9%) across 522 projects. Roads still outspend sidewalks 21:1, and the 1,000 km target sits at 8.31%. Our city builds for cars, not people walking. (Further verification underway — if you spot data needing correction, let me know.)

Data retrieved June 24, 2026 from BMA open data and policy.bangkok.go.th.

Sources: BMA Open Data

[4 ปีที่แล้ว]เรามีโอกาสไปร่วมงานที่ขอนแก่น พอมีเวลาได้ลองขนส่งสาธารณะ ถือว่าก้าวหน้ามากเลยนะครับแหมมีโอกาสเมื่อไหร่ต้องแ...
23/06/2026

[4 ปีที่แล้ว]
เรามีโอกาสไปร่วมงานที่ขอนแก่น พอมีเวลาได้ลองขนส่งสาธารณะ ถือว่าก้าวหน้ามากเลยนะครับ

แหมมีโอกาสเมื่อไหร่ต้องแวะไปเยี่ยมอีกสักหน่อย 😜

https://www.facebook.com/share/p/195NqwJgE8/

#พัฒนาเมือง
#มาตรฐานขนส่งสาธารณะ

"ขอนแก่น สมาร์ทบัส ดีงาม"

จังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในผู้นำ จัดรถเมล์วิ่งในเขตเทศบาลใช้ไฮโดรลิค ด้วยว่าเป็นเมืองที่ผู้คนที่จำนวนไม่เยอะ ถือว่าใช้ได้เหลือเฟือ

เราไปทดสอบเมื่อ 4 ปีที่แล้วโน้นนนน แหนะ ดีงามครับ

https://www.accessibilityisfreedom.org/ขอนแก่น-สมาร์ทบัส/

"ที่จอดรถคนพิการที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร"(English below👇)[ญี่ปุ่น 🇯🇵]ประเทศญี่ปุ่นมีระบบที่จอดรถสำหรับผู้พิการถึงสองระบบที่...
23/06/2026

"ที่จอดรถคนพิการที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร"
(English below👇)

[ญี่ปุ่น 🇯🇵]
ประเทศญี่ปุ่นมีระบบที่จอดรถสำหรับผู้พิการถึงสองระบบที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง ระบบแรกคือที่จอดรถบนถนนสาธารณะ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของตำรวจและคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะประจำจังหวัด ระบบนี้มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการลงโทษทางกฎหมายหากมีการละเมิด ใครก็ตามที่จอดในที่นี้โดยไม่มีใบอนุญาตจะต้องโดนปรับหรือถูกดำเนินคดี ระบบนี้จึงบังคับใช้กฎหมายได้จริง

แต่ระบบที่สองคือที่จอดรถนอกถนนสาธารณะ เช่นในห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือสถานที่สาธารณะอื่นๆ ระบบนี้เรียกว่า "ระบบโอโมอิยาริ" (思いやり) หรือ "ระบบที่จอดรถแห่งความเห็นอกเห็นใจ" ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัญหาคือระบบนี้ไม่มีบทลงโทษใดๆ เลย มันอาศัยเพียงจิตสำนึกและความมีน้ำใจของประชาชนเท่านั้น

ปัจจุบันมี 44 จังหวัดจากทั้งหมด 47 จังหวัดที่นำระบบโอโมอิยาริมาใช้ คิดเป็น 93% ของประเทศ ใบอนุญาตแบ่งเป็นสามระดับคือ สีฟ้าสำหรับผู้ใช้รถเข็น สีเขียวสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุ และสีส้มสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บชั่วคราว ข้อดีคือใบอนุญาตจากจังหวัดหนึ่งสามารถใช้ได้ในอีกจังหวัดหนึ่งผ่านข้อตกลงร่วมที่กำลังขยายตัวมากขึ้น

แต่ที่สำคัญคือสามจังหวัดที่ยังไม่ได้นำระบบนี้มาใช้ — โตเกียว ฮอกไกโด และไอจิ โตเกียวซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดของประเทศกลับไม่มีระบบที่จอดรถแบบมีจิตสำนึกสำหรับผู้พิการในพื้นที่ส่วนตัว นั่นหมายความว่าผู้พิการที่ไปห้างสรรพสินค้าหรือโรงพยาบาลในโตเกียวต้องพึ่งพาความมีน้ำใจของคนอื่นเท่านั้น

ปัญหาการละเมิดก็เป็นเรื่องใหญ่ มีการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากไปยังกระทรวงกิจการภายในเกี่ยวกับคนที่ไม่พิการจอดในที่จอดรถสำหรับผู้พิการ กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว (MLIT) ยอมรับว่านี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกประเทศ

เพื่อรับมือกับปัญหานี้ MLIT ได้ออกแนวปฏิบัติและแคมเปญรณรงค์ เช่น โปสเตอร์ที่ใช้ข้อความว่า "มีคนที่ต้องการพื้นที่นี้จริงๆ" เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก ระบบนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อในวัฒนธรรม 思いやり — การให้โอกาสประชาชนทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยใจ โดยไม่ต้องใช้บทลงโทษ

44 จังหวัดคือความก้าวหน้าที่น่าชื่นชม แต่สามจังหวัดที่ยังไม่เข้าร่วมและไม่มีบทลงโทษสำหรับระบบนอกถนนคือบทต่อไปที่ต้องแก้ไข

ที่มา: MLIT Guidelines on Disabled Parking, Japan Society of Civil Engineers (JSCE), กระทรวงกิจการภายใน

#ที่จอดรถคนพิการ
#มาตรฐานที่จอดรถคนพิการ
#ญี่ปุ่น



---
"Japan's Accessible Parking: What is like?"

[Japan 🇯🇵]
Japan has two separate disabled parking systems. On-street parking, run by police and the Public Safety Commission, has real permits and fines — the law has teeth.

Off-street parking — malls, hospitals — uses the "Omoiyari" (compassion) system, run by local governments. No penalties. It relies entirely on goodwill.

44 of 47 prefectures (93%) use Omoiyari. Three permit tiers: blue (wheelchair), green (disabilities/seniors), orange (pregnancy/temporary injuries). Permits are increasingly recognized across prefecture lines.

The gap: Tokyo, Hokkaido, and Aichi haven't adopted it. Tokyo — Japan's largest city — has no compassion parking on private property. Disabled people at Tokyo malls or hospitals rely solely on kindness.

Abuse is a serious problem. Complaints flood the Ministry of Internal Affairs about non-disabled drivers taking disabled spaces. MLIT acknowledges this is an issue worldwide.

MLIT launched guidelines and campaigns — posters reading "Someone really needs this space" — banking on omoiyari: trusting people to do the right thing from the heart, without threat of penalty.

Reaching 44 prefectures is real progress. But the three holdouts and the lack of penalties for off-street parking are the next chapter to address.

Sources: MLIT Guidelines on Disabled Parking, Japan Society of Civil Engineers (JSCE), Ministry of Internal Affairs

"ข้อมูลตึกเก่าในกรุงเทพมหานคร"(English below👇)[กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 🇹🇭]เรื่องกันสาดคอนกรีตตึกเก่าถล่ม ผมเกิดความสงสัย...
23/06/2026

"ข้อมูลตึกเก่าในกรุงเทพมหานคร"
(English below👇)

[กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 🇹🇭]
เรื่องกันสาดคอนกรีตตึกเก่าถล่ม ผมเกิดความสงสัยกรุงเทพฯ มีตึกแบบนี้อีกกี่แห่ง แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าตรงไหนปลอดภัย?

ลองค้นข้อมูลพบว่า REIC (ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์) รายงานตึกร้างและตึกค้างสร้าง 205 แห่งใน 19 เขต อดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติเคยประมาณตึกทั่วกรุงเทพฯ ที่ต้องตรวจสอบเกือบ 100,000 แห่ง, จากข่าว Nation Thailand รายงานตึกพาณิชย์เก่าทรุดโทรมกว่า 400,000 หน่วย—เสี่ยงสูงกว่า 10,000 หน่วย และตึกแถวที่สร้างก่อนกฎหมายควบคุมอาคาร (พ.ศ. 2522) อายุ 40-60 ปีขึ้นไป

ที่น่าตกใจคือข้อมูลที่เราไม่เจอ: ไม่พบการสำรวจตึกอายุ 50 ปีขึ้นไปทั้งกรุงเทพฯ ไม่พบการตรวจสอบทางวิศวกรรมแยกตามความเสี่ยง พบว่ามีแค่เขตบางกอกน้อยเขตที่ทำข้อมูล GIS ความเสี่ยงอาคาร

วิศวกรรมสถานฯ เตือน “ตึกเก่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง—แค่ดูภายนอกไม่พอ ต้องมีระบบป้องกันเชิงระบบ” สภาวิศวกรเรียกร้องให้ กทม.ใช้อำนาจตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ออกคำสั่งตรวจสอบอาคาร

กันสาดตึกเก่าหลายแห่งยื่นเหนือทางเท้า ผู้คนที่สัญจรผ่านไม่มีทางรู้เลยว่ากันสาดที่เดินผ่านปลอดภัยหรือไม่ จุดเสี่ยงสูงในย่านสำเพ็ง เยาวราช เจริญกรุง ตลาดน้อย ย่านข้าวสาร พระบรมมหาราชวัง ย่านโบ๊เบ๊และอื่นๆ

กทม.มี dashboard ตรวจสอบอาคาร (opencontract.bangkok.go.th) แต่ยอดรายงานจากเจ้าของอาคารเป็น 0 — ไม่มีใครส่งข้อมูล

สนับสนุนให้ กทม. เร่งสำรวจตึกเก่าอย่างเป็นระบบครับ

ที่มา: Thai PBS / Naewna / Nation Thailand / REIC / วิศวกรรมสถานฯ / สภาวิศวกร / BMA


#กรุงเทพมหานคร

#มาตรฐานความปลอดภัย
#มาตรฐานความปลอดภัยอาคาร


---
"Old buildings in Bangkok — we investigated the data, and what's missing is terrifying"

[กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 🇹🇭]
Last week, a concrete awning from an old building collapsed on Rama IV Road, killing one person. It made me wonder: how many more of these buildings are there in Bangkok? And how do we know which ones are safe?

I dug into the data. Here's what I found — and what I couldn't find.

**What we found:**
- REIC (Real Estate Information Center) reports 205 abandoned or unfinished buildings across 19 districts
- Former Governor Chadchart estimated nearly 100,000 buildings across Bangkok need inspection
- Nation Thailand reports over 400,000 old commercial units deteriorating — more than 10,000 at high risk
- Shophouses built before the Building Control Act (1979) are now 40–60+ years old
- BMA's voluntary inspection dashboard (opencontract.bangkok.go.th) shows zero reports submitted by building owners

**What we couldn't find:**
- No official census of buildings 50+ years old across Bangkok
- No engineering survey by risk level
- Only one district — Bang Kok Noi — has GIS risk data for buildings
- No district-level condition data for the other 49 districts

The Engineering Institute of Thailand warns: "Old buildings have multiple risk factors — looking from the outside isn't enough. We need systematic prevention." The Council of Engineers is urging BMA to use Ministerial Regulation 2020 powers to mandate inspections.

Many old building awnings extend over sidewalks. People walking by have no way to know if the awning above them is safe. High-risk areas include Samphanthawong (Yaowarat, Charoen Krung, Talat Noi), Phra Nakhon (Khao San Road, Grand Palace), and Pom Prap Sattru Phai (Bobae).

We need systematic surveys. Now.

Sources: Thai PBS / Naewna / Nation Thailand / REIC / EIT / Council of Engineers / BMA

ภาพแยกอโศก 6 ปีที่แล้วครับhttps://www.facebook.com/share/p/1JFHAoC4YY/ #พัฒนาเมือง
22/06/2026

ภาพแยกอโศก 6 ปีที่แล้วครับ

https://www.facebook.com/share/p/1JFHAoC4YY/

#พัฒนาเมือง

"หน้าที่เราคือ 'พูดให้ดัง' และ 'พูดความจริง' (สนข ตปท)"

ปี 2018 เรามีโอกาสได้ลงพื้นที่พร้อมกับทีมนักข่าวต่างชาติ

ผมเริ่มเกริ่นนำบทการสนทนาด้วยคำว่า “ผมเป็นห่วงประเทศไทย ในเวทีโลกเราเสียหายมาก…”

ผมสมมุติด้วยโจทย์ที่ผมพูดบ่อยๆ “Mr. Sam นั่งรถเข็นมาเที่ยวเมืองไทยพบความไม่สะดวกมากมาย กลับไปบอกเพื่อน พี่ น้อง ผลอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง…”
เอาล่ะ ต้อนรับชาวต่างชาติมันต้องพาเที่ยวสิ…

ผมพาทั้งทีมเริ่มต้นเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินแห่งชาติของประเทศไทย

ต่อด้วยรถไฟฟ้า ARL, MRT และจบที่สี่แยกอโศก ซึ่งถือเป็นหน้าบ้าน เป็นพื้นที่ธุรกิจที่สำคัญยิ่งของเรา

ตลอดทางเราพาให้เขาได้เห็นปัญหา ได้เห็นความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน การให้บริการระบบต่างๆ
ติดตามได้ตามลิงค์นี้:

ตอน #1: ลิงค์ https://www.facebook.com/AccessibilityIsFreedom/videos/1923143751041594/

ตอน #2: ลิงค์ https://www.facebook.com/AccessibilityIsFreedom/videos/1923219867700649/
งานของเราเดินหน้า นำเสนอไปถึงทุกมุมโลกหลายปีแล้ว เพื่อให้ประเทศไทยดีขึ้นทุกๆ วันครับ

ช่วยกัน ฝากด้วยครับ

https://www.accessibilityisfreedom.org/หน้าที่เราคือ-พูดให้ดัง-และ-พูดความจริง/

"ขนส่งสาธารณะเวียดนามเป็นอย่างไร"(English below👇)[เวียดนาม 🇻🇳]เพื่อนบ้านเรากำลังสร้างระบบขนส่งที่เข้าถึงได้ตั้งแต่เริ่มต...
22/06/2026

"ขนส่งสาธารณะเวียดนามเป็นอย่างไร"
(English below👇)

[เวียดนาม 🇻🇳]
เพื่อนบ้านเรากำลังสร้างระบบขนส่งที่เข้าถึงได้ตั้งแต่เริ่มต้น — และนั่นคือสิ่งที่ไทยควรจับตามอง

ข้อมูลพื้นฐาน เวียดนามมีพื้นที่ 331,345 ตารางกิโลเมตร ประชากร 102.3 ล้านคน ความหนาแน่น 309 คนต่อตารางกิโลเมตร ส่วนไทยของเรามีพื้นที่ 513,000 ตารางกิโลเมตร ประชากร 66 ล้านคน ความหนาแน่น 129 คนต่อตารางกิโลเมตร เวียดนามมีประชากรมากกว่าไทย 1.5 เท่า ในพื้นที่ที่เล็กกว่า 1.5 เท่า — ระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก

เวียดนามมีกฎหมาย Persons with Disabilities ตั้งแต่ปี 2010 และ Barrier-Free Access Code ตั้งแต่ปี 2002 อัตราผู้พิการ 7.8% หรือประมาณ 6 ล้านคน 75% อยู่ในชนบท กฎหมายกำหนดให้สถานที่สาธารณะและการขนส่งต้องเข้าถึงได้ — แต่การบังคับใช้ในระบบเก่ายังช้า

ระบบรางอายุ 140 ปี ระยะทาง 3,159 กิโลเมตร มีผู้โดยสารเพียง 27,000 คนต่อวัน แทบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่เมโทร — ทั้งสาย 2A ของฮานอย (13.1 กิโลเมตร 12 สถานี เปิดปี 2021) และสาย 1 ของโฮจิมินห์ (19.7 กิโลเมตร 14 สถานี เปิดธันวาคม 2024) ถูกออกแบบให้เข้าถึงได้ตั้งแต่ก่อสร้าง ไม่ต้องมาแก้ไขทีหลัง

ระบบรถเมล์ในฮานอยมี 123 เส้นทาง ผู้โดยสาร 453.6 ล้านคนต่อปี รถเมล์ไฟฟ้าใหม่เข้าถึงได้ แต่รถเก่ายังเป็นปัญหา — เหมือนบ้านเราที่เพิ่งเริ่มเปลี่ยน

สิ่งที่เวียดนามกำลังทำคือวางรากฐานตั้งแต่ต้น กฎหมายมี โครงสร้างใหม่สร้างให้เข้าถึงได้ ยังมีความท้าทายอีกมาก แต่ทิศทางถูกต้อง มาช่วยกันลุ้นกับชาวเวียดนามเพื่อนของเรากันครับ

ที่มา: ASEAN Disability Forum, ESCAP, Wikipedia

#เวียดนาม

#มาตรฐานขนส่งสาธารณะ
#กฎหมายคนพิการ



---
"Vietnam's Public Transport: What It's Like"

[เวียดนาม 🇻🇳]
Vietnam is building a transport system that's accessible from the start — and that's something Thailand should be watching.

Vietnam covers 331,345 km² with a population of 102.3 million, a density of 309 people/km². Thailand, by contrast, is 513,000 km² with 66 million people, density 129/km². Vietnam has 1.5 times more people in 1.5 times less land — public transport isn't optional, it's essential.

Vietnam passed its Law on Persons with Disabilities in 2010 and a Barrier-Free Access Code in 2002. About 7.8% of the population — roughly 6 million people — have disabilities, and 75% live in rural areas. The law requires public spaces and transport to be accessible, but enforcement in older systems is slow.

The railway system is 140 years old, covering 3,159 km, carrying just 27,000 passengers a day. Almost no accommodations for wheelchair users. But the game-changer is the metro. Hanoi's Line 2A (13.1 km, 12 stations, opened 2021) and Ho Chi Minh City's Line 1 (19.7 km, 14 stations, opened December 2024) were designed for accessibility from the start — no retrofitting needed.

Hanoi's bus system has 123 routes, carrying 453.6 million passengers a year. New electric buses are accessible, but older ones still aren't — similar to Thailand's own transition.

What Vietnam is doing is laying the foundation from the ground up. The laws exist, new infrastructure is built with accessibility in mind. There are still huge challenges, but the direction is right. Let's cheer on our Vietnamese friends.

Sources: ASEAN Disability Forum, ESCAP, Wikipedia

"รถไฟในโตเกียวเป็นอย่างไร"(English below👇)[โตเกียว ญี่ปุ่น 🇯🇵]ตั้งแต่ผมไปญี่ปุ่นและโตเกียว ผมสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายล...
22/06/2026

"รถไฟในโตเกียวเป็นอย่างไร"
(English below👇)

[โตเกียว ญี่ปุ่น 🇯🇵]
ตั้งแต่ผมไปญี่ปุ่นและโตเกียว ผมสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดของระบบราง รถไฟที่ถูกออกแบบมาอย่างดี สะอาด ตรงต่อเวลา สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำภาพจำในหัวถึงความตรงเวลาและความรับผิดชอบ และยังคงมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงอีกมาก
นี่ก็นานมากแล้ว ลองรื้อค้นข้อมูลวันนี้มาดูกันหน่อยครับ

ชวนดูขนาดเมือง: โตเกียวมีประชากรในเขตเมืองหลัก 14.27 ล้านคน ส่วนกรุงเทพฯ 8.3 ล้านคน มีสถานีรถไฟกว่า 1,200 แห่ง (กทม. 135) สถานีชินจูกุ สถานีที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว มีผู้โดยสาร 3.8 ล้านคนต่อวัน เกินครึ่งของจำนวนผู้โดยสารทั้งสัปดาห์ของกรุงเทพฯ สถิติจาก Tokyo Metro รายงานว่าทุกๆ 30 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน มีรถไฟฟ้ามากกว่า 20 ขบวนบนเส้นทางชูโอ เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์

ด้านการเข้าถึง — พื้นผิวทางเท้าสัมผัส หรือที่เราคุ้นเคยกันคือกระเบื้องนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตาถูกคิดค้นโดยคุณมิยาเค เซอีจิ คนญี่ปุ่นนี่เอง (1967) และกลายเป็นมาตรฐานสากลในปัจจุบัน กฎหมายสำคัญอย่าง The Barrier-Free Act ถูกบังคับใช้ในปี 2006 กำหนดให้สถานที่สาธารณะรวมถึงสถานีรถไฟต้องเข้าถึงได้

สถิติจาก Nippon.com (2014) ระบุว่า สถานีหลักที่มีผู้โดยสารตั้งแต่ 3,000 คนต่อวัน เข้าถึงได้ 83% หากนับทั้งประเทศกว่า 9,500 แห่ง มีเพียง 43% เท่านั้นที่เข้าถึงได้ สะท้อนเป็นสองมาตรฐานระหว่างเขตเมืองกับชนบท

ด้านแรงงาน — ปี 2024 ญี่ปุ่นมีผู้พิการทำงาน 677,461 คน หรือ 2.41% ของแรงงานทั้งประเทศ ใกล้เคียงกับโควตาแห่งชาติที่ 2.5% ซึ่งจะเพิ่มเป็น 2.7% ในเดือนกรกฎาคม ปี 2026 และองค์กรภาคประชาสังคมจำนวนมากยังคงผลักดันให้ถึง 3%

พนักงานช่วยเหลือผู้โดยสาร เป็นอีกปัจจัยสำคัญ แม้จะถูกฝึกตามมาตรฐาน JR East แต่ผู้ใช้จริงหลายคนรายงานว่าบริการแตกต่างกันในแต่ละสถานี — บางแห่งเยี่ยมยอด บางแห่งพนักงานไม่ทราบขั้นตอน

BBC รายงานว่าการเข้าถึงรถไฟในพื้นที่ห่างไกลเป็นปัญหาสำคัญของรัฐบาลญี่ปุ่นในปัจจุบัน และกำลังหารือกับกลุ่มผู้พิการเพื่อแนวทางแก้ไข

JICA (2026) ระบุว่าการเดินทางด้วยตนเองในเวลาและเส้นทางเดียวกันกับบุคคลทั่วไปคือเป้าหมายที่แท้จริงของการเข้าถึง สิ่งที่ญี่ปุ่นต้องปรับปรุงจึงไม่ใช่แค่จํานวนลิฟต์หรือทางลัด แต่เป็นหลักประกันว่าทุกสถานีจะได้มาตรฐานเดียวกัน

ที่มา: Barrier-Free Act, Nippon.com, Japan Times, The HR Digest, BBC, JICA

#ญี่ปุ่น

#มาตรฐานขนส่งสาธารณะ



---
"What Are Tokyo's Trains Like?"

[Tokyo, Japan 🇯🇵]
Since I visited Japan and Tokyo, I’ve felt the attention to detail in their rail system. Trains are well-designed, clean, and punctual. These things reinforce my image of timeliness and responsibility — but there’s still plenty to improve.

It’s been a while, so let me dig into current data.

First, the scale: Tokyo’s main urban area has 14.27 million people, compared to Bangkok’s 8.3 million. There are over 1,200 train stations here (Bangkok: 135). Shinjuku Station, Tokyo’s largest, handles 3.8 million passengers daily — more than half of Bangkok’s entire weekly rail ridership. According to Tokyo Metro, every 30 minutes during peak hours, over 20 trains run on the Chuo Line, a historic route.

On accessibility — tactile paving, which we know as guidance tiles for people with visual impairments, was invented by a Japanese man, Miyake Seiichi (1967). It’s now a global standard. A key law, the Barrier-Free Act, was enforced in 2006, requiring public places including stations to be accessible.

Data from Nippon.com (2014) shows that 83% of major stations with 3,000+ daily passengers are accessible. But nationwide, out of over 9,500 stations, only 43% are accessible — revealing a two-tier standard between urban and rural areas.

On labor — in 2024, Japan had 677,461 people with disabilities working, or 2.41% of the total workforce. That’s close to the national quota of 2.5%, which will rise to 2.7% in July 2026. Many civil society groups are pushing for 3%.

Staff assistance is another key factor. While JR East trains its personnel to a standard, many real users report uneven service across stations — some excellent, some where staff don’t know the procedures.

BBC reports that rail accessibility in remote areas is a major challenge for Japan’s government, which is now consulting with disability groups on solutions.

JICA (2026) states that the real goal of accessibility is independent travel on the same schedule and routes as everyone else. What Japan needs to improve isn’t just the number of elevators or ramps — but a guarantee that every station meets the same standard.

Sources: Barrier-Free Act, Nippon.com, Japan Times, The HR Digest, BBC, JICA

"ระบบขนส่งสาธารณะญี่ปุ่นเป็นอย่างไร"(English below👇)[ญี่ปุ่น 🇯🇵]เมื่อพูดถึงระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ ผมว่าไม่มีประเท...
21/06/2026

"ระบบขนส่งสาธารณะญี่ปุ่นเป็นอย่างไร"
(English below👇)

[ญี่ปุ่น 🇯🇵]
เมื่อพูดถึงระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ ผมว่าไม่มีประเทศไหนที่พัฒนาได้น่าประทับใจเท่าญี่ปุ่นอีกแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2008 ญี่ปุ่นมีนโยบาย "Barrier-Free" ที่บังคับใช้กับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ สนามบิน หรือถนน ทุกอย่างต้องออกแบบมาให้ผู้ใช้รถเข็นและผู้พิการทุกประเภทเข้าถึงได้

ลองเทียบกับไทยดูนะครับ ญี่ปุ่นมีพื้นที่ประมาณ 378,000 ตารางกิโลเมตร ประชากร 125 ล้านคน ขณะที่ไทยมีพื้นที่ 513,000 ตารางกิโลเมตร ประชากร 66 ล้านคน ญี่ปุ่นหนาแน่นกว่าเกือบเท่าตัว แต่กลับมีระบบขนส่งที่เข้าถึงได้มากกว่าเราอย่างเห็นได้ชัด

ญี่ปุ่นมีสถานีรถไฟกว่า 9,500 แห่ง 45 จาก 50 สถานีที่พลุกพล่านที่สุดในโลกอยู่ในญี่ปุ่น ชินจูกุมีผู้โดยสาร 3.8 ล้านคนต่อวัน รถไฟชินคันเซ็นขนส่ง 385.9 ล้านคนต่อปี มีพื้นที่สำหรับผู้ใช้รถเข็น รถบัส non-step กว่า 209,000 คัน และรถแท็กซี่ Universal Design กว่า 50,000 คันในโตเกียว พร้อมทางลาดและหลังคาสูง

กระเบื้องนำทางที่เราเห็นกันวันนี้ถูกคิดค้นโดยคุณเซอิจิ มิยาเกะ ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1965 และกลายเป็นมาตรฐานโลก สนามบินหลักทุกแห่งมีทางเดินไร้สิ่งกีดขวาง เลนพิเศษ และบริการช่วยเหลือหลายภาษา

กฎหมายหลักคือ "Barrier-Free Act" ที่กำหนดให้สถานีขนส่ง อาคารสาธารณะ และถนนต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ลิฟต์กว้างที่มีปุ่มต่ำ ห้องน้ำอเนกประสงค์ และทางลาด ถึงแม้ยังมีช่องว่างในพื้นที่ชนบท แต่ภาพรวมญี่ปุ่นคือตัวอย่างที่ไทยควรศึกษา

ผมเชื่อว่าถ้าเรามีวิสัยทัศน์และกฎหมายที่จริงจัง ระบบขนส่งไทยก็พัฒนาไปถึงจุดนั้นได้ครับ สิ่งที่ญี่ปุ่นทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน

ที่มา: Japan-Guide, Accessible Japan, JICA

#ญี่ปุ่น

#มาตรฐานขนส่งสาธารณะ



---
"Japan's Public Transport System: What It's Like"

[Japan 🇯🇵]
When it comes to accessible public transport, Japan leads. Since 2008, its Barrier-Free policy requires all new infrastructure — train stations, airports, roads — to be fully accessible for wheelchair users and people with all disabilities.

Compare Thailand: Japan has 378,000 km² and 125 million people. Thailand: 513,000 km² and 66 million. Japan is denser yet far more accessible.

Japan has over 9,500 train stations. 45 of the world's 50 busiest stations are in Japan. Shinjuku handles 3.8 million passengers per day. The Shinkansen carries 385.9 million per year. With wheelchair-accessible trains, over 209,000 non-step buses, and more than 50,000 Universal Design taxis in Tokyo — all equipped with ramps and high roofs.

Tactile paving was invented by Seiichi Miyake in 1965 and became a global standard. Major airports offer step-free paths, priority lanes, and multilingual assistance.

The Barrier-Free Act requires stations, public buildings, and roads to provide wide elevators with low buttons, accessible toilets, and ramps. Gaps remain in rural areas, but Japan is a model Thailand should study.

I believe if we commit to vision and law, Thailand's transport can reach that level. What Japan did, we can do too.

Sources: Japan-Guide, Accessible Japan, JICA

"รถไฟกรุงโซล เกาหลีใต้เป็นอย่างไร"(English below👇)[ประเทศเกาหลีใต้ 🇰🇷]หลายคนคงคุ้นกับภาพซีรี่ย์เกาหลีที่มีฉากในรถไฟใต้ดิ...
20/06/2026

"รถไฟกรุงโซล เกาหลีใต้เป็นอย่างไร"
(English below👇)

[ประเทศเกาหลีใต้ 🇰🇷]
หลายคนคงคุ้นกับภาพซีรี่ย์เกาหลีที่มีฉากในรถไฟใต้ดินกรุงโซล แต่วันนี้ผมจะพาไปดูระบบรถไฟในเมืองของเขาว่าเป็นยังไงในแง่การเข้าถึง ลองเทียบกับบ้านเรากันดูนะครับ

กรุงโซลมีพื้นที่ประมาณ 605 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่ากรุงเทพฯประมาณ 2.6 เท่า แต่ความหนาแน่นของประชากรกลับสูงกว่ากรุงเทพฯกว่า 4 เท่า (ประชากรโซล 9.4 ล้านคน กรุงเทพฯ 5.5 ล้านคน) ทำให้ระบบรถไฟใต้ดินของโซลต้องรับมือกับผู้โดยสารจำนวนมหาศาลทุกวัน โดยมีสถานีรวมกว่า 300 สถานีในระบบรถไฟฟ้าหลัก

เรื่องกฎหมาย เกาหลีใต้มีกฎหมายส่งเสริมการเข้าถึงสำหรับคนพิการมาตั้งแต่ปี 1997 และถูกปรับปรุงเรื่อยมา อย่างกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเข้าถึงของคนพิการในระบบขนส่งสาธารณะ ที่บังคับให้สถานีรถไฟทุกแห่งต้องมีลิฟต์ ทางลาด และกระเบื้องนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา

ที่น่าสนใจคือปี 2025 ที่ผ่านมา Seoul Metro ประกาศว่าได้ติดตั้งลิฟต์ครบทุกสถานีแล้ว และมีโครงการ "One Station, One Route" ที่ทำให้การเดินทางจากทางเข้าสถานีถึงชานชาลาไร้สิ่งกีดขวาง 100% รวมถึงมีแผนเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกอีก 10 จุดในปีนี้

แต่ถึงจะมีกฎหมายและแผนงานที่ดี ปัญหาก็ยังมีอยู่ครับ ผู้ใช้รถเข็นหลายคนบอกว่าระยะทางระหว่างชานชาลาแต่ละสายไกลมาก ต้องใช้เวลานานกว่าจะเปลี่ยนขบวน และห้องน้ำบางแห่งก็ยังเป็นแบบนั่งยองซึ่งไม่สะดวกสำหรับหลายคน

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิคนพิการที่ออกมาประท้วงบนรถไฟใต้ดินเป็นระยะ เรียกร้องให้ระบบเข้าถึงได้จริง ไม่ใช่แค่มีลิฟต์หรือทางลาด แต่ต้องใช้งานได้สะดวกในชีวิตประจำวัน

ที่มา: Korea Herald, Asia Economy


#มาตรฐานขนส่งสาธารณะ



---
"Seoul's Subway, South Korea — What's It Like?"

[South Korea 🇰🇷]
You've probably seen Seoul's subway in Korean dramas. But how accessible is it really? Let's compare it with what we have back home.

Seoul covers about 605 square kilometers — roughly 2.6 times smaller than Bangkok. But its population density is over 4 times higher (9.4 million vs Bangkok's 5.5 million). That means Seoul's subway handles huge passenger volumes daily, with more than 300 stations across its main lines.

South Korea has had accessibility laws since 1997, regularly updated. The Act on Promotion of Accessibility in Public Transportation requires every station to have elevators, ramps, and tactile paving.

In 2025, Seoul Metro completed elevator installation at all stations. Their "One Station, One Route" project ensures a 100% barrier-free path from entrance to platform. Ten more accessibility features are planned this year.

But problems remain. Wheelchair users say transferring between lines requires traveling long distances between platforms. Many restrooms still have squat toilets.

Disability rights activists regularly protest on the subway, demanding real accessibility — not just elevators and ramps, but a system usable in daily life.

Sources: Korea Herald, Asia Economy

[4 ปีที่แล้ว] ทำข้อมูลให้ละเอียดขนาดนี้ ฝากดูกันหน่อยว่ามันเปลี่ยนไปแค่ไหนครับhttps://www.facebook.com/share/p/1HqAFP7nN...
20/06/2026

[4 ปีที่แล้ว] ทำข้อมูลให้ละเอียดขนาดนี้ ฝากดูกันหน่อยว่ามันเปลี่ยนไปแค่ไหนครับ

https://www.facebook.com/share/p/1HqAFP7nNi/

#พัฒนาเมือง

ที่อยู่

Srinakarindra Road , Bangkaew, Bangplee Samut Prakarn
Bangkok
10540

เบอร์โทรศัพท์

+66823355031

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Accessibility Is Freedom เข้าถึงและเท่าเทียมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Accessibility Is Freedom เข้าถึงและเท่าเทียม:

แชร์