Rhemabooks Thailand - หนังสือเรม่า

Rhemabooks Thailand - หนังสือเรม่า เพจของเราแจกหนังสือคริสเตียนคุณภาพสูง ลึกซึ้ง เรียบง่าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ และทำได้จริง

หลักความเชื่อของเรา
ผู้คนมักจะถามถึงความเชื่อของเรา นี่คือหลักความเชื่อของเรา. เราไม่ได้เรียกร้องให้ผู้รับหนังสือต้องมีหลักความเชื่อเหมือนกับเรา. หนังสือของเราแจกฟรีให้กับทุกคนในทุกความเชื่อ

ทาง Rhema ยึดถือหลักความเชื่อพื้นฐานที่บรรดาผู้เชื่อทั้งหมดมีร่วมกัน ซึ่งเนื้อหาของหลักความเชื่อนี้ได้ปรากฏให้เห็นทั้งหมดในพันธสัญญาใหม่. โดยเฉพาะเราเชื่อว่า หลักความเชื่อพื้นฐานแห่งพันธสัญญาใหม่นี้ได้ประกอบข

ึ้นด้วยประเด็นเกี่ยวกับ พระคัมภีร์ พระเจ้า พระคริสต์ ความรอด และนิรันดร์ดังต่อไปนี้:

1. พระคัมภีร์เป็นการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ที่ครบถ้วน และแต่ละถ้อยคำล้วนเป็นการดลใจของพระเจ้าผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์.
2. พระเจ้าทรงมีเพียงหนึ่งเดียวและเป็นหนึ่งชั่วนิรันดร์ ทว่าพระองค์ยังทรงเป็นสามชั่วนิรันดร์ในฐานะพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณ ซึ่งทั้งสามแตกต่างกัน แต่ไม่แยกออกจากกัน.
3. พระเจ้าในพระคริสต์ทรงกลายเป็นเนื้อหนังมาเป็นมนุษย์ที่จริงแท้และครบถ้วนสมบูรณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า เยซู. พระองค์ทรงถูกตรึงตายบนไม้กางเขน สำเร็จการตายแทนเพื่อไถ่เรา. ในวันที่สาม พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากตาย เป็นขึ้นมาด้วยพระวรกายอันสง่าราศี. พระองค์เสด็จสู่สวรรค์สู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และถูกกระทำให้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่งสารพัด.
4. มนุษย์มีบาปและเต็มไปด้วยความบาป ดังนั้นจึงตกอยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้า. ทว่าโดยการตายแทนของพระคริสต์ มนุษย์จึงมีหนทางที่จะได้รับการช่วยให้รอดจากความบาปและการพิพากษาของพระเจ้า. ทันทีที่คนหนึ่งกลับใจต่อพระเจ้าและเชื่อเข้าสู่องค์พระเยซูคริสต์เจ้า เขาก็จะได้รับความรอดอันนิรันดร์, การอภัยบาป, การโปรดให้ชอบธรรมต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า, และกระทั่งมีสันติสุขต่อพระเจ้า. โดยมีพื้นฐานเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับความรอดจึงได้รับชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งกระทำให้เขากลายเป็นบุตรน้อยของพระเจ้า และอวัยวะหนึ่งในพระกายของพระคริสต์ ที่ซึ่งบรรดาผู้เชื่อทั้งหมดได้เติบโตและก่อสร้างขึ้นด้วยกันจนกระทั่งสุกงอม.
5. พระคริสต์จะเสด็จกลับมายังแผ่นดินโลกอีกครั้งเพื่อมารับบรรดาผู้เชื่อทั้งปวงของพระองค์กลับสู่พระองค์เอง. ในนิรันดร์กาล เราจะร่วมอาศัยกับพระเจ้าในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นการสำเร็จสุดยอดแห่งการช่วยให้รอดของพระเจ้าที่มีต่อบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร.

❇️ในพระคัมภีร์ ความมืดเป็นสัญลักษณ์ของความบาป ดังนั้น มนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความมืดก็คือมนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในคว...
19/08/2026

❇️ในพระคัมภีร์ ความมืดเป็นสัญลักษณ์ของความบาป ดังนั้น มนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความมืดก็คือมนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความบาป และความบาปนำมาซึ่งเงาแห่งความตาย แม้ว่าความบาปจะไม่ใช่ความตาย แต่ความบาปอย่างน้อยก็เป็นเงาแห่งความตาย ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในความบาปจึงดำเนินชีวิตอยู่ใต้เงาแห่งความตาย นี่คือเหตุผลที่ลูกากล่าวว่า “จะส่องสว่างแก่คนทั้งหลายผู้นั่งอยู่ในความมืดและในเงาแห่งความมรณา เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางแห่งสันติสุข” (1:79)

❇️ในเมื่อมนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ในความบาป ดำเนินชีวิตอยู่ใต้เงาแห่งความตาย พระเจ้าก็ยังทรงมีพระเมตตาต่อมนุษย์ โดยการให้พระคริสต์ผู้ทรงเป็น “ดวงตะวันยามรุ่งสาง” นั้นส่องสว่างมาถึงเรา ดวงตะวันยามรุ่งสางหมายถึงจุดสิ้นสุดของความมืดและการเริ่มต้นของวันใหม่ ผู้ใดก็ตามที่ยินดีรับพระเมตตาของพระเจ้า ยอมให้พระคริสต์ส่องสว่างอยู่ภายในเขา ความมืดของเขาก็จะสิ้นสุดลง
พระเมตตาของพระเจ้าไม่เพียงเป็นแสงสว่างเท่านั้น แต่ยังเป็นแสงตะวันยามรุ่งสางด้วย บางทีในเวลานี้ พระคริสต์ผู้เป็นดวงตะวันยามรุ่งสางของพระเจ้าก็กำลังส่องอยู่ภายในคุณ เพื่อยุติความมืดของคุณและนำแสงสว่างเข้ามาในชีวิตของคุณ

❇️ดังนั้น พระเมตตาของพระเจ้าคือการให้พระคริสต์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ในฐานะดวงตะวันยามรุ่งสาง ที่มาทำให้ความมืดของเราหายไป และเพื่อขจัดเงาแห่งความตายออกไป

❇️เมื่อพระคริสต์เสด็จเข้ามาในบุคคลหนึ่ง สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือ พระองค์ทำให้ภายในของคนนั้นมีความสว่าง ทุกคนที่ได้พบพระคริสต์จะรู้สึกทันทีว่าเขาได้เห็นแสงสว่าง ชีวิตของเขาได้เข้าสู่เวลากลางวัน และเขาได้ออกมาจากความมืด

❇️การส่องสว่างของพระคริสต์ยังทำให้เราพ้นจากสาเหตุของความไม่สงบสุข เพราะความไม่สงบสุขทั้งสิ้นมาจากความบาป ความมืด และเงาแห่งความตาย และเมื่อการส่องสว่างของพระคริสต์ทำให้เราได้รับการช่วยให้พ้นจากสิ่งเหล่านี้

❇️ดังนั้น การส่องสว่างของพระคริสต์จึงนำเท้าของเราเข้าสู่ทางแห่งสันติสุข ผู้ที่อยู่ในความมืดกำลังเดินอยู่ในทางแห่งบาปและดำเนินชีวิตอย่างไม่มีสันติสุข แต่ทันทีที่เราได้รับความรอด พระคริสต์ทรงส่องสว่างมายังเรา เราก็มีสันติสุขในมโนธรรม มีสันติสุขกับสภาพแวดล้อม เป็นหนึ่งกับพระเจ้า และมีสันติสุขอยู่เสมอ

❇️❇️ คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรี
จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

website : www.rhemabooks.org/th/home
facebook : m.me/rhemathailand

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #ความหมายของชีวิต #ลูกรักของพระเจ้า #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

ขณะที่พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขน มีนักโทษสองคนถูกตรึงอยู่ข้างพระองค์ ทั้งสองคนมีอดีตเหมือนกัน คือเป็นอาชญากรและได้รับโทษถึง...
17/08/2026

ขณะที่พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขน มีนักโทษสองคนถูกตรึงอยู่ข้างพระองค์ ทั้งสองคนมีอดีตเหมือนกัน คือเป็นอาชญากรและได้รับโทษถึงตายเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวาระสุดท้ายของชีวิตกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งกล่าวหมิ่นประมาทพระเยซู แต่อีกคนหนึ่งกลับเกรงกลัวพระเจ้า ยอมรับความผิดของตน และร้องขอความรอดจากพระองค์ เรื่องราวนี้จึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างผู้ที่เชื่อกับผู้ที่ไม่เชื่อ และความรอดที่ได้รับจากการเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า 👥

👤นักโทษคนแรก แม้ตัวเองก็เป็นคนบาปมหันต์ แต่ยังกล่าวหมิ่นประมาทพระเยซูผู้ปราศจากความบาป คล้ายกับทุกวันนี้ก็มีคนมากมายที่จมอยู่ในความบาป แต่กลับกล่าวหมิ่นประมาทพระเยซู
ส่วนนักโทษอีกคนหนึ่งไม่ได้กล่าวตำหนิพระเยซูเช่นเดียวกับคนแรก (เทียบ มธ.27:44) แต่เมื่อเขาคิดถึงพระเจ้า ภายในเขาก็เกิดความยำเกรง เขาจึงกล่าวกับนักโทษอีกคนว่า “เจ้ายังจะไม่เกรงกลัวพระเจ้าอีกหรือ?” (ลก.23:40)

❓เหตุผลที่มนุษย์กลับใจและร้องเรียกพระเยซู ยังไม่ใช่เป็นเพราะเขาอยากกลับตัวเป็นคนดี แต่เป็นเพราะเขาคิดถึงเรื่องของพระเจ้า และเมื่อเขาคิดถึงพระเจ้า เขาก็คิดถึงเรื่องนิรันดร์ด้วย เขารู้ว่า แม้การประหารชีวิตเขาจะสะสางความผิดของเขาได้ตามกฎหมาย แต่ความบาปของเขาจะยังคงไม่ถูกสะสางต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า ดังนั้นเมื่อเขาคิดถึงพระเจ้า เขาจึงเกิดความกลัว และกลัวว่าจะต้องพินาศนิรันดร์

❗️เนื่องจากเขารู้จักตัวเองและเกรงกลัวพระเจ้า มโนธรรมของเขาจึงทำให้เขาสารภาพต่อพระเจ้า โดยยอมรับว่าเขาสมควรได้รับโทษถึงตาย ในขณะเดียวกัน เขาก็รับรู้ได้ว่าพระเยซูคือผู้ใด และยอมรับว่าพระองค์ไม่ได้ทรงกระทำสิ่งใดผิดที่สมควรได้รับโทษเช่นนั้น แต่พระองค์กำลังทรงแบกรับความบาปของเขาและตายแทนเขา

🙏🏻ดังนั้นเขาจึงทูลขอองค์พระผู้เป็นเจ้าให้ช่วยเขา และขอให้พระองค์ทรงระลึกถึงเขาเมื่อพระองค์เสด็จเข้าสู่อาณาจักรของพระองค์ ทันทีที่เขาทูลขอองค์พระผู้เป็นเจ้า ความรอดของพระองค์ก็มาถึงเขา แม้เขากำลังทูลขอเกี่ยวกับอนาคต แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญากับเขาว่า “เราบอกเจ้าตามจริงว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในสวนบรมสุขเกษม” (ข้อ 43) เพียงแค่ทูลขอ เขาก็ได้รับ เพราะการทูลขอแสดงให้เห็นถึงความเชื่อของเขา และการที่เขาทูลขอนั้นเป็นหลักฐานว่าเขาได้เชื่อแล้ว ผู้ใดที่เชื่อ ผู้นั้นก็ได้รับความรอด

✅ นอกจากนี้ เขายังได้รับความมั่นใจในความรอด เพราะหลักประกันแห่งความรอดของเขาอยู่ในพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ว่า “วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในสวนบรมสุขเกษม” วันนี้พระคำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่เรายังมีมากกว่านั้นอีกมาก และพระคำเหล่านี้ก็เป็นหลักประกันแห่งความรอดของเรา ตัวอย่างเช่น “ผู้ที่เชื่อเข้าสู่พระบุตรมีชีวิตนิรันดร์” (ยฮ/ยน.3:36) และ “ผู้ที่มีพระบุตรของพระเจ้าก็มีชีวิต” (1ยฮ/ยน.5:12) ดังนั้น เพียงแค่เชื่อพึ่งในพระคำเหล่านี้ เราก็ได้รับความรอด

✅✅
ขอรับหนังสือฟรี 7 เล่ม
เลือกรับได้ทั้ง E-book และรูปเล่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ที่นี่
https://www.rhemabooks.org/th/home
ติดต่อให้เราช่วยเหลือในการลงทะเบียนขอหนังสือฟรีได้ที่
facebook : m.me/rhemathailand
Line : lin.ee/CIevimr

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #ความหมายของชีวิต #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #ข้อพระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #กิตติคุณ #ข่าวประเสริฐ #กิตติคุณของพระเจ้า

ถ้าพระคัมภีร์เป็นเพียงหนังสือศาสนา เราอาจอ่านเพื่อรู้ว่า “ต้องทำอะไรบ้าง” แต่จริงๆ แล้ว พระคัมภีร์เปิดเผยถึงตัวของพระเจ้...
16/08/2026

ถ้าพระคัมภีร์เป็นเพียงหนังสือศาสนา เราอาจอ่านเพื่อรู้ว่า “ต้องทำอะไรบ้าง” แต่จริงๆ แล้ว พระคัมภีร์เปิดเผยถึงตัวของพระเจ้าว่าพระองค์คือใคร? พระองค์มีพระประสงค์ใดต่อมนุษย์? และวันนี้พระองค์ทรงเป็นอย่างไร?

พระเจ้าทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาลก่อน พระองค์ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด พระองค์ทรงสร้างจักรวาลและสร้างมนุษย์ขึ้นมา แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้ทรงอยู่ห่างไกลจากมนุษย์ วันหนึ่งพระองค์จึงเสด็จเข้ามาเป็นมนุษย์ในโลกนี้มีนามว่า "พระเยซู"

“พระคำได้กลายเป็นเนื้อหนัง และได้ตั้งพลับพลาอยู่ท่ามกลางเรา” (ยฮ/ยน.1:14)

พระเยซูทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์ และทรงดำเนินชีวิตมนุษย์อยู่บนโลกนี้ 33 ปีครึ่ง ทรงรู้จักความเหน็ดเหนื่อย, ความเจ็บปวด, การถูกปฏิเสธ และน้ำตา จากนั้นพระองค์ทรงยอมตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่มนุษย์ให้พ้นจากบาป และหลังจากนั้นสามวันก็ทรงเป็นขึ้นจากความตาย

พระเยซูไม่ได้เพียงมาบอกมนุษย์ว่า “จงเป็นคนดี” แต่พระองค์ทรงนำพระเจ้ามาให้มนุษย์รู้จัก พระเจ้าทรงผ่านขั้นตอนต่างๆ มาดำเนินชีวิตมนุษย์ ถูกตรึงตาย และเป็นขึ้นจากความตาย และวันนี้พระองค์ทรงเป็นทั้งพระผู้ช่วยให้รอด, องค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นชีวิตของเรา นี่คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตคริสเตียนแตกต่างออกไป

การเป็นคริสเตียนไม่ใช่การพยายามทำตามคำสอนของพระเจ้า แต่เป็นการแสวงหาเพื่อจะรู้จักพระเจ้า ให้พระองค์เข้ามาเป็นชีวิตและตัวตนของเขา

ดังนั้น เมื่อเรามาอ่านพระคัมภีร์ เราจึงไม่เพียงอ่านเรื่องราวของคนในอดีต แต่เรากำลังมารู้จักว่า…

“พระเจ้าทรงเป็นใคร และพระองค์ทรงต้องการเป็นสิ่งใดในชีวิตของเรา”

พระคัมภีร์คืออัตชีวประวัติของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเปิดเผยพระองค์เองให้มนุษย์ได้รู้จัก และบางทีการเริ่มต้นรู้จักพระเจ้า อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ เพียงคำถามเดียวว่า...

“พระเยซูคือใคร และพระองค์ทรงมีความหมายอะไรต่อชีวิตของฉัน ทำไมฉันจึงต้องการพระเยซู?”

💌
คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรี
จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand
#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

พระคัมภีร์เปิดเผยว่า ในพระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้านั้น พระเจ้าไม่เคยมุ่งหมายให้มนุษย์ต้องทนทุกข์เลย ❤️ในการเนรมิตสร้างด...
15/08/2026

พระคัมภีร์เปิดเผยว่า ในพระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้านั้น พระเจ้าไม่เคยมุ่งหมายให้มนุษย์ต้องทนทุกข์เลย ❤️
ในการเนรมิตสร้างดั้งเดิมของพระเจ้านั้น ทุกสิ่งล้วนดีเลิศ ก่อนที่มนุษย์จะถูกเนรมิตสร้าง พระเจ้าทรงเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้สำหรับมนุษย์ที่พระองค์จะทรงเนรมิตสร้างอย่างพร้อมสรรพ หลังจากที่มนุษย์ถูกเนรมิตสร้างแล้ว พระเจ้าก็ทรงวางมนุษย์ไว้ในสวนเอเดนอันงดงาม ณ ที่นั่นมีต้นไม้หลากหลายชนิดที่งามน่าดู ให้ผลที่เหมาะจะเป็นอาหารสำหรับมนุษย์ ทั้งสวนนี้อยู่ภายใต้การดูแลและการปกป้องของพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงเป็นทั้งการหล่อเลี้ยง, ความสุข, และการปกป้องของมนุษย์

ทุกสิ่งที่มนุษย์อยากได้ อยากมี ล้วนอยู่ในพระเจ้าผู้นี้ ❤️
เมื่อมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย มนุษย์ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นทุกข์
เมื่อมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย มนุษย์ก็ไม่ขัดสนสิ่งใดเลย
เมื่อมีพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย มนุษย์ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสวนนั้น

ความทุกข์ทั้งหมดที่มนุษย์เผชิญอยู่ในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติจากน้ำมือมนุษย์ ล้วนไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้า ‼️ ความทุกข์ที่เกิดจากภัยธรรมชาติและภัยพิบัติจากน้ำมือมนุษย์ล้วนเป็นผลมาจากการตกต่ำของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์ถูกซาตานหลอกลวงและล่อลวงให้ทำบาปและตกต่ำ มนุษย์จึงผิดต่อพระเจ้า แยกจากพระเจ้า กระทั่งเป็นกบฏต่อต้านพระเจ้า ‼️

เมื่อแยกจากพระเจ้า แม้มนุษย์จะได้ของสิ้นทั้งโลก แต่เขาก็ไม่พบกับความสุข หรือความอิ่มใจที่แท้จริง มีแต่ความรู้สึกอนิจจัง เคว้งคว้าง ว่างเปล่า 😢

ดังนั้นมนุษย์ที่ยึดสิ่งใดๆ ที่นอกเหนือจากพระเจ้า โดยหวังให้สิ่งนั้นมาทำให้เขาอิ่มหนำใจ หรือยึดเอาสิ่งนั้นมาเป็นเป้าหมายที่หวังไว้ในชีวิต เขาย่อมไม่อาจหลีกหนีความทุกข์โดยถาวรได้ และเมื่อเขาได้สิ่งนั้นมา เขาจะยังคงรู้สึกเหมือนจับเงา เหมือนไล่ลม 🎈

💚 ในเมื่อพระเจ้าไม่ทรงต้องการให้มนุษย์ต้องเป็นทุกข์ ดังนั้นเมื่อประมาณสองพันปีก่อน พระองค์จึงเสด็จมาเป็นมนุษย์ที่มีนามว่า "พระเยซู" และทรงขจัดความบาปที่ขวางกั้นระหว่างมนุษย์กับพระองค์ ไม่เพียงเพื่อให้มนุษย์จะไม่ต้องพินาศ และไม่ใช่เพื่อให้มนุษย์ไปไขว่คว้าสิ่งอนิจจังในโลกที่นอกเหนือจากตัวของพระองค์ แต่เพื่อให้มนุษย์กลับมาหาพระองค์ และยึดพระองค์เป็นชีวิตและทุกสิ่งของเขา เพื่อจะพบกับความสุขที่นิรันดร์ได้

ดังนั้นหนทางที่จะพ้นทุกข์ก็คือการกลับใจหันสู่พระเจ้า เชื่อและต้อนรับพระองค์เข้ามาเป็นชีวิต และมุ่งแสวงหาที่จะได้รับพระองค์ จนทั้งตัวของเราล้วนเติมเต็มไปด้วยพระองค์

💚💚💚💚💚💚💚
คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรี
จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

14/08/2026

ขอรับหนังสือฟรี
เกี่ยวกับชีวิต
พิมพ์ “ #สนใจ ”

ใน มก.16:7 กล่าวว่า“แต่จงไปบอกเหล่าสาวกของพระองค์ ‘และเปโตร’ ว่า พระองค์เสด็จนำหน้าท่านไปยังมณฑลฆาลิลาย. ท่านทั้งหลายจะเ...
13/08/2026

ใน มก.16:7 กล่าวว่า

“แต่จงไปบอกเหล่าสาวกของพระองค์ ‘และเปโตร’ ว่า พระองค์เสด็จนำหน้าท่านไปยังมณฑลฆาลิลาย. ท่านทั้งหลายจะเห็นพระองค์ที่นั่นเหมือนพระองค์ได้ตรัสไว้แก่พวกท่านแล้ว.”

กิตติคุณมาระโกบันทึกว่า หลังจากองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้นแล้ว ทูตสวรรค์ให้พวกผู้หญิงไปบอกพวกสาวกของพระองค์ “และเปโตร” เป็นพิเศษ คำว่า “และเปโตร” นี้มีความหมายอย่างลึกซึ้ง เป็นคำที่เปโตรจำได้ไม่มีวันลืมตลอดกาล ดังนั้นจึงมีเพียงกิตติคุณมาระโกที่เขียนตามคำบอกเล่าของเปโตรเท่านั้นที่เขียนถึงคำนี้เป็นพิเศษ เพราะเหตุใดคำนี้จึงพิเศษ?

เปโตรเคยกล่าวว่า แม้คนทั้งปวงจะสะดุดล้มเพราะพระองค์ เขาก็จะไม่สะดุดล้มเลย เขาเคยยืนยันว่าจะยอมสละชีวิตเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่เมื่อพระเยซูถูกจับกุม เขากลับปฏิเสธพระองค์ต่อหน้าหญิงรับใช้คนหนึ่ง และถึงกับปฏิเสธด้วยการสบถสาบานถึงสามครั้ง การล้มลงของเปโตรทำให้เขาอาจคิดไปว่าตนเองไม่สามารถกลับไปใกล้ชิดกับองค์พระผู้เป็นเจ้าได้อีกแล้ว

เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้นจากความตาย พระองค์จึงให้ทูตสวรรค์นำข่าวไปบอกพวกสาวก และไม่ได้กล่าวเพียงว่า “ไปบอกพวกสาวกของพระองค์” แต่กล่าวอย่างชัดเจนว่า “จงไปบอกพวกสาวกของพระองค์และเปโตร”

คำว่า “และเปโตร” เป็นถ้อยคำที่ทำให้เปโตรรู้ว่า แม้เขาจะปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ละทิ้งเขา พระองค์ไม่ได้เกลียดชังเขา และไม่ได้ลืมเขา พระทัยของพระองค์ยังคงคิดถึงเปโตร พระองค์ไม่ได้เอ่ยถึงคนอื่นเป็นพิเศษ แต่ได้เอ่ยถึงเปโตรเป็นพิเศษ ราวกับจะบอกว่าพระองค์ยังคงระลึกถึงเขา

นี่คือ พระคุณแก่ผู้สะดุดล้ม

พระคุณเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าเปโตรไม่ได้ทำผิด หรือความผิดของเขาไม่สำคัญ แต่หมายความว่า ความผิดของเขาไม่ได้ทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทอดทิ้งเขา แม้เขาจะสะดุดล้ม พระองค์ก็ยังทรงเปิดทางให้เขากลับมา แม้เขาจะท้อใจ แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เคยท้อใจเลย พระองค์ทรงช่วยเขาแล้ว และเมื่อพระองค์ทรงช่วยท่านครั้งหนึ่งแล้ว พระองค์ก็ทรงช่วยท่านนิรันดร์ ถึงแม้ท่านจะสะดุดล้มและไม่มีกำลังที่จะเข้าใกล้พระองค์ พระคำของพระองค์ก็ยังสามารถให้ท่านมีกำลังกลับมาได้

เปโตรอาจจำได้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงขอให้เขาเฝ้าระวังและอธิษฐาน แต่เขากลับไม่สามารถทำตามได้
เขาอาจจำคำพูดของตัวเองที่เคยมั่นใจว่าจะไม่สะดุดล้ม แต่สุดท้ายกลับเป็นคนที่ปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้า
อย่างไรก็ตาม คำว่า “และเปโตร” ทำให้เขารู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้ายังต้องการเขา และเขายังสามารถกลับไปพบพระองค์ได้

เปโตรจึงเป็นภาพของผู้ที่เคยล้มลง เคยทำผิด และเคยคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับองค์พระผู้เป็นเจ้า คำว่า “และเปโตร” ไม่ได้เป็นคำที่มีความหมายสำหรับเปโตรเพียงคนเดียว แต่เป็นคำที่ย้ำเตือนแก่เรา ไม่ให้เราเข้าใจพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าผิดไป เพราะเมื่อเราพลาดพลั้งสะดุดล้ม พระองค์ไม่ได้ทอดทิ้งเปโตรอย่างไร พระองค์ก็ไม่ได้ทอดทิ้งเราอย่างนั้น

พระคำแห่งพระคุณย่อมเป็นสิ่งที่น่าระลึกถึงเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ได้รับพระคุณ เพราะ…
ในเวลาที่เรามองเห็นแต่ความพ่ายแพ้ของตัวเอง พระองค์ยังทรงระลึกถึงเรา
ในเวลาที่เราไม่กล้าเข้าใกล้พระองค์ พระองค์ยังทรงเปิดทางให้เรากลับมา
ในเวลาที่เราคิดว่าตัวเองไม่สามารถลุกขึ้นได้ พระองค์สามารถทำให้เราลุกขึ้นมาได้

ดังนั้น เมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองห่างไกลจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะความบาป ความผิด หรือความพ่ายแพ้ ขอให้เราจำคำว่า “และเปโตร” ไว้ เพราะคำนี้เตือนเราว่า พระองค์ไม่ได้ทอดทิ้งผู้ที่สะดุดล้ม

เปโตรสะดุดล้ม แต่เขากลับไปพบองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ เราก็สามารถกลับไปหาพระองค์ได้เช่นเดียวกัน

✅✅
ขอรับหนังสือฟรี 7 เล่ม
เลือกรับได้ทั้ง E-book และรูปเล่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ที่นี่
https://www.rhemabooks.org/th/home
ติดต่อให้เราช่วยเหลือในการลงทะเบียนขอหนังสือฟรีได้ที่
facebook : m.me/rhemathailand
Line : lin.ee/CIevimr

#หนังสือฟรี #พระเยซู #คริสเตียน #พระเจ้า #หนังสือเรม่า

🪐เมื่อเรามองดูจักรวาลอันกว้างใหญ่ ความเป็นระเบียบของธรรมชาติ การกำเนิดของชีวิต และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ดำเนินไปอย่างแม่นยำ ล...
11/08/2026

🪐เมื่อเรามองดูจักรวาลอันกว้างใหญ่ ความเป็นระเบียบของธรรมชาติ การกำเนิดของชีวิต และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ดำเนินไปอย่างแม่นยำ ล้วนเป็นพยานว่าจักรวาลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ต้องมีผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงดำรงรักษา และผู้ทรงปกครองทุกสิ่ง นั่นคือ “พระเจ้า”

❇️พระคัมภีร์ประกาศอย่างชัดเจนว่า พระเจ้ามีเพียงพระองค์เดียว พระนามของพระเจ้าคือ พระยะโฮวา (Jehovah) ซึ่งมีความหมายว่า “เราคือซึ่งเราเป็น” (I AM) พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ดำรงอยู่ด้วยพระองค์เอง ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งใด และทรงเป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่ง
ในวิวรณ์ 1:4 กล่าวว่า พระองค์คือ “พระองค์ผู้ทรงเป็นในเดี๋ยวนี้, ผู้ทรงเป็นในกาลก่อน และผู้จะทรงเป็นในนิรันดร์เบื้องหน้านั้น” พระองค์ทรงดำรงอยู่เหนือกาลเวลา ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง และทรงสัตย์ซื่อตลอดนิรันดร์

ผู้คนตลอดทุกสมัยในทุกหนทุกแห่งได้สร้างพระและสิ่งของที่เอาไว้กราบไหว้บูชาขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปเคารพที่ทำจากไม้ หิน โลหะ หรือสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น รวมถึงการยกย่องสิ่งทรงสร้างต่างๆ ให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

แต่พระคัมภีร์เปิดเผยว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พระเจ้า เพราะสิ่งเหล่านี้
หนึ่งปากมี พูดไม่ได้
สองตาไซร้ มองไม่เห็น
สามมื้อให้ กินไม่เป็น
สี่ขาแขน ไร้ฤทธา
ห้าประสาท ขาดสัมผัส
หกมิตรญาติ พึ่งไม่ได้
เจ็ดทวาร ล้วนปิดตาย
แปดพักตร์ใกล้ ใครก็กลัว
ก้าวขยับตัวไม่ได้
สิบ่ให้คุณกับใคร

เพราะไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ใดได้ ไม่สามารถอภัยบาปหรือประทานชีวิตนิรันดร์ได้ ❇️

รูปเคารพไม่ได้หมายถึงเพียงรูปปั้นหรือเทวรูปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกสิ่งที่เข้ามาแทนที่พระเจ้าในหัวใจของมนุษย์ เช่น เงินทอง ชื่อเสียง อำนาจ ความสำเร็จ ความสุขทางโลก หรือแม้แต่ตัวของมนุษย์เอง เมื่อสิ่งเหล่านี้กลายเป็นศูนย์กลางของชีวิต สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็น “พระอื่น” ❗️

📜พระคัมภีร์กล่าวไว้ใน บพส/สดด.16:4 ว่า “ความทุกข์ย่อมทวีแก่ผู้ที่ยึดเอาพระอื่นมาแทนที่”
และ 2พกษ.17:15ข ก็กล่าวว่าเมื่อคนเรา “ติดตามสิ่งที่ว่างเปล่า” ก็ “กลายเป็นผู้ที่ว่างเปล่าไป”

นี่เป็นหลักการฝ่ายวิญญาณที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตมนุษย์ ผู้ที่ฝากความหวังไว้กับรูปเคารพหรือสิ่งของต่าง ๆ มักพบกับความผิดหวัง เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่ลึกที่สุดของหัวใจมนุษย์ได้
เราพบตัวอย่างมากมาย เช่น
➖บางคนแสวงหาเงินทองทั้งชีวิต แต่เมื่อร่ำรวยแล้วกลับไม่มีความสุข ต้องอยู่กับความกังวลและความหวาดระแวง
➖บางคนยึดติดกับชื่อเสียง เมื่อชื่อเสียงเสื่อมลงก็เกิดความสิ้นหวัง
➖บางคนบูชาอำนาจและตำแหน่ง เมื่อสูญเสียอำนาจก็หมดคุณค่าในสายตาตนเอง
➖หลายคนเดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง ทำพิธีกรรมมากมาย แต่ภายในยังเต็มไปด้วยความกลัว ความไม่มั่นคง และความว่างเปล่า
ยิ่งมนุษย์ห่างจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์มากเท่าไร ความทุกข์ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น พระเจ้าทรงเรียกมนุษย์ทุกคนให้ละทิ้งพระเทียมเท็จ และหันกลับมานมัสการ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก

❇️พระเจ้าผู้ทรงสร้างนี้ มิได้ทรงอยู่ห่างไกลจากมนุษย์ พระองค์ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ เสด็จมาในโลก และพระนามของพระองค์คือ พระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงสำแดงพระเจ้าแก่โลก ทรงตายบนกางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษย์ และทรงเป็นขึ้นจากความตายเพื่อประทานชีวิตนิรันดร์แก่ทุกคนที่เชื่อในพระองค์

ดังนั้นเมื่อมนุษย์กลับมาหาพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์ เขาจะได้รับการอภัยบาป มีสันติสุขที่แท้จริง มีชีวิตใหม่ และมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ตลอดไป แทนที่จะดำเนินชีวิตภายใต้ความทุกข์ที่ทวีมากขึ้นจากการติดตามพระอื่น ❗️

❇️❇️❇️❇️❇️❇️❇️
ขอรับหนังสือฟรี 7 เล่ม
เลือกรับได้ทั้ง E-book และรูปเล่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ที่นี่
https://www.rhemabooks.org/th/home
ติดต่อให้เราช่วยเหลือในการลงทะเบียนขอหนังสือฟรีได้ที่
facebook : m.me/rhemathailand
Line : lin.ee/CIevimr

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #ความหมายของชีวิต #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #ข้อพระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #กิตติคุณ #ข่าวประเสริฐ #กิตติคุณของพระเจ้า

บางครั้ง…ชีวิตก็หนักเกินกว่าจะอธิบายเราตื่นขึ้นมา พร้อมกับภาระที่ต้องแบกความกังวลที่อยู่ในใจและความเหนื่อยที่ไม่มีใครมอง...
10/08/2026

บางครั้ง…ชีวิตก็หนักเกินกว่าจะอธิบาย
เราตื่นขึ้นมา พร้อมกับภาระที่ต้องแบก
ความกังวลที่อยู่ในใจ
และความเหนื่อยที่ไม่มีใครมองเห็น

เราพยายามเข้มแข็ง พยายามไปต่อ
แต่ลึก ๆ กลับรู้สึกว่า … หัวใจมันล้าเหลือเกิน
ชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยความทุกข์
ความกดดัน ความผิดหวัง
และบางคืน … ก็ได้แต่นอนคร่ำครวญเงียบ ๆ
แต่ท่ามกลางความเหนื่อยนั้น

ยังมีข่าวดีที่อ่อนโยนเสมอ
มี “พระองค์” ผู้ทรงเข้าใจทุกความรู้สึก
ทรงมองเห็นน้ำตาที่ไม่มีใครเห็น
และทรงพร้อมจะเข้ามา “แบ่งเบา”
พระองค์ไม่ได้เรียกเราเพราะเราเข้มแข็งพอ
แต่เรียกเรา … ในวันที่เราอ่อนแอที่สุด

ในพระคัมภีร์กล่าวว่า
“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายพักสงบ” — มธ.11:28

อย่าลังเลเลย …
อย่าปล่อยให้หัวใจต้องแบกทุกอย่างลำพัง
เพียงแค่เปิดใจและเข้ามาหาพระองค์
แล้วคุณจะพบว่า … มีใครบางคนที่รักคุณ

“โอ้ พระเยซู…ข้าพเจ้าเหนื่อยและอ่อนล้าเหลือเกิน
ขอเปิดออกต่อพระองค์ ยินดีให้พระองค์เข้าสู่ชีวิตของข้าพเจ้า
ขอมอบทุกภาระของพระเจ้าไว้กับพระองค์ ข้าพเจ้าต้องการการพักสงบที่แท้จริง”

💌
ขอรับหนังสือฟรี 7 เล่ม
เลือกรับได้ทั้ง E-book และรูปเล่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ที่นี่
https://www.rhemabooks.org/th/home
ติดต่อให้เราช่วยเหลือในการลงทะเบียนขอหนังสือฟรีได้ที่
facebook : m.me/rhemathailand
Line : lin.ee/CIevimr
#หนังสือฟรี #พระเยซู #คริสเตียน #พระเจ้า #หนังสือเรม่า

มีเพลงบทหนึ่งได้บรรยายถึงใจของคนที่รักองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจไว้ดังนี้1. ทิวทัศน์โลกาได้ผ่านตาข้าขอท่านให้ตาบอ...
08/08/2026

มีเพลงบทหนึ่งได้บรรยายถึงใจของคนที่รักองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจไว้ดังนี้

1.
ทิวทัศน์โลกาได้ผ่านตาข้า
ขอท่านให้ตาบอดอีกครา
ไม่แล้ว ข้าเกรงพระทัยชื่นบาน
จะไม่สำแดงเหมือนก่อนนั้น

(รับ)
ทิวทัศน์โลกาได้ผ่านตาข้า
ขอท่านให้ตาบอดอีกครา
ไม่แล้ว ข้าเกรงพระทัยชื่นบาน
จะไม่สำแดงเหมือนก่อนนั้น

2.
แสงทอง สายัณห์ หมู่ดาว เมฆา
ขอชมเมื่ออยู่สวนปรีดา
วันนี้ที่นี่เปี่ยมพระเมตตา
แม้นตาบอด อิ่มใจนักหนา

3.
ข้าไม่หวังพ้นทุกข์หนามทิ่มแทง
ยอมอ่อนแอ พระคุณสำแดง
สง่าราศี สุกใสในม่าน
ยังฉายส่องคนตาบอดนั้น

4.
ยามราตรี ข้าพบความงามท่าน
โดยใช้ความเชื่อ ไม่ใช้ตา
ทรงถูกข่มเหง เยาะเย้ยถากถาง
แต่ข้าเห็นพระพักตร์สว่าง

5.
เหนือกว่าจันทรา เหนือกว่าทิวา
เหนือกว่าดารา ทั้งเมฆา
คือสง่าราศีไร้เปรียบปาน
บนพระเศียรสวมมงกุฎหนาม

เมื่อประมาณ 600 ปีก่อน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้มิสไบร์ด ไปวางมือให้พี่น้องหญิงที่ชื่อ "ดารา" ที่ตาบอดมาแต่กำเนิด ในเวลานั้น ดาราเป็นวัยรุ่น เมื่อได้รับการวางมือ ตาของเธอก็มองเห็นได้ เธอจึงมีความสุขมากที่ได้เห็นดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์, ดวงดาว และทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเธอ

แต่เมื่อผ่านไปไม่กี่วัน เธอกลับไปหามิสไบร์ดด้วยความเศร้าหมอง เธอมาเพราะอยากได้รับการวางมืออีกครั้ง เมื่อถูกถามว่าเธอยังมีโรคภัยอะไรอีก เธอก็ตอบว่า "ได้โปรดอธิษฐานให้ฉันตาบอดอีกครั้ง เพราะทิวทัศน์ที่งดงามเหล่านี้ทำให้ฉันไขว้เขวไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้า"

มิสไบร์ดจึงนำถ้อยคำของดารามาเรียบเรียงเป็นเพลงบทนี้ ที่แสดงถึงใจของคนที่เพ่งมองที่องค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และยังสะท้อนให้เรามองเห็นท่าทีที่บุคคลเช่นนี้มีต่อโลก

"ท่านทั้งหลายได้รับการไถ่ ให้หลุดพ้นจากการดำเนินชีวิตที่ไร้สาระ ... ด้วยพระโลหิตอันล้ำค่า ... คือพระโลหิตของพระคริสต์" (1ปต.1:18-19)

💚💚💚💚💚💚💚
คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรี
จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

การสละตัวเอง ไม่ใช่แค่การเสียสละพระเยซูตรัสไว้ว่ามธ.16:24–25 กล่าวว่า “ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่า ‘ถ...
07/08/2026

การสละตัวเอง ไม่ใช่แค่การเสียสละ

พระเยซูตรัสไว้ว่า

มธ.16:24–25 กล่าวว่า “ขณะนั้นพระเยซูจึงตรัสแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่า ‘ถ้าผู้ใดจะใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นสละตัวเองและแบกกางเขนของตนและติดตามเรามา เพราะว่าผู้ใดใคร่จะช่วยชีวิตฝ่ายจิตของตนให้รอด ก็จะสูญเสียชีวิตฝ่ายจิต แต่ผู้ใดจะสูญเสียชีวิตฝ่ายจิตของตนเพราะเห็นแก่เรา ก็จะได้รับมาซึ่งชีวิตฝ่ายจิต’”

พระเยซูทรงกล่าวถึงสามสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ คือ (1) การสละตัวเอง, (2) การแบกกางเขน และ (3) การติดตามพระองค์

หลายคนเข้าใจว่าการสละตัวเองคือการยอมสละเงินทอง, เวลา หรือสิ่งของให้ผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมความหมายทั้งหมด เพราะบางครั้งการให้ก็อาจทำเพื่อชื่อเสียง, การยอมรับ หรือเพื่อทำให้รู้สึกว่าตัวเราดีกว่าผู้อื่น

เปาโลเตือนเราไว้ใน 1กธ/คร.13:3 ว่า “หากข้าพเจ้าขายทรัพย์สินทั้งสิ้นของข้าพเจ้าเพื่อซื้ออาหารเลี้ยงผู้อื่น และยังยอมสละร่างกายของข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้าจะมีที่อวดได้ แต่ไม่มีความรักก็หาเป็นประโยชน์ต่อข้าพเจ้าไม่”

คำว่า "สละ" ในที่นี้ มีความหมายว่า ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับตัวเอง นั่นคือ การไม่ให้ "ตัวตน" เป็นศูนย์กลางของชีวิตอีกต่อไป

ธรรมชาติของมนุษย์มักคิด, พูด และตัดสินใจโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่การสละตัวเองคือการยอมวางความต้องการ, ความภูมิใจ และความคิดของตนลง เพื่อให้พระเจ้าทรงเป็นผู้ครอบครองชีวิต

การสละตัวเองจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนพฤติกรรมภายนอก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากภายใน ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถทำได้ด้วยกำลังของตนเอง แต่เกิดขึ้นเมื่อเรายอมให้ชีวิตของพระเจ้าทรงทำงานและครอบครองเรา

พระเจ้าไม่ได้ทรงมองเพียงว่าเรา "เสียสละมากแค่ไหน" แต่ทรงมองว่าเรา "ยอมวางตัวเองลงมากแค่ไหน" เพื่อให้พระคริสต์ทรงได้สำแดงผ่านตัวเรามากที่สุด

✅✅
ขอรับหนังสือฟรี 7 เล่ม
เลือกรับได้ทั้ง E-book และรูปเล่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ที่นี่
https://www.rhemabooks.org/th/home
ติดต่อให้เราช่วยเหลือในการลงทะเบียนขอหนังสือฟรีได้ที่
facebook : m.me/rhemathailand
Line : lin.ee/CIevimr

#หนังสือฟรี #พระเยซู #คริสเตียน #พระเจ้า #หนังสือเรม่า

ที่อยู่

Bangkok
10260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Rhemabooks Thailand - หนังสือเรม่าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์