Rhemabooks Thailand - หนังสือเรม่า

Rhemabooks Thailand - หนังสือเรม่า เพจของเราแจกหนังสือคริสเตียนคุณภาพสูง ลึกซึ้ง เรียบง่าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ และทำได้จริง

หลักความเชื่อของเรา
ผู้คนมักจะถามถึงความเชื่อของเรา นี่คือหลักความเชื่อของเรา. เราไม่ได้เรียกร้องให้ผู้รับหนังสือต้องมีหลักความเชื่อเหมือนกับเรา. หนังสือของเราแจกฟรีให้กับทุกคนในทุกความเชื่อ

ทาง Rhema ยึดถือหลักความเชื่อพื้นฐานที่บรรดาผู้เชื่อทั้งหมดมีร่วมกัน ซึ่งเนื้อหาของหลักความเชื่อนี้ได้ปรากฏให้เห็นทั้งหมดในพันธสัญญาใหม่. โดยเฉพาะเราเชื่อว่า หลักความเชื่อพื้นฐานแห่งพันธสัญญาใหม่นี้ได้ประกอบขึ้นด้วยประเด็นเกี่ยวกับ พระคัมภีร์ พระเจ้า พระคริสต์ ความรอด และนิรันดร์ดังต่อไปนี้:

1. พระคัมภีร์เป็นการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ที่ครบถ้วน และแต่ละถ้อยคำล้วนเป็นการดลใจของพระเจ้าผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์.
2. พระเจ้าทรงมีเพียงหนึ่งเดียวและเป็นหนึ่งชั่วนิรันดร์ ทว่าพระองค์ยังทรงเป็นสามชั่วนิรันดร์ในฐานะพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณ ซึ่งทั้งสามแตกต่างกัน แต่ไม่แยกออกจากกัน.
3. พระเจ้าในพระคริสต์ทรงกลายเป็นเนื้อหนังมาเป็นมนุษย์ที่จริงแท้และครบถ้วนสมบูรณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า เยซู. พระองค์ทรงถูกตรึงตายบนไม้กางเขน สำเร็จการตายแทนเพื่อไถ่เรา. ในวันที่สาม พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากตาย เป็นขึ้นมาด้วยพระวรกายอันสง่าราศี. พระองค์เสด็จสู่สวรรค์สู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และถูกกระทำให้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่งสารพัด.
4. มนุษย์มีบาปและเต็มไปด้วยความบาป ดังนั้นจึงตกอยู่ภายใต้การพิพากษาของพระเจ้า. ทว่าโดยการตายแทนของพระคริสต์ มนุษย์จึงมีหนทางที่จะได้รับการช่วยให้รอดจากความบาปและการพิพากษาของพระเจ้า. ทันทีที่คนหนึ่งกลับใจต่อพระเจ้าและเชื่อเข้าสู่องค์พระเยซูคริสต์เจ้า เขาก็จะได้รับความรอดอันนิรันดร์, การอภัยบาป, การโปรดให้ชอบธรรมต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า, และกระทั่งมีสันติสุขต่อพระเจ้า. โดยมีพื้นฐานเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับความรอดจึงได้รับชีวิตและพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งกระทำให้เขากลายเป็นบุตรน้อยของพระเจ้า และอวัยวะหนึ่งในพระกายของพระคริสต์ ที่ซึ่งบรรดาผู้เชื่อทั้งหมดได้เติบโตและก่อสร้างขึ้นด้วยกันจนกระทั่งสุกงอม.
5. พระคริสต์จะเสด็จกลับมายังแผ่นดินโลกอีกครั้งเพื่อมารับบรรดาผู้เชื่อทั้งปวงของพระองค์กลับสู่พระองค์เอง. ในนิรันดร์กาล เราจะร่วมอาศัยกับพระเจ้าในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งเป็นการสำเร็จสุดยอดแห่งการช่วยให้รอดของพระเจ้าที่มีต่อบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรร.

❇️กางเขนของพระเยซูคริสต์ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เมื่อสองพันปีก่อน แต่เป็นการงานแห่งการไถ่ที่มีคุณค่านิรันดร์แ...
21/09/2026

❇️กางเขนของพระเยซูคริสต์ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เมื่อสองพันปีก่อน แต่เป็นการงานแห่งการไถ่ที่มีคุณค่านิรันดร์และยังคงสดใหม่อยู่เสมอ (ฮร/ฮบ.9:14, 23, 25–26)

🐑 การถวายสัตว์บูชาในสมัยพันธสัญญาเดิมไม่สามารถขจัดความบาปได้จริง แต่เป็นเพียงเงาที่ชี้ไปยังพระคริสต์ผู้ทรงเป็น “พระเมษโปดก” หรือลูกแกะของพระเจ้าที่จะมาขจัดความบาปในภายหน้า

🐑เมื่อผู้คนในสมัยก่อนถวายสัตว์บูชาด้วยความเชื่อ นั่นคือเงาที่สะท้อนให้พระเจ้าเห็นการงานของพระคริสต์ล่วงหน้า พระเจ้าจึงทรงละเว้นบาปแก่พวกเขา (รม.3:25) ส่วนผู้เชื่อในปัจจุบันได้รับความรอดโดยเชื่อในพระเยซูผู้ทรงตายและเป็นขึ้นแล้ว (ข้อ 26) แต่ผู้คนทั้งสองยุคต่างได้รับความรอดจากกางเขนเดียวกัน

พระคัมภีร์กล่าวว่า พระคริสต์ทรงเปิด “หนทางที่ใหม่และมีชีวิต” ให้เราเข้าสู่ที่ประทับของพระเจ้า ทาง “ใหม่” นี้ถูกเปิดออกโดยการถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชา นั่นแสดงว่าในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น กางเขนไม่เคยเก่าเลย คุณค่าของการไถ่ยังคงสดใหม่และมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ✨

เมื่อเราเห็นความสดใหม่ของกางเขน ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราจะได้รับกำลัง เราจะรักพระเจ้ามากขึ้น ยิ่งเกลียดชังความบาป และกล้าดำเนินชีวิตต่อพระองค์ แม้เมื่อเราพลาดพลั้ง พระโลหิตของพระเยซูยังคง “ชำระเราให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1ยฮ/ยน.1:7) 🩸เพราะการงานแห่งกางเขนยังคงดำเนินอยู่เพื่อผู้ที่เชื่อในพระองค์

องค์พระผู้เป็นเจ้ายังทรงสถาปนาอาหารค่ำของพระองค์และตรัสว่า “จงกระทำอย่างนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา” (1กธ/คร.11:25) เพื่อให้เราระลึกถึงการตายของพระองค์อยู่เสมอ และไม่ปล่อยให้กางเขนกลายเป็นเพียงเรื่องราวในอดีต

✨ขอพระเจ้าทรงเปิดตาของเรา ให้เห็นว่า กางเขนไม่เคยเก่า แต่ยังคงสดใหม่ มีประสิทธิภาพ และเปี่ยมด้วยพระคุณทุกวัน เพื่อเราจะกล่าวได้เช่นเดียวกับอัครทูตเปาโลว่า
“แต่ขอให้การอวดนั้นอยู่ห่างไกลจากข้าพเจ้า เว้นแต่การอวดเรื่องกางเขนขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา” (ฆต/กท.6:14)

📥จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand
#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

คำว่า “คริสเตียน” มาจากภาษากรีกว่า Christianos (คริสติอานอส) ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ติดตามพระคริสต์” หรือ “คนของพระคริสต์...
20/09/2026

คำว่า “คริสเตียน” มาจากภาษากรีกว่า Christianos (คริสติอานอส) ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ติดตามพระคริสต์” หรือ “คนของพระคริสต์”

ในสมัยแรก คำนี้ไม่ได้เป็นชื่อที่ผู้เชื่อตั้งให้ตัวเอง แต่เป็นชื่อที่คนภายนอกใช้เรียกผู้ที่เชื่อและติดตามพระเยซูคริสต์ โดยเฉพาะในเมืองอันติโอเกีย (กจ.11:26)

สำหรับผู้คนในจักรวรรดิโรมัน การเป็น “คนของใคร” มีความหมายอย่างมาก เพราะใครๆ ก็อยากเป็นผู้ติดตามซีซาร์ อยากถูกเรียกว่า “คนของซีซาร์” (caesarianos) ดังนั้น เมื่อคริสเตียนภาคภูมิใจกับการเป็นคนของพระคริสต์ จึงเป็นเรื่องพิเศษ

แต่สำหรับเราในวันนี้ คำว่า “คริสเตียน” ไม่ควรเป็นเพียงชื่อหรือป้ายที่ติดอยู่กับเรา

การเป็นคริสเตียนยังต้องหมายถึง การร่วมเป็นหนึ่งกับพระองค์ และให้พระองค์เข้ามาเป็นชีวิตของเรา จนพระคริสต์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่เราเชื่อ แต่เรายังดำเนินชีวิตโดยพระองค์ในแต่ละวันด้วย

คริสเตียนจึงไม่ใช่เพียงคนที่ “นับถือศาสนาคริสต์” แต่คือคนธรรมดาคนหนึ่งที่ได้หันมาหาพระเยซู เชื่อในพระองค์ และเปิดชีวิตให้พระองค์เข้ามาเปลี่ยนแปลงจากภายใน

“แต่ถ้าผู้ใดต้องทนทุกข์เพราะเป็นคริสเตียน ก็อย่าให้คนนั้นมีความละอาย แต่ให้ถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าเพราะชื่อนี้”— 1ปต.4:16

หากการติดตามพระคริสต์ทำให้เราต้องเผชิญกับการดูหมิ่น การเข้าใจผิด หรือความยากลำบาก อย่าให้เราละอายต่อะพระองค์ แต่ขอให้ชีวิตของเราเป็นพยานถึงพระคริสต์ เพราะการถวายสง่าราศีแด่พระเจ้า สำแดงพระองค์ออกมาผ่านชีวิตของเรา นั่นคือการถวายสง่าราศีแด่พระองค์

เมื่อผู้คนมองเห็นชีวิตของเรา ให้พวกเขาได้เห็นพระคริสต์ผู้ทรงมีชีวิตอยู่ในเรา

เราเป็นคริสเตียน ไม่ใช่เพียงเพราะเรามีชื่อว่าเป็นของพระคริสต์ แต่เพราะชีวิตของเรากำลังสำแดงว่าพระคริสต์ทรงเป็นชีวิตของเรา

🐑💌
คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรี
จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand
#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #ความรอด #ความรัก #ฉลาด #ปัญญา

หลายคนเคยได้ยินเรื่องหญิงพรหมจารี 10 คนมี 5 คนเป็นหญิงที่ฉลาดส่วนอีก 5 คนเป็นหญิงโง่ทั้ง 10 คนล้วนถือตะเกียงไปรอรับเจ้าบ...
19/09/2026

หลายคนเคยได้ยินเรื่องหญิงพรหมจารี 10 คน
มี 5 คนเป็นหญิงที่ฉลาด
ส่วนอีก 5 คนเป็นหญิงโง่
ทั้ง 10 คนล้วนถือตะเกียงไปรอรับเจ้าบ่าว
แต่เมื่อตะเกียงจวนดับ
หญิงโง่ไม่ได้เอาน้ำมันใส่ภาชนะไว้เติมตะเกียง
หญิงที่มีปัญญาก็มีน้ำมันไม่พอที่จะแบ่งให้
หญิงโง่เลยต้องออกไปซื้อน้ำมัน
ระหว่างที่ไปซื้อน้ำมัน
หญิงที่มีปัญญาได้เข้าร่วมงานเลี้ยงสมรส
เมื่อหญิงโง่ซื้อน้ำมันกลับมา
ประตูงานเลี้ยงปิดแล้ว
หญิงโง่เหล่านี้จึงไม่ได้เข้าไป (มธ.25:1-13)

อ่านจบแล้ว ทุกคนล้วนไม่อยากเป็นหญิงโง่
แต่คำถามสำคัญคือ
“พระเจ้าทรงใช้อะไรตัดสินว่า
ใครคือหญิงที่ฉลาด มีปัญญา?”

บางคนคิดว่าสิ่งที่ใช้ตัดสินคือ “ความรอด”
เขาคิดว่าหญิงโง่คือคนที่ยังไม่ได้รับความรอด

แต่ในเมื่อตะเกียงของพวกเธอ “จวนดับ”
นั่นแสดงว่า “ในตะเกียงนั้นก็มีน้ำมันแล้ว”
ใน สภษ.20:27 เปิดเผยว่า
ตะเกียงหมายถึง “วิญญาณของมนุษย์”
ส่วนน้ำมันเล็งถึง “พระวิญญาณของพระเจ้า”
เรื่องนี้พิสูจน์ว่า แม้พวกเธอจะโง่
แต่พวกเธอก็ได้รับความรอดแล้ว
เพราะภายในเธอมีพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว.. ถึงจะรอดแล้ว ก็ยังโง่ได้

บางคนตอบว่าปัญญาตัดสินกันที่ “ภาชนะ”
เพราะเมื่อตะเกียงจวนดับ
หญิงที่ฉลาดมีภาชนะใส่น้ำมันด้วย
ขณะที่หญิงโง่มีน้ำมันแค่ใน “ตะเกียง”
แต่ไม่มีน้ำมันใน “ภาชนะ” ซึ่งเล็งถึงจิตของเรา

ทว่าต่อมาเมื่อหญิงโง่ซื้อน้ำมันได้แล้ว
ในภาชนะของหญิงโง่ก็มีน้ำมันเช่นเดียวกัน
เหมือนกับที่ภาชนะของหญิงฉลาดมีน้ำมัน
น้ำมันในภาชนะ จึงไม่ใช่ปัจจัยที่ชี้ถึงปัญญา

วอท์ชแมน นี ชี้ให้เห็นว่า ตัววัดปัญญาคือ “เวลา”
ทั้ง 10 คนล้วนได้จ่ายราคาซื้อน้ำมันใส่ภาชนะ
แต่หญิงฉลาดที่มีปัญญานั้น
ฉวยเวลาจ่ายราคาก่อนที่จะหลับไป (มธ.25:5)
ก่อนที่จะล่วงหลับ ไปคอยพระองค์ในแดนมรณา

พระคัมภีร์เปิดเผยว่า ปัญญาเป็นเรื่องของเวลา
การดำเนินชีวิตอย่างคนมีปัญญา
คือการไถ่เวลากลับมา (อฟ.5:15-16)

คริสเตียนทุกคนล้วนต้องจ่ายราคา
เพื่อให้ทั้งความคิด, อารมณ์, ความตั้งใจของเรา
ถูกเติมเต็มด้วยพระวิญญาณ
ด้วยการอธิษฐาน, การอ่านพระคำ,
จัดการกับฝ่ายโลก, เนื้อหนัง, ตัวเอง,
ชีวิตธรรมชาติ ที่ครอบงำอยู่ในจิตของเขา

แต่มีเพียงผู้ที่ยอมจ่ายราคาในเวลานี้
ในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่
ในขณะที่พระคริสต์ยังไม่เสด็จกลับมา
จึงจะนับได้ว่าเป็นหญิงที่มีปัญญา
คู่ควรที่จะได้ร่วมงานเลี้ยงสมรส
กับพระคริสต์ผู้เป็นเจ้าบ่าวของเรา

💚💚💚💚💚💚💚
คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรี
จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #ความรอด #ความรัก #ฉลาด #ปัญญา

เมื่อพระเจ้าเป็นผู้เรียกร้อง พระองค์เองก็คือผู้ที่จะสนองข้อเรียกร้องนั้นบางครั้งเมื่อเราเห็นข้อเรียกร้องของพระเจ้าที่สูง...
18/09/2026

เมื่อพระเจ้าเป็นผู้เรียกร้อง พระองค์เองก็คือผู้ที่จะสนองข้อเรียกร้องนั้น
บางครั้งเมื่อเราเห็นข้อเรียกร้องของพระเจ้าที่สูงและจริงจัง เราอาจรู้สึกว่า “เราจะทำได้จริงหรือ?”
แต่ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากเรา พระองค์ก็ย่อมทรงจัดเตรียมหนทางให้เราสามารถสนองข้อเรียกร้องนั้นได้
ทุกความปรารถนาที่พระเจ้าทรงริเริ่มและเร่งเร้าอยู่ภายในเรา พระองค์ย่อมมีวิธีที่จะทำให้สิ่งนั้นสำเร็จ โดยประทานพระคุณที่มาเปลี่ยนแปลงภายในตัวเรา สภาพแวดล้อม หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงจัดเตรียม
เมื่อพระองค์ทรงมอบหมายสิ่งใด พระองค์ก็ทรงประทานกำลังที่จำเป็นให้เราทำตามได้

เสียงเรียกร้องที่มาจากพระเจ้า จึงมีค่าเท่ากับการประกาศล่วงหน้าถึงพระคุณที่พระองค์จะประทานให้เรา
ดังนั้น แม้สิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจะดูสูงเกินกำลังของเรา ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะแม้กำลังของตัวเองจะทำไม่ได้ พระองค์ทรงสามารถทำสิ่งที่เกินกว่าความสามารถของเราได้ และพระองค์ก็พร้อมที่จะทำเช่นนั้นในตัวเราแล้ว
พระองค์ทรงบันดาลคนตายให้เป็นขึ้น และทรงบันดาลสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้นได้
ประเด็นไม่ใช่ข้อเรียกร้องของพระเจ้า
แต่สิ่งสำคัญคือ เราจะยินดีตอบรับข้อเรียกร้องโดยความเชื่อ
ซึ่งก็คือการต้อนรับพระคุณที่ทรงจัดเตรียมให้เรา
โดยการเชื่อหรือไม่

ถ้าพระองค์จัดเตรียมให้แล้ว แต่เราไม่รับ เราก็ไม่ได้อะไรทั้งนั้น
มีเพียงเมื่อเราตอบรับโดยความเชื่อ เราก็จะได้รับพระคุณ
ที่จะมาสนองข้อเรียกร้องของพระองค์ในตัวเรา

✅✅
ขอรับหนังสือฟรี 7 เล่ม
เลือกรับได้ทั้ง E-book และรูปเล่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ที่นี่
https://www.rhemabooks.org/th/home
ติดต่อให้เราช่วยเหลือในการลงทะเบียนขอหนังสือฟรีได้ที่
facebook : m.me/rhemathailand
Line : lin.ee/CIevimr

18/09/2026

ขอรับ #หนังสือฟรี
เกี่ยวกับชีวิต
พิมพ์ #สนใจ

การรักพระคริสต์คือเรื่องสำคัญที่สุดในการเป็นคริสเตียนก็จริงแต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นคริสเตียนสิ่งที่จะช่วยให้เขารับควา...
17/09/2026

การรักพระคริสต์คือเรื่องสำคัญที่สุดในการเป็นคริสเตียนก็จริง
แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นคริสเตียน
สิ่งที่จะช่วยให้เขารับความรอด
ไม่ใช่ความรักที่เขามีต่อพระเจ้า
แต่เป็นความรักที่พระเจ้ามีต่อเขาต่างหาก
สิ่งเดียวที่เขาต้องทำเพื่อจะได้รับความรอด
ก็คือการเชื่อในพระบุตรของพระองค์

กระทั่งข้อความที่พระเยซูตรัสไว้ในลูกา 10:28
ก็ไม่ได้หมายความว่า
เราต้องรักพระเจ้าด้วยสุดใจ สุดจิต สุดกำลัง
และสิ้นสุดความคิด
ตลอดจนรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
ตามที่เขียนไว้ในกฎบัญญัติ
แล้วเราจึงจะได้รับชีวิตนิรันดร์
อย่างที่บางคนตีความไปตามตัวอักษร
โดยไม่ได้ดูบริบทให้ดี

พระเยซูตรัสดังนั้น
กับนักกฎหมายที่มาทดสอบพระองค์
เพื่อจะเปิดโปงให้เขารู้ว่า
ไม่มีมนุษย์ที่ยังอยู่ในเนื้อหนังคนใด
สามารถประพฤติตามกฎบัญญัติได้ (รม.8:3ก, 7)
ดังนั้นกฎบัญญัติจึงไม่อาจให้ชีวิตแก่ผู้ใดได้ (ฆต/กท.3:21)

ด้วยเหตุนี้เมื่อเขาแกล้งถามพระองค์
เพื่อจะอวดว่าเขาเองเป็นคนชอบธรรม
โดยถามว่า “ใครคือเพื่อนบ้านที่เขาต้องรัก?”
พระองค์จึงเล่าเรื่อง “ชายซะมาเรียที่ดี” ให้เขาฟัง

คนที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็ม (ซึ่งหมายถึงสันติสุข)
และถูกหมู่โจรรุมเปลื้องเสื้อผ้าและตีปางตายคนนั้น
ก็เปรียบเหมือนนักกฎหมายคนนี้เอง (ลก.10:36)
เพียงแต่พระองค์ไม่ทรงพูดอย่างนี้กับเขาตรงๆ ตั้งแต่แรก
(เพราะถ้าพูดไป เขาคงไม่อาจทนฟังจนจบเรื่องได้)

เมื่อพระองค์ทรงถามนักกฎหมาย
ที่นึกว่าตัวเองสามารถรักพระเจ้าด้วยสุดใจ
หรือรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองคนนั้นว่า
“ใครคือเพื่อนบ้านของชายที่ถูกโจรปล้นคนนี้?”
พระองค์ก็ไม่ได้บอกให้เขาไปรักเพื่อนบ้านคนนั้นเพื่อเขาจะได้มีชีวิตนิรันดร์
เพราะในเรื่องนั้น ชายที่ถูกปล้นคนนี้
ไม่ต้องรักใครเพื่อจะถูกช่วยให้มีชีวิตรอดเลย

ลองคิดดูว่า
หากชายซะมาเรียที่ดีคนนั้นมาบอกเขาว่า
“เจ้าจงรักเราเหมือนรักตัวเจ้าเองก่อน
และจงรักพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้าด้วย
แล้วเราจะรักษาเจ้า”
อย่างนั้น เขาก็คงไม่รอดแน่นอน
(ที่ปุโรหิตและคนเลวีไม่มาช่วยเขา
ก็คงเป็นเพราะพวกเขาได้แต่พูดอย่างนี้
และรู้ดีว่าพูดไปก็ช่วยเขาไม่ได้)

ขณะที่ชายที่ถูกโจรปล้นและตีปางตายคนนี้
ยังไม่คุ้นเคยกับชาวซะมาเรียที่ดีคนนี้ด้วยซ้ำไป
ชาวซะมาเรียผู้นี้ก็ได้ทำแผลให้เขา นำตัวเขาไปยังโรงแรม
และออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างแทนเขาแล้ว

ดังนั้น เมื่อพระองค์ตรัสว่า
“จงกระทำอย่างนั้นแล้วจะได้ชีวิต”
จึงไม่ได้หมายความว่า
เราต้องไปปฏิบัติตามกฎบัญญัติ
ในการรักพระเจ้าและรักเพื่อนบ้าน
แต่นั่นเป็นการเปิดโปงให้เราเห็นว่า
เราไม่มีความสามารถใดๆ ในการรักพระองค์ด้วยสุดใจ
และไม่มีความสามารถรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองด้วย
ดังนั้นเราจึงไม่อาจได้รับชีวิตนิรันดร์เป็นมรดกด้วยวิธีนี้ได้

และเมื่อพระองค์ตรัสว่า
"ท่านจงไปกระทำอย่างนั้นเหมือนกันเถิด" (ข้อ 37)
ก็หมายความว่า สิ่งที่จำเป็นต่อเราคือ
การต้อนรับความรักที่ "ชาวซะมาเรียคนนั้น" มีต่อเรา
ต้อนรับสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา
ด้วยความรักของพระองค์ โดยการเชื่อพระองค์ต่างหาก
เราจึงจะสามารถได้รับชีวิตนิรันดร์

📥ขอรับหนังสือฟรี จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

16/09/2026
ผู้เชื่อหลายคนยังไม่มีความมั่นใจในความรอด เพราะเมื่อหันมามองดูตัวเอง พวกเขาก็เห็นแต่ความล้มเหลว ความอ่อนแอ และความบาป จึ...
14/09/2026

ผู้เชื่อหลายคนยังไม่มีความมั่นใจในความรอด เพราะเมื่อหันมามองดูตัวเอง พวกเขาก็เห็นแต่ความล้มเหลว ความอ่อนแอ และความบาป จึงคิดว่า “ฉันคงไม่ดีพอที่จะได้รับความรอด” 🤔

แต่ความรอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เราดีพอหรือไม่
ความรอดขึ้นอยู่กับว่า เรามีพระโลหิตของพระเมษโปดกหรือไม่ ✅

ในเทศกาลปัศคา พระเจ้าตรัสกับชาวอิสราเอลว่า
“เมื่อเราเห็นเลือดนั้น เราจะข้ามผ่านเจ้าทั้งหลายไป” (อซด/อพย.12:13)
พระองค์ไม่ได้ตรัสว่า “เมื่อเราเห็นการประพฤติดีของเจ้า” หรือ “เมื่อเราเห็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบของเจ้า”
แต่ตรัสว่า “เมื่อเราเห็นเลือด”

นี่ชี้ให้เห็นว่า พระเจ้าทรงช่วยเราให้รอด
ไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เพราะพระโลหิตอันประเสริฐของพระคริสต์ 🩸

ชาวอิสราเอลได้รับการช่วยให้รอดเพราะเลือดของลูกแกะ ไม่ใช่เพราะพวกเขาดีกว่าชาวอียิปต์ ✅
และชาวอียิปต์พินาศเพราะไม่มีเลือดของลูกแกะ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นคนชั่ว ❌

ดังนั้นอย่าดูที่ตัวเอง เพราะเราจะยิ่งเห็นว่าเราไม่คู่ควร แต่จงมองไปที่พระคริสต์และเชื่อพระองค์เพียงผู้เดียว
เราอาจไม่น่าไว้วางใจ แต่พระองค์ทรงไว้วางใจได้
เราอาจล้มเหลว แต่พระคุณของพระองค์ไม่ล้มเหลว

📖พระคัมภีร์กล่าวว่า
“ด้วยว่าซึ่งท่านได้รับความรอดนั้นก็เพราะพึ่งพระคุณโดยความเชื่อ … และไม่ได้เป็นมาจากการประพฤติ” (อฟ.2:8–9)

ในคืนวันเทศกาลปัศคา “เรือนที่ปราศจากคนตายไม่มีเลย” (อซด/อพย.12:30)
ในบ้านของชาวอิสราเอลมีลูกแกะตายแทนคน แต่ในบ้านของชาวอียิปต์มีคนตาย นี่คือภาพที่ชัดเจนของพระคริสต์ พระองค์ทรงเป็นพระเมษโปดก (ลูกแกะ) ผู้ทรงตายแทนเรา 🐑
ถ้าไม่ยอมรับการตายแทนของพระองค์ เราเองก็ต้องตาย

ขอบพระคุณพระเจ้า เพราะ “ขณะที่เราทั้งหลายยังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:8)

❇️ วันนี้อย่ารอให้ตัวเองดีพอก่อนจึงมาหาพระองค์ อย่าพึ่งความชอบธรรมของตัวเอง แต่จงเชื่อในพระเยซูคริสต์

📥จัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand
#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

คำถามแรกที่อยู่ในพระคัมภีร์“งูจึงถามหญิงนั้นว่า ‘จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า พวกเจ้าอย่ากินผลของต้นไม้ทุกชนิดในสวนนี้?...
13/09/2026

คำถามแรกที่อยู่ในพระคัมภีร์
“งูจึงถามหญิงนั้นว่า ‘จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า พวกเจ้าอย่ากินผลของต้นไม้ทุกชนิดในสวนนี้?’” (ยนซ/ปฐก.3:1)

เครื่องหมายคำถาม (?) ที่มีรูปร่างเหมือนงูนี้คือการล่อลวงอันใหญ่หลวงที่นำมนุษย์
ละทิ้งต้นไม้แห่งชีวิตไปสู่ต้นไม้แห่งความรู้ดีและชั่ว

ถ้าเรานำเครื่องหมายคำถามไปกลับหัว ก็จะมีรูปร่างเหมือนตะขออันแหลมคม
ที่อาบด้วยยาพิษ ทำให้คนเราถูกแขวนไว้กลางอากาศ ระหว่างความเชื่อกับความสงสัย มนุษย์จึงตกอยู่ในความคิดและห่างไกลจากพระเจ้า

คำถามของงูหว่านเมล็ดแห่งความสงสัยไว้ในใจมนุษย์ และปลุกเร้าความสงสัยของมนุษย์: “ถ้าฉันกินผลไม้นี้แล้ว ฉันจะตายจริงหรือ?” มนุษย์ตกอยู่ในท่ามกลางคำถามมากมาย มนุษย์มีนิสัยที่มักจะสงสัย, ปฏิเสธ, และต่อต้านพระเจ้า นี่คือรูปภาพซึ่งบรรยายถึงสภาพที่แท้จริงของมนุษย์ในปัจจุบัน

คำถามที่สองในพระคัมภีร์คือ...

“พระยะโฮวาพระเจ้าได้ทรงเรียกชายนั้นและตรัสแก่เขาว่า ‘เจ้าอยู่ที่ไหน?’” (ยนซ/ปฐก.3:9)

คำถามนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์ได้กินผลจากต้นไม้กลางสวนที่พระเจ้าห้ามไม่ให้อาดามและเอวากิน พระเจ้าไม่ได้กล่าวโทษมนุษย์ที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า แต่พระองค์ทรงถามมนุษย์ว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน?”

อาดามกับเอวารู้ว่าผลลัพธ์แห่งการทำผิดของพวกเขาก็คือความตาย (รม.1:32ก; 6:23ก) ดังนั้นพวกเขาจึงได้หลบไปจากพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและรอคอยการพิพากษาแห่งความตาย (รม.6:8) อย่างไรก็ตามพระเจ้าได้มาเสาะหาพวกเขา ไม่ใช่เพื่อมาตัดสินลงโทษประหารชีวิต แต่ได้มาเพื่อช่วยพวกเขาให้หลุดพ้นจากการตกต่ำ

“เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลก เพื่อปรับโทษมนุษย์โลก แต่เพื่อจะให้มนุษย์โลกได้รับความรอดโดยพระบุตรนั้น” (ยฮ/ยน.3:17)

พระองค์ถามว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน?”
ไม่ใช่เพราะพระองค์ไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน
แต่พระองค์กำลังเรียกเรา
กำลังเสาะหาเรา และกำลังนำเรากลับมาสู่พระองค์ผู้เป็นต้นไม้แห่งชีวิต

งูล่อลวงมนุษย์ให้หนีจากพระเจ้า
แต่พระเจ้าเสาะหามนุษย์เพื่อให้มนุษย์กลับมาหาพระองค์💖

💌
คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรีจัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand
#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #ความรอด #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

“เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ก็จงกระทำการดีต่อคนทั้งปวง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จงกระทำต่อครอบครัวแห่งหลักความเชื่อ” (ฆต/กท.6...
11/09/2026

“เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ก็จงกระทำการดีต่อคนทั้งปวง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จงกระทำต่อครอบครัวแห่งหลักความเชื่อ” (ฆต/กท.6:10)

“โอกาส” นั้นไม่เหมือนกับ “เวลา” เพราะเมื่อโอกาสผ่านไปแล้ว ก็อาจไม่หวนมาอีกเลย

เราไม่เพียงต้องฉวยโอกาสในการแสดงความรักต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า อย่างที่มาเรียเคยทำ แต่ยังต้องฉวยโอกาสในการแสดงความรักต่อพี่น้องรอบตัวเราด้วย

ขณะที่สามีกำลังวางช่อดอกไม้ลงในมือของภรรยาผู้จากไป เด็กที่ยืนพิงอยู่ใกล้ๆ กลับพูดขึ้นมาว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่หนูเห็นลุงเอาดอกไม้ให้เธอ”

ถ้าจะให้ดอกไม้ในยามที่เขาจากไป แล้วทำไมถึงไม่รีบให้ในตอนที่เขายังอยู่?
หลายคนถูกละเลยในยามที่เขายังมีชีวิต แต่เมื่อเขาตายไปกลับมีคนส่งดอกไม้มาให้เขามากมาย

ยามที่เรายังมีโอกาส เราควรฉวยโอกาสนั้นในการปฏิบัติต่อผู้อื่นให้ดี เพราะยังมีอีกหลายคนที่คอยให้เราแสดงความรักต่อเขาอยู่

มีกลอนบทหนึ่งกล่าวว่า
“ในคืนนี้ ช่างอ้างว้าง โอ้ ผองมิตร
โปรดจุมพิต หน้าผากฉัน อันเหน็บหนาว
ที่ฉันก้าว เดินอยู่ ในทุกคราว
ฉันเปลี่ยวเปล่า ขอเธอชิด ให้อุ่นใจ

อยากให้เธอ คิดถึงฉัน ด้วยดวงจิต
ชั่วชีวิต ฉันเหนื่อยล้า เกินทนไหว
เพียงสองขา ฝ่าทั่วหล้า ชลาลัย
เลือดซึมไหล รอยหนาม อยู่ทั่วกาย

โอ้ ดวงใจ ไยเย็นชา ไยหันหนี
โปรดฉันที โปรดอภัย อย่าแหนงหน่าย
หากถึงยาม ไร้ฝัน ฉันวางวาย
รักที่หมาย เฉกคืนนี้ มีค่าใด?”

ถ้าเราไม่รีบฉวยโอกาสที่จะรักผู้อื่น และทำดีต่อเขาในวันนี้ เราจะต้องเสียใจในวันหน้าอย่างแน่นอน

ขอให้เราเรียนรู้ที่จะให้อภัยแก่ผู้อื่น รักผู้อื่น พูดกับผู้อื่นด้วยถ้อยคำที่หวานชื่น และทำเช่นนั้นในวันนี้

💚💚💚💚💚💚💚
คลิก แจ้งที่อยู่รับหนังสือฟรีจัดส่งถึงคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
website: www.rhemabooks.org/th/home
facebook: m.me/rhemathailand

#หนังสือเรม่า #หนังสือฟรี #อีบุ๊กฟรี #พระเยซู #พระเจ้า #ความเชื่อ #คริสเตียน #กลับใจ #หนุนใจ #กำลังใจ #อยากรู้จักพระเจ้า #พระคัมภีร์ #ความรอด #ความรัก #สวรรค์ #อาณาจักร

ที่อยู่

Bangkok
10260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Rhemabooks Thailand - หนังสือเรม่า โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์