คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน - กกร.

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน - กกร. คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน - กกร.

📌 **หลักการและเหตุผล****การจัดงาน Dinner Talk****“Zero Corruption : From Policy to Action”****จากนโยบาย...สู่การลงมือทำ ...
18/08/2026

📌 **หลักการและเหตุผล**
**การจัดงาน Dinner Talk**
**“Zero Corruption : From Policy to Action”**
**จากนโยบาย...สู่การลงมือทำ เพื่อประเทศไทยที่โปร่งใสและแข่งขันได้**

**1. ที่มาและความสำคัญ**

การทุจริตคอร์รัปชันเชิงระบบยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศ มิได้ส่งผลกระทบเพียงต่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาลเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับ **ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ขีดความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว**

การแก้ไขปัญหาการทุจริตจึงไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ **ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม** ในการสร้างระบบที่โปร่งใส ลดช่องว่างและความเสี่ยงของการทุจริต ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ

ภาคเอกชนในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงมีบทบาทสำคัญในการร่วมยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่ธุรกิจ และผลักดันให้หลักธรรมาภิบาลสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยเหตุนี้ **คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน** จึงกำหนดจัดงาน Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ **“Zero Corruption : From Policy to Action”** **จากนโยบาย...สู่การลงมือทำ เพื่อประเทศไทยที่โปร่งใสและแข่งขันได้** เพื่อเป็นเวทีระดับประเทศในการเปิดมุมมอง แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และเชื่อมโยงข้อเสนอจากผู้นำทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติ พร้อมทั้งสร้างแรงขับเคลื่อนและความร่วมมือที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

กำหนดจัดงานในวันพฤหัสบดีที่ **1 ตุลาคม 2569 เวลา 17.30–21.00 น.** ณ ห้อง Royal Jubilee Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน เครือข่ายภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมงานกว่า **1,500 คน**

**2. วัตถุประสงค์**

1. **สร้างเวทีระดับประเทศ** สำหรับแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และมุมมองต่อการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในมิติของเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการพัฒนาประเทศ

2. **เชื่อมโยง “Policy to Action”** จากนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตไปสู่แนวทางการปฏิบัติที่สามารถเกิดผลได้จริงในภาครัฐและภาคธุรกิจ

3. **สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม** เพื่อร่วมกันยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ

4. **ส่งเสริมภาคธุรกิจให้มีบทบาทเชิงรุก** ในการป้องกันการทุจริตและสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และแข่งขันได้

5. **สร้างพลังร่วมและเครือข่าย Zero Corruption** เพื่อให้การต่อต้านการทุจริตไม่หยุดอยู่เพียงการประกาศนโยบาย แต่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสาร Zero corruption🌐
https://www.jsccib.org/news/detail/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-dinner-talk-zero-corruption-from-policy-to-action

**3. ผลที่คาดว่าจะได้รับ**

การจัดงาน Dinner Talk ในครั้งนี้ จะช่วยสร้าง **“พื้นที่กลาง” ในการเชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติ** และสร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยคาดว่าจะเกิดผลสำคัญ ได้แก่

• เกิดความตระหนักและความเข้าใจร่วมกันถึงต้นทุนและผลกระทบของการทุจริตต่อเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

• เกิดข้อเสนอและแนวทางความร่วมมือที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การปฏิบัติ

• เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

• ยกระดับบทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต

• สร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดสังคมและระบบเศรษฐกิจที่ **โปร่งใส เป็นธรรม และแข่งขันได้**



#จากนโยบายสู่การลงมือทำ
#ประเทศไทยที่โปร่งใสและแข่งขันได้

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศช่วงเช้าวันนี้ โดยความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อเ...
17/08/2026

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศช่วงเช้าวันนี้ โดยความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอย่างดอลลาร์สหรัฐ (USD)

💵 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
🔹 อัตรารับซื้ออยู่ที่: 32.62 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ
🔹 อัตราขายออกอยู่ที่: 33.34 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ

#อัตราแลกเปลี่ยน #ค่าเงินบาท #ดอลลาร์สหรัฐ #เงินตราต่างประเทศ

📊 สถานการณ์เศรษฐกิจโลก | 27–31 กรกฎาคม 2569เศรษฐกิจโลกยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบา...
14/08/2026

📊 สถานการณ์เศรษฐกิจโลก | 27–31 กรกฎาคม 2569

เศรษฐกิจโลกยังอยู่ท่ามกลางความผันผวน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงิน เงินเฟ้อ และการเร่งลงทุนในเทคโนโลยี AI ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วโลก

🇺🇸 สหรัฐอเมริกา
GDP ไตรมาส 2/69 ขยายตัว 1.5% ชะลอลงจาก 2.1% ในไตรมาสก่อน โดยการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นและการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลงเป็นปัจจัยกดดัน ขณะที่การบริโภคเพิ่มขึ้น 3.2% และการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นถึง 15.2% จากแรงหนุนของการลงทุนด้าน AI

🇨🇳 จีน
GDP ครึ่งแรกของปี 69 ขยายตัว 4.7% มูลค่าประมาณ 10.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 5.4% และยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.7% ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และบริการสมัยใหม่มีบทบาทเพิ่มขึ้น โดยอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 30% ในปีนี้

🇰🇷 เกาหลีใต้
การส่งออกเดือน ก.ค. ขยายตัว 62.8% จากความต้องการชิป AI และคอมพิวเตอร์ โดยการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 179% และคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 404% สะท้อนแรงส่งจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ยังแข็งแกร่ง

🇬🇧 สหราชอาณาจักร
การผลิตยานยนต์ครึ่งแรกของปีลดลง 7.5% เหลือ 385,979 คัน สะท้อนแรงกดดันจากตลาดรถยนต์และกฎระเบียบด้านรถยนต์ไฟฟ้า แม้การผลิตในไตรมาส 2 เริ่มส่งสัญญาณทรงตัว

🇦🇺 ออสเตรเลีย
ยังเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 4.0% สูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2–3% ขณะที่การลงทุนใน Data Centers และเทคโนโลยี AI มีแนวโน้มช่วยเพิ่มผลิตภาพในระยะยาว

🇮🇳 อินเดีย
การปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำเป็น 15% จาก 6% ส่งผลให้ส่วนต่างภาษีระหว่างทองคำในระบบกับตลาดนอกระบบเพิ่มขึ้นถึง 18% และอาจกระตุ้นการลักลอบนำเข้า ขณะที่การนำเข้าทองคำสุทธิไตรมาส 2 ลดลง 23%

🇹🇭 เศรษฐกิจไทย
การส่งออกเดือน มิ.ย. 69 ขยายตัว 20.8% และครึ่งปีแรกขยายตัว 17.6% โดยกว่า 72% ของมูลค่านำเข้าเป็นวัตถุดิบ เครื่องจักร และสินค้าทุน สะท้อนการนำเข้าเพื่อสนับสนุนการผลิตและการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจาก หนี้ครัวเรือนและหนี้ SMEs โดย NPL ของ SMEs เพิ่มขึ้นเป็น 9.16% ขณะที่หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 85.9% ของ GDP

⛽ ราคาน้ำมันดิบ
ตลาดยังผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดย WTI เฉลี่ยรายสัปดาห์อยู่ที่ 83.00 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent อยู่ที่ 88.51 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ความเสี่ยงด้านอุปทานและการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ ยังเป็นปัจจัยสำคัญ

🪙 ราคาทองคำ
ทองคำโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 4,047.14 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ลดลง 0.4% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ทองคำแท่งไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 64,440 บาท โดยราคายังได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางดอกเบี้ยของ Fed

💵 เงินบาท
เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่อง จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐและราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังมีความเสี่ยงผันผวนจากทิศทางนโยบายการเงินของ Fed และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

📌 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
ทิศทางดอกเบี้ย Fed • สถานการณ์ตะวันออกกลาง • เงินเฟ้อไทย • เงินทุนต่างชาติ • ราคาน้ำมันและทองคำ • การส่งออกของไทย • การลงทุนใน AI และเทคโนโลยี

เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน — AI กำลังเป็นทั้งแรงขับเคลื่อนการเติบโต และปัจจัยใหม่ที่ธนาคารกลางทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

#สถานการณ์เศรษฐกิจโลก #เศรษฐกิจไทย #เศรษฐกิจโลก #การส่งออก #น้ำมัน #ทองคำ #เงินบาท

💰 น้ำมันขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่แรง เกิดอะไรบ้าง?ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นมา +0.07 เหรียญฯ ในช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมา แต่อย่าเพิ่งดีใ...
13/08/2026

💰 น้ำมันขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่แรง เกิดอะไรบ้าง?

ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นมา +0.07 เหรียญฯ ในช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมา แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะปัจจัยหนุนและกดดันสวนทางกันหนักมาก!

🔥 แรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

สหรัฐ-อิหร่านยังคุยไม่รู้เรื่อง ช่องแคบฮอร์มุซอาจปิดยาว

กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้าครั้งแรกในรอบสงคราม มีลูกเรือเสียชีวิต 4 ราย

กองทัพสหรัฐตอบโต้ในอ่าวโอมานแล้ว

📉 แรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐาน

สต็อกน้ำมันสหรัฐเพิ่มขึ้น 17.4 ล้านบาร์เรล (มากสุดในรอบ 7 เดือน!)

OPEC ลดคาดการณ์อุปสงค์โลก เหลือ 5.8 แสนบาร์เรล/วัน (ปรับลดครั้งที่ 4 ติดต่อกัน)

❓ เสียดทานทางการเมืองจะชนะแรงกดดันเศรษฐกิจหรือไม่?
ต้องจับตากันต่อไป

#น้ำมันวันนี้ #วิเคราะห์น้ำมัน #ตะวันออกกลางร้อน #เศรษฐกิจโลกชะลอ

๑๒  สิงหาคมเนื่องในโอกาส วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและ วันแม่...
12/08/2026

๑๒ สิงหาคม
เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
และ วันแม่แห่งชาติ

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
และร่วมสำนึกในพระคุณของแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ 🙏💙

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน กกร.

กกร. ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางธุรกิจไทย–เมียนมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ดร. พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้า...
10/08/2026

กกร. ร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางธุรกิจไทย–เมียนมา

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ดร. พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมงาน Thailand–Myanmar Business Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “A New Chapter in Thailand–Myanmar Business Partnership” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานดังกล่าวจัดโดย สมาคมไทย–พม่าเพื่อมิตรภาพ (The Thai-Myanmar Association for Friendship) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายมิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นประธานร่วมในพิธีเปิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและเมียนมา

งานดังกล่าวได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจไทยและเมียนมาเป็นอย่างมาก โดยมีการจัดเสวนาในประเด็นด้านการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ และโอกาสทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ พร้อมการเจรจาธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

กกร. มุ่งสนับสนุนการเชื่อมโยงภาคเอกชนไทย–เมียนมา และส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง
ติดตามข่าวสาร >>
https://www.jsccib.org/news/detail/thailand-myanmar-business-cooperation

JSCCIB Supports Stronger Thailand–Myanmar Business Partnership

On 6 August 2026, Dr. Poj Aramwattananont, Chairman of the Thai Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand, and Mrs. Pimjai Leeissaranukul, Chairwoman of the Federation of Thai Industries, together with representatives from the Board of Trade of Thailand, the Federation of Thai Industries, and the Thai Bankers’ Association, attended the Thailand–Myanmar Business Forum 2026, held under the theme “A New Chapter in Thailand–Myanmar Business Partnership” at the Queen Sirikit National Convention Center.

The Forum was organized by The Thai-Myanmar Association for Friendship, with Prime Minister Anutin Charnvirakul and U Min Aung Hlaing, President of the Republic of the Union of Myanmar, jointly presiding over the opening ceremony to promote stronger trade and investment cooperation between the two countries.

The Forum received strong interest from the Thai and Myanmar business communities, featuring discussions on trade, investment, economic connectivity, and business opportunities between the two countries, along with business discussions between private-sector representatives.

JSCCIB remains committed to strengthening private-sector connectivity between Thailand and Myanmar and promoting business opportunities to further advance economic cooperation between the two countries.

สวมสิทธิ–พ่อทิพย์” กระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสนอรัฐเร่งเชื่อมข้อมูลและกวาดล้างเจ้าหน้าที่ทุจริต(กรุงเทพฯ, 9 สิงหาคม 25...
10/08/2026

สวมสิทธิ–พ่อทิพย์” กระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสนอรัฐเร่งเชื่อมข้อมูลและกวาดล้างเจ้าหน้าที่ทุจริต

(กรุงเทพฯ, 9 สิงหาคม 2569) คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน แสดงความกังวลต่อปัญหาการขอสัญชาติไทยและสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ หลังพบรูปแบบการ กระทำผิดมีความซับซ้อนมากขึ้น และมีแนวโน้มดำเนินการเป็นเครือข่าย ตั้งแต่นายหน้า ผู้รับจ้าง บุคลากรบางส่วนในสถานพยาบาล ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียนราษฎร

คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการว่าจ้างของชาวต่างชาติฝ่ายเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ของกระบวนการตรวจสอบ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่ครอบคลุม รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของบุคลากรบางส่วน ส่งผลให้มีการออกเอกสารราชการหรือรับรองข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

กรณีเหล่านี้อาจเชื่อมโยงไปถึงการใช้นอมินี การฟอกเงิน การดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ทุนสีเทา และอาชญากรรมข้ามชาติ กระทบต่อความมั่นคง ความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎร และการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า การได้สัญชาติไทยหรือสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบมีอย่างน้อย 9 รูปแบบ ได้แก่

การว่าจ้างชายไทยให้รับรองว่าเป็นบิดาของเด็ก หรือกรณี “พ่อทิพย์”

การว่าจ้างหญิงไทยอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมาย

การสวมสิทธิบุคคลที่เสียชีวิต สูญหาย หรือย้ายไปพำนักในต่างประเทศ

การเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้านโดยใช้ข้อมูลหรือพยานหลักฐานเท็จ

การออกหรือซื้อขายบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ

การแจ้งเกิดที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือแจ้งจำนวนเด็กมากกว่าความเป็นจริง

การว่าจ้างชายไทยจดทะเบียนสมรสกับหญิงต่างชาติโดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจริง

การรับรองเท็จว่าเด็กเกิดในประเทศไทย

การปลอมสูติบัตร ใบรับรองการเกิด หรือเอกสารราชการที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความสนใจ คือ การว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสหรือรับรองบุตรของหญิงต่างชาติที่ตั้งครรภ์ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยตามสถานะของบิดา โดยอาจมีนายหน้าทำหน้าที่จัดหาบุคคล เตรียมเอกสาร ประสานงานกับสถานพยาบาล และนำเอกสารไปใช้แจ้งเกิดต่อหน่วยงานรัฐ

ขณะเดียวกัน ขั้นตอนการรับรองบุตรบางกรณียังอาศัยเอกสารและคำรับรองของบุคคลเป็นหลัก หากการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่รัดกุม หรือมีเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจเปิดโอกาสให้มีการรับรองข้อมูลหรือสถานะทางกฎหมายโดยไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังพบการนำข้อมูลของผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย หรือผู้ที่ไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทยมาใช้ขอออกบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงการเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้านโดยใช้พยานรับรองข้อมูลเท็จ และการซื้อขายเอกสารแสดงสถานะของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย

คณะทำงานฯ ระบุเพิ่มเติมว่า สัญชาติไทยและสถานะทางทะเบียนเกี่ยวข้องกับสิทธิหลายด้าน ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล การเดินทาง การประกอบอาชีพ การพำนัก และการถือเอกสารประจำตัว

ขณะที่บางกรณีอาจถูกนำไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ การถือครองทรัพย์สิน หรือทำธุรกรรมที่กฎหมายจำกัดสิทธิของชาวต่างชาติ รวมถึงใช้ปกปิดตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ผู้หลบหนีคดี ธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ

ผลกระทบจึงครอบคลุมทั้งความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎร ระบบบัตรประจำตัวประชาชน ความมั่นคงของประเทศ การจดทะเบียนธุรกิจ การถือครองทรัพย์สิน และธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนการแข่งขันที่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การได้รับสิทธิโดยมิชอบยังอาจเพิ่มภาระงบประมาณด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการ รวมถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐ

ที่ผ่านมา คดีเกี่ยวกับสถานะบุคคลมักพบในรูปแบบการปลอมสูติบัตร การใช้เอกสารราชการที่มีข้อความเท็จ การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบิดา มารดา หรือสถานที่เกิดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และการสวมสิทธิบุคคลอื่น

แต่ข้อมูลในช่วงหลังพบว่า ผู้กระทำผิดมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การหาลูกค้า การจัดหาผู้รับจ้าง เตรียมเอกสาร ประสานงานกับสถานพยาบาล ไปจนถึงการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ออกเอกสารหรือรับรองข้อมูลโดยมิชอบ

ปัจจุบันยังไม่มีฐานข้อมูลทางการที่แยกสถิติคดีการได้สัญชาติไทยโดยมิชอบอย่างชัดเจน เนื่องจากแต่ละคดีอาจถูกดำเนินการในฐานความผิดต่างกัน เช่น ปลอมเอกสาร แจ้งความเท็จ หรือความผิดตามกฎหมายทะเบียนราษฎร

อย่างไรก็ตาม หลายคดีมีผู้เกี่ยวข้องและผู้ได้รับประโยชน์มากกว่าหนึ่งราย จึงควรพิจารณาปัญหาในภาพรวมของระบบ ไม่ใช่เฉพาะจำนวนคดีหรือจำนวนผู้ถูกจับกุม

7 มาตรการเร่งด่วน
คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ได้แก่

1. ตรวจสอบการรับรองบุตรและการแจ้งเกิดย้อนหลังในกรณีเสี่ยง

โดยกำหนดหลักเกณฑ์คัดกรองความผิดปกติ เช่น บุคคลหนึ่งรับรองบุตรหลายราย หรือมีความเชื่อมโยงกับนายหน้าและสถานพยาบาลที่เคยถูกร้องเรียน

2. เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ทั้งโรงพยาบาล กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลได้ครบถ้วน

3. ตรวจ DNA ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย

ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส และคำนึงถึงกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

4. ขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ

ตั้งแต่ผู้จัดหา ผู้ประสานงาน ผู้รับผลประโยชน์ ไปจนถึงผู้สนับสนุนทางการเงินทั้งในและต่างประเทศ

5. ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

หากพบการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือรับรองข้อมูลเท็จ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน

6. จัดทำระบบวิเคราะห์ความเสี่ยง

ใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลตรวจจับความผิดปกติของการแจ้งเกิด การรับรองบุตร การใช้สถานพยาบาล หรือพยานบุคคลซ้ำในหลายกรณี

7. เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสและติดตามผล

พร้อมคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และเปิดเผยผลการตรวจสอบกับสถิติการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องเร่งเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถตรวจสอบและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการตรวจสอบและเพิกถอนสัญชาติหรือสถานะที่ได้มาโดยมิชอบตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงดำเนินการกับเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างจริงจัง

พร้อมเสนอให้รัฐบาลยกระดับปัญหาการทุจริตสัญชาติและสถานะบุคคลเป็นประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยบูรณาการการทำงานระหว่างกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านสาธารณสุข

เพื่อให้ระบบทะเบียนราษฎรมีความถูกต้อง เชื่อมโยง และตรวจสอบได้ พร้อมลดความเสี่ยงจากการนำสถานะบุคคลไปใช้สนับสนุนทุนสีเทา นอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติ

คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน ขอขอบคุณองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) สำหรับข้อมูลและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการสนับสนุนการจัดทำข้อมูลครั้งนี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสะท้อนรูปแบบและความเสี่ยงของการทุจริต รวมทั้งสนับสนุนแนวทางในการยกระดับระบบตรวจสอบ ป้องกันการทุจริต และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันลดปัญหาคอร์รัปชันและเสริมสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนเทพศิริน...
07/08/2026

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

กกร. ขอร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้
พร้อมขอส่งกำลังใจและความห่วงใย
ไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ
ตลอดจนคณะครู นักเรียน
และผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจ
และผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง

ขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว

📉 **ซาอุฯ ลดราคาน้ำมันส่งออกเอเชีย 50 เซนต์/บาร์เรล**ซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาขายน้ำมันดิบ **Arab Light** สำหรับลูกค้าในเ...
07/08/2026

📉 **ซาอุฯ ลดราคาน้ำมันส่งออกเอเชีย 50 เซนต์/บาร์เรล**

ซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาขายน้ำมันดิบ **Arab Light** สำหรับลูกค้าในเอเชีย ส่งมอบเดือนกันยายน ลง **50 เซนต์ต่อบาร์เรล** ทำให้ราคาอยู่ต่ำกว่าราคาอ้างอิงของตลาดเอเชีย **2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** สวนทางกับที่ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าจะคงราคาเดิม

การปรับลดราคาครั้งนี้สะท้อนมุมมองว่าความกังวลต่อการขนส่งน้ำมันผ่าน **ช่องแคบฮอร์มุซ** เริ่มผ่อนคลาย หลังมีความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือ ส่งผลให้แรงกดดันด้านอุปทานในตลาดโลกลดลง และราคาน้ำมันมีแนวโน้มอ่อนตัว

อย่างไรก็ตาม ตลาดพลังงานยังต้องจับตาความปลอดภัยใน **ทะเลแดง** ซึ่งยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมัน หากเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นอีก อาจส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและทิศทางราคาน้ำมันในระยะต่อไป

📌 ประเด็นที่ต้องติดตาม
▪️ ซาอุฯ ลดราคา Arab Light ลง 50 เซนต์/บาร์เรล
▪️ ราคาต่ำกว่าดัชนีอ้างอิงเอเชีย 2 ดอลลาร์/บาร์เรล
▪️ ตลาดคลายกังวลการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
▪️ ความเสี่ยงในทะเลแดงยังเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
▪️ ทิศทางราคาน้ำมันโลกยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

#น้ำมัน #เศรษฐกิจโลก #ราคาน้ำมัน #พลังงาน #ข่าวเศรษฐกิจ

ที่อยู่

150/2 ถนนราชบพิธ แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน - กกร.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์