ศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการควบคุมยาสูบ

ศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการควบคุมยาสูบ พัฒนากำลังคน เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่

 #เลิกบุหรี่ยากเพราะอะไร  #ปอด  #สมอง  #มะเร็ง  #วู้ดดี้
08/05/2026

#เลิกบุหรี่ยากเพราะอะไร #ปอด #สมอง #มะเร็ง #วู้ดดี้

“สูบเพราะเครียด หรือจริงๆ แล้วเครียดเพราะขาดบุหรี่?”หลายคนรู้ว่าบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพแต่คำถามที่ยากกว่า...

https://www.facebook.com/share/p/17BDrXHTc2/
15/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/17BDrXHTc2/

#ควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทำอะไรกับสมองของลูกเรา
(เก็บตกจากเวทีเสวนา “ครอบครัวปลอดภัย สงกรานต์สาดใจ ไม่สาดควัน” วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมแมนดารินบี ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ)

รศ.ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์ นักวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ จากสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าให้ฟังว่า หลายคนเข้าใจว่าควันบุหรี่ส่งผลแค่กับปอด แต่ความจริงคือสารในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามีโมเลกุลขนาดเล็กมากพอที่จะเข้าสู่กระแสเลือดและไปถึงสมองได้โดยตรง
สมองคือจุดที่น่ากังวลที่สุด เพราะสมองของมนุษย์ไม่ได้สร้างเสร็จตั้งแต่เกิด แต่ใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงอายุประมาณ 24-25 ปี ในแต่ละช่วงวัยสมองกำลังสร้างสิ่งที่แตกต่างกัน ทั้งการเคลื่อนไหว ภาษา การคิด และการควบคุมตัวเอง หากมีสารพิษเข้าไปรบกวนในช่วงเวลานั้น กระบวนการสร้างก็จะหยุดชะงัก ส่งผลให้พัฒนาการล่าช้าและเกิดปัญหาตามมาในระยะยาว
สิ่งที่ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่าที่คิดคือโมเลกุลของมันเล็กกว่า PM2.5 อีก ยิ่งเล็กยิ่งกระจายได้ไกล และยิ่งเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย แม้แต่สารที่ตกค้างบนเสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ เด็กเล็กที่ชอบจับสิ่งของแล้วเอามือเข้าปากก็รับสารเหล่านั้นเข้าไปได้โดยไม่รู้ตัว
#บุหรี่ไฟฟ้ายังถูกออกแบบมาให้สูบครั้งแรกได้ง่าย ไม่มีการระคายเคืองเหมือนบุหรี่มวน มีกลิ่นหอม และรูปทรงน่ารัก จึงกลายเป็นค่านิยมในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่สมองกำลังอยู่ในช่วงที่เสี่ยงต่อการติดสารเสพติดมากที่สุด และเมื่อติดแล้ว #นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ามีปริมาณสูงกว่าบุหรี่มวนหลายเท่า #ทำให้เลิกยากกว่ามาก การเลิกที่ถูกต้องคือการค่อยๆ ลดนิโคตินลงทีละน้อย ไม่ใช่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าทดแทน เพราะนั่นคือการเพิ่มนิโคตินเข้าไปอีก
สิ่งที่ปกป้องเด็กได้ในระยะยาวจึงไม่ใช่แค่การห้าม แต่คือการสร้างทักษะ EF หรือความสามารถในการยับยั้งชั่งใจและตัดสินใจที่ดี ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็กเล็ก เพราะสมองในวัยนั้นยังพร้อมปรับเปลี่ยนได้ง่าย เด็กที่รู้จักคุณค่าของตัวเอง รู้จักปฏิเสธเป็น และมีครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดี คือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่อสารเสพติดได้อย่างแท้จริง

✍️ข้อคิดและบทเรียนสำคัญ
📌 #ควันบุหรี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ปอดแต่เดินทางไปถึงสมอง: สารในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่กระแสเลือดและไปก่อการอักเสบในสมองได้โดยตรง โดยเฉพาะในเด็กที่สมองกำลังอยู่ระหว่างการสร้าง
📌 #ช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่นคือเวลาที่สมองเปราะบางที่สุด: สมองใช้เวลากว่า 25 ปีในการพัฒนาให้สมบูรณ์ สารพิษที่เข้าไปรบกวนในช่วงนี้ไม่ได้ส่งผลแค่ตอนนั้น แต่อาจทิ้งรอยไว้ในพัฒนาการและการเรียนรู้ไปอีกนาน
📌 #บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่าที่มองเห็นเพราะถูกออกแบบมาให้ดูไม่น่ากลัว: โมเลกุลที่เล็กกว่า PM2.5 กลิ่นหอม และรูปลักษณ์ที่น่ารัก ทำให้เด็กและวัยรุ่นเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่รู้ว่ากำลังรับสารพิษเข้าร่างกาย
📌 #ควันบุหรี่มือสามที่ตกค้างในบ้านก็อันตรายเช่นกัน: สารที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์สามารถเข้าสู่ร่างกายเด็กได้ผ่านการสัมผัส แม้จะไม่มีใครสูบต่อหน้าเด็กเลยก็ตาม
📌 #การเลิกบุหรี่ไฟฟ้าด้วยบุหรี่ไฟฟ้าคือความเข้าใจผิดที่อันตราย: วิธีเลิกที่ถูกต้องคือการค่อยๆ ลดนิโคตินลง ไม่ใช่การเปลี่ยนแหล่งนิโคตินที่มีปริมาณสูงกว่าเดิม
📌 #ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับเด็กไม่ได้มาจากการห้ามแต่มาจากทักษะที่สร้างได้ตั้งแต่วัยเล็ก: เด็กที่รู้จักคุณค่าของตัวเอง รู้จักปฏิเสธเป็น และมีครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดี คือเด็กที่พร้อมรับมือกับสิ่งเสพติดได้อย่างแท้จริง

ความรู้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และทุกสิ่งที่คุณหมอวรสิทธิ์ถ่ายทอดไว้วันนั้น ล้วนชี้ไปที่สิ่งเดียวกัน นั่นคือ #ยิ่งรู้เร็วยิ่งปกป้องลูกได้มากกว่า

https://www.facebook.com/share/p/1BDn5rqmV9/
15/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/1BDn5rqmV9/

#คุยกับลูกอย่างไรในวันที่รู้ว่าลูกใช้บุหรี่ไฟฟ้า
(เก็บตกจากเวทีเสวนา “ครอบครัวปลอดภัย สงกรานต์สาดใจ ไม่สาดควัน” วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมแมนดารินบี ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ)

คุณณัฐศจี ทองเหลี่ยม แกนนำผู้ปกครองโครงการครอบครัวปลอดบุหรี่ เล่าย้อนถึงวันที่เปลี่ยนชีวิตว่า #ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะพบพอตบุหรี่ไฟฟ้าสองอันบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของลูกสาวคนเดียว ในบ้านที่ไม่มีใครสูบบุหรี่มาก่อน
วินาทีแรกที่เห็น #โกรธจนมือสั่น ภาพในหัวคือเดินไปเขวี้ยงพอตใส่หน้าลูกแล้วถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ #โชคดีที่วันนั้นลูกไม่อยู่บ้าน จึงได้มีเวลาตั้งสติ และเข้าไปปรึกษาในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองอาสา จนมีคำถามหนึ่งที่ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาว่า "มันใช่ของลูกเราไหม ?" นั่นคือจุดที่ตระหนักว่าตัวเองตัดสินลูกไปหมดแล้ว ทั้งที่ยังไม่รู้อะไรเลย
เธอจึงหยุดความคิดแรก จับเข่าคุยกับกับสามี แล้ว #เลือกเวลาที่เหมาะสม
เพื่อ #นั่งคุยกับลูกอย่างเปิดใจ ถามตรงๆ ว่าใช่ของลูกไหม และบอกลูกว่าอยากเข้าใจจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกรู้สึกได้ว่าแม่ไม่ได้อยู่คนละฝั่ง จึงเปิดใจบอกว่าเครียดเรื่องที่บ้าน การเรียน และเพื่อน ถ้าวันนั้นเธอใช้อารมณ์ คำว่า "หนูเครียด" คงไม่มีวันได้ยิน
เมื่อได้ฟังเหตุผลของลูกก็เล่าความรู้สึกของตนเองบ้าง และไม่ลืมที่บอกเล่าข้อเท็จจริงเรื่องโทษของบุหรี่ไฟฟ้าให้ลูกฟัง โดยไม่บังคับให้เลิก และเชื่อว่าเด็กสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิตตัวเองได้ หลังจากนั้นลูกก็ไม่ได้กลับไปสูบอีกเลย
👉ข้อคิดและบทเรียนสำคัญ

📌 #อารมณ์ที่ระเบิดออกไปในวันนั้นอาจทำให้เสียลูกไปตลอดชีวิต: ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ที่พังแต่โอกาสในการช่วยลูกก็จะหายไปด้วย การตั้งสติก่อนคือสิ่งที่ยากที่สุด แต่สำคัญที่สุด
📌 #การตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากเป็นแม่แบบไหน คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง: จะเป็นแม่ที่เอาชนะลูก หรือแม่ที่ลูกยังกล้ากลับมาหาได้ คำตอบของคำถามนี้จะกำหนดทุกการกระทำที่ตามมา
📌 #เมื่อลูกรู้สึกปลอดภัยความจริงจะไหลออกมาเอง: การคุยโดยไม่ตัดสิน ทำให้ลูกเปิดใจบอกถึงความเครียดที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นรากของปัญหาที่แท้จริง
📌 #ข้อมูลและความห่วงใยได้ผลมากกว่าการบังคับ: เมื่อลูกรับรู้ว่าแม่อยู่ข้างเขาและพูดด้วยเหตุผล ลูกก็สามารถตัดสินใจเลิกได้ด้วยตัวเอง
📌 #พื้นที่ปลอดภัยในบ้านคือสิ่งที่สร้างได้และปกป้องลูกได้จริง: เมื่อไรที่ลูกพลาด ยังมีบ้านและแม่ที่รออยู่ตรงนี้เสมอ คือสิ่งที่มีคุณค่ากว่าการไม่ให้ลูกพลาดเลยสักครั้ง
สิ่งที่คุณแม่ อย่างคุณณัฐศจีทำในวันนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย การหยุดอารมณ์ไว้ได้ก่อนที่มันจะระเบิดออกไป และเลือกที่จะ "เข้าใจ" แทนที่จะ "เอาชนะ" คือหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ในช่วงเวลาที่เจ็บปวดและตกใจที่สุด แต่บทเรียนที่ลึกกว่านั้นคือพื้นที่ที่แม่สร้างขึ้นในวันนั้น ที่ทำให้ลูกรู้ว่าเมื่อไรก็ตามที่พลาด ยังมี #แม่อยู่ตรงนี้เสมอ เพราะลูกที่รู้ว่ากลับบ้านได้เสมอ คือ #ลูกที่ไม่ต้องหาที่พึ่งจากที่อื่น.

#ครอบครัวปลอดภัย #สงกรานต์สาดใจไม่สาดควัน

https://www.facebook.com/share/p/1AneVCrutR/
14/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/1AneVCrutR/

#จากพ่อสูบบุหรี่สู่พ่อไร้ควัน
(เก็บตกจากเวทีเสวนา “ครอบครัวปลอดภัย สงกรานต์สาดใจ ไม่สาดควัน” วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมแมนดารินบี ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ)
คุณกฤชนนท์ จิตรเจริญพร คุณพ่อวัย 38 ปี ของลูกสาว 2 คน เล่าย้อนถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาว่า เขาเริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่มัธยมต้น จากแรงกดดันของกลุ่มเพื่อน และค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในวัยทำงานที่ใช้บุหรี่เป็นที่พึ่งยามเครียด บ้านของเขาเองก็มีพ่อที่สูบจัด ยิ่งทำให้มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา
จุดสั่นคลอนครั้งแรกมาถึงเมื่อพ่อของเขาป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด แต่แม้แต่ความสูญเสียนั้นก็ยังไม่พาเขาไปถึงจุดที่เลิกได้จริง เขาพยายามเลิกด้วยตัวเองหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็วนกลับมาที่เดิม เพราะการเลิกต้องการมากกว่าแค่เหตุผล
จุดคลิกที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อลูกสาวเริ่มโต วันหนึ่งเขาสังเกตว่าตัวเองไม่กล้าเข้าใกล้ลูก ไม่กล้ากอด เพราะรู้ว่าร่างกายของตัวเองแบกควันและสารพิษที่ไม่ควรอยู่ใกล้เด็ก นั่นคือวันที่เขาตระหนักว่าบุหรี่ไม่ได้แค่กัดกร่อนสุขภาพของเขา แต่มันกำลังขโมยความใกล้ชิดที่เขาควรจะมีกับลูกไปด้วย
ด้วยแรงผลักจากภรรยาที่แนะนำให้เข้าร่วมโครงการ "แกนนำพ่อไร้ควัน" เขาได้ทั้งความรู้ กำลังใจ และได้พบคนที่เดินทางเดียวกัน จนในที่สุดก็เลิกได้สำเร็จ สุขภาพดีขึ้น กลับมาเล่นกีฬาได้อีกครั้ง และที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา คือได้นอนกอดลูกโดยไม่ต้องรู้สึกผิด
เรื่องราวของคุณกฤชนนท์ให้ #ข้อคิดและบทเรียนสำคัญ ไว้หลายประการที่น่าหยุดคิดตาม
📌 #สภาพแวดล้อมหล่อหลอมพฤติกรรมได้โดยไม่รู้ตัว: การสูบบุหรี่มักไม่ได้เริ่มจากความตั้งใจ แต่เกิดจากการที่คนรอบข้างทำให้มองว่าเป็นเรื่องปกติ จนค่อยๆ ฝังเป็นนิสัยที่แก้ยาก
📌 #รู้ว่าไม่ดีแต่ยังเลิกไม่ได้หากแรงจูงใจยังไม่ถึงใจจริงๆ: ความรู้เรื่องโทษของบุหรี่อย่างเดียวไม่พอ ตราบใดที่ยังไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักเพียงพอ การพยายามเลิกก็มักวนกลับมาที่เดิม
📌 #ลูกคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ "อยากเลิก" กลายเป็น "ต้องเลิก": เมื่อตระหนักว่าควันบุหรี่กำลังกั้นระยะห่างระหว่างพ่อและลูก แรงจูงใจที่แท้จริงจึงเกิดขึ้น
📌 #การเลิกบุหรี่สำเร็จได้ง่ายขึ้นเมื่อมีระบบสนับสนุนที่ถูกต้อง: ทั้งครอบครัวและโครงการที่ให้ความรู้และกลุ่มผู้เดินทางเดียวกัน คือปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นความสำเร็จได้จริง
📌 #สิ่งที่ได้คืนมาจากการเลิกบุหรี่ไม่ใช่แค่สุขภาพแต่คือคุณภาพของความสัมพันธ์: ความใกล้ชิดในครอบครัวที่เคยถูกบุหรี่กั้นไว้ คือผลลัพธ์ที่มีคุณค่าและจับต้องได้มากที่สุด
เรื่องราวของกฤชนนท์ อาจเป็นเพียงไม่กี่เคสที่เราพบในการเรียนรู้ของพ่อเลิกบุหรี่เพื่อลูก...แต่เราก็เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงของพ่อคนหนึ่งจะเป็นเสียงดังพอที่จะ #เป็นแรงบันดาลใจให้พ่ออีกหลายคนไม่ท้อถอยกลางทาง สู้ต่อไปนะพ่อ เพื่อรอยยิ้มและความสุขของครอบครัว ✌️✌️

#ครอบครัวปลอดภัย #สงกรานต์สาดใจไม่สาดควัน

https://www.facebook.com/share/p/1AaJD9mWjt/
14/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/1AaJD9mWjt/

#บ้านปลอดบุหรี่ความสัมพันธ์ดีเริ่มต้นที่บ้าน
(เก็บตกจากเวทีเสวนา “ครอบครัวปลอดภัย สงกรานต์สาดใจ ไม่สาดควัน” วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมแมนดารินบี ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ)

คุณฐาณิชชา ลิ้มพานิช กรรมการผู้จัดการบริษัท ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม และผู้รับผิดชอบโครงการครอบครัวปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า เล่าให้ฟังว่า กฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะเข้าถึงได้เกือบทุกที่ แต่มีสถานที่เดียวที่กฎหมายยังเข้าไม่ถึง นั่นคือ "บ้าน"
และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้บ้านกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่ในแง่ของควันบุหรี่ที่มองเห็น แต่รวมถึงสารตกค้างที่ติดตามเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และพื้นผิวต่างๆ ในบ้าน ซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็กโดยที่ผู้ปกครองอาจไม่รู้ตัว
สิ่งที่โครงการค้นพบคือ การบังคับหรือการพูดซ้ำๆ ว่า "ทำไมยังเลิกไม่ได้" ไม่ได้ทำให้ใครเลิกบุหรี่ได้จริง แต่ #การสื่อสารเชิงบวก #การจับถูกแทนจับผิด และ #การที่ครอบครัวเดินไปด้วยกันต่างหากที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น การที่ภรรยาบอกว่า "สังเกตว่าวันนี้พ่อยังไม่ได้สูบเลย ดีใจมากที่พ่อพยายามนะ" เพียงประโยคเดียวก็มีพลังมากกว่าการดุหรือการต่อว่าที่สะสมมาหลายปี
คุณฐาณิชชายังเล่าถึงเคสที่สะท้อนให้เห็นว่า #บุหรี่ไม่ได้ทำลายแค่สุขภาพ แต่ #กัดกร่อนความสัมพันธ์อย่างเงียบๆ สามีภรรยาคู่หนึ่งเข้านอนหันหลังให้กันมาหลายปีเพราะกลิ่นบุหรี่ จนวันที่สามีเลิกได้ พวกเขาถึงได้หันหน้าเข้าหากันอีกครั้ง
✍️ข้อคิดและบทเรียนสำคัญ

📌 #การสื่อสารเชิงบวกมีพลังมากกว่าการต่อว่า: การจับถูกและให้กำลังใจในทุกก้าวเล็กๆ คือตัวช่วยทางจิตใจที่ทำให้คนที่กำลังเลิกบุหรี่รู้สึกว่ามีคนเคียงข้างอยู่
📌 #บ้านคือพื้นที่เดียวที่กฎหมายเข้าไม่ถึงจึงต้องอาศัยความรักและความเข้าใจแทน: การสร้างบ้านปลอดบุหรี่ไม่ใช่เรื่องของการบังคับ แต่คือการช่วยกันปรับสภาพแวดล้อมและความสัมพันธ์จากภายใน
📌 #บุหรี่ไม่ได้ทำลายแค่สุขภาพแต่กัดกร่อนความสัมพันธ์อย่างเงียบๆ: ระยะห่างที่เกิดขึ้นในบ้านมักไม่ได้มาจากความขัดแย้ง แต่มาจากกลิ่น ควัน และสารพิษที่สะสมอยู่ในพื้นที่ที่ควรจะอบอุ่นที่สุด
📌 #การเลิกบุหรี่สำเร็จได้เมื่อคนในบ้านเป็นทีมเดียวกัน: ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งสู้คนเดียว แต่ทั้งครอบครัวช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้การเลิกเป็นเรื่องที่เป็นไปได้
หลายๆ ตัวอย่างจากการถ่ายทอดของคุณฐาณิชชาในวันนั้น ไม่ได้เป็นแค่แนวทางการทำงาน แต่คือบทเรียนที่ครอบครัวทุกบ้านนำไปใช้ได้จริง นั่นคือ ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการที่ #ทุกคนในบ้านเลือกจะสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ทีละวัน ทีละก้าว
#ครอบครัวปลอดภัย #สงกรานต์สาดใจไม่สาดควัน

 #สงกรานต์สาดใจไม่สาดควัน  #ครอบครัว  #เด็ก  #วัยรุ่น  #เยาวชน  #สงกรานต์
04/04/2026

#สงกรานต์สาดใจไม่สาดควัน #ครอบครัว #เด็ก #วัยรุ่น #เยาวชน #สงกรานต์

ข่าวทั่วไทย  3 เมษายน 20263 เมษายน 2026 เปิดผลสำรวจครอบครัวไทยขอให้คงกฎหมายห้ามขาย-นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า หลังพบเด็ก เ...

02/04/2026
📣 ขอเชิญสื่อมวลชนทำข่าวและร่วมกิจกรรม “ครอบครัวปลอดภัย สงกรานต์สาดใจ ไม่สาดควัน”สงกรานต์นี้…สาดน้ำได้ สาดใจได้ แต่ “อย่า...
01/04/2026

📣 ขอเชิญสื่อมวลชนทำข่าวและร่วมกิจกรรม “ครอบครัวปลอดภัย สงกรานต์สาดใจ ไม่สาดควัน”

สงกรานต์นี้…สาดน้ำได้ สาดใจได้ แต่ “อย่าสาดควัน” 💨❌
เพราะควันบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้หายไปไหน…แต่มัน “อยู่กับบ้าน” ได้นานเป็นปี
และกำลังค่อย ๆ กระทบสมองของเด็กโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว

🗓 วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569
⏰ เวลา 09.00 – 12.00 น.
📍 ห้องประชุมแมนดารินบี ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ

🔎 ไฮไลต์ภายในงาน

📊 เปิดผลสำรวจ
“ครอบครัวไทยกับภัยบุหรี่ไฟฟ้า” พร้อม 4 มาตรการปกป้องเด็กและเยาวชน
โดย คุณอัญชนา วงศ์ทอง

⚠️ เสนอขอให้คงกฎหมายห้ามขาย นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ไม่มั่นใจไฟเขียวจะคุมปัญหาได้ หลัง 98% พบเด็ก เยาวชนเข้าถึงง่าย –เร็ว

🧠 เวทีเสวนา
“ภัยเงียบควันบุหรี่ไฟฟ้าในบ้าน กระทบสมองเด็กมากกว่าที่คิด”

👨‍👧 “จากพ่อสูบบุหรี่ สู่พ่อไร้ควัน”
โดย คุณกฤชนนท์ จิตรเจริญพร

👩‍👦 “คุยกับลูกอย่างไร ในวันที่รู้ว่าลูกใช้บุหรี่ไฟฟ้า”
โดย คุณณัฏศจี ทองเหลี่ยม

🧬 “ควันบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ทำอะไรกับสมองของลูกเรา”
โดย รศ.ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์
ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

🏠 “บ้านปลอดบุหรี่ ความสัมพันธ์ดีเริ่มต้นที่บ้าน”
โดย คุณฐาณิชชา ลิ้มพานิช
กรรมการผู้จัดการบริษัท ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม จำกัด และผู้รับผิดชอบโครงการครอบครัวปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า

📸 ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมเผยแพร่ให้สังคมเห็นว่า “ควันในบ้าน = ความเสี่ยงของทั้งครอบครัว” โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน

สงกรานต์ปีนี้…มาสาดความสุข โดยไม่ส่งต่อควันให้คนที่เรารักกันค่ะ

จัดโดย โครงการครอบครัวปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ร่วมกับศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการควบคุมยาสูบ (พศย.) มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม กลุ่มละครรณรงค์เพื่อการเรียนรู้ทีมเฉพาะกิจเธียเตอร์ และบริษัท ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม จำกัด สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

#ครอบครัวปลอดบุหรี่ #ครอบครัวปลอดภัย #สงกรานต์สาดใจไม่สาดควัน #สงกรานต์2569

20/03/2026

#คลินิกฟ้าใส

10/03/2026

เราจะออกกฎหมาย ห้ามคนรุ่นใหม่ซื้อ/สูบบุหรี่ เหมือนประเทศมัลดีฟดีไหม
มีเอฟซีถามมา หลังจากที่มัลดีฟเป็นประเทศแรกในโลก ที่ออกฎหมาย “ห้ามคนที่เกิดหลัง 1 มกราคม ค.ศ.2007 สูบ หรือซื้อบุหรี่” หรือที่เรียกว่า “Tobacco Free Generation/ Smoke Free Generation”
ข่าวนี้เป็นที่สนใจกันทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย
ความจริงเมื่อ 4 ปีก่อน นิวซีแลนด์ก็เตรียมจะออกกฎหมายลักษณะเดียวกัน โดยคนที่เกิดหลังปี 2004 ห้ามซื้อ ห้ามสูบบุหรี่ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาล ร่างกฎหมายและแผนการดำเนินการก็ถูกยกเลิกไป
ขณะนี้อังกฤษก็อยู่ในระหว่างการที่จะผลักดันกฎหมายลักษณะเดียวกันให้มีผลบังคับใช้
ผมยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดกฎหมายและแผนงานที่จะนำไปสู่เป้าหมาย ห้ามคนรุ่นใหม่สูบบุหรี่ของมัลดีฟ แต่ผมขอนำแผนงานของนิวซีแลนด์ ว่าเขาจะต้องทำอะไรบ้าง ในการบรรลุเป้าหมาย “คนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่” (อินโฟ) จะเห็นว่า มันไม่ใช่เพียงแค่ออกกฎหมาย ห้ามคนที่เกิดหลังปีนั้น ปีนี้ สูบหรือซื้อบุหรี่เท่านั้น แต่มีนโยบายสำคัญ และมาตรการอื่น ๆ ที่ต้องทำอย่างจริงจัง ด้วยการ “เพิ่มความเข้มแข็งของกลไกการควบคุมยาสูบทั้งระบบ” ผ่านการทำให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบหายากขึ้น ด้วยการขึ้นภาษี และลดจำนวนร้านขาย เพิ่มงบประมาณ รักษาคนให้เลิกสูบบุหรี่/รณรงค์ผ่านสื่อหลัก สนับสนุนกิจกรรมชุมชน เพิ่มการเฝ้าระวังปฏิบัติตามกฎหมาย ฯลฯ เท่าที่ติดตามดูแผนของอังกฤษ แนวทางก็คล้ายกับที่นิวซีแลนด์เคยวางไว้
แต่มีหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ที่ทำแบบที่นิวซีแลนด์ได้ ประกาศแผนที่จะไปสู่เป้าหมายคนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่ ต่างกันเฉพาะไม่ได้ออกกฎหมาย ห้ามคนที่เกิดปีนั้น ปีนี้ ซื้อหรือสูบบุหรี่ จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจ ว่าประเทศไทยจะออกกฎหมายแบบที่มัลดีฟออก เพื่อคนรุ่นใหม่จะได้ไม่สูบบุหรี่ จะดีไหม หรือจะใช้วิธีของออสเตรเลีย/ สิงคโปร์
มูลนิธิฯ จะหาโอกาสจัดเวทีระดมสมอง ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐและเอกชน เพื่อถกกันถึงทางเดินที่จะพาสังคมไทย สู่คนรุ่นใหม่ที่ไม่สูบบุหรี่อย่างจริงจัง

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
9 มีนาคม 2569

อ้างอิง:
https://www.health.govt.nz/strategies-initiatives/programmes-and-initiatives/smokefree-2025
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2893078

18/02/2026

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการควบคุมยาสูบผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์