Wewildingscape Ecological landscape planning and design. Rewilding ecosystems—and ourselves.
📍Thailand

We are designers working with nature’s energy to nurture nature, beauty, and wholeness. Through design and planning as a movement, we connect people, other living beings, time, and place—building a network for Earth’s team.
นักออกแบบที่ทำงานร่วมกับพลังของธรรมชาติ เพื่อเยียวยาธรรมชาติและตัวเรา ผ่านความงามและความเป็นหนึ่งเดียวกัน เราเชื่อมโยงผู้คน สรรพชีวิต เวลา และสถานที่ เพื่อร่วมเป็นทีมเดียวกับโลก

เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ทีมเราได้มีโอกาสปรับสวนในบ้านใจกลางเมืองย่านอารีย์ ตั้งแต่ทำสวนเสร็จ เจ้าของสวนคอยส่งรูปอัพเดทมาเสมอ ...
20/08/2026

เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ทีมเราได้มีโอกาสปรับสวนในบ้านใจกลางเมืองย่านอารีย์ ตั้งแต่ทำสวนเสร็จ เจ้าของสวนคอยส่งรูปอัพเดทมาเสมอ เป็นเรื่องที่ทีมเราปลื้มใจมากที่การทำงานไม่ได้จบเมื่อเราลงต้นไม้หน้างานเสร็จ แต่ทีมเราได้เห็นสวนที่สานต่อชีวิตต่างๆกับสมาชิกในบ้าน มีสัตว์อื่นๆมาอาศัย กลายเป็น habitat ให้หลากหลายชีวิต ต้นไม้ที่อยู่รวมกันเป็นสังคมพืช เพื่อเติบโตเสริมกันและกัน
เจ้าของสวนในเมืองนี้ บอกพวกเราว่า “ดีใจมากตอนเห็นสวนที่เหมือนกล่องสุ่ม ไม่รู้ปลูกต้นอะไรไว้ให้บ้าง จนออกดอกถึงรู้ ไม่น่าเชื่อว่า พื้นที่เล็กๆแค่นี้ จะเป็น habitat ได้ขนาดนี้ และประชากรสัตว์เริ่ม establish แล้ว”
กว่า 8 เดือนที่ผ่านมา เจ้าของสวนได้ถ่ายรูปบันทึกไว้ตลอด เห็นสัตว์มากมาย เช่น มอธหญ้าลายเสือ ผีเสื้อแพนซีสีน้ำตาล กระแต งูเหลือม Lynx spider ผึ้งหลวง แตน และยังมีที่ไม่รู้จักชื่ออีกสารพัด
ต้องขอขอบคุณเจ้าของสวนที่เปิดพื้นที่สวนย่านอารีย์ให้มีชีวิต ขอบคุณทีมอาณา แลนด์สเคปทุกคน คุณอ้อย คุณปิง คุณเม ที่ตั้งใจสรรหาต้นไม้ต่างๆ ทั้งพื้นถิ่นและพืชดอกที่หลากหลายชนิด เพื่อให้นิเวศบริการหลายแบบตามที่ตั้งใจออกแบบ
จริงๆเมืองของเรายังมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ที่เราไม่เคยสังเกตเห็น ด้วยสภาพของเมืองทำให้สัตว์เหล่านี้มีพื้นที่อาศัยน้อยลง เมื่อบ้านของเราเป็นบ้านของเค้าด้วย เลยกลายเป็นชีวิตที่ทักทอสานสัมพันธ์กันไปโดยปริยาย :)

บทความที่เคยเขียนไว้หลายปี ที่ตั้งใจชวนให้ทุกคนสัมพันธ์ และมีประสบการณ์กับธรรมชาติรอบตัวEnjoy Grounding 🚶‍♂️
19/08/2026

บทความที่เคยเขียนไว้หลายปี ที่ตั้งใจชวนให้ทุกคนสัมพันธ์ และมีประสบการณ์กับธรรมชาติรอบตัว

Enjoy Grounding 🚶‍♂️

ครั้งสุดท้ายที่คุณได้เดินเท้าเปล่าบนพื้นดิน นอนกลิ้งบนพื้นหญ้าคือเมื่อไหร่ คอลัมน์ Rewilding 101 อยากชวนทุกคนถอดรองเท้า แล้วออกมา Grounding กัน

Grounding หรือ Earthing เชื่อว่ามีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูทั้งกาย ใจ ไปจนถึงจิตวิญญาณ งานนี้ ตี๋-ศุภวุฒิ บุญมหาธนากร สถาปนิกแห่งใจบ้านสตูดิโอ เจ้าของคอลัมน์ Rewilding 101 เลยชวนมาเสริมสร้างภูมิต้านทานผ่านการสัมผัสดิน สำรวจว่าทำไมการที่ฝ่าเท้าและร่างกายได้สัมผัสพื้นโลกถึงทำให้เรารู้สึกดี ผ่อนคลาย และมีความสุข พร้อมแนะเคล็ดลับรับวิตามิน G อย่างง่ายที่ทำได้ที่บ้าน https://readthecloud.com/social/rewilding-101/grounding-earthing/

พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com

#ธรรมชาติ

2 เดือนที่ผ่านมา ทีมเรามี Yusuke Sakamoto เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่กำลังเรียนโทด้าน ecological landscape มาร่วมทริปการทำงานของ...
18/07/2026

2 เดือนที่ผ่านมา ทีมเรามี Yusuke Sakamoto เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่กำลังเรียนโทด้าน ecological landscape มาร่วมทริปการทำงานของเรา เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก เพราะเราได้แลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์จากบริบทของเรา ขณะเดียวกันก็ได้ถอยมามองมันด้วยคำถามใหม่ๆจากคนต่างบริบท
พวกเราได้เดินทางไปหลายพื้นที่ทั้งในเชียงใหม่ และเชียงราย ดูพื้นที่และโครงการหลากหลายสเกลที่เรามีส่วนร่วมและกำลังจะริเริ่ม ตั้งแต่โครงการของภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชน พื้นที่เกษตรหลากหลายบริบท จนถึงพื้นที่สวนในบ้าน การใช้เวลาเดินทางไปด้วยกัน ทำให้เห็นมิติของงาน landscape ในแบบที่เราสนใจ และให้ความสำคัญของงานภูมิทัศน์มากกว่าการออกแบบให้สวยงาม แต่คือการวางแผนวิธีการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับบริบทรอบด้านเท่าที่จะเป็นไปได้ การเดินทางร่วมกันทำให้ได้ปะติดปะต่อโจทย์และความท้าทาย ทั้งจากบริบทพื้นที่ วิถีผู้คน วัฒนธรรม มุมมองของรัฐ ชุมชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง มันทำให้เรารู้สึกว่างานในแบบที่เราชอบและเชื่อ ต้องการความรู้ทั้งมิติที่ลึกและกว้าง และต้องการความร่วมมือหลากสาขา เพื่อจะข้ามเส้นแบ่งพรมแดนความรู้เดิมๆในแบบที่เราคุ้นเคย
หนึ่งในสถานที่ที่เราชวนให้ Yusuke ได้เห็นครบทุกมิติ คือ “พื้นที่แม่ทา” ที่ชวนให้เข้าใจตั้งแต่โครงสร้างการปกครองของภาครัฐแบบไทย การกระจายอำนาจมาถึงส่วนท้องถิ่นที่สามารถสร้างกรอบนโยบายของพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการ ก่อให้เกิดความร่วมมือกันของทุกผ่าย และพัฒนาพื้นที่อย่างมีแบบแผนและทิศทางชัดเจน จนส่งผลมาถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยังยึดโยงกับคุณค่ากับวัฒนธรรมประเพณีที่มีมาแต่เดิม ชาวแม่ทาพาเราและ Yusuke ไปร่วมประเพณีเลี้ยงผี ที่เชื่อว่าจิตวิญญาณของเรายังเชื่อมกับธรรมชาติอย่างเหนียวแน่น ชีวิตต่างๆในธรรมชาติก็แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ เราได้ปัจจัยสี่ที่มีคุณภาพที่ดี มีน้ำสะอาดจากผืนดินให้ดื่ม อาหารจากธรรมชาติที่มีพลังชีวิต จากการที่เราเคารพพื้นที่และแลกเปลี่ยนกัน ทำให้เห็นว่าความเป็นอยู่ที่ดีเกิดจากการบริบททุกอย่างรอบตัว ไม่ได้อิงกับประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
อย่างหนึ่งที่ทำให้พวกเราดีใจและเห็นตัวเราเองจากมุมของคนอื่น คือตอนที่ Yusuke สะท้อนว่าการงานของพวกเรามันเต็มไปด้วย “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ พวกเราเป็นมนุษย์ที่ใช้ความเป็นมนุษย์หลอมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มากกว่าจะมองปัญหา/ประโยชน์แบบแยกส่วน ใช้ชุดความรู้ ความเข้าใจที่มีเพื่อหาทางเคลื่อนตัวเราเอง ระบบนิเวศ ผู้คน และพื้นที่ไปด้วยกัน
-----------
For the past two months, we've had the joy of having our friend Yusuke Sakamoto journey with us through Chiang Mai and Chiang Rai — visiting projects of all kinds, from government initiatives and community conservation to farms and private gardens.
It was a great reminder that landscape isn't just about making beautiful places. It's about designing relationships — between people and nature, shaped by the ecology, culture, and stories of each place.
One stop that really stayed with us was Mae Tha — where local governance, community, and traditional culture all weave together into the landscape itself. We were lucky enough to join a local spiritual ceremony, a quiet but powerful reminder that caring for the land and caring for each other are never really separate things.
🇯🇵🇹🇭
Thank you, Yusuke. For the conversations, the curiosity, and for seeing our work with such fresh eyes. We hope this is just the beginning. ⛵️

ทีมเราดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ค่ะ เชิญชวนไปเยี่ยมผึ้ง แมลงและดอกไม้ ต้นไม้กันนะคะ 🐝
09/07/2026

ทีมเราดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ค่ะ เชิญชวนไปเยี่ยมผึ้ง แมลงและดอกไม้ ต้นไม้กันนะคะ 🐝

ผึ้งตัวเล็ก ๆ อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เกษตรกรหลายคนเลิกใช้สารเคมี หันมาปลูกพืชหลากหลาย และช่วยกันรักษาป่า

นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Somdul Bee Sanctuary หรือสวนพฤกษศาสตร์ผึ้งพื้นเมือง แหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ผึ้งพื้นเมืองริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ที่เป็นทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

“เราอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าผึ้งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะผึ้งเองก็ไม่ได้อยากต่อยเรา ถ้าเขาต่อยก็เท่ากับเขาตาย เวลาเขาบินมาเกาะเราคือเขามาเอาเกลือจากตัวเราเฉย ๆ แค่เราอยู่นิ่ง ๆ สักพัก เดี๋ยวเขาก็ไป”

คอลัมน์ Little Big People พาไปพูดคุยกับ เอี่ยม-อติคุณ ทองแตง ผู้พัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ตั้งแต่การปลูกดอกไม้พื้นถิ่น ทำคอนโดให้ผึ้งเดี่ยว ไปจนถึงเวิร์กช็อปชิมน้ำผึ้ง และการเลี้ยงผึ้งแบบยั่งยืน https://readthecloud.com/social/little-big-people/somdul-bee-sanctuary/

พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com

#ผึ้ง #สวนพฤกษศาสตร์ผึ้งพื้นเมือง #สมุทรสงคราม #คาเฟ่สมุทรสงคราม #แม่กลอง

เรื่องราวและเรื่องเล่าของชีวิตรอบตัวที่ Somdul Bee Sanctuary สวนพฤกษศาสตร์ผึ้งพื้นถิ่นเมื่อเราเห็นธรรมชาติ ดอกไม้ ต้นไม้...
17/06/2026

เรื่องราวและเรื่องเล่าของชีวิตรอบตัวที่ Somdul Bee Sanctuary สวนพฤกษศาสตร์ผึ้งพื้นถิ่น
เมื่อเราเห็นธรรมชาติ ดอกไม้ ต้นไม้ สัตว์ต่างๆแล้วรู้สึกเพลินใจ ความรู้สึกนั้นมักเป็นประตูบานแรกที่ชวนให้เราอยากรู้จักเรื่องราวของแต่ละชีวิตมากขึ้น
เจ้าของพื้นที่และทีมเราเห็นตรงกันว่า หากข้อมูลเกี่ยวกับธรรมชาติและภูมิหลังพื้นที่นี้ถูกเล่าให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย และสนุกไปกับเรื่องราวชีวิตที่เกิดขึ้นรอบตัว ผู้คนก็จะเปิดใจเรียนรู้และใส่ใจชีวิตอื่นมากขึ้นเช่นกัน ตลอดกระบวนการออกแบบ ทีมทุกฝ่ายได้ร่วมกันค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูลอย่างละเอียด หาวิธีสื่อสารอย่างง่ายเพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ร่วมกับเราในพื้นที่แห่งนี้
จนกลายเป็นจุดให้ข้อมูลกระจายอยู่ตามบริเวณต่างๆ ของสวน เปรียบเสมือนเส้นทางการเรียนรู้ที่อยากชวนให้ผู้คนเข้าใกล้โลกที่ไม่ได้มีเพียงมนุษย์ แต่เป็นโลกที่เราแบ่งปันร่วมกับสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน ยังคงเติบโตและค่อยๆ ประกอบร้อยเรื่องราวชีวิตเหล่านี้เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ที่ชวนให้ผึ้งขยับเข้ามาใกล้มนุษย์ ชวนให้มนุษย์ขยับเข้าใกล้ธรรมชาติ และให้ธรรมชาติพาเรากลับไปเชื่อมโยงกับภายในตัวเองอีกครั้ง
โพสนี้อยากพาชมรายละเอียดบางส่วน และ อยากชวนให้ไปสัมผัสชีวิตต่างๆในสถานที่จริงนะคะ
ขอบคุณทีมงานทุกฝ่าย
ทีม Somdul Bee Sanctuary ทุกคนที่ระดมความเห็น
ทีมออกแบบ >> คุณหวาย Waii Natnaree คุณเมือง คุณต้าร์Nuphap Aunyanuphap และทีมกราฟฟิกจาก Design Unit Studio
ทีมโปรดักชั่น >> คุณวันชัย สุขเกษม นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการสตัฟฟ์สัตว์ ประจำพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อพวช. และบริษัทออคโตพุส
ทีมค้นคว้าและเขียนเนื้อหา >> Mon Siramon Tansiri ตรวจข้อมูล Woraphot Bunkhwamdi และ Native Honeybee and Pollinator Center ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร

แด่...วันสิ่งแวดล้อมโลก, เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ได้เริ่มจากคนพิเศษ แต่มักเริ่มจากคนธรรมดาที่ลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ อ...
05/06/2026

แด่...วันสิ่งแวดล้อมโลก, เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ได้เริ่มจากคนพิเศษ แต่มักเริ่มจากคนธรรมดาที่ลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง
ในช่วงทศวรรษ 1970 วังการี มาไท นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนชาวเคนยา (ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี 2004) สังเกตเห็นว่าผืนป่ารอบชุมชนกำลังหายไปอย่างรวดเร็ว ลำธารที่เคยใสเริ่มแห้ง ดินเสื่อมโทรม จนผู้หญิงในหมู่บ้านต้องเดินไกลขึ้นทุกวันเพื่อหาไม้ฟืนและน้ำสะอาดมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะป่ารอบบ้านหายไป
วังการีเริ่มต้นจากความคิดง่ายๆว่า “หากต้นไม้หายไป ก็ปลูกกลับมาใหม่” เธอจึงชวนผู้หญิงในชุมชนปลูกต้นไม้รอบบ้าน รอบไร่นา รอบพื้นที่ชุมชนจนเกิดเป็นองค์กร Green Belt Movement ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1977 (World Environment Day) ตอนนี้ดำเนินการมาแล้ว 49 ปี มีการปลูกต้นไม้มากกว่า 50 ล้านต้น จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ วังการีไม่ได้มองว่าการปลูกต้นไม้เป็นเพียงการช่วยธรรมชาติหรือฟื้นฟูนิเวศเท่านั้น แต่เป็นการช่วยสนับสนุนพลังของผู้หญิงระดับรากหญ้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เธอเชื่อว่าการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นจุดเชื่อมโยงทุกชีวิต ส่งผลถึงความสัมพันธ์ของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความเท่าเทียมของสรรพชีวิต สิทธิมนุษยชน จนไปถึงสันติภาพของโลกด้วยเช่นกัน
เป็นแง่มุมที่ทำให้เราเห็นว่า การดูแลธรรมชาติไม่ใช่การเสียสละเพื่อต้นไม้หรือสัตว์ป่าเพียงเท่านั้น แต่คือการดูแลระบบที่คอยดูแลเรากลับในทุกวัน พลังที่ร่วมกันทำสิ่งเล็กๆเหล่านี้ให้ความหวัง เป็นพลังให้เราเห็นความงามและความมหัศจรรย์ของชีวิตได้

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569เวลา 14:00–16:00 น.จริงใจแกลเลอรี เชียงใหม่มาล้อมวงชมผลงานศิลปะและแลกเปลี่ยนถึงมุมเล็กๆที่เรา...
03/06/2026

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
เวลา 14:00–16:00 น.
จริงใจแกลเลอรี เชียงใหม่

มาล้อมวงชมผลงานศิลปะและแลกเปลี่ยนถึงมุมเล็กๆที่เรามีกันนะคะ

Talk Session - Living with trees: How small things hold architecture [English is below]
ชวนคุยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคน ต้นไม้ และแง่งามเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันผ่านมุมมองศิลปะและสถาปัตยกรรม ในกิจกรรมเสวนาพิเศษ "Living with trees: How small things hold architecture" โดยจิรัชยา พริบไหว (ศิลปินจากนิทรรศการ how small things hold) ร่วมกับอินทนนท์ จันทร์ทิพย์ (สถาปนิก ผู้ก่อตั้ง INchan Atelier) และศุภวุฒิ บุญมหาธนากร (สถาปนิก ผู้ก่อตั้ง Wewilding)
Talk Session - Living with trees: How small things hold architecture
🗓️ วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
🕙 เวลา 14:00–16:00 น.
📍 ณ จริงใจแกลเลอรี เชียงใหม่
*เข้าร่วมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
*กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ "how small things hold" โดยจิรัชยา พริบไหว
Join us for a conversation exploring the relationships between humans, trees, and the small things of everyday life through the lenses of art and architecture. In this special talk, 'Living with trees: How small things hold architecture,' exhibition artist jiratchaya pripwai (from ‘how small things hold’ exhibition) will be joined by intanon chantip (Architect and Founder of INchan Atelier) and supawut boonmahathanakorn (Architect and Founder of Wewilding).
Talk Session - Living with trees: How small things hold architecture
🗓️ saturday 6 june 2569
🕙 2:00 – 4:00 pm
📍 jing jai gallery, chiang mai
*free of charge
*this event is part of the exhibition "how small things hold" by jiratchaya pripwai.

30/05/2026

Ping Watch เป็นโปรเจคที่มีชุมชน ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ เยาวชนนักสืบสายน้ำ รวมตัวกันสำรวจแม่น้ำปิงตอนบน อยากเล่าผ่านคลิปสั้นๆให้เห็นภาพที่แต่ละทีมพบเจอ เห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยังคงความหลากหลาย แต่ก็มีสิ่งที่น่ากังวลจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดนี้เมื่อเราได้รับรู้ร่วมกันก็จะเป็นพลังร่วมกันดูแล และส่งต่อ

ขอบคุณทาง Thai PBS ที่ช่วยเป็นพลังในการสร้างการรับรู้ เกี่ยวกับฝายที่เป็นมิตรกับนิเวศค่ะ ทางเราจะคอยมาแบ่งปันความรู้ที่ร...
30/05/2026

ขอบคุณทาง Thai PBS ที่ช่วยเป็นพลังในการสร้างการรับรู้ เกี่ยวกับฝายที่เป็นมิตรกับนิเวศค่ะ ทางเราจะคอยมาแบ่งปันความรู้ที่รวมมาจากทุกฝ่ายเรื่อยๆนะคะ

เชื่อว่าเวลาเรามองไปที่ต้นไม้ดอกไม้ก็มักจะพบสัตว์ต่างๆอยู่คู่กัน มันคงดีไม่น้อยถ้าพื้นที่สวนของเราเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย...
26/05/2026

เชื่อว่าเวลาเรามองไปที่ต้นไม้ดอกไม้ก็มักจะพบสัตว์ต่างๆอยู่คู่กัน มันคงดีไม่น้อยถ้าพื้นที่สวนของเราเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยให้สัตว์ได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
เราแบ่งปันวิธีสร้างพื้นที่สวนที่เข้าใจธรรมชาติแบบง่ายๆ ชื่นชมความไม่เรียบร้อยบ้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้เหล่าสัตว์รอบตัว
หลายคนกังวลว่า หากสวนดูรกจะดึงดูดสัตว์มีพิษเข้ามา แต่แท้จริงแล้วสัตว์ทุกชนิดต่างมีบทบาทในระบบนิเวศ และส่วนใหญ่ก็กลัวมนุษย์อย่างเราไม่ต่างกัน หากเราเรียนรู้ธรรมชาติของเขาและจัดสรรพื้นที่อย่างเหมาะสม การอยู่ร่วมกันก็สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
🦉🦋วิธีง่ายๆที่สวนเราจะชวนสัตว์มาอยู่ร่วมกัน🐌🐝
1. งดการใช้สารเคมี สัตว์จะได้ใช้ชีวิตในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อห่วงโซ่อาหาร
2. ปลูกไม้ยืนต้นที่หลากหลายระดับเพื่อเป็นที่อยู่และเป็นสะพานนิเวศ (ecological corridor) ให้กับสัตว์ที่อาศัยบนต้นไม้ได้เดินทางไปบริเวณรอบๆได้สะดวก
3. ปลูกไม้ดอกหลากหลายรูปทรงและขนาด เพื่อบริการสัตว์ที่มีพฤติกรรมในการหาอาหารต่างกัน เช่น นกกินปลีมีปากยาว สามารถดื่มน้ำหวานจากดอกไม้ที่มีลักษณะเป็นกรวยลึก พืช 3 วงศ์ที่แนะนำคือ วงศ์ส้ม (Rutaceae) วงศ์เข็ม (Rubiaceae) และวงศ์กะเพรา (Lamiaceae) เพราะเป็นพืชที่ดึงดูดแมลงผสมเกสร
4. มีแหล่งน้ำให้สัตว์หลายตำแหน่ง แนะนำ 2 ขนาด คือ ถาดตื้นๆ 2-15 ซม. ให้นกอาบน้ำ และวางหินให้ผึ้งสามารถเกาะดื่มน้ำได้ และอีกขนาดคือบ่อลึก 15-60 ซม. วางไม้พาดลงไปในบ่อ ให้กบเขียด สามารถใช้เป็นทางขึ้นลงได้สะดวก
5. ปล่อยหญ้า หรือ พืชให้มีหลายระดับความสูง เพื่อเป็นที่หลบภัย หรือใช้เป็นวัสดุทำรัง
6. ทิ้งกองใบไม้ หรือ กิ่งไม้ให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ย และยังเป็นที่ชื้นเย็นให้เหล่าแมลง หรือสัตว์มีพิษ (บริเวณนี้ควรอยู่ห่างจากพื้นที่อาศัย เพื่อเลี่ยงการรบกวนกัน)
7. ทำบ้านในนกอยู่ โดยหันรังไปทางทิศเหนือ เพื่อเลี่ยงแดดส่องเข้ารัง
8. ควบคุมมลภาวะทางแสง โดยส่องไฟลงพื้น ไม่สร้างความสับสนให้สัตว์ที่ออกหากินกลางคืน
วิธีการง่ายๆที่สามารถปรับใช้ได้กับทุกพื้นที่ และเราเองก็จะได้สนุกกับการเห็นชีวิตอื่นๆมาเยี่ยมบ้านเราด้วย ^^
ในหนังสือ rewilding garden เราได้เขียนหลักการสร้างสวนที่เป็นมิตรต่อตัวเราและชีวิตอื่นๆ อย่างละเอียด หากใครสนใจก็ตามหาตามร้านหนังสือทั่วไปได้นะคะ

ที่อยู่

25/318 Samaedum 17 Samaedum Bangkhuntien
Bangkok
10150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wewildingscapeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์