HOST International TH

HOST International TH ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก HOST International TH, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), 187 Latprao101 yeak 1, Latphrao Road, Khlong Chaokhunsing, Wangthonglang, Bangkok 10310, Bangkok

HOST International Thailand Foundation (HITF)

We specialize in child protection solutions and developing alternatives to detention, utilizing case management and community capacity building.

HOST’s online Sexual and Reproductive Health (SRH) Awareness and Prevention Online Training for urban refugee communitie...
09/09/2026

HOST’s online Sexual and Reproductive Health (SRH) Awareness and Prevention Online Training for urban refugee communities has reached its halfway point, with encouraging participation and positive feedback.

Sexual and reproductive health remains a sensitive and often taboo topic in many communities. Language barriers and limited access to trusted information can make it especially difficult for women, girls and young people to ask questions and make informed decisions about their health and safety.💚

Through community interpreters, HOST provides a safe, non-judgmental space where participants can learn and discuss SRH issues in their own languages. For some, this is their first opportunity to access this information and ask questions without fear of embarrassment or judgment.

Early feedback suggests participants are becoming more comfortable discussing previously sensitive topics. As the remaining sessions continue, HOST will assess changes in knowledge and confidence and use participant feedback to strengthen future training.

💬Voices from Participants
Participants’ experiences highlight the importance of providing safe, accessible and culturally sensitive spaces for these conversations:

Ready to work. Ready to contribute. Unlock potential. Urban refugees are ready for the opportunity to work legally, use ...
04/09/2026

Ready to work.
Ready to contribute.
Unlock potential.

Urban refugees are ready for the opportunity to work legally, use their skills and experience, support their families, and contribute to the communities and economy around them.
When we unlock the right to work, we unlock potential, dignity, and opportunities to thrive. 💙

Let refugees work. Let their potential thrive.

BANGKOK / THAM HIN – One year after the Royal Thai Government adopted a landmark policy granting long-staying refugees from Myanmar the right to work, more than 6,000 refugees have entered the workforce, enabling them to support their families and contribute to key sectors of the Thai economy.

🌍 World Refugee Day | วันผู้ลี้ภัยโลกสิ่งสำคัญของคำว่า “ผู้ลี้ภัย” คือ ผู้คน ครอบครัว และเด็กๆ ที่ต้องจากบ้านเกิดเพื่อแส...
24/06/2026

🌍 World Refugee Day | วันผู้ลี้ภัยโลก

สิ่งสำคัญของคำว่า “ผู้ลี้ภัย” คือ ผู้คน ครอบครัว และเด็กๆ ที่ต้องจากบ้านเกิดเพื่อแสวงหาความปลอดภัยและแสวงหา "โอกาส" ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

🔹 โอกาสในการทำงาน เพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว
🔹 โอกาสในการศึกษา เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และมีอนาคตที่ดีขึ้น
🔹 โอกาสในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ หรือการถูกบังคับส่งกลับไปยังสถานที่ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและเสรีภาพของพวกเขา

เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก (World Refugee Day) นี้ มูลนิธิโฮสต์อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสังคมที่เปิดโอกาส ให้ความคุ้มครอง และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน

🤝 การสนับสนุนของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเรียนรู้ การแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้อง การสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรภาคประชาสังคม หรือการส่งต่อเสียงของผู้ลี้ภัย ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับทุกคน

เพราะผู้ลี้ภัยไม่ได้ต้องการเพียงความช่วยเหลือ แต่ต้องการ “โอกาส” ที่จะยืนหยัดได้ด้วยตนเอง และมีความหวังที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับชีวิตของตนเอง....................................................

🌍 World Refugee Day

At the heart of the word “refugee” are people, families, and children who have been forced to leave their homes in search of safety and the opportunity to begin a new life.

🔹 The opportunity to work and provide for themselves and their families.
🔹 The opportunity to access education so that children can learn, grow, and build a better future.
🔹 The opportunity to live in safety, free from violence, discrimination, and the fear of being forcibly returned to places where their lives and freedoms may be at risk.

On this World Refugee Day, HOST International Thailand Foundation invites all sectors of society to work together in building a community that creates opportunities, provides protection, and respects the dignity of every human being.

🤝 Your support—whether through learning and understanding refugee issues, sharing accurate information, supporting civil society initiatives, or amplifying refugee voices—plays an important role in creating a safer and more sustainable future for everyone.

Because refugees do not simply need assistance; they need the opportunity to stand on their own and the hope of building a better future for themselves.

Repost: Ending migration detention for Refugee children campaign by Force for Change Group;Every child deserves safety, ...
23/06/2026

Repost: Ending migration detention for Refugee children campaign by Force for Change Group;
Every child deserves safety, not detention.

Immigration detention is no place for refugee children. It causes lasting harm and denies children their basic rights to protection, dignity, and development.

We call for an end to the detention of refugee children and for humane, community-based alternatives that keep families together and children safe.

Children belong in schools, homes, and communities — not behind bars.

Your Health. Your Body. Your Future. 🚺Know your body and take control of your well-being with our upcoming online traini...
22/06/2026

Your Health. Your Body. Your Future. 🚺

Know your body and take control of your well-being with our upcoming online training on 'Sexual & Reproductive Health Awareness and Prevention,'

Designed specifically for urban refugee women and girls.

This training will empower you to:

- Understand your body and reproductive health
- Prevent STIs and unplanned pregnancies
- Build confidence to make informed and healthy decisions
- Access youth-friendly services and support

📅 Date & Time: To be announced

💻 How to join: Scan the QR code in the image to register.

พรมแดน สถานะ หรือความขัดแย้ง อาจพรากสิ่งต่างๆ ไปจากเด็กคนหนึ่ง... แต่ต้องไม่ใช่ 'อนาคต' ของเขา 🤍เพราะเด็กทุกคน ไม่ว่าจะม...
19/06/2026

พรมแดน สถานะ หรือความขัดแย้ง อาจพรากสิ่งต่างๆ ไปจากเด็กคนหนึ่ง... แต่ต้องไม่ใช่ 'อนาคต' ของเขา 🤍
เพราะเด็กทุกคน ไม่ว่าจะมาจากไหน ต่างก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเรียนรู้ เติบโต และมีความฝันได้เท่าๆ กัน
การศึกษาจึงไม่ควรเป็นเพียง 'ความโชคดี' ของเด็กบางคน... แต่ควรเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กทุกคนบนโลกใบนี้สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน 🎒✨..........................................................................................................
Borders, status, or conflicts may take many things away from a child... but they must never take away their 'future.' 🤍
No matter where they come from, every child shares the same fundamental right to learn, grow, and dream.
Education should never be a matter of 'good luck' for just a few... but an essential part of life that every child on this planet can access equally.🎒✨

“ผมเป็นคนปาเลสไตน์ที่เกิดในอิรัก จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ครอบครัวของผมเลยตัดสินใจอพยพไปที่นั่น ตอนผมอายุแค่ 2 เดือน ในอิรักมีปัญหาภายในประเทศ พ่อแม่เลยต้องอพยพอีกครั้ง ย้ายไปหลายประเทศเลย ก่อนจะเข้ามาประเทศไทยตอนผมอายุ 5 ขวบ ช่วงนั้นเดินทางหลายแบบ มีเรือ มีเครื่องบิน มีรถ บางอย่างผมพอจำได้ บางอย่างพ่อแม่เล่าให้ฟัง แต่พวกเขาไม่ได้เล่าเยอะหรอก มันเป็นเรื่องอ่อนไหว คิดว่าผ่านไปแล้วก็ผ่านไป

“เหตุผลที่เลือกประเทศไทยเพราะมีที่ตั้งของยูเอ็น เพื่อให้สะดวกต่อการทำเรื่องย้ายไปประเทศที่สาม เมื่อสิบกว่าปีก่อนเรื่องผู้ลี้ภัยยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม พ่อจบปริญญาและเคยทำงานบริษัท ส่วนแม่จบ ม.6 นอกจากภาษาอาหรับ พ่อแม่ได้ภาษาอังกฤษด้วย เขาเลยมีรายได้จากการเป็นล่าม เท่าที่ผมรู้ เขาทำงานในโรงพยาบาล เป็นการแอบจ้างกัน แต่เงินเท่านั้นก็ไม่พอใช้ พวกเราได้ญาติที่ย้ายไปประเทศที่สามส่งเงินมาให้ด้วย ค่าใช้จ่ายบางอย่างก็มีองค์กรที่ทำงานด้านผู้ลี้ภัยสนับสนุน

“ช่วงแรกผมฟังไม่ออกพูดไม่ได้ เลยแทบไม่ได้คุยกับใคร ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้อง มีออกมาเล่นกับเด็กที่เป็นผู้ลี้ภัยบ้าง พ่อพาไปไหนก็เดินตามไป ด้วยความเป็นเด็กเลยไม่ได้คิดอะไรเยอะ เวลาผ่านไปเร็วมาก พ่อเคยบอกกับลูกๆ ว่า ‘เข้าไปเรียนในโรงเรียนนะ ฝึกภาษาไทยให้ได้ เพื่อเป็นเสียงให้คนในครอบครัว’ มองย้อนกลับไป การได้ภาษาไทยจะทำให้พวกเราอยู่ที่นี่ง่ายขึ้น พ่อแม่ปลูกฝังว่าต้องขยันให้มากกว่าคนอื่น เพราะที่นี่ไม่ใช่ประเทศตัวเอง เรามีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน

“ตอนผมอายุ 9 ขวบ เจ้าหน้าที่จากองค์กรที่ทำงานด้านผู้ลี้ภัยพาไปสมัครที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เขาพูดกับทางโรงเรียนว่า ‘ช่วยรับเขาหน่อยได้ไหม เด็กจะพยายามเรียนให้ได้’ ผู้อำนวยการในตอนนั้นก็ใจดี รับผมเข้าเรียน ป.3 จำได้ว่าวิชาแรกที่เรียนคือ ภาษาไทย คนในห้องเรียนกันมาแล้ว แต่ผมไม่รู้อะไรเลย ครูให้เขียนตามคำบอก ผมฟังไม่รู้เรื่อง นั่งดูทางซ้ายทางขวาว่าคนอื่นทำอะไร ก็จดตามไปก่อน ดูว่าตัวอักษรเขียนยังไง พอกลับมาบ้านก็ฝึกด้วยตัวเอง

“ตอนนั้นเซฟโซนคือวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ เพราะไม่ต้องใช้ภาษาไทย พ่อแม่เคยสอนภาษาอังกฤษผมมาบ้างด้วย ทุกวันหลังเลิกเรียน ผมจะกลับบ้านมาเปิด Google Translate พิมพ์ภาษาอาหรับแล้วจำว่าภาษาไทยใช้ยังไง เวลาอยู่กับเพื่อนคนไทยก็ใช้ภาษามือกันครับ (หัวเราะ) แต่ผมมักสังเกตว่าคนอื่นพูดยังไง เราเข้าใจคำหน้าและคำหลัง ก็พอเดาได้ว่าคำตรงกลางคืออะไร เรียนจบปีนั้นผมได้เกรด 3.5 คะแนนสอบไม่ดีหรอกครับ แต่ผมทำงานส่งตลอด ผลการเรียนเลยโอเค

“พอขึ้น ป.4 ผมได้คำศัพท์เยอะขึ้นอีก เพราะช่วงปิดเทอมฝึกภาษาไทยด้วยตัวเอง แต่พอถึงปลายเทอมสอง ผมต้องหยุดเรียนไปสองเดือน เพราะประเทศไทยออกตรวจผู้ลี้ภัยเข้มมากขึ้น จับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย ผมไม่ค่อยออกไปไหนเลย ครูพยายามเรียกให้กลับมาเรียน ตอนนั้นสถานการณ์เริ่มผ่อนเลยกลับมาเรียน อีกไม่นานจะสอบปลายภาค ครูเล็กเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ใจดีมาก เอาหนังสือทุกวิชามาช่วยสอน จนกระทั่งผมเรียนจบ ป.4 มาได้ ต้องขอบคุณครูด้วยครับ

“ผมตั้งใจว่าเปิด ป.5 ต้องพูดภาษาไทยให้ได้ อยากให้เพื่อนยอมรับว่าคนนี้เป็นฝรั่งที่พูดภาษาไทยได้ เลยลิสต์คำศัพท์เก็บไว้ ท่องจนจำได้ ถ้าผ่านไปแล้วลืม ท่องซ้ำอีก เริ่มจากจำว่าออกเสียงยังไง แล้วจำเป็นตัวอักษร ตอนนั้นเลยทั้งฟังพูดอ่านและเขียนได้ ผมจำคำศัพท์ได้หลายร้อยคำเลย แต่ปรากฏว่าเปิดเทอมมา ผมสื่อสารไม่ได้เพราะเรียงประโยคไม่เป็น ต้องใช้เวลาสักสองสัปดาห์ในการฝึกเรียงประโยค หลังจากนั้นก็พูดได้เยอะขึ้น เริ่มพูดและเขียนประโยคยาวๆ ได้

“พอพูดภาษาไทยได้มากขึ้น เพื่อนก็ชวนไปเล่นด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำการบ้านด้วยกัน เทอมสองก็ทำได้ดีขึ้นอีก พอขึ้น ป.6 ก็พูดภาษาไทยสำเนียงไทยได้ละ ปีนั้นผมทำผลการเรียนได้ 4.00 (ยิ้ม) พอขึ้น ม.1 ผมพูดภาษาไทยได้เยอะขึ้นอีก บางคนฟังแค่เสียงแล้วไม่ได้มองหน้าอาจคิดว่าเป็นคนไทยหรือคิดว่าเป็นลูกครึ่งหรือเปล่า ปีนั้นผมได้เป็นหัวหน้าห้องด้วย ปัจจุบันผมเรียนอยู่ ม.6 ได้เป็นหัวหน้าห้องทุกปี เคยเป็นประธานนักเรียน และทำผลการเรียนได้ 4.00 เกือบทุกปีเลย

“เหตุผลแรกที่ผมอยากเรียน เพราะอยากเป็นเสียงให้กับคนในครอบครัว ถ้าพวกเราไม่ได้ภาษาไทยเลย ทำอะไรก็ติดขัด คงไม่มีใครมาช่วยเหลืออะไรได้ เทียบกับเมื่อก่อน เวลาพวกเราเข้าไปโรงพยาบาลหรือติดต่ออะไรที่ต้องใช้ภาษาไทย เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ลำบากมากครับ ต้องใช้ Google Translate แปลกลับไปกลับมา กว่าจะคุยกันรู้เรื่องต้องใช้เวลาเยอะมาก พอผมและพี่น้องพูดภาษาไทยได้ก็ง่ายขึ้น จากใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็เหลือแค่ไม่กี่นาที

“ช่วงที่ผ่านมาผมได้เข้าร่วมกลุ่ม Force for Change ที่จัดโดยองคกร HOST International Thailand เป็นการมาเจอกันของผู้ลี้ภัยจากหลายประเทศ ทั้งปาเลสไตน์ โซมาเลีย อิรัก ปากีสถาน เวียดนาม ถ้าไม่นับผู้ลี้ภัยชาติเดียวกัน ชีวิตจริงผมไม่ค่อยได้เจอผู้ลี้ภัยเลย เรามาทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน เช่น ฝึกทักษะการทำงานร่วมกัน การพูดในที่สาธารณะ การคิดแคมเปญ ชีวิตแต่ละคนก็ผ่านอะไรมาเยอะ บางคนผู้ปกครองเสียชีวิตไปแล้ว ต้องมาอยู่ไทยคนเดียว ถือเป็นการให้กำลังใจให้กันทางอ้อม

“ผมมองว่าตัวเองไม่ได้หัวดีกว่าใครเลย ก็เหมือนกับทุกคนแหละครับ แค่พยายามมากกว่าคนอื่น เพราะรู้ว่าโอกาสที่ตัวเองได้รับไม่เท่ากับคนอื่น เลยพยายามในวันที่คนอื่นไม่ได้พยายาม ผมใช้เวลาวันละชั่วโมงในการฝึกฝน เท่ากับผมเรียนภาษาไทยไปแล้ว 365 ชั่วโมงต่อปี แต่การเป็นผู้ลี้ภัยทำให้การเรียนต่อมหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เป็นไรครับ ผมเสียดายที่จะไม่ได้เรียนต่อ แต่ไม่เสียใจที่เลือกเรียน อย่างน้อยขอให้มีวุฒิ ถ้าวันหนึ่งได้ไปประเทศที่สามจะได้ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่

“แต่เมื่อไม่นานมานี้ ครูฝ่ายวัดผลที่โรงเรียนเพิ่งบอกว่า ไม่รู้ว่าจะออกวุฒิให้ผมยังไง เพราะผมเข้ามาเรียนตอน ป.3 ไม่ได้มีหลักฐานครบถ้วนมาตั้งแต่ต้น เขาไม่ได้ค้านนะครับ แค่ไม่รู้จะดำเนินการยังไง ผู้ลี้ภัยคนอื่นที่ได้วุฒิเพราะเข้าเรียนมาตั้งแต่ ป.1 อีกอย่างคือ คนที่รับสมัครเมื่อสิบกว่าปีก่อนไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว ผมรู้สึกว่าไม่แฟร์เลยครับ เคยปรึกษากับทนายความ เขาก็ยืนยันว่าผมต้องได้ ช่วงเวลาหลังจากนี้ ผมคงต่อสู้ให้ตัวเองได้วุฒิให้ได้

“ความฝันของผมคืออยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากมีแบรนด์ของตัวเอง อีกอย่างคือ ผมอยากเขียนหนังสือเล่าเรื่องตัวเองแล้วไปขายในประเทศต่างๆ ผมเขียนไว้จำนวนหนึ่งแล้ว อยากบันทึกทุกเรื่องไว้ในหนังสือเล่มเดียว เนื้อหาคงเป็นแนวให้กำลังใจคนอ่านครับ ผมไม่อยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองไม่มีค่า ถ้าผมทำได้ ทุกคนก็ทำได้ จากเด็กต่างชาติที่พูดภาษาไทยไม่ได้เลย ผมสอบได้ 4.00 ได้เป็นหัวหน้าห้อง และได้เป็นประธานนักเรียนด้วย

“ครอบครัวของเรายื่นเรื่องไปประเทศที่สามมาตั้งแต่ช่วงแรก ถึงตอนนี้ก็สิบกว่าปีแล้ว บางคนเข้ามาไทยในช่วงเวลาเดียวกัน ตอนนี้ได้ไปก่อนแล้ว แต่บางคนก็รอนานไม่ต่างกัน พูดตรงๆ คือผมไม่มีความรู้เลยว่าจะได้ไปตอนไหน แต่ผมมีความหวังนะครับ ผมตั้งใจเรียนเพื่อสร้างประวัติที่ดีมาตลอด คิดว่าคงมีผลให้ได้ไปประเทศที่สาม ระหว่างนี้คงฝึกทักษะที่จำเป็นในชีวิตไปก่อน รอวันที่ได้ไปประเทศที่สาม ผมอยากทำตามความฝันของตัวเองให้เป็นจริง”

เพราะ "ใจ" คือเรื่องสำคัญที่สุด... 💖น้องๆเยาวชนผู้ลี้ภัย Force for Change ได้เข้าร่วม Workshop กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพเ...
07/05/2026

เพราะ "ใจ" คือเรื่องสำคัญที่สุด... 💖

น้องๆเยาวชนผู้ลี้ภัย Force for Change ได้เข้าร่วม Workshop กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพเด็กและเยาวชนด้านสุขภาพจิตและการสนับสนุนทางจิตสังคม และการปฐมพยาบาลทางจิตใจ โดยกิจกรรมนี้จัดให้กับน้องๆกลุ่มเด็กและเยาวชนผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (CCM)

>> เพราะเราเชื่อมั่นว่า "การเข้าใจอารมณ์ตัวเอง คือจุดเริ่มต้นของพลังที่ยิ่งใหญ่" > We belief that "understanding your emotions is the starting point of great strength."

"Because the refugee issue is not just about refugees—it is a human issue that affects us all." 🕊️We would like to expre...
23/04/2026

"Because the refugee issue is not just about refugees—it is a human issue that affects us all." 🕊️

We would like to express our deepest gratitude to @มนุษย์กรุงเทพฯ and Just'Fund - กองทุนเพื่อสังคมเป็นธรรม for sharing this story and for their vital support in standing for justice and humanity. 🤝✨

“HOST International Thailand เกิดขึ้นเมื่อปี 2019 ตอนนั้นประเทศไทยเพิ่งมีการจับหมู่ผู้ลี้ภัยในหลายพื้นที่ ถ้ามองด้วยกฎหมายเข้าเมือง บางคนเข้ามาแบบผิดกฎหมาย บางคนเข้ามาอย่างถูกต้องแล้วอยู่นานจนเกินวีซ่า คนเหล่านั้นเลยถูกส่งตัวไปที่ ตม. ผู้ใหญ่ต้องอยู่ที่ห้องกัก ส่วนเด็กถูกพาตัวไปบ้านพักเด็ก ทำให้ลูกต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ ภาคประชาสังคมหลายองค์กรมองว่า เด็กไม่ควรถูกกระทำแบบนั้น เลยประสานไปยัง HOST International ที่ประเทศออสเตรเลีย บอกเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จนได้รับการสนับสนุนงบประมาณทำงานในช่วงเริ่มต้น

“ถามว่า ‘ผู้ลี้ภัย’ คือใคร พวกเขาคือคนที่ต้องออกจากประเทศด้วยเหตุประหัตประหารหรือภัยสงคราม มีเหตุผล 5 ประการ คือ เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง และเป็นสมาชิกภาพของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น กลุ่ม LGBT ในประเทศที่ไม่มีการยอมรับ บางพื้นที่ไม่สามารถพึ่งพากฎหมายได้ บางพื้นที่เป็นคนบังคับใช้กฎหมายนั่นแหละที่กระทำเสียเอง หลายคนเลยตัดสินใจหนีออกนอกประเทศ เพราะถ้าไม่หนีอาจโดนกักขังหรือโดนทำร้าย พวกเขาจะประเมินก่อนว่า ประเทศไหนมีชุมชนผู้ลี้ภัยเชื้อชาติเดียวกันอยู่บ้าง แล้วพยายามพาตัวเองไปที่นั่น เพราะที่นั่นจะมีการช่วยเหลือกัน

“ตอนนั้น HOST International Thailand ไปคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้ง ตม. และ พม. และฝ่ายความมั่นคง ว่าการจับหมู่แบบนี้ไม่เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศนะ จนมีการอนุโลมให้ประกันตัวแม่ก่อน ตามมาตรา 54 พ.ร.บ. คนเข้าเมือง (ในระหว่างรอการส่งกลับ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอนุญาตให้ไปพักอาศัยอยู่ ณ ที่ใด โดยต้องมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด) พอแม่ได้ออกมาอยู่ในชุมชนผู้ลี้ภัย หลังจากนั้นก็พาลูกกลับมาอยู่กับแม่ เวลาผ่านไปถึงเริ่มให้ประกันตัวพ่อ การประกันตัวทำให้พวกเขาได้รับอนุญาตให้อยู่ในไทยชั่วคราว แต่ยังทำงานไม่ได้ โดยต้องไปรายงานตัวที่ ตม. อย่างสม่ำเสมอ

“สิ่งที่เราทำคือ งานสังคมสงเคราะห์ ทำงานกับเด็กและแม่และพ่อ โดยวางให้เด็กเป็นศูนย์กลาง เป็นงานจัดการรายกรณี ถ้าครอบครัวไหนอยู่ได้โดยไม่มีปัญหา เราไม่เข้าไปทำอะไร แต่ถ้าครอบครัวไหนมีปัญหา เช่น ถ้าพวกเขาต้องการอาหาร เราจะดูว่ามีโบสถ์หรือมัสยิดไหนที่แจกอาหารบ้าง ถ้าพ่อติดเหล้าแล้วทำร้ายแม่และเด็ก นักสังคมสงเคราะห์ของเราจะเข้าไปทำงานด้วย ต้องจัดการกับพ่อยังไง แม่เข้มแข็งพอที่จะปกป้องตัวเองและลูกไหม แล้วหาแนวทางการช่วยเหลือ อีกเรื่องที่สำคัญคือ เราจะช่วยประสานเพื่อให้เด็กได้ไปโรงเรียนตามนโยบาย Education for All

“เราเคยช่วยครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม ประสานให้แม่ได้ประกันตัว พาลูกกลับมาอยู่ด้วยกัน ด้วยความที่ติดอยู่ ตม. หลายเดือน ห้องเช่าเลยถูกปล่อยให้คนอื่นไป เราไปช่วยประสานห้องเช่าและขอรับบริจาคที่นอน หมอน เสื้อผ้า อาหารแห้ง ช่วยติดต่อโรงเรียนแถวนั้นเพื่อให้รับเด็กเข้าเรียน เจ้าหน้าที่ไปด้วยทุกครั้งไม่ได้ ก็ต้องเทรนว่า สมัครเรียนทำยังไง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เทรนวิธีการเดินทางไปรายงานตัวที่ ตม. ต้องไปที่ไหน เดินทางยังไง ต้องติดต่อใคร ผ่านไปสักระยะพ่อถึงได้รับการประกันตัว ปรากฏว่าลูกที่ยังเล็กมากมองเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เราต้องเข้าไปทำกระบวนการการกลับคืนสู่ครอบครัวให้

“เคยมีเคสเด็กอายุ 15 ปีที่เดินทางโดยลำพัง (Unaccompanied Minor - UM) มาจากอัฟกานิสถาน เด็กที่นั่นจะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร สิ่งที่พ่อแม่มักทำคือ ประเทศไหนมีคนอัฟกัน เขาจะจ่ายเงินก้อนหนึ่งให้กับผู้นำพา เด็กคนนั้นถูกมาทิ้งไว้หน้า UN พอเราได้รับการประสาน ก็พาล่ามชุมชนที่เป็นผู้ลี้ภัยด้วยกันไปด้วย เขาหวาดกลัวมาก แทบจะคุยกันไม่ได้เลย ต้องค่อยๆ ทำความรู้จักกัน เราก็พาไปยังชุมชนของคนอัฟกัน และช่วยเขาเรื่องสุขภาพจิตด้วย เวลาผ่านมาร่วมสองปีแล้ว ชีวิตส่วนใหญ่ของเขาต้องอยู่แต่ในห้อง อาจไปเตะบอลกับเพื่อนบ้าง เพราะกลัวออกไปแล้วโดนจับ

“คนไม่ค่อยรู้ว่าบ้านเรามีผู้ลี้ภัยในเขตเมืองรวมแล้วเกือบ 5,000 คน จาก 40 กว่าประเทศ เช่น ปากีสถาน เวียดนาม กัมพูชา โซมาเลีย อัฟกานิสถาน อิรัก อิหร่าน ปาเลสไตล์ เอธิโอเปีย ฯลฯ พอเข้ามาแล้ว หลายคนไปขอความช่วยเหลือจากองค์กรที่ทำงานด้านมนุษยธรรม แต่พอรู้ว่าต้องอยู่อีกนาน บางคนเลยแอบไปทำงานรับจ้าง เหมือนกับแรงงานข้ามชาติที่ทำงานแบบผิดกฎหมาย ซึ่งเราไม่แนะนำ ดังนั้นงานที่เราทำไม่ใช่การสนับสนุนคนทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าเขาเข้ามาแล้ว สิ่งที่เราทำคือการทำให้พวกเขาไม่ถูกละเมิด ถ้าไม่มีใครดูแลจัดการ อาจเกิดการค้ามนุษย์ ส่งผลต่อภาพของประเทศไทยในเวทีโลกด้วย

“ถ้าใช้กฎหมายเข้าเมืองเพียวๆ แน่นอนว่าคนเหล่านี้ผิดกฎหมาย ต้องถูกส่งฟ้องไปที่ศาล พอศาลสั่งลงโทษแล้ว พวกเขาจะถูกส่งตัวไป ตม. เพื่อผลักดันออกจากประเทศ แต่เขากลับประเทศตัวเองไม่ได้ และประเทศไทยเคยยอมรับหลักการเรื่องไม่ผลักดันผู้ลี้ภัยออกไป หากรู้ว่ากลับแล้วจะเป็นอันตรายต่อชีวิต สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่ห้องกักของ ตม. ต่อไป บางคนอยู่เป็นสิบปีเลย รัฐต้องเสียงบประมาณไปโดยไม่มีแนวทางจัดการ ผู้ลี้ภัยบางคนเคยเป็นครู เป็นทนายความ เป็นวิศวกร เป็นหมอ หลายองค์กรเคยทำรีเสิร์ชเรื่องทักษะของผู้ลี้ภัยแล้วเสนอต่อรัฐบาลว่า เราจะใช้ประโยชน์กับสิ่งเหล่านี้ยังไง แต่ยังไม่เกิดการนำไปปฏิบัติ

“ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับเรื่องผู้ลี้ภัย กระบวนการที่ทำกันคือ ผู้ลี้ภัยจะติดต่อไปที่ UNHCR เพื่อให้รับรองสถานะผู้ลี้ภัย (Refugee status determination) บางคนต้อรอหลายปีเลย ปัญหาคือ ระหว่างนั้นเขาต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ พอได้บัตรผู้ลี้ภัย คุณยังไม่ได้สถานะตามกฎหมายไทยนะ แต่จะมีเอกสารบางอย่างเพื่ออธิบายกับเจ้าหน้าที่ได้ หลังจากนั้นจะขึ้นกับประเทศไหนเปิดรับผู้ลี้ภัยให้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่บ้าง และผู้ลี้ภัยคนนั้นเข้ากับเงื่อนไขที่กำหนดหรือเปล่า ถ้าตรงกัน เขาจะดำเนินการต่อจนกระทั่งได้ย้ายไปประเทศที่สาม

“ที่ผ่านมาหลายองค์กรพยายามผลักดันให้ไทยมีกระบวนการคัดกรองที่เรียกว่า National Screening Mechanism (NSM) เพื่อให้ผู้ลี้ภัยมีสถานะแบบหนึ่ง เป็นผู้ได้รับการคุ้มครอง ได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราว เป็นกระบวนการที่ทำโดย ตม. ผู้ลี้ภัยจะบอกว่า เหตุผลที่กลับประเทศไม่ได้คืออะไร ตม. ส่งข้อมูลต่อไปให้คณะกรรมการใหญ่พิจารณาว่า คนเหล่านี้สมควรให้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราวจนกว่าความไม่ปลอดภัยนั้นจะหมดไปไหม ประเทศไทยเริ่มทำไปบ้างแล้ว แต่มาเกิดโควิดก่อน เลยยังไม่แพร่หลาย บางประเทศถึงขนาดให้สัญชาติเลย ถ้าประเทศไทยยังไม่ถึงจุดนั้น ก็ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมของตัวเอง

“ทุกวันนี้สถานการณ์โลกไม่สงบเลย เราไม่มีทางกั้นคนไม่ให้หนีได้ ถ้าพวกเขาหนีเข้ามาเพราะไม่ปลอดภัย คำถามคือ เราจะทำยังไงต่อ มันคือการเอาขึ้นมาจากใต้ดิน เพื่อให้รู้ว่าเขาคือใคร เวลาเราเห็นคนผิวดำเดินอยู่ในเมือง แล้วกลัว นั่นเพราะไม่รู้ว่าเขาคือใคร ถ้าเราเอาพวกเขาเข้าสู่ระบบ มีการจัดการที่ดี ถ้าวันหนึ่งเขาทำผิดกฎหมาย เราจะได้รู้ว่าเขาเป็นใคร มันคือความปลอดภัยของทุกคนในประเทศ เช่นเดียวกัน พวกเขาก็รู้ด้วยว่า ถ้าทำอะไรผิดกฎหมายขึ้นมา สถานะนี้จะถูกเอาออก ถูกจับ ถูกกัก ถูกผลักดันออก เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นหรอก

“คำถามที่เราเจอบ่อยมากคือ ‘ทำไมต้องช่วยคนเหล่านี้ด้วย ทำไมถึงไม่ช่วยเด็กไทยก่อน’ ภารกิจของเราคือเรื่องเด็ก ถ้าประเทศไทยไม่มีองค์กรไหนเลยที่ช่วยเด็กไทยในบริบทต่างๆ ไม่มีกลไกทางกฎหมายครอบคลุมถึง เราก็ควรโฟกัสเรื่องนั้นเป็นพิเศษ แต่ในความจริงคือ มีองค์กรที่ทำงานช่วยเด็กไทยเยอะมาก ต่างจากเด็กที่เป็นผู้ลี้ภัยที่แทบไม่มีองค์กรไหนมาช่วย สำหรับเรานะ ไม่ว่าจะเด็กไทยหรือเด็กต่างชาติ พวกเขาคือคนเหมือนกัน เราไม่ได้มองว่าใครต้องมาก่อน คนเราอยู่ร่วมกัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับใครก็กระทบกับสังคมด้วย

“ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ ผู้ลี้ภัยไม่ออกจากประเทศตัวเองหรอก เคยมีน้องผู้ลี้ภัยที่มาจากปากีสถานบอกว่า ‘รู้ไหมว่าหนูคิดถึงอะไรมากที่สุด หนูคิดถึงเตียงนอนที่บ้านของหนูมากที่สุดเลย’ พวกเขาอยากกลับอยู่แล้ว แต่มันกลับไม่ได้ ถ้าเด็กไม่ได้รับการช่วยเหลือออกมา เขาจะมีภาวะอารมณ์ลบ ซึมเศร้า มันส่งผลต่อการเติบโตในอนาคต รู้ไหมว่า เด็กที่เราเคยช่วยออกมา พอได้เรียนหนังสือ หลายคนเรียนเก่งมากนะ บางคนสอบได้ที่หนึ่ง ได้โควต้าทุนการศึกษา น้องชาวปาเลสไตน์ที่เราทำงานด้วย เป็นถึงประธานนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.

“HOST International Thailand ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรที่ออสเตรเลียมาสักพักแล้ว ช่วงหลายปีหลังเป็นการขอทุนจากองค์กรต่างๆ หนึ่งในนั้นคือเงินจาก UNHCR ที่ได้เมื่อปี 2024 ที่มองว่าเรามีศักยภาพในการดูแล ปกป้อง คุ้มครองสิทธิเด็กที่เป็นผู้ลี้ภัย เรามีเงินทำงานมาได้เรื่อยๆ จนกระทั่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเป็นประธานาธิบดี พร้อมกับนโยบาย America First เขาสั่งหยุดงบสนับสนุนงานด้านผู้อพยพทั้งหมด เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งในอเมริกามองว่า การช่วยเหลือผู้อพยพไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ และสิ่งนี้กำลังเป็นเทรนด์ไปทั่วโลกด้วย

“ตอนนั้นเราต้องปิดออฟฟิศไปช่วงหนึ่ง เอาคนทำงานออกไปหมด เหลือเฉพาะเราที่มีหน้าที่หาทุน พร้อมกันนั้น เราต้องไล่บอกเด็กๆ ที่ทำงานด้วยหลายร้อยคนว่า หลังจากนี้จะไม่มีคนทำงานแล้วนะ หลายคนเลยที่หวาดกลัวกัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วจะปรึกษาใคร จนเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว เราได้รับการสนับสนุนเงินทุนจำนวนหนึ่งจาก Just'Fund - กองทุนเพื่อสังคมเป็นธรรม ถึงได้กลับมาเปิดออฟฟิศอีกครั้ง แต่เงินนั้นจะอยู่ได้ถึงช่วงกลางปีนี้ เรากำลังหาแหล่งทุนอื่นไปด้วย โดยยังไม่รู้เลยว่าจะได้หรือเปล่า ถ้าสุดท้ายไม่ได้จริงๆ เราคงต้องหยุดให้บริการเด็กๆ แล้วพวกเขาต้องหาช่องทางในการดูแลตัวเอง

“เราทำงานที่นี่ตั้งแต่ปี 2021 ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการบริหาร เจอผู้ลี้ภัยมาจากหลากหลายพื้นที่และวัฒนธรรม พวกเขามีเรื่องน่าสนใจเยอะมาก เพียงแค่ถูกตบลงมาอยู่ในกล่องผู้ลี้ภัย แล้วทำสิ่งนั้นไม่ได้ คนเหล่านั้นมีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศเราได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่ถูกนำมาใช้ การทำงานด้านนี้เห็นความทุกข์เยอะ การหยิบจับเรื่องเล็กน้อยมาเป็นความสุขเลยสำคัญ ความสุขของเราเล็กน้อยมาก เวลาเห็นเด็กๆ มาที่ออฟฟิศ เขายังไม่ได้กินข้าว แล้วเราสั่งอาหารให้กินด้วยเงินตัวเอง เพื่อให้เขาอิ่มท้อง บางคนอยู่บ้านแล้วเครียด เล่นกันที่นี่แล้วไม่เครียด แค่นี้ก็เป็นความสุขแล้ว”


ยูฮานี เจ๊ะกา ผู้อำนวยการบริหาร HOST International Thailand Foundation

Just'Fund - กองทุนเพื่อสังคมเป็นธรรม

-

#มนุษย์กรุงเทพฯxJustFund

25 องค์กรที่อยู่ในเครือข่ายของ Just'Fund - กองทุนเพื่อสังคมเป็นธรรม มีทั้งคนทำงานเรื่องสิทธิแรงงาน สิทธิเด็กและเยาวชน ความหลากหลายทางเพศ สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และสื่ออิสระที่นำเสนอความจริงและตรวจสอบรัฐ

นอกจากบทบาทงานที่มีความท้าทายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้พวกเขายังเผชิญกับอุปสรรคด้านเงินทุน ซึ่งเป็นปัญหาร่วมขององค์กรภาคประชาสังคมจำนวนมากในปัจจุบัน จนบางองค์กรต้องอยู่บนความไม่แน่นอน บางองค์กรต้องลดบทบาทงาน และบางองค์กรอาจถึงขั้นต้องปิดตัวลง

คุณสามารถบริจาคเงินเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ที่บัญชี กองทุนมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม โดยมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม

ธนาคาร: ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขบัญชี: 075-214-2483

26/02/2026
✨HOST invites you to experience the ‘truth’ through our Online Photo Exhibition. This collection shares the real stories...
15/02/2026

✨HOST invites you to experience the ‘truth’ through our Online Photo Exhibition. This collection shares the real stories and journeys of those who survived violence in relationships once called "love." Let us learn, raise awareness, and spread the understanding that... no one should ever use love as an excuse for violence.

Created with the Heyzine flipbook maker

ที่อยู่

187 Latprao101 Yeak 1, Latphrao Road, Khlong Chaokhunsing, Wangthonglang, Bangkok 10310
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ HOST International TH โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์