Irco of SWU ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

Irco of SWU ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Irco of SWU ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร, 114 Sukhumvit 23, Bangkok.

ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ได้ดำเนินงานด้านวิเทศสัมพันธ์ ด้านการประชาสัมพันธ์ ทั้งการประชาสัมพันธ์ภายใน และการประชาสัมพันธ์ภายนอก อย่างเข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนและสร้างเสริมภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ไปสู่การรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน

Srinakharinwirot University Mourns the Passing ofH.R.H. Princess Bajrakitiyabha Narendiradebyavati, the Princess Rajasar...
12/06/2026

Srinakharinwirot University Mourns the Passing of
H.R.H. Princess Bajrakitiyabha Narendiradebyavati,
the Princess Rajasarini Siribatchra

On behalf of the administrators, faculty members, staff, students, and alumni of Srinakharinwirot University.

ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ประชุมติดตามงาน ยินดีบุคลากร และอวยพรทีมบุคลากรส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สำนัก...
10/06/2026

ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ประชุมติดตามงาน ยินดีบุคลากร และอวยพรทีมบุคลากร

ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สำนักงานอธิการบดี นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงาน พร้อมแสดงความยินดีกับบุคลากรที่ได้รับรางวัลและเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 42 “มศว เกมส์ : Health & Happiness” เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเชิดชูความสำเร็จของบุคลากรที่สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย

โอกาสนี้ ได้ร่วมกันอวยพรวันคล้ายวันเกิดและเป่าเค้กให้กับบุคลากรที่เกิดในเดือนมิถุนายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศห่งความอบอุ่น เป็นกันเอง สะท้อนถึงความผูกพัน ความสามัคคี และการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานร่วมกันของบุคลากรภายในหน่วยงาน
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมเก้าบีชั้นหกสำนักงานอธิการบดี

ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มศวขอขอบคุณเครือข่ายประชาสัมพันธ์จากทุกคณะ  ทุกสถาบันในมหาวิทยาลัย ทั้งที่อยู่ในภาพและ...
04/06/2026

ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มศว

ขอขอบคุณเครือข่ายประชาสัมพันธ์จากทุกคณะ ทุกสถาบันในมหาวิทยาลัย ทั้งที่อยู่ในภาพและไม่ได้อยู่ในภาพ

ที่ประจำแต่ละสนามของการแข่งขัน เพื่อร่วมเก็บภาพความประทับใจให้กับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 42

มศว เกมส์

❤️❤️❤️

03/06/2026

Sports Friendship Beyond Borders
Join us in discovering the memorable experiences and impressions shared by our international staff at The 42nd Thailand University Personnel Games “SWU Games 2026”

#มศวเกมส์ โก อินเตอร์💨
กีฬามิตรภาพไร้พรมแดน มาดูความประทับใจของบุคลากรต่างชาติกับ งานแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 42 กันกราฟ💌✨🥰

✍🏻สกู๊ปข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์สองบุคลากร มศว สร้างชื่อยิ่งใหญ่ คว้าเหรียญทองกีฬาลีลาศในศึก "มศว เกมส์"      รศ.ดร.ช...
03/06/2026

✍🏻สกู๊ปข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สองบุคลากร มศว สร้างชื่อยิ่งใหญ่ คว้าเหรียญทองกีฬาลีลาศในศึก "มศว เกมส์"
รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.สุมนรตรี นิ่มเนติพันธ์ และ นายกิตติภาศ ศักดากัมปนาท บุคลากรมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัย ด้วยการคว้า เหรียญทองการแข่งขันกีฬาลีลาศ ในการแข่งขัน กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 42 “มศว เกมส์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ ภายใต้แนวคิด “Health & Happiness” ท่ามกลางนักกีฬาบุคลากรจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศกว่า 8,000 คนที่เข้าร่วมการแข่งขัน
โดยความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น และความเป็นเลิศด้านกีฬา พร้อมสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นอย่างยิ่ง

#กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัย
#มศวเกมส์

ร่วมแสดงความยินดีCR : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
02/06/2026

ร่วมแสดงความยินดี
CR : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ภาพสวยๆ จากการแข่งขันกีฬาลีลาศ🏆 นายกิตติภาส ศักดากัมปนาท ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร นักกีฬาลีลาศ มศว คว้า 3 เหรีย...
02/06/2026

ภาพสวยๆ จากการแข่งขันกีฬาลีลาศ
🏆 นายกิตติภาส ศักดากัมปนาท
ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
นักกีฬาลีลาศ มศว คว้า 3 เหรียญทอง
ความมุ่งมั่น ความสง่างาม และความทุ่มเทในการแข่งขันครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับ มศว #ทีมมศว

#มศวเกมส์42 #มศวเกมส์ #กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่42 #ทีมมศว #มศว #กีฬาลีลาศ

🎉 ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร 🎉🥇🥇🥇ขอแสดงความยินดีกับ 3 เหรียญทอง กีฬาลีลาศ 🏆นายกิตติภาส ศักดากัมปนาท นักกีฬาลีลาศ ...
01/06/2026

🎉 ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร 🎉
🥇🥇🥇ขอแสดงความยินดีกับ 3 เหรียญทอง กีฬาลีลาศ 🏆

นายกิตติภาส ศักดากัมปนาท นักกีฬาลีลาศ มศว คว้า 3 เหรียญทอง
สร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจในการแข่งขันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 42 “มศว เกมส์” ประจำปี 2569

🏆 เหรียญทอง รุ่นทั่วไป Standard Single Dance - Waltz (Open Basic หรือ Variation)
🏆 เหรียญทอง รุ่นทั่วไป Standard Single Dance - Tango (Open Basic หรือ Variation)
🏆 เหรียญทอง รุ่นทั่วไป Standard Single Dance - Waltz (Easy Bronze)

ความมุ่งมั่น ความสง่างาม และความทุ่มเทในการแข่งขันครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับ มศว #ทีมมศว

💙 ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ขอร่วมชื่นชมและส่งกำลังใจให้แก่นักกีฬาทุกท่านในการแข่งขัน “มศว เกมส์” ครั้งที่ 42

📅 ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2569
📍 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
🩶❤️ร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬา มศว ไปด้วยกัน


#มศวเกมส์42 #มศวเกมส์ #กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่42 #ทีมมศว #มศว #กีฬาลีลาศ
ข้อมูล ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569

"ทุกครั้งที่ท้อจนน้ำตาไหล...พอได้ร้องไห้จนพอใจแล้ว...จะมองไปที่เป้าหมายข้างหน้า"จากเด็กธรรมดา ๆ ที่ไม่เคยมีคำว่า "แฟชั่น...
30/05/2026

"ทุกครั้งที่ท้อจนน้ำตาไหล...พอได้ร้องไห้จนพอใจแล้ว...จะมองไปที่เป้าหมายข้างหน้า"
จากเด็กธรรมดา ๆ ที่ไม่เคยมีคำว่า "แฟชั่นดีไซเนอร์" อยู่ในหัว แต่วันนี้กลับถูกจับตามองจากวงการแฟชั่นโลกในฐานะ "ดีไซเนอร์ดาวรุ่งของอาเซียน" หลังจาก นิตยสาร Vogue Philippines เลือกให้เป็น 1 ใน 10 ดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่น่าจับตาที่สุดแห่งปี 2026 ทั้ง ๆ ที่ยังเรียนไม่จบ โดยนอกจากผลงานจะโดดเด่นแล้ว เส้นทางชีวิตของดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาแรงคนนี้ก็มีแง่มุมน่าค้นหา ที่วันนี้ "ทีมวิถีชีวิต" อยากพาไปทำความรู้จักกับ "รุจ กล้ำศรี"เจ้าของเรื่องราวนี้ให้มากขึ้น...

รุจ กล้ำศรี เจ้าของรางวัล "ดีไซเนอร์หน้าใหม่ระดับอาเซียนที่น่าจับตาแห่งปี 2026" เล่าประวัติให้ฟังว่า เขาเป็นคนกรุงเทพฯ เป็นลูกคนสุดท้องของ คุณพ่อสาโรจน์ กับ คุณแม่บัวไข และมีพี่ชายอีก 1 คน คือ กนกพล กล้ำศรี ส่วนการศึกษา เขาเรียนที่ โรงเรียน ยอแซฟอุปถัมภ์สามพราน จ.นครปฐม ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึง ม.6 จากนั้นเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ที่วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CCI ) สาขาวิชาแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) โดยปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 สาขาและคณะนี้

ส่วน "เส้นทางสู่โลกดีไซเนอร์" รุจย้อนความหลังว่า จริง ๆ ตั้งแต่สมัยมัธยม เขาไม่รู้ตัวเองแม้แต่นิดเดียวด้วยซ้ำว่าอนาคตอยากเป็นอะไร ทำให้ตอนนั้นจึงเหมือนเป็นแค่เด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีความฝันในอนาคต เนื่องจากยังไม่ค้นพบตัวเอง แต่ด้วยความชอบเล่นอินสตาแกรม และชอบไปกดไลก์ภาพเกี่ยวกับแฟชั่นและงานดีไซน์ก็อาจจะได้ซึมซับเรื่องนี้เข้ามาในหัวบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นชอบอาชีพดีไซเนอร์ จนมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อตอนที่ลงคอร์สเรียนติวเข้มเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่อาร์ทเฮาส์ (Art House) ซึ่งเป็นสถาบันกวดวิชาศิลปะ เพื่อดูว่าตัวเองชอบศิลปะและการออกแบบดีไซน์จริงไหม

'ช่วงที่เรียนติวนั้นเป็นช่วงที่เหนื่อยมาก เพราะต้องวิ่งรอกระหว่างโรงเรียนประจำกับห้องติวศิลปะตลอดทั้งสัปดาห์ แต่ทุก ๆ ครั้งที่เข้าห้องเรียนออกแบบดีไซน์จะรู้สึกชอบช่วงเวลานี้มากเป็นพิเศษ เพราะได้ใช้ไอเดีย ได้ใช้ความคิด ยิ่งเวลาที่ได้ร่างลายเส้นใบหน้า วาดสเกตช์โครงร่างและได้ลองออกแบบเสื้อผ้าก็ยิ่งรู้สึกชอบ จนค้นพบตัวเองว่านี่แหละคือตัวเรา"รุจเล่าเรื่องนี้ และจากจุดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เขาเลือกเรียนด้านดีไซเนอร์ โดยได้ยื่นพอร์ตโฟลิโอเพื่อสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CCI) มศว โดยเขาเผยความลับเรื่องนี้ว่า ที่เลือกเรียนที่นี่ เพราะเขาอยากเข้ามาเรียนในเมือง และจากที่หาข้อมูลมาจึงเชื่อมั่นว่า ที่นี่น่าจะเหมาะกับเขา เพราะเปิดกว้างให้กับความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ

รุจเล่าต่อไปอีกว่า หลังก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็พบว่า โลกแฟชั่นที่นี่ไม่มีคำว่าจำลอง แต่คือโลกแฟชั่นของจริง เพราะตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 ก็ได้รับบททดสอบมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยแรก ๆ ที่ผลักดันให้นิสิตชั้นปี 1 ต้องจัดแสดงแฟชั่นโชว์สู่สายตาสื่อมวลชนและสาธารณชนจริง ๆ โดยโปรเจกต์แรกที่เขาได้ลงมือทำคือ "การออกแบบชุดแฟชั่นภายใต้สีขาวและเน้นความเป็นโครงสร้าง" ซึ่งนิสิตในสาขาทั้ง 60 กว่าคนจะต้องเค้นไอเดียตัวเองเพื่อแข่งกัน โดยอาจารย์ไม่ตีกรอบหรือวางกฎเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้ปลดปล่อยความคิดตัวเองได้อย่างอิสระแบบเต็มที่

รุจเล่าว่า เมื่อได้รับโจทย์นี้ เขาก็พยายามเค้นศักยภาพ และมุ่งมั่นในการออกแบบตัดเย็บเต็มที่ ซึ่งผลลัพธ์จากการทุ่มเทส่งผลให้คว้า รางวัลคอลเลกชันยอดเยี่ยม (Best Project Collection) มาครองได้สำเร็จ ซึ่งรางวัลนี้เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นเลิศที่จุดประกายความมั่นใจให้กับเขาที่เคยตั้งคำถามถึงศักยภาพตัวเอง โดยรุจบอกว่า เมื่อขึ้นปี 2 โอกาสก็วิ่งเข้ามาหาเขา โดยอาจารย์ที่คณะมองเห็นแวว จึงส่งตัวเขาเข้าประกวดในเวที การออกแบบผ้าไทยในโครงการ New Gen Young Designer ภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ถือเป็น "สนามใหญ่ของจริงระดับประเทศครั้งแรก" ของเขา ที่อยู่นอกรั้วมหาวิทยาลัย โดยเขาบอกว่า รายการนั้นเขาต้องแข่งกับดีไซเนอร์รุ่นพี่ ๆ และมืออาชีพจากทั่วทุกสารทิศจำนวนกว่า 300 คน โดยเขาก็ได้ตัดตัวเข้ารอบมาเรื่อย ๆ จากรอบภูมิภาคเหลือเพียง 40 คนสุดท้ายเพื่อเข้าสู่เวทีแข่งระดับประเทศ ซึ่งเขาเผยความลับในการลงแข่งขันรายการครั้งนั้นว่า

'ตอนนั้นไม่มั่นใจตัวเองเลย เพราะคู่แข่งแต่ละคนมีประสบการณ์ในวงการแฟชั่นมานาน และลงแข่งมาหลายสนามแล้ว ที่สำคัญกระบวนการทำงานในสนามจริงไม่ง่ายเหมือนในรั้วมหาวิทยาลัย เพราะเราต้องวางแนวคิด ไปจนถึงการขึ้นโครงผ้าดิบ ซึ่งแตกต่างจากงานมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าต้องรื้อโครงร่างทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะผ่านสายตาของคณะกรรมการระดับปรมาจารย์ จนได้รับอนุญาตให้ตัดเย็บจริง" รุจเล่าถึงประสบการณ์ในตอนนั้น

และสนามแข่งขันนี้เองที่ทำให้เขามีโอกาสสัมผัสและทำงานร่วมกับผ้าไทย โดยครั้งนั้นเขาเลือกใช้ ผ้าพื้นถิ่นของ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นลวดลายพื้นถิ่นที่มักถูกหลายคนมองข้าม เนื่องจากมีอคติกับผ้าพื้นเมืองว่า ทั้งแก่ ทั้งเชย ซึ่งเขานำผ้าพื้นถิ่นนี้นำมาตีความใหม่ด้วยการใส่โครงสร้างที่ทันสมัย และออกแบบให้สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะอยากเปลี่ยนมุมมองที่หลายคนมีอคติกับผ้าชนิดนี้ และในที่สุดผลงานนี้ก็คว้า รางวัลเหรียญทองระดับประเทศ มาครองได้สำเร็จ ทำให้เขาได้เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ มากมายในเวลาต่อมา ทั้งได้ทำงานกับแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ รวมถึงมีโอกาสถวายงานออกแบบโปรเจกต์ ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อยู่เนือง ๆ ด้วย โดยรุจเล่าอีกว่า หลังจบการแข่งรายการดังกล่าว รุจก็กลับมาเริ่มทำโปรเจกต์ปี 2 ในช่วงเทอมแรก โดยเขาเลือกทำงาน "ผ้ามัดย้อม" และพอเข้าสู่เทอม 2 ก็เลือกทำโปรเจกต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบุรุษผู้เป็นตำนานแห่งการอนุรักษ์พงไพร คือ "สืบ นาคะเสถียร" ซึ่งเป็นงานแรกที่ได้เล่นกับงานจักสาน โดยรุจเล่ากระบวนการทำงานของโปรเจกต์นี้ว่า เมื่อโปรเจกต์เริ่มต้น เขาได้ตัดสินใจบินไป จ.เชียงใหม่ เพื่อฝังตัวทำงานร่วมกับปราชญ์ชาวบ้านและช่างฝีมือท้องถิ่น ซึ่งเปลี่ยนชีวิตและมุมมองเขา

'ตอนได้ลงไปทำงานกับชุมชน โดยเฉพาะกับป้าไก่และพี่โก๊ะนั้น ทำให้พบว่า ชาวบ้านมีความเชี่ยวชาญและมีสกิล งานฝีมือที่ประณีตมาก ๆ แค่ยังขาดด้านดีไซน์ เราจึงนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบสากลไปผสมผสานเข้ากับเส้นตอกไม้ไผ่ธรรมดา ๆ เพื่อเปลี่ยนงานหัตถกรรมพื้นบ้านเป็นโครงร่างเสื้อผ้าชั้นสูง สไตล์โอตกูตูร์ (Haute Couture)"

เมื่อความประณีตจากงานหัตถกรรมไทยดั้งเดิมผสมผสานกับโครงสร้างที่ล้ำสมัย ผลลัพธ์ที่ได้จึงไปเตะตาบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นต่างประเทศ จนได้รับการตีพิมพ์ลงใน นิตยสาร The White Line Issue ของยุโรป ก่อนที่กระแสความปังจะมาเข้าตา Vogue Thailand จนมาชวนเขานำชุดไปถ่ายแฟชั่นเซตลงนิตยสารฉบับปี 2025 ก่อนที่กองบรรณาธิการ Vogue Philippines ถึงกับต่อสายตรงมาขอนำข้อมูลและผลงานของเขาไปตีพิมพ์ลงใน นิตยสาร Vogue Philippines พร้อมกับเลือกให้เขาเป็น 1 ใน 10 ดีไซเนอร์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี 2026

'ตอนแรกยังไม่เชื่อ คิดว่าโดนหลอกเปล่า (หัวเราะ) แต่พอได้เห็นผลงานลงตีพิมพ์ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก เพราะเล่มนั้นมีเราและพี่ที่เป็นคนไทยอีกหนึ่งคนที่เป็นแบรนด์ดังระดับประเทศได้ลงตีพิมพ์"รุจเล่าความรู้สึกตื่นเต้น

นอกจากนี้รุจยังได้รับเกียรติให้เป็น 1 ใน 4 ดีไซเนอร์จากทั่วประเทศที่ได้ลงพื้นที่ออกแบบชุดในงาน Colors of Buriram นิทรรศการผ้าไหมของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยรุจเล่าถึงการทำงานกับโปรเจกต์นี้ว่า จากการได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาวบ้าน ทำให้เขาได้เห็นผ้าทอมือของชาวบ้านอวดโฉมสู่สายตาคนทั้งประเทศและสากล ซึ่งเขามองว่าเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในฐานะนักออกแบบ และยิ่งทำให้เขานั้น ยิ่งตกหลุมรักงานคราฟต์ของไทยอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ฟังเรื่องราวความสำเร็จของดีไซเนอร์หน้าใหม่ในอาเซียน ที่น่าจับตาที่สุดในปี 2026 แล้ว แต่ใครจะรู้ว่า กว่าความมุ่งมั่นนี้จะผลิดอกออกผลมาให้เห็นวันนี้ เขากลับต้องเสียน้ำตาบนเส้นทางนี้มาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง โดยเขาเผยว่า เคยท้อจนร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วน เพราะทุกครั้งที่เริ่มทำงาน ก็จะเจอปัญหาสารพัดที่ถาโถมเข้ามา ตั้งแต่วัสดุไม่พอ ช่างเทงาน หรือแกะงานออกมาแล้วผิดสเปก จนต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่ทุกปัญหาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอกับการทำงาน

'ทุกครั้งที่ร้องไห้เพราะท้อ จะเลือกมองไปที่เป้าหมายข้างหน้า แล้วบอกตัวเองว่าต้องทำตรงนี้ให้ดีที่สุด ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับการที่เราได้ชนะใจตัวเองในทุก ๆ วัน" รุจพูดถึงความรู้สึกนี้ พร้อมกับรอยยิ้มนอกจากนี้เขายังมี "เกราะป้องกันใจ 3 อย่าง" โดยรุจบอกว่า สิ่งที่ทำให้ยังอดทนและมุ่งมั่นโดยไม่ย่อท้อกับเส้นทางนี้ได้มี 3 สิ่งคือ 1.ครอบครัว ที่เป็นแรงสนับสนุนที่ไม่มีเงื่อนไข โดยเขาบอกว่า ครอบครัวไม่เคยตีกรอบหรือบังคับทิศทางการเรียน แถมพร้อมซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายในการเรียนแฟชั่นเสมอ 2.เพื่อน โชคดีที่เขามีกัลยาณมิตรที่พร้อมรับฟัง ให้คำปรึกษา และร่วมฝ่าฟันไปด้วยกัน และ 3.การท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยการออกเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติหลังจบงานคือการชาร์จพลังสมอง อีกทั้งทำให้ได้ออกไปเจอวิถีชีวิตชาวบ้านและช่างฝีมือท้องถิ่น ซึ่งเป็นคลังข้อมูลชั้นดีในการนำมาต่อยอดเป็นไอเดีย

และในช่วงที่ใกล้จะเรียนจบปริญญาตรี เขาก็เริ่มที่จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับโอกาสมาเป็นผู้ส่งต่อโอกาสแล้ว ด้วยการเริ่มต้นในบทบาทการเป็นผู้ช่วยอาจารย์และที่ปรึกษาด้านการออกแบบให้กับแม่ ๆ ช่างฝีมือพื้นบ้าน เพราะเขาได้ตั้งใจเอาไว้ว่า อยากจะยกระดับทั้งคุณค่าและมูลค่างานคราฟต์ของไทย โดยรุจกล่าวว่า เขาชอบการทำงานกับแม่ ๆ ช่างฝีมือพื้นบ้านมาก เพราะเขามองว่า นี่คือห้องเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำรา โดยตัวเขาเอาแค่ดีไซน์สากลไปเติมให้แม่ ๆ ส่วนที่เขาได้รับกลับมาคือเรื่องของภูมิปัญญาและความรู้ที่เป็นรากเหง้าที่แท้จริง ดังนั้น เขาจึงมีความสุขและสนุกทุกครั้งที่ได้ลงไปทำงานกับชุมชน

ช่วงท้ายของบทสนทนา "ทีมวิถีชีวิต" ถามถึง "เป้าหมายต่อไป" รุจบอกว่า วางแผนไว้ว่าอยากทำแบรนด์สินค้าและเปิดหน้าร้านของตัวเอง รวมถึงอยากจัดแฟชั่นโชว์ในประเทศไทยสักครั้ง ส่วนนอกเหนือจากนั้น ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากศึกษาต่อปริญญาโทที่เมืองหลวงแห่งแฟชั่นอย่างลอนดอนหรือปารีส และสำหรับเป้าหมายสูงสุดอีกเรื่องที่อยากจะทำให้สำเร็จ การเป็น Creative Director ให้แบรนด์ชั้นนำต่างประเทศ และได้นำผ้าคราฟต์ของฝีมือช่างไทยไปอยู่บนเรือนร่างศิลปินระดับโลก

'ทุกวันนี้วงการแฟชั่นไทยมาไกลมาก ดีไซเนอร์ไทยเองก็หันมาเล่นอะไรที่เป็นสากลมากขึ้น ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า ช่างไทยมีฝีมือประณีตและน่าทึ่งที่สุดในโลก ขอแค่เรากล้าที่จะแสดงเนื้อแท้และลายเซ็นของเราออกไป.

เพื่อให้โลกเห็นก็พอ".

'คาถาช่วยให้วิน' บนเส้นทางอาชีพ

รุจ กล้ำศรี ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการออกแบบแฟชั่นอาเซียน ได้แนะนำเคล็ดลับให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ๆ ก้าวสู่ความสำเร็จเหมือนกับเขาว่า เมื่อกลั่นกรองจากประสบการณ์ตัวเองก็มีคำแนะนำให้ 4 เรื่อง คือ 1.จงทำลายกรอบคำว่าเชย อย่ามองว่างานคราฟต์หรืองานฝีมือเป็นเรื่องของคนแก่ 2.ใช้โซเชียลมีเดียเป็นสะพาน โลกยุคนี้ผู้บริโภคไม่ได้เสพแค่เสื้อผ้าที่เสร็จแล้ว แต่เสพเรื่องราวระหว่างทางด้วย 3.อย่าหยุดนิ่ง-ขยันวิ่งหาความรู้ เพราะแฟชั่นไม่มีวันสิ้นสุด ความรู้วันนี้จึงมีวันหมดอายุ ดีไซเนอร์จึงต้องเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว โดยต้องพัฒนาและอัปเดตตลอดเวลาเพื่อให้ทันความเปลี่ยนแปลง และ 4.ทำงานชนะใจตัวเองไม่ใช่เพื่อรางวัล ถ้ามุ่งแต่จะเอาชนะกรรมการ ก็จะยัดทุกอย่างลงไปจนสูญเสียตัวเอง.

บรรยายใต้ภาพ

ผลงานที่ลงนิตยสาร Vogue Philippines

ทำงานกับแม่ ๆ ช่างทอผ้าพื้นบ้าน

ถ่ายโปรเจกต์แฟชั่นเซตกับเพื่อน ๆ ที่คณะ

ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 31 พ.ค. 2569

ก้าวสู่สากล 'มศว' เยือนจีน ขยายเครือข่ายวิชาการและเทคโนโลยีระดับโลก       มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินหน้าขับเค...
27/05/2026

ก้าวสู่สากล 'มศว' เยือนจีน ขยายเครือข่ายวิชาการและเทคโนโลยีระดับโลก

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมความเป็นนานาชาติ และการสร้างเครือข่ายทางการศึกษากับสถาบันชั้นนำระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม โดยคณะผู้บริหารและผู้แทนมหาวิทยาลัย นำโดย ชุมพล พรประภา นายกสภามหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี พร้อมด้วยสภามหาวิทยาลัยและคณาจารย์ เดินทางเยือนองค์กรวิชาการ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับชาติ ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อกระชับความร่วมมือทางวิชาการ งานวิจัย และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยมี พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ร่วมเดินทางและสนับสนุนการเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีในครั้งนี้

การเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในครั้งนี้ ได้เข้าประชุมหารือและเจรจาความร่วมมือทางวิชาการกับ Chinese Academy of Social Sciences (CASS) หรือ สถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์จีน ซึ่งถือเป็นคลังสมองระดับชาติที่สำคัญและเป็นสถาบันชั้นนำด้านปรัชญาและสังคมศาสตร์ของประเทศจีน ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสาขาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และการสื่อสาร เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพและโอกาสทางการศึกษาสำหรับนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคต

โดยหารือแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กับ Beijing Foreign Studies University (BFSU) มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนที่มี ชื่อเสียงด้านการต่างประเทศและการจัด การเรียนการสอนภาษาต่างประเทศมากกว่า 100 ภาษา ได้รับเกียรติจาก Jia Wenjian Deputy Secretary of the CPC BFSU Committee and President ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งสองสถาบันได้แลกเปลี่ยนข้อมูลหลักสูตรสำคัญ อาทิ เอเชียศึกษา ภาษาจีน ธุรกิจระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และศึกษาดูงาน ณ HUAWEI Technologies Co., Ltd. Beijing Research Institute เพื่อสานต่อและกระชับความร่วมมือภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทหัวเว่ย โดยได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นพื้นที่นำเสนอศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและโซลูชันระดับนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ Smart City, Smart Education, Healthcare Technology, Artificial Intelligence (AI), Cloud Technology และ 5G เพื่อนำแนวทางมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล

ไฮไลต์สำคัญอีกประการหนึ่ง คือเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 ณ สำนักงานสหพันธ์ขงจื้อนานาชาติ (กรุงปักกิ่ง) นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ในฐานะรองประธานสหพันธ์ขงจื้อนานาชาติ นำคณะผู้บริหาร มศว เข้าพบ ศาสตราจารย์ เห่าผิง รองประธานคนที่หนึ่งสหพันธ์ขงจื้อนานาชาติ พร้อมคณะผู้บริหารของสหพันธ์ฯ เพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความร่วมมือในการจัดตั้ง "ศูนย์สหพันธ์ขงจื้อนานาชาติ" ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในการบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา คลังสมองระดับชาติ และภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก อันจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการศึกษาระหว่างประเทศ ไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนให้แน่น แฟ้นและยั่งยืนสืบไป.

ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 28 พ.ค. 2569

ที่อยู่

114 Sukhumvit 23
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Irco of SWU ส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์