มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กิจกรรมร่วมของ พระสงฆ์ คนหนุ่มสาว เพื่อการพัฒนาเด็ก

เป็นการทำงานเพื่อการพัฒนาเด็กผู้ด้อยโอกาส เด็กกำพร้า เด็กยากจน ที่อยู่ทั้งในเมืองและในชนบทถิ่นทุรกันดาร ก้าวเดินเพื่อเด็กๆมาแล้ว ๓๗ ปี โดยการนำของ พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่

30/08/2026
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. ได้จัดกิจกรรมตามโครงการบำเพ็ญสารณประโยชน์เป็...
30/08/2026

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. ได้จัดกิจกรรมตามโครงการบำเพ็ญสารณประโยชน์เป็นปีที่ 42 โดยการนำข้าวสาร อาหารแห้ง ที่นอน หมอน ของกิน ของใช้ เงิน ไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่บ้านเฮี้ย ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน และหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวน 233 คน ปริมาณสิ่งของ 1 คันรถบรรทุก 6 ล้อ น้ำหนัก 2.7 ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 69 เวลา 07.00 - 08.30 น. ที่วัดบ้านเฮี้ย อ.ปัว จ.น่าน จนทุกอย่างได้ตกถึงมือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยตรงและอย่างบริบูรณ์ โครงการนี้จะดำเนินการต่อไปตามนโยบาย " วัดพึ่งบ้านและบ้านพึ่งวัด" เพื่อสร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้กับประชาชนและผู้คนในสังคมไทยตามแนวทางหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาภายใต้ใบบุญของร่มเงาผ้ากาสาวพัสตร์
โทร. 0- 2464 - 6165

ข้อเขียน บทความ เรื่อง "ปิศาจความรุนแรง ทำร้าย..การศึกษา " เขียนโดยพระครูจินดาสุตานุวัตร (พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก) ประธานม...
27/08/2026

ข้อเขียน บทความ เรื่อง "ปิศาจความรุนแรง ทำร้าย..การศึกษา " เขียนโดย
พระครูจินดาสุตานุวัตร (พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก) ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน และ เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. ผ่านสกู๊ปหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค. 69 เพื่อให้ข้อคิดและวิธีปฏิบัติแก่ผู้เกี่ยวข้องกับด้านเด็ก เยาวชน การศึกษา ครอบครัว สังคม จะได้ช่วยกันขจัดสิ่งชั่วร้ายมิให้เข้ามาทำลายชีวิตและอนาคตลูกหลานของสังคม จะเกิดแต่สิ่งที่ดีงามให้กับส่วนรวมจนสร้างความปกติสุขให้กับผู้คนในสังคมทุกหมู่เหล่าในวันข้างหน้า

ข้อเขียน บทความ เรื่อง ..........
ความรุนแรงในโรงเรียน
เหมือนปีศาจทำร้ายการศึกษา
เขียนโดย ........................................................................................................... พระครูจินดาสุตานุวัตร
(พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก)
​​ ​​​​ ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน และ เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม.
จากความรุนแรงที่ได้เกิดขึ้นในสถานศึกษาดังแห่งหนึ่งย่านนนทบุรีที่มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อายุเพียง 14 ปีได้ใช้อาวุธปืนที่พกมาในโรงเรียนแล้วกราดยิงครูบาอาจารย์ที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาจนได้เสียชีวิตไปจำนวนหนึ่งและได้มีเด็กนักเรียนของโรงเรียนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้เป็นข่าวใหญ่และสะท้อนปัญหาด้านการศึกษาผนวกกับความรุนแรงกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ได้กลายเป็นข่าวร้ายสร้างความกังวลความหวาดหวั่นให้กับพ่อและแม่ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนว่าอาจจะเกิดขึ้นกับบุตรหลานของตนเอง เหตุการณ์ร้ายดังกล่าวจึงได้เป็นบทเรียนเป็นอุทาหรณ์สอนใจของผู้คนในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ที่จำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจและให้ความร่วมมือป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเลียนแบบที่ผิดๆ ในวันข้างหน้า มาร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่ายในสังคมไม่ว่าจะเป็นบ้าน วัด โรงเรียน ไม่ต้องให้กลายเป็น “วัวหายแล้วล้อมคอก”กันอีกต่อไป
สถานที่ที่ทุกคนต่างคิดว่ามีความปลอดภัยมากที่สุดคือโรงพยาบาลหรือสถานรักษาพยาบาล โรงเรียนหรือสถานให้การศึกษาหาความรู้และวัดวาอารามหรือศาสนสถานถือว่าเป็นที่ปลอดภัยในชีวิตที่สุด การเข่นฆ่าทำร้ายซึ่งกันและกันก็ไม่มี แต่ทุกวันนี้แม้แต่ในโรงพยาบาลก็ยังมีคู่อริบุกเข้าไปแก้แค้นทำร้ายซึ่งกันและกันบนเตียงคนไข้ สร้างความโกลาหลความวุ่นวายไปหมดก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงไป ในโรงเรียนก็ยังมีการเบียดเบียนทำร้ายซึ่งกันและกันอยู่เสมอซึ่งครูฝ่ายปกครองย่อมทราบดีที่สุด แต่จะกลายเป็นข่าวสู่สาธารณชนหรือไม่ก็อยู่ที่ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ปกครองภายในสถานศึกษาจะบริหารและจัดการได้ดีหรือไม่เท่านั้น ส่วนความปลอดภัยในวัดวาอารามหรือศาสนสถานยิ่งถือว่าดีที่สุดเพราะวัดวาอารามเป็นสถานที่ให้โอกาสให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นสถานที่บ่งบอกถึงความรับผิดชอบชั่วดี บ่งบอกถึงความงามทางจิตใจของผู้คนได้อย่างชัดเจน แต่ทุกวันนี้เมื่อมีการจัดงานหรือมีมหรสพขึ้นมาภายในวัดก็มักจะมีเรื่องการทะเลาะวิวาทซึ่งกันและกันอยู่เสมอ ยิ่งกว่านั้นคือมีการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันหรือมีการเข่นฆ่าขึ้นมาภายในวัด จาก“งานบุญก็กลายเป็นงานบาป”ขึ้นมาทันที คนถูกทำร้ายก็เสียชีวิตไปสร้างความสูญเสียให้กับคนที่เป็นญาติพี่น้อง คนที่ทำร้ายก็ถูกจับกุมดำเนินคดีฐานฆ่าคนตายตามกฎหมาย เหล่านี้เป็นปัญหาที่สะท้อนให้เห็นถึงผู้คนในสังคมได้ห่างเหินศีลธรรมอันดีของศาสนาและกฎหมายบ้านเมืองรวามถึงขาดจิตสำนึกในการรู้จักรับผิดชอบชั่วดีจนก่อให้เกิดความไม่ปกติสุขของผู้คนในสังคมในที่สุด
การมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบหรือหาทางออกในทางที่ผิดๆ เช่นนี้ย่อมมีโอกาสมากขึ้นเมื่อผู้ที่ประสบปัญหาไม่มีทางออกหรือไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ จึงจบกันที่การทำลายอีกฝ่ายหนึ่งให้ย่อยยับลงไปซึ่งนับว่าเป็นอันตรายอย่างมากทีเดียว เด็กนักเรียนที่มีอายุเพียงเยาว์วัย ยังอ่อนต่อการเรียนรู้ของชีวิต ยังอ่อนต่อโลก โอกาสที่จะหลงทางผิดหรือแก้ไขปัญหาในทางที่รุนแรงก็มีโอกาสมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พ่อและแม่ซึ่งเป็นผู้ปกครองใกล้ชิดที่สุดของลูกจะต้องเฝ้าติดตามพฤติกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงของเด็กอย่างสม่ำเสมอค่อยๆ ให้ความรู้ความเข้าใจ ค่อยๆ ดูแลเอาใจใส่ มอบความรักความอบอุ่นให้เกิดขึ้นกับลูกอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีความรักใดที่สร้างความสุขอย่างถาวรให้กับลูกได้เท่ากับ“ความรักของพ่อและแม่” การเลี้ยงดูเป็นหน้าที่ของผู้ให้กำเนิดมา การให้ความรู้ทางวิชาการเพิ่มสติปัญญาเป็นหน้าที่หลักของครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน การให้ความปลอดภัยแก่เด็กเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมของเรา ยังไม่สายเกินไปที่ทุกฝ่ายจะช่วยกันสร้างเกราะกำบังมิให้ลูกหลานในสังคมของเราได้รับผลกระทบหรือได้รับอันตรายอย่างเช่นกรณีดังกล่าว หันมาเสาะแสวงหาสร้างความสุข ความร่มเย็น ความสบายใจให้กับลูกหลานของเราหันมาสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นไปด้วยความรักความห่วงใยการเอื้ออาทรซึ่งกันและกันในสังคมเราให้มีมากที่สุด ผลดีก็จะเกิดขึ้นลูกหลานของเรา อนุชนรุ่นหลังของเรา วันข้างหน้าเราก็จะเห็นอานิสงส์ของผลจากการกระทำของเราในวันนี้ ทุกคนย่อมมีส่วนสร้างแต่สิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับส่วนรวมได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม มาร่วมมือร่วมใจกันเถิดผู้ใหญ่ในสังคมของเรา ความสุข ความสำเร็จ ความสมหวังยังรอเราอยู่ในวันข้างหน้า
​ชีวิตของเด็กย่อมรับรู้และเรียนรู้จากสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวของเขา นับตั้งแต่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเขามา ญาติพี่น้องที่อยู่เรียงรายล้อมชีวิตเขา ครอบครัว ชุมชน หมู่บ้านและสังคมที่เขาใช้ชีวิตเกี่ยวข้องอยู่ รวมถึงสถานศึกษาที่เด็กเข้าไปใช้ชีวิตและเรียนรู้เพิ่มสติปัญญารวมถึงกระบวนการของการเรียนรู้ในชีวิตก็เป็นเบ้าหล่อหลอมเด็กได้มากที่สุด เด็กจะมีประสบการณ์เช่นใด เด็กจะมีพัฒนาการทางการเรียนรู้

เช่นใด มีทัศนคติไปในทิศทางใดย่อมเกิดจากสิ่งแวดล้อมดังกล่าวแล้ว ดังนั้นสังคมที่เรียงรายอยู่รอบๆ ตัวเด็กย่อมบ่งบอกถึงอนาคตของเด็กได้อย่างดี การเรียนรู้ที่เข้าใจและที่ฝังใจย่อมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อชีวิตของเด็ก ในทางตรงกันข้ามถ้าเด็กได้ เรียนรู้กับสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่รัก ไม่เข้าใจ ยิ่งกลายเป็นดาบสองคมที่ก่อให้เกิดการเบื่อหน่าย การปฏิเสธ จนกลายเป็นการถูกบังคับให้จำยอมไปในที่สุด เหตุผลดังกล่าวจะกลายเป็น“ความคับแค้นใจ”ที่เด็กจะแสดงออกมาในทางที่ลบหรือก่อให้เกิเความเสียหายขึ้นมาในอีกไม่นานในวันข้างหน้าตราบใดที่เด็กยังฝังใจในสิ่งชั่วร้ายเช่นนั้น เมื่อความคับแค้นถูกสะสม ความอึดอัดใจพอกพูนมาตลอด ระเบิดเวลาก็จะก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้นมาทันที ในที่สุดความสูญเสียหรือความเสียหายก็จะยากที่จะเยียวยารักษาอีกต่อไป ถ้าอยากจะให้เด็กเจริญเติบโตขึ้นมาเป็น“เด็กดีและเด็กที่มีคุณภาพ” จึงขอให้เลี้ยงเด็กให้เจริญเติบโตขึ้นมาทั้ง “กายและใจ” สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข ความรัก ความอบอุ่น การเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน เราก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างความสุขและความเป็นปกติให้กับเด็กและผู้คนในสังคมอย่างแท้จริง
ความรุนแรงในสถานศึกษาหรือในโรงเรียนย่อมสามารถป้องกันได้ตราบใดที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการป้องกันที่ชัดเจนและเข้มงวดยิ่งขึ้น ไม่ปล่อยให้เป็นคน“เอาหูไปนาเอาตาไปไร่” หรือไม่สนใจใยดีกับผู้คนในสังคม ความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษาย่อมบ่งบอกถึงมาตรการที่ตั้งขึ้นมา ความสุภาพอ่อนโยนผนวกกับความเข้มแข็งของผู้บริหารย่อมสามารถจัดการให้ทุกอย่างภายในโรงเรียนเป็นไปได้ด้วยดี แต่ถ้าหย่อนยานเมื่อใดหรือไร้คุณภาพเมื่อใดปัญหาต่างๆ ก็จะติดตามมา เกิดความอ่อนแอภายในสถานศึกษา เกิดความร้าวฉานภายในสถานศึกษา เกิดเป็นกกเป็นเหล่าภายในสถานศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ตกต่ำก็จะเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนซึ่งเป็นลูกหลานของชาวบ้านที่ฝากความไว้วางใจให้กับสถานศึกษาและครูบาอาจารย์นั้นๆ สุดท้ายความล่มจมก็จะติดตามมาซึ่งไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้นและไม่มีใครที่ต้องการเลย เราสามารถป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะลอกเลียนแบบหรือที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยการยกเอาเหตุการณ์ที่ร้ายแรงนี้ไปเป็น “อุทาหรณ์สอนใจ”ในวันข้างหน้า
การนิมนต์พระภิกษุเข้าไปสอนศีลธรรมในโรงเรียนหรือสถานศึกษาก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่อาจจะสามารถป้องกันปัญหาความรุนแรงภายในสถานศึกษาได้เพราะพระภิกษุผู้ที่เข้าไปสอนศีลธรรมไม่ว่าจะเป็นสอนธรรมศึกษาชั้นตรีโทและเอกหรือพระที่ไปบรรยายธรรมบางครั้งคราก็เป็น“สัญลักษณ์แห่งความดี” เด็กนักเรียนได้รับฟังหรือเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งมีพระผู้สอนธรรมะมีเทคนิคให้เด็กนักเรียนฟังแล้วมีความสุข มีความสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อหน่ายกับการเรียนธรรมะแล้วก็ยิ่งจะสร้างศรัทธาความเชื่อและความเลื่อมใสให้เกิดขึ้นกับเด็กได้มากขึ้น การโน้มน้าวจิตใจให้ใฝ่แต่ความดีมองเห็นโทษของความชั่วก็มีโอกาสมากขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่สถานศึกษาหรือโรงเรียนควรมีพระผู้สอนศีลธรรมหรือผู้นำทางจิตวิญญาณเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมบ่มนิสัยเด็กนักเรียน ส่วนที่มีอยู่แล้วก็ขอให้มีต่อไปและพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป อย่าได้เพียงขึ้นป้ายหน้าสถานศึกษาว่า “โรงเรียนวิถีพุทธ”อย่างเดียว ความเป็นจริงภายในสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษาและเด็กนักเรียนจะต้องมีจิตใจที่เพียบพร้อมไปด้วยการมีศีล มีสมาธิ มีปัญญาอย่างบริบูรณ์ จึงจะได้ชื่อว่าสมบูรณ์ทั้งเนื้อในและเนื้อนอก
ปีศาจร้ายก็จะไม่กลับมาหลอกหลอนเด็กนักเรียนจนทำร้ายให้การศึกษาเล่าเรียนของลูกหลานเราไขว้เขวอีกต่อไป ความดีเท่านั้นที่จะป้องกันสิ่งชั่วร้ายมาเบียดเบียนสถานศึกษาและเด็กนักเรียนอีกต่อไป ความดีและความชั่วล้วนเกิดขึ้นจากเงื้อมมือของมนุษย์ทั้งนั้น เมื่อมนุษย์รู้จักสำนึกในความดีหรือความชั่วอยู่แล้ว ทุกอย่างก็จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนอีกต่อไป ความเจริญก้าวหน้า ความสำเร็จ ความสัมฤทธิ์ผลทางการศึกษา ความสุข ความร่มเย็นก็จะกลับคืนมาในรั้วสถานศึกษาอย่างแน่นนอน ความหวังของผู้ปกครองที่จะพบเห็นความสำเร็จของลูกหลานตนเองในการศึกษาเล่าเรียนก็จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วันในข้างหน้า ดังนั้นการร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน วัด โรงเรียนก็จะเป็นเกราะป้องกันเหตุร้ายต่อลูกหลานเราได้อย่างดี บ้านหรือครอบครัวทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ วัดหรือบุคลากรทางศาสนาทำหน้าที่ในการสอนศีลธรรมหรือเผยแผ่ศาสนาให้สมบูรณ์ โรงเรียนหรือสถานศึกษาบริหารจัดการให้เกิดผลสำเร็จทางการศึกษาให้สมบูรณ์แล้วก็จะเกิดประโยชน์ต่อชีวิตของเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นลูกหลานของคนในสังคมเราอย่างบริบูรณ์เช่นเดียวกัน
ฝันร้ายก็จะกลายเป็นฝันดี ปีศาจร้ายก็จะไม่มาขย่มขวัญการศึกษาของเด็กนักเรียนซึ่งเป็นลูกหลานของเราอีกต่อไป ใส่ใจกันเถิดร่วมใจกันเถิดก็จะเกิดผลดีต่ออนาคตของชาติในวันข้างหน้า
ขอแสดงความเสียใจความอาลัยกับสถานศึกษาและญาติมิตรของคุณครูผู้เสียชีวิตและความห่วงใยเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บรวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน ขอจงเข้มแข็ง ต่อสู้ แก้ไขปัญหา ร่วมมือกันป้องกันปัญหาจนสุดความรู้ความสามารถที่มีอยู่กันต่อไป​​​​
# พระครูจินดาสุตานุวัตร # ผู้เขียน
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569

เตรียมจะเดินทางนำข้าวสาร อาหารแห้ง ที่นอน หมอน ของใช้ เงิน ไปมอบให้เด็ก ประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.ปัว จ.น่าน
25/08/2026

เตรียมจะเดินทางนำข้าวสาร อาหารแห้ง ที่นอน หมอน ของใช้ เงิน ไปมอบให้เด็ก ประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ที่ อ.ปัว จ.น่าน

14. โครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. ได้จัดกิจกรรมลำดับที่ 14 ตามโครงการบำเพ...
14/08/2026

14. โครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. ได้จัดกิจกรรมลำดับที่ 14 ตามโครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โดยได้นำเอาถุงยังชีพ อาหารสด อาหารแห้ง นม ขนม เสื้อผ้า เครื่องกีฬา ตุ๊กตา ของเล่น ยารักษาโรค เงินทุนการศึกษา ปริมาณสิ่งของ 1 คันรถบรรทุก 6 ล้อหรือ 2 ตัน ไปมอบให้เด็ก คนชราและประชาชนในชนบทถิ่นกันดาร ที่ บ้านคำสมิง หมู่ที่ 3 ต.สว่าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ทั้งหมู่บ้าน จำนวน 162 คน เมื่อวันพุธที่ 12 ส.ค. 69 เวลา 07.00 - 08.00 น. ที่โรงเรียนบ้านคำสมิง ตามนโยบาย "วัดพึ่งบ้านและบ้านก็พึ่งวัด" เพื่อสร้างความสุข ความร่มเย็น ให้แก่ประชาชนตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาและยื่นสิ่งที่ดีให้มีผลต่ออนาคตของชาติในวันข้างหน้า โดยจะดำเนินกิจกรรมตามโครงการดังกล่าวต่อไปเรื่อยๆ ตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย (จัดมาแล้ว 41 ปี) ติดต่อสอบถามโทร. 0-2465-6165 ได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด เวลา 08.00 - 16.00 น.

ข้อเขียน บทความ เรื่อง "อาสาฬหบูชา - เข้าพรรษา ปรับจูนชีวิตธรรมะนำทาง" ผ่านสกู๊ปหน้า ๑ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ ...
29/07/2026

ข้อเขียน บทความ เรื่อง "อาสาฬหบูชา - เข้าพรรษา ปรับจูนชีวิตธรรมะนำทาง" ผ่านสกู๊ปหน้า ๑ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ ๒๙ ก.ค. ๖๙ เขียนโดย พระครูจินดาสุตานุวัตร(พระมาหาสมัย จินฺตโฆสโก) ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน และ เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. เพื่อให้ข้อคิดในการทำแต่ความดีแก่ชาวพุทธและชาวบ้านจะได้ก่อให้เกิดความสุข ความร่มเย็นในชีวิตและสร้างความปกติให้เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคม ในเทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเวียนมาครบรอบอีกครั้งหนึ่ง

 # ชุบชีวิตเด็กด้อยโอกาส  #มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ได้จัดโครงการอบรมธรรมะ สอนหนังสือ เลี้ยงอาหารกลางวัน มอบเงินทุนการศึกษา ...
21/07/2026

# ชุบชีวิตเด็กด้อยโอกาส #
มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ได้จัดโครงการอบรมธรรมะ สอนหนังสือ เลี้ยงอาหารกลางวัน มอบเงินทุนการศึกษา ให้เด็กยากจนในชุมชนแออัดและเด็กในชนบทถิ่นทุรกันดาร ตามโครงการต่างๆ ที่ได้ ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 จำนวน 14 โครงการ จนถึงปัจจุบัน ที่ วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. หวังชุบชีวิตเด็กด้อยโอกาสในสังคมให้ได้รับการฝึกอบรมบ่มนิสัยที่ดี ให้ได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ให้ได้รับการศึกษาที่ดี จะได้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชนพลเมืองที่ดีและมีคุณภาพให้กับครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน สังคมและประเทศชาติต่อไปในวันข้างหน้า

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน  ขอเชิญผู้ใจบุญและมีจิตเมตตา  บริจาคเงินให้เป็นค่าอาหารกลางวันเด็กยากจน  และ ให้เป็นทุนการศึกษาเด็ก...
29/05/2026

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ขอเชิญผู้ใจบุญและมีจิตเมตตา บริจาคเงินให้เป็นค่าอาหารกลางวันเด็กยากจน และ ให้เป็นทุนการศึกษาเด็กยากจน ที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของมูลนิธิฯตามโครงการต่างๆ ดังมีรายละเอียดครบถ้วนแล้วนี้ ตามกำลังและศรัทธา โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 02-465-6165 ทุกวัน ไม่มีวันหยุด เวลา 08.00 - 16.00 น. ที่อยู่ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน 547 วัดบางไส้ไก่ ซอยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ถนนอิสรภาพ ซอย 15 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 ( ทางเข้า - ออก รถยนต์ ถนนอิสรภาพ ซอย 15 )

# พระครูจินดาสุตานุวัตร #
ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน และ เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม.
29 พฤษภาคม 2569

ช่วยเหลือเด็กและประชาชนในถิ่นทุรกันดารมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า เ...
12/05/2026

ช่วยเหลือเด็กและประชาชนในถิ่นทุรกันดาร
มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กทม. ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า เครื่องเขียน เครื่องกีฬา ของใช้ ไปมอบให้เด็กและประชาชนในชนบทถิ่นทุรกันดาร ที่ บ้านคำบอน ต.น้ำจั้น อ.เซกา จ.บึงกาฬ และ พื้นที่ใกล้เคียง รวม 2 จุด จำนวน 200 คน เมื่อวันเสาร์ที่ 8 - อาทิตย์ที่ 9 พ.ค. 69 โดยการนำความห่วงใยไปให้ถึงผู้ด้อยโอกาสในชนบทให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง (วัดพึ่งบ้านและบ้านก็พึ่งวัด)

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ขอเชิญผู้ใจบุญและมีจิตเมตตา บริจาคเงินเป็นค่าอาหารกลางวันเด็กและทุนการศึกษาเด็กยากจน ที่อยู่ในความอ...
14/03/2026

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ขอเชิญผู้ใจบุญและมีจิตเมตตา บริจาคเงินเป็นค่าอาหารกลางวันเด็กและทุนการศึกษาเด็กยากจน ที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของมูลนิธิฯ ดังรายละเอียดที่มีข้อมูลครบถ้วนแล้วนี้ ตามกำลังและความเมตตา โทร. 02-465-6165 ทุกวัน ไม่มีวันหยุด 08.00 - 16.00 น.
# พระครูจินดาสุตานุวัตร #
ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน
14 มีนาคม 2569

ที่อยู่

547 วัดบางไส้ไก่
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30
เสาร์ 08:00 - 16:30
อาทิตย์ 08:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ เขตธนบุรี โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่