21/08/2026
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สมาคมอาเซียน - ประเทศไทย ร่วมงานเสวนา ISC International Forum 2026 ในหัวข้อ “Thanat Khoman, ASEAN, the Future of Southeast Asia” จัดโดยศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ (International Studies Center: ISC) กระทรวงการต่างประเทศ ณ โรงแรม Eastin Grand Sathorn กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมประมาณ 70 คน ประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐ Think tank นักวิชาการ ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจา
งานเสวนาครั้งนี้ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการครบรอบ 60 ปีแห่งการก่อตั้งอาเซียนในปี 2570 เพื่อสะท้อนแนวคิดของ ดร.ถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและหนึ่งในผู้ก่อตั้งอาเซียนวางรากฐานความร่วมมือ สันติภาพ และความเป็นกลางในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเพื่อเป็นเครื่องหมายในโอกาสครบรอบ 10 ปีแห่งการถึงแก่อนิจกรรมของท่าน และเป็นโอกาสในการระดมความคิดเห็นระหว่างนักวิชาการ ผู้กําหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนในภูมิภาคเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของอาเซียน
งานเสวนาเริ่มต้นด้วยคำกล่าวเปิดโดย ดร. เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา ISC ก่อนเข้าสู่การอภิปรายใน 3 ช่วง ตั้งแต่จุดกําเนิดของอาเซียน ปัจจุบัน และอนาคตของอาเซียน
🔶ช่วงที่ 1 : “The Past: Thanat Khoman’s Vision for ASEAN” ปาฐกถาพิเศษโดย เอกอัครราชทูตประดาป พิบูลสงคราม ประธานกรรมการมูลนิธิจอห์น เอฟ. เคนเนดี แห่งประเทศไทย และกรรมการสมาคมอาเซียนฯ
🔶ช่วงที่ 2 : “The Present: Is ASEAN on the Right Track?” มีผู้บรรยาย 3 คน ได้แก่
1.) ดร.สุนทร ชัยยินดีภูมิ นายกสมาคมอาเซียน - ประเทศไทย
2.) ผศ.ดร.แก้วกมล พิทักษ์ดำรงกิจ ผู้อํานวยการบริหารสภาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภาคพื้นแปซิฟิค (PECC)
3.) ดร. Nguyen Hung Son ประธานสถาบัน Diplomatic Academy of Viet Nam (DAV)
♦️Special Lunch Talk หัวข้อ “When I worked with Thanat Khoman” โดย ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และกรรมการสมาคมฯ
🔶ช่วงที่ 3 : “The Future: Is there a Future for Southeast Asia?” มีผู้บรรยาย 3 คน ดังนี้
1.) รศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์
2.) Assoc. Prof. Dr. Selina Ho รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา Lee Kuan Yew School of Public Policy
3.) Prof. Dr. Cheng-Chwee Kuik, Institute of Malaysian and International Studies (IKMAS), National University of Malaysia (UKM)
💬ในการเสนาครั้งนี้ ดร.สุนทร ชัยยินดีภูมิ นายกสมาคมอาเซียน - ประเทศไทย ให้ภาพเกี่ยวกับการดําเนินการของอาเซียนว่า ได้อยู่ในแนวทาง/ ทิศทางที่ถูกต้องตามเป้าหมายของ การก่อตั้งอาเซียน หรือไม่ โดยประเมินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Delaration) 5 ประการ ได้แก่ 1.) เร่งขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ พัฒนาการด้านสังคม และ วัฒนธรรม 2.) ส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงความยุติธรรม ภายใต้หลักนิติธรรม และการยึดมั่นตามกฎบัตรสหประชาชาติ 3.) ส่งเสริมความร่วมมือ และการให้ความช่วยเหลือระหว่างกัน ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม 4.) เร่งรัดพัฒนาเพื่อความเติบโตด้าน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ขยายการค้า ปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม 5.) ส่งเสริมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
ดร.สุนทรฯ ประเมินว่า นับตั้งแต่ปี 1967 จนถึงปัจจุบัน อาเซียนบรรลุเป้าหมายส่วนใหญ่ทั้งในแง่มูลค่าการค้ารวม ซึ่งเติบโตถึง 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 124.64 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นการค้าระหว่างอาเซียนถึง 21.4 % มูลค่าการลงทุนในอาเซียน (FDI) มาจากภายนอกภูมิภาค 17% การลงทุนระหว่างอาเซียนด้วยกันเอง 14% อีกทั้งมีการจัดทําความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับ 6 ประเทศนอกภูมิภาค ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ (และอยู่ในระหว่างการเจรจากับ แคนาดา) รวมทั้ง ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ซึ่งมีประเทศภาคี 15 ประเทศ ประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศและประเทศคู่เจรจา 5 ประเทศ : ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นอกจากนั้น ยังมีสันติภาพในภูมิภาค ไม่มีความขัดแย้งในระดับสงครามขนาดใหญ่ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนตลอดระยะเวลา 6 ทศวรรษ
นอกจากนั้น ในการประเมินโดยวัดจากดัชนี้วัด (Scorecard) ภายใต้วิสัยทัศน์อาเซียน 2025 :
🔷เสาการเมืองและความมั่นคง : มีสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคไม่มีความขัดแย้งขนาดใหญ่ระหว่างประเทศสมาชิก และมีความก้าวหน้าใน ดําเนินการตามแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct of Parties in the South China Sea) อย่างไรก็ดี มีความท้าทายในเรื่องการตอบสนองต่อวิกฤติในภูมิภาครวดเร็วมากขึ้น หลักการไม่แทรกแทรงกิจการภายในระหว่างกันอาจต้องมีการทบทวน เเม้หลักการการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) จะยังคงเป็นเสาหลักสําคัญของอาเซียน
🔷เสาเศรษฐกิจ : มีการรวมตัวด้านเศรษฐกิจสูงมาก ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนบรรลุเป้าหมาย
ถึง 87% ภายในปลายปี 2025 ข้อริเริ่มต่าง ๆ ได้บรรลุเป้าหมายถึง 97% และที่เหลือยังรอการให้สัตยาบันและการดําเนินการตามมาตรการภายในของแต่ละประเทศ
🔷เสาสังคมและวัฒนธรรม : เป้าหมายของแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ดําเนินการแล้ว 84% และเสร็จสิ้นแล้ว 57% และระบบการติดตามและประเมินผลภายใต้ ASCC Database for Monitoring and Evaluation (ADME) กําลังผลักดันการรายงานผลโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (evidence based) โดยการการดําเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความตระหนักรู้ตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2045
🟦 แผนแม่บทว่าด้วยการเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน : การเชื่อมโยงเครือข่ายการคมนาคมทางถนนขยายจาก 1.85 ล้านกิโลเมตร เป็น 2.73 ล้านกิโลเมตร เพิ่มขึ้นเกือบ 5% ต่อปี การขยายตัวการคมนาคมทางรางเพิ่มขึ้นจาก 21,000 กิโลเมตร เป็น 24,000 กิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1.6% ต่อปี จํานวนท่าอากาศยานในภูมิภาคลดลงจาก 532 แห่ง เหลือ 495 แห่ง (อินโดนีเซียลดจํานวนสนามบินนานาชาติลง จาก 34 เหลือ 17 แห่ง) จํานวนนักท่องเที่ยวลดลงเล็กน้อย จาก 138 ล้านคน เป็น 121 ล้านคน
ดังนั้น นับตั้งแต่การก่อตั้งอาเซียนและเป้าหมายภายใต้วิสัยทัศน์ 2025 จึงนับว่า “ASEAN is on track” คือ เป็นองค์กรที่อยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบ (rule based organization) มีความเข้มแข็งยืดหยุ่นและมีพลวัต เป็นสังคมที่แบ่งปันและเอื้ออาทร
🔵ภายใต้วิสัยทัศน์อาเซียน 2045 : อาเซียนจะยังคงอยู่ในแนวทาง/ ทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่? (Will ASEAN still be right on track towards 2045?)
🔵ดร. สุนทรฯ เห็นว่า ยังคงเร็วเกินไปที่จะให้คะแนนอาเซียน ภายใต้วิสัยทัศน์อาเซียน 2045 เนื่องจากวิสัยทัศน์อาเซียน 2045 เพิ่งได้รับการรับรองในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีได้ให้ข้อสังเกต 3 ประการ
🔹ประการแรก การดําเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ 2045 เป็นวิวัฒนาการ หรือการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การปฏิรูป (Evolution, not transformation) ยังคงมีกรอบการดําเนินการภายใต้ 3 เสา เช่นเดี่ยวกับวิสัยทัศน์ 2025 แต่ระบุความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงที่เป็น megatrend แต่เสนอแนะมาตรการไม่มากนักที่จะจัดการกับความท้าทายเหล่านั้น
🔹ประการที่สอง วิสัยทัศน์ 2045 ต้องรับมือกับความท้าทายใน 20 ปี ข้างหน้า ในสถานการณ์โลกแบบ VUCA (V- Volatility, U - Uncertainty, C - Complexity, A - Ambiguity) ซึ่งเป็นกรอบวิสัยทัศน์ที่มีระยะเวลาในการดําเนินการยาวกว่าวิสัยทัศน์ 2025 ถึง 2 เท่า
🔹ประการที่สาม ยอมรับในข้อจํากัดที่เกี่ยวกับ หลักการตกลงโดยฉันทามติและไม่แทรกแทรงกิจการภายในระหว่างกัน (consensus and non interference) ว่าจําเป็นต้องมีการทบทวน เน้นยํ้าถึงความสําคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) แต่ไม่มีการให้คําจํากัดความ ดังนั้น อาจจําเป็นต้องมีการแต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิ (Eminent Person Group :EPG) เพื่อกําหนดความชัดเจนในเรื่องนี้
📌เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาประเมินการดําเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ 2045
🔹เกณฑ์ข้อที่ 1 ความเข้มแข็งและยืดหยุ่น
- ขีดความสามารถในการกําหนดโครงสร้างสถาปัตยกรรมของภูมิภาคและการคงไว้ซึ่งความเป็นแกนกลางของอาเซียน
- การดํารงความเป็นกลางของอาเซียนท่ามกลางการแข่งขันของมหาอํานาจในภูมิรัฐศาสตร์โลก
- ความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างกันในภูมิภาค
🔹เกณฑ์ข้อที่ 2 ข้อริเริ่มใหม่
- การบรรลุความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement-DEFA) ภายในปี 2026
🔹เกณฑ์ข้อที่ 3 การมีพลวัต
- อาเซียนจะเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 4 ของโลกภายในปี 2045
- เร่งการบูรณาการเชิงลึกในภูมิภาค
- เป้าหมายการค้าระหว่างกันในอาเซียน ขยายตัวมากกว่า 21.4%
- เป้าหมายการลงทุนระหว่างกันในอาเซียน ขยายตัวมากกว่า 13.9%
- เพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันในอาเซียน ขยายตัวมากกว่า 37.6%
- การเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างกันในอาเซียน ขยายตัวมากกว่า 7 ล้านคน
- ขยายความตกลงการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนและประเทศนอกภูมิภาค
🔹เกณฑ์ข้อที่ 4 การเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
- ลดช่องว่างทางการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
- ส่งเสริม หลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชน
- ตอบสนองต่อความท้าทายของความฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ
- ส่งเสริมและธํารงไว้ซึ่งความยุติธรรมทางสังคม
🔴 การประเมินวิสัยทัศน์ 2045 รอบแรกในปี 2030 (คาดว่า จะดําเนินการพร้อมกับการประเมินการดําเนินการตามแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) : พิจารณาจาก
- การตัดสินใจเชิงนโยบายของอาเซียนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (Better decision-making) คือ ก้าวไปไกลกว่าหลักการตกลงโดยฉันทามติและไม่แทรกแทรงกิจการภายในระหว่างกัน (consensus and non interference)
- การมองการณ์ไกล คือ มีความสามารถในการคาดการณ์และสนองต่อวิกฤติการณ์ในภูมิภาคด้วยความคล่องตัวและรวดเร็วว่องไว (agility)
- การเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยคํานึงถึง สวัสดิภาพและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหัวใจของการดําเนินนโยบาย
📌ผู้สนใจสามารถดูสไลด์ประกอบการบรรยายได้ตามลิงก์นี้ :
1. ดร.สุนทร ชัยยินดีภูมิ นายกสมาคมอาเซียน - ประเทศไทย https://docs.google.com/presentation/d/1QsyuIUFVmAnBJKwwOwxutVKzD6t3jmUk/edit?usp=sharing&ouid=113994661433286392086&rtpof=true&sd=true
2. ออท. ประดาป พิบูลสงคราม ประธานกรรมการมูลนิธิจอห์น เอฟ. เคนเนดี แห่งประเทศไทย และกรรมการสมาคมอาเซียนฯ
https://drive.google.com/file/d/1miixhGHbmdmY6AH3XGAl6lhoyyrc0M_n/view?usp=sharing