สถาบันปรีดี พนมยงค์ Pridi Banomyong Institute

สถาบันปรีดี พนมยงค์ Pridi Banomyong Institute ส่งเสริมความรู้ ค่านิยมประชาธิปไตย เพื่อการพัฒนาขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทำหน้าที่เป็นคลังความคิด (Think Tank) ที่อุทิศตนเพื่อส่งเสริมแนวคิดและผลงานอันเป็นมรดกของศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส โดยดำเนินกิจกรรมตามพันธกิจของมูลนิธิปรีดี พนมยงค์

1. เผยแพร่ผลงาน แนวคิดและอุดมการณ์ “เพื่อชาติและราษฎรไทย” ของปรีดี พนมยงค์ ตลอดจนนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาแก่สาธารณชนผู้ใฝ่สัจจะ

2. เป็นเวทีทางวิชาการเพื่อแลกเปล

ี่ยนความรู้และสร้างความร่วมมือในการผลักดันประเด็นทางสังคมให้นำไปสู่การแสวงหาทางออกและขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าด้วยกันอย่างสันติ

3. สนับสนุนการศึกษา ค้นคว้าวิจัย และกิจกรรมเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และศิลปวัฒนธรรมทุกแขนง ตามแนวทางประชาธิปไตยสมบูรณ์

หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจต่อกรณีความขัดแย้งบริเวณไทย-กัมพูชาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ก็คือมุมมองจากผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่ไปนำเ...
21/08/2026

หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจต่อกรณีความขัดแย้งบริเวณไทย-กัมพูชาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ก็คือมุมมองจากผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่ไปนำเสนอข่าวสารและความเคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดน และฐปณีย์ เอียดศรีไชย ก็คือหนึ่งในนักข่าวที่มีประสบการณ์ และได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณชายแดนมากที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น ฐปณีย์ยังเป็นนักข่าวที่มีประสบการณ์มาเกินกว่า 10 ปี และได้เห็นความขัดแย้งรวมถึงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างสองชาติอยู่พอสมควร

สำหรับฐปณีย์ ความรู้สึกชาตินิยมอันเข้มข้นรุนแรงที่เกิดขึ้น เมื่อการปะทะด้วยกำลังของไทยกับกัมพูชานำมาซึ่งความสูญเสียของทั้งทรัพย์สินและชีวิตผู้คน เป็นเรื่องที่สามารถทำความเข้าใจได้ว่ายอมต้องเกิดขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจหรือในเชิงวัฒนธรรมที่จะต้องทำการรับฟังและได้รับความสนใจเฉกเช่นเดียวกัน

ความหวังที่จะเกิดสันติภาพระหว่างสองประเทศขึ้นมาได้ ไม่ควรที่จะฝากไว้กับการใช้กำลังและทำลายล้างเพียงอย่างเดียว และไม่ควรปล่อยให้ความชาตินิยมปิดกั้นทางออกอื่น ๆ แต่เป็นไปได้หรือไม่ ที่สื่อมวลชนควรจะนำเสนอข่าวสารที่นำประชาชนไปสู่มิติอื่น ๆ เช่นกัน

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี้ :https://pridi.or.th/th/content/2026/08/2943

ในวงนักกฎหมายและการเมือง บุคคลผู้หนึ่งที่มีชีวิตน่าสนใจก็คือ มารุต บุนนาค ผู้ซึ่งเคยเป็นทั้งนักกฎหมาย นักการเมือง รัฐมนต...
21/08/2026

ในวงนักกฎหมายและการเมือง บุคคลผู้หนึ่งที่มีชีวิตน่าสนใจก็คือ มารุต บุนนาค ผู้ซึ่งเคยเป็นทั้งนักกฎหมาย นักการเมือง รัฐมนตรี และประธานรัฐสภา และหนึ่งในคำถามที่ดูเหมือนจะติดตามอยู่ตลอดชีวิตของมารุตก็คือ ประเทศไทยจะเดินทางไปถึงประชาธิปไตยได้จริงหรือไม่

มารุตมิได้ถือว่านักกฎหมายเป็นฝ่ายเดียวกับประชาธิปไตยโดยอัตโนมัติ ในทางตรงกันข้ามในข้อเขียนนี้ มารุตยอมรับอย่างชัดเจนว่า ตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทย นักกฎหมายบางคนมีบทบาทส่งเสริมประชาธิปไตย ขณะที่บางคนมีบทบาทในทางตรงกันข้าม แต่ละคนมีมุมมองต่อการเมือง และเจตนาในการเป็นนักกฎหมายที่แตกต่างกันไป

มารุตไม่ได้ต้องการให้นักกฎหมายทุกคน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือเห็นตรงกันหมด หรือเชื่อว่าทุกข้อพิพาทมีคำตอบเพียงหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะมีจุดยืนอย่างไร ก็ควรที่จะทำหน้าที่ของตนแบบเลือกตีความหลักกฎหมายอย่างเหมาะสม และสามารถให้ความสำคัญกับสิทธิของประชาชนได้มากเพียงใด

อ่านรายละเอียดในบทความฉบับเต็ม:https://pridi.or.th/th/content/2026/08/2942

มารุต บุนนาค เป็นทั้งนักกฎหมาย นักการเมือง อาจารย์ และอดีตประธานรัฐสภา แต่ชีวิตอีกด้านหนึ่งของเขาผูกพันอย่างลึกซึ้งกับมห...
21/08/2026

มารุต บุนนาค เป็นทั้งนักกฎหมาย นักการเมือง อาจารย์ และอดีตประธานรัฐสภา แต่ชีวิตอีกด้านหนึ่งของเขาผูกพันอย่างลึกซึ้งกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่การเป็นนักเรียน ต.ม.ธ.ก. รุ่น 5 ผู้นำนักศึกษาที่ร่วมทวงคืนมหาวิทยาลัยจากการควบคุมของทหาร ไปจนถึงผู้ถูกจับกุมในคดี “กบฏสันติภาพ” และผู้บันทึกเหตุการณ์สำคัญของธรรมศาสตร์กับการเมืองไทยหลายยุคสมัย

บทความชิ้นนี้ย้อนอ่านชีวิตของมารุตผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ทั้งธรรมศาสตร์ภายใต้อำนาจรัฐประหาร ขบวนการนักศึกษาวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 เส้นทางวิชาชีพทนายความ คดีการเมือง งานรัฐสภา ตลอดจนความสัมพันธ์กับปรีดี พนมยงค์และครอบครัว โดยเฉพาะงาน “ครั้งหนึ่งในบัลลังก์ 24” ซึ่งเขียนในนามปากกา “ผู้สื่อข่าวน้อย” และบันทึกฉากอำลาระหว่างพูนศุขกับปาล พนมยงค์ไว้อย่างสะเทือนใจ

อ่านบทความได้ที่นี่: https://pridi.or.th/th/content/2026/08/2941

 21 สิงหาคม 2569102 ปี ชาตกาล มารุต บุนนาคศิษย์ ต.ม.ธ.ก. กับ “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์”มารุต บุนนาค เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาค...
21/08/2026


21 สิงหาคม 2569

102 ปี ชาตกาล มารุต บุนนาค

ศิษย์ ต.ม.ธ.ก. กับ “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์”

มารุต บุนนาค เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2467 เป็นนักกฎหมาย นักการเมือง อาจารย์ และอดีตประธานรัฐสภา ผู้มีชีวิตผูกพันกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาตั้งแต่วัยหนุ่ม ทั้งในฐานะนักเรียน ต.ม.ธ.ก. ผู้นำนักศึกษา อาจารย์ และผู้บันทึกเหตุการณ์สำคัญของธรรมศาสตร์และการเมืองไทยหลายยุคสมัย

มารุตเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมปริญญาแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง หรือ ต.ม.ธ.ก. รุ่น 5 ก่อนสำเร็จธรรมศาสตรบัณฑิตใน พ.ศ. 2490 เขาจดจำบรรยากาศของ ต.ม.ธ.ก. ว่าเป็นการศึกษาที่ปลูกฝังเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม และการเคารพสิทธิของผู้อื่น พร้อมบันทึกว่าคนรุ่นของเขามอง ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การ เป็น “สัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย”

หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ธรรมศาสตร์เผชิญแรงกดดันจากอำนาจรัฐอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ยิ่งรุนแรงหลัง ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 หรือที่ฝ่ายรัฐเรียกว่า “กบฏวังหลวง” ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยถูกเปลี่ยนแปลง ระบบธรรมศาสตรบัณฑิตแบบเดิมทยอยสิ้นสุดลง และต่อมาใน พ.ศ. 2495 ชื่อ “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” ถูกเปลี่ยนเป็น “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” พร้อมยกเลิกตำแหน่งผู้ประศาสน์การ

ในช่วงเดียวกัน มารุตก้าวขึ้นเป็นประธานนักศึกษา และเคลื่อนไหวเรียกร้องความเสมอภาคให้แก่บัณฑิตธรรมศาสตร์ในการเข้าสู่วิชาชีพและรับราชการ ต่อมาเมื่อรัฐบาลส่งทหารเข้าควบคุมมหาวิทยาลัยภายหลังเหตุการณ์ “กบฏแมนฮัตตัน” พ.ศ. 2494 มารุต สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ และคณะกรรมการนักศึกษาเป็นกำลังสำคัญในการเรียกร้องมหาวิทยาลัยคืน วันที่ 11 ตุลาคม นักศึกษาหลายพันคนเดินทางไปยังรัฐสภา ก่อนที่วันที่ 5 พฤศจิกายน นักศึกษาจะกลับเข้าสู่ท่าพระจันทร์ได้โดยสงบ และร่วมกันร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยทำนอง “มอญดูดาว” อย่างกึกก้อง เหตุการณ์นี้ได้รับการจดจำในชื่อ “วันธรรมศาสตร์สามัคคี”

หนึ่งปีต่อมา วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 มารุตถูกจับกุมในเหตุการณ์ “กบฏสันติภาพ” และถูกควบคุมตัวประมาณสามเดือน เขาบันทึกภายหลังว่า ถูกเรียกสอบสวนในเวลากลางคืนหลายสิบครั้ง มีทั้งการขู่เข็ญ เกลี้ยกล่อม และความพยายามให้เป็นพยานเท็จซัดทอดปรีดี พนมยงค์ แต่เขาปฏิเสธ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มารุตยังบันทึกว่าตนถูกลบทะเบียนจากการศึกษาระดับปริญญาโท ทั้งที่ทำวิทยานิพนธ์เสร็จและเหลือเพียงการสอบปากเปล่า

มารุตหันมาประกอบวิชาชีพทนายความอย่างเต็มตัว ทำงานว่าความต่อเนื่องหลายทศวรรษ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมทนายความ มีบทบาทผลักดันแนวคิดการจัดตั้ง สภาทนายความ และร่วมเป็นทนายช่วยเหลือจำเลยในคดีที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เขายังเป็นอาจารย์พิเศษ ถ่ายทอดวิชาว่าความแก่นักศึกษากฎหมาย และเคยย้ำถึงความหมายของการศึกษาว่า “เราเรียนรู้ไปเพื่อรับใช้ประชาชน”

ต่อมา มารุตเข้าสู่การเมืองระดับชาติ ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนเป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ระหว่าง พ.ศ. 2535–2538 ในช่วงนี้เขายังมีบทบาทริเริ่มงานพัฒนาทางวิชาการของรัฐสภา ทั้งการศึกษาการจัดตั้งสถาบันพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นสถาบันพระปกเกล้า และการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยใน พ.ศ. 2537

อีกด้านหนึ่งของชีวิตที่มีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ คือ งานเขียนและบันทึกความทรงจำ มารุตเขียนถึงชีวิต ต.ม.ธ.ก. การทวงคืนมหาวิทยาลัย บทบาทของนักกฎหมาย ตลอดจนปรีดีและครอบครัวพนมยงค์ งานอย่าง “ชีวิตของ ต.ม.ธ.ก. รุ่น 5” “ขบวนการ 11 ตุลาคม 2494” และ “ครั้งหนึ่งในบัลลังก์ 24” เปิดให้เห็นเหตุการณ์ในอดีตผ่านสายตาของผู้ที่อยู่ร่วมสมัยและเคยมีส่วนอยู่ในเหตุการณ์จริง โดยเฉพาะ “ครั้งหนึ่งในบัลลังก์ 24” ซึ่งเขียนในนามปากกา “ผู้สื่อข่าวน้อย” และปกปิดตัวตนผู้เขียนไว้เป็นเวลานาน บันทึกฉากอำลาสะเทือนใจระหว่าง พูนศุขกับปาล พนมยงค์ ขณะปาลเป็นจำเลยคดี “กบฏสันติภาพ”

ความผูกพันของมารุตกับธรรมศาสตร์ดำเนินต่อเนื่องจนถึงช่วงปลายชีวิต ใน พ.ศ. 2564 เขาได้รับรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” เป็นคนแรก ในวาระ 70 ปี วันธรรมศาสตร์สามัคคี ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์นี้ด้วยคำถามว่า “ระหว่างการที่อาจารย์เป็นหนี้ธรรมศาสตร์ กับธรรมศาสตร์เป็นหนี้อาจารย์ อย่างไหนมากกว่ากัน”

ในวาระ 102 ปี ชาตกาล สถาบันปรีดี พนมยงค์ ชวนย้อนอ่านชีวิตของ มารุต บุนนาค ผู้ผ่านทั้งมหาวิทยาลัย ศาล วิชาชีพกฎหมาย และรัฐสภา พร้อมทำความรู้จักอีกบทบาทหนึ่งของเขาในฐานะผู้บันทึกความทรงจำของคนธรรมศาสตร์และบ้านเมืองในยุคสมัยที่เขาได้พบเห็นด้วยตนเอง

อ่านรายละเอียดในบทความฉบับเต็ม: https://pridi.or.th/th/content/2026/08/2941

ประมวลภาพเนื่องในวาระ 81 ปี วันสันติภาพไทย วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ช่วงเช้า เวลา 08.30 - 10.30 น. งานครบรอบ "81 ปี วันสัน...
20/08/2026

ประมวลภาพเนื่องในวาระ 81 ปี วันสันติภาพไทย วันที่ 16 สิงหาคม 2569

ช่วงเช้า เวลา 08.30 - 10.30 น. งานครบรอบ "81 ปี วันสันติภาพไทย" ณ ประติมานุสรณ์ “ธรรมศาสตร์กับขบวนการเสรีไทย” บริเวณสวนประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


ช่วงบ่ายเวลา 14.00 - 18.00 น. งาน PRIDI X BMA 81 ปี วันสันติภาพไทย หัวข้อ “ประเทศไทยกับสงครามและสันติภาพของโลก” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ชั้น 1 ห้องอเนกประสงค์

20/08/2026

จุดเริ่มสันนิบาตชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผศ.ดร.อัครพงษ์ ค่ำคูณ
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของสถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้ที่ :
Facebook : pridibanomyonginstitute
Website : https://pridi.or.th
Twitter : pridi_institute
PRIDI Books : https://shop.pridi.or.th
โทรศัพท์ : 02 381 3860

#ปรีดีพนมยงค์ #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ #รัฐธรรมนูญอาเซียน #เอกราช

20/08/2026

เสียงของสันติภาพที่ต้องเร่งให้ดังขึ้น
ผศ.ดร.อัครพงษ์ ค่ำคูณ
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของสถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้ที่ :
Facebook : pridibanomyonginstitute
Website : https://pridi.or.th
Twitter : pridi_institute
PRIDI Books : https://shop.pridi.or.th
โทรศัพท์ : 02 381 3860

#ปรีดีพนมยงค์ #รัฐบาล #ราษฎร์ #เสียงของสันติภาพ

เราไม่อาจพิจารณาปัจจุบัน หากไม่ย้อนมองอดีต และในสายตาของผู้ช่วยศาสตราจารย์อัครพงษ์ ค่ำคูณ ประวัติศาสตร์มีเหตุการณ์ต่าง ๆ...
20/08/2026

เราไม่อาจพิจารณาปัจจุบัน หากไม่ย้อนมองอดีต และในสายตาของผู้ช่วยศาสตราจารย์อัครพงษ์ ค่ำคูณ ประวัติศาสตร์มีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายให้นำมาส่องดูผ่านแว่นขยาย และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มองเห็น อาจจะช่วยกำหนดอนาคตที่จะต้องก้าวเดินต่อไปได้

การกำเนิดของสันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian League - SEAL) มีขึ้นในช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างประกาศตัวเป็นเอกราชโดยเริ่มจากไทยและอินโดนีเซีย การตั้งองค์การเพื่อทำงานร่วมกันและกำหนดทิศทางระหว่างประเทศร่วมกัน ถือเป็นก้าวย่างที่จำเป็นและสำคัญต่อการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค แต่เพราะปัญหาภายในประเทศไทย มีส่วนทำให้การดำเนินงานของ SEAL ต้องสะดุดและสุดท้ายองค์การก็ถูกยุบไปภายในระยะเวลาอันสั้น

นอกจากจะชวนย้อนมองไปยังการถือกำเนิดของสันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัครพงษ์ ค่ำคูณยังวิเคราะห์สถานการณ์ทางแก้ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา ในภาวะที่ปราศจากองค์กรระหว่างประเทศอันเข้มแข็ง ที่สามารถส่งเสียงและผลักดันการเจรจาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และการดำเนินนโยบายของสองประเทศล้วนแต่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดชาตินิยมอันรุนแรง เช่นนั้นแล้ว ถ้าแก้เพื่อนำไปสู่ความหวังและสันติภาพยังเหลืออยู่หรือไม่

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี้ : https://pridi.or.th/th/content/2026/08/2939

19/08/2026

ครอบครัวปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ นำโดย คุณสุดา พนมยงค์ ทายาทของรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ร่วมงานเฉลิมฉลอง 81 ปี วันชาติเวียดนาม และ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย

โดยมี นายฟาม เวียด ฮุง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยบุคคลสำคัญจากภาครัฐ การทูต ธุรกิจ และวิชาการ อาทิ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ

ภายในงานยังมีการฉายวีดิทัศน์บทสัมภาษณ์ คุณสุดา พนมยงค์ ถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ปรีดี พนมยงค์ และโฮจิมินห์ อันเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานมิตรภาพระหว่างประชาชนไทยและเวียดนาม ก่อนการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ และสืบเนื่องมาถึงวาระครึ่งศตวรรษแห่งความสัมพันธ์ของสองประเทศ

#ปรีดีพนมยงค์ #ไทยเวียดนาม

ทายาทของรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ นำโดย คุณสุดา พนมยงค์ พร้อมด้วยคุณกฤต ไกรจิตติ อดีตเอก...
19/08/2026

ทายาทของรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ นำโดย คุณสุดา พนมยงค์ พร้อมด้วยคุณกฤต ไกรจิตติ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามและภริยา ร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 81 ปี วันชาติเวียดนาม และ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย โดยมีนายฟาม เวียด ฮุง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยและภริยา ให้การต้อนรับ

ภายในงานมีผู้แทนจากภาครัฐ คณะทูต ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วม อาทิ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี คุณประดาบ พิบูลสงคราม คุณอาณัฐชัย รัตตกุล คุณสนั่น อังอุบลกุล ศ.ดร. กันตธีร์ ศุภมงคล และศาสตราจารย์แล ดิลกวิทยรัตน์

ภายในงานยังมีการฉายวีดิทัศน์บทสัมภาษณ์คุณสุดา พนมยงค์ ถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปรีดี พนมยงค์ และโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยและเวียดนามก่อนการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ และเป็นสายสัมพันธ์ที่ได้รับการสืบสานมาจนถึงวาระครึ่งศตวรรษแห่งความสัมพันธ์ของสองประเทศ

ที่อยู่

65/1 Soi Thong Lo
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

+6623813860

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันปรีดี พนมยงค์ Pridi Banomyong Instituteผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์