มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), 7 ซอยลาดพร้าววังหิน 32 แยก 6 ถนนลาดพร้าววังหิน แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร, Bangkok.

18/08/2026
17 สิงหาคม 2569 ประชาชนและเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็งรวมตัวกันชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบา...
17/08/2026

17 สิงหาคม 2569 ประชาชนและเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็งรวมตัวกันชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติมติการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ปัจจุบันแม้ว่าจังหวัดปราจีนบุรียังไม่ได้เข้าเป็นหนึ่งในจังหวัดเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แต่กลับประสบปัญหาจากการเป็นเมืองหลังบ้านของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เนื่องจากมีการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมและมลพิษอย่างหนัก จนทำให้นักปกป้องสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี  ต้องออกมาเปิดโปงขบวนการลักลอบการทิ้งขยะอุตสาหกรรมที่มีทุนเทาอยู่เบื้องหลัง และทำให้นักปกป้องสิ่งแวดล้อม ถูกตั้งค่าหัวในการลอบสังหาร
ในวันนี้ประชาชนและเครือข่ายปราจีนบุรีเข้มแข็งจึงยืนยันปักหลักการชุมนุมอยู่หน้าศาลากลางฯ จนกว่าจะได้รับคำตอบในการยุตติมติดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

16/08/2026

⏳ วันพรุ่งนี้แล้ว ! 17 สิงหาคม เฮาสิรวมพลังกันต่อสู้ที่ศาลากลางจังหวัดปราจีนด้วยกันเด้อ

ปราจีนบุรีของเรากำลังถูกจับตาให้เป็นพื้นที่รองรับการพัฒนาในโครงการ EEC

แต่เราเห็นบทเรียนจาก 3 จังหวัดภาคตะวันออกกันมาแล้ว ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนและคนในพื้นที่

แล้ววันนี้… เราจะปล่อยให้ปราจีนบุรีเดินไปในเส้นทางเดียวกันหรือ? ปราจีนบุรีคืออู่ข้าวอู่น้ำ เป็นพื้นที่เกษตร เป็นบ้านของพวกเรา และเป็นแผ่นดินที่อยากส่งต่อให้ลูกหลาน

17 สิงหาคมนี้ ออกมาเจอกัน มารวมพลังกัน และมาช่วยกันส่งเสียงว่า คนปราจีนบุรีต้องมีสิทธิกำหนดอนาคตบ้านของตัวเองคนปราจีนจะไม่เอา EEC

📍 ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี
🗓 วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569
⏰ เริ่ม 09.00 น. เป็นต้นไป

ครั้งนี้เราจะไม่ได้มาแค่ชุมนุม แต่จะมาพูดคุย แลกเปลี่ยน รับฟังเสียงของคนในพื้นที่ และร่วมกันปักหลักค้างคืน ใครอยู่ปราจีนบุรี ชวนกันมา ใครอยู่จังหวัดใกล้เคียง มาเจอกันได้ เอาเต็นท์มา เอาเสบียงมา เอาเพื่อนมาด้วยกัน ❤️

เพราะบ้านของเรา เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้อง

🔥 17 สิงหาคมนี้ เจอกันที่ปราจีนบุรี
ไม่ชนะ ไม่กลับบ้าน! กำหนดการเต็ม รอติดตามพรุ่งนี้ค่ะ

#เซฟปราจีนบุรี #ยุติEEC #หยุดEEC #เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง #ปกป้องแผ่นดินเกิด #ไม่ชนะไม่กลับบ้าน
เพราะบ้านของเรา เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้อง

🔥 17 สิงหาคมนี้ เจอกันที่ปราจีนบุรี
ไม่ชนะ ไม่กลับบ้าน! กำหนดการเต็ม รอติดตามพรุ่งนี้ค่ะ

#เซฟปราจีนบุรี #ยุติEEC #หยุดEEC #เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง #ปกป้องแผ่นดินเกิด #ไม่ชนะไม่กลับบ้าน #ไม่เอาEEC

แถลงการณ์พบหลักฐานคุกคามลอบสังหารชีวิตนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคตะวันออกกรุงเทพมหานคร, 6 สิงหาคม 2569 – ค...
06/08/2026

แถลงการณ์พบหลักฐานคุกคามลอบสังหารชีวิต
นักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคตะวันออก
กรุงเทพมหานคร, 6 สิงหาคม 2569 – คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW), Protection International (PI), มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) และเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง จัดเวทีแถลงข่าวระดับชาติ ณ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ตีแผ่สถานการณ์ขั้นวิกฤตในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หลังพบหลักฐานการคุกคามถึงชีวิตและการ “ลงขันจ้างวานมือปืน” ลอบสังหารแกนนำชาวบ้านที่เปิดโปงขบวนการทิ้งกากอุตสาหกรรม
อรชา จันทร์เดช ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนตัวแทนนักป้องสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออก้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดปราจีนบุรี (อ.กบินทร์บุรี และ อ.ศรีมหาโพธิ์) ที่มีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับอุตสาหกรรมผิดกฎหมายที่ขยายตัวมาจากพื้นที่ EEC การคุกคามแกนนำอย่าง คุณสุเมธ เหรียญพงษ์นาม และ คุณสุนทร คมคาย เป็นกระบวนการที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีรูปแบบที่ไต่ระดับความรุนแรงอย่างเป็นระบบ
จุดเริ่มต้นจากการฟ้องปิดปาก (SLAPP) ที่ถูกฟ้องร้องเพื่อสร้างภาระและปิดกั้นการตรวจสอบนอกจากนี้ยังมีการข่มขู่คุกคามทางตรงโดยเริ่มมีการโทรศัพท์ข่มขู่แกนนำอย่างต่อเนื่อง และมีกรณีที่เครือข่ายถูกรถยนต์ปริศนาขับล้อมและล็อกตัวด้วย โดยมีการติดตามกระชั้นชิดและส่งสัญญาณเอาชีวิตคุณสุเมธ เหรียญพงษ์นาม นักปกป้องสิทธิฯภาคตะวันออกที่เกิดขึ้นอย่างอุกอาจ โดยเริ่มจากการโทรขู่ ติดตามตัวกระชั้นชิด และที่ร้ายแรงที่สุดคือ การวางยาสุนัขที่บ้านจนเสียชีวิต 3 ตัวภายในเวลาเพียง 2 วัน ภายหลังจากที่คุณสุเมธออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการบักลอบทิ้งกากพิษในจังหวัดสระแก้ว
หลักฐานการดักซุ่ม
อรชาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เมื่อตรวจสอบบริเวณหน้าบ้าน พบหลักฐานทั้งก้นบุหรี่ ขวดน้ำดื่ม และขวดเครื่องดื่มชูกำลัง บ่งชี้ชัดเจนว่ามีกลุ่มคนมาดักซุ่มเฝ้ารอดูความเคลื่อนไหว และมีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในจังหวัด ยืนยันตรงกันว่า ขบวนการซึ่งประกอบด้วยทุนจีน นักการเมือง และกลุ่มทุนในจังหวัด ได้มีการ "ลงขันตั้งค่าหัว 2,000,000บาท" เพื่อเอาชีวิตคุณสุเมธและคุณคมคาย
เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) ยืนยันว่า สาเหตุหลักของการคุกคามคือการที่นักปกป้องสิทธิฯภาคตะวันออกเข้าไปขัดผลประโยชน์มหาศาลของกลุ่มทุนที่ทำผิดกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.วัตถุอันตราย และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข
ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) ระบุเพิ่มเติมอีกว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นความเสียหายระดับชาติและเป็นอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ซึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา สร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
สุทธิเกียรติ คชโส จากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม อธิบายถึงกระบวนการยับยั้งการใช้สิทธิอย่างเป็นระบบผ่านกฎหมายโดยระบุว่ากระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือในการคุกคามนักปกป้องสิทธิฯ โดยกลุ่มทุนมักแจ้งความคดีอาญาในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างภาระในการเดินทางและค่าใช้จ่าย หวังทำให้การเคลื่อนไหวชะงัก
ตลอดจนความไร้ประสิทธิภาพของรัฐเป็นอีกหนึ่งช่องโหว่ที่เกิดขึ้น เมื่อมีโรงงานที่ทำผิดกฎหมายมักถูกสั่งแค่ให้แก้ไข แต่ไม่เคยแก้ไขจริง และไม่เคยถูกสั่งปิดโรงงาน ทำให้เกิดวัฒนธรรมการประกอบกิจการเถื่อนอย่างย่ามใจ แม้กฎหมาย ป.วิ.อาญา มาตรา 161/1 จะถูกแก้มาตั้งแต่ปี 2562 แต่แทบไม่เคยถูกนำมาใช้ปกป้องนักสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมได้จริง คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเรื่องกฎหมายฟ้องปิดปากก็ครอบคลุมแค่กรณีที่เอกชนฟ้องตรงต่อศาล แต่ไม่ครอบคลุมกรณีที่เอกชนไปแจ้งความให้ตำรวจ/อัยการเป็นผู้ฟ้อง ทำให้ปัจจุบันแกนนำยังคงไร้เกราะคุ้มครองในชั้นพนักงานสอบสวน
ปรานม สมวงศ์ ตัวแทนจาก Protection International (PI) วิเคราะห์โครงสร้างความรุนแรงและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลไทยอย่างดุเดือด โดยชี้ให้เห็นถึงบาดแผลทางประวัติศาสตร์และ "วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด"
ประวัติศาสตร์เลือดของนักปกป้องสิทธิ์ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมและที่ดินถูกสังหารหรือบังคับสูญหายไปแล้วกว่า 60 คน และรัฐไทยแทบไม่เคยนำตัวผู้บงการหรือผู้จ้างวานมาลงโทษได้เลย จับได้เพียงแค่มือปืนรับจ้าง
สัญญาณเตือนระดับสูงสุดการที่ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าประชิดตัวบ้านและวางยาสุนัขได้ สะท้อนถึงทรัพยากรและศักยภาพของผู้คุกคามที่พร้อมจะลงมือสังหารทุกเมื่อ นี่ไม่ใช่แค่การขู่ให้กลัว แต่เป็นการคุกคามเชิงโครงสร้างที่ต้องการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว (Chilling Effect)
ความล้มเหลวของกระทรวงยุติธรรมปรานมชี้เป้าไปที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่าเจ้าหน้าที่รัฐยังขาดความเข้าใจในบริบทการทำงานของนักปกป้องสิทธิฯ มีอคติ และปฏิเสธการยอมรับนิยามสากลของ UN รัฐมักปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมือง และอ้างว่า "กำลังร่างกฎหมายคุ้มครอง" เพื่อเป็นข้ออ้างในการถ่วงเวลา
เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) กล่าว่าหากรัฐบาลไทยต้องการเข้าร่วม OECD ประเทศไทยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของภาคธุรกิจได้ หากรัฐยังปล่อยให้แกนนำถูกล่าหัว รัฐก็ล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธกรณีสากล
เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)ได้วิเคราะห์โครงสร้างอำนาจรัฐที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนโดยชี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับแกนนำภาคตะวันออก ไม่ใช่แค่เรื่องระดับบุคคล แต่คือบททดสอบของประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และทิศทางการพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้วิกฤตภาคตะวันออกคือมรดกตกทอดจากยุค คสช.ที่ใส่แรงปฏิกิริยาเร่งรัดการพัฒนาเข้าไปในพื้นที่อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการผลักดันนโยบาย EEC และการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559ปลดล็อกผังเมืองและสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่เปิดทางให้อุตสาหกรรมขยะพิษเข้ามาตั้งฐานราก และทำให้ชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาตรวจสอบต้องเผชิญกับภัยคุกคามในปัจจุบัน

4 ข้อเรียกร้องเร่งด่วนจากภาคีเครือข่าย

1. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กระทรวงมหาดไทย: ต้องบูรณาการกำลังสืบสวนสอบสวนขบวนการว่าจ้างมือปืน และจัดตั้งกลไกคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุดแก่แกนนำและครอบครัวโดยทันที

2. กระทรวงยุติธรรม: เร่งบังคับใช้มาตรการคุ้มครองพยานเชิงรุก และแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ

3. กระทรวงอุตสาหกรรม, ทส. และหน่วยงานกำกับดูแล EEC: สนธิกำลังปราบปรามโรงงานรีไซเคิลเถื่อน ตรวจสอบเส้นทางการเงินของทุนต่างชาติที่ใช้นอมินี และสั่ง “ปิดกิจการ” โรงงานที่ทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

4. กสม. และ UN OHCHR: ขอให้กลไกสิทธิมนุษยชนทั้งระดับชาติและสหประชาชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กดดันรัฐบาลไทย และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

"การพัฒนาจะมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อประชาชนสามารถใช้สิทธิปกป้องสิ่งแวดล้อมได้อย่างปลอดภัย หากต้องแลกด้วยชีวิตและการทารุณกรรม นั่นไม่อาจเรียกว่าการพัฒนา" เครือข่ายฯ กล่าวย้ำในตอนท้าย

#เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก #อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม #นักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม #ขยะอุตสาหกรรม #สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี

06/08/2026
06/08/2026
🔴วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 11.30 น. ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว  เปิดสถานการณ์คุกคามถึงชีวิตนัก...
04/08/2026

🔴วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 11.30 น. ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว เปิดสถานการณ์คุกคามถึงชีวิตนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก เผยข้อมูลขบวนการว่าจ้างลอบสังหาร พร้อมเจาะลึกเงามืดทุนจีนและมลพิษอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC

🔴เปิดสถานการณ์ขั้นวิกฤต เมื่อชีวิตนักปกป้องสิทธิฯ ถูกคุกคามโดยกลุ่มอิทธิพลและทุนจีน

สถานการณ์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังก้าวเข้าสู่ “จุดวิกฤตถึงแก่ชีวิต” เมื่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมรีไซเคิลผิดกฎหมาย การลักลอบทิ้งขยะพิษ และการเข้ามาของ “กลุ่มทุนจีน” ที่เชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ได้สร้างผลประโยชน์มหาศาลบนคราบน้ำตาของชุมชน

ล่าสุด มีข้อมูลยืนยันเด่นชัดว่า มีการ “ลงขันจ้างวานมือปืน” ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และปราจีนบุรี เพื่อลอบสังหารนักปกป้องสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออกที่ลุกขึ้นมาตรวจสอบและเปิดโปงขบวนการดังกล่าว

เรามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าภัยคุกคามครั้งนี้กำลังจะ ซ้ำรอยคดีลอบสังหาร นายประจบ เนาวโอภาส นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ ในพื้นที่ภาคตะวันออก เมื่อปี 2556 และตอกย้ำ “วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด” ที่รัฐไทยปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลใช้ความรุนแรงจัดการกับประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกว่า 60 รายจากช่วงเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าวและร่วมเป็นปราการปกป้องชีวิตนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีในงานแถลงข่าวเปิดสถานการณ์และข้อเรียกร้องด่วนที่สุดต่อสังคมไทยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและกลไกระหว่างประเทศ

📍กำหนดการจัดงาน
วัน-เวลา: วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 11.30 น. (เปิดลงทะเบียนสื่อมวลชน 09.30 น.)
สถานที่: ห้องประชุมชั้น 4 มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) (ซอยรัชดาภิเษก 14)

🔴ไฮไลต์สำคัญในการแถลงข่าว
1. เปิดสถานการณ์และเบาะแสภัยคุกคามชีวิต: เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขบวนการว่าจ้างลอบสังหาร พฤติการณ์ติดตามข่มขู่ และการคุกคามเชิงโครงสร้างต่อนักปกป้องสิทธิฯ ในพื้นที่ EEC

2. เจาะลึกเครือข่าย ‘ทุนจีน’ กับมลพิษอุตสาหกรรม: เผยผลกระทบจากการประกอบกิจการผิดกฎหมาย การกว้านซื้อที่ดิน และอิทธิพลใต้ดินที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

3. ประเมินความเสี่ยงและมาตรการคุ้มครองดูแลนักปกป้องสิทธิมนุษยชน อภิปรายถึงสภาวะความเสี่ยงที่นักปกป้องสิทธิ ฯ และชาวบ้านต้องเผชิญ พร้อมเสนอแนวทางการสร้างระบบ
คุ้มครองความปลอดภัยเฉพาะหน้าและระยะยาว โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

4. เปิดแถลงการณ์ กป.อพช. & เครือข่าย ข้อเรียกร้องด่วนต่อรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมาตรการคุ้มครองด่วนจาก OHCHR
(สหประชาชาติ) และ กสม.

ผู้ร่วมแถลงข่าว
คุณเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ l ประธาน กป.อพช.
คุณอรชา จันทร์เดช l เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งตัวแทนนักปกป้องสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออก
คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง l ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH)
คุณปรานม สมวงศ์ | ตัวแทนองค์กร Protection International (PI)
คุณสุทธิเกียรติ คชโส l มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)

องค์กรร่วมจัดงาน
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.ชาติและ ภาคตะวันออก) | มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) | Protection International (PI) | | มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) l เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ลิงค์นี้ https://forms.gle/yRgc67JJRUVmQvnz8

03/08/2026
31/07/2026

เสวนาผ่าน Live หลังศาลปกครองกลาง พิพากษาคดียืนยันการแบน #พาราควอต #คลอร์ไพริฟอส” ชี้ เป็นประกาศที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ในประเด็น
- มูลเหตุแห่งคดี บริษัท ซินเจนทาฟ้องร้องหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกเลิกการแบน
- ข้อสังเกตุจากผลการตัดสินคดีทิศทางหรือแนวโน้มต่อไป ในมุมสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค
- ข้อห่วงกังวลด้านภาระความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกรณีที่ภาครัฐต้องชดเชยความเสียหายต่อบริษัท
ผ่าน FB
เวลา 19.00 น.
ผู้เข้าร่วมเสวนา
- ปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช : Thai-PAN
- อัมรินทร์ สายจันทร์ ทนายความ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
- ณัฐวดี เต็งพานิชกุล ฝ่ายกฎหมาย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
- ขวัญชัย หมื่นยิ่ง มูลนิธิชีววิถี ดำเนินรายการ
มีส่วนร่วมผ่านการ
l l ไปกับเรา

183,501 รายชื่อส่งถึงรัฐบาลเรียกร้องหยุดแลนด์บริดจ์ และ ร่าง พ.ร.บ. SECก่อนความสูญเสียจะไม่อาจย้อนคืนกรุงเทพฯ, 24 กรกฎาค...
24/07/2026

183,501 รายชื่อส่งถึงรัฐบาล
เรียกร้องหยุดแลนด์บริดจ์ และ ร่าง พ.ร.บ. SEC
ก่อนความสูญเสียจะไม่อาจย้อนคืน
กรุงเทพฯ, 24 กรกฎาคม 2569 - มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) และกรีนพีซ ประเทศไทย พร้อมตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน กว่า 100 คน นำรายชื่อประชาชน 183,501 รายชื่อ ที่ร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ stop-sec.com [1] ยื่นต่อคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ที่มี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อยืนยันจุดยืนว่า ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์และร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ ร่าง พ.ร.บ. SEC

การยื่นรายชื่อมีขึ้นก่อนการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีกำหนดพิจารณาความก้าวหน้าของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด ภายใต้กรอบเวลาศึกษาและสรุปผลภายใน 90 วันตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 133/2569

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่นำร่าง พ.ร.บ. SEC เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี พร้อมลงนามข้อตกลงกับผู้แทนกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาแนวทางการพัฒนาภาคใต้ โดยย้ำว่าจะไม่ใช้รูปแบบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นต้นแบบ และจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อโครงการแลนด์บริดจ์

อย่างไรก็ตาม การยื่นรายชื่อครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโต้ท่าทีล่าสุดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งประกาศระหว่างการเยือนประเทศจีนว่า โครงการแลนด์บริดจ์ยังอยู่ระหว่างศึกษา แต่จะเร่งเชื่อมต่อ “Missing Link” ทางบก ราง และน้ำแทน ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการปรับแผนแบ่งเฟสในพื้นที่เป้าหมาย ทั้งที่กระบวนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นยังไม่เสร็จสิ้น

ดังนั้น รายชื่อทั้ง 183,501 รายชื่อที่นำมายื่นในวันนี้ จึงเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนทั่วประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ และนี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่รัฐบาลได้ประกาศต่อสาธารณะไว้ ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจะเกิดขึ้นอย่างมีความหมายได้ก็ต่อเมื่อเสียงของประชาชนได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง และมีผลต่อข้อสรุปของคณะกรรมการฯ ไม่ใช่เพียงรับฟังในเชิงพิธีการ
จากการติดตามและศึกษาผลกระทบของโครงการอย่างต่อเนื่อง มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ประเทศไทย เครือข่ายภาคประชาชน และนักวิชาการ พบว่าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร มีแนวโน้มก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศชายฝั่งและทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ การประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของชุมชน ขณะที่ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการยังมีข้อกังขาเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ประเทศต้องแบกรับ

ไพบูลย์ สวาทนันท์ ตัวแทนจากประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า ท่านคิดว่าการถมทะเลทำแลนด์บริดจ์ที่ระนองใช้พื้นที่ 7000 กว่าไร่ แต่ความจริงแล้วต้องใช้พื้นที่เป็น 10,000 ไร่  ประมงพื้นบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทรัพยากรทางทะเลจะสูญหายไปมากขนาดไหน ทรัพยากรในระนอง มีเกือบ 100% เป็นกุ้ง หอย ปู ปลา นับว่าเป็นหม้อข้าวของประเทศไทย เราเสียดายหม้อข้าวดีๆของประเทศ
อรนิชา สิทธิสังฆ์ ตัวแทนจาก ประพื้นบ้านจังหวัดชุมพร กล่าวว่าวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่จะหายไปการทำแลนดิจะทำให้ทรัพยากรในพื้นที่ที่ใช้ประกอบอาชีพประมงจะหายไป และเป็นการประกาศทับสิทธิที่ดินทำกิน และประชาชนไม่สามารถรู้ได้ว่ารัฐบาลนี้มีความโปร่งใสแค่ไหน
เบญจวรรณ ทับทิมทอง ตัวแทนจากพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร  กล่าวว่า สิ่งที่เราอยากจะฝากถึงรัฐบาลคืออยากให้ยุตติโครงการแลนบริดจ์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ ไม่ต้องกล่าวอ้างรายงานว่าลงมาศึกษาแล้วเหมาะสมที่จะทำ นั่นมันไม่ใช่ความเป็นจริงที่สะท้อนถึงสิทธิของประชาชนในพื้นที่ ชุมพรเศรษฐกิจของเราเติบโตได้ดีในบริบทของเกษตรและไม่ได้ด้อยไปกว่าอุตสาหกรรม อย่าเอาอุตสาหกรรมมาทำลายเกษตรที่สร้างมูลค่าเป็นหมื่นล้าน
สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) กล่าวว่า
“โครงการขนาดใหญ่ที่อาจสร้างผลกระทบต่อประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติอย่างกว้างขวาง ไม่ควรถูกตัดสินใจจากข้อมูลของหน่วยงานรัฐหรือผู้เสนอโครงการเพียงฝ่ายเดียว รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ากระบวนการศึกษาประเมินผลกระทบได้ประเมินอย่างครบถ้วนรอบด้าน เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล สามารถโต้แย้ง และมีส่วนร่วมต่อการตัดสินใจได้จริง หากข้อสรุปถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ว่ารัฐจะจัดเวที หรือเปิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจำนวนมาก แต่ไม่นำข้อคิดเห็นไปประกอบการตัดสินใจ และไม่สามารถตอบข้อโต้แย้งของประชาชนและนักวิชาการได้อย่างชัดเจน ก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายได้”

เกตน์สิรี ทศพลไพศาล นักรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า
“โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เพียงการสร้างท่าเรือ ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่คือการนำอนาคตของทะเล ชุมชนชายฝั่งและกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล และทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้เข้าแลกกับโครงการที่ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยข้อกังขา เมื่อระบบนิเวศถูกทำลาย พื้นที่ทำกินสูญหาย และวิถีชีวิตของชุมชนเปลี่ยนแปลงไป ความเสียหายเหล่านี้ไม่อาจชดเชยได้ด้วยตัวเลขการลงทุน รัฐบาลจึงต้องกล้าพิจารณาทางเลือกที่ไม่เดินหน้าโครงการ ก่อนที่การตัดสินใจในวันนี้จะกลายเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืน”

นอกเหนือจากความเสี่ยงต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนแล้ว ภาคประชาชนยังมีข้อกังวลต่อกระบวนการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจของรัฐ โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูล ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง การรับฟังความคิดเห็นจึงต้องไม่หยุดอยู่เพียงการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนแสดงความเห็น แต่ต้องทำให้ข้อกังวลและข้อคัดค้านเหล่านั้นมีผลต่อข้อสรุปและทิศทางของโครงการอย่างแท้จริง


มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กรีนพีซ ประเทศไทย และเครือข่ายภาคประชาชน ย้ำว่า การทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์จะมีความหมายก็ต่อเมื่อรัฐบาลพร้อมเปลี่ยนแปลงข้อสรุปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าโครงการมีความคุ้มค่าและไม่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติ รัฐบาลต้องยุติการผลักดันโครงการและร่าง พ.ร.บ. SEC ก่อนที่การตัดสินใจในวันนี้จะกลายเป็นภาระของคนรุ่นต่อไป

ที่อยู่

7 ซอยลาดพร้าววังหิน 32 แยก 6 ถนนลาดพร้าววังหิน แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAWผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW:

ทางลัด

แชร์