มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW, องค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO), 7 ซอยลาดพร้าววังหิน 32 แยก 6 ถนนลาดพร้าววังหิน แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร, Bangkok

24/09/2026

พรุ่งนี้เช้า ศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569
พบกันที่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์.............

การลงทุนใน Data Center หรือศูนย์ข้อมูล กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งจากทุนไทยและต่างประเทศ การขยายตัวดังกล่าวนำมาสู่คำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงการแข่งขันและการแย่งชิงทรัพยากรสำคัญ โดยเฉพาะ ที่ดิน น้ำ และไฟฟ้า
พบกับเวที ‘Data Center ไทย: โอกาสและผลกระทบ’ ในงานสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน หรือ MAEW2026 ที่จะชวนมองการขยายตัวของ Data Center ในพื้นที่ EEC ผ่านมุมมองของนักวิชาการ ภาคประชาชน และภาคการเมือง เพื่อทำความเข้าใจการลงทุน ผลกระทบต่อประชาชน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและตั้งคำถามต่อทิศทางการลงทุนและการใช้ทรัพยากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงพื้นที่และชีวิตของผู้คน
ในเวทีนี้จะแบ่งเป็น 4 ช่วง เริ่มด้วย

ช่วงที่ 1 : จาก AI สู่ Hyperscale Data Center: เศรษฐกิจดิจิทัลที่ต้องใช้ทรัพยากรจริง
พูดคุยกับ Larry Lohmann, The Corner House (ออนไลน์) ที่จะชวนมอง AI และ Data Center ผ่านพลังงาน น้ำ ทรัพยากร ที่ดิน และแรงงาน รวมถึงความเหลื่อมล้ำ การเอารัดเอาเปรียบ และความสัมพันธ์เชิงอาณานิคมที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ช่วงที่ 2 : 'จากกระแส AI โลกสู่ EEC: ทำไม Data Center จึงมาที่นี่?'
นำเสนอผ่านข้อมูลโดย ดร. สมนึก จงมีวศิน จาก EEC Watch กลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่จะมาเชื่อมภาพระดับโลกกับการลงทุน Data Center ในประเทศไทย โดยเฉพาะ EEC ความต้องการทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน และความหมายต่อทิศทางการพัฒนาของประเทศ
ช่วงที่ 3 : ‘เมื่อชุมชนต้องอยู่กับ Data Center: เสียงจากชลบุรี’
สนทนากับ สรายุทธ สนรักษา ตัวแทนชุมชนจังหวัดชลบุรี ที่จะมาบอกเล้่าประสบการณ์และข้อกังวลของชุมชนต่อผลกระทบด้านน้ำ ไฟฟ้า สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และทรัพยากรท้องถิ่น
ปิดท้ายช่วงที่ 4 ด้วยการเปิดวงสนทนา: Beyond Regulation เชื่อมภาพระดับโลกกับประสบการณ์ในพื้นที่ ตั้งคำถามว่าใครได้ประโยชน์ ใครแบกรับต้นทุน และเราควรคิดถึงทางเลือกที่มากกว่าการกำกับการขยายตัวของ Data Center อย่างไร
ดำเนินรายการ: พรพนา ก๊วยเจริญ จาก Land Watch Thai
เวทีจัดขึ้นในวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 9.30 - 12.00 น. ณ ห้อง ร.406 ชั้น 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ติดตามไลฟ์ได้ที่
Youtube : MAEW
เพจ Land Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน
เพจ Epigram News
ติดตามโปรแกรมน่าสนใจอื่นๆ จาก งานสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน หรือ MAEW2026 ระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายน 2569 ได้ที่ MAEW - สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน
#สื่อออนไลน์ภาคตะวันออก

Live: ถ่ายทอดสด Mekong-ASEAN Environment Week 2026 เวทีเสวนา “การฟื้นฟูเยียวยาชุมชนลุ่มน้ำโขง”ในสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง...
24/09/2026

Live: ถ่ายทอดสด Mekong-ASEAN Environment Week 2026 เวทีเสวนา “การฟื้นฟูเยียวยาชุมชนลุ่มน้ำโขง”
ในสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง–อาเซียน 2569
สายธารการต่อสู่ร่วมกันของผู้คน สู่พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
สายน้ำเชื่อมโยงผู้คนและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันสายน้ำก็พัดนำมลพิษ ความสูญเสีย ความทรงจำ และเรื่องราวการต่อสู้ของชุมชนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เวทีเสวนานี้ปรารถนาจะนำตัวแทนจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการมลพิษทั้งจากการทำเหมืองแร่และกิจกรรมอื่นในลุ่มน้ำโขง นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ประชาชนทั่วไปมาพบกัน เพื่อร่วมวงสนทนาสำรวจว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิ สุขภาพ และธรรมชาติจะพัฒนาไปสู่การสร้างพลังร่วมในการเยียวยาและฟื้นฟูทั้งสายน้ำและผู้คน ชุมชนได้อย่างไร

Radical Grandma Collective (RadGram), Restorative Culture Coalition...

ปราจีนเข้มแข็งและเครือข่ายขอมหาดไทยยุติการสอบวินัย กำนันต.บ่อทอง จ.ปราจีนบุรี หลังร่วมชุมนุมคัดค้าน EEC วันที่ 17 กันยาย...
18/09/2026

ปราจีนเข้มแข็งและเครือข่าย
ขอมหาดไทยยุติการสอบวินัย กำนันต.บ่อทอง จ.ปราจีนบุรี หลังร่วมชุมนุมคัดค้าน EEC

วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย ตัวแทนเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรงและเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กรณีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กำนันตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี หลังถูกกล่าวหาว่าเข้าร่วมการชุมนุมคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมี น.ส.นิชานันท์ ทรัพย์สมบูรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานร้องทุกข์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับหนังสือ
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวหาว่ากำนันมีพฤติกรรมบกพร่องต่อหน้าที่และประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง จากการเข้าร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าอาจขัดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 รวมทั้งมีการกล่าวพาดพิงและให้ร้ายผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี
ในหนังสือร้องเรียนระบุข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

1. โปรดสั่งการให้มีการตรวจสอบดุลพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบัตรสนเท่ห์ ว่าเป็นไปโดยสุจริต และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

2. โปรดมีคำสั่งให้ยุติการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือชะลอการดำเนินการทางวินัยแก่ กำนันเนื่องจากพฤติการณ์เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญโดยสุจริต และเป็นการปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรตามกฎหมาย
โดยทางเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งกล่าว หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมทั้งในส่วนที่เป็นพลเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่รัฐให้สามารถใช้สิทธิของตนภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญอย่างครบถ้วนถูกต้อง และขอได้โปรดทบทวนการใช้วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งของชุมชนเป็นวงกว้างซึ่งผิดต่อหลักการการปกครองและบริหารบ้านเมืองที่ดีต่อไปด้วย

Mekong-ASEAN Environment Week 2026สายธารแห่งการฟื้นคืน : ต่อยอดจากวงเสวนาสู่การลงมือทำ💦เวิร์คช็อปกิจกรรม ”สายธารประชาชนส...
18/09/2026

Mekong-ASEAN Environment Week 2026
สายธารแห่งการฟื้นคืน : ต่อยอดจากวงเสวนาสู่การลงมือทำ
💦เวิร์คช็อปกิจกรรม ”สายธารประชาชนสู่ปฏิบัติการฟื้นฟูชุมชน“ ต่อเนื่องจากกิจกรรมต่อเนื่องจากเวทีเสวนา “การฟื้นฟูเยียวยาชุมชนลุ่มน้ำโขง”(Healing the Mekong Dialogue)

ปฏิบัติการจากชุมชนต่าง ๆ เพื่อนำบทเรียนและความคิดที่เกิดจากวงเสวนามาต่อยอดผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อเปลี่ยนจาก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปสู่การลงมือทำร่วมกัน

🗓️วันที่ 26 กันยายน 2569
⏰เวลา 9.00 น. - 12.00 น.
🏛️ณ ห้อง ร.103 ชั้น 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

#สายธารประชาชน #สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขงอาเซียน

🎤Mekong-ASEAN Environment Week 2026พบกับ เวทีเสวนา “การฟื้นฟูเยียวยาชุมชนลุ่มน้ำโขง”ในสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง–อาเซียน 2...
18/09/2026

🎤Mekong-ASEAN Environment Week 2026
พบกับ เวทีเสวนา “การฟื้นฟูเยียวยาชุมชนลุ่มน้ำโขง”
ในสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง–อาเซียน 2569
สายธารการต่อสู่ร่วมกันของผู้คน สู่พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง
🗓️วันที่ 24 กันยายน 2569
⏰เวลา 13.00–16.00 น.
🏛️ณ ห้องประชุมริมน้ำ (ห้อง 107-108)
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร
💦สายน้ำเชื่อมโยงผู้คนและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันสายน้ำก็พัดนำมลพิษ ความสูญเสีย ความทรงจำ และเรื่องราวการต่อสู้ของชุมชนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เวทีเสวนานี้ปรารถนาจะนำตัวแทนจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการมลพิษทั้งจากการทำเหมืองแร่และกิจกรรมอื่นในลุ่มน้ำโขง นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ประชาชนทั่วไปมาพบกัน เพื่อร่วมวงสนทนาสำรวจว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิ สุขภาพ และธรรมชาติจะพัฒนาไปสู่การสร้างพลังร่วมในการเยียวยาและฟื้นฟูทั้งสายน้ำและผู้คน ชุมชนได้อย่างไร

💧เปิดพื้นที่สำหรับประชาชนจากชุมชนได้เล่าประสบการณ์การต่อสู้ ผลกระทบ และความริเริ่มของชุมชนการฟื้นฟูกู้คืนสังคมและระบบนิเวศที่ถูกทำลาย

💧เชื่อมโยงมุมมองความเป็นธรรมทางนิเวศและสุขภาพที่ชุมชนต่อสู้กับแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศสังคมและสุขภาพ

💧แลกเปลี่ยนระหว่างพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่กับชุมชนลุ่มที่กำลังเผชิญปัญหามลพิษข้ามพรมแดน

💧เชื่อมโยงเครือข่ายและพลังผู้คนที่ริเริ่มปฏิบัติการฟื้นฟูเยียวยาฟื้นฟูชุมชนลุ่มน้ำโขงร่วมกัน

โดย : Radical Grandma Collective (RadGram), Restorative Culture Coalition Thailand (RCCT), กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด จังหวัดหวัดเลย, วิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ฟื้นฟูพันธ์ข้าวพื้นเมือง “ข้าวหอมดอกฮัง” จังหวัดสกลนคร, โปรเจกต์เสวนา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้,มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw), Rivers and Rights, มูลนิธิเกษตรกรรมทางเลือก

#สายธารประชาชน #สัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขงอาเซียน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาประชาชนกลุ่มอนุรักษ์บ้านเกิดเชียงหวางไม่เอาโรงไฟฟ้าขยะ ได้ยื่นหนังสือขอให้ องค์การบ...
17/09/2026

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาประชาชนกลุ่มอนุรักษ์บ้านเกิดเชียงหวางไม่เอาโรงไฟฟ้าขยะ ได้ยื่นหนังสือขอให้ องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงหวาง บอกเลิกสัญญาที่ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการระหว่างรัฐระหว่าง บริษัท เนชั่นแนล คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด กรณีดำเนินโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิด ที่ตั้งอยู่ที่ หมู่ 14 บ้านโคกน้อย ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี
โครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลเชียงหวาง เป็นโครงการที่ดำเนินการตามแนวทาง Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ฉบับผ่านความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และได้คัดเลือกให้บริษัท เนชั่นแนล คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด เป็นผู้ลงทุนและดำเนินโครงการภายใต้สัญญาโครงการแบบ Build-Own Operate(BOO) มีอายุ 25 ปี โดยลงนามกันเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564
ต่อมากลุ่มอนุรักษ์บ้านเกิดเชียงหวางไม่เอาโรงไฟฟ้าขยะ ได้ใช้สิทธิในการติดตาม ร้องเรียน และคัดค้านโครงการฯมาตั้งแต่ปี 2568 เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฯมาก่อน ประกอบกับเมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ตั้งโครงการแล้วพบว่า มีความไม่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายหลายประการ เช่น พื้นที่ตั้งโครงการเป็นพื้นที่น้ำท่วมเป็นทางไหลของน้ำ และขุดพบแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุสมัยโบราณล้านช้างกว่า 400 ปี
ตามสัญญาให้สิทธิลงทุนก่อสร้างและดำเนินโครงการดังกล่าว ข้อ 5.2 วรรคสอง ระบุว่า ก่อนการดำเนินการก่อสร้างอาคารและตลอดระยะเวลาการดำเนินการ ผู้ให้สัญญาต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ (ถ้ามี) และส่งสำเนาใบอนุญาตที่ได้รับต่างๆที่เกี่ยวข้องให้ผู้รับสัญญาทราบทันทีที่ได้รับใบอนุญาต หรือเมื่อผู้รับสัญญาร้องขอ การขออนุญาตต่างๆ ดังกล่าว
หากผู้ให้สัญญาไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวข้างต้นได้ภายในระยะเวลา 5 ปี นับถัดจากวันลงนามในสัญญา หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจากกรณีดังกล่าว ผู้ให้สัญญาไม่อาจทำการก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ผู้รับสัญญามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ และผู้ให้สัญญาไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชย ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้รับสัญญา
ปัจจุบันโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนฯ ของบริษัท เนชั่นแนล คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด อยู่ระหว่างการขออนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและยังไม่ได้รับใบอนุญาตฯ
กลุ่มอนุรักษ์บ้านเกิดตำบลเชียงหวางไม่เอาโรงไฟฟ้าขยะเห็นว่า สถานะของโครงการฯ ณ ขณะนี้เข้าเงื่อนไขที่จะให้องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงหวางสามารถบอกเลิกสัญญาให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐได้แล้ว
จึงขอให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงหวางดำเนินการ ยกเลิกโครงการฯ และบอกเลิกสัญญาที่ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐระหว่าง บริษัท เนชั่นแนล คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด กับ องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงหวาง เพื่อปกป้องและคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตของชุมชน สุขภาพอนามัยของคนในชุมชน

ศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อม คดี SLAPP กรณีใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา จ.สตูล16 กันยายน 2...
16/09/2026

ศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อม คดี SLAPP
กรณีใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา จ.สตูล
16 กันยายน 2569 ณ ศาลอาญา ได้มีการนัดสืบพยานโจทก์-จำเลยในคดี 2 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมโดนฟ้อง SLAPP เหตุใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ทับชายหาดปากบารา จ.สตูล โดยมีเอกชนยื่นฟ้อง วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย และอัสรุต กองบก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จังหวัดสตูล ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 7,049,750 บาท เนื่องจากวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นชายหาดสาธารณะลงในสื่อโซเชียล (facebook) พร้อมแนบรูปภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในพื้นที่ชายหาด และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)
โดยในวันนี้ศาลมีคำสั่งงดสืบพยานฝั่งจำเลย จากเดิมจะต้องสืบในวันที่ 17-18 กันยายน 2569 เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้

หลังจากการสืบพยานฝั่งโจทก์เสร็จสิ้นและได้ฝั่งคำสั่งศาลแล้ว ด้านอัสรุต กองบก ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 2 กล่าวว่า ตนรู้สึกโล่งใจที่ศาลสั่งงดสืบพยาน แต่ก็มีความจริงจะบอกกับศาล แต่ไม่ได้พูด เพราะศาลสั่งงดสืบพยานจำเลย และรู้สึกว่าการไต่สวนฝั่งโจทก์ น่าจะนำสืบให้ศาลได้รู้ในเบื้องต้นแล้วว่ามีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด ทำให้ศาลมีคำสั่งงดสืบพยานฟังจำเลย
“ในขณะที่มีการสืบพยานฝั่งโจทก์ ตอนได้ฟังอยู่นั้น รู้สึกว่าฝั่งโจทก์พูดความจริง แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน และคิดว่าถ้าตนได้มีโอกาสเบิกความต่อศาลก็จะพูดความจริงทุกอย่างให้ชัดเจนต่อเหตุการณ์นี้ว่ามีที่มาอย่างไร”
นอกจากนี้การฟ้อง SLAPP เช่นนี้ ยังส่งผลกระทบให้กับเขา โดย อัสรุต กล่าวว่า “เนื่องจากผมเป็นผู้นำปกครองท้องที่ มีหน้าที่ดูแลที่สาธารณะประโยชน์ และเป็นตัวแทนชาวบ้าน ก็รู้สึกว่าการถูกฟ้องในครั้งนี้ ทำให้ผมมีการถูกเมินจากสังคมหาว่าเราไปบุกรุกที่เอกชน การทำหน้าที่ในครั้งนี้ต้องแบกภาระ เนื่องจากเป็นผู้ดูแลที่สาธารณะประโยชน์ และผมได้พิจารณาดู และช่างน้ำหนักดูแล้วว่า พื้นที่ชายหาดในพื้นที่ ม.6 ชาวบ้านได้ใช้ร่วมร่วมกันมานานเป็นเวลา 47 ปี ผมเกิดมาก็สภาพเป็นชายหาดแล้ว และเป็นที่ที่ผู้คนมาเล่นน้ำและมาใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานแล้ว ผมก็ได้ทำหน้าที่ตามความเป็นจริง การที่ผมได้ทำหน้าที่ตรงนี้ผมก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ปกป้องพื้นแผ่นดินชายหาดที่เป็นที่สาธารณะไว้ให้ลูกหลานให้คนจังหวัดสตูลได้ใช้ร่วมกันต่อไป”
ขณะที่ วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี จำเลยที่ 1 กล่าวว่า “วันนี้เชื่อในข้อเท็จจริงที่ตัวเองมีอยู่กับพยานหลักฐานที่เตรียมมา เพื่อนำมาให้ศาลได้รับฟัง แต่ช่วงท้ายก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะว่าในฐานะฝ่ายจำเลยไม่ได้พูด เพราะท่านสั่งงดสืบพยานฝ่ายจำ ถ้าหากพูดกันผมใช้คำว่า ยุติธรรมชาวบ้าน ที่ในทางข้อกฎหมายศาลจะมองไปอีกแบบหนึ่ง แต่ในทางสังคมในทางความเป็นมนุษย์ที่มีความสัมพันธ์กัน เมื่อฝ่ายนึงตั้งข้อกล่าวหาและมีโอกาสได้พูด หลายต่อหลายรอบ ตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง มาสืบพยานต่อหน้าศาล และบุคคลต่าง ๆ ด้วยไม่ใช่แค่ศาลอย่างเดียว เพราะการสืบพยานถือว่าสืบกันโดยเปิดเผย ไม่ใช่การคุยกันแค่ฝ่ายจำเลยกับโจทก์ หรือว่าโจทก์กับศาลเท่านั้น มันก็มีบุคคลอื่นที่จะเข้ารับฟังได้ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่พยานอีกฝ่ายนึงพูดนั้น มีตั้งหลายเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งเรารู้สึกว่า แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับคดี ก็รู้สึกว่า เราถูกละเมิดด้านหนึ่ง รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ
ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงก็รู้สึกว่าเราไม่มีโอกาสได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดเหมือนกัน”
“แต่ในมุมมองของผมมองว่าการที่ศาลรับฟังเฉพาะโจทก์ฝ่ายเดียว และโจทก์กล่าวหาเราฝ่ายเดียวมันมีความไม่เป็นธรรมอยู่ ตามกฎระเบียบของศาลหรือตามกฎหมายให้ทำได้ แต่ผมมองว่าควรกระทำตอนที่อยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เพราะจะไม่เป็นภาระของจำเลย ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาและยังก็ต้องตั้งทนาย เตรียมค่าใช้จ่าย ต้องประกันตัว ต้องถูกใส่กุญแจมือ ต้องถูกนำตัวไปขังอยู่ใต้ถุนศาลเป็นวันผมถูกขังอยู่เป็นวันนะ ผมรู้สึกผมถูกกล่าวหาและสูญเสียอิสรภาพ สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง สูญเสียเวลา ตรงนี้ก็รู้สึกว่า ถ้าขั้นตอนแบบนี้ มันควรจะจบตั้งแต่ชั้นไต่สวน ศาลก็ควรวินิจฉัยตั้งแต่ตอนนั้น”

ด้าน ศศิประภา ไร่สงวน ทนายความจาก EnLAW ซึ่งเป็นทนายของจำเลย กล่าวว่า “คดีดังกล่าวที่เอกชนยื่นฟ้องต่อนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นการฟ้องปิดปาก เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่มีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอาเปรียบหรือมุ่งสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร ซึ่งทางทนายความได้ยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายพิจารณาคดีความอาญามาตรา 161/1 และ มาตรา 165/2 แล้วในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลมีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณาโดยไม่ปรากฎว่าในคำสั่งได้มีการนำประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ว่าการดำเนินคดีของโจทก์เป็นการแกล้งฟ้องปิดปากมาวินิจฉัยในคำสั่งรับคำฟ้อง”
“วันนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 2 ปาก โดยภายหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วได้มีคำสั่งงดสืบพยานจำเลย โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ และกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 กันยายน 2569 ก็ต้องรอจับตาผลคำพิพากษาของคดีต่อไปว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีนี้ว่าอย่างไร ทั้งนี้ทางทนายความคาดหวังว่าคำพิพากษาของศาลจะช่วยคุ้มครองนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมจากการถูกกลั่นแกล้งฟ้องมากกว่าแค่ให้จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดทางกฎหมายอันเนื่องมาจากการกระทำของจำเลยไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย”

10 โมงเช้าวันนี้ ติดตามได้ที่ Greenpeace Thailand และ Epigram News ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
16/09/2026

10 โมงเช้าวันนี้ ติดตามได้ที่ Greenpeace Thailand และ Epigram News ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

เหตุการณ์ดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันที่คร่าชีวิตผู้คนบริเวณชายแดนเนปาลและทิเบตเมื่อไม่นานมานี้ เป็นหลักฐานอันชัดเจนถึงความเปราะบางของสิ่งแวดล้อม โดยชุมชนในชนบทซึ่งอยู่แนวหน้าต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบที่หนักหน่วงที่สุด จากสถานการณ์ดังกล่าว ภาคประชาสังคมและตัวแทนชุมชนจากทั่วเอเชียจะร่วมกันตรวจสอบเรื่องเล่าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่อยู่เบื้องหลังงาน GasTech 2026
Greenpeace Thailand เชิญเข้าร่วมเสวนา ‘ภาพลวงตาของอุตสาหกรรมฟอสซิล: สำรวจอำนาจของภาคธุรกิจ เส้นทางการเงิน และต้นทุนที่ซ่อนเร้นในงาน Gastech 2026’
📅วันที่ 16 กันยายน 2569
⏰เวลา 10:00 - 12:00
📌ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT)
การเสวนาจะจัดขึ้นเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีบริการแปลล่ามพูดพร้อม✊🏻
ติดตามไลฟ์ได้ที่ Foreign Correspondents' Club of Thailand - FCCT
The Fossil Illusion: Uncovering Corporate Power, Financial Trails, and Hidden Costs at Gastech 2026
The recent deadly landslides and flash floods on the Nepal and Tibet borders are stark evidence of our fragile environment, with rural communities on the front line bearing the heaviest burden. In the light of this cause, civil societies and community representatives across Asia will jointly examine the narratives and stakeholders behind the Gastech 2026.
📅Date: 16 September 2026
⏰Time: 10:00 - 12:30 (Bangkok Time)
📌Venue: The Foreign Correspondent Club of Thailand (FCCT)

The panel will be conducted in Thai and English with simultaneous translation provided. ✊🏻
#สื่อออนไลน์ภาคตะวันออก

ร่วมจับตาและทำข่าวสืบพยาน คดี 2 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมโดนฟ้อง SLAPP เหตุใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา จ.ส...
15/09/2026

ร่วมจับตาและทำข่าวสืบพยาน คดี 2 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมโดนฟ้อง SLAPP
เหตุใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา จ.สตูล
📆วันที่ 16-18 กันยายน 2569
🏛️ณ ศาลอาญา (รัชดา)
⏰เวลา 9.00 เป็นต้นไป
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 ที่ชาวบ้านในพื้นที่หาดปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล ได้มีการร้องเรียนคัดค้านการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ส.3 ก.) ซึ่งอยู่บนชายหาดปากบารา หมู่ที่ 6 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นที่ชายหาดสาธารณะ มีน้ำท่วมถึง และประชาชนใช้ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากบนที่ดินแปลงดังกล่าวมีการก่อสร้างโรงเรือนและสร้างร้านอาหาร นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย จึงร่วมกับชุมชนใช้สิทธิขอตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 นายคณิศร สราญฤทธิ์ ได้ยื่นฟ้อง นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย กับพวกรวม 2 คน ต่อศาลอาญา (รัชดา) ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 7,049,750 บาท
เนื่องจากนายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นชายหาดสาธารณะลงในสื่อโซเชียล (facebook) พร้อมแนบรูปภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในพื้นที่ชายหาด และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)
โดยจะมีการสืบพยานคดี ณ ศาลอาญารัชดา ในวันที่ 16 - 18 กันยายน 2569 เวลา 9.00 เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจร่วมจับตาและทำข่าวต่อคดีนี้

ที่อยู่

7 ซอยลาดพร้าววังหิน 32 แยก 6 ถนนลาดพร้าววังหิน แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW:

ทางลัด

แชร์