สโมสรธรรมทาน สวนโมกข์กรุงเทพ

สโมสรธรรมทาน สวนโมกข์กรุงเทพ ห้องสมุดพุทธทาส l Library @ Suan Mokkh BKK
จัดแสดงนิทรรศการ งานจดหมายเหตุ
สมทบการผลิตหนังสือและสื่อธรรม

เราหมดกิเลสที่เป็นเหตุให้เห็นแก่ตัวมากขึ้นเท่าไร เราก็จะรักเพื่อนบ้านมากขึ้นเท่านั้น 🫂∙สิ่งที่เรียกว่า "ความรักเพื่อนมนุ...
17/05/2026

เราหมดกิเลสที่เป็นเหตุให้เห็นแก่ตัวมากขึ้นเท่าไร
เราก็จะรักเพื่อนบ้านมากขึ้นเท่านั้น 🫂

สิ่งที่เรียกว่า "ความรักเพื่อนมนุษย์" นี้ เป็นคำสำคัญคำหนึ่งในศาสนาทุกศาสนา, เพราะว่าปัญหาพื้นฐานของมนุษย์ก็คือความที่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน. ดังนั้น ทางศาสนาจึงได้หยิบเอาปัญหานี้ขึ้นมาพูดถึงก่อนปัญหาอื่น; ขอให้สังเกตดูว่าไม่ว่าในศาสนาไหน จะเน้นหนักอยู่ในคำว่าความรักเพื่อน บ้านอยู่ด้วยกันทั้งนั้น. ความรักเพื่อนบ้านก็คือความรักเพื่อนมนุษย์ให้มันกว้างออกไป อย่าเพียงแต่รักเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือข้างเคียง; ขอให้ขยายความออกไปแม้กระทั่งว่า ความรักเพื่อนมนุษย์ต่างประเทศ คือรักเพื่อนต่างประเทศ.

ฟังดูอย่างผิวเผินก็ทำให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย: โดยที่แท้ก็คือกิเลสพื้นฐานที่เป็นความเห็นแก่ตัวชั้นเลวที่สุดที่ทำให้ไม่รักผู้อื่น. ถ้าจะขจัดความไม่รักเพื่อนมนุษย์ให้หมดไปนั้น ก็ต้องขจัดกิเลส คือความเห็นแก่ตัว หรือความมีตัวนั่นเองให้หมดสิ้นไป. ขอให้สังเกตดูให้ดี ๆ ว่าเราหมดกิเลสที่เป็นเหตุให้เห็นแก่ตัวมากขึ้นเท่าไร เราก็จะรักเพื่อนบ้านมากขึ้นเท่านั้น;เมื่อยังเห็นแก่ตัวเต็มที่ ก็จะไม่มีความรักเพื่อนบ้านเลย.

รักเพื่อนบ้านในที่นี้ ก็หมายถึงรักอย่างแท้จริง. ที่รัก กันอยู่บ้างนั้นก็เพราะความจำเป็นมันบังคับ ความเห็นแก่ตัว มันทำให้เอาอกเอาใจผู้อื่นบ้าง; อย่างนี้ไม่ใช่เรียกว่าความรักเพื่อนบ้าน หรือความรักเพื่อนมนุษย์ โดยทั่ว ๆ ไป คนก็จะรักเพื่อนบ้านกันแต่ในเพียงระดับนี้เท่านั้น ไม่ได้รักด้วยความบริสุทธิ์ใจ; หรืออย่างดีกว่านั้นไปอีกหน่อย ก็คือว่ามันเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่สอนกันมาแต่บรรพบุรุษ ให้รู้จักรักเพื่อนบ้าน ให้อารีอารอบ, นั่นก็ยังมุ่งหวังความปลอดภัยของ บุคคลนั้น ๆ มากกว่าที่จะรักด้วยจิตใจอันประกอบไปด้วยธรรมะ. ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องพิจารณากันให้ละเอียด เพื่อจะให้มีความรักเพื่อนบ้านที่แท้จริง ที่บริสุทธิ์ และ ยิ่ง ๆ ขึ้นไปนั่นเอง



อ้างอิง:
ความรักเพื่อนมนุษย์ (นน. 1-2)
| พุทธทาสภิกขุ
https://lin.ee/aacelLD

🍀illustration: ธัณณปร

ว่างจากตัวตน มันก็ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาก็คือไม่ตาย 🪦∙เนื้อหา:ประโยชน์สูงสุดคือพระนิพพาน พระนิพพานคือไม่มีความทุกข์ สิ้นส...
03/05/2026

ว่างจากตัวตน มันก็ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาก็คือไม่ตาย 🪦

เนื้อหา:
ประโยชน์สูงสุดคือพระนิพพาน พระนิพพานคือไม่มีความทุกข์ สิ้นสุดแห่งความทุกข์โดยประการทั้งปวงคือนิพพาน พูดให้มันสั้นกว่านั้นก็คือ ว่าง : นิพพาน คือสภาพร่าง ภาวะว่าง ความว่าง คือความไม่มีอารมณ์
.
รู้จักอารมณ์เสียหน่อยชิ อารมณ์คือ รูป เสียง กลิ่น รสโพอรัพพะ ธัมมารมณ์ นี่เรียกว่าอารมณ์หก; ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี่เป็นที่ตั้งแห่งอารมณ์ มันไม่มีอารมณ์ และไม่มีที่ตั้งแห่งอารมณ์ มันก็ไม่มีอารมณ์ ไม่มีอารมณ์มันก็ไม่รู้จะ พูดว่าอะไร มันสบาย สบายที่สุด สบายคือไม่มีปัญหา ไม่มีความทุกข์ ไม่มีความทนทรมาน แม้แต่ตั้งอยู่ก็มิได้ตั้งอยู่ แม้จะเป็นไปก็มีได้เป็นไป เพราะว่ามันไม่มีอารมณ์อะไร จึงมิได้ตั้งอยู่ที่ไหน และมิได้เป็นไป เท่านี้แหละ, พอ ขอใช้คำว่า พอพอ หมด หมด ทั้งพระไตรปิฎกๆ ๆ คือคำพูดเพียง ๒-๓คำ มิได้ตั้งอยู่ มิได้เป็นไป มิใช่อารมณ์ นี่แหละเป็นธรรมะ
ถ้าอยากตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์ผู้อื่นเป็นธรรมะธรรมดาสามัญทั่วๆ ไป ก็ทำไป สงเคราะห์ สงเคราะห์ ประชาสงเคราะห์ทั่วไป เช่นรักษาต้นน้ำลำธารไว้บ้างเป็นต้น แต่ถ้าอยากจะมีใจที่เป็นทุกข์ไม่ได้ เป็นทุกข์ไม่เป็นหรือสิ้นสุดแห่งความทุกข์แล้วก็ต้องเรื่องอย่างนี้ เรียกว่าเรื่องพระนิพพานก็ได้ คือดับสุดแห่งความทุกข์เรียกว่า ตทายตนะ เรื่องอายตนะนัน : อาย-ตนะนั่นอันมิใช่อะไรๆ ๆ ๆ หมด เรื่องอายตนะนั่น อนารัม-มณัง - ไม่มีอารมณ์อะไร ไม่เป็นที่ตั้งแห่งอารมณ์อะไร มิได้ตั้งอยู่ มิได้เป็นไป แล้วก็ไม่ประกอบอยู่ด้วยอารมณ์ มันก็ไม่ยากจนเข้าใจไม่ได้ แต่มันอาจจะเข้าใจได้ไม่พอ เข้าใจได้ไม่เพียงพอ ขอแนะนำว่าถ้าสนใจเรื่องนี้แล้วมันพอ มันคุ้มค่าได้หมด มันคุ้มค่าสูงสุดของทุกๆ เรื่อง เรียกว่าเรื่องอายตนะนั้นเรียกว่าเรื่องมิใช่อารมณ์ เรื่องที่สุดแห่งความทุกข์ ที่สิ้นสุดแห่งความทุกข์ สิ้นสุดแห่งความทุกข์ เรื่องว่าง ว่าง ว่าง ๆ ๆ ว่างจากตัวตน มันก็ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาก็คือไม่ตาย ไม่มีปัญหา; ถ้ายังมีปัญหาก็กัดกร่อนจนตายแหละ ไม่มีปัญหาก็ไม่มีความตาย



อ้างอิง:
ประมวลรูปแบบ แห่งสากลพรหมจรรย์ - นิพพาน
(น.157-158)
สนใจหนังสือสอบถามเพิ่มเติมที่ 👇
https://lin.ee/aacelLD

🍀 content & illustration: ธัณณปร

🌏 เราไม่อาจทำให้โลก เป็นไปตามความต้องการของเราได้ แต่เราสามารถทำจิตของเรา ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ∙ทีนี้ก็ดูต่อไปอี...
24/04/2026

🌏 เราไม่อาจทำให้โลก เป็นไปตามความต้องการของเราได้
แต่เราสามารถทำจิตของเรา ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้

ทีนี้ก็ดูต่อไปอีก ต่อไปอีกถึงลักษณะปฏิจจสมุปบาทหรืออาการแห่งปฏิจจสมุปบาทของสันติภาพ, สิ่งที่เรียกว่าสันติภาพก็มีปฏิจจสมุปบาท. อาการเป็นสายเหมือนกัน คือถามว่ามันมาจากอะไร, มาจากอะไร, เป็นชั้น ๆ มาตามลำดับ. สันติภาพของโลก มันก็มาจากสันติภาพของสังคม, สันติภาพของสังคม มันก็มาจากสันติภาพของบุคคล, สันติภาพของบุคคล มันก็มาจากความถูกต้องทางกาย ทางวัตถุ ทางจิต ทางวิญญาณ, แล้วยังมีส่วนประกอบแวดล้อมภายนอกอะไรต่าง ๆ ที่มันมีอยู่ในโลก, ที่มันทำให้เกิดความถูกต้องทางกาย ทางวัตถุ ทางจิต ทางวิญญาณ. แล้วรากฐาน ทั้งหมดมันอยู่ที่จิตของมนุษย์, มันสร้างที่ข้างนอกไม่ได้มัน ต้องสร้างข้างใน เพราะว่าเราไม่อาจจะทำโลกให้เป็นไปตามความต้องการของเราได้. แต่เราสามารถทำจิตของเราให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้, แล้วทำให้โลกนั้นมันหมดปัญหา, แปลว่าเราจัดโลกโดยทางจิตของเรา.

มนุษย์จัดโลกโดยทางการจัดจิตของมนุษย์นั้นเอง การ จัดจิตของมนุษย์นั้นเองเป็นการจัดโลก, มันเป็นจุดสุดท้าย สูงสุด อาการสุดท้ายสูงสุดของสิ่งที่เรียกว่าปฏิจจสมุปบาทของ สันติภาพ. ดูให้ดีจะเห็นว่า มันเป็นเนื่องกัน, เนื่องกันมาตามลำดับเป็นชั้น ๆ อย่างนี้, นี่เราจะขอเรียกว่า ปฏิจจสมุบบาทของสันติภาพ ไปรวมอยู่ที่ความมีศีลธรรมของคนในโลก, อาการเหล่านั้นไปรวมอยู่ที่ความมีศีลธรรมของคนทุกคนในโลก. ขอให้สนใจว่า มันมีอิทัปปัจจยตาของสันติภาพของโลก, มันไม่มีอะไรที่ไม่มีอิทัปปัจจยตา เพราะว่าทุกอย่างมันเป็นกระแสแห่งอิทัปปัจจยตา. ความทุกข์ก็ดีความดับทุกข์ก็ดี คือมันมีกระแสแห่งอิทัปปัจจยตา, คือการปรุงแต่งกันมาเป็น ชั้นเป็นชั้น; ถ้ามนุษย์มีความรู้ความเข้าใจแตกฉานในเรื่องอิทับปัจจยตานี้ ก็จะสามารถจัดให้โลกมีสันติภาพได้ตามที่ต้องการ.∙


สิ่งที่เรียกว่าสันติภาพ (น. 52-54)
| พุทธทาสภิกขุ
https://lin.ee/aacelLD

🍀illustration: ธัณณปร

📣 ประกาศแจ้งปิดสโมสรธรรมทาน สวนโมกข์กรุงเทพ 📣❌ ปิดให้บริการ วันที่ 12-15 เมษายน 2569✅ เปิดให้บริการ วันที่ 16 เมษายน 256...
12/04/2026

📣 ประกาศแจ้งปิดสโมสรธรรมทาน สวนโมกข์กรุงเทพ 📣
❌ ปิดให้บริการ วันที่ 12-15 เมษายน 2569
✅ เปิดให้บริการ วันที่ 16 เมษายน 2569
สอบถามเพิ่มเติมมที่
Line id:
หรือลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลย👇
[https://lin.ee/aacelLD]

🪬 จิตตามปกตินี้ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง, ความโลภ ความโกรธ ความหลง เพิ่งเกิดเมื่อเผลอสติ เมื่ออารมณ์มากระทบ. อย่าไปเข้าใจว่...
10/04/2026

🪬 จิตตามปกตินี้ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง, ความโลภ ความโกรธ ความหลง เพิ่งเกิดเมื่อเผลอสติ เมื่ออารมณ์มากระทบ. อย่าไปเข้าใจว่าโลภ โกรธ หลง นี้เกิดอยู่ในสันดาน

เนื้อหา:
ทีนี้มันยากในการรักษาสภาพเดิม รักษาสภาพเดิมของจิตนั้นรักษายาก ; เพราะมันคอยจะพลุ่งเป็นอวิชชาขึ้นมาทุกที. แล้วเรายิ่งอยู่ในโลกที่มีสิ่งยั่วยวน, มีการปรุงแต่งมากขึ้นๆ ยั่วให้เกิดอวิชชาได้ง่ายขึ้น : ก็ยิ่งยาก. เราอยู่ในโลกสมัยนี้ยากกว่าสมัยพุทธกาลที่เขาอยู่ด้วยความว่างตามแบบเดิมของธรรมชาติ : โลกสมัยนี้มีสิ่งยั่วยวนมากเกินไป เลยพูดกันยาก ; มันยากตรงที่ว่าเขาเห็นว่ามันเหลือวิสัย.

นี่ถ้าเรามาศึกษาดูให้ดี ให้เห็นว่าไม่เหลือวิสัย แล้วมันควรจะง่าย เพราะจิตเป็นตัวมันเองอยู่แล้ว เป็นจิตตามปกตินี้ ไม่โลภไม่โกรธ ไม่หลง, ความโลภ ความโกรธ ความหลง เพิ่งเกิดเมื่อเผลอสติ เมื่ออารมณ์มากระทบ. อย่าไปเข้าใจว่าโลภ โกรธ หลง นี้เกิดอยู่ในสันดาน เป็นพื้นฐานตลอดกาล, หรืออวิชชาเกิดอยู่เป็นพื้นฐานใน สันดานตลอดกาล ไม่มีดับ : ไม่ใช่อย่างนั้น

ถ้าพูดอย่างนั้นมันก็มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย แล้วก็ไม่จริง ด้วย : แล้วเรื่องที่ไม่จริงนี้พูดยาก สะสางยาก : ยิ่งสะสางไป ยิ่งพูดไป ยิ่งอธิบายไป ก็ยิ่งผิดมากขึ้นไปอีก ยิ่งผิดจากความจริงมากขึ้นไปอีก.นี่เป็นเหตุให้ไม่ได้รับประโยชน์จากธรรมะ เพราะไปตั้งเงื่อนผิดเอาอวิชชาเป็นของเกิดไม่มีดับอยู่ในสันดานตลอดกาลนี้, นี่ตั้งเงื่อนผิด แล้วเป็นไปไม่ได้ ที่ใครจะไปทำลายมันได้

ถ้าอวิชชาเป็นตัวมันเอง เป็นตัวตนเด็ดขาดเสียเองอย่างนี้ใครจะไปทำลายมันได้ หรือไปป้องกันมันได้ : แม้จะพูดไปในทำนอง
ว่า เอาอริยมรรคเป็นอาวุธมาตัดมัน อย่างนี้ก็พูดไปตามภาษาเด็กภาษา คนธรรมดา นี้เป็นโวหารของชาวบ้านคนธรรมดาพูด.



อ้างอิง:
โลกนี้มีแต่คนบ้า แจกดวงตา ให้แก่คนมีปัญญา
(น.40-41)
สนใจหนังสือสอบถามเพิ่มเติมที่ 👇
https://lin.ee/aacelLD

🍀 content & illustration: ธัณณปร

ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์หนังสือธรรมะใกล้มือ 2569 ✨🙌 หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ขอเรียนเชิญผู้สนใจร่วมสมทบทุนเป็นเจ้าภา...
27/03/2026

ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์หนังสือธรรมะใกล้มือ 2569 ✨
🙌 หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ขอเรียนเชิญผู้สนใจร่วมสมทบทุนเป็นเจ้าภาพประจำเดือน เพื่อจัดพิมพ์และเผยแผ่หนังสือ "ธรรมะใกล้มือ" ประจำปี พ.ศ. 2569

ร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดพิมพ์
🔸 เริ่มต้นกองทุนละ 3,000 บาท ต่อหนึ่งเดือน
🔸 หรือสามารถสมทบได้ตามกำลังศรัทธา (กรณีไม่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพ)
✨ สิทธิพิเศษสำหรับเจ้าภาพ รับหนังสือเพื่อแบ่งปันต่อ
📌 ลดหย่อนภาษีได้ บนระบบ e-Donation เท่านั้น

รายละเอียดโครงการ 📑
• ค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดพิมพ์หนังสือธรรมะใกล้มือรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าดำเนินการร้อยละ 20 คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 480,000 บาท
เปิดรับการสมทบในระบบกองทุนทั้งหมด จำนวน 160 กองทุน กองทุนละ 3,000 บาท

• เจ้าภาพการพิมพ์หนังสือสามาถขอรับหนังสือธรรมะใกล้มือได้ไม่เกิน 60 เล่ม ในเดือนที่เป็นเจ้าภาพ และยังมีสิทธิในการขอรับรับหนังสือทั้งหมดตลอดโครงการ จำนวน 2 ชุด (จำนวน ชุดละ 12 เล่ม) ทั้งสำหรับตนเอง และสำหรับคนที่ต้องการแบ่งปันให้

• ภายในหนังสือจะปรากฎรายนามผู้สนับสนุน เป็นเจ้าภาพประจำเดือนในการผลิตหนังสือแต่ละกองเป็นรายเดือน

• หนังสือที่ผลิตส่วนหนึ่ง จะถูกจัดสรรเพื่อเป็นธรรมทานแก่ วัด สถานศึกษา โรงพยาบาล ที่มีความสนใจนำหนังสือธรรมะของพุทธทาสไปศึกษาต่อ

• รายได้จากการขายหนังสือและรายรับทั้งหมด จะถูกสมทบเพื่อเป็นต้นทุนหมุนเวียนในการผลิตหนังสือธรรมะใกล้มือภายในกองทุน

• รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์หนังสือภายในกองทุน จะถูกจัดสรรเพื่อเป็นค่าดำเนินงานของกองทุน เช่น ค่าผลิตของที่ระลึกสำหรับเจ้าภาพกองทุน และค่าจัดส่งหนังสือเพื่อเป็นธรรมทาน เป็นต้น

• รายรับที่เหลือทั้งหมดตลอดโครงการ จะถูกสมทบอเป็นต้นทุนในการดำเนินการของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ต่อไป

สอบถามเพิ่มเติม 📲
Line ID :
เบอร์โทรศัพท์ : 09-2912-4092

ช่วยจำไว้ด้วยว่า เห็นแก่ตัว  คำนี้คำเดียวเท่านั้นแหละเป็นต้นเหตุ ของความเลวร้าย ทุกอย่างทุกประการ 👹∙ที่ว่าการศึกษาทั่วโล...
20/03/2026

ช่วยจำไว้ด้วยว่า เห็นแก่ตัว คำนี้คำเดียวเท่านั้นแหละเป็นต้นเหตุ ของความเลวร้าย ทุกอย่างทุกประการ 👹

ที่ว่าการศึกษาทั่วโลกยังเป็นเหมือนกับหมาหางด้วน ก็เพราะว่าให้เรียนกันแต่หนังสือกับวิชาชีพ, เรียนหนังสืออักษรศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ อะไรก็ตามมันเป็นหนังสือทั้งนั้น, ฉลาดเหลือประมาณ, แล้วเรื่องที่สอนก็คืออาชีพ ประกอบอาชีพอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นเทคโนโลยีสูงขึ้นไป, เป็นอาชีพ จะวิเศษอย่างไรก็ยังเป็นเพียงอาชีพ, มีอยู่สองเรื่องเท่านั้น คือเรียนหนังสือกับอาชีพ; ส่วนเรื่องที่สามไม่มี.

เรื่องที่สามคือธรรมะ ความรู้ด้านจิตใจ ว่าเราจะเป็นมนุษย์กันอย่างไร; เราจะเป็นมนุษย์กันอย่างไร นี้ไม่ได้เรียนไม่ได้สอนในโลก, แล้วมันก็เป็นเรื่องทางธรรมะทางศาสนา.พวกเหล่านี้เขาเห็นว่า เรื่องเหล่านี้มันขัดความเจริญ อย่าเอาเข้ามา, เรื่องศาสนาเรื่องธรรมะเอาเข้ามาแล้ว ทำให้ล้าหลัง ทำให้เฉื่อยชา มันไม่ก้าวหน้า. ในบางรัฐของบางประเทศมีกฎหมายห้ามไว้ชัดเจนว่า ไม่เอาศาสนาเข้ามาสอนในโรงเรียน,

มันก็เลยได้เรียนกันแต่หนังสือกับวิชาชีพ, เรื่องที่ว่า จะเป็นมนุษย์กันอย่างไรให้ถูกต้องไม่ได้เรียน; นี่เรียกว่าการศึกษาหมาหางด้วน. ประเทศไทยก็เป็นหมาตัวน้อยๆ ตามหลังหมาหาง ด้วน จัดการศึกษาชนิดหางด้วนกับเขาด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องสงสัยก็เรียกว่ามีการศึกษาเป็นหมาหางด้วนกันทั่วโลก : รู้จักเรียนหนังสือให้ฉลาด, รู้จักเรียนทางอาชีพให้ได้ดีที่สุด, แต่ทาง จิตใจไม่มีเลย, ไม่มีจิตใจที่จะเป็นมนุษย์ให้ถูกต้อง มันก็ต้องเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัวคำเดียวเท่านั้น. ช่วยจำไว้ด้วย ทุกคนช่วยจำไว้ด้วย ว่าเห็นแก่ตัวคำนี้คำเดียวเท่านั้นแหละ เป็นต้นเหตุของความเลวร้ายทุกอย่างทุกประการ.

เมื่อเห็นแก่ตัวแล้ว ตัวเองนั่นแหละมัน ก็ไม่อิ่มตลอดเวลา มันหิวมันกระหายอยู่ตลอดเวลา หรือตัวเองมันหนักอึ้งอยู่ด้วยการยึดถือ ตัวกู-ของกู ด้วยความหนักอยู่ตลอดเวลา มันเบียดเบียนตนเองของผู้เห็นแก่ตัว. ทีนี้มันควบคุมไว้ไม่ได้มันก็ลามออกไปข้างนอก ไปเบียดเบียนผู้อื่นไปแย่งชิงประโยชน์ของผู้อื่น ก็เพราะความเห็นแก่ตัว, ทำตัวเองให้เป็นทุกข์เดือดร้อนด้วย ทำผู้อื่นให้เป็นทุกข์เดือดร้อนด้วย เพราะความเห็นแก่ตัว.



เหตุให้เกิดวิกฤตการณ์ (น. 19-21)
| พุทธทาสภิกขุ
https://lin.ee/aacelLD

🍀illustration: ธัณณปร

🏔️ ขอให้เข้าใจว่าการยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามทัศนะของตนะ ที่เลยขอบเขตจนกลายเป็นภูเขาหิมาลัยขวางหน้าไปเสียแล้ว...
06/03/2026

🏔️ ขอให้เข้าใจว่าการยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามทัศนะของตนะ ที่เลยขอบเขตจนกลายเป็นภูเขาหิมาลัยขวางหน้าไปเสียแล้ว มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงๆ

เนื้อหา:
ในตอนนี้ ท่านทั้งหลายอย่าได้นึกไปถึงว่าเป็นการขอร้องให้ปฏิเสธหรือละทิ้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์, แต่ขอให้เข้าใจว่าการยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามทัศนะของตนะ ที่เลยขอบเขตจนกลายเป็นภูเขาหิมาลัยขวางหน้าไปเสียแล้ว มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงๆ. และการที่เราจะก้าวหน้าไปจนถึงขั้นหลุด สิ้นเชิงนั้นจำเป็นที่จะต้องละวางความยึดถือทุกสิ่งทุกอย่างไปตามลจนกระทั่งความยึดถือในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างถูก ก็ต้องละกันในที่สุด. ถึงแม้การยึดถือที่ควรยึดถือในชั้นต้นนั้น ก็ไม่จะเป็นการยึดถือชนิดตัวตน, ควรเป็นเพียงการยึดถือเอาในฐเป็นเครื่องมือ หรือเครื่องนำทาง ก็เป็นการมากเต็มที่อยู่แล้ว.

• อย่ายึดถือใน พระพุทธ ในทำนองที่จะก่อการวิวาทกันด้วยเรื่องพระพุทธ

• อย่ายึดถือใน พระธรรม อันเป็นนามที่สมมติขึ้นแทนชื่อของความบริสุทธิ์หลุดพ้นปล่อยวาง ขึ้นเป็นตัวตนเป็นรูปแบบต่างๆ จนแตกร้าวกัน เพราะพระธรรม.

• อย่าขัดกันในหลักเรื่อง พระสงฆ์ ซึ่งเป็นเพียงชื่อของผู้ที่หลุด พ้น หรือกำลังพยายามเพื่อหลุดพ้น จนต้องเกิดแบ่งแยกแตกร้าวกันอย่างไม่มีหลักเกณฑ์ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ยังยึดถือตึงเครียดอยู่ด้วย กันทั้งนั้น

• จงเพ่งกำลังความคิดทั้งหมด ตรงไปยังความหลุดพันของจิต ซึ่งกำลังถูกทรมานอยู่ด้วยการหุ้มห่อ. ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องว่าจะไม่มีตัวเรา คือนึกว่ายอมขาดทุน ยอมเสียสละ ไม่ต้องมีตัวเราสำหรับจะเอานั่นเอานี่ได้รับสิ่งนั้นสิ่งนี้ โดยตัดใจเสียว่า ตัวตนเท่าที่มีอยู่จริงๆ ในเวลานี้ก็ทนไม่ไหวแล้ว. เพียงเท่านี้ก็เหลือที่จะแบกจะทนทานได้แล้ว.

• จงค้นจนกว่าจะพบความจริง ที่ว่าเมื่อดูกันเข้าจริงๆ ก็เห็น มีแต่ จิตนั่นเอง กำลังถูกอะไรห่อหุ้ม ทำให้เกิดทุกข์ทรมานขึ้น. ถ้าเอาสิ่งที่ครอบงำจิตออกไปเสียได้ มันก็จะเป็นอิสระเอง ภาวะของความทุกข์ก็ไม่มีที่จิตอีกต่อไป. ไม่ต้องมีตัวเราอะไรที่ไหนเลย ความ พันทุกข์อย่างเด็ดขาดก็มีได้โดยสมบูรณ์, พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็มีอยู่อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ดุจเดียวกัน.

ปัญหา ที่จะต้องพิจารณาก็ยังมีอยู่แต่ว่า เราจะทำจิตของเรา ให้ว่าง ให้โปร่งจากสิ่งที่มาเคลือบหุ้ม ได้อย่างไรเท่านั้น ไม่ต้องคำนึงว่าจะไม่มีตัวเรา หรือไม่มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ของเรา ซึ่งเป็นการนอกรีตนอกรอยไม่เข้าเรื่อง. การทำอย่างนี้จะเป็นการเร็วมากเป็นการเคลื่อนไปโดยเร็ว อาจจะทันกับเวลา๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี ที่พวกเราในที่นี้จะต้องตายก็ได้.



อ้างอิง:
ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม
(น.48-50)
สนใจหนังสือสอบถามเพิ่มเติมที่ 👇
https://lin.ee/aacelLD

🍀 content & illustration: ธัณณปร

จิตของคนก็วิกฤตยิ่งขึ้นเพราะความก้าวหน้า ที่เรียกว่าความเจริญนั่นแหละ มันต้องการมากกว่าเดิม แล้วก็เกินขอบเขตเกินพอดี  🌑∙...
20/02/2026

จิตของคนก็วิกฤตยิ่งขึ้นเพราะความก้าวหน้า ที่เรียกว่าความเจริญนั่นแหละ
มันต้องการมากกว่าเดิม แล้วก็เกินขอบเขตเกินพอดี 🌑

ทีนี้ทางจิต ดูทางจิต, จิตของคนก็วิกฤตยิ่งขึ้น; เพราะความก้าวหน้า ที่เรียกว่าความเจริญนั่นแหละ มันต้องการมากกว่าเดิม แล้วก็ เกินขอบเขตเกินพอดี มันก็เป็นเหตุให้วิกฤต, ยิ่งในโลกนี้ มันสร้างกันขึ้นมาแต่ใน สิ่งยั่วยวน ให้ต้องการ ให้หลงรัก จิตมันก็เริ่มวิกฤตและยิ่งวิกฤตยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก. แม้แต่จิตของมนุษย์ที่คิดมากไปกว่าเดิมคิดจะมีอะไรใหม่ ๆ กว่าเดิมมันก็วิกฤต แล้วมันก็คิดทำขึ้นมา, ทำให้จิตใจของผ้อื่นพลอยวิกฤตพลอยหลงใหลพลอยอยากได้ ที่ความเจริญมันอยู่ที่ตรงนี้ คือของใหม่ ๆ.ออกมา ที่ให้ความสนุกสนานเอร็ดอร่อยทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น

เป็นอันว่า จิตใจก็วิกฤต วัตถุกับวิกฤต วัตถุภายในก็วิกฤต วัตถุภายนอกก็วิกฤต แล้วจะไม่เรียกว่า โลกอยู่ในยุควิกฤตกาลได้อย่างไร.
องดูให้เห็นความจริงข้อนี้ แล้วก็เห็นอกเห็นใจโลกกันเสียบ้าง ว่านี้คือวามทุกข์ของโลก ถ้าเป็นคนมีความรู้สึกอย่างคน มันก็รู้สึกว่าแย่แล้ว ๆ,เป็นความวิกฤตของโลก, เป็นความทุกข์ของโลกในความหมายที่เรียกว่าทนได้ยาก. นี่เรียกว่าวิกฤตการณ์ที่เป็นชั้นหนึ่งก่อน.



สิ่งที่เรียกว่าวิกฤตการณ์ (น. 11-12)
| พุทธทาสภิกขุ
https://lin.ee/aacelLD

🍀illustration: ธัณณปร

ศีลธรรมนั้นเรายึดอยู่ที่ความดี ให้ละชั่วแล้ว ยึดอยู่ที่ความดี ส่วนเรื่องสัจจธรรมหรือหลักแท้ของพุทธศาสนานั้น เป็นเรื่องที...
13/02/2026

ศีลธรรมนั้นเรายึดอยู่ที่ความดี ให้ละชั่วแล้ว ยึดอยู่ที่ความดี
ส่วนเรื่องสัจจธรรมหรือหลักแท้ของพุทธศาสนานั้น
เป็นเรื่องที่ไม่ติดใจพอใจแม้ในความดี 🫳

เนื้อหา:
การกระทำอย่างเดียวกันอาจเป็นขั้นของศีลธรรมก็ได้ เป็นการปฏิบัติตามหลักของพระพุทธศาสนาไปก็ได้ เช่น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น อย่างนี้โดยหลักทั่วไปก็ต้องเป็นศีลธรรม แต่ในแง่ของหลักพระพุทธศาสนาก็เป็นไปได้ โดยมีความมุ่งหมายไปคนละอย่าง ทีเดียว คือเราสงเคราะห์ผู้อื่นด้วยความหวังที่จะให้ความโลภของเราหมดไป ให้ความเห็นแก่ตัวของเราหมดไป เราสงเคราะห์ผู้อื่นเพราะเราไม่มีการเห็นแก่ตัว และไม่หวังผลตอบแทนเป็นอันขาด ถ้าความ รู้สึกอย่างนี้มีแล้วให้ของไป ก็จัดเป็นเรื่องของพุทธศาสนาแท้ แต่ถ้าเราสงเคราะห์ซึ่งกันและกันโดยหวังว่าจะรักใคร่ผูกพันช่วยเหลือกันให้เป็นอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข เช่นนี้ก็เป็นเรื่องศีลธรรมไป ฉะนั้นเราต้องไม่ลืมความมุ่งหมายอันใหญ่ที่ว่า ศีลธรรมเป็นไปเพื่อสังคม สันติ เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางโลกๆ ส่วนความมุ่งหมายของพุทธศาสนาต้องอยู่เหนือนั้นเสมอ คือต้องเป็นไปเพื่อออกไปจากวิสัยของชาวโลก หรือเพื่ออยู่เหนือความเป็นชาวโลก เพื่อฆ่ากิเลสให้สิ้นเชิง นี่เป็นความแตกต่างกัน

เพื่อให้เห็นชัดยิ่งขึ้นไปอีก แม้จะเป็นเรื่องยากไปหน่อยก็ควร รู้เสียเลยในที่นี้ว่า เรื่องศีลธรรมนั้นเรายึดอยู่ที่ความดี ให้ละชั่วแล้ว ยึดอยู่ที่ความดี ส่วนเรื่องสัจจธรรมหรือหลักแท้ของพุทธศาสนานั้นเป็นเรื่องที่ไม่ติดใจพอใจแม้ในความดี มีจิตใจสูงอีกระดับหนึ่ง ร่อยู่เหนือความยึดถือในความดี ความดีไม่มีความหมายพอที่จะครอบจำจิตใจ หรือจะมีน้ำหนักมาครอบงำจิตใจอะไรได้ มันไปสูงรีอย่างนั้น แม้ว่าเดี๋ยวนี้เรายังไปไม่ถึง แต่เราควรจะรู้ไว้ เพราะว่าน้เป็นจุดๆหนึ่งซึ่งถ้าใครไปไม่ถึง คนนั้นก็ไม่ได้รับประโยชน์ที่สูงสุด
ของพระพุทธศาสนา



อ้างอิง:
คู่มือดับทุกข์ หลักพุทธศาสนาสำหรับผู้ที่ไม่เคยสนใจมาก่อน
(น.33-34)
สนใจหนังสือสอบถามเพิ่มเติมที่ 👇
https://lin.ee/aacelLD

🍀 content & illustration: ธัณณปร

การที่เราช่วยกันปรับปรุงจิตใจของเราแต่ละคนๆ ให้ดีให้ถูกต้อง นั่นแหละคือการปรับปรุงโลกทั้งหมด 🪴∙ที่นี้ก็ย้อนมามองดูข้างใน...
06/02/2026

การที่เราช่วยกันปรับปรุงจิตใจของเราแต่ละคนๆ ให้ดีให้ถูกต้อง
นั่นแหละคือการปรับปรุงโลกทั้งหมด 🪴

ที่นี้ก็ย้อนมามองดูข้างในคือในฝ่ายมนุษย์ในตัวมนุษย์, โลกนี้มันขึนอยู่กับมนุษย์ เพราะมนุษย์ประกอบกันขึ้นเป็นโลก มนุษย์เป็นอย่างไรโลกมันก็เป็นอย่างนั้น, มนุษย์ดีโลกมันก็ดีมนุษย์บ้าโลกมันก็เป็นบ้า,โลกมันขึ้นอยู่กับมนุษย์โลกจะเป็นอย่างไรก็ต้องแล้วแต่มนุษย์. ทีนี้ดูถึงมนุษย์มนุษย์เองก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของมนุษย์ จิตใจของมนุษย์เป็นอย่างไรมนุษย์มันก็เป็นอย่างนั้น จิตใจดีมนุษย์ก็ดี จิตใจบ้า มนุษย์ก็จะบ้า มนุษย์ก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของมนุษย์อีกทีหนึ่ง: ดังนั้นจิตใจของมนุษย์นี่แหละเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องต้นตอของความเปลี่ยนแปลงทั้งปวง จะสันติภาพหรือจะวิกฤตการณ์มันขึ้นอยู่กับ จิตใจของมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาจิตใจของมนุษย์ คือปรับปรุงจิตใจของมนุษย์ให้ถูกต้อง.

ฟังดูอีกทีหนึ่งว่า โลกนี้มันขึ้นอยู่กับมนุษย์ แล้วมนุษย์ขึ้นอยู่กับจิตใจของมนุษย์ ดังนั้นเราจะต้องพัฒนาที่จิตใจ ปรับปรุงที่จิตใจ ควบคุมแก้ไข ที่จิตใจ จึงจะต้องพัฒนาจิตใจของมนุษย์ให้เป็นไปในทางของสันติภาพ ทำจิตใจของมนุษย์ให้เป็นไปในทางของสันติภาพได้แล้ว มนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่มีสันติภาพ มนุษย์มีสันติภาพแล้ว โลกทั้งโลกมันก็เป็นโลกที่มีสันติภาพ ดังนั้นการปรับปรุงจิตใจของมนุษย์ ก็คือการปรับปรุงโลกนั่นเอง อย่าเห็นเป็นอย่างอื่นไปเลย. การที่เราช่วยกันปรับปรุงจิตใจของเราแต่ละคน ๆให้ดีให้ถูกต้อง นั่นแหละคือการปรับปรุงโลกทั้งหมด นับว่าเป็นสิ่งที่ควรสนใจยิ่งกว่าสิ่งใด; เราจะมีชีวิตมีทรัพย์สมบัติไปทำไม ถ้าไม่มีสันติภาพนี่ควรจะตายเสียดีกว่าถ้ามันไม่มีสันติภาพ.



รุ่งอรุณแห่งสันติภาพ (น. 15-16)
| พุทธทาสภิกขุ
https://lin.ee/aacelLD

🍀illustration: ธัณณปร
การที่เราช่วยกันปรับปรุงจิตใจ
ของเราแต่ละคนๆ ให้ดีให้ถูกต้อง
นั่นแหละคือการปรับปรุงโลกทั้งหมด 🪴

ที่นี้ก็ย้อนมามองดูข้างในคือในฝ่ายมนุษย์ในตัวมนุษย์, โลกนี้มันขึนอยู่กับมนุษย์ เพราะมนุษย์ประกอบกันขึ้นเป็นโลก มนุษย์เป็นอย่างไรโลกมันก็เป็นอย่างนั้น, มนุษย์ดีโลกมันก็ดีมนุษย์บ้าโลกมันก็เป็นบ้า,โลกมันขึ้นอยู่กับมนุษย์โลกจะเป็นอย่างไรก็ต้องแล้วแต่มนุษย์. ทีนี้ดูถึงมนุษย์มนุษย์เองก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของมนุษย์ จิตใจของมนุษย์เป็นอย่างไรมนุษย์มันก็เป็นอย่างนั้น จิตใจดีมนุษย์ก็ดี จิตใจบ้า มนุษย์ก็จะบ้า มนุษย์ก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของมนุษย์อีกทีหนึ่ง: ดังนั้นจิตใจของมนุษย์นี่แหละเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องต้นตอของความเปลี่ยนแปลงทั้งปวง จะสันติภาพหรือจะวิกฤตการณ์มันขึ้นอยู่กับ จิตใจของมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาจิตใจของมนุษย์ คือปรับปรุงจิตใจของมนุษย์ให้ถูกต้อง.

ฟังดูอีกทีหนึ่งว่า โลกนี้มันขึ้นอยู่กับมนุษย์ แล้วมนุษย์ขึ้นอยู่กับจิตใจของมนุษย์ ดังนั้นเราจะต้องพัฒนาที่จิตใจ ปรับปรุงที่จิตใจ ควบคุมแก้ไข ที่จิตใจ จึงจะต้องพัฒนาจิตใจของมนุษย์ให้เป็นไปในทางของสันติภาพ ทำจิตใจของมนุษย์ให้เป็นไปในทางของสันติภาพได้แล้ว มนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่มีสันติภาพ มนุษย์มีสันติภาพแล้ว โลกทั้งโลกมันก็เป็นโลกที่มีสันติภาพ ดังนั้นการปรับปรุงจิตใจของมนุษย์ ก็คือการปรับปรุงโลกนั่นเอง อย่าเห็นเป็นอย่างอื่นไปเลย. การที่เราช่วยกันปรับปรุงจิตใจของเราแต่ละคน ๆให้ดีให้ถูกต้อง นั่นแหละคือการปรับปรุงโลกทั้งหมด นับว่าเป็นสิ่งที่ควรสนใจยิ่งกว่าสิ่งใด; เราจะมีชีวิตมีทรัพย์สมบัติไปทำไม ถ้าไม่มีสันติภาพนี่ควรจะตายเสียดีกว่าถ้ามันไม่มีสันติภาพ.



รุ่งอรุณแห่งสันติภาพ (น. 15-16)
| พุทธทาสภิกขุ
https://lin.ee/aacelLD

🍀illustration: ธัณณปร

ที่อยู่

ทางเข้าสวนวชิรเบญจทัศ ถนนกำแพงเพชร 3 เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

029362800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สโมสรธรรมทาน สวนโมกข์กรุงเทพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สโมสรธรรมทาน สวนโมกข์กรุงเทพ:

แชร์