Thai intersex Rights

Thai intersex Rights แปลผลงานวิชาการ intersex ต่างประเทศ สนับสนุนชุมชน และคน intersex

💛💜💛
06/06/2026

💛💜💛

🌈✨ 2026: Visible. Powerful. Everyday. ✨🌈
🫶💥 Since 2023, APCOM’s campaign has reminded us that Pride is not a moment — it’s a movement we live every single day.
🏳️‍⚧️💪🏽 This year, we continue to celebrate the strength, diversity, and voices of LGBTQI+ communities across Asia and the Pacific 🌏 — communities who are shaping change, challenging norms, and living their truth with pride.
💬🌟 Today, we spotlight Aitarnik Chitwiset (Auss) from Thai intersex Rights, Thailand, who shares:🗣️ "I celebrate PRIDE everyday through self-protection, prayer, and honoring both my identity and my faith. Even in difficult times, choosing to live truthfully and care for myself is an act of PRIDE." 💖
🙋🏽‍♀️🙋🏻‍♂️🙋🏾‍♀️ How do you celebrate PRIDE every day?
💬 Share your story in the comments or tag us in your Pride moments!
🌍 Pride is more than a celebration — it’s visibility, solidarity, and action. Together, let’s keep the rainbow shining — every day, everywhere. 🏳️‍🌈✨

  Devoreไทเกอร์ ดีวอร์ นักจิตวิทยาคลินิก นักบำบัดด้านเพศวิถี และนักสื่อสารรณรงค์ด้านประเด็นอินเตอร์เซ็กซ์ชาวอเมริกันเนื้...
05/06/2026

Devore

ไทเกอร์ ดีวอร์ นักจิตวิทยาคลินิก นักบำบัดด้านเพศวิถี และนักสื่อสารรณรงค์ด้านประเด็นอินเตอร์เซ็กซ์ชาวอเมริกัน

เนื้อความจากการถอดเสียงของรายการ "People are Talking" ในปี 1984 โดย โอปราห์ วินฟรีย์ และ ริชาร์ด เชอร์ ได้สัมภาษณ์ ไทเกอร์ (หรือ ฮาเวิร์ด นามแฝง ณ เวลานั้น) ร่วมกับ ดร.จอห์น มันนี่

#เนื้อหาส่วนที่1: #การค้นพบตัวเองและการปิดบังของครอบครัว

(ไทเกอร์) ...มีเลกเชอร์เรื่องภาวะอินเตอร์เซ็กซ์ (Intersexuality) และภาวะมีเพศกำกวม (Hermaphroditism) แล้วผู้บรรยายก็พูดถึงบางสิ่งที่ฉันจำได้ว่ามันตรงกับเส้นทางชีวิตของตัวเอง ในข้อเท็จจริงแล้ว มันคือชื่อกลุ่มอาการของโรคที่ฉันรู้ว่า...ฉันเกิดมาพร้อมกับมัน พอเลิกเรียนฉันเลยเดินเข้าไปหาเขาแล้วบอกว่า "ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้ให้ฉันฟังมาก่อนเลย ฉันรู้สึกเหมือน #ตัวคนเดียว มาตลอดบนโลกใบนี้ แล้วจู่ๆ คุณก็มาพูดถึง..."สิ่งที่ฉันอยากรู้มาตลอดชีวิต"
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณบอกว่าเรื่องนี้มันย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย คุณรู้ตัว... ตอนนั้นคุณรู้อะไร เห็นอะไร หรือรู้สึกอย่างไรบ้าง?
(ไทเกอร์) สิ่งที่ฉันรู้คือฉัน #ไม่เหมือน เด็กคนอื่น แน่นอนว่าเด็กคนอื่นได้ไปเที่ยวพักผ่อนช่วงปิดเทอมฤดูร้อน แต่ฉันต้อง #ไปโรงพยาบาล ทุกหน้าร้อน และฉัน...
(โอปราห์/ริชาร์ด) หมายความว่าคุณมีอวัยวะเพศของทั้งชายและหญิง? มีอวัยวะเพศภายนอกที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างชายกับหญิง หมายความว่าคุณมีทั้งอวัยวะเพศชายและอวัยวะเพศหญิง
(ไทเกอร์) หรือจุดเริ่มต้นของทั้งสองอย่าง
ไม่เชิงว่าเป็นอวัยวะเพศชายที่สมบูรณ์หรืออวัยวะเพศหญิงที่สมบูรณ์หรอกครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนั้นคุณคิดว่ามันแปลกไหม หรือคุณแค่ยอมรับมันไป? เออ... หรือว่าคุณไม่รู้เลย?
(ไทเกอร์) ผมไม่รู้เลยครับ สิ่งเดียวที่ผมรู้คือต้องไปโรงพยาบาลทุกหน้าร้อนเพื่อให้ศัลยแพทย์ตกแต่งจัดการเคลียร์เรื่องนี้ให้
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่ฉันกำลังคิดว่า พอคุณอายุสัก 21 ปี... หมายถึง ก่อนหน้านั้นเด็กผู้ชายก็ต้องเคยเห็นเด็กผู้ชายคนอื่นไม่ใช่เหรอ? พวกเขาเล่นด้วยกัน... คุณคิดว่า...หมายถึง ตอนคุณโตขึ้นมาในชั่วโมงพลศึกษา คุณไม่เห็นเด็กผู้ชายคนอื่นเลยเหรอ?
(ไทเกอร์) ผมไม่ได้เข้าเรียนวิชาพละครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) อ๋อ... แปลว่าคุณไปเล่นโลดโผนไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างช่วงพักฟื้นของแต่ละศัลยกรรม แล้วเด็กผู้ชายคนอื่นล่ะ ปกติเด็กผู้ชายก็ต้องเข้าห้องน้ำชายด้วยกันไม่ใช่เหรอ?
(ไทเกอร์) ผมไม่ได้ใช้ห้องน้ำชายครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณใช้ห้องน้ำไหนล่ะ?
(ไทเกอร์) ห้องน้ำอาจารย์ครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) โอเครู้เรื่อง...ใช้ห้องน้ำอาจารย์ แปลว่าพ่อแม่ของคุณก็ต้อง #รู้เรื่องนี้ อย่างแน่นอน และฉันเดาว่าพวกเขานี่แหละที่เป็นคนปกป้องคุณ คอยทำเรื่องประสานงานกับครูใหญ่เพื่อให้คุณได้ใช้ห้องน้ำอาจารย์ที่โรงเรียน แล้ว พวกเขาบอกเรื่องนี้กับคุณอย่างไร? หรือพวกเขาปฏิบัติ... ปฏิบัติต่อคุณแตกต่างจากที่พ่อแม่คนอื่นทำกับลูกชายอย่างไรบ้าง?
(ไทเกอร์) มันพูด ยากนะครับว่าพ่อแม่ปฏิบัติต่อผมแตกต่างอย่างไร ผมคิดว่าพวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นชายให้ เช่น พ่อส่งผมเข้ายิมตอนอายุประมาณ 11 ขวบ และผมก็ยกเวทออกกำลังกายมาตลอดตั้งแต่นั้น แล้วก็ทำกิจกรรมแบบเด็กผู้ชายหลายอย่าง แต่เล่นกีฬาแข่งขันไม่ได้ และเล่นกีฬาที่มีการปะทะไม่ได้เลย เพราะในช่วงระหว่างการผ่าตัดแต่ละครั้ง...มันจะมีความกลัวอย่างมากว่า การผ่าตัดครั้งล่าสุดจะพังหรืออักเสบจากการเล่นรุนแรงแบบนั้น
(โอปราห์/ริชาร์ด) เกิดอะไรขึ้นในห้องผ่าตัดบ้างในทุกๆ หน้าร้อน?
(ไทเกอร์) สิ่งที่พวกเขาพยายามทำคือการ #สร้างอวัยวะเพศชาย ขึ้นมา และ #ตัดส่วนที่หลงเหลือ ของเพศหญิงออกไปครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วพวกเขาใช้วิธีไหนในการสร้างอวัยวะเพศชายขึ้นมา?
(ไทเกอร์) ก็อย่างเช่นการปลูกถ่ายผิวหนัง (Skin graft) โดยเอาผิวหนังมาจากท้องแขน และก็... การเย็บตกแต่งเนื้อเยื่อเพื่อให้ดูมีความเป็นชายมากขึ้น หรือดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นในบางจุด
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนี้ขอย้อนกลับไปช่วงวัยเด็กของคุณหน่อย—เล่าถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์บางอย่างให้เราฟังสักเรื่อง เพื่อให้พวกเราเข้าใจภาพมากขึ้นหน่อย แน่นอนว่าตอนนั้นคุณยังไม่รู้เรื่อง... ใช่ไหม? สรุปคือวัยเด็กของคุณก็ดำเนินไปอย่างปกติเท่าที่คุณรับรู้ในตอนนั้นใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ผมคิดว่ามันเป็น #ความน่ากลัว มากกว่าความปกตินะครับ เพราะผมไม่สามารถเป็นเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นได้ มัน #มีข้อห้าม เต็มไปหมด...
อย่างเช่น คุณครูจะยอมให้ผมเล่นกีฬาบางอย่างแต่ใช้กติกาของผู้หญิง เพราะมันไม่ต้องปะทะรุนแรง ซึ่งนั่นทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งสับสนมาก ที่ต้องพยายามคิดว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ในเมื่อไม่ได้ไปคลุกคลีกับเพศไหนจริงๆ จังๆ เลย สุดท้ายผมเลยไปเล่นกับเด็กผู้หญิง...
(ไทเกอร์) แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยไว้คือ... ผมมีกล้ามเนื้อค่อนข้างกำยำมาตลอด เด็กผู้ชายคนอื่นเลยไม่ค่อยมาแกล้งหรือยุ่งกับผมเท่าไหร่ครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) อ๋อ ยอดเลย คุณดูแลตัวเองได้ แต่ฉันก็ยังสงสัยนะ คุณบอกว่ามันใช้เวลานานมากเวลากว่าที่คุณจะค้นพบความจริง และเมื่อในที่สุดคุณได้รู้ความจริงแล้ว ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นอย่างไร? มันเหมือนกับว่า... "นี่เราเป็นตัวประหลาด แตกต่าง หรือพิลึก" หรือเปล่า?
(ไทเกอร์) ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็น #ตัวประหลาด #แตกต่าง และ #พิลึก มาตลอดครับ เพราะสัญญาณรอบตัวมันบอกแบบนั้น คุณก็รู้... ผมไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมกับคนที่เหมือนผม และแน่นอนว่ารอบตัวก็ไม่มีใครที่เป็นเหมือนผมเลย แต่พอ...
พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเริ่มหาหนังสือมาอ่าน ผมรู้สึกเหมือนในที่สุดผมก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเอง ในที่สุดก็รู้ว่าต้องการจะทำอะไรต่อไปในชีวิต #ในที่สุด ผมก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองหลังจากผ่านมาหลายปี และมัน #ทำให้ผมมี เป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นมาครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วเป้าหมายนั้นคืออะไรล่ะ? คุณอยากทำอะไรหลังจากรู้ความจริงแล้ว?
(ไทเกอร์) ฉัน #อยากทำให้เด็ก คนอื่นๆ ที่เติบโตมาเหมือนฉันได้เห็นชัดเจนว่า มัน #ไม่จำเป็นเลย ที่คุณจะต้องคิดสั้นฆ่าตัวตายทันทีที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เพียงเพราะคุณตระหนักว่า...ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณอาจจะรู้สึกบกพร่องทางเพศสภาพหรือทางสังคม
#เนื้อหาส่วนที่2: #เกิดมาพร้อมภาวะเพศกำกวม (Born A Hermaphrodite)
(โอปราห์/ริชาร์ด) นี่หมายความว่าคุณไม่ได้มีแค่ลักษณะภายนอกที่ก้ำกึ่ง แต่คุณมีรังไข่ด้วยหรือเปล่า? และเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ คุณมีหน้าอกขึ้นมาไหม? หมายถึง เด็กบางคนที่เกิดมาพร้อมกลุ่มอาการเพศกำกวมจะเป็นแบบนั้น ตัวคุณเป็นไหม?
(ไทเกอร์) ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ แต่อาการของภาวะเพศกำกวมมันมีขอบเขตกว้างมาก ผมไม่มีรังไข่ครับ ไม่มีเลย ผมมีอัณฑะ แต่ตอนเกิดมามันไม่ได้เห็นเด่นชัด มันยังคงอยู่ด้านในตรงจุดเริ่มต้นตามหลักคัพภวิทยา (Embryology /วิทยาเอ็มปริโอ)
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วตอนนี้ทุกอย่างได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วหรือยัง หรือคุณยังต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่เรื่อยๆ?
(ไทเกอร์) ผมสามารถเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มได้ทุกเมื่อครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่หมายความว่าคุณ "จำเป็น" ต้องผ่าอีกไหม หรือมันเป็นแค่ทางเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ?
(ไทเกอร์) เป็นทางเลือกครับว่าจะทำเมื่อไหร่
(โอปราห์/ริชาร์ด) เพื่อทำอะไรล่ะ? หมายถึง ตอนนี้ร่างกายของคุณเข้าที่เข้าทาง หรือได้รับการซ่อมแซม (หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่) อยู่ในระดับไหนแล้วในปัจจุบัน?
(ไทเกอร์) ผมขอใช้คำว่า "ได้รับการซ่อมแซมแล้ว" ละกันครับ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้คำพูดของหัวหน้าแผนกศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะที่โรงพยาบาล San Francisco General...
เขาเพิ่งบอกผมเมื่อไม่นานมานี้ว่า ในสายตาของเขา ผมเพียบพร้อมไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ เลยครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วตัวคุณล่ะ เชื่อแบบนั้นไหม?
(ไทเกอร์) ฉันเชื่ออย่างนั้นครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) ดีจัง...
ย้อนกลับมาที่พ่อแม่ของคุณอีกครั้ง เพราะฉันทึกทักเอาว่า พอคุณรู้ความจริงจากการเรียนในห้องเรียน คุณก็น่าจะมีความโกรธ...
โกรธพ่อแม่ที่ปิดบังเรื่องนี้จากคุณ ที่คอยจัดการโน่นนี่เบื้องหลังทั้งหมด จนรู้ตัวอีกที... อ้าว! นี่คือเหตุผลที่...
นี่คือเหตุผลที่ฉันต้องไปใช้ห้องน้ำอาจารย์ เหตุผลที่ฉันต้องไปเล่นกับเด็กผู้หญิง เหตุผลที่ฉันต้องอยู่โรงพยาบาลตลอดทั้งฤดูร้อน เหตุผลที่พ่ออาจจะเคยพูดล้อเล่นเรื่องนั้นเรื่องนี้...
เล่าให้ฟังหน่อยสิว่า ตอนที่ความจริงมันประดังเข้ามา แล้วคุณตระหนักได้ว่าพ่อแม่ทำอะไรกับคุณไว้บ้าง ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?
(ไทเกอร์) ตอนที่ความจริงมันถาโถมเข้ามา สิ่งที่ผมต้องการทำคือการได้พูดคุยกับใครสักคนที่ยอมพูดตอบกลับมา ผมเลยไปหาพ่อแม่เพื่อขอเข้ารับการบำบัดทางจิตวิทยา (Psychotherapy) แต่พวกเขาปฏิเสธครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณพูดอะไรกับพ่อแม่ล่ะ? ในวันที่คุณกลับบ้านไปพร้อมกับความจริงที่เพิ่งค้นพบ คุณเดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วพูดอย่างไรว่า "ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว"?
(ไทเกอร์) สิ่งที่ฉันพูดคือ "ผมต้องการ... คือตอนนี้ฉันกำลังแย่ รู้สึกไม่ดีเลย ผมได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายพร้อมกันเร็วเกินไป และผมต้องการความช่วยเหลือเพื่อรับมือกับมัน ผมต้องการความช่วยเหลือทางจิตวิทยา"
และพวกเขาก็ตระหนกตกใจกันมาก เพราะนี่คือความลับ... ความลับที่คนหลายคนพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อปิดบังเด็กคนนี้มาตลอด 21 ปี
(โอปราห์/ริชาร์ด) ใช่ แล้วพวกเขาก็คิดว่าปิดได้มิดมาตลอดแน่ๆ
(ไทเกอร์) ผมสงสัยว่าในใจลึกๆ พวกเขาคงรู้อยู่แล้วแหละว่าสักวันผมก็ต้องรู้...
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วเรื่องการไปมีเซ็กซ์กับเด็กผู้หญิงหรือคนอื่นล่ะ? ฉันเดาว่าคุณคงไม่ได้มีเลยจนกระทั่ง... จริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?
(ไทเกอร์) เพราะการผ่าตัดทั้งหมดที่ผ่านมา ผมถูกฝึกมาให้แต่งตัวและอยู่ห่างๆ จากอวัยวะเพศของตัวเองอย่างสิ้นเชิง แต่ตอนอยู่ค่ายลูกเสือ (Boy Scouts) เด็กผู้ชายคนอื่นเขาเริ่มช่วยตัวเองกันแล้ว และผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่มลูกเสือ เขามาบอกว่าเขากำลังจะไปทำเรื่องอย่างว่านี้
ผมก็เลยถามว่า "เออ มันคืออะไรเหรอ? นายกำลังจะไปทำอะไรน่ะ?" เพื่อนก็ถามกลับว่า "อ้าว นี่นายไม่รู้เหรอ?" ผมบอก "ไม่รู้ดิ" เขาก็เลยอธิบายกระบวนการกิจกรรมนั้นให้ฟัง พอผมกลับมาบ้านก็เลยลองทำดู และแน่นอนว่ามันทำให้ฉันสนใจในแง่... แง่วิชาการขึ้นมาทันที
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่มันน่าสนใจสำหรับคุณแน่ๆ... นี่เป็นการอธิบายที่ยอดเยี่ยมและดีมาก มันทำให้คุณสนใจ แต่คุณไม่ได้... ป้องกันตัวเองได้ดีนักใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ทันทีที่ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และรู้ว่าผมสามารถไปทำสิ่งนี้กับคนอื่นได้ด้วย มันเหมือนกับ... ไม่สิ มันเหมือนการค้นพบบางสิ่งที่สำคัญมากๆ... เป็นการค้นพบเรื่อง "เซ็กซ์" น่ะครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) ใช่... แล้วตอนนั้นคุณชอบผู้ชายหรือผู้หญิง หรือชอบทั้งคู่ หรือชอบแบบไหน?
(ไทเกอร์) ตอนนั้นขอแค่เป็นคนที่เดินได้ ผมสนใจหมดเลยครับในช่วงสองสามปีแรก
(โอปราห์/ริชาร์ด) งั้นแปลว่าตอนนั้นคุณเป็นไบเซ็กชวล (Bisexual) ใช่ไหม? คือแบบ... ใครก็ได้ ไม่เกี่ยง?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ตอนนั้นไม่สำคัญเลย
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณมีความสุขกับการมีเซ็กซ์กับทั้งสองเพศ?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ กับผู้คน (หัวเราะ)
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณมีความสุขกับการมีเซ็กซ์กับผู้คน... เรื่องนั้นมันกวนใจคุณ หรือทำให้คุณสับสนบ้างไหม? แล้วคุณจัดการสะสางความสับสนนั้นอย่างไร?
(ไทเกอร์) ตอนนั้นผมพาตัวเองเข้ารับการบำบัด แม้ว่าพ่อแม่จะปฏิเสธก็ตาม โดยใช้บริการของหน่วยงานในเครือ UCLA และผมได้พูดคุยปรึกษาเรื่องนี้กับจิตแพทย์
นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำ คือการได้อยู่กับผู้ชายพอๆ กับผู้หญิง และจิตแพทย์สองคนที่ผมไปพบก็เห็นพ้องด้วยกับเรื่องนี้ ผมจึงได้คบหากับทั้งผู้ชายและผู้หญิงมากมายในช่วงสองสามปีแรกที่ผมเริ่มรู้จักเซ็กซ์
(โอปราห์/ริชาร์ด) ที่ทำไปแบบนั้น เป็นเพราะคุณแค่สนุกกับเซ็กซ์ หรือคุณกำลังพยายามจะพิสูจน์บางอย่าง หรือไม่ได้ต้องการพิสูจน์อะไรเลย?
(ไทเกอร์) ผมแค่พยายามจะตามให้ทันครับ... พยายามตามสิ่งที่ขาดหายไปให้ทัน
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่ตอนนั้นคุณอายุ 21 ใช่ไหม?
(ไทเกอร์) จริงๆ ช่วงนั้นอยู่ระหว่างอายุ 15 ถึง 21 ปีครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วในที่สุดคุณคลี่คลายความขัดแย้งภายในเรื่องรสนิยมทางเพศอย่างไร? คุณต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างกว่าจะไปถึงจุดนั้น?
(ไทเกอร์) ผมเข้ารับการบำบัดมาประมาณ 10 ปีแล้วครับ และกระบวนการที่ผมทำเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้คือการจัดการกับมันในเซสชันบำบัด และสิ่งที่ผมค้นพบคือ...ผมมีความสุขที่สุดในฐานะ เกย์ (Gay male) ครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณมีความสุขในฐานะเกย์... งั้นตอนนี้คุณไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงแล้วใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ไม่มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับผู้หญิงแล้วครับ ตั้งแต่อายุประมาณ 21 ปี
(โอปราห์/ริชาร์ด) เดี๋ยวช่วงหน้าเรากลับมาคุยเรื่องพ่อแม่ของคุณกันต่อ เพราะเมื่อกี้เราข้ามประเด็นนั้นไป และคุณ... ใช่ คุณกำลังจะเริ่มเล่าเรื่องราว...
เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่คุณบอกความจริงกับพวกเขา ฉันอยากรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมให้คุณไปบำบัด และฉันอยากรู้ว่าคุณเคยคิดจะฆ่าตัวตายไหม และเราจะกลับมาคุยเรื่องนี้กัน...หลังจากพักโฆษณา แน่นอนว่าหลายๆ ท่านที่กำลังฟังเรื่องราวของฮาเวิร์ดอยู่อาจจะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาพูดได้ บางทีบางท่านอาจเกิดมาพร้อมความทุกข์ทรมาน...จากความผิดปกติทางเพศ หรือเคยมีประสบการณ์บางอย่างแบบที่ ฮาเวิร์ดได้แบ่งปันกับเราในเช้าวันนี้ เราอยากฟังเรื่องราวของคุณ โทรมาได้ที่ 481-1313 แล้วเรา...จะกลับมาพูดคุยกันต่อในรายการ People are Talking
(ดนตรี / เสียงปรบมือ)
#เนื้อหาส่วนที่3: #มุมมองทางการแพทย์และสังคม (ร่วมกับ ดร.จอห์น มันนี่)
(โอปราห์/ริชาร์ด) ต้อนรับกลับเข้าสู่รายการ People are Talking กับเรื่องราวของ ฮาเวิร์ดชายผู้เกิดมาพร้อมอวัยวะเพศของทั้งชายและหญิง ย้อนกลับไปตอนที่คุณคุยกับพ่อแม่...
พวกเขาดูโกรธมากที่คุณค้นพบเรื่องนี้ อารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นมันพุ่งพล่านในตัวคุณอย่างไรบ้าง เมื่อคุณตระหนักถึงสิ่งที่พวกเขาปิดบังคุณมาตลอดเวลา ทั้งเรื่องการจัดการเบื้องหลังที่คุณไม่ได้ไปแม้กระทั่ง...ไม่ได้เข้าห้องน้ำปกติ แต่ต้องไปเข้าห้องน้ำอาจารย์ และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย?
(ไทเกอร์) ตอนนั้นผมโกรธมากครับ แล้วก็เสียใจมากๆ ด้วยที่พวกเขาไม่พร้อมจะสนับสนุนการดูแลรักษาใดๆ ให้ผมเลย...เมื่อเทียบกับความโกรธและความเสียใจขั้นรุนแรงที่ผมกำลังเผชิญอยู่
(โอปราห์/ริชาร์ด) มันเป็นการทะเลาะกันไหม? มันเป็นฉากประเภทแบบ "ลูกทำแบบนี้กับพ่อแม่ได้ยังไง" หรือ "โอ้พระเจ้า ลูกทำอะไรลงไป" อะไรทำนองนั้นไหม?
ฉากแย่ๆ แบบที่คุณไม่อยากให้เกิดกับพ่อแม่เลยน่ะ?
(ไทเกอร์) มันไม่มีฉากประเภทนั้นเลยครับ แต่มันเป็นสถานการณ์ที่เห็นได้ชัดเจนมากว่าพวกเขาก็กำลังเผชิญกับความรู้สึกผิด (Guilt) อย่างรุนแรงเช่นกัน และรู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น มีการร้องไห้และเสียใจอย่างมาก...
สิ่งที่พวกเขาจับความรู้สึกได้ในตอนนั้นคือ พวกเขาแค่อยากปกป้องลูกน้อยของตัวเอง แม้ว่าตอนนั้นฉันจะไม่ใช่เด็กทารกอีกต่อไปแล้วก็ตาม
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่สำหรับพวกเขาแล้ว... ฉันเดาว่าคุณก็ยังเป็นเด็กสำหรับเขาเสมอใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ผมเป็นลูกคนเล็กของบ้าน แต่ผมคิดว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือการปกป้องผม และคอยดูแลไม่ให้ผม...ต้องผ่านความเจ็บปวดมากมาย และในขณะเดียวกัน พวกเขาเองก็อาจจะอยากปิดหูปิดตาตัวเองด้วย เพราะมันเป็นเรื่องยากที่พ่อแม่จะรับมือได้
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วพวกเขามีความรู้สึกทำนองว่าคุณเป็นคน "อกตัญญู" บ้างไหม? จากข้อเท็จจริงที่ว่าคุณต้องการจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ ทั้งๆ ที่พวกเขาอยากปล่อยให้มันจบๆ ไป พวกเขามีความรู้สึกแบบนั้นบ้างไหม?
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าพวกเขาอาจจะมีความรู้สึกแบบนั้น หลังจากที่ผมไปติดต่อขอรับบริการบำบัดทางจิตวิทยาด้วยตัวเองครับ เพราะความรู้สึกของพวกเขาคือ ถ้าผมมีปัญหา ฉันควรจะ...สามารถพูดคุยกับพวกเขาได้ แต่หลังจากผ่านความอัดอั้นทั้งหมดที่สะสมมาจากการที่ผมต้องดิ้นรนหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ผมไม่คิดว่าพวกเขาคือคนที่ผมควรจะพูดด้วยอีกต่อไปแล้วครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) เรื่องนั้นทำให้คุณรู้สึกเศร้าไหม หรือรู้สึกว่าคุณพึ่งพาพ่อแม่ไม่ได้จริงๆ?
(ไทเกอร์) มันทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าพวกเขา ื่องใหญ่ขนาดนี้ มาเป็นเวลานาน.....แล้วผมจะยังสามารถ #เชื่อใจพวกเขา ในเรื่องไหนได้อีกบ้าง? แน่นอนว่า...
(โอปราห์/ริชาร์ด) ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ แต่ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าหลังจากค้นพบความจริงแล้ว มันมีช่วงเวลาที่คุณต้องมีความรู้สึกไม่มั่นใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับตัวเองไหมว่า "เราเป็นใคร เราคืออะไร และบทบาทของเราคืออะไรกันแน่?" หมายถึง.....มันเป็นเรื่องที่สับสนมากเลยนะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะเคยผ่านจุดนั้นมาใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ แน่นอนเลย แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วครับ ไม่เป็นแล้ว แต่ ณ เวลานั้นน่ะใช่เลย มันน่ากลัวมาก และผมต้องการ...ต้องการการจัดระเบียบความคิดและความช่วยเหลืออย่างมากจากนักจิตบำบัด เพื่อทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และผมจะเดินหน้าต่อไปทางไหน คุณพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย และแน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่ผมเคยคิดถึงมัน...อย่างจริงจังมาก เพราะผมรู้สึกไม่เข้าพวกกับที่ไหนเลย ไม่มีใครให้พูดคุยด้วยเลย
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนที่คุณคิดจะฆ่าตัวตาย (หรือถ้าคุณสามารถดึงความรู้สึกในตอนนั้นออกมาได้นะ ซึ่งฉันรู้ว่าคุณผ่านการบำบัดและฝึกเชื่อมโยงกับอารมณ์ตัวเองมา 10 ปีแล้ว)...แต่ ณ จุดนั้นในชีวิตของคุณ ตอนที่คุณสิ้นหวังที่สุด และ...และพร้อมที่สุดที่จะจบชีวิตตัวเอง ตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไร? ชีวิตคุณอยู่ตรงไหน และคุณรู้สึกอย่างไรกับจุดที่คุณยืนอยู่ ณ เวลานั้น?
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าเมื่อกี้มีคนพูดคำว่า "ตัวประหลาด" (Freak) ออกมา และแน่นอนว่าฉันรู้สึกแบบนั้นเลยครับ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่เข้าพวก.....เหมือนไม่มีเพื่อน #ไม่มีคนอื่นเหมือนเรา ไม่มีใครให้คุยด้วย ไม่มีใครเข้าใจ และแน่นอนว่าคนที่ผมเคยเข้าหาอย่างคุณหมอ...หรือพ่อแม่ของผมเอง ต่างก็ทำดีที่สุดเพื่อปิดบังข้อมูลนี้ไม่ให้ผมรู้ ผมเลยรู้สึกว่า ถ้าเรื่องนี้มันแย่ขนาดที่คนที่ผมเชื่อใจมานานแสนนานขนาดนี้ยังไม่อยากบอกผม...งั้นมันก็อาจจะไม่คุ้มที่จะอยู่ต่อเพื่อดูว่าชีวิตที่เหลือจะเป็นอย่างไร การต้องแบกรับคำโกหกที่ยาวนานถึง 21 ปีมันเป็นเรื่องยากที่จะก้าวผ่านจริงๆ ครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) มันยากจริงๆ นั่นแหละ...
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณเคยไปถึงขั้นลงมือพยายามฆ่าตัวตายจริงๆ ไหม?
(ไทเกอร์) ไม่ครับ ผมไม่เคยไปถึงขั้นลงมือจริงจัง...แต่แน่นอนว่าผมใช้เวลาคิดถึงมันเยอะมาก และมันเป็นความคิดที่ค่อนข้างเคร่งเครียดและจริงจังมาก
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนั้นคือคุณไม่ชอบตัวเองเลยงั้นเหรอ?
(ไทเกอร์) มันยากที่จะประเมินคุณค่าของตัวเองน่ะครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) ทั้งที่คุณก็เป็นผู้ชายหน้าตาดีนะ ดูสิ เป็นนักยกน้ำหนัก มีสิ่งดีๆ หลายอย่างในตัว แต่คุณกลับรู้สึกว่าตัวเอง "ถูกหลอกลวง" ใช่ไหม? นั่นคือสิ่งที่คุณค้นพบใช่ไหม? หรือรู้สึกไร้ค่าด้วย?
(ไทเกอร์) รู้สึกไร้ค่าด้วยครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ...รู้สึกเหมือนเป็น "ตัวประหลาด"
(โอปราห์/ริชาร์ด) ในตอนนั้น สรุปคือ คุณมองตัวเองแล้วพูดว่า "ฉันเป็นตัวประหลาด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันกันแน่" คุณพูดกับตัวเองแบบไหนบ้าง? ฉันนึกภาพไม่ออกเลย...
(ไทเกอร์) ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตมาจากดาวดวงอื่นเลยครับ หมายถึง มันไม่มีใครรอบตัวให้คุยด้วยเลย ไม่มีที่ไหนให้เราเข้าพวก ไม่มีใครที่เหมือนเรา และนั่น #มันโดดเดี่ยวมาก
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วทำไมพ่อแม่คุณถึงไม่ยอมให้ไปบำบัดล่ะ? หมายถึง คุณต้องเคลียร์เรื่องคำโกหก 21 ปีนี้เลยนะ... ฉันคิดว่าเรื่องนี้คุณตอบได้ดีที่สุด...
(ไทเกอร์) ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของความกลัวครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) เอาล่ะ วันนี้พ่อแม่ของคุณอยู่ที่ลอสแอนเจลิส ฉันยินดีกับคุณด้วย... แล้วพวกเขาดีใจกับสิ่งที่คุณเป็นไหม?
พวกเขาดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไหม? ตอนนี้พวกเขาพอใจกับการบำบัดและสิ่งที่คุณทำกับชีวิตตัวเองหรือยัง?
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าพวกเขาตั้งใจและมีความสุขมากกับสิ่งที่เป็นไปในเป้าหมายอาชีพของผม ซึ่งเป็นผลมาจากการบำบัด และพวกเขาสามารถภูมิใจในตัวฉันได้ในจุดนี้ แต่ถ้าคุณเชื่อว่า...
(โอปราห์/ริชาร์ด) ขอโทษนะ คุณเชื่อไหมว่าความภูมิใจที่พวกเขามีให้คุณนั้นมันจริงใจ หรือคุณยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ตลอดเวลา? เพราะคุณมีตราบาปที่ลบไม่ออกจากวิธีที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อคุณมาตลอดยาวนานถึง 21 ปี...ดังนั้น ต่อให้พวกเขาพูดว่า "ฮาเวิร์ด พ่อแม่รักลูกนะ พ่อแม่ภูมิใจในตัวลูก" คุณเชื่อมันจริงๆ ไหม หรือพวกเขาก็แค่ "อยากจะเชื่อ" แบบนั้น?
(ไทเกอร์) ผมอยากจะเชื่อแบบนั้นครับ และโดยทั่วไปผมก็เชื่อนะ แต่คุณต้องตระหนักด้วยว่ามันไม่ได้มีแค่พ่อแม่ของผม หมายถึง คนทุกคนที่ผมเคยให้ความไว้วางใจในชีวิต…และฉันให้ความไว้วางใจอย่างมากกับคุณหมอเหล่านั้น รวมถึงพยาบาลในตึกผู้ป่วย
(โอปราห์/ริชาร์ด) พวกเขาโกหกคุณใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ แน่นอนเลย และพวกเขาหันหลังให้ผม...เวลาที่ผมถามคำถามบ่อยมาก
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางกายอย่างมากด้วยใช่ไหมจากการผ่าตัด? ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นอย่างไร? เจ็บปวดตรงไหนบ้าง?
(ไทเกอร์) มันไม่ได้เจ็บตอนที่ฉันขอรับยาแก้ปวดครับ แต่น่าเสียดายที่สิ่งนั้นกลายเป็นนิสัยที่ในเวลาต่อมามันแก้ยากมาก เพราะตอนที่ฉันออกจาก...
ออกจากโรงพยาบาล ฉันมักจะไขว่คว้าหาความรู้สึกเคลิ้มสุข (High) แบบนั้น
(โอปราห์/ริชาร์ด) ยาประเภทไหนที่คุณกินแล้วรู้สึกดี? สรุปคือคุณกลายเป็นคนติดยาในโรงพยาบาล นั่นคือสิ่งที่คุณกำลังจะบอกใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าผลจากการอยู่โรงพยาบาลบ่อยๆ พฤติกรรมการเสพติดจึงกลายเป็นสิ่งที่ผมถูกดึงดูดเข้าหา
(โอปราห์/ริชาร์ด) และคุณก็หันมาใช้ยาเสพติดภายนอกโรงพยาบาลด้วยใช่ไหม? ตอนนี้คุณยังใช้อยู่ไหม? คุณใช้ยาอะไรบ้างข้างนอกนั่น? มีพวกยาตื่นตัว (Uppers) ไหม?
(ไทเกอร์) ผมสูบกัญชาเยอะมากครับ แล้วก็ใช้ยาประเภทกระตุ้นประสาทหลายอย่าง เช่น เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) และโคเคน อะไรทำนองนั้น แล้วก็มีพวกควาลูด (Quaaludes) ที่เป็นยากดประสาท (Downers)
(โอปราห์/ริชาร์ด) ของพวกนั้นมันไม่ดีต่อคุณเลยนะ
(ไทเกอร์) ใช่ครับ มันไม่ดีเลย และการจะเลิกมันได้... ผมรู้ตัวดีว่ามันส่งผลเสียต่อผม
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณค้นพบได้อย่างไรล่ะ? หมายถึง คนส่วนใหญ่... ใครๆ ก็รู้ว่าการสูบบุหรี่มันไม่ดี แต่คนจำนวนมากก็ยังสูบอยู่ดี...
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าตอนที่ผมเริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ใช้สารเสพติดพวกนี้ด้วยกัน... เกิดอะไรขึ้นกับจิมล่ะ? พวกเขาเริ่มป่วยหนัก บางคนก็เสียชีวิต คุณก็รู้ เวลาที่คนเราใช้ยาประเภทฉีดเข้าเส้น...
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณเคยใช้แบบฉีดด้วยเหรอ?
(ไทเกอร์) เคยครับ...
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณฉีดเป็นประจำเลยไหม หรือว่าไม่บ่อย?
(ไทเกอร์) ไม่ ไม่ได้ฉีดเป็นประจำครับ แต่ตอนนั้นผมฉลาดพอที่จะคิดได้และบอกตัวเองว่า "พอทีสำหรับเรื่องนี้"
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณก็เลิกมันได้ด้วยตัวเองเลยใช่ไหม?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ผมกล้าพูดแบบนั้น และแน่นอนว่านี่คือปัญหาในหมู่คนเรียนแพทย์ (MDs) หลายคนเช่นกัน คือเมื่อ...เมื่อคุณได้รับยาบางชนิดฉีดเข้าไปในเส้นเลือด มันจะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งปฏิเสธได้ยากว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดในโลก...และมันเป็นสิ่งที่น่าเสพติดมากๆ ในการที่จะคอยไขว่คว้าหาความรู้สึกแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
(โอปราห์/ริชาร์ด) เอาล่ะ ขอเชิญคำถามจากทางบ้านค่ะ
#เนื้อหาส่วนที่4: #ความเข้าใจของสังคมและการยอมรับ

(ผู้ชมทางบ้าน) คำถามของฉันคือ ในฐานะที่เป็นทั้งคนเป็นแม่และเป็นพยาบาล ตอนที่ฉันโตขึ้นมา เรื่องเซ็กซ์หรือเพศสัมพันธ์ทุกอย่างมักถูกปิดเงียบ แต่ตอนนี้คุณกำลังบอกว่าพ่อแม่ของคุณไม่ได้เห็นด้วยจริงๆ หรือจากที่ฉันฟังคุณเล่า พวกเขายังไม่ได้ยอมรับเรื่องนี้เลยจริงๆ...แล้วในปัจจุบันนี้ คุณมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้สาธารณชนหรือผู้คนยอมรับในภาวะที่คุณเป็นอยู่ และคุณมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ทั้งหมด?
(ไทเกอร์) แม่ของผมก็เป็นพยาบาลเหมือนกันครับ และเธอก็มีพื้นฐานความรู้เรื่องนี้ค่อนข้างดีทีเดียว...
(โอปราห์/ริชาร์ด) โห เรื่องนั้นมันเหลือเชื่อมากเลยนะ หมายถึง เรื่องที่แม่คุณเป็นพยาบาล แต่ว่า...แต่พยาบาลคนอื่นๆ กลับไม่มีใครบอกคุณเลย คุณคิดว่า... หมายถึง คุณก็รู้ มันก็เหมือนกับวิธีที่คนส่วนใหญ่โตขึ้นมานั่นแหละ ไม่มีใครบอกคุณเรื่อง "นกกับผึ้ง" (The birds and the bees - สำนวนหมายถึงเรื่องเพศศึกษา/การกำเนิดชีวิต) หรอก คุณต้องไปรู้จากคนอื่นเอาเอง... เออ ขอโทษทีค่ะ เชิญต่อเลยค่ะ
(ไทเกอร์) ไม่เป็นไรครับ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมมีในตอนนี้คือพื้นฐานความรู้จำนวนมาก และผมต้องทำหน้าที่ให้ความรู้ (Education) อย่างมากเวลาที่ผมบอกผู้คนเกี่ยวกับเรื่องนี้ นั่นจึงเป็นวิธีที่ผมทำให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น.....เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและสิ่งที่ได้ผ่านพ้นมา แค่ใช้ทักษะการสื่อสารและคำพูดที่มีอยู่เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าใจมันได้อย่างชัดเจนครับ
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วพ่อแม่เคยเล่าเรื่อง "นกกับผึ้ง" ให้ฟังไหม? หมายถึง หลังจากที่คุณเรียกร้องหรือเปล่า?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ผมต้องเป็นฝ่ายเรียกร้องเอง
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่ตอนที่พ่อของคุณยอมนั่งลงคุยกับคุณ? คุณรู้ไหม พ่อได้คุยกับลูกชายแบบแมนๆ ไหมว่า "มานี่มาลูกชาย พ่อจะเล่าอะไรให้ฟัง" เหมือนที่พ่อคนอื่นทำกับลูกชายไหม? เพราะฉันเองก็พยายามเล่าเรื่องนี้ให้ลูกชายฟังเหมือนกัน แล้วพวกเขาก็บอกว่า "พ่อครับ ถ้าพวกเราต้องการคำแนะนำ เดี๋ยวพวกเราโทรหาเอง" (หัวเราะ) คุณได้นั่งลงคุยตอนอายุเท่าไหร่?
(ไทเกอร์) ตอนอายุประมาณ 16 ปีครับ... ในที่สุดผมก็โน้มน้าวให้พ่อยอมบอกได้สำเร็จ
(โอปราห์/ริชาร์ด) ทำไมคุณถึงพยายามโน้มน้าวเขาล่ะ? คุณอยากรู้อะไร และคุณพูดกับเขาว่าอย่างไรบ้าง? เช่น...
(ไทเกอร์) สิ่งที่ผมพูดกับเขาคือ "พ่อต้องเล่าเรื่องนกกับผึ้งให้ผมฟังตอนนี้เลยนะ" เพราะผมรู้ว่าพ่อเคยคุยเรื่องนี้กับพี่ชายของผมเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านั้นแล้ว
(โอปราห์/ริชาร์ด) และคุณใช้คำว่า "นกกับผึ้ง" เลยเหรอ?
(ไทเกอร์)ใช่ครับ...เพราะผมต้องการทำให้บรรยากาศมันง่ายขึ้นหน่อย ไม่อยากให้ดูเป็นการเผชิญหน้าเกินไป และมันต้องใช้ความพยายามพอสมควร เพราะมันมีความรู้สึกเยอะมาก...ความรู้สึกที่ไม่อยากจะก้าวไปเร็วขนาดนั้นกับผม พวกเขาอยากเก็บผมไว้... ใช่ไหม? และตอนนั้นผมก็เริ่มออกไปทำกิจกรรมโน่นนี่แล้ว...
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณเริ่มมีกิจกรรมทางเพศ (Sexually active) ตั้งแต่จุดนั้นเลยใช่ไหม? หมายถึง ตั้งแต่กลุ่มลูกเสือเป็นต้นมา?
(ไทเกอร์) ใช่ครับ...
(โอปราห์/ริชาร์ด) เอาล่ะ เดี๋ยวเราจะกลับมาพร้อมกับคำถามเพิ่มเติม และมาพบกับ ดร.จอห์น มันนี่ นักเพศวิทยาชื่อดังระดับโลกกันค่ะ
(เสียงปรบมือ / ดนตรี)
#เนื้อหาส่วนที่5: #บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ

(โอปราห์/ริชาร์ด) เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจาก ดร.จอห์น มันนี่ จากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins เขาคือนักเพศวิทยา (Sexologist) ชื่อดังระดับโลก และเคยมาออกรายการ People are Talking ก่อนหน้านี้แล้ว เขาคือผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเกี่ยวกับความบกพร่องแต่กำเนิดของอวัยวะสืบพันธุ์ ยินดีต้อนรับกลับสู่รายการอีกครั้งค่ะ ดร.มันนี่
(โอปราห์/ริชาร์ด) แน่นอนค่ะ... มีคนที่มีภาวะเพศกำกวม (Hermaphrodites) เกิดขึ้นในประเทศนี้จำนวนเท่าไหร่คะ?
(ดร.มันนี่) ไม่มีใครในสหรัฐอเมริกาเก็บสถิติเรื่องนี้ไว้เลยครับ ดังนั้นจึงไม่มีความแน่นอนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมคิดว่าเราควรจะเก็บสถิตินะ...
(โอปราห์/ริชาร์ด) ฉันเองก็คิดว่าควรจะเก็บสถิติเหมือนกันค่ะ แต่เราไม่ได้ทำ...
(ดร.มันนี่) ใช่ครับ เราไม่ได้ทำ ขอบคุณครับ มันอาจจะมีความถี่ใกล้เคียงกับกรณีของเด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ (Harelip and split palate) เพียงแต่ความบกพร่องนี้มันเกิดขึ้นในส่วนที่ซ่อนเร้นด้านล่าง...ซึ่งเกิดจากการขาดการปิดตัวที่สมบูรณ์ หรือขาดการเปิดช่องที่เหมาะสม ดังนั้นฉันจึงบอกได้ว่า... อย่างแรกเลย มัน

รวมเรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Triple X Syndrome (47,###)ถ้าเราพูดถึงชีววิทยา และชีวพันธุกรรมที่ว่าด้วยการทำงานของระบบ...
03/06/2026

รวมเรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Triple X Syndrome (47,###)
ถ้าเราพูดถึงชีววิทยา และชีวพันธุกรรมที่ว่าด้วยการทำงานของระบบพันธุกรรมของมนุษย์ เราทุกคนจะได้เรียนรู้ผ่านตำราเรียนว่า คุณลักษณะทางร่างกายจะแปรผันตามสภาพโครโมโซม ยีน และการทำงานของระบบฮอร์โมนต่างๆ และในบางคนก็อาจเกิดคุณลักษณะทางร่างกายและทางเพศที่หลากหลายไปจากคนทั่วไป อันเนื่องมาจากความหลากหลายของพันธุกรรมระดับโครโมโซม
ซึ่งวันนี้ Thai intersex Rights กลับมาพร้อมกับอีกหนึ่งคุณลักษณะที่เกิดจากการจับคู่กันของโครโมโซม X จำนวน 3 ตัว หรือ 47,### ภายใต้ชื่อที่เรียกว่า “Triple X” โดยคุณลักษณะนี้ถูกระบุในตำราเรียนวิชาชีววิทยา พร้อมกับความเข้าใจผิดต่อคุณลักษณะทางเพศแบบ Triple X ในหลายประเด็น อาทิเช่น:
1. “เป็นความผิดปกติในระดับพันธุกรรม” ที่ส่งผลให้บุคคลที่เกิดมามีคุณลักษณะทางร่างกายในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น:
• หนังตาคลุมหัวตา
• ดวงตาห่าง
• รอบวงศีรษะเล็กกว่าคนทั่วไป
• นิ้วก้อยโค้งงอ
• กล้ามเนื้ออ่อนแรงง่าย
• เท้าแบน
แต่จากข้อค้นพบใหม่ที่ได้จากรายงาน A review of trisomy X (47,###) ของ Nicole R Tartaglia และคณะ เมื่อปี 2010 ได้โต้แย้งว่า คุณลักษณะทางร่างกายที่ปรากฏในบุคคล Triple X นั้นมีความหลากหลายมาก และในบางคนแทบไม่มีคุณลักษณะดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้เลย และนั่นทำให้บางคนไม่เคยไปปรึกษาแพทย์ ไม่เคยตรวจ และไม่เคยรับรู้ว่าตัวเองมีคุณลักษณะแบบ Triple X
2. ตำราเรียนวิชาชีววิทยา มักระบุว่า คนที่มีคุณลักษณะทางเพศแบบ Triple X มักเกิดมาพร้อมกับระบบประสาทที่หลากหลายและแตกต่างจากคนอื่น กล่าวคือ:
• อาจมี IQ เฉลี่ยอาจต่ำกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย
• พัฒนาการทางการพูด การฟัง และการอ่านที่ช้ากว่าคนทั่วไป
• อาจมีระบบประสาทในรูปแบบ สมาธิสั้น (ADHD), โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า ตามมาจากการเรียนรู้ที่ช้ากว่าคนทั่วไป
แต่รายงานวิจัยฉบับเดียวกันบอกว่า ไม่ปรากฏว่า IQ ของบุคคล Triple X ต่ำกว่าคนทั่วไป มีเพียงแค่พัฒนาการทางการพูด การฟัง และการอ่านที่อาจช้ากว่าคนทั่วไป ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถแก้ไขได้จากการติดตามพัฒนาของลูกน้อยตั้งแต่เริ่มต้นอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้พัฒนาการการสื่อสารและการเข้าใจภาษามีความใกล้เคียงกับเด็กๆ วัยเดียวกันได้ หรือหากเป็นไปได้ การเข้าถึงนักจิตบำบัดตั้งในทุกช่วงเวลาที่ต้องการคนเข้าใจ ก็ถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้บุคคล Triple X เข้าใจตัวตนของตัวเอง และมองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้นได้
3. ตำราเรียนวิชาชีววิทยา มักระบุถึงการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ของบุคคล Triple X ในลักษณะว่า:
• มักมีภาวะประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
• มักมีภาวะรังไข่ฝ่อก่อนวัยอันควร
• มักมีความผิดปกติของการสร้างรังไข่ ทำให้มีบุตรยาก
แต่จากรายงานวิจัย ระบุว่า ในหลายคนยังคงมีประจำเดือนปกติ มีบุตรได้ตามปกติ มีชีวิตครอบครัวที่สุขสมบูรณ์ แม้ว่าอาจมีความเสี่ยงที่รังไข่ฝ่อเมื่อมีอายุมากขึ้น แต่ทั้งหมดสามารถแก้ไขได้จากการปรึกษาแพทย์เพื่อติดตามภาวะเจริญพันธุ์ของตัวเอง เพื่อการวางแผนมีบุตรได้
4. แม้ตำราเรียนวิชาชีววิทยาจะระบุว่า คุณลักษณะทางเพศแบบ Triple X จะไม่ได้เกิดขึ้นจากการส่งต่อทางพันธุกรรม และมีโอกาสน้อยมากๆ ที่บุคคลจะเกิดมาพร้อมคุณลักษณะทางเพศแบบ Triple X
แต่รายงานวิจัยได้เปิดเผยในส่วนนี้ว่า Triple X เป็นคุณลักษณะที่ปรากฏได้โดยทั่วไป โดยมีโอกาสพบในปริมาณ 1 จาก 1,000 คน เพียงแต่ที่หลายคนไม่ทราบในเรื่องนี้ เพราะคุณลักษณะไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจนบนร่างกาย และในหลายคนใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจโครโมโซมเพื่อวินิจฉัยโรค
และเมื่อเดินทางมาถึงตรงนี้ Thai intersex Rights แค่อยากยืนยันว่า ไม่ว่าใครจะเกิดมามีคุณลักษณะทางเพศแบบไหน ทุกคนคือมนุษย์ ทุกคนคือส่วนหนึ่งของสังคมที่มีคุณค่าในแบบของตัวเอง และเราไม่จำเป็นจะต้องจำกัดคุณค่าของใครให้ผูกติดกับความเป็น XY=ผู้ชาย และ XX=ผู้หญิง เพราะแท้ที่จริง เราทุกคนต่างก็เป็นความหลากหลายที่ประกอบสร้างให้โลกนี้มีความสดใสและน่าอยู่มากขึ้นไปด้วยกัน

------
บทความ: อัส
บรรณาธิการ: พรีส

28 พค 69  ร่วมยืนยัน ยุติความรุนแรง ยุติการเลือกปฎิบัติ ทุกมิติ ชวนร่วมสร้างความเข้าใจใหม่ เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างเคารพควา...
30/05/2026

28 พค 69 ร่วมยืนยัน ยุติความรุนแรง ยุติการเลือกปฎิบัติ ทุกมิติ ชวนร่วมสร้างความเข้าใจใหม่ เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างเคารพความหลากหลายและเท่าเทียม

Priest

https://www.facebook.com/share/p/1GCdJ4F8UH/?mibextid=wwXIfr

อาจารย์ไซ่ไซ่ (หลู่เยว่หมิง) หรือที่รู้จักในระดับสากลว่า Small Ela Lukจากบทความ “ผู้ที่มีความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศ ...
29/05/2026

อาจารย์ไซ่ไซ่ (หลู่เยว่หมิง) หรือที่รู้จักในระดับสากลว่า Small Ela Luk
จากบทความ “ผู้ที่มีความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศ ควรได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเช่นกัน“ แหล่งอ้างอิงท้ายบทความ
อาจารย์ไซ่ไซ่ (หลู่เยว่หมิง 陸月明, ค.ศ. 1965–) เป็นบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์คนแรกของฮ่องกงที่เปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ และยังเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนจีน
ระหว่างการเติบโต เนื่องจากสภาพร่างกายของเธอแตกต่างจากคนทั่วไป อาจารย์ไซ่ไซ่เคยรู้สึกว่าตนเองเป็น “ตัวประหลาด” และไม่รู้ว่าตนควรอยู่ตรงไหนในสังคม ตั้งแต่แรกเกิด อวัยวะเพศของเธอมีเนื้อเยื่อขนาดเล็กยื่นออกมา โดยท่อปัสสาวะอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อนั้นกับทวารหนัก แพทย์ใช้เวลาหลายเดือนก็ยังไม่สามารถระบุเพศได้อย่างชัดเจน แต่เนื่องจากในสังคมจีนยุคนั้นยังมีค่านิยม “ให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง” อย่างเข้มข้น สุดท้ายเธอจึงถูกจัดให้เป็น “ผู้ชายที่มีความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์”
หลังถูกวินิจฉัยว่ามี “ปัญหา” ตั้งแต่อายุ 8 ปี อาจารย์ไซ่ไซ่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายรูปแบบ เพื่อขยาย “องคชาต” และปรับตำแหน่งท่อปัสสาวะ อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงและสร้างความทุกข์ทรมานอย่างมาก ภายในเวลา 5 ปี เธอเข้าออกห้องผ่าตัดมากกว่า 20 ครั้ง โดยเธอเล่าว่า
“นี่เป็นการผ่าตัดที่สำเร็จได้ยาก เพราะบริเวณนั้นเป็นทางปัสสาวะ เมื่อแผลสัมผัสกับปัสสาวะก็จะอักเสบและปริแตกได้ง่าย ช่วงที่หนักที่สุด องคชาตมีรูแตกถึง 4 รู เวลาปัสสาวะเหมือนฝักบัวเลย”
ประสบการณ์จากการผ่าตัดทำให้เธอรู้สึกอับอายและเป็นภาระทางใจ อีกทั้งในช่วงวัยเรียนยังถูกเพื่อนผู้ชายกลั่นแกล้งอยู่เสมอ เธอเล่าว่า
“สมัยนั้นห้องน้ำไม่มีประตู ตอนเข้าห้องน้ำมักถูกแอบดูและหัวเราะเยาะ บางครั้งยังถูกหลายคนจับตัวไว้เพื่อดูอวัยวะเพศของฉัน”
เมื่ออายุ 16 ปี อาจารย์ไซ่ไซ่เคยทำงานเป็นเด็กฝึกในโรงไฟฟ้า ช่วงนั้นร่างกายเริ่มพัฒนาคุณลักษณะทางเพศแบบผู้หญิง ในฤดูร้อนเธอต้องทำงานข้างหม้อไอน้ำที่มีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส แต่เพราะต้องการปกปิดหน้าอก จึงไม่กล้าถอดชุดหมีทำงาน ทำให้เป็นลมจากความร้อนอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาเธอจึงหันไปศึกษาด้านแพทย์แผนจีนและประกอบอาชีพในสายนี้
กระทั่งอายุราว 30 ปี อาจารย์ไซ่ไซ่จึงค้นพบว่าภายในร่างกายมีมดลูกและช่องคลอดที่พัฒนาไม่สมบูรณ์ หลังเข้ารับการตรวจ แพทย์พบว่าแม้เธอจะมียีน Y แต่เนื่องจากมีภาวะ “กลุ่มอาการดื้อต่อฮอร์โมนเพศชาย” (Androgen Insensitivity Syndrome) จึงทำให้ร่างกายพัฒนาลักษณะทางเพศแบบผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เธอจึงตัดสินใจผ่าตัดนำต่อมเพศและองคชาตออก รวมถึงผ่าตัดเปิดช่องคลอดเพื่อป้องกันการคั่งของเลือดประจำเดือน
เหตุผลที่อาจารย์ไซ่ไซ่ตัดสินใจเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ เพราะเธอมองเห็นว่ายังมีอคติและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนอินเตอร์เซ็กซ์อยู่มากในระบบการแพทย์ แพทย์จำนวนไม่น้อยยังคงพยายามใช้การผ่าตัดเพื่อ “แก้ไข” เพศของเด็กอินเตอร์เซ็กซ์ เธอจึงเลือกออกมาส่งเสียง เพื่อไม่ให้คนรุ่นหลังต้องเผชิญความทุกข์เช่นเดียวกับเธอ และเรียกร้องให้สังคมตระหนักถึงชีวิตและสิทธิในการเลือกว่าจะเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่
อาจารย์ไซ่ไซ่กล่าวว่า เธอจะยังคงทำงานเพื่อผลักดันสังคมต่อไป โดยหวังว่าในอนาคต

“คนอินเตอร์เซ็กซ์ คนข้ามเพศ และผู้ที่มีเพศสภาพนอกกรอบ(nonbinary) จะได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม”
Small Ela Luk: เสียงสะท้อนแห่งความหวังของชาวอินเตอร์เซ็กซ์
ในโลกที่มักจะแบ่งแยกผู้คนไว้เพียง "ชาย" หรือ "หญิง" เรื่องราวของ Small Ela Luk (ลู่ เย่วหมิง) นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง คือประจักษ์พยานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ความหลากหลายทางชีวภาพของมนุษย์นั้นมีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น เธอไม่ได้เป็นเพียงนักสังคมสงเคราะห์หรือแพทย์แผนจีน แต่เธอคือสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายของชาวอินเตอร์เซ็กซ์ทั่วโลก

บทเรียนจากความเจ็บปวดสู่การยอมรับตนเอง
Small เกิดในปี 1966 พร้อมกับคุณลักษณะ อินเตอร์เซ็กซ์ (Intersex) โดยมีคุณลักษณะไม่ตอบสนองต่อแอนโดรเจนบางส่วน (PAIS (Partial Androgen Insensitivity Syndrome)) ซึ่งทำให้เธอมีลักษณะทางกายภาพอยู่ระหว่างชายและหญิง ในยุคที่ความรู้ความเข้าใจยังจำกัด แพทย์ได้ระบุเพศให้เธอเป็นชาย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ในวัยเด็ก Small ต้องเผชิญกับการผ่าตัดมากกว่า 20 ครั้ง เพื่อพยายามปรับเปลี่ยนร่างกายให้เป็นไปตามบรรทัดฐานของสังคม การผ่าตัดเหล่านั้นนอกจากจะล้มเหลวหลายครั้ง ยังสร้างความทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแสนสาหัส จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ร่างกายของเธอได้แสดงความเป็นหญิงออกมาตามธรรมชาติ ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเพื่อใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิงตามความจำเป็นทางการแพทย์และการยอมรับในตัวตน
เปลี่ยนประสบการณ์เป็นพลังขับเคลื่อนสังคม
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่ให้คนรุ่นหลังต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกับเธอ Small จึงรวบรวมองค์ความรู้จากการศึกษาหลากหลายด้าน ทั้ง สังคมสงเคราะห์ การแพทย์แผนจีน และ ปริญญาโทด้านเพศสถานะศึกษา มาใช้ในการขับเคลื่อนสังคม
ในปี 2011 เธอได้ก่อตั้งองค์กร "Beyond Boundaries – Knowing and Concerns Intersex" ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างพื้นที่ยืนให้กับชาวอินเตอร์เซ็กซ์ในฮ่องกง งานของเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่ในระดับท้องถิ่น แต่เธอยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Intersex Asia และเป็นตัวแทนขึ้นกล่าวบนเวทีระดับโลกอย่าง องค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อส่งเสียงเรียกร้องในประเด็นสำคัญ:
• ยุติการบังคับผ่าตัด: รณรงค์ให้หยุดการผ่าตัด "ปรับเพศ" ในเด็กที่ยังไม่สามารถให้คำยินยอมได้เอง

• สร้างความเข้าใจ: กระตุ้นให้รัฐบาลและสังคมมองเห็นตัวตนของอินเตอร์เซ็กซ์ในฐานะมนุษย์ที่มีสิทธิความเท่าเทียม

• ผลักดันกฎหมาย: ต่อต้านการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ
"ฉันคืออินเตอร์เซ็กซ์": อัตลักษณ์ที่มากกว่าระบบสองเพศ
แม้ในปัจจุบัน Small จะใช้ชีวิตในฐานะผู้หญิง แต่เธอก็ยืนหยัดในอัตลักษณ์ดั้งเดิมของตนเองเสมอ เธอมักจะกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า
“ฉันไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงจริงๆ แต่ฉันคืออินเตอร์เซ็กซ์”
คำพูดนี้เป็นการยืนยันว่า อัตลักษณ์ของมนุษย์ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดไว้ในกรอบของชายหรือหญิงเสมอไป เรื่องราวของ Small Ela Luk จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเพศสภาพ แต่คือเรื่องของการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิที่เราทุกคนพึงมีเหนือร่างกายของตนเอง
"Intersex is a gift" สำหรับ Small Luk สภาวะนี้ไม่ใช่ความผิดปกติ แต่คือของขวัญที่ทำให้เธอได้มองโลกผ่านมุมมองที่กว้างขวางและงดงามยิ่งขึ้น

Thai intersex Rights หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ จะทำให้เกิดการตื่นรู้และพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่เป็นมิตรและปลอดภัยสำหรับเด็กๆในชุมชนของเรามากขึ้นค่ะ

ที่อยู่

ไทย
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai intersex Rightsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์