TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย

TNP+  เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ ประเทศไทย (TNP+)

การตั้งคำถามต่อการใช้งบประมาณบริการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ เป็นเรื่องที่ควรทำ แต่หากจะปรับวิธีจัดสรรงบ จำเป็นต้องพิจารณา...
20/08/2026

การตั้งคำถามต่อการใช้งบประมาณบริการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ เป็นเรื่องที่ควรทำ แต่หากจะปรับวิธีจัดสรรงบ จำเป็นต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้รอบด้านก่อน ทั้งในด้านความต่อเนื่องการรักษาของผู้ติดเชื้อ ภาระของโรงพยาบาล การจัดซื้อและบริหารยา ไปจนถึงผลต่อการป้องกันการแพร่เชื้อ

"ไม่ควรมองแค่ว่า งบประมาณเอดส์มีจำนวนเท่าไร แต่ต้องพิจารณาว่างบดังกล่าวช่วยให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงการรักษาอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยงของโรงพยาบาลที่มีจำนวนผู้ป่วยแตกต่างกันอย่างไร และทำให้การรักษามีส่วนช่วยลดการแพร่เชื้อต่อได้อย่างไร หากจะปรับระบบ ต้องคำนึงถึงผลกระทบทั้งหมดนี้ด้วย"

- นายนิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) และประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวัณโรค

#สปสช #เอชไอวี #เอดส์

“นิมิตร์ เทียนอุดม” ชำแหละเหตุผล “แยกงบดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว” พร้อมแจงค่าใช้จ่ายหลัก คือยาต้านไวรัส บริการตรวจติดตามที่ขาดไม่ได้ ย้ำหากดึงงบกลับไปรวม โรงพยาบาลที่ดูแลผู้ติดเชื้อจำนวนมากเสี่ยงแบกภาระหนัก เสี่ยงรับบริการรักษาไม่ต่อเนื่อง และกระทบผู้ป่วยกลุ่มโรคอื่น ย้ำเป็นบริการไม่เพียงดูแลสุขภาพผู้ติดเชื้อ แต่ช่วยลดโอกาสส่งต่อเชื้อ สกัดการแพร่ระบาด พร้อมแจงชัด ผู้ติดเชื้อรายใหม่ภาพรวมลดลง ต้องแยก “ผู้เพิ่งตรวจพบเชื้อ” กับ “ผู้ติดเชื้อรายใหม่” แนะกระตุ้นรณรรงค์ เน้นกลุ่มเยาวชน เร่งตรวจเชิงรุกและขยาย HIV self-test สกัดการแพร่เชื้อ
------------------------------
นายนิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวัณโรค (ที่ปรึกษามูลนิธิเข้าถึงเอดส์) เปิดเผยว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) แยกงบสำหรับดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ รวมถึงบริการป้องกันการติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยงสูง ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวอย่างชัดเจน เหตุผลสำคัญคือผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำเป็นต้องรับยาต้านไวรัสและตรวจติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงพยาบาลแต่ละแห่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่อยู่ในความดูแลไม่เท่ากัน หากนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้รวมกับงบเหมาจ่ายรายหัวของโรงพยาบาลที่ได้รับ ซึ่งต้องใช้ดูแลผู้ป่วยโรคอื่นร่วมด้วย จะส่งผลให้โรงพยาบาลที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูง และอาจกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยกลุ่มอื่นได้

ดังนั้น การแยกงบประมาณจึงทำให้โรงพยาบาลได้รับค่าบริการผู้ติดเชื้อตามการดูแล ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะเบิกจ่ายให้ตามหลักเกณฑ์และการบันทึกข้อมูลเบิกจ่ายครบถ้วน ซึ่งวิธีนี้นอกจากโรงพยาบาลไม่ได้รับผลกระทบแล้ว ยังสร้างความมั่นใจให้ผู้ติดเชื้อด้วยว่าจะได้รับยาต้านไวรัสและการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการย้ายหน่วยบริการก็ตาม
------------------------------
อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ระบุ การแยกงบดูแลผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว ช่วยเปิดทางให้หน...
20/08/2026

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ระบุ การแยกงบดูแลผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว ช่วยเปิดทางให้หน่วยบริการภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมร่วมให้บริการ ประชาชนเข้าถึงการตรวจ ป้องกัน และรักษาได้มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงจากหลักแสนเหลือไม่เกิน 10,000 คนต่อปี พร้อมเสนอสนับสนุนงบเพิ่มเติมราว 300 ล้านบาทต่อปี เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายเชิงรุก มุ่งสู่เป้าหมายลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้เหลือไม่เกิน 1,000 คนต่อปี
#เอขไอวี #สปสช

อดีต ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ฯ ชี้ แยกงบ “HIV/เอดส์” จากเหมาจ่ายรายหัวจำเป็น ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการ
ศ.เกียรติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ระบุ การแยกงบดูแลผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว ช่วยเปิดทางให้หน่วยบริการภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมร่วมให้บริการ ประชาชนเข้าถึงการตรวจ ป้องกัน และรักษาได้มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงจากหลักแสนเหลือไม่เกิน 10,000 คนต่อปี พร้อมเสนอสนับสนุนงบเพิ่มเติมราว 300 ล้านบาทต่อปี เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายเชิงรุก มุ่งสู่เป้าหมายลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้เหลือไม่เกิน 1,000 คนต่อปี
อ่านต่อได้ที่นี่ https://www.nhso.go.th/th/communicate-th/thnewsforperson/hiv
_________________________________________________

🔺 ช่องทางการติดตามข้อมูล ข่าวสาร ของ สปสช.

☎️ สายด่วน สปสช. 1330 โทรฟรี 24 ชั่วโมง

🌐 Website | https://www.nhso.go.th/th

📘 Facebook | https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

▶️ YouTube | https://www.youtube.com/

🐦 X (Twitter) | https://x.com/nhsothailand1

📷 Instagram | https://www.instagram.com/nhso.official/

🎵 TikTok | https://www.tiktok.com/?is_from_webapp=1&sender_device=pc

📝 LINE | https://lin.ee/WsgrKP8
LINE VOOM รับข่าวสาร | https://linevoom.line.me/user/_dUguF6a3W8bnq_O1In9-xrVRFDFJaNDEdoOcsV0

🔵ในขณะที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับ  #ลีนาคาพาเวียร์   หรือ LEN ยาต้านไวรัสเอชไอวีกลุ่ม capsid inhibitor ที่นำมาใช้เป็นย...
18/08/2026

🔵ในขณะที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับ #ลีนาคาพาเวียร์ หรือ LEN ยาต้านไวรัสเอชไอวีกลุ่ม capsid inhibitor ที่นำมาใช้เป็นยา ชนิดฉีดออกฤทธิ์นาน โดยฉีดใต้ผิวหนังทุก 6 เดือน และถือเป็นทางเลือกใหม่ที่สำคัญในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

🔵เฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล ผู้จัดการฝ่ายการเข้าถึงยา เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ชวนมองให้รอบด้านที่ควรรู้ว่ายา LEN สามารถเกิดปฏิกิริยากับยาและสารอื่น ๆ ได้หลายชนิด หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า #ยาตีกัน ที่อาจทำให้เกิดผลได้หลายแบบ เช่น ทำให้ระดับยาในเลือด #สูงขึ้น จนเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงหรือความเป็นพิษ หรือทำให้ระดับยา #ต่ำลง จนยาออกฤทธิ์ไม่เพียงพอและการรักษาหรือป้องกันโรคไม่ได้ผลตามที่ควรจะเป็น

🔵ในกรณีของ LEN มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะปฏิกิริยาสามารถเกิดได้ทั้ง 2 ทิศทาง

🔵อย่างไรก็ตาม LEN ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการป้องกันเอชไอวี การฉีดเพียงปีละ 2 ครั้งอาจช่วยลดข้อจำกัดของการกินยาทุกวัน และเพิ่มทางเลือกให้แต่ละคนสามารถเลือกวิธีป้องกันเอชไอวีที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเอง

🔵แต่ข้อมูลเรื่องปฏิกิริยาระหว่างยาย้ำให้เห็นว่า ไม่มี PrEP รูปแบบใดที่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่ต้องใช้ยารักษาวัณโรค ยากันชัก ยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือยาอื่นบางชนิด อาจไม่เหมาะกับ LEN ขณะที่สำหรับบางคน LEN อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ระบบบริการจึงควรมี PrEP หลายรูปแบบ เพื่อให้แต่ละคนสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับสุขภาพ วิถีชีวิต และความต้องการของตนเอง

🔵ข้อเสนอในระดับนโยบาย ประเทศไทยจึงไม่ควรพิจารณา LEN เพียงทางเลือกเดียว แต่ควรติดตามและประเมินยา PrEP ใหม่ ๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาควบคู่กันไป เนื่องจากยังมียาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์นานและผลิตภัณฑ์ป้องกันเอชไอวีรูปแบบใหม่อีกหลายชนิดที่อยู่ระหว่างการศึกษาและอาจเป็นทางเลือกเพิ่มเติมในอนาคต

🔵การตัดสินใจว่าจะเพิ่มยา PrEP รูปแบบใดเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพ จึงควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งประสิทธิผล ความปลอดภัย ความต้องการและความหลากหลายของผู้ใช้ ราคา ความคุ้มค่า การแข่งขัน ความพร้อมของระบบบริการสุขภาพ และความยั่งยืนของระบบสุขภาพ

อ่านเพิ่มเติมในคอมเมนต์ 🔽🔽

ข้อมูลจาก  #กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  #กรมควบคุมโรค บอกกับเราว่า...ตัวเลข  #ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 565,018 คน (...
17/08/2026

ข้อมูลจาก #กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #กรมควบคุมโรค บอกกับเราว่า...

ตัวเลข #ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 565,018 คน (ข้อมูลสะสม ณ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2569) ไม่ได้หมายถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด แต่เป็นจำนวนผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีที่ยังมีชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่สามารถมีสุขภาพแข็งแรงได้ด้วยการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่สัญญาณว่าทุกคนเพิ่งติดเชื้อพร้อมกัน

แต่ประเทศไทยยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุกปี นั่นหมายความว่า "การป้องกันยังเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ" ต้องทำให้ "การป้องกันเป็นเรื่องปกติ" ของการดูแลกันและกัน

หากตรวจพบเชื้อ ควรเริ่มรักษาโดยเร็ว หากรักษาอย่างต่อเนื่องจนสามารถกดปริมาณไวรัสให้อยู่ในระดับ "ตรวจไม่พบ (Undetectable)" ก็จะ "ไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (Untransmittable) และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

แต่หลายครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับเอชไอวี เรามักเห็นความคิดเห็นที่สร้างความหวาดกลัวหรือกล่าวโทษผู้ติดเชื้อ แต่ความจริงแล้ว #การตีตรา ไม่ได้ช่วยลดการติดเชื้อ กลับทำให้หลายคนไม่กล้าตรวจ ไม่กล้าเข้าถึงการป้องกัน ทั้งที่บริการเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อรายใหม่

กองโรคเอดส์ฯ ย้ำว่าการสร้างสังคมที่เข้าใจและไม่ตีตรา จึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันเอชไอวีเช่นเดียวกับการใช้ถุงยางอนามัยหรือการตรวจเอชไอวี

เอชไอวียังคงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรตระหนัก การรู้เท่าทันข้อมูล เข้าใจสถานการณ์ ป้องกันตนเอง ตรวจเมื่อมีความเสี่ยง และไม่ตีตราผู้ติดเชื้อ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดการติดเชื้อรายใหม่ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการยุติปัญหาเอดส์

📱เมื่อโซเชียลพูดถึง HIV มากขึ้น... ตัวเลขเหล่านั้นกำลังบอกอะไรเรา?
ช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจเห็นพาดหัวข่าวและข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น
• "ผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่พุ่ง"
• "ผู้ติดเชื้อทะลุครึ่งล้าน"
• "HIV กลับมาระบาด"
เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ หลายคนอาจรู้สึกกังวล และตั้งคำถามว่า
"สถานการณ์เอชไอวีของประเทศไทยกำลังรุนแรงขึ้นหรือไม่?"
คำตอบคือ "ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนสถานการณ์ที่ควรตระหนัก แต่ต้องทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง"
เอชไอวียังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและยังพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ทุกปี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก "การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน"

ขณะเดียวกัน ข้อมูลสะสม ณ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 แสดงให้เห็นจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีชีวิตอยู่ 565,018 คน* ซึ่งไม่ได้หมายถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด แต่เป็นจำนวนผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวีที่ยังมีชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่สามารถมีสุขภาพแข็งแรงได้ด้วยการรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง นี่คือความก้าวหน้าของระบบการรักษา ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่สัญญาณว่าทุกคนเพิ่งติดเชื้อพร้อมกัน

🛡️ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข คือ...การทำให้ "การป้องกันเป็นเรื่องปกติ" ของการดูแลกันและกัน แม้การรักษาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ประเทศไทยยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุกปี นั่นหมายความว่า "การป้องกันยังเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ"
ไม่ว่าจะเป็น
• ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
• ตรวจเอชไอวีเมื่อมีความเสี่ยง
• ใช้ PrEP สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงก่อนสัมผัสเชื้อ
• ใช้ PEP หลังมีความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่กำหนด
• หากตรวจพบเชื้อ ควรเริ่มรักษาโดยเร็ว
เพราะปัจจุบัน หากรักษาอย่างต่อเนื่องจนสามารถกดปริมาณไวรัสให้อยู่ในระดับ "ตรวจไม่พบ (Undetectable)" ก็จะ "ไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (Untransmittable) และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ"

🦋 อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ "การตีตรา"
หลายครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับเอชไอวี เรามักเห็นความคิดเห็นที่สร้างความหวาดกลัวหรือกล่าวโทษผู้ติดเชื้อ แต่ความจริงแล้ว การตีตราไม่ได้ช่วยลดการติดเชื้อ กลับทำให้หลายคนไม่กล้าตรวจ ไม่กล้าขอรับถุงยางอนามัย ไม่กล้าใช้ PrEP หรือแม้แต่ไม่กล้าเข้ารับการรักษา ทั้งที่บริการเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ การสร้างสังคมที่เข้าใจและไม่ตีตรา จึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันเอชไอวีเช่นเดียวกับการใช้ถุงยางอนามัยหรือการตรวจเอชไอวี

ปัจจุบัน คนไทยเข้าถึงบริการป้องกันและรักษาเอชไอวีได้ฟรี 🆓
• ถุงยางอนามัย
• ยา PrEP
• ยา PEP
• ตรวจเอชไอวีฟรีตามสิทธิ
• ชุดตรวจ HIV Self-Test
• ยาต้านไวรัสเอชไอวี
บริการเหล่านี้ช่วยให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสการติดเชื้อรายใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่าให้ "ตัวเลข" สร้างความกังวล
แต่ให้ "ข้อมูลที่ถูกต้อง" สร้างความเข้าใจ 💖

เอชไอวียังคงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรตระหนัก การรู้เท่าทันข้อมูล เข้าใจสถานการณ์ ป้องกันตนเอง ตรวจเมื่อมีความเสี่ยง และไม่ตีตราผู้ติดเชื้อ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดการติดเชื้อรายใหม่ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการยุติปัญหาเอดส์

-------------------------------------------------------------------------

กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค
*ที่มา : สปสช. ประมวลผล ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ยื่นข้อมูลต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์...
13/08/2026

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ยื่นข้อมูลต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อคัดค้านคำขอรับสิทธิบัตรเลขที่ 1901006941 ของบริษัท เมิร์ค ชาร์ป แอนด์ โดห์ม แอลแอลซี ซึ่งเป็นคำขอรับสิทธิบัตรเกี่ยวกับสูตรตำรับที่มีความคงตัวของแอนติบอดีต้าน PD-1 ที่เกี่ยวข้องกับ “ยาเพมโบรลิซูแมบ” (Pembrolizumab) ซึ่งเป็นยาสำคัญที่ใช้รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น

เหตุผลสำคัญของการคัดค้านเนื่องจากเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรดังกล่าว ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ โดยเฉพาะการมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความชัดเจนและขอบเขตของข้อถือสิทธิบางข้อ โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวข้องกับวิธีการรักษาโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของไทย

🔵อ่านข่าวฉบับเต็มในช่องคอมเมนต์ 🔽🔽.....
TNP+ Challenges Pembrolizumab Patent Over Access Concerns.

Bangkok, 13 August 2026: The Thai Network of People Living with HIV/AIDS (TNP+) submitted evidence to the Department of Intellectual Property (DIP) on 11 August 2026 challenging patent application No. 1901006941, filed by Merck Sharp & Dohme LLC, concerning a stable formulation of an anti-PD-1 antibody, including pembrolizumab, an important medicine used to treat several types of cancer.

🔵Read more NEWS in the comment. 🔽🔽

เมื่อวันที่ 10 – 11 สิงหาคม 2569  #เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ    #เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี จัดอบรม "นักสื่อสารรณรงค์ เ...
11/08/2026

เมื่อวันที่ 10 – 11 สิงหาคม 2569 #เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ #เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี จัดอบรม "นักสื่อสารรณรงค์ เพื่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ให้กับแกนนำและทีมทำงานจากเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ จากภาคเหนือบน เหนือล่าง ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ที่มาร่วมเป็น #ทีมSpeaker สื่อสารการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนรุ่นแรก ที่โรงแรมเดอะพาลาสโซ่ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ

การอบรมในครั้งนี้ เป็นการมาเรียนรู้เทคนิคและฝึกวิเคราะห์ทั้งกลุ่มเป้าหมาย การออกแบบเนื้อหาในการสื่อสาร และออกแบบรูปแบบการทำกิจกรรมรณรงค์ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่จะเป็นพลังมาช่วยกันขับเคลื่อนร่างรัฐธรรมนูญฉบับของภาคประชาชนไปด้วยกันอย่างเข้าใจ

#รัฐธรรมนูญของประชาชน #เลือกตั้งสสร.

🔵ภาพจำของระบบสุขภาพในอดีตสำหรับประชาชนทั่วไป หากใครไม่เงินซื้อบัตรสุขภาพ ก็ต้องไปขอความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลให้ช่วยสงเค...
11/08/2026

🔵ภาพจำของระบบสุขภาพในอดีตสำหรับประชาชนทั่วไป หากใครไม่เงินซื้อบัตรสุขภาพ ก็ต้องไปขอความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลให้ช่วยสงเคราะห์งดเว้นค่ารักษาพยาบาลให้ตามลำดับความยากจน กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้คนเข้าไม่ถึงการรักษา บางส่วนต้องล้มละลายจากการรักษา บางส่วนจำใจหันหลังให้กับกระบวนการรักษาและหาทางเยียวยาตัวเองตามยถากรรม

🔵แต่การเกิดขึ้นของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 หรือ “บัตรทอง” ทำให้การจัดบริการด้านสาธารณสุขไม่ได้เป็นเรื่องของความรวย ความจน หรือดูตามเศรษฐฐานะของผู้รับบริการอีกต่อไป แต่ทำให้บริการด้านสาธารณสุขกลายเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ที่รัฐนำเงินภาษีมาจัดบริการให้กับประชาชน หมายความว่าหากเราไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ ก็ได้รับสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ครอบคลุมทั้งการรักษาและการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างมีมาตรฐานมารองรับไว้ทันที

🔵หลักการสำคัญอีกประการหนึ่งของระบบบัตรทอง คือ “การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” ที่ไม่ใช่แค่เข้ารับการรักษาพยาบาล แต่รวมถึงการจัดบริการ ร่วมพัฒนาข้อเสนอ ร่วมแสดงความเห็น ร่วมกำหนดนโยบาย รวมไปถึงร่วมลงมือทำกิจกรรมในระดับพื้นที่และในเชิงประเด็น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาจัดบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ที่สำคัญยังให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจผ่านกลไกในทุกระดับ

🔵เมื่อภาคประชาชนรู้สึก “มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของระบบ” มาตั้งแต่การลงลายมือเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ฉบับของภาคประชาชนร่วมกับข่ายประชาชนอื่น ๆ อีกกว่า 5 หมื่นรายชื่อ ประชาชนจึงต้อง “จับตา” การแก้ไขร่างกฎหมายบัตรทองอย่างไม่ลดละความพยายามไม่ว่าฝ่ายไหนจะเสนอแก้ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้กฎหมายที่ ‘เป็นสมบัติชิ้นเดียว’ ที่ยึดโยงกับผลประโยชน์ของประชาชนต้องถูกสั่นคลอน

🔵เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ พร้อม ‘ส่งเสียง’ คัดค้าน หากพบว่า…
🔹️การแก้ไขร่างกฎหมายมีแนวโน้มทำลายหลักการของบัตรทองให้อ่อนแอลง
🔹️แก้แล้วทำให้ประชาชนมีความกังวลใจ ไม่มั่นใจที่จะเข้าไปรับบริการ
🔹️แก้แล้วให้ประชาชนต้องร่วมจ่าย ณ จุดบริการ
🔹️แก้แล้วทำให้การมีส่วนร่วมขาดหายไป

เพราะนั่นเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะทำให้ระบบสาธารณสุขต้องถอยหลังกลับไปอยู่ในยุคต้องพิสูจน์ความจนอีกครั้ง เป็นการลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างมาก เจ็บปวดพอ ๆ กับการให้ประชาชนต้องดิ้นรนยืนยันความจนเพื่อขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

🔵เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ เห็นว่า 'ระบบหลักประกันสุขภาพ' เดินทางมาไกลเกินกว่าจะกลับไปสู่ระบบสงเคราะห์ จึงไม่ควรให้การร่วมจ่าย ณ จุดบริการ มาเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นการเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานของประชาชน และก้าวต่อไปที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ อยากเห็น คือ...

1️⃣การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ให้ระบบสุขภาพทุกระบบมีมาตรฐานเดียว
2️⃣ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับบริการจัดการระบบสาธารณสุขอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน

"เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย" 11 สิงหาคม 2569

คนไทยราว 1 ใน 3 ยังคงมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้ติดเชื้อ และวงเสวนาชวนมองว่า ....แม้ความรู้ทางการแพทย์จะพัฒนาไปไกล ทั้งการเข้า...
08/08/2026

คนไทยราว 1 ใน 3 ยังคงมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้ติดเชื้อ และวงเสวนาชวนมองว่า ....

แม้ความรู้ทางการแพทย์จะพัฒนาไปไกล ทั้งการเข้าถึงยาป้องกัน การเข้าถึงบริการ แต่ความเข้าใจของสังคมต่อผู้ติดเชื้อยังตามไม่ทัน

ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่วงเสวนาซึ่งรวมผู้เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ สะท้อนความกังวล และยังเป็นความท้าทายของระบบสุขภาพในการหยุดยั้งเชื้อเอชไอวีในประเทศ

เรื่องกำแพงทางสังคม เป็นจุดสำคัญที่วงเสวนาอยากนำเสนอต่อระดับนโยบาย และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคส่วนในสังคม ในการร่วมกันสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี และร่วมกันกระตุ้นให้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง และลดการตีตราผู้ติดเชื้อในสังคม
------------------------------
#เอชไอวี #เอดส์

สาระสำคัญจากเวทีเสวนาออนไลน์เรื่อง “HIV ไม่ไกลตัว ทุกคนต้องรู้ทัน ป้องกันได้ : ตรวจเร็ว รักษาได้ ไม่ส่งต่อเชื้อ” ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดขึ้นร่วมกับเครือข่ายภาคี ทั้งภาคประชาชน ผู้ให้บริการ บุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบาย เมื่อ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา สะท้อนสถานการณ์สำคัญของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลสถานการณ์ที่ถูกนำเสนอในเวทีนี้ ภาพรวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีจำนวนลดลง ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ทำให้การดูแลรุดหน้า การวางระบบการเข้าถึงบริการ รวมถึงการป้องกัน แต่อีกด้าน ก็ยังพบจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก และเยาวชน รวมถึงประชาชนอายุ 25 ปี

ขณะที่อีกด้าน ก็สะท้อนด้วยว่า คนไทยราว 1 ใน 3 ยังคงมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้ติดเชื้อ และวงเสวนาชวนมองว่า แม้ความรู้ทางการแพทย์จะพัฒนาไปไกล ทั้งการเข้าถึงยาป้องกัน การเข้าถึงบริการ แต่ความเข้าใจของสังคมต่อผู้ติดเชื้อยังตามไม่ทัน ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่วงเสวนาซึ่งรวมผู้เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ สะท้อนความกังวล และยังเป็นความท้าทายของระบบสุขภาพในการหยุดยั้งเชื้อเอชไอวีในประเทศ

ซึ่งเรื่องกำแพงทางสังคม เป็นจุดสำคัญที่วงเสวนาอยากนำเสนอต่อระดับนโยบาย และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคส่วนในสังคม ในการร่วมกันสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี และร่วมกันกระตุ้นให้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง และลดการตีตราผู้ติดเชื้อในสังคม
------------------------------
อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข

ไม่มีใครติด  #เอชไอวี  #เอดส์ จากการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน  #เอดส์รักษาได้  #เอชไอวีป้องกันได้  #เอชไอวีควบคุมได้ เราอย...
06/08/2026

ไม่มีใครติด #เอชไอวี #เอดส์ จากการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน #เอดส์รักษาได้ #เอชไอวีป้องกันได้ #เอชไอวีควบคุมได้ เราอยู่ร่วมกันได้

ที่อยู่

494 Lat Phrao 101(Soi 14), Lat Phrao Road, , Bangkapi
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6623775065

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย:

ทางลัด

แชร์