TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย

TNP+  เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ ประเทศไทย (TNP+)

 #กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ค้านการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มองว่าอาจลดสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงบริการด้านสุข...
24/09/2026

#กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ค้านการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มองว่าอาจลดสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชน และทำลายหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ

เวทีชำแหละร่างแก้ พ.ร.บ.บัตรทอง มุ่งปกป้องหน่วยบริการ ขัดเจตนารมณ์ “หมอสงวน”

--------------------

เวทีภาคประชาชนชำแหละร่างพ.ร.บ.บัตรทองฉบับแก้ไข “ภญ.ยุพดี” ชี้เจตนารมณ์ชัดมอง “เงินเรื่องใหญ่” ปกป้องหน่วยบริการ หวั่นกระทบสิทธิประโยชน์ประชาชน ด้าน”สมชาย” ย้ำว่าแก้ไขกฎหมาย คือ การล้มระบบหลักประกันสุขภาพฯ อย่างสิ้นเชิง เพราะขัดหลักการแรกเริ่มกฎหมาย ที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงบริการ โดยเงินไม่ใช่อุปสรรค แต่ที่ทำมุ่งเรื่องแก้ปัญหาการเงิน รพ.

จากกรณีคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา จัดเสวนาข้อเท็จจริงแก้ไขร่างพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ โดยมีการเสนอร่างแก้ไข 2 ฉบับของ นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับที่ 1 ซึ่งเป็นอดีตประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ.รพท.) และผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นผู้แทนกรรมการบริหารเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) โดยยืนยันไม่ได้ล้มบัตรทอง หรือมุ่งร่วมจ่าย และไม่กระทบการให้บริการรักษาประชาชนนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จัดงานเสวนา “ทำไมภาคประชาชนจึงคัดค้านการแก้พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

โดยรศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวถึงร่างแก้ไขกฎหมายบัตรทอง 2 ฉบับ ว่า จากการอ่านร่างพ.ร.บ. 2 ฉบับ มีหลักการเหตุผลสำคัญ 4 ข้อทั้ง 2 ฉบับ
อย่างกรณีร่างพ.ร.บ.ฯ ฉบับ ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ระบุหลักการเหตุผลว่า “เพื่อความสมดุล และมีข้อท้าทายเรื่องความยั่งยืนการเงินของระบบหลักประกันฯ ความสมดุลของสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนพึงได้รับ กับขีดความสามารถทางการเงินของประเทศ”

“นี่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า วันนี้ เงินเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่พูดถึงการหาทางออกว่า ทำอย่างไรให้ได้เงินมา ก็อาจต้องลดสิทธิประโยชน์ประชาชน และนอกจากนี้ อ.สนั่น ยังพูดว่า ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับต้นทุนบริการ ทั้งสองข้อแสดงชัดว่า เป็นห่วงผู้ให้บริการ กลัวมีเงินไม่พอจะให้บริการ และการให้สิทธิประโยชน์เยอะๆอาจไม่คุ้ม” รศ.ภญ.ยุพดี กล่าว

**หลักการกฎหมายบัตรทองเพื่อปชช. ไม่ใช่มุ่งดูแลรพ.

ส่วนร่างพ.ร.บ.ของนพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ระบุถึงเหตุผลชัดว่า เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และเกิดประสิทธิภาพในการให้บริการของหน่วยบริการ กรณีนี้พูดชัดเช่นกันว่า เป็นห่วงหน่วยบริการ นอกจากนี้ ยังระบุถึงการให้คงหลักการแยกผู้ซื้อบริการ ผู้ให้บริการ ผู้ควบคุม แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะร่างพ.ร.บ.ที่จะแก้ไขกลับไม่สอดคล้อง ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2545 หลักการของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ที่ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ได้ขับเคลื่อน กฎหมายพูดชัดเจนเพื่อประชาชน ไม่ได้พูดถึงต้องดูแลไม่ให้รพ.ไม่ขาดทุน แต่วันนี้การแก้ไขกำลังเปลี่ยนหลักการ

***ร่างกฎหมายใหม่ลดสัดส่วนภาคประชาชน

นอกจากนี้ เรื่องการปรับสัดส่วนกรรมการหลักประกันสุขภาพฯ หรือบอร์ดสปสช.ที่พูดพาดพิงถึงตัวเองว่า เป็นเภสัชกรอยู่ดีๆ ก็กลายมาเป็นผู้แทนเกษตรกร ซึ่งหมายถึงตนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่า ตนเป็นผู้แทนองค์กรผู้บริโภค ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จึงเข้ามาสมัคร ซึ่งระบุว่า ผู้บริโภคสมัครกลุ่มไหนก็ได้ จึงลงสมัครและได้รับเลือกถูกต้อง

ทั้งนี้ กรณีระบุกันว่า ร่างกฎหมายใหม่ยังมีภาคประชาชน และจะมาจากโควต้าของผู้แทนเขตสุขภาพ จากเดิมมีผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรอยู่ในบอร์ดเดิม 5 ท่านเลือกมาจาก 9 ท่าน เปลี่ยนเป็นผู้แทนเขตสุขภาพ เมื่อวิเคราะห์จะเห็นภาพว่า ผู้แทนที่จะมาแทนภาคประชาชนนั้น ต้องดูองคาพยพของผู้แทนมีทั้งหมด 44 ท่าน มีภาคประชาชน 11 ท่าน ซึ่งเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นวิชาชีพ แบบนี้ไม่น่าจะมีภาคประชาชนเข้ามา
อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มในคอมเมนต์

#ค้านแก้พรบบัตรทอง #แก้พรบบัตรทอง #ปฏิรูประบบสุขภาพ #กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข #ข่าวสุขภาพ

24/09/2026

ไลฟ์เวทีเสวนาของกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เปิดตัวบทเปรียบเทียบกฎหมายฉบับปัจจุบันกับร่างแก้ไข 2 ฉบับ พร้อมเจาะลึก 5 ประเด็นสำคัญ ตั้งแต่สิทธิประโยชน์พื้นฐานและการร่วมจ่าย บอร์ด สปสช. ปัญหาการเงินโรงพยาบาล ไปจนถึงโครงสร้างอำนาจและการกำกับระบบหลักประกันสุขภาพ
#คัดค้านการแก้กฎหมายบัตรทอง

วันนี้ 24 ก.ย. 69 มีไลฟ์คุยถึงเหตุผลที่ภาคประชาชนต้องคัดค้านการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  #บัตรทอง  #ถ้วนหน้าเ...
24/09/2026

วันนี้ 24 ก.ย. 69 มีไลฟ์คุยถึงเหตุผลที่ภาคประชาชนต้องคัดค้านการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ #บัตรทอง #ถ้วนหน้าเท่าเทียม

📣 ขอเชิญติดตามรับชมเวทีเสวนา
“ทำไมภาคประชาชนจึงคัดค้านการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งนี้”

เปิดตัวบทเปรียบเทียบ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 กับร่างแก้ไข 2 ฉบับ ชวนดูว่าแก้อะไร เปลี่ยนอะไร และอาจมีผลต่อประชาชนอย่างไร

🗓️ 24 กันยายน 2569 เวลา 10.00–12.00 น.
📍 ชั้น 2 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

🔴 ถ่ายทอดสดทาง Facebook Live กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ
https://www.facebook.com/PeopleHealthSystemsMovement

#กฎหมายบัตรทอง #สิทธิบัตรทอง #หลักประกันสุขภาพ

📣📣ประชาสัมพันธ์🖋เลือกตั้ง  #บอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้ ทั้ง  #นายจ้าง และ  #ผู้ประกันตน อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง👓ดูหม...
22/09/2026

📣📣ประชาสัมพันธ์
🖋เลือกตั้ง #บอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้ ทั้ง #นายจ้าง และ #ผู้ประกันตน อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
👓ดูหมายเลขผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ในฝั่ง "นายจ้าง" https://my.eboox.cc/Candidates-for-Employer/
👓ดูหมายเลขผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ในฝั่ง "ผู้ประกันตน" https://my.eboox.cc/Candidates-for-Insured/

❗❗อย่าลืมผู้เลือกตั้ง 1⃣ คน ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ 7⃣ เบอร์
🖋🖋 ให้เขียนเป็นตัวเลขอารบิกในช่องเท่านั้น 🙅ห้ามกากบาท

เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทองแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขกฎหมายบัตรทองอย่างถึงที่สุด ชี้ สว. แก้กฎหมายบัตรทองครั้งนี้ ทำล...
21/09/2026

เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทองแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขกฎหมายบัตรทองอย่างถึงที่สุด ชี้ สว. แก้กฎหมายบัตรทองครั้งนี้ ทำลายหลักการของสิทธิบัตรทอง ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยที่เดินทางมาไกลเกินกว่าจะกลับไปสู่ระบบสังคมสงเคราะห์ ไม่ควรให้การร่วมจ่าย ณ จุดบริการ มาเป็นอุปสรรคสำคัญการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานของประชาชน
#บัตรทอง #ถ้วนหน้าเท่าเทียม

เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทองแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขกฎหมายบัตรทองอย่างถึงที่สุด ชี้ สว. แก้กฎหมายบัตรทองครั้งนี้ ทำลายหลักการของสิทธิบัตรทอง ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยที่เดินทางมาไกลเกินกว่าจะกลับไปสู่ระบบสังคมสงเคราะห์ ไม่ควรให้การร่วมจ่าย ณ จุดบริการ มาเป็นอุปสรรคสำคัญการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานของประชาชน
------------------------------
นายศตคุณ คนไว หัวหน้าหน่วยงานเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทอง ออกแถลงการณ์ คัดค้านการแก้ไขกฎหมายบัตรทอง โดยระบุว่า พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ทำให้การจัดบริการด้านสาธารณสุข ไม่ได้เป็นเรื่องของความรวยความจน หรือดูตามเศรษฐสถานะของผู้รับบริการ ทำให้บริการด้านสาธารณสุขกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานมากกว่าการแสวงหาผลกำไร โดยรัฐนำเงินภาษีมาจัดบริการให้กับประชาชนที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคอย่างมีมาตรฐาน

ทั้งนี้ เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทอง เห็นว่าการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ฉบับกรรมาธิการสาธารณสุขของวุฒิสภา เป็นการเสี่ยงที่จะกระทบต่อเจตนารมณ์และหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการร่วมจ่ายจะทำให้ประชาชนคนไทยต้องกลับสู่ยุคล้มละลายจากการรักษาพยาบาลอีกครั้ง

นอกจากนี้ เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทอง จะจับตาอย่างใกล้ชิดและพร้อมส่งเสียงคัดค้านอย่างถึงที่สุด เพราะเห็นว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยเดินทางมาไกลเกินกว่าจะกลับไปสู่ระบบสังคมสงเคราะห์ เดินทางมาไกลเกินกว่าที่จะต้องกลับไปเป็นคนไข้อนาถา จึงไม่ควรให้การร่วมจ่าย ณ จุดบริการ มาเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานของประชาชน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข

🔵เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ร่วมกับภาคประชาสังคมจากข่ายเกษตร สุราพื้นบ้าน ผ...
18/09/2026

🔵เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ร่วมกับภาคประชาสังคมจากข่ายเกษตร สุราพื้นบ้าน ผู้บริโภค เครือข่ายงดเหล้า เข้าร่วมเวทีเสวนา “การอภิปรายเกี่ยวกับผลกระทบจากการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (อียู)” ที่จัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา

🔵"กรรณิการ์ กิจติเวชกุล" แสดงความห่วงกังวลต่อการเจรจา FTA ไทย-อียูรอบที่ 10 ที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนกันยายน 2569 เนื่องจากรัฐบาลมีแนวโน้มเร่งสรุปข้อตกลงให้จบภายในปีนี้ ขณะที่ประเด็นค้างเจรจาเป็นเรื่องส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง ทั้งการเกษตร สิทธิผู้บริโภค การเปิดเสรีแอลกอฮอล์ และการเข้าถึงยา อีกทั้งกระบวนการตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้บังคับต้องให้ผ่านรัฐสภา มีเพียง ครม. รับทราบ จึงขอให้ทีมเจรจาเปิดเผยท่าทีอย่างโปร่งใส

🔵ในประเด็นการเข้าถึงยา "เฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล" #ผู้จัดการโครงการเข้าถึงยา เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ระบุถึงเงื่อนไขเรื่องยาที่ EU เสนอ นอกจากทำให้ยาชื่อสามัญออกตลาดได้ช้าจนทำการแข่งขันได้ยากแล้ว ยังทำให้ค่าใช้จ่ายทางยาในประเทศมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นจาก 130,000 ล้านบาทในช่วง 10 ปีแรก เพิ่มเป็น 3.7 ล้านล้านบาทในช่วงอีก 30 ปี ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างระบบการรักษาพยาบาลในทุกระบบสุขภาพอย่างแน่นอน

🔵"ยุพา สุขเรือง" #ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ เรียกร้องให้ทีมเจรจาตัดเรื่องการเข้าถึงยาออกจากโต๊ะเจรจาการค้า เนื่องจากหากยามีราคาสูงขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่อง ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาชีวิตได้ และกระทบต่อความมั่นคงของระบบสุขภาพไทยในระยะยาว จึงอยากฝากให้ทีมเจรจานึกถึงชีวิตของผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพายา และไม่อยากให้นำชีวิตคนไปใช้เป็นเครื่องมือต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้า

🔵รัชวรรณ จินดาวัฒน์ #กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงว่าเรื่องยาเป็นประเด็นที่อียู เสนอมาตั้งแต่ต้นและถือเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวสูง ซึ่งทางกรมฯ ได้เน้นย้ำถึงข้อห่วงกังวลให้ฝ่าย EU รับทราบมาโดยตลอด ทุกการเจรจาจะดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง พร้อมนำข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวลจากภาคประชาสังคมในเวทีนี้ไปใช้ประกอบการเจรจารอบถัดไป
#เอฟทีเอไทยอียู #การเข้าถึงยา #สิทธิบัตรยา
อ่านข่าวฉบับเต็ม https://thaiplus.net/contents/4306

TNP+  เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ร่วมเวทีเสวนา “ระบบสุขภาพประกันสังคมในฝัน: ระบบสุขภาพในฝันของผู้ประกัน...
17/09/2026

TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ร่วมเวทีเสวนา “ระบบสุขภาพประกันสังคมในฝัน: ระบบสุขภาพในฝันของผู้ประกันตนสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับประกันสังคม” ส่ง 7 ข้อเสนอพัฒนาบริการสุขภาพผู้ประกันตน ยกระดับระบบสุขภาพประกันสังคมสู่ “มาตรฐานเดียว เท่าเทียม เป็นธรรม”

เมื่อวันที่ 17 กันยายน มีการเสวนา “ระบบสุขภาพประกันสังคมในฝัน: ระบบสุขภาพในฝันของผู้ประกันตนสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับประกันสังคม” ที่สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย
บัณฑิต แป้นวิเศษ ตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า ควรต้องปฏิรูป #ประกันสังคม ทั้งระบบให้เป็นอิสระ มีมืออาชีพเข้ามาบริหารงาน ไม่ใช่การแต่งตั้งโยกย้ายโดยผู้ไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีสมาชิกประกันสังคมเป็นผู้หญิงราว 13 ล้านคน ผู้ชาย 11 ล้านคน จึงต้องพัฒนาและปรับพื้นฐานให้สิทธิประโยชน์แรงงานหญิงและครอบครัวมากขึ้น เช่น สิทธิประโยชน์เรื่องการลาคลอด จาก 90 วันเป็น 120 วัน พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน ซึ่งแก้ไขแล้ว แต่กฎหมายของประกันสังคมยังไม่แก้ไข แม้นายจ้างจะให้หยุด 60 วัน แต่จ่ายค่าจ้างเพียง 45 วัน ในขณะที่เราต้องการให้หยุดได้ถึง 180 วันตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก เพื่อให้แม่ได้ให้นมลูกไม่น้อยกว่า 6 เดือน
บัณฑิต เสนออีกว่า เรื่องเงินสงเคราะห์บุตร 1,000 บาท ต้องปรับเป็น 3,000 บาท เพราะมีค่าใช้จ่ายมาก เช่น ค่านม ค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป เป็นต้น รวมถึงแยกการฝากครรภ์ออกมาจากสิทธิการรักษา เพราะเด็กจะมีคุณภาพได้ต้องมีการฝากครรภ์ 8 วันตามมาตรฐานขั้นต่ำขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งไม่เพียงพอ พร้อมทั้งควรต้องมีเงินชดเชยการขาดรายได้ และไม่ถือว่าการฝากครรภ์เป็นวันลาหยุดด้วย เพราะเป็นการพัฒนาคุณภาพประชากรในอนาคต ส่วนเรื่องประจำเดือนมาลาได้นั้น ต้องไม่คิดว่าการลาจากการปวดประจำเดือนเป็นการเจ็บป่วย และต้องมีค่าชดเชยการขาดรายได้ รวมถึงทำอย่างไรให้มีมุมนมแม่ มีอุปกรณ์เก็บนมแม่ที่ได้มาตรฐาน
“ประกันสังคมควรจะลงทุนข้อเสนอเรื่องสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์เหล่านี้ และแก้ไขนิยามคำว่าลูกจ้าง ให้เป็นคนทำงานที่มีรายได้ เพื่อครอบคลุมแรงงานทุกคนบนแผ่นดินไทย และให้ประกันสังคมมีความมั่นคงมากขึ้น” ตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อนหญิงเสนอ
ด้านอภิวัฒน์ กวางแก้ว รองประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากปัญหาสถานการณ์ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบประกันสังคม เช่น สูตรยาต้านไวรัสใหม่ที่เป็นมาตรฐานของประเทศล่าช้า ไม่ทันระบบอื่น ทำให้จำกัดสิทธิของผู้ประกันตนในการเข้าถึงยาที่ได้มาตรฐานตามปัจจุบัน รวมถึงการจ่ายยาต้านฯ ให้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีระยะสั้น เป็นเวลา 7 วัน - 1 เดือน จนต้องลางานไปรับยาบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อการทำงาน จึงขอเสนอต่อประกันสังคมดังนี้ 1.ให้ผู้ประกันตน สามารถเข้าถึงบริการโรงพยาบาลของรัฐได้ทุกแห่ง และเข้าถึงโรงพยาบาลรัฐได้ทุกระดับ เพื่อลดอุปสรรคต่อการรักษาที่ต่อเนื่อง 2.ปรับเกณฑ์การเปลี่ยนสิทธิ ให้ปรับสิทธิได้ปีละ 4 ครั้งเช่นเดียวกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)
อภิวัฒน์ เสนออีกว่า 3.เร่งอนุมัติสูตรยา หรือ #สิทธิประโยชน์ ใหม่ให้ทันสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงยาที่เป็นปัจจุบัน รวมถึงการจ่ายยาต้านฯ อย่างน้อยต้อง 3 – 6 เดือน เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตในการทำงาน 4.เปลี่ยนสิทธิประโยชน์เรื่องทันตกรรมให้เท่าเทียมสิทธิอื่น ยกเลิกการจำกัดวงเงินทันตกรรมขั้นพื้นฐาน 900 บาทต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอ และรักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่จำกัดเพดาน ห้ามเรียกเก็บเงินเพิ่ม 5.ปรับสิทธิการคลอดบุตร สร้างสวัสดิการเด็กแรกเกิด ให้การคลอดบุตรเป็นสิทธิการรักษา โดยคลอดบุตรฟรีในสถานพยาบาลตามสิทธิแบบไม่ต้องสำรองจ่าย และเปลี่ยนค่าคลอดเป็นเงินขวัญถุงสวัสดิการเด็กแรกเกิด เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตเด็กโดยตรง
6.ยกระดับการเข้าถึงสาธารณสุขวิถีใหม่ การสนับสนุนการแพทย์ทางไกล เทเลเมด โดยไม่เก็บเงินปลายทาง 7.การเข้าถึงร้านยาคุณภาพใกล้บ้านฟรี เมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย รวมถึงรักษามะเร็งได้ทุกที่ เพื่อให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุม และกว้างขวางมากยิ่งขึ้น 8.เพิ่มกลไกการคุ้มครองสิทธิและการมีส่วนร่วม จัดตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพด้านเอชไอวี โดยมีกรรมการฝ่ายผู้ประกันตนเป็นประธาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการดูเรื่องสิทธิประโยชน์ 9.พัฒนาช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนให้เข้าถึงได้ และ 10.ทำให้ระบบสุขภาพเป็นมาตรฐานเดียว เท่าเทียม เป็นธรรม โดยรวมระบบร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ภาวนาพร ชนะศรีโยธิน ตัวแทนจากทีม 1663+ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการทำคือส่งเสริมการตั้งครรภ์ต่ออย่างมีคุณภาพของผู้ประกันตน ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่มีในตอนนี้ไม่สอดคล้องกับหญิงตั้งครรภ์ในระบบประกันสังคม เพราะเขาถูกลดโอที และขาดรายได้ จึงต้องสนับสนุนดูแลรายได้ที่ขาดไป ดังนี้ 1.ประกันสังคมต้องดูแลสนับสนุนแม่และเด็กตั้งแต่ฝากท้องถึงคลอด 3,000 บาทต่อเดือน 2.ให้การฝากครรภ์และการคลอดเป็นสิทธิประโยชน์โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเหมือนบัตรทอง เพื่อให้การฝากครรภ์ง่ายขึ้น และ 3.นำค่าคลอดเหมาจ่ายมาเป็นเงินช่วยเหลือสนับสนุนค่าใช้จ่ายของแม่และเด็ก 15,000 บาท
ส่วนศรีไพร นนทรี ตัวแทนจากมูลนิธิทำทาง ให้ความเห็นว่า แม้ประกันสังคมจะประกาศให้เข้าถึงสิทธิยุติครรภ์แล้ว แต่ยังเข้าถึงไม่ได้จริง เพราะโรงพยาบาลต้นสังกัดปฏิเสธ ไม่ทำให้ รวมถึงต้องใช้ใบส่งตัว ทำให้ผู้ประกันตนเข้าไม่ถึงสิทธิ จนอายุครรภ์เพิ่มขึ้น เกิดความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น นอกจากนี้โรงพยาบาลต้นสังกัด มีทัศนะต่อการยุติครรภ์ ทำให้ผู้ประกันตนอับอาย และส่งผลต่อจิตใจ โดยเฉพาะผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ที่จ่ายเงินสมทบเช่นกัน
ศรีไพร กล่าวว่า ต้องการเห็นประกันสังคมประชาสัมพันธ์สิทธิในการยุติครรภ์ให้มากขึ้น เพื่อลดอคติ และให้ผู้ประกันตนเข้ารับบริการ #ยุติครรภ์ ที่ไหนก็ได้ เช่นเดียวกับการทำฟัน โดยไม่ต้องสำรองจ่าย รวมถึงควรมีบทกำหนดโทษที่ชัดเจนต่อสถานบริการที่ทำให้ผู้ประกันตนเข้าไม่ถึงสิทธิด้วย
ขณะที่ ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน ตัวแทนทีม #ประกันสังคมก้าวหน้า ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยกับการรวมกองทุนสุขภาพ เพื่อให้สิทธิการรักษาของประกันสังคมกับบัตรทองเป็นสิทธิเดียวกัน เพื่อมีอำนาจต่อรองในเรื่องต่างๆ ได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ไม่ให้ถูกกำหนดโดยโรงพยาบาลเอกชน โดยจะพยายามขับเคลื่อนเพื่อพูดคุยกับ สปสช. ทั้งนี้ ต้องดูว่าทำได้แค่ไหน และให้ประกันสังคมฝ่ายภาครัฐ นำเงินส่วนต่างที่หายไปจากการจ่ายเงินสมทบ 2.75% ในขณะที่ผู้ประกันตน และนายจ้างสมทบฝ่ายละ 5% นั้น มาเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเรื่องการรักษา หรือเพิ่มบำนาญให้กับผู้ประกันตน
ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า ตอบรับในประเด็นเรื่องสถานการณ์การรับยาต้านฯ ที่ผู้ติดเชื้อฯ ต้องมารับยาบ่อยครั้งว่า ต้องแก้ไขให้โรงพยาบาลสามารถสร้างระเบียบในการรับยาได้เป็น 6 – 12 เดือน รวมถึงมีนโยบายการรับยาใกล้บ้าน ที่อาจประสานร้านขายยาเข้าร่วมโครงการได้
ขณะที่ การสำรองจ่ายค่าคลอดของผู้ประกันตนนั้น ธนพงษ์ เห็นว่า ไม่ควรจะเกิดขึ้น และจะพยายามขับเคลื่อนให้ค่าคลอดเป็นสิทธิการรักษา โดยที่เงินสนับสนุนค่าคลอด 15,000 บาทนั้นยังคงอยู่ และอาจเป็นเงินสมทบสำหรับเด็กแรกเกิดไป ส่วนการฝากครรภ์ไม่ต้องสำรองจ่าย ให้เป็นสิทธิเหมาจ่ายแทน นอกจากนั้น เรื่องท้องไม่พร้อมอาจทำให้เป็นสิทธิพิเศษ เพราะมีความละเอียดอ่อนในทางการแพทย์ หากโรงพยาบาลไหนทำก็ให้มีศูนย์ท้องไม่พร้อมโดยเฉพาะและไม่ต้องขอใบส่งตัว หรือส่งยาให้ได้ในกรณีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ รวมทั้งมีการขยายอายุศูนย์เด็กเล็กให้เป็น 0 – 12 ปี มีศูนย์เลี้ยงเด็กประจำอำเภอ และมีนโยบายเพิ่มค่าเล่าเรียนบุตรเป็น 5,000 บาท เพื่อส่งเสริมสุขภาพของเด็ก
ด้าน อรอนงค์ นิธิภาคย์ ตัวแทนทีม #ประกันสังคมชัดเจน ให้ความเห็นว่า จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างก่อน โดยให้บอร์ดทุกชุดมาจากผู้ประกันตน รวมถึงจะตั้งสภาผู้ประกันตน เพื่อสะท้อนเสียงเข้าไปเพื่อให้การเข้าถึงสิทธิดีขึ้น และจะตั้งโรงพยาบาลของผู้ประกันตน ให้เข้าถึงได้ง่าย มีเซฟโซน เพื่อดึงกำไร และลดรอยต่อของปัญหา นอกจากนี้จะปฏิรูปประกันสังคมให้ออกจากระบบราชการด้วย
ศิริศักดิ์ บัวชุม ตัวแทนทีม #พลังผู้ประกันตน กล่าวว่า ต้องการเห็นระบบสุขภาพในประกันสังคมที่เข้าถึงได้ ใช้สิทธิได้จริง ต่อเนื่อง ไม่ทิ้งใครระหว่างทาง สามารถใช้บัตรประชาชนเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาล ให้เป็นสิทธิติดตามตัว หากโรงพยาบาลใดดูแลไม่ได้ ต้องส่งต่ออย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน รวมทั้ง เห็นด้วยกับการรวมกองทุน เพื่อให้ระบบสุขภาพดีขึ้น โดยที่ประกันสังคมต้องคุ้มครองได้จริง โปร่งใส และกองทุนมีความยั่งยืน ส่งถึงมือลูกหลานในอนาคตได้อย่างไม่ลดสิทธิเดิม แต่เพิ่มเติมสิทธิใหม่

จี้ รบ.–รัฐสภา จับตาเจรจา FTA ไทย–EU รอบ 10 หวั่นข้อผูกพัน กระทบเกษตรกร-ยา-สุขภาพ-ประโยชน์สาธารณะภาคประชาชน 146 องค์กร ว...
17/09/2026

จี้ รบ.–รัฐสภา จับตาเจรจา FTA ไทย–EU รอบ 10 หวั่นข้อผูกพัน กระทบเกษตรกร-ยา-สุขภาพ-ประโยชน์สาธารณะ
ภาคประชาชน 146 องค์กร วอน คณะผู้แทนเจรจาฯ ยึดประโยชน์ สิทธิประชาชนเป็นสำคัญ ชี้ ไทยต้องไม่รับข้อผูกพัน UPOV 1991 ห่วง จำกัดสิทธิเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ ผลักต้นทุนเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น ยัน ไม่รับ TRIPS-plus ผูกขาดยา เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย 3.7 ล้านล้านบาทใน 30 ปี แนะไม่ควรเร่งปิดการเจรจา เน้นรักษาผลประโยชน์ประเทศ-ประชาชน

จี้ รบ.–รัฐสภา จับตาเจรจา FTA ไทย–EU รอบ 10 หวั่นข้อผูกพัน กระทบเกษตรกร-ยา-สุขภาพ-ประโยชน์สาธารณะ
ภาคประชาชน 146 องค์กร วอน คณะผู้แทนเจรจาฯ ยึดประโยชน์ สิทธิประชาชนเป็นสำคัญ ชี้ ไทยต้องไม่รับข้อผูกพัน UPOV 1991 ห่วง จำกัดสิทธิเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ ผลักต้นทุนเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น ยัน ไม่รับ TRIPS-plus ผูกขาดยา เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย 3.7 ล้านล้านบาทใน 30 ปี แนะไม่ควรเร่งปิดการเจรจา เน้นรักษาผลประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
📌 อ่านเนื้อหาเพิ่มในคอมเมนต์

#เกษตรกร #เมล็ดพันธุ์ #ผูกขาดยา

17/09/2026

แถลงสรุป “การอภิปรายเกี่ยวกับผลกระทบจากการเจรจา"

ที่อยู่

494 Lat Phrao 101(Soi 14), Lat Phrao Road, , Bangkapi
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6623775065

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย:

ทางลัด

แชร์