TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย

TNP+  เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ ประเทศไทย (TNP+)

🖐️แปะไว้ก่อน🟠เอกภพ สิทธิวรรณธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ  #พรรคประชาชน ยื่นกระทู้ถามไปยัง รมต.สาธารณสุข ประเด...
19/06/2026

🖐️แปะไว้ก่อน
🟠เอกภพ สิทธิวรรณธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ #พรรคประชาชน ยื่นกระทู้ถามไปยัง รมต.สาธารณสุข ประเด็น "ยุติเอดส์ภายในปี 2573" ใน 3 ข้อคำถามสำคัญ ได้แก่
1. แผนปฏิบัติการและกรอบเวลาเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายยุติเอดส์ภายในปี 2573
2. การจัดสรรงบประมาณด้านเอชไอวีที่เพียงพอต่อการยุติเอดส์
3. ความแตกต่างของชุดสิทธิประโยชน์ด้านการป้องกัน ตรวจคัดกรอง และรักษาเอชไอวีของทั้ง 3 กองทุน และแนวทางในการสร้างความกลมกลืน
#รอ รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ในลำดับถัดไป

[ยื่นกระทู้ถามเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายยุติเอดส์ภายในปี 2573]

วันนี้ผมยื่นกระทู้ถามทั่วไป ให้ รมต.สาธารณสุข ตอบในราชกิจจานุเบกษา มีเนื้อหาสรุปดังนี้ครับ

ประเทศไทยประกาศเป้าหมายยุติเอดส์ภายในปี 2573 ถึงแม้จะมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ และระบบบริการสุขภาพ แต่ผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาสังคมสะท้อนความเห็นว่า นโยบายขาดความต่อเนื่อง กลไกระดับชาติยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผมจึงขอถามรัฐบาลใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. แผนปฏิบัติการและกรอบเวลาเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายยุติเอดส์ภายในปี 2573
2. การจัดสรรงบประมาณด้านเอชไอวีที่เพียงพอต่อการยุติเอดส์
3. ความแตกต่างของชุดสิทธิประโยชน์ด้านการป้องกัน ตรวจคัดกรอง และรักษาเอชไอวีของทั้ง 3 กองทุน และแนวทางในการสร้างความกลมกลืน

ชวนติดตามคำตอบ รมต. สธ. กันครับ

เอกภพ สิทธิวรรณธนะ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

“งบฯบัตรทองปี 2570” ได้รับอยู่ที่  289,112  ล้านบาท สำหรับประชากรราว 47 ล้านคน คิดเป็นอัตราเหมาจ่ายรายหัว 4,669 บาทต่อคน...
16/06/2026

“งบฯบัตรทองปี 2570” ได้รับอยู่ที่ 289,112 ล้านบาท สำหรับประชากรราว 47 ล้านคน คิดเป็นอัตราเหมาจ่ายรายหัว 4,669 บาทต่อคนต่อปี

ส่องงบ 'บัตรทอง' ปี 70 เกือบ 3 แสนล้านบาท แต่ยังขาดอีกกว่า '3 หมื่นล้าน'
ส่องงบบัตรทอง ปี 2570 เกือบ 3 แสนล้าน ได้ต่ำกว่าขอกว่า 34,000 ล้าน งบผู้ป่วยในเพิ้มขึ้น 16,000 ล้าน ค่าส่งเสริมสุขภาพทะลุ 30,000 ล้าน บอร์ดสปสช.ปรับแผนเน้น ‘ใช้จ่ายคุ้มค่า’ เข้าถึงบริการ แต่ต้องสมดุลรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง
อาจเรียกได้ว่า “งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง” ปีงบประมาณ 2570 ถูกจับตามองเป็นพิเศษทั้งในเชิง “เม็ดเงิน”ที่ได้รับ และ “การบริหารจัดการเงิน”
เนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมามีการสะท้อนอย่างเข้มข้น ถึงภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินของรพ.รัฐ และเป้าที่ถูกหยิบยกมาชี้ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งคือ “การจัดสรรงบฯบัตรทอง” จนถึงขั้นเรียกร้องให้ “ปฏิรูปสปสช.(สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)”
📍ได้รับต่ำกว่าที่ขอราว 34,000 ล้าน
แม้ว่าคำของบประมาณขาขึ้น “กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือกองทุนบัตรทอง” ปีงบประมาณ 2570 จะอยู่ที่ 323,291 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราเหมาจ่ายต่อหัวประชากรที่ 5,299 บาทต่อคนต่อปี คิดเป็นการขอที่เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ราว 58,000 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 21.86 % และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 อนุมัติไว้ในวงเงิน 298,113 ล้านบาท
ทว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 ครม.ผ่านความเห็นชอบพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 และในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) มีการเปิดเผย “งบฯบัตรทองปี 2570”ได้รับอยู่ที่ 289,112 ล้านบาท สำหรับประชากรราว 47 ล้านคน คิดเป็นอัตราเหมาจ่ายรายหัว 4,669 บาทต่อคนต่อปี
ลดลงไปจากที่ครม.อนุมัติไว้ประมาณ 9,000 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 23,817 ล้านบาทหรือคิดเป็น 8.98 % และหากเทียบว่า "งบบัตรทอง 2570" ที่เพียงพอนั้น คือ ยอดตามจำนวนที่จัดทำคำขอขึ้นไป เท่ากับ "เงินที่ได้รับตามพ.ร.บ.งบประมาณ"นั้น ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงที่มีการประมาณการจะเกิดขึ้นถึง 34,000 ล้านบาท
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1238559
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic #กรุงเทพธุรกิจHealth

🥺ขอ 50,000 รายชื่อ เพื่อ  #เปิดทาง ให้เกิดกระบวนการที่ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเขียนกฎหมาย  #รัฐธรรมนูญฉบับใหม่👊เครือ...
13/06/2026

🥺ขอ 50,000 รายชื่อ เพื่อ #เปิดทาง ให้เกิดกระบวนการที่ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเขียนกฎหมาย #รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
👊เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ หรือ Con For All และเครือข่ายภาคประชาชนจากหลากหลายกลุ่ม เชิญชวนประชาชนอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ มาเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยให้เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กำหนดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้หลักประชาธิปไตย ความหลากหลายและครอบคลุม การมีส่วนร่วมของประชาชน และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

📝ทั้งนี้การจะเพิ่มหมวดใหม่เข้าไปในรัฐธรรมนูญ เพื่อจะนำไปสู่การปูทางให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของภาคประชาชนได้นั้น ต้องอาศัยการเข้าชื่อของประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนถึง 50,000 รายชื่อ
💻ไม่ต้องรอช้า เรามาลงลายมือชื่อออนไลน์กันเลยภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ▶️https://conforall.com/

ชวนลงชื่อทางออนไลน์ได้แล้ววันนี้ !! คลิกที่เว็บไซต์ https://conforall.com/

ชวนทุกคนเข้าชื่อเสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ​ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 100%

ในวันนี้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำลังถูกขับเคลื่อนโดยพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนหลัก และนำเสนอกระบวนการที่จะให้ สว. สีน้ำเงิน มีอำนาจเหนือประชาชน ทั้งการหยิบเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ตามใจ และยังจะให้สว. มีอำนาจอนุมัติเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ https://www.ilaw.or.th/articles/58025

หากไม่มีแรงผลักดันจากด้านอื่นเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ อาจได้กระบวนการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ควบคุมโดย "สี" ทางการเมืองเพียงสีเดียว จึงเชิญชวนประชาชนช่วยกันส่งเสียงเพื่อหยุดยั้งกระบวนการนี้ โดยการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ในการเข้าชื่อกันให้ครบ 50,000 ชื่อ และเสนอร่างโมเดลที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ต้นน้ำในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ การร่วมแสดงความเห็นในการออกแบบเนื้อหา และปลายน้ำในการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ดูสรุปร่างฉบับที่ประชาชนจะเสนอได้ทาง https://www.ilaw.or.th/articles/58142

สำหรับความเร่งด่วนในรอบนี้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐสภาจะกำหนดวาระการประชุมเป็นวันไหน ซึ่งประธานรัฐสภา โสภณ ซารัมย์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตั้งเป้าจะพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งหมายความว่า "รีบมาก" ต้องได้รายชื่อประชาชนให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันเสนอร่างของภาคประชาชนเข้าแข่งขันด้วย ทั้งนี้ต้องติดตามสถานการณ์การตัดสินใจรัฐสภาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

📍ผู้ติดเชื้อฯ ที่เป็น  #ผู้ประกันตน ใน  #ระบบประกันสังคม รายใดเบื่อกับปัญหายาต้านไวรัสฯ ขาดแคลน ต้องลางาน เสียเวลา และค่...
12/06/2026

📍ผู้ติดเชื้อฯ ที่เป็น #ผู้ประกันตน ใน #ระบบประกันสังคม รายใดเบื่อกับปัญหายาต้านไวรัสฯ ขาดแคลน ต้องลางาน เสียเวลา และค่าเดินทางไปรับยาบ่อย ๆ อีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ คือ “บอร์ด” หรือ “คณะกรรมการประกันสังคม” ที่ช่วยทำหน้าที่พิจารณานโยบาย การบริหารกองทุน และการพัฒนาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตนทั่วประเทศ

📣อยากเชิญชวนให้มาลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้ง #บอร์ดประกันสังคม ชุดใหม่กัน เพื่อหาผู้แทนของผู้ประกันตนที่จะเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงในการปกป้อง ดูแล และสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนได้คุ้มค่ากับเงินที่ร่วมจ่ายสมทบไปทุกเดือน

📝ผู้ประกันตนสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 3 ช่องทาง
1️⃣ แอปพลิเคชัน SSO+
2️⃣เว็บไซต์ www.sso.go.th
3️⃣สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ

🔈ประกาศผลผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
#เลือกตั้ง วันที่ 27 กันยายน 2569

*ภาพประกอบจากเพจ ssofanpage

มาฟังมุมของประกันสังคมชี้เแจงเรื่อง  #ยาต้านไวรัสฯ  #เอชไอวี  #ระบบประกันสังคม ขาดแคลนกันบ้าง...🟡สำนักงานประกันสังคม ขอย...
11/06/2026

มาฟังมุมของประกันสังคมชี้เแจงเรื่อง #ยาต้านไวรัสฯ #เอชไอวี #ระบบประกันสังคม ขาดแคลนกันบ้าง...
🟡สำนักงานประกันสังคม ขอยืนยันว่ายาต้านไวรัสเอชไอวีในโครงการประกันสังคมที่จัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรมเพื่อจัดส่งให้สถานพยาบาลคู่สัญญาไม่ขาดแคลนแต่อย่างใด องค์การเภสัชกรรมสามารถดำเนินการจัดส่งยาได้ตามปกติ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบว่า สาเหตุของปัญหาเกิดขึ้นจากสถานพยาบาลแห่งนี้ประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการภายใน อันเนื่องมาจากการขาดแคลนบุคลากรที่รับผิดชอบในการบันทึกข้อมูลการใช้ยาเพื่อดำเนินการเบิกยาต้านไวรัสเอชไอวีผ่านระบบ จนส่งผลให้ผู้ประกันตนบางส่วนได้รับผลกระทบจากการรับบริการ

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงยาโครงการประกันสังคมภายใต้คณะกรรมการการแพทย์ เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 ได้เสนอแนะให้สำนักงานประกันสังคมประสานกับองค์การเภสัชกรรมร่วมพัฒนากลไกการติดตามและเฝ้าระวังการบริหารจัดการยาต้านไวรัสเอชไอวีเชิงรุก โดยใช้ข้อมูลการเบิกจ่ายยาและข้อมูลผู้ป่วยในระบบเพื่อเฝ้าระวังและตรวจจับความผิดปกติของการเบิกยาในสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยอยู่ในความดูแล หากสถานพยาบาลไม่มีการเบิกยาตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสม จะต้องเร่งตรวจสอบความผิดปกติ และรีบดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ประกัน

(อ่านเพิ่มเติมได้จากโพสต์ที่แชร์)........................................
📣เอาเป็นว่าหลังเดือนมิถุนายน ผู้ประกันตนคนใดยังมีปัญหาไม่ได้รับยาต้านฯ ครบถ้วน ต้องลางานไปรับยาบ่อยๆ แจ้งปัญหามาที่ #เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ได้ เพื่อช่วยกันติดตาม
---------------

สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอชไอวี ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีของสถานพยาบาลไม่ครบถ้วน

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอชไอวี ประสบปัญหาการรับยาต้านไวรัสเอชไอวีไม่ครบถ้วนจากสถานพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมทำให้ต้องเสียเวลาเดินทางไปรับยาหลายครั้งนั้น

สำนักงานประกันสังคม ขอยืนยันว่ายาต้านไวรัสเอชไอวีในโครงการประกันสังคมที่จัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรมเพื่อจัดส่งให้สถานพยาบาลคู่สัญญาไม่ขาดแคลนแต่อย่างใด องค์การเภสัชกรรมสามารถดำเนินการจัดส่งยาได้ตามปกติ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบว่า สาเหตุของปัญหาเกิดขึ้นจากสถานพยาบาลแห่งนี้ประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการภายใน อันเนื่องมาจากการขาดแคลนบุคลากรที่รับผิดชอบในการบันทึกข้อมูลการใช้ยาเพื่อดำเนินการเบิกยาต้านไวรัสเอชไอวีผ่านระบบ จนส่งผลให้ผู้ประกันตนบางส่วนได้รับผลกระทบจากการรับบริการ ทั้งนี้ สปส.ได้แจ้งให้สถานพยาบาลดำเนินการบันทึกข้อมูลการใช้ยาในการเบิกยาต้านไวรัสเอชไอวีผ่านระบบให้เป็นปัจจุบัน และให้เร่งประสานผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการภายในของสถานพยาบาลดังกล่าว เข้ารับยาต้านไวรัสเอชไอวีเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามจำนวนที่เคยได้รับ หากตรวจพบว่ายังมีข้อร้องเรียนสถานพยาบาลในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก สำนักงานประกันสังคมจากพิจารณาดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาซึ่งจะมีผลต่อการเข้าร่วมเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญาต่อไป

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงยาโครงการประกันสังคมภายใต้คณะกรรมการการแพทย์ เมื่อวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 ได้เสนอแนะให้สำนักงานประกันสังคมประสานกับองค์การเภสัชกรรมร่วมพัฒนากลไกการติดตามและเฝ้าระวังการบริหารจัดการยาต้านไวรัส HIV เชิงรุก โดยใช้ข้อมูลการเบิกจ่ายยาและข้อมูลผู้ป่วย HIV ในระบบเพื่อเฝ้าระวังและตรวจจับ
ความผิดปกติของการเบิกยาในสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยอยู่ในความดูแล หากพบว่าสถานพยาบาลไม่มีการเบิกยาตามรอบระยะเวลาที่เหมาะสมจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และเร่งแก้ไขปัญหาในทันทีเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะกระทบต่อสิทธิของผู้ประกันตน

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมขอยืนยันความมุ่งมั่นในการกำกับดูแลระบบบริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์
ด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง และมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาและป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกันตนในลักษณะดังกล่าวอีกในอนาคต
------------------------------------------
“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน”
ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

✨️“เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ เผยปัญหา รพ.ประกันสังคมจ่ายยาต้านไวรัสฯ ไม่ครบตามหมอสั่ง ทำผู้ป่วยแบกรับค่าใช้จ่าย-เสี่ย...
10/06/2026

✨️“เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ เผยปัญหา รพ.ประกันสังคมจ่ายยาต้านไวรัสฯ ไม่ครบตามหมอสั่ง ทำผู้ป่วยแบกรับค่าใช้จ่าย-เสี่ยงขาดยา ทั้งที่หลายฝ่ายออกมายืนยันว่ายาต้านฯไม่ขาดสต็อค จี้ประกันสังคมเร่งแก้ไขร่วมกับรพ. และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก”✨️
✴️✴️✴️✴️✴️✴️

🔵จากกรณีที่เกิดปัญหาการขาดแคลนยาต้านไวรัสฯ จนทำให้ผู้ติดเชื้อฯ ต้องมารับยาที่โรงพยาบาลบ่อย ๆ นั้น 'ยุพา สุขเรือง' ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ( #เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ) กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่มีเพื่อนผู้ติดเชื้อฯ ในพื้นที่รายงานเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่ก่อนมีสงครามอีก จึงสะท้อนให้เห็นว่าน่าจะเป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการมากกว่า เพราะถ้าเทียบสัดส่วนในภาพรวมที่เครือข่ายฯ ได้รับข้อมูลจากเพื่อนๆผู้ติดเชื้อฯ ก็จะพบว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังจ่ายยาต้านไวรัสฯ ได้เป็นปกติ

🔵“อยากหาสาเหตุที่แท้จริงเหมือนกันว่าทำไมโรงพยาบาลบางแห่งถึงมีปัญหาเรื่องการจ่ายยาไม่ตรงตามที่หมอสั่ง จึงอยากเห็นการแก้ปัญหาระดับนโยบายให้ทั้งองค์การเภสัชกรรม ประกันสังคม สปสช. รวมไปถึงฝ่ายงานเภสัชมาแลกเปลี่ยนว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน

เพราะเวลามีปัญหาว่ายาไม่พอ ทางโรงพยาบาลมักบอกว่าสั่งเบิกไปแล้วแต่ยายังไม่มาส่ง ส่วนองค์การเภสัชกรรมก็บอกว่ายาไม่ขาดแคลนส่งให้ตามที่โรงพยาบาลคีย์ข้อมูลมา จึงน่าจะมีการหารือแนวทางบริหารจัดการยาร่วมกัน เพื่อสร้างแนวทางการเบิกจ่ายยาได้ตรงตามแนวทางการรักษาและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่เน้นให้ผู้ติดเชื้อฯ ที่รักษาต่อเนื่องจนคงที่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมารพ.บ่อย ลดภาระการให้บริการของรพ.และลดค่าใช้จ่าย ลดการเดินทางของผู้ติดเชื้อฯด้วย” ยุพากล่าว

🟢ด้าน 'อภิวัฒน์ กวางแก้ว' รองประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ มองว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อฯ ได้รับยาต้านไวรัสฯ ไม่ครบตามแพทย์สั่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ ต่อเนื่องหลายปีแล้ว โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งในระบบประกันสังคม

🟢โดยส่วนตัวได้รับเรื่องร้องเรียนจากเพื่อนผู้ติดเชื้อฯ ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หลายราย เช่น บางคนหมอเขียนใบสั่งยาให้ 3 เดือน แต่เวลาไปรับยาที่ห้องจ่ายยากลับได้รับมาเพียง 1 เดือน หรือ 15 วัน หรือ 7 วันก็มี สร้างความลำบากใจให้ผู้ประกันตนที่ต้องลางานไปรับยาบ่อยๆ เพราะผู้ติดเชื้อฯ ไม่ได้มีอาการป่วย แข็งแรงดี ไปทำงานได้ปกติ ทำให้บางคนอาจลางานไม่ได้ ขาดยา หรือต้องไปซื้อยาจากคลินิกแทน เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายอย่างไม่จำเป็น

🟢อภิวัฒน์เล่าให้ฟังว่าเคยนำเรื่องร้องเรียนส่งไปยังสำนักงานประกันสังคมอยู่หลายครั้ง ทั้งยื่นหนังสือในนามเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ โทรศัพท์ร้องเรียนไปยังสำนักงาน รวมไปถึงขอเข้าพบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ดูเหมือนไม่ได้รับการตอบสนองดีเท่าที่ควร

🟢สำนักงานประกันสังคมให้คำแนะนำว่าควรให้คนที่เดือดร้อนเข้ามาร้องเรียนโดยตรง จะได้จัดการปัญหาเป็นรายกรณี ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนกังวลผลกระทบในแง่ของการรักษาความลับและการเข้ารับบริการในครั้งถัดไปจากสถานพยาบาลที่ถูกร้องเรียน จึงสะท้อนให้เห็นว่าสิทธิประกันสังคมยังไม่มีกลไกในการปกป้องคุ้มครองสิทธิอย่างจริงจังเลย

🟢อภิวัฒน์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า อยากเสนอไปที่สำนักงานประกันสังคม และบอร์ด (คณะกรรมการ) ประกันสังคม ให้เร่งแก้ไขปัญหาการจ่ายยาต้านไวรัสฯ ไม่ตรงตามแนวทางการรักษา และควรมีการกำกับติดตามและควบคุมทั้งคุณภาพและมาตรฐานการรักษาให้กับสถานพยาบาลที่เป็นคู่สัญากับประกันสังคม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการระบบ

เช่น ตอนนี้ รพ.ประกันสังคมหลายแห่ง ทั้งรัฐและเอกชน จ่ายยาต้านไวรัสฯ เป็นปกติเพียง 1- 2 เดือน ทำให้ผู้ประกันต้องมาบ่อยโดยไม่จำเป็น ต้องให้ประกันสังคมไปหาทางแก้ ให้ รพ.จ่ายยาตามมาตรฐานสำหรับคนที่รักษาคงที่คือ 3 - 6 เดือน ตามแนวทางการรักษาที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้คนได้รักษาต่อเนื่อง ไม่ขาดยา

หรือถ้าพบสถานพยาบาลคู่สัญญาจัดบริการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ก็ต้องมีระบบติดตามตรวจสอบปัญหาและพัฒนาให้ได้ตามมาตรฐาน ไม่ใช่เพียงแก้เป็นปัญหาเป็นราย ๆ เท่านั้น

#ยาต้านไวรัสฯ #ประกันสังคม #เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ

 #องค์การเภสัชกรรม ยืนยันว่า  #ยาต้านไวรัสฯ มีเพียงพอ ซึ่งปัจจุบันยังมีสำรองยาไว้อยู่ประมาณ 3-6 เดือน โดยในการจัดส่งยา อ...
09/06/2026

#องค์การเภสัชกรรม ยืนยันว่า #ยาต้านไวรัสฯ มีเพียงพอ ซึ่งปัจจุบันยังมีสำรองยาไว้อยู่ประมาณ 3-6 เดือน โดยในการจัดส่งยา องค์การเภสัชฯ จะส่งตรงไปที่โรงพยาบาลแต่ละแห่ง ทั้งในระบบประกันสังคมและหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีการจัดส่งให้ทุกเดือนโดยไม่ได้มีการตัดยอดแต่อย่างใด

อภ.ยันยาต้านไวรัส HIV ไม่ขาดแคลน สำรองวัตถุดิบถึงปี 70 ตรึงราคาช่วยผู้ป่วย แม้ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง!

----------------------------

องค์การเภสัชฯ ยันยาต้านไวรัสเอชไอวี ไม่ขาดแคลน! สำรวจนานถึงไตรมาส 2 ปีงบ 2570 แม้ต้นทุนโลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์พุ่งสูง พร้อมปรับแผนรับมือสงครามตะวันออกกลาง กรณีคืนยาใกล้หมดอายุ ไม่รับคืน ป้องกันกักตุน

จากกรณีมีผู้ประกันตนออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่าตนเป็นผู้ติดเชื้อ HIV และล่าสุดเมื่อไปรับยาต้านไวรัสที่โรงพยาบาลเอกชนซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ได้ยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง ต้องไปๆ กลับๆ โรงพยาบาลถึง 7 เที่ยวนั้น

ล่าสุด 9 มิ.ย. 2569 พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงสถานการณ์การผลิตและการจัดส่งยาต้านไวรัส HIV ว่า สถานการณ์การผลิตขององค์การเภสัชกรรมไม่มีปัญหา องค์การเภสัชกรรมผลิตยาต้านไวรัสเอชไอวีประมาณ 4 ตัวหลัก ครอบคลุมตามแนวทางหลัก (Guideline) สำหรับผู้ติดเชื้อ และยังมีอีกประมาณ 2 ตัวที่เป็นยาเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการดื้อยาตัวหลัก ตอนนี้เรามียาสำรองอยู่ประมาณ 3-6 เดือน โดยในการจัดส่งยา อภ.จะส่งตรงไปที่โรงพยาบาลแต่ละแห่ง ทั้งในระบบประกันสังคมและหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีการจัดส่งให้ทุกเดือนโดยไม่ได้มีการตัดยอดแต่อย่างใด

ในส่วนยาต้านไวรัสเอชไอวีตัวที่ผู้ประกันตนโพสต์นั้น ตรวจสอบแล้วพบว่ามีกำลังการผลิตอยู่ที่เดือนนึงประมาณ 350,000 ขวด (ขนาดบรรจุขวดละ 30 เม็ด สำหรับรับประทาน 1 เดือน) ซึ่งเป็นการผลิตตามปกติ ไม่มีการค้างส่งให้กับรพ.ใด

เมื่อถามถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ต่อต้นทุนและการตรึงราคายาของ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า อภ.ยังสามารถตรึงราคาไว้ได้ แม้ว่าความจริงจะมีต้นทุนเรื่องโลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 4-5% แม้ค่าโลจิสติกส์จะเพิ่มไปถึง 10% ส่งผลให้ภาระต้นทุนสูงขึ้นและกำไรน้อยลง แต่มีการบริหารจัดการโดยประหยัดต้นทุนในส่วนอื่นแทน เช่น มีการประหยัดพลังงานและใช้วิธีต่อรองราคาวัตถุดิบ เนื่องจากการสำรองยาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบมากขึ้น จึงมีอำนาจในการต่อรองราคามากขึ้นด้วย

สถานการณ์สงครามส่งผลให้เกิดความตกใจแค่ในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของค่าขนส่ง แต่เนื่องจากตอนนี้เราเปลี่ยนนโยบายมาสำรองวัตถุดิบไว้สำหรับใช้งาน 1 ปี ซึ่งเมื่อก่อนบริหารแบบซื้อวัตถุดิบให้น้อยที่สุดประมาณ 3 เดือน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อคลังสินค้า ยกเว้นบางตัวที่อาจซื้อ 6 เดือน แต่ปัจจุบันซื้อสำรองไว้ 1 ปี ทำให้ปริมาณการซื้อเพิ่มขึ้นและต่อรองราคาได้ดีขึ้นมาก โดยแผนการสำรองตอนนี้ครอบคลุมไปจนถึงไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2570 ยังคงผลิตได้ตามปกติแม้ต้นทุนจะสูงขึ้นและกำไรลดลงเพราะเป็นหน่วยงานรัฐ

“ยายังมีเพียงพอ ยาที่องค์การเภสัชกรรมผลิตอยู่ไม่มีตัวไหนที่มีแนวโน้มว่าจะขาดแคลน เพียงแต่ตอนนี้ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง คือ เรื่องโลจิสติกส์จากราคาน้ำมันที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลง และราคาบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น”พญ.มิ่งขวัญกล่าว

เมื่อถามถึงแผนงานหรือมาตรการเพิ่มเติมในระบบกระจายยา เพื่อป้องกันการกักตุนหรือปัญหาบริหารคลังยาของโรงพยาบาล พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า เป็นแผนเรื่องการส่งไปให้ผู้ใช้ เมื่อก่อนองค์การเภสัชกรรม เป็นประเภทใครซื้อมาเท่าไรเราก็ให้ซื้อ ซึ่งบางครั้งโรงพยาบาลซื้อไปเยอะ พอใช้ไม่หมด พอยาเริ่มอายุต่ำกว่าปีจะส่งคืน ซึ่งส่งคืนเราก็ต้องรับคืนโดยที่เก็บเงินไม่ได้

"ปีนี้จึงมีมาตรการขอให้ทุกคนรอบคอบมากขึ้นในการสั่ง ห้ามสั่งโอเวอร์ หากเกิน 1 ปีไปแล้วและอายุยาสั้นเราจะไม่รับคืน ซึ่งอันนี้จะเป็นตัวทำให้ทุกคนสั่งเท่าที่จำเป็น แม้จะทำให้ยอดขายขององค์การฯ น้อยลงด้วย แต่เราจำเป็นต้องทำ เพราะถ้าช่วงตื่นตระหนกแรกๆ ทุกคนอาจจะมีการสั่งโอเวอร์และกักตุนกันได้” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว



อ่านข่าวในคอมเมนต์

#ยาต้านไวรัสเอชไอวี #ผู้ประกันตน #องค์การเภสัชกรรม #อภ. #สงครามตะวันออกกลาง

มีเพื่อนผู้ติดเชื้อฯ รายใด โดยเฉพาะผู้ประกันตนในระบบ  #ประกันสังคม ได้รับผลกระทบจากการจ่าย  #ยาต้านไวรัสฯ ไม่ต่อเนื่อง จ...
09/06/2026

มีเพื่อนผู้ติดเชื้อฯ รายใด โดยเฉพาะผู้ประกันตนในระบบ #ประกันสังคม ได้รับผลกระทบจากการจ่าย #ยาต้านไวรัสฯ ไม่ต่อเนื่อง จนต้องหยุดงาน หรือหยุดเรียน เพื่อมารับยาบ่อยๆ มาแลกเปลี่ยนความเห็นเพิ่มเติมกันได้ เราจะได้ดูว่าระบบการกระจายยามีปัญหา หรือติดขัดตรงไหนบ้าง

รัฐบาลเผย ประกันสังคมตรวจสอบแล้ว “ยาต้านไวรัส HIV” ไม่ขาดแคลน หลังผู้ประกันตนเผยได้ยาไม่ครบ ต้องไป รพ. ถึง 7 รอบ คาดเกิดจากการบริหารจัดการจ่ายยาเฉพาะบาง รพ. ส่วนมากยังจ่ายยาได้ตามปกติ

อ่านเพิ่มเติม : https://www.thairath.co.th/news/politic/2938275?utm_campaign=trol_p

#ข่าวการเมือง #ไทยรัฐออนไลน์ #กรอบแกล้มข้าวเม่าอบกรอบ

🫢ลืมบอก....🔵เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ได้ส่งข้อเสนอเรื่องชุดสิทธิประโยชน์ปี 2569 ในประเด็นเกี่ยวกับการ...
08/06/2026

🫢ลืมบอก....
🔵เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ได้ส่งข้อเสนอเรื่องชุดสิทธิประโยชน์ปี 2569 ในประเด็นเกี่ยวกับการคัดกรอง #มะเร็งปากมดลูก ให้กับ สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ในเวทีรับฟังความเห็นในระดับเขต ไว้ดังนี้ ..
เราขอให้ สปสช. ช่วยพิจารณาการขยายชุดสิทธิประโยชน์ด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยเน้นให้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้เป็นโรค SLE และผู้ที่อยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ต้องได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA ตั้งแต่อายุ 25 ปี โดยให้ตรวจประจำทุก 3 ปี และไม่กำหนดเพดานอายุในการหยุดตรวจ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เป็นไปตามแนวทางของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ* เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวได้เข้าถึงการคัดกรองที่ได้มาตรฐาน
------------------------------------------------------------------
* หมายเหตุ: แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่องการตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูกในสตรีที่มีภูมิคุ้มกันตํ่า ได้นิยามกลุ่มสตรีที่มีภูมิคุ้มกันตํ่าไว้ ดังนี้ คือ1) ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 2) คนที่เป็นโรค Systemic Lupus Erythematosus (โรค SLE) ทั้งที่ได้และไม่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน 3) เป็นโรค rheumatoid arthritis หรือ inflammatory bowel disease และได้รับยากดภูมิคุ้มกัน 4) ได้รับการเปลี่ยนอวัยวะ 5) เคยได้รับ diethylstilbestrol ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และ 6) โรคหรือภาวะอื่น ๆ ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

โดยในกลุ่มสตรีที่มีภูมิคุ้มกันตํ่าได้รับคำแนะนำให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกรณีตรวจด้วยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA) เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี ความถี่ในการตรวจทุก 3 ปี ส่วนในกรณีตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear) ให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 21 ปี หรือเมื่อมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 1 ปี ความถี่ในการตรวจทุก 1 ปี ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก (The World Health Organization: WHO) ได้แนะนำให้เลือกใช้วิธีตรวจ high-risk HPV DNA เป็นลำดับแรก
--------------------------------------------------------------------------

ไขข้อสงสัย HPV ติดจากห้องน้ำสาธารณะได้หรือไม่ ? หลัง “เจนนี่ รัชนก” พบติดเชื้อนานกว่า 5 ปี
จากกรณีที่ "เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น" หรือ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ ออกมาเปิดเผยว่าตรวจพบเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งในอนาคต โดยพบเชื้อมานานกว่า 5 ปี และติดตามอาการอย่างต่อเนื่องมาตลอด
เจนนี่เล่าว่า หลังคลอดลูกสาวคนแรก "น้องยูจิน" ยังตรวจพบเชื้อ HPV อยู่ แต่แพทย์ยังไม่แนะนำให้รักษา เนื่องจากอายุยังน้อยและมีโอกาสที่ร่างกายจะกำจัดเชื้อได้เอง กระทั่งหลังคลอดน้องจาญ่า เมื่อตรวจซ้ำก็ยังพบเชื้ออยู่ แต่ผลเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
เจ้าตัวยังเผยอีกว่า โชคดีที่ตรวจพบเชื้อตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี พร้อมอยากให้ผู้หญิงทุกคนเข้ารับการตรวจคัดกรอง เพราะเชื้อ HPV สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน และแนะนำให้ดูแลสุขภาพด้วยการนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย รวมถึงหลีกเลี่ยงภาวะภูมิคุ้มกันตก เพื่อช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะเพิ่มจำนวน ซึ่งตนเองยังต้องไปติดตามอาการเป็นระยะ
ด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์ผ่านเพจ "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์" อธิบายเกี่ยวกับเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โดยระบุว่า HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ และสายพันธุ์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมากที่สุด คือ สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดง จึงสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว
ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ ข้อความที่ระบุว่า "เชื้อ HPV เกิดได้จากห้องน้ำสาธารณะ" ซึ่ง อ.เจษฎ์ อธิบายว่า แม้จะสามารถตรวจพบเชื้อ HPV ตามบริเวณต่าง ๆ ในห้องน้ำสาธารณะได้จริง แต่การจะติดเชื้อจำเป็นต้องได้รับเชื้อในปริมาณมากเพียงพอ และเชื้อต้องเข้าสู่ร่างกายได้ลึกถึงบริเวณช่องคลอด ไม่ใช่เพียงแค่นั่งบนฝารองนั่งชักโครกแล้วจะติดเชื้อได้ทันที
ข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล ระบุว่า สามารถพบเชื้อ HPV ได้ในหลายจุดของห้องน้ำสาธารณะ เช่น กลอนประตู ก๊อกน้ำ ปุ่มกดชักโครก ฝารองนั่งชักโครก ตัวโถชักโครก การสัมผัสพื้นผิวเหล่านี้เพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอที่จะทำให้เชื้อ HPV เข้าสู่ร่างกายหรือเข้าสู่ช่องคลอดจนก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
แม้ความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV จากห้องน้ำจะต่ำมาก แต่ในห้องน้ำสาธารณะยังอาจมีเชื้อโรคชนิดอื่นที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังหรือโรคหูดได้ จึงควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนและหลังใช้ห้องน้ำ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมีความกังวลเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ และพิจารณาฉีดวัคซีน HPV เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการเกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต ไม่ว่าจะเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วหรือไม่ก็ตาม

นอกจากนี้ เว็บไซต์ Mayo Clinic ของสหรัฐอเมริกา ยังเคยตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการติดเชื้อเริมที่อวัยวะเพศจากฝารองนั่งชักโครกว่า แทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์จะตายอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์
เชื้อเริมมักแพร่กระจายผ่านการสัมผัสระหว่างบุคคล โดยเฉพาะระหว่างกิจกรรมทางเพศ ผ่านเยื่อบุผิวบริเวณปาก อวัยวะเพศ และทวารหนัก หรือผ่านผิวหนังที่มีบาดแผลขนาดเล็กแม้ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการหรือไม่มีแผลให้เห็น เชื้อก็ยังสามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้
ดังนั้น แม้จะสามารถพบเชื้อ HPV ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้จริง แต่การติดเชื้อจากการนั่งชักโครกในห้องน้ำสาธารณะเพียงอย่างเดียวถือว่ามีโอกาสต่ำมาก ขณะที่การมีเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นช่องทางหลักของการแพร่เชื้อ HPV และการตรวจคัดกรองร่วมกับการฉีดวัคซีนยังเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด
#เชื้อHPV #เจนนี่รัชนก #อาจารย์เจษฎ์ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่

ที่อยู่

494 Lat Phrao 101(Soi 14), Lat Phrao Road, , Bangkapi
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6623775065

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง TNP+ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย:

แชร์