24/09/2026
#กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ค้านการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มองว่าอาจลดสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชน และทำลายหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ
เวทีชำแหละร่างแก้ พ.ร.บ.บัตรทอง มุ่งปกป้องหน่วยบริการ ขัดเจตนารมณ์ “หมอสงวน”
--------------------
เวทีภาคประชาชนชำแหละร่างพ.ร.บ.บัตรทองฉบับแก้ไข “ภญ.ยุพดี” ชี้เจตนารมณ์ชัดมอง “เงินเรื่องใหญ่” ปกป้องหน่วยบริการ หวั่นกระทบสิทธิประโยชน์ประชาชน ด้าน”สมชาย” ย้ำว่าแก้ไขกฎหมาย คือ การล้มระบบหลักประกันสุขภาพฯ อย่างสิ้นเชิง เพราะขัดหลักการแรกเริ่มกฎหมาย ที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงบริการ โดยเงินไม่ใช่อุปสรรค แต่ที่ทำมุ่งเรื่องแก้ปัญหาการเงิน รพ.
จากกรณีคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา จัดเสวนาข้อเท็จจริงแก้ไขร่างพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ โดยมีการเสนอร่างแก้ไข 2 ฉบับของ นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับที่ 1 ซึ่งเป็นอดีตประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ.รพท.) และผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นผู้แทนกรรมการบริหารเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) โดยยืนยันไม่ได้ล้มบัตรทอง หรือมุ่งร่วมจ่าย และไม่กระทบการให้บริการรักษาประชาชนนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จัดงานเสวนา “ทำไมภาคประชาชนจึงคัดค้านการแก้พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
โดยรศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวถึงร่างแก้ไขกฎหมายบัตรทอง 2 ฉบับ ว่า จากการอ่านร่างพ.ร.บ. 2 ฉบับ มีหลักการเหตุผลสำคัญ 4 ข้อทั้ง 2 ฉบับ
อย่างกรณีร่างพ.ร.บ.ฯ ฉบับ ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ระบุหลักการเหตุผลว่า “เพื่อความสมดุล และมีข้อท้าทายเรื่องความยั่งยืนการเงินของระบบหลักประกันฯ ความสมดุลของสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนพึงได้รับ กับขีดความสามารถทางการเงินของประเทศ”
“นี่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า วันนี้ เงินเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่พูดถึงการหาทางออกว่า ทำอย่างไรให้ได้เงินมา ก็อาจต้องลดสิทธิประโยชน์ประชาชน และนอกจากนี้ อ.สนั่น ยังพูดว่า ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับต้นทุนบริการ ทั้งสองข้อแสดงชัดว่า เป็นห่วงผู้ให้บริการ กลัวมีเงินไม่พอจะให้บริการ และการให้สิทธิประโยชน์เยอะๆอาจไม่คุ้ม” รศ.ภญ.ยุพดี กล่าว
**หลักการกฎหมายบัตรทองเพื่อปชช. ไม่ใช่มุ่งดูแลรพ.
ส่วนร่างพ.ร.บ.ของนพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ระบุถึงเหตุผลชัดว่า เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และเกิดประสิทธิภาพในการให้บริการของหน่วยบริการ กรณีนี้พูดชัดเช่นกันว่า เป็นห่วงหน่วยบริการ นอกจากนี้ ยังระบุถึงการให้คงหลักการแยกผู้ซื้อบริการ ผู้ให้บริการ ผู้ควบคุม แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะร่างพ.ร.บ.ที่จะแก้ไขกลับไม่สอดคล้อง ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2545 หลักการของพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ที่ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ได้ขับเคลื่อน กฎหมายพูดชัดเจนเพื่อประชาชน ไม่ได้พูดถึงต้องดูแลไม่ให้รพ.ไม่ขาดทุน แต่วันนี้การแก้ไขกำลังเปลี่ยนหลักการ
***ร่างกฎหมายใหม่ลดสัดส่วนภาคประชาชน
นอกจากนี้ เรื่องการปรับสัดส่วนกรรมการหลักประกันสุขภาพฯ หรือบอร์ดสปสช.ที่พูดพาดพิงถึงตัวเองว่า เป็นเภสัชกรอยู่ดีๆ ก็กลายมาเป็นผู้แทนเกษตรกร ซึ่งหมายถึงตนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่า ตนเป็นผู้แทนองค์กรผู้บริโภค ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จึงเข้ามาสมัคร ซึ่งระบุว่า ผู้บริโภคสมัครกลุ่มไหนก็ได้ จึงลงสมัครและได้รับเลือกถูกต้อง
ทั้งนี้ กรณีระบุกันว่า ร่างกฎหมายใหม่ยังมีภาคประชาชน และจะมาจากโควต้าของผู้แทนเขตสุขภาพ จากเดิมมีผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรอยู่ในบอร์ดเดิม 5 ท่านเลือกมาจาก 9 ท่าน เปลี่ยนเป็นผู้แทนเขตสุขภาพ เมื่อวิเคราะห์จะเห็นภาพว่า ผู้แทนที่จะมาแทนภาคประชาชนนั้น ต้องดูองคาพยพของผู้แทนมีทั้งหมด 44 ท่าน มีภาคประชาชน 11 ท่าน ซึ่งเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นวิชาชีพ แบบนี้ไม่น่าจะมีภาคประชาชนเข้ามา
อ่านรายละเอียดข่าวเพิ่มในคอมเมนต์
#ค้านแก้พรบบัตรทอง #แก้พรบบัตรทอง #ปฏิรูประบบสุขภาพ #กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข #ข่าวสุขภาพ