09/08/2026
ในปี ค.ศ. 1945 สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเดินเข้าสู่ช่วงสุดท้าย เยอรมนีได้ยอมจำนนแล้ว เหลือเพียงญี่ปุ่นที่ยังคงทำสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกาจึงพยายามหาวิธียุติสงครามโดยเร็ว ซึ่งประจวบเหมาะกับโครงการแมนฮัตตันที่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ และมีการทดสอบทรินิตี้ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 1945 ก็ได้เป็นที่ยืนยันว่าอาวุธชนิดใหม่นี้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นประจักษ์
เมื่อญี่ปุ่นปฏิเสธข้อเรียกร้อง“ให้ยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการทำลายล้างอย่างรวดเร็วและสิ้นเชิง” ตามปฏิญญาพอทสดัม (Potsdam declaration) สหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใจใช้อาวุธปรมาณูในการโจมตีญี่ปุ่นในที่สุด
โดยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เครื่องบิน B-29 Enola Gay ได้ทิ้งระเบิดปรมาณู “Little Boy” ลงเหนือเมืองฮิโรชิมา เพียงแต่ญี่ปุ่นยังไม่มีท่าทียอมจำนนทันทีต่อเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้
เพียงสามวันต่อมา ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 สหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สอง “Fat Man” โดยเดิมภารกิจมีเป้าหมายที่เมืองโคคุระ แต่เนื่องจากสภาพอากาศทำให้ไม่สามารถมองเห็นเป้าหมายได้ชัดเจน เครื่องบินจึงเปลี่ยนไปยังเป้าหมายสำรองคือเมืองนางาซากิ ส่งผลให้เกิดแรงระเบิด ความร้อน และรังสีทำให้เมืองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ในระหว่างนั้น สหภาพโซเวียตก็ประกาศเข้าสู่สงครามกับญี่ปุ่นในวันที่ 8 สิงหาคม ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลญี่ปุ่นอีกเท่าตัว
หลังจากเผชิญทั้งการโจมตีด้วยอาวุธปรมาณูและการเข้าสู่สงครามของสหภาพโซเวียต ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจยอมจำนนและประกาศยอมแพ้ต่อประชาชนในวันที่ 15 สิงหาคม ก่อนลงนามเป็นประเทศผู้แพ้สงครามอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายน 1945
เหตุการณ์ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิจึงไม่เพียงนำไปสู่จุดสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 และจุดเริ่มต้นของความระแวงที่ไม่สิ้นสุดในยุคการแข่งขันการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้โลกตระหนักถึงศักยภาพการทำลายล้างและภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์จนถึงปัจจุบัน
อ้างอิง
U.S. Department of State, Office of the Historian. (1945, August 6). Statement by President Truman, August 6, 1945.
U.S. National Archives. (1945). Surrender of Japan (1945).
#ชุมนุมรัฐศาสตร์ฯ
#รัฐศาสตร์
#สิงห์เขียว
#รัฐศาสตร์มก