มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย

มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สื่อกลางด้าน ICT ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

คำดีมีพลัง 💕🫶เปลี่ยนพลังบวกเชิงลบ มาเป็นพลังบวกที่จริงใจกันค่ะสื่อดีๆจากน้องๆนักศึกษาชั้นปีที่4 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน...
15/09/2026

คำดีมีพลัง 💕🫶

เปลี่ยนพลังบวกเชิงลบ มาเป็นพลังบวกที่จริงใจกันค่ะ

สื่อดีๆจากน้องๆนักศึกษาชั้นปีที่4 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย

📍รู้ทันภัยออนไลน์ใกล้ตัวในยุค AIวันที่ 14 กันยายน 2569 จัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ โดยมีผู้นำ...
15/09/2026

📍รู้ทันภัยออนไลน์ใกล้ตัวในยุค AI

วันที่ 14 กันยายน 2569 จัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ โดยมีผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ครู เด็กและเยาวชน รวมถึงผู้สูงอายุ รวม 120 คน
ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภัยออนไลน์จากมุมมองของแต่ละGen

เนื้อหาครอบคลุม
• Grooming หรือการล่อลวงเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กผ่านออนไลน์
•ภัยออนไลน์ในยุค AI
•การเก็บพยานหลักฐานดิจิทัล
• กฎหมาย 5 ฐานความผิดใหม่
พร้อมแนะนำ แอปพลิเคชันCyber Check
เพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ และเตือนภัย
ณ ห้องการระเกด ชั้น 3 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

#ภัยออนไลน์ #ภัยออนไลน์ยุคAI #รู้ทันภัยออนไลน์ #เฝ้าระวังภัยออนไลน์

ชุดอินโฟกราฟิก : คำดีมีพลังเป็นโครงการดีๆจากนักศึกษาชั้นปีที่4 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนค...
14/09/2026

ชุดอินโฟกราฟิก : คำดีมีพลัง

เป็นโครงการดีๆจากนักศึกษาชั้นปีที่4 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย จัดทำชุดความรู้ดีๆให้กับน้องๆ Gen Z ค่าาาา ❤️

🫶จริงๆ ทุก Gen ก็เรียนรู้ได้นะคะ เพราะทุกคนควรได้รับคำพูดดีๆต่อกัน

13/09/2026

❝ นิวยอร์กเดินหน้าแบน AI งดใช้ในโรงเรียนชั่วคราว ❞
ในขณะที่คนทั่วโลกแทบจะทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ กำลังตื่นตัวกับการใช้ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือเอไอ (AI) ที่เหมือนมาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตได้อย่างดี

แต่ตอนนี้ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กำลังมีคำสั่งห้ามใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการสร้างสรรค์ หรือเจเนอเรทีฟ เอไอ ในกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาล ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึงเกรด 8
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวเพื่อจำกัดการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน ในเขตการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเป็นการระงับชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี
การประกาศดังกล่าวส่งผลกระทบต่อนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลเกือบ 600,000 คน หรือเกือบ 2 ใน 3 ของนักเรียนทั้งหมดในเขตการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามนโยบาย ของนายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ที่บอกว่า เขตการศึกษาจะต้องยุติหรือปิดการใช้งานฟังก์ชั่นเอไอของโปรแกรมที่เคยได้รับอนุญาตก่อนหน้านี้กว่า 38 โปรแกรม แต่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลใหม่ของทางการนิวยอร์ก
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา โดยมัมดานี ร่วมกับคามาร์ ซามูเอลส์ อธิการบดีฝ่ายการศึกษานครนิวยอร์ก แถลงเปิดตัวนโยบายดังกล่าว
โดยมัมดานีบอกว่า นโยบายนี้ออกแบบมาเพื่อปกป้องความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับครู
ขณะที่หลายชุมชนทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีการผลักดันให้มีการจำกัดเวลาในการใช้หน้าจอและเอไอ ที่เข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า เทคโนโลยีเอไอนี้อาจขัดขวางการเรียนรู้ และการพัฒนาของนักเรียน หรือก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ขณะเดียวกันบริษัทด้านเอไอก็ได้เปิดตัวเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้และการศึกษา และให้เงินทุนแก่สหภาพครู เพื่อช่วยพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมเอไอ
โดยนักเรียนมัธยมปลายในนครนิวยอร์กจะยังคงสามารถเข้าถึงเครื่องมือเอไอที่จำกัด และได้รับหลักสูตร “การคิดวิเคราะห์ด้วยเอไอ”
ส่วนแชตบอตผู้ช่วย รวมถึงบริการหลักๆ อย่าง แชตจีพีที และคล็อด จะถูกบล็อกสำหรับนักเรียนทุกระดับชั้น
นอกจากนี้ เขตพื้นที่การศึกษาจะจำกัดเวลาการใช้หน้าจอของนักเรียนแต่ละคนตามระดับชั้น โดยนโยบายนี้จะมีข้อยกเว้นสำหรับนักเรียนที่มีความพิการ และนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง

⸻
นิวยอร์กเดินหน้าแบน AI งดใช้ในโรงเรียนชั่วคราว
https://www.matichon.co.th/weekly/world/article_911190

🛡️ จะดีกว่าไหมถ้าความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เริ่มต้นคิดตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ?🤝 พบกับงานสัมมนาครั้งสำคัญ “SAFETY BY DESIG...
09/09/2026

🛡️ จะดีกว่าไหมถ้าความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เริ่มต้นคิดตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ?

🤝 พบกับงานสัมมนาครั้งสำคัญ “SAFETY BY DESIGN: Designing a Safer Digital Future” เจาะลึกแนวคิดและแนวทางปฏิบัติจริงในการสร้างระบบดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน จัดโดย มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สสส. สภาดิจิทัลฯ และภาคีเครือข่าย

🌐✨ รวมทัพวิทยากรระดับแถวหน้าจากภาครัฐ บิ๊กเทค และองค์กรเพื่อสังคม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันแบบจัดเต็ม!

💡 ไฮไลต์ภายในงาน
- การประกาศเจตนารมณ์และความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยบนโลกออนไลน์
- เวทีเสวนา Panel Discussion: “SAFETY BY DESIGN IN ACTION: จากหลักการสู่การปฏิบัติในประเทศไทย”

ปักหมุดแล้วพบกัน
📅 วัน: ศุกร์ที่ 11 ก.ย. 69
⏰ เวลา: 12.30 - 16.30 น.
🏢 สถานที่: Auditorium ชั้น 6 True Digital Park (East)

📲🔗 สแกน QR Code ในภาพ หรือคลิกลงทะเบียนฟรีได้เลยที่ https://forms.gle/8qhrvBgw7MiDVk8w7

#ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

📍พัฒนาศักยภาพเครือข่าย รู้ทันภัยออนไลน์ จ.นครราชสีมาวันที่ 8 กันยายน 2569 จัดอบรมให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์และการใช้ Cyb...
09/09/2026

📍พัฒนาศักยภาพเครือข่าย รู้ทันภัยออนไลน์ จ.นครราชสีมา

วันที่ 8 กันยายน 2569 จัดอบรมให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์และการใช้ Cyber Check
ผู้เข้าร่วม อปท. ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร โรงเรียน เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ รวม140 คน ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์
เนื้อหาครอบคลุมภัยออนไลน์ในยุค AI
การเก็บพยานหลักฐานทางดิจิทัล
และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเสริมทักษะการเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ
และเตือนภัยผ่าน Cyber Check
เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทัน ป้องกันตัวเองได้
และช่วยกันดูแลคนรอบตัว
ร่วมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์
และสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยไปด้วยกัน
กินขอไข่เจียวได้ไหมคะ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลมะเกลือ
อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
สนับสนุนโดย #สสส #มูลนิธิอินเทอร์เน็ตฯ

07/09/2026

📢 น้ำตาของนักศึกษาวัย 19 ปี กับเงินเก็บครอบครัว 2 ล้านบาท: ถอดรหัสทำไม ‘คนรุ่นใหม่’ ถึงกลายเป็นเป้าหมายรายได้ 100 ล้านต่อเดือนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

​ภาพของนักศึกษาสาววัยเพียง 19 ปี ที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่นอยู่ภายในห้องพัก หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาลบุกเข้าช่วยเหลือจากการถูกข่มขู่และควบคุมพฤติกรรมนานถึง 4 วัน จนสูญเงินไปกว่า 8.5 แสนบาท รวมถึงอีกกรณีในย่านมีนบุรีที่นักศึกษาวัย 19 ปีเช่นเดียวกัน ถูกหลอกล่อให้โอนเงินและไปถอนเงินสดส่งมอบให้คนร้ายรวมกว่า 2,150,000 บาท และเกือบจะเสียเพิ่มอีก 5 แสนบาทหากเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุไม่ทัน

​คำถามแรกที่สังคมมักจะตั้งขึ้นมาทันทีคือ “โตจนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ข่าวสารเตือนภัยก็มีทุกวัน ทำไมยังหลงเชื่อ?”

​แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ความประมาทส่วนบุคคล" แต่คือการทำ Social Engineering (วิศวกรรมสังคม) และ Psychological Warfare (สงครามจิตวิทยา) ที่ถูกออกแบบมาอย่างมีระบบ โดยสอดคล้องกับคำรับสารภาพของอดีตสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ที่ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดี ซึ่งเปิดเผยชัดเจนว่าขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติได้เปลี่ยนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์มาที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย จนสามารถสร้างยอดเงินหลอกลวงได้สูงถึง 70 ถึงเกือบ 100 ล้านบาทต่อเดือน

​📊 Data & Strategy Shift: ทำไมต้องเป็น "นักศึกษา"?
​จากการวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์และโมเดลธุรกิจของขบวนการนี้ แก๊งสแกมเมอร์ปรับ Target Group ด้วย 3 ปัจจัยหลัก:

​Cognitive Overload & Fear-Driven Compliance: กลุ่มนักศึกษามักมีความตระหนักเรื่องกฎหมายและโทษทางคดี แต่ยังขาดประสบการณ์ตรงในการรับมือกับกระบวนการยุติธรรม เมื่อถูกขู่ด้วยข้อหาหนัก เช่น "ฟอกเงินระดับชาติ" หรือมีชื่อเอี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด สมองส่วนอารมณ์ (Amygdala) จะสั่งการให้เกิดสภาวะตื่นตระหนกจนสูญเสียการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)

​Digital Trust: เด็กรุ่นใหม่คุ้นเคยกับการวิดีโอคอลและการทำธุรกรรมดิจิทัล แก๊งคนร้ายจึงใช้เทคโนโลยี Deepfake/AI ปลอมหน้า ปลอมเสียง และสร้างฉากห้องสอบสวนเสมือนจริงของ DSI หรือ CIB เพื่อสร้าง "ความน่าเชื่อถือแบบลวงตา"

​Leverage on Parental Wealth: แม้นักศึกษาจะไม่มีเงินเก็บส่วนตัวหลักล้าน แต่มิจฉาชีพมองเห็น "เครือข่ายครอบครัว" โดยใช้เหยื่อเป็นตัวประกันเชิงจิตวิทยา บีบให้เด็กไปขอเงินหรือแอบนำทรัพย์สินมีค่า/ทองคำของพ่อแม่มามอบให้ ดังเคสที่ปรากฏทั้งการหลอกโอนเงินและการส่ง 'ม้าเร็ว' มารับเงินสดถึงหน้าคอนโด

​🧠 โมเดล "กักขังทางจิตวิทยา" (Psychological Isolation)
​ยุทธวิธีที่อันตรายที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การหลอกโอนเงินครั้งเดียวจบ แต่คือการ Virtual Kidnapping (การลักพาตัวเสมือนจริง):

​บังคับให้เหยื่อเปิดกล้องวิดีโอคอลค้างไว้ตลอด 24 ชั่วโมง (Coercive Control) เพื่อจับตาดูและควบคุมไม่ให้คลาดสายตา

​ตัดการติดต่อจากครอบครัวและเพื่อน โดยอ้างว่าเป็น "ความลับทางคดีระดับชาติ ห้ามแพร่งพราย" มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีขั้นร้ายแรง

​เมื่อเหยื่อถูกตัดขาดจากสภาพแวดล้อมจริง (Echo Chamber of Fear) สภาพจิตใจจะเข้าสู่ภาวะยอมจำนนและทำตามคำสั่งทุกอย่าง แม้กระทั่งการหลบหนีออกจากที่พัก หรือการแต่งเรื่องไปหลอกผู้ปกครองตัวเองเพื่อนำเงินมามอบให้คนร้าย

​💸 วงจรเศรษฐกิจสีเทา: หลอกเงินไทย สู่กับดักกาสิโนชายแดน
​คำสารภาพยังชี้ให้เห็นโครงสร้างเศรษฐกิจภายในขบวนการ:

​Incentive System: พนักงานคอลเซ็นเตอร์ได้รับเงินเดือน คอมมิชชัน และโบนัสสูงถึงหลักแสนต่อเดือน ซึ่งเป็นแรงจูงใจทางการเงินที่ทำให้หลายคนเลือก "ยินยอมและเต็มใจทำ" โดยไม่ได้ถูกบังคับ

​The Closed Loop of Exploitation: รายได้มหาศาลที่หลอกมาได้ สุดท้ายถูกหมุนเวียนกลับเข้าสู่กระเป๋าของ "บอสชาวจีน" ผ่านยาเสพติดและการพนันในบ่อน/สล็อตออนไลน์ที่วางระบบไว้ภายในแคมป์ เป็นกับดักที่ผูกมัดแรงงานไม่ให้สามารถถอนตัวได้

​🛡️ ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์เพื่อความปลอดภัยของสังคม (Strategic Solutions)

✅️​สถาบันการศึกษาต้องปรับบทบาท: มหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่พื้นที่วิชาการ แต่ต้องเป็นแนวป้องกันแรก (First Line of Defense) ในการให้ความรู้เรื่อง Cyber Hygiene และจัดตั้งศูนย์สายด่วนช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับนักศึกษาที่ตกอยู่ภายใต้ภาวะถูกคุกคาม

✅️​ระบบธนาคารและการตรวจสอบเงินสดผิดปกติ: การที่เด็กอายุ 19 ปี ถอนเงินสดหลักล้านบาทเพื่อนำไปส่งมอบ ควรมีกลไก Trigger หรือการตั้งคำถาม/หน่วงเวลาโดยเจ้าหน้าที่สาขา เพื่อตัดวงจรก่อนเงินสดจะหลุดไปถึงมือเครือข่ายม้าเร็ว

✅️​ครอบครัวคือ Safe Zone: ปลูกฝังแนวคิดให้คนในครอบครัวตระหนักว่า "ไม่มีหน่วยงานรัฐใดในโลกที่สอบสวนคดีทาง LINE หรือสั่งให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์" และเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้บุตรหลานกล้าพูดคุยเมื่อเผชิญปัญหา โดยไม่ต้องกลัวการถูกตำหนิ

​ความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่เพียงมูลค่าตัวเงิน แต่คือการทำลายความมั่นคงทางจิตใจและอนาคตของเยาวชน ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องมองเรื่องนี้เป็น ภัยคุกคามความมั่นคงระดับชาติ ที่ต้องแก้ด้วยยุทธศาสตร์เชิงรุก ไม่ใช่เพียงการเตือนภัยรายวัน

​💬 ร่วมขับเคลื่อนและส่งต่อภูมิคุ้มกันทางสังคม
​หากคุณมีบุตรหลาน คนใกล้ชิด หรือคนรุ่นใหม่ในครอบครัวที่กำลังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ช่วยกันแชร์บทความนี้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และอย่าลืมเปิดอกคุยกับพวกเขาตั้งแต่วันนี้ ให้ครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยด่านแรกก่อนที่ความกลัวจะตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ

​คุณคิดว่ามาตรการใดของภาครัฐหรือสถาบันการศึกษาควรถูกนำมาบังคับใช้อย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อหยุดวงจรนี้? ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ในช่องคอมเมนต์ด้านล่างครับ

​ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
วันที่ 7 กันยายน 2569

​ #ณัฏฐ์มงคลนาวิน #วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ #วิเคราะห์ข้อมูล #ยุทธศาสตร์สังคม #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ภัยไซเบอร์ #เตือนภัยนักศึกษา #วิศวกรรมสังคม

04/09/2026

หลังจาก Meta ตกลงจ่ายเงินสูงสุดราว 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 6 แสนล้านบาท) เพื่อจบคดีที่ถูกกล่าวหาว่า Facebook และ Instagram ส่งผลกระทบต่อเด็กและวัยรุ่น เรื่องนี้เหมือนจะจบแล้วใช่ไหม ?
แต่ล่าสุดยังไม่จบ เพราะ Meta ยังมีอะไรจะพูดกับเพื่อนบ้านอย่าง TikTok และ YouTube
Meta ได้เรียกร้องให้ TikTok และ YouTube เพิ่มมาตรการปกป้องเด็กแบบเดียวกัน ไม่ใช่แค่ Facebook กับ Instagram ที่ต้องปรับตัว
และ Meta ไม่ได้แค่พูดเรื่องนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ยังลงโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ เรียกร้องให้ TikTok และ YouTube เข้ามาช่วยกันปกป้องเด็กด้วย เรียกได้ว่างานนี้ Meta เล่นใหญ่พอตัว เพราะถึงขั้นออกสื่อแบบเต็มหน้าเลย
เหตุผลของ Meta ก็คือ ถ้าจำกัดการใช้งานแค่แพลตฟอร์มของตัวเอง เด็กก็อาจไม่ได้เลิกเล่นโซเชียล แต่อาจแค่ย้ายไปเล่นแอปฯ อื่นแทน เพราะอย่างนั้น Meta เลยมองว่า ถ้าจะจัดการปัญหานี้ ก็ควรช่วยกันทำทุกแพลตฟอร์ม
แล้ว Meta อยากให้ TikTok กับ YouTube ทำอะไรบ้าง ?
หลัก ๆ คือ จำกัดเวลาเล่นของวัยรุ่น ปิดการใช้งานช่วงกลางคืน ปิดแจ้งเตือนตอนเรียน และเพิ่มเครื่องมือให้พ่อแม่เข้ามาช่วยดูแลการใช้งานของลูกได้มากขึ้น
แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ Meta ขอให้ช่วยตาม เพราะในข้อตกลงยังมีเงินประมาณ 5,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ Meta จะจ่ายตามเงื่อนไข ถ้า TikTok และ YouTube ทำตามมาตรการที่กำหนด เช่น จำกัดเวลา เปิดโหมดกลางคืน และตรวจสอบอายุผู้ใช้
พูดง่าย ๆ ก็คือ Meta โดนเองก็จริง แต่ก็อยากลากเพื่อนมาโดนด้วยกัน
เพราะถ้า Facebook และ Instagram เข้มงวดเรื่องเด็กมากขึ้น แต่ TikTok หรือ YouTube ยังใช้งานได้แบบเดิม วัยรุ่นก็อาจแค่ย้ายแพลตฟอร์ม แล้วปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิม
เรื่องนี้เลยน่าสนใจตรงที่ข้อตกลงของ Meta อาจไม่ได้จบแค่บริษัทเดียว แต่อาจกลายเป็นแรงกดดันให้ แพลตฟอร์มโซเชียลอื่น ๆ ต้องยกระดับการปกป้องเด็กตามไปด้วย
สุดท้ายก็ต้องรอดูกันว่า TikTok กับ YouTube จะเอาด้วยไหม เพราะถ้าทุกแพลตฟอร์มต้องทำตามจริง เรื่องนี้ก็อาจเปลี่ยนวิธีที่เด็กและวัยรุ่นใช้โซเชียลมีเดียไปเลยก็ได้

วันที่ 2 กันยายน 2568 มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยเข้าร่วมงาน  #สมัชชาเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 18 โดยช่วง...
03/09/2026

วันที่ 2 กันยายน 2568 มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยเข้าร่วมงาน #สมัชชาเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 18 โดยช่วงเช้า ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการมูลนิธิร่วมเป็นวิทยากรให้ข้อมูลนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และจุดคานงัดในการเสริมสร้างนิเวศดิจิทัล และช่วงบ่ายร่วมทำกระบวนการเพื่อนำไปสู่มติสมัชชาฯ การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสร้างสรรค์ เพื่อเด็กและเยาวชนไทยเติบโตพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบาดหนักจริง หลอกเด็กนักศึกษา หลอกคนทำงาน ผู้สูงอายุ เงินเรียน เงินเกษียณ หมดตัว  บางรายพ่อแม่ต้องกู้ยืมมาอีกเพราะเชื...
31/08/2026

ระบาดหนักจริง หลอกเด็กนักศึกษา หลอกคนทำงาน ผู้สูงอายุ เงินเรียน เงินเกษียณ หมดตัว  บางรายพ่อแม่ต้องกู้ยืมมาอีกเพราะเชื่อลูกได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศ เชื่อหลอกลงทุนกำไรงาม ขู่เราทำผิดกฎหมายต้องเอาเงินมาตรวจสอบที่มาอีก 😭 

ทำยังไงจะป้องกันได้ทัน ??!  สงสารเหยื่อ รัฐต้องปราบปรามจริงจัง ทั้งให้ความรู้ สกัดเบอร์ สกัดบัญชี สกัดเพจมิจ ป้องกันเชิงรุกนะคะ อย่ารอให้เกิดเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำอีก

ภัยใกล้ตัวที่ไม่เคยแผ่วในสังคมดิจิทัลไทย

สถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ช่วงเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2026 สะท้อนภาพความน่ากังวล เมื่อมีรายงานรับแจ้งเหตุภัยสแกมเมอร์สูงกว่า 1.9 แสนเคส ก่อให้เกิดความเสียหายรวมพุ่งสูงเกิน 9.3 พันล้านบาท (เฉลี่ย 902 เคสต่อวัน)

ขณะที่ผลสำรวจ SCB EIC Consumer Survey “When Life Goes Digital” ชี้ชัดว่า คนไทยราว 1 ใน 4 เคยตกเป็นเหยื่อและได้รับความเสียหายจากแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้มาแล้ว

📌 อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์

ที่อยู่

อาคารศุภาคาร ชั้น 3 ห้อง 3C15 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน
Bangkok
10600

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 17:30
อังคาร 09:30 - 17:30
พุธ 09:30 - 17:30
พฤหัสบดี 09:30 - 17:30
ศุกร์ 09:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6628601358

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย:

ทางลัด

แชร์