30/07/2026
ข่าวดีของเสือโคร่งไทย! 🐯
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยผลการสำรวจประชากรเสือโคร่งในประเทศไทย ประจำปี 2568-2569 สะท้อนความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของงานอนุรักษ์ เมื่อพบเสือโคร่งเพิ่มถึง 210 ตัว และคาดว่าประชากรเสือโคร่งตัวเต็มวัยมีอยู่ระหว่าง 210-257 ตัว
ข้อมูลจากการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพในพื้นที่อนุรักษ์ 30 แห่ง ครอบคลุม 5 กลุ่มป่าหลักของประเทศ พบการกระจายตัวของเสือโคร่งในพื้นที่อนุรักษ์ถึง 26 แห่ง โดย กลุ่มป่าตะวันตก ยังคงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญและเป็นฐานประชากรหลักของเสือโคร่งไทย
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอนุรักษ์ และชุมชนท้องถิ่น ที่ร่วมกันปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เสือโคร่ง ซึ่งเป็นผู้ล่าลำดับสูงสุดของระบบนิเวศ มีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าไทยอีกครั้ง 💚🌿
----------
🐯 Good News for Thailand’s Tigers!
The results of Thailand’s tiger population survey for 2025-2026, conducted by the Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation (DNP), highlight a remarkable conservation success. The survey identified 210 individual tigers, with adult tiger population estimated at 210-257 individuals.
Data collected through camera traps installed across 30 protected areas, covering five major forest complexes nationwide, revealed tiger presence in 26 protected areas. The Western Forest Complex (WEFCOM) remains the most important stronghold and primary habitat for Thailand’s tiger population.
This achievement is the result of ongoing collaboration among government agencies, conservation organizations, and local communities working together to protect forests and wildlife. Their collective efforts have helped tigers, the apex predators of the ecosystem, recover and once again serve as a symbol of the richness and resilience of Thailand’s forests. 💚🌿
𝙉𝙀𝙒𝙎 : กรมอุทยานฯ เผยความสำเร็จอนุรักษ์เสือโคร่งไทย เพิ่มสูงถึง 210 ตัว ชูระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพยับยั้งภัยคุกคาม พร้อมดันกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว เป็นพื้นที่เป้าหมายฟื้นฟูประชากร
29 กรกฎาคม 2569 - กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำระดับภูมิภาคด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง หลังเดินหน้ายกระดับระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) อย่างเข้มข้นต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาการบุกรุกและการล่า สวนทางกับภาวะวิกฤตการณ์เสือโคร่งทั่วโลกที่หลงเหลือในป่าธรรมชาติเพียงประมาณ 3,726 – 5,578 ตัว ขณะที่เสือโคร่งสายพันธุ์ย่อย อาทิ แคสเปียน ชวา บาหลี รวมถึงสายพันธุ์ย่อยอินโดจีนในประเทศกัมพูชา ลาว และเวียดนาม ได้สูญพันธุ์ไปจากป่าธรรมชาติแล้ว
โดยสถิติล่าสุดปี 2569 ประเทศไทยมีประชากรเสือโคร่งในป่าอนุรักษ์พุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างน้อย 210 ตัว และคาดการณ์ประชากรตัวเต็มวัยอยู่ระหว่าง 210–257 ตัว ถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่ประชากรเสือโคร่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน
นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าร่วมลงนามในปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ร่วมกับ 13 ประเทศที่มีถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง เมื่อปี พ.ศ. 2553 เพื่อผลักดันเป้าหมาย "TX2" หรือการเพิ่มประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติเป็น 2 เท่า ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนผ่านแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2553 - 2565) และต่อเนื่องถึงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565 - 2577) โดยหัวใจสำคัญคือการนำระบบ Smart Patrol มาใช้อย่างจริงจัง ช่วยให้เจ้าหน้าที่สอดส่อง ป้องกัน และยับยั้งการลักลอบล่าสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับการสำรวจและติดตามประชากรเสือโคร่งระหว่างปี 2568–2569 โดยสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายอนุรักษ์ระดับสากล ได้แก่ WCS, WWF Thailand, Panthera และมูลนิธิ Freeland ผ่านการตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) ในพื้นที่อนุรักษ์ 30 แห่ง พบเสือโคร่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ 26 แห่ง ครอบคลุม 5 กลุ่มป่า โดยกลุ่มป่าตะวันตกยังคงเป็นถิ่นอาศัยหลัก พบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมากที่สุดถึง 100 ตัว รองลงมาคือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก (25 ตัว) ด้านตะวันตก (15 ตัว) พื้นที่ตอนเหนือและตอนใต้ของกลุ่มป่าตะวันตก รวมทั้งสิ้น 182 ตัว นอกจากนี้ยังพบในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ 12 ตัว กลุ่มป่าฮาลาบาลา-บางลาง 11 ตัว กลุ่มป่าแก่งกระจาน-กุยบุรี 3 ตัว และกลุ่มป่าชุมพร 3 ตัว
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า "เสือโคร่งจัดเป็นชนิดพันธุ์ร่มเงา (Umbrella Species) ที่มีความสำคัญระดับสูงสุด การคุ้มครองเสือโคร่งเพียง 1 ตัว สามารถปกป้องพืชพรรณและสัตว์ป่าชนิดอื่นในผืนป่าเดียวกันได้นับพันชนิด ความสำเร็จในการเพิ่มประชากรครั้งนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการทุ่มเททำงานผ่านระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ที่ช่วยคุ้มครองถิ่นอาศัยได้อย่างปลอดภัยจนเสือโคร่งสามารถขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้อย่างมั่นคง"
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติฯ เตรียมดำเนินยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและสัตว์เหยื่อ (Tiger Rewilding) โดยกำหนดให้กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว เป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ ระยะแรกจะเร่งฟื้นฟูประชากรสัตว์กินพืช เช่น กวางป่า กระทิง และหมูป่า เพื่อเตรียมความพร้อมด้านฐานอาหาร จากนั้นจะดำเนินการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งจากธรรมชาติ (Wild-to-wild Translocation) จากพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง เช่น กลุ่มป่าตะวันตก และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เข้าสู่พื้นที่ป่าภูเขียว เพื่อสร้างประชากรกลุ่มใหม่และคืนความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศป่าไม้ของไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
#เสือโคร่ง #อนุรักษ์เสือโคร่ง #ปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก #ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ #ฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและสัตว์เหยื่อ