23/08/2026
"ราชบุรี" เมืองท่าพันปี... จากยุคทวารวดีสู่กรุงศรีอยุธยา
การท่องเที่ยวทั่วไปอาจรู้จัก "ราชบุรี" ในมุมเมืองโอ่ง แต่รู้หรือไม่? เมืองนี้คืออดีต "เมืองท่าสุดมั่งคั่ง" ของภูมิภาคตะวันตกที่รุ่งเรืองมานานกว่า ๗๐๐ - ๑,๐๐๐ ปี! วันนี้เราสรุป ๕ จุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองราชบุรีมาฝากกัน
๑. จาก "คูบัว" สู่ริมน้ำแม่กลอง เดิมทีศูนย์กลางอยู่ที่ "เมืองคูบัว" (ยุคทวารวดี) ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำอ้อม ต่อมาเมื่อลำน้ำแม่กลองสายใหญ่เดินเรือสะดวกกว่า ชุมชนจึงขยับขยายมาตั้งเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดริมน้ำ กลายเป็นจุดพักสินค้าสำคัญที่เรือสำเภาจากโพ้นทะเลต้องแวะจอด
๒. ขุมทรัพย์ใต้บาดาลที่เกาะท้ายเมือง บริเวณวัดเกาะนัมมทาฯ พบหลักฐานเด็ด! คือเครื่องถ้วยจีนโบราณจำนวนมาก ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ถัง และ "ราชวงศ์ซ่ง" (ยุคทองของเซลาตอน) แสดงให้เห็นว่าที่นี่เคยเป็นตลาดกลางแลกเปลี่ยนสินค้าระดับโลกมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16-19
๓. อิทธิพลบายนที่ "วัดมหาธาตุ" ซึ่งยังคงมีกำแพงศิลาแลงแบบบายนที่คล้ายกับปราสาทพระขรรค์ในกัมพูชาสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗
๔. ต้นกำเนิด "พระพุทธรูปหินทรายแดง" ราชบุรีคือแหล่งผลิตงานศิลปะชั้นครู! ช่างโบราณที่นี่ใช้ "หินทรายแดง" จากภูเขาในพื้นที่มาแกะสลักพระพุทธรูปและใบเสมา ส่งออกไปทั่วภูมิภาคตะวันตก จุดสังเกตคือพระพุทธรูปยุคแรกๆ จะมีการวางพระหัตถ์ที่ดูฝืนธรรมชาติ (หักข้อมือ) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของช่างยุคนั้น
๕. เขางู: พื้นที่แสวงบุญศักดิ์สิทธิ์ เทือกเขาหินปูน "เขางู" ไม่ได้มีแค่ถ้ำสวย แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สมัยทวารวดี มีภาพปูนปั้นพุทธประวัติและพระพุทธรูปหินทรายแดงสะท้อนแนวคิดการเดินทางแสวงบุญ [Pilgrimage] ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี
สรุป: ก่อนที่ "กรุงศรีอยุธยา" จะกลายเป็นศูนย์กลางการค้า ราชบุรีนี่แหละค่ะที่เป็น "เมืองท่าใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำแม่กลอง" ที่เชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน
…
#ราชบุรี #ประวัติศาสตร์ไทย #ทวารวดี #เมืองท่าโบราณ #วัดมหาธาตุราชบุรี #โบราณคดี #สยามเทศะโดยมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์