สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ข้อมูลจากการสังเคราะห์ประสบการณ์ทำงานของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
(1)

25/08/2026

แท้จริงแล้ว ศรีเทพเก่ากว่าเขมรจริงหรือ part 1
สาระสนทนา กับอาจารย์ศรีศักร ตอนที่ ๙๖ เรื่อง อาจารย์ศรีศักรชวนร่วมตั้งประเด็นคำถาม การศึกษาเรื่องเมืองศรีเทพ
🔗 รับชมคลิปเต็มได้ที่นี่: https://youtu.be/kCiHQ4CF0vM?si=UQzcA0jPwycyYDvi
#โบราณคดี #เมืองโบราณศรีเทพ #เพชรบูรณ์ #มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #ศรีศักรวัลลิโภดม

"กู่แดง" มรดกอารยธรรมขอมแห่งลุ่มน้ำชี... รอยต่อประวัติศาสตร์ที่ยังลมหายใจ พาไปทำความรู้จักกับ "กู่แดง" โบราณสถานสำคัญ ณ ...
25/08/2026

"กู่แดง" มรดกอารยธรรมขอมแห่งลุ่มน้ำชี... รอยต่อประวัติศาสตร์ที่ยังลมหายใจ
พาไปทำความรู้จักกับ "กู่แดง" โบราณสถานสำคัญ ณ วัดกุดยาง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ศาสนสถานขอมโบราณที่ตั้งอยู่บริเวณต้นแม่น้ำชี ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมในอดีตได้เป็นอย่างดี
สถาปัตยกรรมเรียบง่ายแบบท้องถิ่น
กู่แดงถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ตามแบบ ศิลปะขอมบาปวน ต่อเนื่องถึงยุคนครวัด ซึ่งพบทั่วไปในช่วงเวลานี้ในดินแดนอีสานหลายแห่ง เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ซึ่งชุมชนแถบนี้น่าจะเป็นเมืองขนาดเล็กๆ ในเส้นทางเดินทางในอดีตแต่ปัจจุบันถือเป็นส่วนหนึ่งของศาสนสถานในพุทธศาสนาของวัดกุดยาง
ฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ก่อด้วยศิลาแลง
ที่มาของชื่อ: มาจากวัสดุก่อสร้างอย่าง "หินทรายสีแดง" ที่ใช้ทำกรอบประตูและทับหลังนั่นเอง
ทับหลังทรงคุณค่าทางศิลปกรรม
จากการสำรวจพบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ คือทับหลังหินทรายจำหลักลวดลายประณีตเหนือหน้ากาล เช่น
พระกฤษณะปราบช้างกุวลัยพีด: แสดงถึงพละกำลังและชัยชนะเหนืออธรรม
กูรมาวตาร: ภาพพระวิษณุอวตารเป็นเต่ายักษ์ในพิธีกวนเกษียรสมุทร เพื่อปกป้องโลกไม่ให้พินาศ
ภาพฤๅษี: นั่งชันเข่าประกอบรูปสัตว์ต่างๆ สะท้อนความเชื่อเรื่องนักสิทธิ์วิทยาธร
จุดยุทธศาสตร์เมืองโบราณ "หามหอก"
กู่แดงไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เชื่อมโยงกับ เมืองโบราณหามหอกและกลุ่มเมืองที่อยู่ริมลำน้ำเสียวทางเมืองชัยภูมิปัจจุบัน ซึ่งมีระบบจัดการน้ำที่ซับซ้อน มีคูน้ำคันดินสองชั้น พบร่องรอยการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัย ทวารวดี ผสมผสานกับวัฒนธรรมขอม เป็นเส้นทางสายสำคัญที่เชื่อมต่อจากภาคกลาง ผ่านช่องเขาพังเหยและเมืองศรีเทพ เข้าสู่ที่ราบลุ่มน้ำชีตอนบน
ศรัทธาที่ยังมีชีวิต
ปัจจุบัน กู่แดงไม่ใช่เพียงซากปรักหักพัง แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านเชื้อสายลาวชัยภูมิในพื้นที่ โดยทุกปีจะมีงานใหญ่ "บุญสรงกู่แดง" และกราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ย้ายจากโบราณสถานไปประดิษฐานใหม่ สร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชุมชน

#กู่แดง #ชัยภูมิ #บ้านเขว้า #ประวัติศาสตร์ไทย #ศิลปะขอม #ลุ่มน้ำชี #เที่ยวเมืองรอง #โบราณสถาน #ทับหลังกู่แดง

ชุดภาพการสำรวจภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ในช่วงพ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งครอบคลุมโบราณสถานสำคัญหลายแห่งรวมถึงป...
24/08/2026

ชุดภาพการสำรวจภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ในช่วงพ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งครอบคลุมโบราณสถานสำคัญหลายแห่งรวมถึงปราสาทหินพนมวัน จังหวัดนครราชสีมา ภาพถ่ายบันทึกสภาพโบราณสถานจากการลงพื้นที่สำรวจจริงในช่วงก่อนการบูรณะ ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะ สะท้อนกระบวนการทำงานภาคสนามในยุคเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการศึกษามรดกวัฒนธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

📸 รับชมอัลบั้มภาพที่ (อย่าลืมกดสมัครสมาชิกก่อน): https://www.siamdesa.org/srisakra-manit-vallibhotama/phanom-wan

#มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #ศรีศักรวัลลิโภดม #สำรวจภาคอีสาน #ปราสาทหินพนมวัน #นครราชสีมา #ภาพถ่ายเก่า

บ้านหนองกะลึม ถิ่นกำเนิดพระครูหลวงโพนสะเม็ก ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี จะเห็นหนองกะลึม และที่ตั้งของกลุ่ม...
24/08/2026

บ้านหนองกะลึม ถิ่นกำเนิดพระครูหลวงโพนสะเม็ก ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
จะเห็นหนองกะลึม และที่ตั้งของกลุ่มเสมาสลักภาพชาดกวัดโนนศิลาอาสน์ กลุ่มเสมาที่พบบริเวณบ้านหนองกะลึม ซึ่งเป็นชุมชนโบราณและเป็นสถานที่เกิดของพระครูหลวงโพนสะเม็ก หรือ “ยาคูขี้หอม” พระสงฆ์ผู้มีบทบาททางการเมืองสองฝั่งโขง ส่วนภาพชาดกที่ปรากฏบนในเสมามีอิทธิพลของศิลปะเขมรซึ่งทำขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดูแบบเกาะแกร์ในช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๖ แต่นำมาใช้สร้างภาพเล่าเรื่องในพุทธศาสนาแบบเถรวาท
"เมืองพาน" มนต์เสน่ห์แห่งภูพาน: เมื่อตำนาน "อุสา-บารส" พบรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์
ภายใต้โขดหินรูปทรงแปลกตาใน อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีเรื่องราวของนาค กษัตริย์ และความรักที่สืบทอดกันมานับร้อยปีซ่อนอยู่!
จาก "ตำนานอุรังคธาตุ" สู่รอยพระพุทธบาท
ย้อนกลับไปในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑ ดินแดนแถบนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะที่อยู่ของ พญานาคสุวรรณนาค และ พุทโธปาปนาค ที่หนีมาจากหนองแส จนกระทั่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์และประทับรอยพระพุทธบาทไว้ให้เหล่านาคได้สักการะ กลายเป็นที่มาของ พระพุทธบาทบัวบาน และ พระพุทธบาทบัวบก ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
"อุสา-บารส" นิยายรักฉบับพื้นบ้าน
ชาวบ้านในพื้นที่ได้หยิบยกเอา "ชาดกนอกพระสูตร" มาผูกโยงกับสถานที่จริง จนเกิดเป็นชื่อเรียกสุดคลาสสิกที่เราคุ้นหู:
หอนางอุสา: หินรูปทรงดอกเห็ดที่เชื่อว่าเป็นที่พักของนางเอกในตำนาน
วัดลูกเขย - วัดพ่อตา: สะท้อนความสัมพันธ์และการต่อสู้ในเนื้อเรื่อง
บ่อน้ำนางอุสา และ คอกม้าท้าวบารส: เปลี่ยนลานหินธรรมชาติให้มีชีวิตชีวาด้วยจินตนาการ
วัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ (แม้ความหมายจะเริ่มจางไป)
แม้ทุกวันนี้เราจะเรียกที่นี่ว่า "อุทยานประวัติศาสตร์" เพื่อการท่องเที่ยว แต่สำหรับคนในท้องถิ่น "เมืองพาน" คือศูนย์รวมจิตใจ:
เดือน ๓: งานนมัสการพระพุทธบาทบัวบาน (พระบาทพี่)
เดือน ๔: งานนมัสการพระพุทธบาทบัวบกและพระพุทธบาทหลังเต่า
น่าเสียดายที่... ในมุมมองของการท่องเที่ยวปัจจุบัน เราอาจจะโฟกัสแค่จุดถ่ายรูปสวยๆ จนลืมนึกถึงภาพรวมของ "มหาวนาสี" (อารามป่า) อันยิ่งใหญ่บนเทือกเขาภูพานแห่งนี้ที่บรรพบุรุษเคยรักษาไว้

#เมืองพาน #ภูพระบาท #อุสาบารส #ตำนานอุรังคธาตุ #เที่ยวอุดรธานี #ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น #พญานาค #ล้านช้าง

"ราชบุรี" เมืองท่าพันปี... จากยุคทวารวดีสู่กรุงศรีอยุธยาการท่องเที่ยวทั่วไปอาจรู้จัก "ราชบุรี" ในมุมเมืองโอ่ง แต่รู้หรือ...
23/08/2026

"ราชบุรี" เมืองท่าพันปี... จากยุคทวารวดีสู่กรุงศรีอยุธยา
การท่องเที่ยวทั่วไปอาจรู้จัก "ราชบุรี" ในมุมเมืองโอ่ง แต่รู้หรือไม่? เมืองนี้คืออดีต "เมืองท่าสุดมั่งคั่ง" ของภูมิภาคตะวันตกที่รุ่งเรืองมานานกว่า ๗๐๐ - ๑,๐๐๐ ปี! วันนี้เราสรุป ๕ จุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองราชบุรีมาฝากกัน
๑. จาก "คูบัว" สู่ริมน้ำแม่กลอง เดิมทีศูนย์กลางอยู่ที่ "เมืองคูบัว" (ยุคทวารวดี) ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำอ้อม ต่อมาเมื่อลำน้ำแม่กลองสายใหญ่เดินเรือสะดวกกว่า ชุมชนจึงขยับขยายมาตั้งเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดริมน้ำ กลายเป็นจุดพักสินค้าสำคัญที่เรือสำเภาจากโพ้นทะเลต้องแวะจอด
๒. ขุมทรัพย์ใต้บาดาลที่เกาะท้ายเมือง บริเวณวัดเกาะนัมมทาฯ พบหลักฐานเด็ด! คือเครื่องถ้วยจีนโบราณจำนวนมาก ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ถัง และ "ราชวงศ์ซ่ง" (ยุคทองของเซลาตอน) แสดงให้เห็นว่าที่นี่เคยเป็นตลาดกลางแลกเปลี่ยนสินค้าระดับโลกมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16-19
๓. อิทธิพลบายนที่ "วัดมหาธาตุ" ซึ่งยังคงมีกำแพงศิลาแลงแบบบายนที่คล้ายกับปราสาทพระขรรค์ในกัมพูชาสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗
๔. ต้นกำเนิด "พระพุทธรูปหินทรายแดง" ราชบุรีคือแหล่งผลิตงานศิลปะชั้นครู! ช่างโบราณที่นี่ใช้ "หินทรายแดง" จากภูเขาในพื้นที่มาแกะสลักพระพุทธรูปและใบเสมา ส่งออกไปทั่วภูมิภาคตะวันตก จุดสังเกตคือพระพุทธรูปยุคแรกๆ จะมีการวางพระหัตถ์ที่ดูฝืนธรรมชาติ (หักข้อมือ) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของช่างยุคนั้น
๕. เขางู: พื้นที่แสวงบุญศักดิ์สิทธิ์ เทือกเขาหินปูน "เขางู" ไม่ได้มีแค่ถ้ำสวย แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สมัยทวารวดี มีภาพปูนปั้นพุทธประวัติและพระพุทธรูปหินทรายแดงสะท้อนแนวคิดการเดินทางแสวงบุญ [Pilgrimage] ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี
สรุป: ก่อนที่ "กรุงศรีอยุธยา" จะกลายเป็นศูนย์กลางการค้า ราชบุรีนี่แหละค่ะที่เป็น "เมืองท่าใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำแม่กลอง" ที่เชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน

#ราชบุรี #ประวัติศาสตร์ไทย #ทวารวดี #เมืองท่าโบราณ #วัดมหาธาตุราชบุรี #โบราณคดี #สยามเทศะโดยมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์

📚 เปิดโอกาสดีๆ สำหรับสถานศึกษา โรงเรียน ห้องสมุด ภาควิชา หรือกลุ่มการศึกษาที่อยากเติมเต็มห้องสมุดด้วยหนังสือคุณภาพระดับต...
23/08/2026

📚 เปิดโอกาสดีๆ สำหรับสถานศึกษา โรงเรียน ห้องสมุด ภาควิชา หรือกลุ่มการศึกษาที่อยากเติมเต็มห้องสมุดด้วยหนังสือคุณภาพระดับตำนาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
แบ่งปันขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ ส่งต่อความรู้สู่ห้องสมุดทั่วไทย!
มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ร่วมกับ สำนักพิมพ์ศิษย์ศรีศักร (บริษัท ในสวนปัญญา จำกัด) ขอเชิญชวนสถาบันการศึกษารับมอบชุดหนังสือพิเศษ “กำเนิดสยามประเทศ” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องรากเหง้าของประเทศไทยให้กับเยาวชน
🏛️ ตัวอย่างสถานศึกษาที่ได้รับมอบหนังสือเรียบร้อยแล้ว อาทิ:
• โรงเรียนวัดสิงห์ (ชัยนาท)
• โรงเรียนอุทัยวิทยาคม (อุทัยธานี)
• โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย (สุพรรณบุรี)
💡 ทำไมต้องมี “กำเนิดสยามประเทศ” ในห้องสมุดของคุณ?
หนังสือชุดนี้ไม่ใช่แค่บันทึกประวัติศาสตร์ทั่วไป แต่เป็นการรวบรวมบทความวิชาการจากประสบการณ์การทำงานกว่า 60 ปี ของ อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม • นักประวัติศาสตร์ โบราณคดี และมานุษยวิทยาชั้นนำของประเทศไทย • ที่ปรึกษามูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ • บรรณาธิการวารสารเมืองโบราณมานานกว่า 50 ปีจนถึงปัจจุบัน • เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ "ฟูกูโอกะไพรซ์" (Fukuoka Prize) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมอบให้แก่นักวิชาการผู้มีผลงานโดดเด่น
🔍 แก้ไขความคลุมเครือ... สู่ความเข้าใจรากเหง้าที่ชัดเจน
ทุกวันนี้สังคมไทยยังเผชิญภาวะคลุมเครือในการอธิบายการกำเนิดของบ้านเมืองแก่นานาชาติ ตลอดจนปัญหาในการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ในระดับชั้นต่างๆ จนมีการเรียกร้องให้ปรับปรุงหลักสูตรอยู่เสมอ ประกอบกับยุคสมัยที่ประวัติศาสตร์มักถูกนำไปรับใช้การเมือง
หนังสือชุดนี้จึงเลือกนำเสนอช่วงเวลาสำคัญในการก่อกำเนิด “สยามประเทศ” เพื่อใช้เป็นพื้นฐานให้นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนได้เข้าใจความจริงอย่างถูกต้องและเป็นระบบ
✨ จุดเด่นที่ทำให้การเรียนประวัติศาสตร์สนุกและน่าติดตาม: • เนื้อหาทันสมัย อ่านง่าย: จัดพิมพ์สวยงาม พร้อมภาพประกอบทรงคุณค่ามากมาย • เห็นภาพชัดเจน: มีแผนที่แสดงตำแหน่งเมืองโบราณอย่างละเอียด ช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนให้สนุกและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
🏫 สนใจรับมอบชุดหนังสือ 'กำเนิดสยามประเทศ' ฟรี!
สถานศึกษาที่สนใจสามารถติดต่อแสดงความประสงค์ขอรับหนังสือได้ตามช่องทางดังนี้:
📧 Email: [email protected]
💬 Line ID: saisongsiri
📞 โทรศัพท์: 085-199-2392
(เมื่อได้รับหนังสือแล้ว อย่าลืมถ่ายรูปส่งกลับมาอัปเดตให้พวกเราชื่นใจด้วยนะคะ! 📸)
มาร่วมกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และส่งต่อประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตให้กับเด็กๆ กันค่ะ 🤍

#กำเนิดสยามประเทศ #ศรีศักรวัลลิโภดม #บริจาคหนังสือ #ห้องสมุดโรงเรียน #ประวัติศาสตร์ไทย #มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #ในสวนปัญญา #วารสารเมืองโบราณ ดูน้อยลง

บทความจากการสนทนากับอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดมกลองมโหระทึกที่พบในเพชรบุรี ไม่ใช่แค่โบราณวัตถุธรรมดา แต่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ...
22/08/2026

บทความจากการสนทนากับอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
กลองมโหระทึกที่พบในเพชรบุรี ไม่ใช่แค่โบราณวัตถุธรรมดา แต่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากเทือกเขาในยูนนาน ผ่านเครือข่ายสุวรรณภูมิ มาจนถึงแผ่นดินไทย

📖 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: https://www.siamdesa.org/post/bronze-drum-in-phetchaburi-from-yunnan-to-suvarnabhumi-and-perspectives-on-thai-history

#ประวัติศาสตร์ไทย #โบราณคดี #กลองมโหระทึก #สุวรรณภูมิ #เพชรบุรี #แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง #ศรีศักรวัลลิโภดม

อโยธยาศรีรามเทพนคร กับ พื้นฐานแนวคิดของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม  การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของนครรัฐแบบสหพันธรัฐท...
22/08/2026

อโยธยาศรีรามเทพนคร กับ พื้นฐานแนวคิดของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของนครรัฐแบบสหพันธรัฐ
ทั้งภายในภาคพื้นและชายฝั่งทะเล
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เห็นด้วยกับ ศาสตราจารย์ โอ. ดับเบิลยู. วอลเตอร์ ที่กล่าวว่า เหตุของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองและการสิ้นสุดอำนาจทางทะเลของ “สหพันธรัฐศรีวิชัย” ตามชายฝั่งซึ่งร่วมสมัยของ “สหพันธรัฐเมืองท่าทวารวดี” บนผืนแผ่นดินใหญ่ถูกทำลายโดยการรุกรานของ “อาณาจักรโจฬะ” ชาวทมิฬทางฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียหรือทางตอนใต้ของอินเดีย
รัฐทางทะเลที่เป็นคนกลางผูกขาดสินค้าที่มาจากดินแดนโพ้นทะเล จนทำให้มีความมั่งคั่งร่ำรวยกว่ารัฐและอาณาจักรต่างๆ ในภูมิภาค เป็นเหตุให้จีนเลิกการค้าขายผ่านศรีวิชัย หันไปค้าขายกับบ้านเล็กเมืองน้อยตามท้องถิ่นในภูมิภาค ทำให้เกิดการรวมตัวของผู้คนในท้องถิ่นต่างๆ ก่อตั้งเป็นเมืองเป็นรัฐใหม่ๆ ขึ้น
เพราะสอดคล้องกับการสำรวจศึกษาชุมชนเมืองโบราณ เพราะบรรดาบ้านเมืองใหญ่ๆ ที่พัฒนาขึ้นเป็น “นครรัฐ” มักพบตามเส้นทางการคมนาคมค้าขายแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะบ้านเมืองและรัฐตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ เป็นต้นมา
เส้นทางการค้าบน East-West Corridor [เส้นทางเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก]
พัฒนาการของรัฐสุโขทัยซึ่งไม่เคยเกิดเป็นเมืองใหญ่ เป็นนครรัฐมาก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๘ แม้ว่าจะพบร่องรอยชุมชนในระดับบ้านและเมืองเล็กตามแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุและของป่ามาแต่สมัยก่อนทวารวดีและสมัยทวารวดีในแถบต้นน้ำแม่ลำพันก็ตาม
เส้นทางการค้าเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงปลายยุคเหล็กจนกระทั่งพุทธศตวรรษที่ ๑๗ จึงมีพัฒนาการของเส้นทางการค้าจากบ้านเมืองและรัฐทางเหนือในลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่านตอนบน ที่มีรัฐหริภุญชัยดำรงอยู่แต่สมัยทวารวดีลงมากับบ้านเมืองและรัฐใหญ่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาสมัยทวารวดี
ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านจากเหนือลงใต้มาออกทะเลที่อ่าวไทย ตัดผ่านกับเส้นทางตะวันตก-ตะวันออกที่เชื่อมต่อทะเลในอ่าวเบงกอลของมหาสมุทรอินเดียมาออกฝั่งทะเลจีนทางตะวันออกในประเทศเวียดนามตอนบน
เมืองเหล่านี้มีทั้ง “เมืองเก่าสมัยทวารวดี” ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางน้ำที่ยังสามารถเดินเรือจากอ่าวไทยเข้ามาค้าขายได้ เช่น เมืองละโว้ และ “เมืองใหม่” ที่เกิดขึ้นบนเส้นทางน้ำที่ยังสามารถเดินเรือจากอ่าวไทยขึ้นมาถึง เช่น เมืองนครชัยศรี เมืองอู่ทอง เมืองคูบัว เมืองอู่ตะเภาริมหางน้ำสาครซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมและเมืองอินทร์บุรีเก่าบนลำน้ำแม่ลา เกิดเมืองใหม่ขึ้นมาแทนในพุทธศตวรรษที่ ๑๘-๑๙
เมืองใหญ่ที่เป็นนครรัฐในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ตอนปลายต่อกับพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ก็คือ “เมืองสุพรรณภูมิ” ลำน้ำท่าจีน “เมืองราชบุรี” ลำน้ำแม่กลอง “เมืองเพชรบุรี” “เมืองแพรกศรีราชา” ลำน้ำน้อย และ “เมืองอโยธยา” บนลำน้ำป่าสัก
📍กลุ่มคนผู้เข้ามาใหม่และ “สยามเทศะ”
มีหลักฐานหลายอย่างทั้งในทางโบราณคดีและเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เห็นการเคลื่อนย้ายของผู้คนหลายชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรม เข้ามาตั้งถิ่นฐานตามเมืองใหม่ที่เกิดขึ้นและมีการผสมผสานทางสังคมวัฒนธรรมกับผู้คนในบ้านเมืองเก่าที่มีมาก่อนแล้ว
กลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่ที่นับได้ว่าเป็นชนชาติที่สำคัญก็คือกลุ่ม “ไท-ลาว” ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาสำคัญในการสื่อสารกันทางสังคมและเศรษฐกิจแทนภาษาเดิมใน “ตระกูลภาษามอญ-เขมร” ที่มีมาแต่เดิม เกิดบ้านเมืองใหม่ๆ ที่ใช้ภาษาไทยเป็นสื่อกลางแทนภาษาเก่า เกิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมและการเมืองใหม่ในรูปของ “เทศะ” หรือ “ประเทศ”
เช่น “กัมพูชาเทศะ” ที่มีมาก่อนแล้ว ซึ่งหมายถึงเขตแดนที่กว้างใหญ่ของอาณาจักรในกัมพูชาที่เข้ามาถึง “เมืองเสมา” ในแคว้นศรีจนาศะ เป็น “ดินแดนนอกเขตกัมพูชาเทศะ” ซึ่งรวมทั้งลุ่มน้ำมูลชีและบ้านเมืองในภาคกลางของสยามประเทศก็อยู่นอกอำนาจทางการเมืองของกัมพูชาเทศะเช่นกัน
ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๗ เป็นต้นมา ดินแดนในประเทศไทยถูกเรียกว่า “สยามเทศะ” หรือ “สยามประเทศ” ดังมีการกล่าวถึงในจดหมายเหตุจีนสมัยราชวงศ์ซุ้ง หยวน และหมิง ตามลำดับ รวมทั้งในจารึกนครวัดในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ที่กล่าวถึงกองทหารที่ไปจากเสียมและละโว้ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘
ละโว้และเสียมหรือสยามต่างก็อยู่ในภาคกลางของประเทศไทยเหมือนกัน จนในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จดหมายเหตุจีนในราชวงศ์หมิง กล่าวว่า “เสียมก๊ก” และ “หลอฮกก๊ก” รวมกันเป็นอันหนึ่งเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกันกับหลักฐานในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่ว่า “สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงเป็นพระราชบุตรเขยของกษัตริย์แห่งสุพรรณภูมิ”
ข้อความแสดงให้เห็นว่า “เสียม” หมายถึง “สุพรรณภูมิ” ในขณะที่จีนยังเรียกทาง “หลอฮก” หรือ “ละโว้” อยู่ ทั้งๆ ที่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ นั้น หมายถึง “กรุงศรีอยุธยา” และ “พระมหากษัตริย์ผู้ครองรัฐนี้ก็มีสองราชวงศ์” ผลัดกันปกครองในลักษณะของการกินดองกันทางเครือญาติ
จนกระทั่งปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ลงมา สมัย “สมเด็จพระนครินทราชาธิราช” แห่ง “ราชวงศ์สุพรรณภูมิ” ก็ได้ครองอำนาจเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาเพียงพระราชวงศ์เดียว
ขณะที่กษัตริย์ราชวงศ์ละโว้แตกไปอยู่ทางเมืองพระนครหรือกัมพูชาแทน ทำให้เกิดสงครามกับเมืองพระนครระหว่างสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ กับอาณาจักรเมืองพระนครที่เกี่ยวดองกับพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ละโว้ จนในที่สุดกองทัพสยามจากกรุงศรีอยุธยาก็ตีเมืองพระนครแตก ได้กวาดต้อนเทครัวของผู้คน ขุนนาง และชีพราหมณ์ รวมทั้งสมบัติที่มีค่ามายังพระนครศรีอยุธยา ทำให้กษัตริย์ทางเมืองพระนครต้องย้ายเมืองสำคัญไปตั้งใหม่ริมแม่น้ำโขงในเขตพนมเปญ
ในลิลิตยวนพ่ายแต่งขึ้นเพื่อสรรเสริญพระเกียรติของ “สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ” ผู้ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) ไม่เพียงผนวกกัมพูชาไว้ในราชอาณาจักร หากยังรวมเมืองและแคว้นสุโขทัยเข้าไว้ในราชอาณาเขตของอยุธยา ผนวกแคว้นนครศรีธรรมราชทางใต้ไว้ด้วย ทำให้กรุงศรีอยุธยากลายเป็นศูนย์กลางราชอาณาจักรของดินแดนสยามประเทศที่แผ่กว้างไปถึงแหลมมลายูที่มีเมืองสำคัญอยู่ที่มะละกา
📍สยามเทศะและกรุงศรีอยุธยา
คนไทย / สยามเทศะหรือประเทศสยาม และการมี “กรุงศรีอยุธยา” เป็นราชธานี
พุทธศตวรรษที่ ๒๑ เมื่อมีความเจริญทางการค้าทั้งทางบกทางทะเลเกิดขึ้น บรรดาคนจากภายนอกต่างเรียกดินแดนที่มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางหรืออีกนัยหนึ่งเป็นราชธานีว่า เมืองสยาม หรือ สยามประเทศ เป็นดินแดนที่ผู้คนในพระราชอาณาจักรถูกเรียกว่าเป็น “คนสยาม” และใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลางในการสื่อสาร และผู้คนในสยามประเทศเรียกตนเองว่าเป็น “คนไทย” เนื่องมาจากการใช้ “ภาษาไทย” เป็นภาษาสำคัญ
ประเทศสยามมี “กรุงศรีอยุธยา” เป็นศูนย์กลางแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ลงมา เป็นดินแดนร่วมสมัยกับ เมืองมอญหรือ “รามัญประเทศ” ทางตะวันตก เมืองมลายูบนคาบสมุทรทางใต้และเกาะสุมาตราที่ใช้ภาษามาเลย์เป็นภาษาสำคัญ นั่นคือ “มลายู” ที่หมายถึงดินแดน ในขณะที่ผู้คนในทางชาติพันธุ์และภาษาคือ “มาเลย์”
ส่วนทางตะวันออกก็เป็น “กัมพูชาเทศะ” ที่มีผู้คนใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาสำคัญ ส่วนทางเหนือตั้งแต่เขต “แคว้นสุโขทัย” ขึ้นไปถึง “แคว้นล้านนา” ผู้คนเป็นชาติพันธุ์ไท-ลาว ที่ใช้ภาษาไทยเป็นสื่อกลางเช่นเดียวกัน นับเป็นบ้านเมืองและผู้คนในดินแดนที่เรียกว่า “สยามประเทศ” เช่นเดียวกันกับผู้คนทางภาคกลางในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ซึ่งล้วนเป็นบ้านเมืองที่เกิดใหม่ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๗ ลงมา ซึ่งแตกต่างจากผู้คนและบ้านเมืองสมัยทวารวดี
การเคลื่อนย้ายของผู้คนในแคว้นยูนนาน กวางตุ้ง กวางสีทางตอนใต้ของจีน เดินทางเข้ามาค้าขายทางทะเล และเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ขณะเดียวกันก็มีการลี้ภัยทางการเมืองของคนจีนในสมัยราชวงศ์ซ้องเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเวลาไล่เรี่ยกัน “สะท้อน” ให้เห็นจากตำนานเมืองและตำนานสถานที่ในท้องถิ่นต่างๆ ใกล้ทะเล ที่กล่าวถึงลูกกษัตริย์จีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานและขอแต่งงานกับลูกสาวของผู้นำท้องถิ่น เช่น “ตำนานนางนงประจันเขาจีนโจนจีนแล” ของเมืองลพบุรี “ตำนานตาม่องล่ายกับนางยมโดย” บริเวณรอบอ่าวไทย
ที่สำคัญกว่าตำนานอื่นๆ คือ “ตำนานท้าวอู่ทอง” ที่เกี่ยวข้องกับ “เมืองอโยธยา เมืองเพชรบุรี และนครศรีธรรมราช” รวมทั้งท้องถิ่นอื่นที่สัมพันธ์กับ “ถนนท้าวอู่ทอง”
📍นครรัฐเมืองคู่
บรรดาบ้านเมืองที่เกิดใหม่ในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ มีการเปลี่ยนแปลงทางศาสนา ความเชื่อ และประเพณีพิธีกรรมที่ไม่เหมือนเดิม สะท้อนให้เห็นจากศาสนสถานและบรรดาศิลปรูปแบบของสถาปัตยกรรมและสิ่งที่เป็นวัตถุทางสัญลักษณ์ทั้งพุทธและฮินดู
ศาสนาและความเชื่อเดิมที่เคยเป็น “พุทธเถรวาทและมหายาน” ค่อยๆ ถูกแทนที่โดย “พุทธศาสนาเถรวาทที่ส่งอิทธิพลมาจากศรีลังกา” ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมือง “โปโลนนานุวะ" เป็นลัทธิศาสนาที่รู้จักในนามว่า “ลังกาวงศ์” เมืองสำคัญที่เป็น “ศูนย์กลางของนครรัฐ” ที่พัฒนาขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ คือตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เป็นต้นมา ไม่ว่า “สุโขทัย สุพรรณภูมิ อโยธยา ราชบุรี เพชรบุรี แพรกศรีราชา” เป็นนครเกิดขึ้นใหม่หลากทางชาติพันธุ์อยู่บนเส้นทางการคมนาคม การค้าขายที่มีกษัตริย์ราชวงศ์ใหม่ ศาสนาใหม่ มีวัดวาอารามแบบใหม่ที่ได้อิทธิพลพุทธศาสนาลังกาวงศ์ และทุกเมืองมีการใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลางเหมือนกัน
อีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ชัดเจนก็คือ “ความเป็นนครรัฐในยุคพุทธศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ นี้” แต่ละรัฐจะประกอบด้วย “เมืองหลวงและเมืองลูกหลวง” ที่ “ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีแม่น้ำใหญ่เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ” เช่น “เมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย”
“เมืองราชบุรีและเมืองเพชรบุรี”
“เมืองสุพรรณภูมิและเมืองแพรกศรีราชา”
“เมืองละโว้และอโยธยา”
เป็นต้น

#สยามเทศะ #อโยธยาศรีรามเทพนคร #อยุธยา #นครรัฐเมืองคู่
#ศรีศักรวัลลิโภดม #กำเนิดสยามประเทศ

ทำไมดินแดนแถบนี้ถึงถูกเรียกว่า "สุวรรณภูมิ" คำตอบอยู่ในหนังสือ 'ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ' โดย อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เป็...
21/08/2026

ทำไมดินแดนแถบนี้ถึงถูกเรียกว่า "สุวรรณภูมิ"

คำตอบอยู่ในหนังสือ 'ในดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ' โดย อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เป็นเล่มที่ ๒ ของสำนักพิมพ์ศิษย์ศรีศักร โดยจัดแบ่งเนื้อหาจากบทความขนาดยาวและสั้นของอาจารย์ศรีศักรไว้ใน ๔ ส่วนคือ

ส่วนที่ ๑ ‘การศึกษาเรื่องก่อนประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องกับยุคโลหะในประเทศไทย เมื่อแรกเริ่ม’
ส่วนที่ ๒ ‘ยุคเหล็ก ช่วงเวลาปฏิวัติทางสังคมมนุษย์ในดินแดนสุวรรณภูมิ’
ส่วนที่ ๓ ‘เริ่มแรกรัฐในดินแดนสุวรรณภูมิ’
ส่วนที่ ๔ ‘ในดินแดนพุทธภูมิเมื่อต้นพุทธกาล’

งานส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน คือยุคเหล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอายุราวช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑-๓ จนถึงราวพุทธศตวรรษที่ ๘ ซึ่งบ้านเมืองในประเทศไทยจะเรียกว่า ยุคสุวรรณภูมิที่ต่อเนื่องกับยุคฟูนันก็ได้

พิกัดสั่งซื้อ หรือ inbox เพจ 🔗 https://www.siamdesa.org/product-page/in-the-land-of-suvarnabhumi-paperback

#ป้ายยาหนังสือ #หนังสือดีบอกต่อ #สุวรรณภูมิ #หนังสือโบราณคดี #ศิษย์ศรีศักร

ถ้ำฝาโถ เทือกเขางู จังหวัดราชบุรีผนังถ้ำทางด้านทิศใต้มีภาพจำหลักรูปพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ่ (ยาว ๘.๗๕ เมตร สูง ๑.๘๕ เมต...
21/08/2026

ถ้ำฝาโถ เทือกเขางู จังหวัดราชบุรี
ผนังถ้ำทางด้านทิศใต้มีภาพจำหลักรูปพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ่ (ยาว ๘.๗๕ เมตร สูง ๑.๘๕ เมตร) หันพระเศียรไปทางปากถ้ำ หลังพระเศียรมีประภามณฑล ประดับด้วยลายปูนปั้น เหนือประภามณฑลขึ้นไปเป็นภาพปูนปั้นรูปเทพชุมนุมและต้นไม้ ภาพต้นไม้ตกแต่งด้วยผ้าแขวนห้อยชายและรัดลำต้นด้วยวงแหวนประดับอุบะ ลักษณะของใบไม้เป็นแบบเดียวกัน คือ ใบสาละ น่าจะหมายถึงตอนเสด็จสู่ปรินิพพาน
ผนังถ้ำทางด้านทิศเหนือมีภาพพระสาวกจำนวน ๔ องค์ มีบุคคลหนึ่งที่แสดงอาการเคลื่อนไหวแบบการเดินหรือเหาะ พระหัตถ์ไขว้กัน ท่าแสดงความเคารพ (สวัสดิกะมุทรา) เหมือนที่ถ้ำพระโพธิสัตว์ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งคล้ายกับที่โปโลนนาลุวะ และการแสดงพระพุทธรูปนอนหันพระเศียรออกไปทางปากถ้ำ และมีเทพชุมนุมอยู่เหนือพระพุทธรูปคล้ายที่ถ้ำอชันตา อินเดีย ซึ่งทำให้เห็นร่องรอยของการสร้างภาพบนผนังถ้ำก่อนที่จะมีการใช้ปูนปั้นประดับ
ดังนั้น อิทธิพลของการแสดงภาพนั้นเห็นร่องรอยทั้งที่มีมาจากโปโลนนาลุวะลังกาและถ้ำอชันตา ซึ่งน่าจะสืบเนื่องกับศิลปกรรมยุคสมัยทวารวดีตอนปลาย และควรจะมีอายุในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเมืองราชบุรีที่ริมแม่น้ำแม่กลองแล้ว


#สยามเทศะโดยมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์ #ถ้ำฝาโถ #เขางู #ราชบุรี

ที่อยู่

ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร
Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สยามเทศะ โดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์:

ทางลัด

แชร์