iLaw แก้กฎหมายให้คนเท่ากัน
(208)

ชวนไปงาน "19 กันยา กำแพงเมืองไทย: ตามหาระบอบสีน้ำเงิน" จาก กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group - DRGไปพบก...
16/09/2026

ชวนไปงาน "19 กันยา กำแพงเมืองไทย: ตามหาระบอบสีน้ำเงิน" จาก กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group - DRG
ไปพบกันได้กับบูธสินค้ารณรงค์พร้อมเข้าชื่อเสนอกฎหมายจาก iLaw
📅วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 16.30 – 20.30 น.
📍ห้องประชุมชั้น 1 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

เส้นทางการโทรศัพท์ พยานรหัสที่ 16/26 “เอกราช ช่างเหลา” โทรสายตรงถึง "เนวิน ชิดชอบ"จากที่ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกร...
16/09/2026

เส้นทางการโทรศัพท์ พยานรหัสที่ 16/26 “เอกราช ช่างเหลา” โทรสายตรงถึง "เนวิน ชิดชอบ"
จากที่ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กล่าวถึงพยานรหัสที่ 16/26 ในการแถลงผลลงมติคดีโกง สว. กรณีเคยให้การพาดพิงถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยว่าได้กระทำการวางแผนเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา แต่ต่อมามีการกลับคำให้การในภายหลัง
ณรงค์ให้ความเห็นว่าพยานท่านนี้เคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่ต่อมาพรรคภูมิใจไทยมีมติขับให้พ้นออกจากพรรคและได้ไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ซึ่งในเวลานั้นพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมมีความขัดแย้งไม่ลงรอยกันทางการเมือง จากนั้นพยานจึงมาให้ถ้อยคำยอมรับว่าร่วมกระทำการผิดในขบวนการโกง สว. และขอกันตัวเองออกมาเป็นพยาน โดยกล่าวว่า “ช่วงเวลาที่พยานออกมาให้ถ้อยคำมีข้อน่าสงสัยว่ามีเจตนาอย่างไร จะว่าไม่มีสาเหตุโกรธเคืองก็ยังฟังไม่ถนัด”
จากเอกสารหลักฐาน ข้อมูลเส้นทางโทรศัพท์ในช่วงการดำเนินการเลือก สว. ระหว่างเดือนมิถุนายน 2567 - กันยายน 2567 มีการบันทึกการติดต่อกันผ่านโทรศัพท์ระหว่าง เนวิน ชิดชอบ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 228 และ พยานรหัสที่ 16 เอกราช ช่างเหลา
ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 คุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 2 จังหวัดเลย ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศว่ามีผู้สมัคร สว. ได้พบกับเอกราชที่ร้านอาหารในจังหวัดขอนแก่น ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเอกราชได้โทรศัพท์หา “เจ้านายทางบุรีรัมย์” ซึ่งตรงกับเอกสารหลักฐานการโทรศัพท์ที่พบว่าเอกราชโทรหา เนวิน ชิดชอบ จากจังหวัดขอนแก่น
นอกจากนี้ยังงพบข้อมูลว่าเอกราชยังมีการพูดคุยทางโทรศัพท์กับบุคคลอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยและถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นในขบวนการโกงเลือก สว. ในครั้งนี้ ได้แก่
- รัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ชลัฐ รัชกิจประการ สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย
- สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.จังหวัดอำนาจเจริญ เขต 1
- ทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล และผู้ประสานงานหลักของ เนวิน ชิดชอบ

16 กันยายน 2569 เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ เครือข่ายรณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ และชมรมโดมรวมใจ แถลงข่าวจัดงานรำลึกค...
16/09/2026

16 กันยายน 2569 เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ เครือข่ายรณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ และชมรมโดมรวมใจ แถลงข่าวจัดงานรำลึกครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” (งานครบรอบ 50 ปี 6ตุลาฯ) ณ ห้องประชุมจารุพงษ์ทองสินธุ์ ชั้น 3 ตึกกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดยผู้แถลงกล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มักถูกกล่าวถึงในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะบทเรียนความรุนแรงของรัฐ แต่สำหรับเราที่ชีวิตถูกหักรากถอนโคนด้วยน้ำมือของเผด็จการ อีกทั้งมรดกบาปของการรัฐประหารในวันนั้น ยังคงฝังรากลึกและทำหน้าที่กดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย อยู่จนถึงวินาทีนี้

ในตอนเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้มีการก่อการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ระหว่างการปกครองโดยคณะรัฐประหารได้มีการออกคำสั่งของคณะหลายฉบับ หนึ่งในนั้นคือคำสั่งของ “คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41” ซึ่งแก้ไขโทษของกฎหมายหลายมาตราให้สูงขึ้น ทั้งหมิ่นศาลหมิ่นประมาทและอื่นๆ รวมถึงมาตรา 112 ที่ต่างเป็นสาเหตุของคดีทางการเมืองและผู้ต้องขังทางการเมืองจำนวนมากในปัจจุบัน

จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ (ปี 2569) คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่มีอยู่แล้ว แต่ผลพวงของกฎหมายยังคงอยู่และยังมีการทำรัฐประหาร ซึ่งฉุดรั้งประเทศมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องด้วยโอกาสครบรอบ 50 ปีนี้ เราจึงอยากให้ 6 ตุลาเป็นวาระให้รับใช้ประชาชน โดยการร่วมกันยกเลิกประกาศดังกล่าวทั้งฉบับ

นี่ไม่ใช่แค่การลบมรดกบาปในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น แต่เป็นการปักธงว่า คณะรัฐประหารและกฎหมายของพวกเขาที่ไม่ได้มาจากประชาชนเป็นสิ่งที่ “มิอาจยอมรับได้และไม่ควรมีที่ยืนในสังคม” อีกต่อไป

เราจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมลงชื่อ เพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 41 ตั้งแต่วันนี้ (16 กันยายน 2569) จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ไม่ว่าจะเป็นพวกเราหรือคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เราต่างได้รับผลกระทบของรัฐประหารด้วยกันทั้งนั้น การผสานพลังของพวกเราจะช่วยให้ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยขึ้นอีกก้าวมาร่วมลงชื่อด้วยกัน เพื่อลบมรดกบาปรัฐประหารและเขียนอนาคตด้วยประชาชน

“ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ คืนเสรีภาพ คืนอำนาจให้ประชาชน”

🟥 กิจกรรมจัดตลอดต่อเนื่อง 3 วัน ทั้งเสวนาวิชาการ ละครหรือดนตรี

ภายในงานครบรอบ 50 ปี 6ตุลาฯ มีการจัดงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 วัน รายละเอียดมีดังต่อไปนี้

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณหอประชุมศรีบูรพา

12:30-13:00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมบริเวณหอประชุมศรีบูรพา

13:00-13:30 น. ภาพยนตร์สารคดี 50 ปี 6 ตุลาฯ “บันทึกหน้าสุดท้าย” โดย Young Active

14:00-16:30 น. การแสดงดนตรี โดยชุมนุมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวงสามัญชน บริเวณสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ “ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย”

16:00-16:30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม Walking Tour

16:30-18:30 น. กิจกรรม Walking Tour

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณหอประชุมศรีบูรพา

12:30-13:00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมบริเวณหอประชุมศรีบูรพา

13:00-13:30 น. ภาพยนตร์สารคดี 50 ปี 6 ตุลาฯ “เสียงสะท้อนจากความทรงจำ” โดย Young Active

13:30-13:45 น. การบรรยายนำเสนอ บทเรียนจากควังจูสู่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

13:45-15:00 น. เสวนาวิชาการ ในหัวข้อ จากควังจูถึง 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 : ประสบการณ์จากการเข้าร่วมงานรำลึกเหตุการณ์การลุกฮือที่ควังจู

15:00-17:00 น. เสวนาเปิดตัวหนังสือไดอารี่ดาวแดง : บทบันทึกชีวิตและห้วงคำนึกของอดีตสหายในเขตป่าเขา โดย พิพิธภัณฑ์สามัญชน

17:00-18:00 น. การแสดงดนตรี โดยวงหมาเก้าหาง

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 แบ่งพื้นที่จัดกิจกรรมออกเป็น 2 พื้นที่

บริเวณสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ “ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย”

05:30-06:30 น. นาฏกรรมลำนำรำลึก 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 โดยธีรวัฒน์ มูลวิไล

07:00-07:30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมพิธีการ

07:30-08:00 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 19 รูป

08:00-09:30 น. พิธีการ และการพวงดอกไม้รำลึก

09:30-10:30 น. กล่าวรำลึกถึงวีรชน “6 ตุลาคม 2519”

10:30-11:00 น. พิธีมอบรางวัล “จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย” โดยสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

11:00-11:30 น. พิธีมอบรางวัล “สิทธิมนุษยชนคนธรรมดา” โดย มูลนิธิศักยภาพชุมชน

บริเวณหอประชุมศรีบูรพา

12:30-13:00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมบริเวณหอประชุมศรีบูรพา

13:00-16:00 น. ชุมนุมปาฐกถา เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

16:00-18:00 น. การแสดงดนตรี โดยคณะศิลปินที่มั่นแดง บริเวณสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ “ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย”

16:00-16:30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม Walking Tour

16:30-18:30 น. กิจกรรม Walking Tour 18:40-19:00 น. การแสดงงิ้วล้อการเมือง โดย อุปรากรจีนล้อการเมือง

19:00-20:00 น. การแถลงปิดการรณรงค์ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” โดยเครือข่ายรณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ

20:00-20:30 น. กิจกรรมจุดเทียนและบรรเลงเพลงรำลึก โดยวงสลึง

🟥 ยื่นหนังสือถึงพรรคการเมืองร่วมลบมรดกรัฐประหาร

22 กันยายน 2569 เครือข่ายจัดงานรำลึก 6ตุลาฯ

จะเดินทางยื่นหนังสือถึงพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้ร่วมลบมรดกรัฐประหาร มีกำหนดการดังนี้

12:00 น. ยื่นหนังสือถึงพรรคภูมิใจไทย

13:10 น. ยื่นหนังสือถึงพรรคประชาธิปัตย์

14:10 น. ยื่นหนังสือถึงพรรคเพื่อไทย

15:20 น. ยื่นหนังสือถึงพรรคประชาชน

🟥 งานรำลึก 50 ปี 6ตุลา ถูกจัดขึ้นทั่วประเทศรอให้ทุกคนติดตาม

เนื่องในโอกาสรำลึกครบ 50 ปี เครือข่ายและภาคประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศจัดกิจกรรมรำลึกขึ้นหลากหลายรูปแบบ เช่น

19 กันยายน 2569 สีน้ำเงินในยุคคุณคืออะไร “ร่วมค้นหาระบอบสีน้ำเงินจากคนแต่ละยุคสมัย” โดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย

23 กันยายน 2569 Behind the seen 6 ตุลาฯ : เลือด เพื่อน ผู้กล้า โดยกลุ่มนิติอาสาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

26 กันยายน 2569 The Memoir of People Resistance: ความทรงจำ ความฝันและคนธรรมดา หลัง 6 ตุลาฯ โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

25-27 กันยายน 2519 ทำบุญรำลึก “2 วีรชน” เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 โดย ผศ.เนตรนภา ขุมทอง และคณะ

3 และ 5 ตุลาคม 2569 ตุลารำลึก : ครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ โดย ฝ่ายส่งเสริมสิทธิและมนุษยธรรม องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

4-6 ตุลาคม 2519 ละครเวทีศาลจำลองจากสำนวนคดี 6 ตุลาคม 2519 โดย The Trail ห้องพิจารณาคดีที่ 4

6 ตุลาคม 2519 การแสดงศิลปะล้อเลียนเสียดสีการเมือง โดย กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

6 ตุลาคม 2569 การวาดภาพสดในงานรำลึกครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 โดยวสันต์ สิทธิเขตต์ และคณะศิลปิน

6 ตุลาคม 2569 การแสดงดนตรี “เพลงเพื่อชีวิตยุคก่อน 6 ตุลาฯ” โดยณรงค์ ตะนาวศรี

🟥 มีสินค้าที่ระลึกจำหน่ายและช่องทางติดตามความเคลื่อนไหว

ปี 2569 เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ จัดทำสินค้าที่ระลึก 4 รายการ ได้แก่

เสื้อยืดคอกลม เนื้อผ้าคอตตอนโพลีเอสเตอร์สีขาว พิมพ์โลโก้ 50 ปี 6 ตุลาฯ
เข็มกลัดกลม พิมพ์โลโก้ 50 ปี 6 ตุลาฯ
เข็มกลัดสูท พิมพ์โลโก้ 50 ปี 6 ตุลาฯ
กระเป๋าหูหิ้ว พิมพ์โลโก้ 50 ปี 6 ตุลาฯ
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ตามช่องทางออนไลน์ต่างๆ ได้ที่

Facebook: เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ

Instagram : 6tula2519

X (Twitter):

📌 https://www.ilaw.or.th/articles/59442

16/09/2026

"สิทธิโชติ อินทรวิเศษ" 1 ใน กกต. เสียงข้างน้อย เผยคำให้การของพยานว่า ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 มีการนัดประชุมเพื่อกำหนดประธานและรองประธานวุฒิสภา มีการเก็บโทรศัพท์และพบคนสำคัญของพรรค อาจรวมไปถึงหัวหน้าพรรคการเมืองนั้นด้วยเช่นกัน พฤติการณ์เหล่านี้รวมถึงข้อมูลการติดต่อกันผ่านโทรศัพท์ในช่วงเวลาที่มีการเลือก สว. นั้นสอดคล้องกัน ความเห็นของ กกต. เสียงข้างน้อยจึงเห็นว่า ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนหรือทำให้เกิดเหตุการณ์ทำโพยฮั้ว
#ไม่ฟ้องคนไหนเราเปิดคนนั้น #ไม่เอาอำนาจสว #ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน ีน้ำเงิน

[ชวนเปลี่ยนภาพ Profile และ Cover]❎🔵 หากท่านเป็นคนหนึ่งที่เห็นความผิดปกติและทนไม่ได้กับกระบวนการสรรหา สว. จนได้มาซึ่ง สว....
16/09/2026

[ชวนเปลี่ยนภาพ Profile และ Cover]
❎🔵 หากท่านเป็นคนหนึ่งที่เห็นความผิดปกติและทนไม่ได้กับกระบวนการสรรหา สว. จนได้มาซึ่ง สว.สายสีน้ำเงินที่มาจากการ "เลือกกันเอง" อีกทั้งพรรคภูมิใจไทยก็กำลังเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยและ สว.สีน้ำเงิน ที่จะมาเป็นคนหยิบเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ
ร่วมเป็นคนละหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ด้วยการเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ีน้ำเงิน เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย #สสรเลือกตั้ง และไม่ต้องใช้เสียง สว. ในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ลงชื่อได้ที่เว็บไซต์ conforall.com
❎🔵 หากใครลงชื่อ ีน้ำเงิน แล้ว ร่วมบอกต่อได้ด้วยการเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ และเปลี่ยนภาพ Cover หรือภาพปกบัญชีส่วนตัว�
📥 ดาวน์โหลดไฟล์กรอบภาพโปรไฟล์ https://drive.google.com/drive/folders/14ZMfAqy_L_R7J9_ptCTNJB_il-FfQSBm?usp=drive_link
📥 ดาวน์โหลดภาพ Cover https://drive.google.com/file/d/1_uHVtnxSWs-mYyStbe7Y7o28fVVHIf9b/view?usp=drive_link
📥 และดาวน์โหลดภาพสำหรับการใช้รณรงค์อื่นๆได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1ngDOTvVdF3vaXfHX_ozQ2lvRaCGXWamD?usp=drive_link

เตือนความจำกันหน่อย! ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกกต. ตั้งแต่ปี 2568 ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะ...
15/09/2026

เตือนความจำกันหน่อย! ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกกต. ตั้งแต่ปี 2568 ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาแล้ว
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดแถลงข่าวสรุปผลการลงมติในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 หรือที่เรียกว่า “คดีโกงเลือก สว.” ผลการพิจารณาสรุปได้ว่า สั่งฟ้องผู้ที่ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีการวม 77 คน แบ่งเป็น สว. ขณะดำรงตำแหน่งที่ถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่นๆ 15 คน ส่วนกรรมการบริหารพรรคและ สส. พรรคภูมิใจไทย หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรอดหมด โดยในการแถลงดังกล่าว มีผู้แถลงคือ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.
ทั้งนี้ ในระหว่างการชี้แจงว่า ทำไมผู้ถูกกล่าวหากลุ่มที่เป็นกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งก็คือบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ถึงไม่ถูกส่งฟ้องในข้อกล่าวหาที่ 1 ว่ากระทำการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็น สว. ณรงค์ระบุถึงความเห็นส่วนตัวของเขาว่า เขา “ไม่ได้เชื่อถือ” พยานทั้ง 3 ปาก กล่าวคือ พยานรหัส 16/26 ซึ่งเคยเป็น สส. ที่ถูกขับออกจากพรรคภูมิใจไทยและต่อมาย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม หรือก็คือ เอกราช ช่างเหลา โดยตั้งข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของพยาน ซึ่งมีความขัดแย้งกับผู้ถูกกล่าวหา นอกจากนี้ ณรงค์ยังระบุว่า มีแต่พยานรหัส 16/26 ที่มาให้หลักฐานเรื่องนี้ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่น หรือเส้นเงินอื่นๆ ของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และ สส. พรรคภูมิใจไทย เขาระบุว่า “ก็คงเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ”
ขณะที่พยานรหัส 21/26 และพยานรหัส 22/26 ก็เป็น สว. ทั้งคู่ มาให้ถ้อยคำหลังจากพยานรหัส 16/26 มาให้ถ้อยคำ เขาระบุว่า คำให้การของพยานทั้ง 3 ไม่สอดคล้องกัน และมากลับคำให้การในภายหลัง
ณรงค์ยังกล่าวถึงประสบการณ์ทำงานของเขาว่า “ผมอยู่ศาลมา 38 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษา พยานกลับคำ ผมลงโทษมาเยอะ แต่พยานปากนี้ หรือ 3 ปาก ไม่มีความน่าเชื่อถือมาแต่แรก”
เมื่อดูจากประสบการณ์ทำงานของณรงค์ จริงอยู่ที่ว่าเขาเคยมีประสบการณ์ทำงานในองค์กรตุลาการมาโดยตำแหน่งสุดท้ายในฐานะข้าราชการตุลาการ คือ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม หลังจาก สว. ชุดแรกจากระบบเลือกกันเอง ซึ่งเกินครึ่งก็เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกงเลือก สว. ให้ความเห็นชอบณรงค์เป็น กกต. และเมื่อ 30 สิงหาคม 2568 พระมหากษัตริย์ก็ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็น กกต. นับแต่นั้นมา บทบาทรวมถึงอำนาจหน้าที่ของเขา คือ กกต. ไม่ใช่ผู้พิพากษา
ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 224 กำหนดอำนาจหน้าที่ กกต. เกี่ยวกับการเลือก สว. ไว้ว่า ควบคุมดูแลการเลือกให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม มีอำนาจสืบสวนหรือไต่สวนได้ตามที่จำเป็นหรือที่เห็นสมควร และมีอำนาจหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในคดีโกงเลือก สว. ข้อกล่าวหาทั้ง 7 ข้อกล่าวหานั้นสามารถจำแนกโดยพิจารณาจากการกำหนดบทลงโทษได้เป็น 2 ประเภท 1) บทลงโทษทางอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับหรือทั้งจำคุกและปรับ 2) บทลงโทษเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งข้อกล่าวหาที่คนในพรรคภูมิใจไทย “รอด” ไปนั้น มีบทลงโทษทางอาญา
อย่างไรก็ตาม ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 รวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ก็ไม่ได้กำหนดมาตรฐานในการไต่สวนหรือสืบสวนว่าต้องพิสูจน์จน “สิ้นข้อสงสัย” เพราะมาตรฐานการพิสูจน์ความผิดในทางอาญาดังกล่าวเป็นบทบาทของ “ศาล” ซึ่งจะต้องพิสูจน์ ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำความผิด หน้าที่ของ กกต. เมื่อไม่พบหลักฐาน คือ ต้องแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าขบวนการตระเตรียมการโกงเลือก สว. ที่พยานกล่าวอ้างนั้น มี “หลักฐานอันควรเชื่อ” หรือไม่ ไม่ใช่ตัดสินไปก่อนว่า “พยานไม่น่าเชื่อถือ” และยุติการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

🔵"ได้เจอนายเนวิน ชิดชอบ ในห้องประชุมใหญ่" เปิดคำให้การ “อัษฎางค์ แสวงการ” พยานรหัสที่ 21/26 ที่ประธานคณะกรรมการการเลือกต...
15/09/2026

🔵"ได้เจอนายเนวิน ชิดชอบ ในห้องประชุมใหญ่"
เปิดคำให้การ “อัษฎางค์ แสวงการ” พยานรหัสที่ 21/26 ที่ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงในการแถลงผลการลงมติของ กกต. ในคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.
อัษฎางค์ แสวงการ หรือ พยานรหัสที่ 21/26 ให้การว่ามีการรวมกลุ่มกับ เอกราช ช่างเหลา ซึ่งมี ขจรศักดิ์ ศรีวิลาส พยานรหัสที่ 22/26 จากจังหวัดพะเยารวมอยู่ด้วย โดยระบุว่าเคยร่วมประชุมจัดทำโพยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2567 และได้พบกับทีมงานของ “สุขสมรวย วันทนียกุล” สส.จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นผู้บรรยายในการจัดทำโพย โดยในโพยดังกล่าวมีหมมายเลข 150 ซึ่งเป็นหมายเลขของตนอยู่ในโพยด้วย และเอกราชได้ให้ลงชื่อในใบลาออกล่วงหน้าด้วย
ต่อมาภายหลังจากการเลือก สว. ระดับประเทศเสร็จสิ้น มีการนัดเดินทางให้ไปรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ฯ และได้พบกับ “เนวิน ชิดชอบ” ในห้องประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นห้องที่คุยกันว่าจะให้ใครดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภา และทราบว่าในช่วงการประชุมแยกเป็นกลุ่มย่อย มีการให้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว. ลงลายมือชื่อในใบลาออกล่วงหน้ามอบให้กับเอกราช และทราบว่าเอกราชได้เป็นผู้จ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับผู้สมัคร สว. ที่มาลงคะแนนให้กับตน
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำให้การของ อัษฎางค์ แสวงการ ในคดีพิเศษที่ 24/2568 โดยการให้การในคดีอื่น เช่น ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26) ยังมีรายละเอียดที่มากกว่านี้ โปรดติดตามต่อไป

15/09/2026

"สิทธิโชติ อินทรวิเศษ" 1 ใน กกต. เสียงข้างน้อย เผยว่ามติสั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรค และ สส. ไม่เป็นเอกฉันท์ โดยตนมีมติให้สั่งฟ้อง เพราะพยานหลักฐานที่ปรากฏเชื่อได้ว่าเอี่ยวพรรคพรรคหนึ่งจริง มีการทำเป็นขบวนการ ไม่ได้ทำเพียงเท่าที่มีหลักฐานชัดเจนโยงถึง ปากคำพยานเชื่อได้เพราะคำพูดสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
#ไม่ฟ้องคนไหนเราเปิดคนนั้น #ไม่เอาอำนาจสว #ไม่เห็นชอบระบอบสีน้ำเงิน ีน้ำเงิน

[กกต. เสียงข้างน้อย เผยความในใจมติคดี "โกงเลือก สว." ชี้ข้อมูลคดีต้องเห็น "ช้างทั้งตัว" ไม่ใช่จับแค่งวง]15 กันยายน 2569 ...
15/09/2026

[กกต. เสียงข้างน้อย เผยความในใจมติคดี "โกงเลือก สว." ชี้ข้อมูลคดีต้องเห็น "ช้างทั้งตัว" ไม่ใช่จับแค่งวง]
15 กันยายน 2569 ที่บริเวณสำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สิทธิโชติ อินทรวิเศษ หนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ต่อนักข่าวถึงกรณีที่ กกต. มีมติ “ไม่” เอกฉันท์ มติ 5 ต่อ 2 ในคดีโกงเลือก สว. ตามข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ซึ่งมีการกล่าวหาไปยังกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย สส. และบุคคลอื่น ว่ากระทำการโดยวิธีใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็น สว. หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก
สิทธิโชติ ระบุว่าในการลงมติไม่ได้เป็นเอกฉันท์ทั้งหมด โดยในข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ที่เป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับบุคคลในพรรคการเมือง มีมติไม่เอกฉันท์ที่ 5 ต่อ 2 ซึ่งสิทธิโชคระบุว่าตนเป็น 1 ใน 2 กกต. เสียงข้างน้อยที่ลงมติให้สั่งฟ้องต่อบุคคลในพรรคการเมือง เนื่องจากพยานหลักฐานที่เห็นและปรากฎค่อนข้างเชื่อได้
สิทธิโชติระบุว่า ต้องมองบริบทว่าในคดีนี้ไม่ได้ทำกระจุกอยู่แต่จุดเดียว แต่กระจายหลายจุด โดยมีบางจุดที่ไล่จับทัน เช่น กลุ่มนครศรีธรรมราช กลุ่มหนองบัวลำภู กลุ่มสุโขทัย รวมไปถึงกลุ่มที่มาทำโพยในแต่ละโรงแรม จากโพยที่ปรากฎอยู่ 12 โพย ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด 7 อันดับแรกล้วนมีหมายเลขอยู่ในโพยดังกล่าว สิทธิโชติยังระบุต่อว่า การทำโพยเป็นการทุจริตการเลือก และทุกพื้นที่ต่างเป็นสมาชิกและเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคเดียว ซึ่งไปสอดคล้องกับพยานที่กลับคำให้การที่เคยระบุว่าจะมีการมอบหมายให้ สส. ในพื้นที่หรือคนในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ และปรากฎว่ามีการดำเนินการเช่นนั้นจริง
สิทธิโชติ กล่าวว่า ไม่ได้เชื่อว่าตัวคนหรือคำพูดจะมีน้ำหนักหรือไม่ แต่ถ้าพิสูจน์ว่าคำพูดได้รับการปฏิบัติจริง ก็น่าเชื่อถือ โทรศัพท์และเส้นทางการเงินตามที่พยานรหัสที่ 16 หรือ เอกราช ช่างเหลา ให้การระบุว่าได้ติดต่อใคร ก็พบว่ามีหลักฐานจริง ต่อมาหลังจากการเลือก สว. ระดับประเทศเสร็จสิ้น มีการนัดประชุม สว. ที่โรงแรมหนึ่งในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ก็พบว่าคนจาก “พรรคการเมือง” ก็มาร่วมประชุมด้วย โดยหนึ่งในพยานก็เป็นเลขาของคนที่เป็น สว. ซึ่งเคยนั่งหน้าห้องรัฐมนตรี ได้ให้การว่าในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 มีการนัดประชุมเพื่อกำหนดประธานและรองประธานวุฒิสภา มีการเก็บโทรศัพท์และพบคนสำคัญของพรรค อาจรวมไปถึงหัวหน้าพรรคการเมืองนั้นด้วยเช่นกัน
พฤติการณ์เหล่านี้รวมถึงข้อมูลการติดต่อกันผ่านโทรศัพท์ในช่วงเวลาที่มีการเลือก สว. นั้นสอดคล้องกัน ความเห็นของ กกต. เสียงข้างน้อยจึงเห็นว่า ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนหรือทำให้เกิดเหตุการณ์ทำโพยฮั้ว และพยานอีกราย ดิเรก พรสีมา เคยให้การถึงพฤติการณ์ของขบวนการในครั้งนี้ซึ่งข้อเท็จจริงตรงกับที่ เอกราช ช่างเหลา ได้ให้การไว้
ในกรณีที่มีการกลับคำให้การ เห็นว่าไม่น่าจะกลับคำให้การด้วยเหตุผลที่ว่าถูกข่มขู่ เนื่องจากพยานเป็น สส. ผู้มีบารมีของพรรคการเมืองหนึ่ง และพยานอีกรายก็เป็นพ่อตาของหัวหน้าพรรคการเมืองสำคัญ ใครจะกล้าข่มขู่
ข้อมูลในคดีนี้ต้องหยิบมาร้อยเรียงกันให้เห็นภาพรวมว่าเป็นอย่างไร ให้เห็นว่า "ช้างทั้งตัว" เป็นอย่างไรไม่ใช่จับแค่งวง แม้นักการเมืองหลายคนจะไม่มีเส้นทางการเงินที่ออกจากตัวเองแต่ออกจากคนใกล้ตัว ส่วนใหญ่ก็ใช้เงินสด ให้ไปรับที่ชั้น 4 พรรคการเมืองนั้น เช่นกรณีเส้นทางการเงินของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีเส้นทางการเงินถึง สว. ตัวจริงบางคน เช่น จาก สว. จากประจวบคีรีขันธ์ โดยมีวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร เป็นต้นทางในการจ่ายเงินไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ในที่ประชุม กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่สอบสวนย้อนกลับไปหาแหล่งที่มาของเส้นทางการเงินนี้ แม้สิทธิโชติเห็นว่าผิดเพราะยังไงก็ต้องมีแหล่งที่มาในการรับเงิน
สิทธิโชติระบุถึงประเด็นที่มีคำให้การของพยาน 2 คนที่ให้การขัดกัน ว่าขัดแย้งเพียงเล็กน้อยเนื่องจากพยานรายหนึ่งระบุว่ามีผู้สมัครที่เข้าสู่รอบระดับประเทศ 15-20 คน จะได้โควตา สว. ตัวจริง 1 คน โดยจะมีการส่งชื่อของบุคคลนั้นไปให้บุคคลของพรรคและส่งต่อไปยัง สส. และส่งต่อไปยังรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งที่ขัดกันคือจำนวนโควตา สว. ตัวจริงจาก 1 คน เป็น 2 คน
และเห็นว่าในการประชุมทุกครั้งจะมีการเก็บโทรศัพท์ ห้ามถ่ายภาพ ยึดเครื่องมือสื่อสาร การไม่มีภาพถ่ายจึงเป็นเรื่องปกติ
สิทธิโชติทิ้งท้ายว่าในวันนี้เปลี่ยนแปลงผลอะไรไม่ได้เพราะการลงมติจบลงไปแล้ว เว้นแต่ว่าเมื่อศาลฎีกาได้รับสิ่งที่เราส่งไปแล้วจะทำการไต่สวน ก็ขึ้นอยู่กับศาลฎีกาว่าจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไร

ที่อยู่

Bangkok
10321

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ iLaw โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์