16/04/2026
เข้าสู่สัปดาห์ที่สี่แล้วที่พี่น้องในภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี และกำลังทำลายสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง ท่ามกลางวิกฤตนี้ ความหวังสำคัญที่จะสามารถแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมได้ คือ ร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. (ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ) ที่ภาคประชาสังคมร่วมกันผลักดันจนผ่านสภาผู้แทนราษฎร หากต้องสะดุดหยุดลงจากเหตุยุบสภาเมื่อเดือนธันวาคม 2568
--------------
➡️ครม.ต้องรับรองร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ภายในวันที่ 14 พ.ค. นี้
ย้อนกลับไปวันที่ 17 มกราคม 2567 สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ในวาระหนึ่งพร้อมกับร่างที่เสนอจากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พรรคภูมิใจไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูลและคณะ และคณะรัฐมนตรี จากนั้นพิจารณาในชั้นกรรมาธิการและผ่านความเห็นชอบในวาระสามเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568
:
ต่อมาวันที่ 27 ตุลาคม 2568 วุฒิสภารับหลักการในวาระหนึ่งและตั้งกรรมาธิการพิจารณา แม้สถานการณ์ในเวลาดังกล่าวจะสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่ร่างกฎหมายจะตกไปด้วยเหตุของการยุบสภาตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ 2560 แต่ในการประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 สมาชิกวุฒิสภาที่นั่งเป็นกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ขยายเวลาการพิจารณาไปอีก 30 วัน หรือจนถึง 2 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะเป็นผลให้ไม่ว่าอย่างไรร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดจะพิจารณาเสร็จไม่ทันรัฐบาลของอนุทิน 1 เนื่องจากกำหนดการยุบสภาเดิมคือวันที่ 31 มกราคม 2569
ในครั้งดังกล่าว ภาคประชาสังคมได้ออกมาเรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ เพื่อให้พิจารณาเสร็จทันวาระสามก่อนการยุบสภาและก่อนฤดูกาลฝุ่นในปี 2569 อย่างไรก็ตาม มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ทำให้ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ตกไปพร้อมกับร่างกฎหมายฉบับอื่นๆรวมอย่างน้อย 99 ฉบับ
:
ทั้งนี้ มาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดช่องให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ร้องขอต่อรัฐสภาให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่ตกไปภายใน 60 วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป
15 มีนาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรประชุมเป็นครั้งแรกหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การประชุมสภานัดดังกล่าวเป็นการเริ่มต้นนับถอยหลังการนำกฎหมายตกไปด้วยผลของการยุบสภากลับมาพิจารณาต่อ ดังนั้นกำหนดวันสุดท้ายที่คณะรัฐมนตรีจะรับรองร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ให้กลับมาพิจารณาต่อในสภาสมัยนี้คือ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569
--------------
🔵ภูมิใจไทยส่อถ่วงร่างอากาศสะอาดระบุซ้ำซ้อน สร้างภาระภาคธุรกิจ
วันที่ 1 เมษายน 2569 ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ อภิปรายถึง ‘ปัญหา’ ของร่างกฎหมายดังกล่าว เช่น หน่วยงานตามร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่ทับซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่เดิมอย่างกรมควบคุมมลพิษ และอ้างทำนองว่า จะทำให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอันเป็นภาระที่อาจกระทบกับศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งระบุว่า ปัญหาอากาศสะอาดไม่ใช่เรื่องของการไม่มีกฎหมายแต่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิภาพพอ
:
ซึ่งสิ่งที่ศุภชัยอภิปรายนั้น ส่วนหนึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทยเคยชี้แจงไปแล้วล่าสุดคือเดือนพฤศจิกายน 2568
๐ ไม่ซ้ำซ้อน แต่เพื่ออุดช่องโหว่ - ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ไม่ได้ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นที่บังคับใช้อยู่ก่อนแล้ว แต่อุดช่องโหว่กฎหมายเดิมที่บังคับใช้โดยขาดการบูรณาการและไม่สามารถแก้ปัญหาด้านมลพิษทางอากาศ รวมทั้งยังไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
๐ เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และต้นทุนทางธุรกิจ – ข้อกังวลว่าจะสร้างภาระต้นทุนทันที เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ที่จริงแล้ว ร่างกฎหมายอากาศสะอาดได้บัญญัติถึงมาตรการสนับสนุนส่งเสริม และช่วยเหลือผู้ประกอบการไว้อย่างชัดเจนและเป็นระบบ เช่น การให้เงินอุดหนุน และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หลักการนี้จะช่วยสนับสนุนพฤติกรรมที่ดี และสร้างความรับผิดชอบตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย ซึ่งผู้ประกอบการที่มีการพัฒนาเพื่อรับผิดชอบต่อปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างยั่งยืนจะได้รับประโยชน์เต็มที่ และฝ่ายบริหารเป็นผู้กำหนดรายละเอียดการบังคับใช้
:
ทั้งนี้ในวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างพระราชบัญญัติ ที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ในรัฐสภา ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมทั้งหมด 24 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือ ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ และมอบหมายให้แต่ละกระทรวงทบทวนพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ พร้อมแจ้งยืนยันต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยวันประชุมสัปดาห์สุดท้ายก่อนครบกำหนดเวลา 60 วันคือ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569
--------------
✊🏼ประชาชนทำอะไรได้เพื่อให้ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดได้ไปต่อ
เวลาในการที่คณะรัฐมนตรีจะรับรองร่างกฎหมายให้กลับมาพิจารณาต่อในวาระที่ค้างอยู่เดิมเหลือน้อยลงทุกที หากประชาชนยังต้องการให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่บูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่ออากาศสะอาดสามารถร่วมกันส่งเสียงและความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 โดยวิธีการดังต่อไปนี้
1. แชร์ข้อเท็จจริงจากเครือข่ายอากาศสะอาด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องความซ้ำซ้อนและภาระทางธุรกิจ
2. ส่งเสียงถึงรัฐบาล: ร่วมกันแท็ก หรือส่งข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของคณะรัฐมนตรี เพื่อทวงถามและกดดันให้มีการรับรอง ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับเข้าสู่สภาฯ ทันที