10/06/2026
#ชาวต่างชาติแจ้งความวางยาเบื่อสุนัขบนเกาะสมุย
ศาลพิพากษาว่ามีความผิด รอลงอาญา
ปรับคนละ 5,000 บาท และชดใช้ค่าทนายความ 50,000 บาท
หลายคนยังคงเชื่อว่า การวางยาเบื่อสุนัขเป็นเรื่องเล็ก เป็นเพียงวิธีจัดการปัญหาสัตว์ที่ตนไม่ชอบ หรือสัตว์ที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคในชีวิตประจำวัน
แต่คดีหนึ่งบนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า การพรากชีวิตสัตว์ด้วยสารพิษ ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่เรื่องที่สังคมควรยอมรับได้อีกต่อไป
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 สุนัขของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่บนเกาะสมุย ถูกวางยาเบื่อจนเสียชีวิต ท่ามกลางความโศกเศร้าและความเจ็บปวดของเจ้าของ ที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ
ความสูญเสียครั้งนั้นไม่ได้จบลงเพียงน้ำตา หากแต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อค้นหาความจริง และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เจ้าของสุนัข กลุ่มอาสาสมัครคนรักสัตว์ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด และมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด การตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ และการเชื่อมโยงข้อมูลจากกล้องของเทศบาล จนสามารถระบุตัวผู้เกี่ยวข้องได้ในที่สุด
จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุยอมรับว่าเป็นผู้วางยาเบื่อจริง โดยอ้างว่าสุนัขในพื้นที่เคยเข้าไปกินไก่ที่ตนเลี้ยงไว้
แต่แทนที่จะหาวิธีป้องกันทรัพย์สินของตนอย่างเหมาะสม หรือใช้ช่องทางตามกฎหมาย กลับเลือกนำไก่ผสมสารพิษไปโปรยในพื้นที่ชุมชน
การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสุนัขเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อสัตว์อื่น รวมถึงประชาชนและเด็กที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย
จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าสุนัขเสียชีวิตจากการวางยาเบื่ออย่างน้อย 3 ตัว และเชื่อว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อาจมีสัตว์อีกหลายชีวิตที่ตกเป็นเหยื่อโดยไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ เพราะเจ้าของจำนวนมากไม่เชื่อว่าจะสามารถเอาผิดผู้กระทำได้จริง
แต่คดีนี้พิสูจน์แล้วว่า ความเชื่อนั้นไม่ถูกต้อง
เมื่อประชาชนไม่ยอมแพ้ เมื่อพยานหลักฐานถูกเก็บรวบรวมอย่างเป็นระบบ และเมื่อเจ้าหน้าที่เดินหน้าดำเนินคดีอย่างจริงจัง ผู้กระทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ภายหลังมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ เข้าประสานงาน ติดตาม และผลักดันกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ให้โทษจำคุกแต่รอการลงโทษ พร้อมสั่งปรับคนละ 5,000 บาท และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายด้านทนายความแก่ผู้เสียหายเป็นจำนวน 50,000 บาท
แม้คำพิพากษาจะไม่สามารถนำน้องหมาที่จากไปกลับคืนมาได้ และแม้บทลงโทษในคดีทารุณกรรมสัตว์ของประเทศไทยวันนี้ อาจยังไม่หนักพอเมื่อเทียบกับชีวิตที่ถูกพรากไป
แต่คดีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การวางยาเบื่อสัตว์ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ทางออกของปัญหา และไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมีสิทธิ์กระทำได้เพียงเพราะเห็นว่าสัตว์เป็นภาระ
ทุกชีวิตมีคุณค่า
ทุกการกระทำต้องมีผู้รับผิดชอบ
และทุกการแจ้งความร้องทุกข์ของประชาชน คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ผู้กระทำผิดถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
วอชด็อก ไทยแลนด์ ขอขอบคุณผู้เสียหาย อาสาสมัครคนรักสัตว์ ประชาชนผู้ให้ข้อมูล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ทุกนาย ที่ร่วมกันทำให้คดีนี้เดินทางมาถึงบทสรุป
เพราะในวันที่หลายคนคิดว่า “สัตว์พูดไม่ได้จึงไม่มีใครลุกขึ้นสู้แทน”
คดีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากประชาชนไม่ยอมจำนนต่อความโหดร้าย และกล้าที่จะใช้กฎหมายปกป้องชีวิตที่อ่อนแอกว่า
ความยุติธรรมย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ
#วางยาเบื่อสุนัข
#เกาะสมุย
#บ่อผุด
#สุราษฎร์ธานี
#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์
#วอชด็อกไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
#ร่วมยุติการทารุณกรรมสัตว์กับWDT