มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation - WDT

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation - WDT ร่วมสนับสนุนการทำงาน
เลขบัญชี 061-3-08385-5
ธนาคารกสิกรไทย
(1)

13/08/2026
13/08/2026

#วอชด็อกเดินหน้าตรวจสอบเหตุวางยาเบื่อสุนัขในโรงงานดับสลดหลายชีวิต
#พร้อมประสานผู้การการการการการการการการการการบังคับการจังหวัดการสระบุรีเร่งหาตัวผู้สั่งการและผู้ลงมือ

#เพียงเพราะพวกเขาไม่มีเจ้าของ ชีวิตจึงถูกกำจัด— #ก่อนถูกทิ้งลงบ่อขยะอย่างไร้ความหมายเช่นนั้นหรือ

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้รับแจ้งเหตุสุนัขจรจัดภายในบริษัท ไทยอคริลิคไฟเบอร์ จำกัด เลขที่ 54 หมู่ 5 ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ถูกวางยาเบื่อจนเสียชีวิตหลายตัว ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือ และมีบุคคลใดเป็นผู้สั่งการหรือไม่

ผู้แจ้งเหตุระบุว่า คนงานภายในโรงงานเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ พร้อมส่งภาพหลักฐานและให้ข้อมูลว่า ซากสุนัขถูกนำไปทิ้งในบ่อขยะภายในโรงงานแล้ว

จากคำบอกเล่าของบุคคลภายใน ก่อนเกิดเหตุเคยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับสุนัขออกจากพื้นที่หลายครั้ง แต่ยังมีสุนัขบางตัวที่ไม่สามารถจับได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลกล่าวอ้างว่า ผู้บริหารไม่ต้องการให้มีสุนัขอยู่ภายในโรงงาน และห้ามพนักงานให้อาหาร มิฉะนั้นอาจถูกเลิกจ้าง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงเบาะแสที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่อาจสรุปหรือกล่าวหาว่าบุคคลหรือบริษัทใดเป็นผู้กระทำ จนกว่าจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม

ทันทีที่ได้รับเรื่อง มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้ประสาน พล.ต.ต.ธรรมนูญ เขาวะวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ซึ่งได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ประกร นามศรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแก่งคอย ดำเนินการตรวจสอบ

WDT ขอให้ชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่ภายในโรงงาน ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ จุดทิ้งซาก ภาพจากกล้องวงจรปิด สารต้องสงสัย ตลอดจนเชิญผู้เกี่ยวข้องมาแยกสอบปากคำ เพื่อค้นหาความจริงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ใครเป็นผู้ลงมือ และมีผู้ใดสั่งการหรือสนับสนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่

หากผลการตรวจสอบยืนยันว่ามีการใช้สารพิษทำให้สุนัขเสียชีวิตโดยไม่มีเหตุอันสมควร การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานกระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน ส่วนผู้ใช้ ผู้สั่งการ หรือผู้สนับสนุนให้กระทำ ย่อมต้องถูกตรวจสอบความรับผิดตามบทบาทและพฤติการณ์เช่นเดียวกัน

ไม่มีระเบียบของสถานประกอบการใดอยู่เหนือกฎหมาย และไม่มีความไม่พอใจใดเป็นใบอนุญาตให้พรากชีวิตสัตว์

หากไม่ต้องการให้สุนัขอาศัยอยู่ในพื้นที่ ยังมีแนวทางจัดการอย่างมีมนุษยธรรม ทั้งการประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือองค์กรคุ้มครองสัตว์ เพื่อร่วมกันควบคุมจำนวน เคลื่อนย้าย และจัดหาพื้นที่รองรับอย่างเหมาะสม การใช้ยาพิษไม่ใช่คำตอบของปัญหา

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ จะติดตามการสืบสวนอย่างใกล้ชิดจนกว่าข้อเท็จจริงจะปรากฏ พร้อมขอให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์หรือผู้มีหลักฐาน เก็บรักษาภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ข้อความคำสั่ง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ในสภาพต้นฉบับ โดยไม่แก้ไขหรือตัดต่อ เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนใช้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์


#ยุติการทารุณกรรมสัตว์
#วางยาเบื่อสุนัข
#สระบุรี
#ทุกชีวิตมีคุณค่า
#ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

12/08/2026

#วอชด็อกเข้าช่วย13ชีวิตจากวัดวังกู่พร้อมส่งสองน้องหมาป่วยหนักเข้ารักษาเร่งด่วน

จากชีวิตที่เคยนอนรอความช่วยเหลืออยู่หลังกรง…วันนี้ น้องหมาทั้ง 13 ชีวิตกำลังได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่ายังมีสองชีวิตที่อ่อนแรงและป่วยหนัก จนไม่อาจรอช้าได้แม้แต่นาทีเดียว

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ลงพื้นที่วัดวังกู่ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่ อบต.ป่าซาง ฝ่ายปกครองอำเภอป่าซาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าซาง เพื่อเข้าช่วยเหลือและรับมอบสุนัขหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งบีเกิ้ล เฟรนช์บูลด็อก ชิวาวา พุดเดิ้ล และสุนัขพันธุ์ไทย รวมทั้งหมด 13 ชีวิต

เจ้าอาวาสชี้แจงว่า ตนเป็นคนรักสัตว์และรับสุนัขมาจากกลุ่มประกาศหาบ้านหลายแห่ง
แต่ยอมรับว่าอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง จนทำให้สุนัขบางส่วนไม่ได้รับการจัดสวัสดิภาพอย่างเหมาะสม

ภายหลังการพูดคุยและได้รับความร่วมมือในการส่งมอบสุนัขทั้งหมดโดยสมัครใจ WDT พิจารณาแล้วเห็นว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการยุติสภาพเสี่ยงและช่วยเหลือทุกชีวิตให้ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย จึงตัดสินใจไม่ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสในกรณีนี้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเข้าช่วยเหลือพบสุนัขสองชีวิตมีอาการป่วยหนัก นอนซมอยู่ภายในกรง
WDT จึงต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลบ้านหมอรักษ์สัตว์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร่งด่วน

การช่วยเหลือครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุดเพียงการเปิดประตูกรง
เพราะสำหรับสองชีวิตที่กำลังป่วย การรักษาทุกนาทีอาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้

WDT ขอเชิญประชาชนคนรักสัตว์ร่วมเป็นพลังช่วยเหลือค่าตรวจและค่ารักษาพยาบาลให้น้องหมาทั้งสองชีวิตได้ที่

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ WATCHDOG THAILAND (WDT)
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด
สาขาเดอะพาซิโอ ลาดกระบัง
เลขที่บัญชี 061-3-08385-5

ทุกความช่วยเหลือ คือโอกาสให้ชีวิตที่เคยเจ็บป่วยและถูกมองข้าม ได้กลับมายืนขึ้นอีกครั้งอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์

#วัดวังกู่
#ป่าซาง
#ลำพูน
#ช่วยเหลือสัตว์
#สวัสดิภาพสัตว์
#หนึ่งความช่วยเหลือหนึ่งชีวิต
#ร่วมช่วยค่ารักษาน้องหมา

 #วอชด็อกชี้แจง กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่า “ให้อาหารสัตว์เท่ากับมีความผิด”  #เทศบาลต้องสื่อสารให้ถูกต้องไม่ทำให้ประชาชนหวาดก...
12/08/2026

#วอชด็อกชี้แจง กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่า “ให้อาหารสัตว์เท่ากับมีความผิด”
#เทศบาลต้องสื่อสารให้ถูกต้องไม่ทำให้ประชาชนหวาดกลัวกฎหมาย

จากกรณีเทศบาลนครนครราชสีมาติดป้ายระบุว่า “ให้อาหารสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะ มีความผิดตามกฎหมาย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท”

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวกว้างเกินกว่าบทบัญญัติของกฎหมาย
และอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเพียงนำอาหารไปให้สัตว์จรจัดก็เป็นความผิดทันที

พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 32 มุ่งลงโทษการทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยลงในที่หรือทางสาธารณะ มิได้บัญญัติห้าม “การให้อาหารสัตว์” ไว้โดยตรง

ดังนั้น การจะกล่าวหาหรือเปรียบเทียบปรับประชาชน ต้องพิจารณาพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นรายกรณีว่า มีการทิ้งเศษอาหาร ภาชนะ หรือปล่อยพื้นที่ให้สกปรกจนเข้าข่ายความผิดจริงหรือไม่ ไม่ใช่เหมารวมว่าความเมตตาคือความผิด

หากพื้นที่ใดมีข้อห้ามเฉพาะตามกฎหมายหรือเทศบัญญัติที่มีผลใช้บังคับ เทศบาลต้องระบุฐานอำนาจ ขอบเขตพื้นที่ และเงื่อนไขให้ชัดเจน ประชาชนมีสิทธิทราบว่ากำลังถูกบังคับใช้ตามกฎหมายฉบับใด
มิใช่เผชิญข้อความข่มขู่ด้วยโทษปรับอย่างคลุมเครือ

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ สนับสนุนให้ประชาชนให้อาหารสัตว์อย่างรับผิดชอบ
เลือกจุดและเวลาที่เหมาะสม ใช้ภาชนะ และเก็บกวาดพื้นที่ให้สะอาดทุกครั้ง
แต่ขณะเดียวกัน เทศบาลต้องไม่ผลักภาระการจัดการสัตว์จรจัดให้ประชาชนด้วยการติดป้ายห้ามเพียงอย่างเดียว เพราะการควบคุมจำนวนสัตว์ การทำหมัน ฉีดวัคซีน จัดพื้นที่ให้อาหาร และจัดสวัสดิภาพอย่างเป็นระบบ ล้วนเป็นภารกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

กฎหมายมีไว้รักษาความสงบเรียบร้อย มิใช่ใช้ประกาศให้ความเมตตากลายเป็นอาชญากรรม

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์
#ให้อาหารอย่างรับผิดชอบ
#บังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง
#สัตว์จรจัดคือหน้าที่ที่ท้องถิ่นต้องจัดการ

11/08/2026

#เพียงเพราะมังกรฉี่ใส่ล้อรถ… #ชีวิตหนึ่งจึงถูกพรากด้วยกระสุน
#วอชด็อกประสานผู้กำกับสภเมืองสระแก้วเร่งติดตามคดีและคุ้มครองครอบครัวผู้เสียหาย

“มังกร” น้องหมาวัยเพียง 2 ปีกว่า ถูกยิงเสียชีวิตภายในชุมชนบ้านระเบิดขาม ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ถูกร้องอ้างกับผู้ใหญ่บ้านว่า มังกรไปปัสสาวะใส่ล้อรถของตน

เหตุผลเพียงเท่านี้…กลับถูกใช้เป็นข้ออ้างในการพรากชีวิตสัตว์ตัวหนึ่งอย่างไม่มีวันหวนกลับ

เจ้าของมังกรเล่าว่า ขณะเกิดเหตุเธออยู่ภายในบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังมาจากบริเวณบ้านข้างเคียง ตามด้วยเสียงร้องของมังกร แล้วเห็นน้องวิ่งออกมาจากบริเวณดังกล่าว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้วยความตกใจและโศกเศร้า ครอบครัวได้ฝังร่างมังกรไปแล้ว แต่เมื่อตำรวจต้องการภาพบาดแผลและหลักฐานประกอบคดี เจ้าของจึงจำต้องขุดร่างของน้องขึ้นมาให้ตรวจสอบ จนพบหัวกระสุนซึ่งเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ

ครอบครัวเข้าแจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 สาเหตุที่ไม่สามารถแจ้งความได้ทันที เพราะหวาดกลัวต่อความปลอดภัย เนื่องจากผู้ถูกร้องมีอาวุธปืน มีพฤติการณ์ยิงปืนหลายนัด และตามคำบอกเล่าของผู้เสียหาย ยังได้กล่าวข่มขู่ว่า
“ดีที่กูไม่ยิงปากมึงด้วย”

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้พรากไปเพียงชีวิตของมังกร แต่ยังพรากความรู้สึกปลอดภัยไปจากบ้านทั้งหลัง ภายในบ้านมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก ครอบครัวต้องพาลูก ๆ ออกจากบ้านของตนเองไปอาศัยนอนบ้านผู้อื่น เพราะเด็กทุกคนหวาดกลัวและระแวงว่า เสียงปืนอาจดังขึ้นอีกเมื่อใดก็ได้

ผู้เสียหายยืนยันว่า ที่ผ่านมาแม้สุนัขของบ้านข้างเคียงจะเคยเข้ามารื้อหรือคาบสิ่งของภายในบ้าน เธอก็เพียงขับไล่ออกไป ไม่เคยคิดใช้ความรุนแรงตอบโต้ เพราะการที่สัตว์สร้างความรำคาญหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ย่อมมีวิธีเรียกร้องและแก้ไขตามกฎหมาย ไม่ใช่การใช้อาวุธตัดสินชีวิต

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้ประสานผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว ขอให้เร่งติดตามคำร้องทุกข์ ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ สอบปากคำผู้เสียหาย ผู้ใหญ่บ้าน และพยานแวดล้อม ตลอดจนตรวจพิสูจน์หัวกระสุนและอาวุธปืนที่เกี่ยวข้อง พร้อมพิจารณาพฤติการณ์ข่มขู่และความปลอดภัยของเด็กกับครอบครัวผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน

การยิงสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจเข้าข่ายความผิดฐานกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 รวมถึงความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตลอดจนความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและการข่มขู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อเท็จจริงต่อไป

มังกรอาจพูดไม่ได้ว่าเขาเจ็บปวดและหวาดกลัวเพียงใด แต่หัวกระสุน พยานบุคคล และเสียงร้องครั้งสุดท้ายของเขา จะต้องไม่ถูกปล่อยให้เลือนหายไปพร้อมกับความเงียบของคดี

วอชด็อกจะติดตามการสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้มังกร และเพื่อให้ครอบครัวผู้เสียหาย โดยเฉพาะเด็ก ๆ ได้กลับไปใช้ชีวิตในบ้านของตนเองโดยไม่ต้องหวาดกลัวอาวุธปืนจากผู้ใดอีก

#มังกรต้องได้รับความยุติธรรม
#ยิงสัตว์ไม่ใช่ทางออก
#ทารุณกรรมสัตว์มีความผิด
#บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์
#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์

 #ประกาศมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ #ปรับโครงสร้างบุคลากรประจำปีเพื่อยกระดับความโปร่งใสในการช่วยเหลือสัตว์มูลนิธิวอชด็อก ไทยแ...
10/08/2026

#ประกาศมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์
#ปรับโครงสร้างบุคลากรประจำปีเพื่อยกระดับความโปร่งใสในการช่วยเหลือสัตว์

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ขอแจ้งให้ประชาชน ผู้สนับสนุน และเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเพื่อสัตว์ทราบว่า ขณะนี้มูลนิธิอยู่ระหว่างการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงบุคลากรภายใน อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างการบริหารงานประจำปี

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของบุคลากรแต่ละฝ่าย ตลอดจนพัฒนาระบบการทำงาน การบริหารงบประมาณ การรับ–จ่ายเงินบริจาค และการตรวจสอบภายในให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น

มูลนิธิให้ความสำคัญสูงสุดกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ เพราะเงินบริจาคทุกบาท ข้อมูลทุกเคส และทุกความช่วยเหลือ ล้วนมีความหมายต่อชีวิตของสัตว์ที่กำลังรอคอยโอกาสและความเป็นธรรม

ในระหว่างการปรับโครงสร้าง มูลนิธิยังคงดำเนินงานช่วยเหลือสัตว์ รับเรื่องร้องเรียน ประสานหน่วยงานภาครัฐ และติดตามการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทอดทิ้งภารกิจตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

การปรับเปลี่ยนบุคลากรเป็นกระบวนการบริหารภายในตามความเหมาะสม เพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายปฏิบัติงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล มีการแบ่งแยกหน้าที่และตรวจสอบซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ มิได้กระทบต่อเจตนารมณ์และพันธกิจหลักของมูลนิธิแต่อย่างใด

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ขอยืนยันว่า เราจะดำเนินทุกภารกิจด้วยความซื่อสัตย์ รอบคอบ และยึดประโยชน์ของสัตว์เป็นสำคัญ พร้อมพัฒนาระบบบริหารจัดการให้เข้มแข็ง โปร่งใส และคู่ควรกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อไป

ขอขอบพระคุณประชาชนและผู้สนับสนุนทุกท่านที่ร่วมยืนหยัดเคียงข้างมูลนิธิ เพราะความไว้วางใจของท่านคือความรับผิดชอบที่เราต้องรักษาไว้ด้วยการกระทำ

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์
เพื่อชีวิตสัตว์ เพื่อความยุติธรรม และเพื่อความโปร่งใสที่ประชาชนตรวจสอบได้

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์

#ปรับโครงสร้างเพื่อความโปร่งใส
#ช่วยเหลือสัตว์อย่างมีธรรมาภิบาล
#ทุกชีวิตต้องได้รับความเป็นธรรม

 #วอชด็อกเข้าช่วย13ชีวิตจากวัดวังกู่พร้อมส่งสองน้องหมาป่วยหนักเข้ารักษาเร่งด่วนจากชีวิตที่เคยนอนรอความช่วยเหลืออยู่หลังก...
09/08/2026

#วอชด็อกเข้าช่วย13ชีวิตจากวัดวังกู่พร้อมส่งสองน้องหมาป่วยหนักเข้ารักษาเร่งด่วน

จากชีวิตที่เคยนอนรอความช่วยเหลืออยู่หลังกรง…วันนี้ น้องหมาทั้ง 13 ชีวิตกำลังได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่ายังมีสองชีวิตที่อ่อนแรงและป่วยหนัก จนไม่อาจรอช้าได้แม้แต่นาทีเดียว

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ลงพื้นที่วัดวังกู่ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่ อบต.ป่าซาง ฝ่ายปกครองอำเภอป่าซาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าซาง เพื่อเข้าช่วยเหลือและรับมอบสุนัขหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งบีเกิ้ล เฟรนช์บูลด็อก ชิวาวา พุดเดิ้ล และสุนัขพันธุ์ไทย รวมทั้งหมด 13 ชีวิต

เจ้าอาวาสชี้แจงว่า ตนเป็นคนรักสัตว์และรับสุนัขมาจากกลุ่มประกาศหาบ้านหลายแห่ง
แต่ยอมรับว่าอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง จนทำให้สุนัขบางส่วนไม่ได้รับการจัดสวัสดิภาพอย่างเหมาะสม

ภายหลังการพูดคุยและได้รับความร่วมมือในการส่งมอบสุนัขทั้งหมดโดยสมัครใจ WDT พิจารณาแล้วเห็นว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการยุติสภาพเสี่ยงและช่วยเหลือทุกชีวิตให้ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย จึงตัดสินใจไม่ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสในกรณีนี้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเข้าช่วยเหลือพบสุนัขสองชีวิตมีอาการป่วยหนัก นอนซมอยู่ภายในกรง
WDT จึงต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลบ้านหมอรักษ์สัตว์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร่งด่วน

การช่วยเหลือครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุดเพียงการเปิดประตูกรง
เพราะสำหรับสองชีวิตที่กำลังป่วย การรักษาทุกนาทีอาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้

WDT ขอเชิญประชาชนคนรักสัตว์ร่วมเป็นพลังช่วยเหลือค่าตรวจและค่ารักษาพยาบาลให้น้องหมาทั้งสองชีวิตได้ที่

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ WATCHDOG THAILAND (WDT)
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด
สาขาเดอะพาซิโอ ลาดกระบัง
เลขที่บัญชี 061-3-08385-5

ทุกความช่วยเหลือ คือโอกาสให้ชีวิตที่เคยเจ็บป่วยและถูกมองข้าม ได้กลับมายืนขึ้นอีกครั้งอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์

#วัดวังกู่
#ป่าซาง
#ลำพูน
#ช่วยเหลือสัตว์
#สวัสดิภาพสัตว์
#หนึ่งความช่วยเหลือหนึ่งชีวิต
#ร่วมช่วยค่ารักษาน้องหมา

08/08/2026

#วอชด็อกเดินหน้าดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดวังกู่ ปมกักขังสุนัขป่วยในกรง–ปล่อยขาดการรักษา
#เข้าข่ายทารุณกรรมและละเลยสวัสดิภาพสัตว์

ภายใต้พื้นที่ซึ่งควรเป็นเขตแห่งเมตตา กลับมีสุนัขหลายชีวิตถูกขังเบียดเสียดอยู่ภายในกรง เฝ้ารอเพียงอาหาร น้ำ การรักษา และโอกาสได้ออกมาใช้ชีวิตอย่างที่สัตว์ทุกตัวสมควรได้รับ

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้รับแจ้งกรณีสุนัขภายในวัดวังกู่ ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โดยผู้แจ้งระบุว่า เจ้าอาวาสนำสุนัขจากกลุ่มประกาศหาบ้านมาเลี้ยง อ้างว่าภายในวัดมีพื้นที่กว้างและจะดูแลอย่างเหมาะสม แต่เมื่อรับมาแล้วกลับนำไปขังรวมกันในกรงเป็นเวลานาน ไม่ปล่อยออกมาออกกำลังกาย และเมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ผู้แจ้งกล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า สุนัขบางตัวมีอาการป่วยคล้ายโรคลำไส้อักเสบ ก่อนทยอยเสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี และมีการรับสุนัขตัวใหม่เข้ามาแทนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่

WDT ได้ประสาน ผู้กำกับและ พนักงานสอบสวน สภ.ป่าซาง และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูนแล้ว
โดยมีการมอบหมายให้ปศุสัตว์อำเภอป่าซางเตรียมลงพื้นที่ ตรวจสอบจำนวนสัตว์ สภาพกรง อาหาร น้ำ สุขภาพ การรักษาพยาบาล ตลอดจนประวัติของสุนัขที่เคยป่วยหรือเสียชีวิต เพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน

หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำหรือการละเว้นจนสัตว์ได้รับความทุกข์ทรมาน อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 20 ซึ่งห้ามทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร และมาตรา 22 ซึ่งกำหนดให้เจ้าของสัตว์ต้องจัดสวัสดิภาพสัตว์อย่างเหมาะสม ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา⁠

มูลนิธิจะขอให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อช่วยเหลือ ตรวจยึดหรืออายัดสุนัขตามความจำเป็น
ไม่ปล่อยให้กลับไปอยู่ในสภาพเสี่ยงเช่นเดิม พร้อมประสานรับสุนัขทั้งหมดเข้าสู่การดูแล ตรวจสุขภาพ รักษา และเตรียมหาบ้านอุปการะที่ปลอดภัยต่อไป

จีวรหรือตำแหน่งทางศาสนาไม่อาจเป็นข้อยกเว้นของกฎหมาย และความเมตตาไม่ควรมีอยู่เพียงในคำสอน—แต่ต้องปรากฏในการปฏิบัติต่อทุกชีวิตที่อยู่ในความดูแล

WDT จะติดตามการลงพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สุนัขทุกตัวได้รับความช่วยเหลือ และเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์

#วัดวังกู่
#ป่าซาง
#ลำพูน
#ทารุณกรรมสัตว์
#สวัสดิภาพสัตว์
#บังคับใช้กฎหมายเพื่อสัตว์
#ทุกชีวิตต้องได้รับความคุ้มครอง

06/08/2026

#วอชด็อกถามนายกเทศบาลชะอวด
#เดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประชาชนพบเห็นรถเทศบาลวางยาเบื่อสุนัขแล้วเก็บศพไปทิ้ง ‼️
เข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ ใครต้องรับผิดชอบ?

สุนัขหลายชีวิตล้มตายกลางดึก… ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามพยานหลักฐาน นี่อาจไม่ใช่เพียงการกำจัดสุนัข แต่เป็นการกระทำที่เข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ และยิ่งน่ากังวลหากผู้กระทำเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เสียเอง

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการกล่าวอ้างว่า ภายหลังจากมีประชาชนโพสต์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ขอให้หน่วยงานรัฐช่วยแก้ไขปัญหาสุนัขที่กัดคนภายในซอยคำนวณศิลป์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อมาในคืนวันเดียวกัน ใกล้เวลาเที่ยงคืน ได้มีรถพ่วงของหน่วยงานหนึ่งออกตระเวนวางคอไก่ผสมสารพิษในหลายจุดของตลาดชะอวด

ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า ได้เห็นสุนัขจำนวนมากเริ่มชักเกร็ง ดิ้นทุรนทุรายต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถช่วยชีวิตได้ และหลังจากนั้นไม่นาน มีรถของเทศบาลเข้ามาเก็บซากสุนัขที่เสียชีวิตหลายตัว พร้อมเกิดการโต้เถียงกับประชาชนที่พยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า สุนัขหลายตัวไม่ได้ตายก่อนหน้านั้น แต่กำลังเสียชีวิตจากอาการต้องสงสัยว่าถูกวางยา

หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามพยานหลักฐาน การใช้สารพิษวางเบื่อสัตว์จนได้รับความทุกข์ทรมานและเสียชีวิต อาจเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพิจารณาความรับผิดต้องเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนและพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่

สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม คือ หากหน่วยงานท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่เป็น “พนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ กลับเป็นผู้กระทำเสียเอง จะมีใครเป็นผู้รับผิดชอบ และประชาชนจะสามารถเชื่อมั่นในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างไร

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ จึงขอเรียกร้องให้

* นายกเทศมนตรีเทศบาลชะอวด ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนว่า มีการสั่งการหรือปฏิบัติการดังกล่าวจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และใช้วิธีการใดในการจัดการปัญหาสุนัข
* ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านสวัสดิภาพสัตว์ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างโปร่งใส หากพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย

ทุกชีวิตมีคุณค่า การแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดต้องอยู่ภายใต้หลักกฎหมาย หลักมนุษยธรรม และหลักสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ใช่การใช้ความรุนแรงหรือวิธีที่อาจสร้างความทุกข์ทรมานแก่สัตว์โดยปราศจากการตรวจสอบ

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ จะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และหากพบพยานหลักฐานที่เพียงพอ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ #หยุดทารุณกรรมสัตว์ #เทศบาลชะอวด #นครศรีธรรมราช #สวัสดิภาพสัตว์ #บังคับใช้กฎหมาย #ไม่มีสัตว์ตัวใดสมควรถูกทรมาน

05/08/2026

#วอชด็อกประสานดำเนินคดี ชายก่อเหตุใช้ไม้ตี“หมูหยอง” วัยสิบขวบจนตาย
เข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์ แม้อ้างมีบัตรผู้ป่วยจิตเวชก็ไม่ใช่เหตุยุติคดี

“แค่เสียงเห่า…ไม่ควรเป็นเหตุให้ชีวิตหนึ่งต้องจบลง”

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ประสานผู้กำกับการ สภ.วังน้ำคู้ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อช่วยเหลือเจ้าของสุนัขที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ หลัง “หมูหยอง” ที่เลี้ยงดูมานานกว่า 10 ปี ถูกชายรายหนึ่งใช้ไม้ทำร้ายจนเสียชีวิต โดยผู้เสียหายมีคลิปจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าของสุนัขให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยใช้ไม้ฟาดหมูหยองต่อหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง
เพียงเพราะน้องหมาเห่า และยังมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุเคยทำร้ายสุนัขของผู้อื่นมาก่อน กระทั่งครั้งนี้
หมูหยองตัวเล็กที่อยู่ร่วมกับครอบครัวมานานกว่า 10 ปี ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา

เมื่อผู้เสียหายไปขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชน ได้รับคำตอบว่าผู้ก่อเหตุมีบัตรผู้ป่วยจิตเวช จึงอาจดำเนินคดีได้ยาก อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าคดีจะยุติลงโดยอัตโนมัติ การมีประวัติการรักษาหรือบัตรผู้ป่วยจิตเวช ไม่ใช่เหตุที่ทำให้บุคคลได้รับการยกเว้นความรับผิดในทุกกรณี แต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และพิจารณาตามกฎหมาย รวมถึงประเมินสภาพจิตในช่วงเวลาที่เกิดเหตุโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ จะประสานพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 รวมถึงความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

ไม่มีเจ้าของคนใดควรต้องอุ้มร่างของเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาสิบปีด้วยหัวใจที่แตกสลาย เพียงเพราะความรุนแรงที่สามารถหลีกเลี่ยงได้

วอชด็อกจะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏ และเพื่อยืนยันว่าทุกชีวิตสมควรได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

#มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ #ทารุณกรรมสัตว์ #พิษณุโลก #วังน้ำคู้ #หยุดความรุนแรงต่อสัตว์ #กฎหมายคุ้มครองสัตว์

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation - WDTผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์