ร่มเกล้าทีม (อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสน.ร่มเกล้า)

เส้นทาง

ร่มเกล้าทีม (อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสน.ร่มเกล้า) เสียสละด้วยใจ เพื่อรับใช้สังคม

สวัสดีท่านสมาชิก จุด ส.น.ร่มเกล้าทุกๆท่าน รวมถึงพี่น้องอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและผู้ที่มีจิตใจช่วยเหลือสังคมที่เป็นเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครของหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมของพวกเราให้น่าอยู่มากขึ้น ด้วยอุดมการเดียวกัน ซึ่งไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น

สำหรับเพจนี้จัดทำขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน กู้ภัย กู้ชีพ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาสัมพันธ์ จุด ส.น.ร่มเกล้า ที่ไปทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมอาจจะมีที่นอกเหนือจากงานฏู้ชีพและกู้ภัย เช่น การบริจาคสิ่งของแก่ผู้ยากไร้ หรือการท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ และในเว็ปไซต์นี้จะมีประกาศข่าวสารความเคลื่อนไหวภายในมูลนิธิร่วมกตัญญูและ เรื่องทั่วไปที่เกี่ยวกับวงการอาสาสมัครกู้ภัยเพื่อเป็นประโยชน์กับสมาชิกทุกๆท่านเลยครับ

24/09/2026

วันมหิดล
๒๔ กันยายน​ วันคล้าย​วัน​สวรรคต​
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
"พระบิดาแห่งการแพทย์​แผนปัจจุบันของ​ไทย"

ปวงข้าพระ​พุทธเจ้า​ ขอน้อม​รำลึกใน​พระมหากรุณาธิคุณ​อันหา​ที่สุด​มิได้​
ข้าพระ​พุทธเจ้า​ มูลนิธิ​ร่วม​กตัญญู​

#วันมหิดล #24กันยายน #มูลนิธิร่วมกตัญญู

09/09/2026

🎉วันนี้ 9 กันยายน 2569 เนื่องในวันคล้ายวันเกิด คุณภาวิณี ปาลวัฒน์ รองผู้จัดการมูลนิธิร่วมกตัญญู ท่านถือเป็นกำลังสำคัญในการบริหารจัดการภารกิจงานสาธารณกุศลช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นผู้ที่ให้การดูแล เสียสละ และเป็นที่รักของพี่น้องอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูทุกคน

🙏ณ โอกาสนี้ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ คุณภาวิณี ปาลวัฒน์ รองผู้จัดการมูลนิธิร่วมกตัญญู ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และมีกำลังกาย กำลังใจ ที่เข้มแข็ง ในการนำพาภารกิจช่วยเหลือสังคมของมูลนิธิร่วมกตัญญูให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

✨️ขอเชิญทุกท่านร่วมอวยพร

🎉 Today, September 9, 2026, marks the auspicious occasion of the birthday of Ms. Phawinee Palawat, Deputy Manager of the Ruamkatanyu Foundation. She serves as a vital driving force behind the management and administration of public charity missions and disaster relief operations nationwide, while standing as a deeply dedicated, caring, and beloved figure among all Ruamkatanyu Foundation volunteers.
🙏 On this special occasion, may the blessings of the Triple Gem and all sacred powers bestow upon Ms. Phawinee Palawat boundless happiness, prosperity, robust health, and freedom from all illness. May she be blessed with enduring physical and spiritual strength to continue leading the Ruamkatanyu Foundation’s humanitarian missions toward ever greater progress and success.
✨️ Everyone is warmly invited to join in extending their heartfelt birthday wishes.

 #งานบุญบ้านใหญ่ขอเชิญร่วมงานรำลึก “คุณพ่อสมเกียรติ  สมสกุลรุ่งเรือง” ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ในวันอังค...
30/08/2026

#งานบุญบ้านใหญ่
ขอเชิญร่วมงานรำลึก “คุณพ่อสมเกียรติ สมสกุลรุ่งเรือง” ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ในวันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ.2569 ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สำนักงานบางพลี จ.สมุทรปราการ
#มูลนิธิร่วมกตัญญู #ร่วมกตัญญู

กำหนดการ งานวันทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่“คุณพ่อสมเกียรติ สมสกุลรุ่งเรือง”ผู้ริเริ่มก่อตั้งและอดีตประธานมูลนิธิร่วมกตัญญูวันท...
26/08/2026

กำหนดการ งานวันทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่

“คุณพ่อสมเกียรติ สมสกุลรุ่งเรือง”

ผู้ริเริ่มก่อตั้งและอดีตประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู

วันที่ 1 กันยายน 2569

ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สำนักงานบางพลี จ.สมุทรปราการ

20/08/2026
15/08/2026

🚑 “ถ้าวันหนึ่งรถกู้ชีพที่อยู่ใกล้คุณที่สุด ออกไปรับคุณไม่ได้…เพียงเพราะรถคันนั้นไม่ผ่านข้อกำหนดบางข้อ ทั้งที่คน อุปกรณ์ และศักยภาพในการช่วยชีวิตยังพร้อม เราควรถามหรือไม่ว่า ‘มาตรฐาน’ ที่ดีควรมีหน้าตาอย่างไร?”

วันนี้ผมอยากชวน อาสากู้ชีพ อาสากู้ภัย และผู้ปฏิบัติงานการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ มาช่วยกันให้ข้อมูลกับผมครับ 🙏

หลายสิบปีที่ผ่านมา ระบบช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยและผู้ประสบอุบัติเหตุของประเทศไทยไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น แต่มีมูลนิธิ สมาคม และเครือข่ายอาสาจำนวนมาก ตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่อย่างมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปจนถึงมูลนิธิและทีมอาสาในแต่ละจังหวัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เข้าไปถึงประชาชน ในช่วงเวลาที่ทุกนาทีมีความหมาย ⏱️

❤️ คำว่า “อาสา” มีความหมายมากกว่าการออกไปช่วยคนเจ็บ

หลายคนไม่ได้มีเงินเดือนประจำจากรัฐ ต้องสละเวลาจากงานและครอบครัว บางทีมต้องช่วยกันหาเงินดูแลรถ ซ่อมรถ เติมน้ำมัน ซื้ออุปกรณ์ และรักษาความพร้อมของทีม

ขณะเดียวกัน ผู้ปฏิบัติงานก็ต้องรับความเสี่ยงบนท้องถนน ความเสี่ยงจากโรค การสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง รวมถึงความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าไปดูแลชีวิตของผู้อื่น

รัฐเองก็ยอมรับว่าผู้ปฏิบัติการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน มีทั้งระบบขึ้นทะเบียน มาตรฐานการปฏิบัติงาน และการดูแลผู้ปฏิบัติการในระบบของ สพฉ.

เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า รถที่ใช้รับส่งและดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินต้องปลอดภัย 🛡️

เตียงต้องยึดแน่น
ออกซิเจนต้องปลอดภัย
เข็มขัดต้องใช้ได้
ระบบไฟฟ้าต้องไม่เป็นอันตราย
อุปกรณ์ช่วยชีวิตต้องพร้อม
และบุคลากรต้องมีความสามารถตามระดับที่กำหนด

เรื่องเหล่านี้ไม่ควรถูกลดมาตรฐานลงเพียงเพราะเป็น “อาสา”

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผมคิดว่า มาตรฐานทุกข้อควรตอบได้ว่า กำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัยอะไร และผลที่ได้รับคุ้มค่ากับภาระที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานหรือไม่

⚠️ เหตุที่ผมตั้งคำถาม เพราะขณะนี้มีอาสาสมัครสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับ เกณฑ์ตรวจรับรองและต่ออายุรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินของ สพฉ.

ตัวอย่างที่เห็นชัดในแบบตรวจรถฉบับปัจจุบัน คือกำหนดไว้ตรง ๆ ว่า

🚐 “ตัวถังของรถเป็นสีขาว”

สำหรับรถที่มีอยู่เดิมและเป็นสีอื่น คำถามคือ

การต้องเปลี่ยนสีรถทั้งคันก่อให้เกิดต้นทุนเท่าไร?

และ “สีขาว” สัมพันธ์กับความสามารถในการช่วยชีวิตหรือความปลอดภัยมากเพียงใด เมื่อรถสามารถกำหนดเครื่องหมาย แถบสะท้อนแสง ไฟสัญญาณ และข้อความแสดงความเป็นรถฉุกเฉินให้เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

และเรื่องสีรถ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

จากแบบตรวจที่ผมได้รับ ยังพบข้อกำหนดอีกหลายรายการที่ผมอยากทราบผลกระทบจาก ผู้ใช้รถจริง เช่น

🔸 รถที่ขอรับรองครั้งแรกต้องมีอายุไม่เกิน 7 ปี และกรณีต่ออายุรถต้องมีอายุไม่เกิน 12 ปี

🔸 รถต้องมีผนังกั้นห้องคนขับ ระบบระบายอากาศ ระบบปรับอากาศแยก หรือมีกลไกป้องกันอากาศจากห้องผู้ป่วยย้อนเข้าสู่คนขับ

🔸 ต้องติดกล้องบันทึกทั้งภายในรถและการจราจร ให้สามารถบันทึกได้ตลอดภารกิจ

🔸 รวมถึงรายละเอียดของโครงสร้างรถ เครื่องหมาย ขนาดตัวอักษร แถบสะท้อนแสง และรายการอุปกรณ์อีกจำนวนมาก

📌 ผมยังไม่ได้สรุปว่าข้อใดควรยกเลิก หรือข้อใดควรคงไว้

เพราะสิ่งที่ผมไม่ต้องการทำคือ นั่งอ่านกฎอยู่ในห้อง แล้วตัดสินแทนคนที่ออกไปช่วยชีวิตประชาชนทุกวัน

ผมจึงอยากฟังจากพวกคุณก่อนครับ

📣 โดยเฉพาะอาสากู้ชีพ อาสากู้ภัย เจ้าหน้าที่ประจำรถ หัวหน้าหน่วย ผู้บริหารมูลนิธิ และคนที่กำลังนำรถไปตรวจหรือต่ออายุในช่วงนี้

ช่วยบอกผมหน่อยครับว่า “กฎใหม่” ทำให้พวกคุณติดปัญหาอะไรบ้าง?

🚑 รถสีเดิมไม่ใช่สีขาว ต้องทำสีใหม่หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

🚑 รถอายุเกินเกณฑ์ แต่สภาพรถและอุปกรณ์ยังพร้อมใช้งานหรือไม่

🚑 ต้องดัดแปลงตัวรถหรือระบบปรับอากาศเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด

🚑 อุปกรณ์รายการใดมีต้นทุนสูงหรือหาได้ยาก

🚑 มีรถคันใดตรวจไม่ผ่าน หรือเสี่ยงไม่ได้รับการต่ออายุเพราะข้อใด

🚑 ระหว่างรอแก้ไข รถต้องหยุดออกปฏิบัติการหรือไม่

🚑 หน่วยของท่านมีรถกี่คัน และกฎนี้อาจทำให้เหลือรถที่ออกปฏิบัติงานได้กี่คัน

🚑 มีข้อกำหนดใดที่พวกคุณเห็นว่าจำเป็นต่อความปลอดภัยและควรคงไว้

🚑 และมีข้อใดที่เห็นว่าสร้างภาระ แต่ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ

⸻

❗ สิ่งที่ผมกังวลที่สุดไม่ใช่ว่ารถจะสวยหรือไม่สวย

แต่คือ…

ถ้ากฎหนึ่งทำให้รถที่เคยออกช่วยประชาชนต้องจอด แล้วในพื้นที่นั้นรัฐยังไม่มีรถและกำลังคนเพียงพอที่จะเข้ามาทดแทน ใครคือคนที่รับผลจากช่องว่างนั้น?

คำตอบคือ ประชาชนที่กำลังรอความช่วยเหลือ

สำหรับผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ผู้เสียเลือดมาก ผู้บาดเจ็บรุนแรง หรือผู้ประสบอุบัติเหตุ คำว่า “รออีกหน่อย” อาจไม่ใช่เพียงความไม่สะดวก แต่อาจหมายถึง โอกาสรอดชีวิตที่ลดลง ⏱️

กฎหมายและมาตรฐานจึงมีความจำเป็น แต่ต้องออกแบบโดยเข้าใจระบบที่มันกำกับอยู่จริง

เราต้องไม่สร้างสถานการณ์ที่รัฐยังไม่สามารถจัดรถและบุคลากรเข้าถึงประชาชนได้ทุกพื้นที่ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันกลับกำหนดเงื่อนไขจนเครือข่ายอาสาที่ช่วยประคองระบบอยู่ไม่สามารถทำงานต่อได้

🛡️ มาตรฐานที่ดีต้องทำให้ประชาชนปลอดภัยขึ้น ไม่ใช่เพียงทำให้เอกสารถูกต้องขึ้น

⸻

📣 ผมจึงขอใช้พื้นที่นี้เปิดรับฟังข้อมูลจากอาสาทั่วประเทศ

ผู้ที่ได้รับผลกระทบ เขียนไว้ใต้โพสต์นี้ได้เลยครับ 👇

ขอข้อมูลสั้น ๆ

📍 จังหวัด
🚑 ชื่อหน่วย (ถ้าสะดวกเปิดเผย)
🚐 ประเภท/รุ่น/อายุรถ
❌ ข้อที่ตรวจไม่ผ่านหรือเป็นอุปสรรค
💰 ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการแก้ไข
⏱️ ผลกระทบต่อการออกปฏิบัติการ

หากมี แบบตรวจ หนังสือแจ้งผล หรือภาพรถประกอบ ส่งมาให้ผมดูได้ด้วย

ผมจะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เพื่อแยกให้ชัดว่า

อะไรคือ “มาตรฐานความปลอดภัยที่จำเป็น”
และอะไรคือ “กฎที่ควรทบทวน”

จากนั้นจะนำข้อเท็จจริงและ เสียงของผู้ปฏิบัติงานจริง ไปหารือกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คนออกกฎได้ฟังคนที่ต้องใช้กฎจริง

ผมไม่ได้ต้องการให้มาตรฐานของรถพยาบาลต่ำลงแม้แต่น้อย

แต่ผมต้องการให้มาตรฐานนั้น สมเหตุสมผล ทำได้จริง คำนึงถึงต้นทุนของหน่วยอาสา และที่สำคัญที่สุด—

❤️ ต้องไม่ลดโอกาสที่ประชาชนจะได้รับการช่วยเหลือ ในเวลาที่ทุกนาทีหมายถึงชีวิต

📣 อาสาท่านไหนกำลังเจอปัญหาจากการตรวจรถหรือต่ออายุรถตามเกณฑ์ใหม่ ช่วยมาเล่าให้ผมฟังครับ

ผมอยากฟังเสียงจากคนหน้างานให้มากที่สุด ก่อนที่จะนำเรื่องนี้ไปคุยกับ สพฉ.

#อาสากู้ชีพ #อาสากู้ภัย #การแพทย์ฉุกเฉิน #รถพยาบาล #1669 #สพฉ
#รับฟังทุกความเดือดร้อนของประชาชน

13/08/2026

ที่อยู่

Bangkok
10530

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ร่มเกล้าทีม (อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสน.ร่มเกล้า) โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์