หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ - สวนโมกข์กรุงเทพ

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ - สวนโมกข์กรุงเทพ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เป็นหอจดหมายเหตุศาสนธรรม (Religious Archives)
(1842)

15/08/2026

เปิดตัว สารคดีตายอย่างพระ : ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ตายอย่างพระ” เป็นผลงานที่สะท้อนชีวิตและวาระสุดท้ายของพระภิกษุอาพาธ จัดทำโดยความร่วมมือกับหน่วยงานดูแลพระสงฆ์ระยะท้ายอย่าง มูลนิธิสันติภาวัน สารคดีชุดนี้ตั้งคำถามและตีแผ่ความจริงในสังคมไทยว่า การบวชเป็นพระอาจไม่ยากเท่ากับการได้อยู่อย่างพระและจากไปอย่างสงบสมศักดิ์ศรีแห่งสมณเพศจนวาระสุดท้าย

12/08/2026

เทศน์พิเศษในโอกาศวันแม่แห่งชาติ - พุทธทาสภิกขุ

ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร บิดามารดาเป็นบูรพาจารย์ แปลว่าอาจารย์คนแรก

ข้อนี้ถ้าสังเกตก็เห็นได้ง่ายไม่ลึกลับอะไร แต่คนไม่สังเกตคิดว่า บิดามารดาก็เป็นบิดามารดา ครูบาอาจารย์ก็อยู่ที่โรงเรียน ที่วัดที่วา

ทีนี้เขาว่าบิดามารดานั่นแหละเป็นอาจารย์คนแรก พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่าสอนลูกตั้งแต่ให้ดูด ให้ดูดนม ให้ถ่ายอุจจาระ ให้ถ่ายปัสสาวะ ให้ทำทุกอย่างเหมือนกับเด็กเพิ่งคลอดมาต้องได้รับการสั่งสอนอะไรบ้าง มารดาเขาสอน

ยังสอนต่อไปจนกว่ามันจะโตจะใหญ่พอที่จะไปโรงเรียนได้ จึงจะส่งไปโรงเรียน

ระยะนั้นหลายปีบิดามารดาสอน ก็เรียกว่าเป็นอาจารย์คนแรก ไม่มีใครจะแรกไปกว่านั้น เขาไม่ค่อยไม่ค่อยมองกัน

ถ้ามองกันก็จะเห็น
ความสำคัญบิดามารดาว่า
เป็นผู้ที่ปั้นลูกปั้นวิญญาณ
ของลูกขึ้นมาทีเดียว

ทุกคนทั้งหญิงทั้งชายสังเกตดูเถิดจะรู้ว่าที่เราเป็นอะไรอยู่ได้เดี๋ยวนี้เพราะเป็นการปั้นของบิดามารดามาตั้งแต่แรกคลอด ตั้งแต่อ้อนแต่ออก ดังที่เรียกว่าอาจารย์คนแรก

เราจะเป็นคนหยาบคายหรืออ่อนโยนก็แล้วแต่บิดามารดาปั้นมาแต่แรก

เราจะเป็นคนซื่อตรง ไม่ซื่อตรง มันก็แล้วแต่บิดามารดาปั้นมาแต่แรก

มันจะมีความคิดผิดคิดถูก คิดเลวคิดดี มีนิสัยใจคออย่างไร ก็แล้วแต่บิดามารดาปั้นขึ้นมาตั้งแต่แรก

มันเป็นการใส่ลงไปทีแรกมันแน่นแฟ้นมั่นคงมันเปลี่ยนยาก และนิสัยใจคอที่เป็นมาตั้งแต่เด็กนี่มันเปลี่ยนยาก มันฝังลงไปแน่นแฟ้น

นี่บิดามารดาเป็นอาจารย์คนแรก ดังนั้นควรจะมองเห็นความสำคัญ และระมัดระวังกันให้ดี ๆ

- - - -

บิดาก็ดีมารดาก็ดี
จงระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มากว่า
ท่านจะสร้างนรกหรือสวรรค์
ให้แก่ลูกท่านได้โดยไม่รู้สึกตัว

- - - -

ลูกเขาคลอดมาใหม่ ๆ เราสอนลงไปอย่างไร อบรมลงไปอย่างไรมันก็เป็นอย่างนั้น มันจะมีอนาคตที่ดีหรือที่ไม่ดีมันก็แล้วแต่อาจารย์คนแรก

อาจารย์คนแรกนี้มันสอนอยู่หลายปีกว่าจะไปโรงเรียน นั้นเราจะมีนิสัยอย่างไรมันก็มาจากบิดามารดา

จะขี้เหนียวอย่างยิ่ง หรือว่าจะประหยัดพอดี หรือจะมีใจกว้างเกินพอดี อย่างนี้ก็แล้วแต่นิสัยที่บิดามารดาเขาใส่ให้มา ในฐานะเป็นอาจารย์คนแรก

เราจะเป็นคนสะเพร่า เป็นคนสะเพร่าทำอะไรหวัด ๆ หยาบ ๆ หรือว่าเราจะเป็นคนละเอียดละออประณีต สังเกต สังกาดี นี่ก็แล้วแต่การกระทำของบิดามารดาที่อบรมมาแต่แรก

- - - -

เด็กคนนั้นจะรอดตัวได้
หรือรอดตัวไม่ได้
มันขึ้นอยู่กับการสั่งสอนทีแรก
ของบิดามารดาเป็นส่วนใหญ่

- - - -

เดี๋ยวนี้เรารอดตัวได้ก็ควรจะขอบพระคุณบิดามารดาที่สอนมาดี แล้วผู้ที่จะเป็นบิดามารดาต่อไปก็ขอให้ระมัดระวังเรื่องนี้ให้มากที่สุด

จะสร้างลูกให้เป็นสัตว์
หรือจะสร้างลูกให้เป็นคน
จะสร้างลูกให้เป็นมนุษย์
จะสร้างลูกให้เป็นเทวดาอะไรก็ได้ทั้งนั้น

มันแล้วแต่การกระทำของท่าน ดังนั้นควรจะเตรียมศึกษาไว้ดี ๆ ความรู้อย่างไร ศีลธรรมอย่างไร ธรรมมะอย่างไร ศึกษาไว้ให้เพียงพอสำหรับจะปั้นลูกของตนได้ตามที่ปรารถนา

พุทธทาสภิกขุ

#120ปีพุทธทาส #สวนโมกข์กรุงเทพ

เมื่อสองสายธรรมมาบรรจบกว่าห้าสิบปีก่อน ในวันที่ ๒๙–๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕ องค์ดาไลลามะที่ ๑๔ เสด็จโดยรถไฟไปยังสวนโมกขพลาราม...
11/08/2026

เมื่อสองสายธรรมมาบรรจบ

กว่าห้าสิบปีก่อน ในวันที่ ๒๙–๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕ องค์ดาไลลามะที่ ๑๔ เสด็จโดยรถไฟไปยังสวนโมกขพลาราม ไชยา เพื่อสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านอาจารย์นำเสด็จชมโรงปั้นภาพหินสลัก สระนาฬิเกร์ และโรงมหรสพทางวิญญาณ ก่อนสนทนาเรื่องอานาปานสติ และองค์ดาไลลามะทรงแสดงธรรมเรื่อง "ปรัชญาปารมิตา" ณ ลานหินโค้ง เป็นภาษาทิเบต ผ่านล่ามสองทอดสู่ภาษาไทย

ภาพการพบกันของพระภิกษุองค์สำคัญของสองสายธรรมในวันนั้น คือเมล็ดพันธุ์เดียวกันกับที่งอกงามในวันนี้ — โครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติบาลี–สันสกฤต รุ่นที่ ๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ยังคงสืบเจตนารมณ์เดิม คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางธรรมด้วยใจที่เปิดกว้าง ก้าวข้ามพรมแดนภาษา วัฒนธรรมและนิกาย เพื่อกลับสู่หัวใจเดียวกันของพระพุทธศาสนา

---------

🪷 เปิดรับสมัครพระภิกษุเข้าร่วม
โครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติ บาลี–สันสกฤต ปีที่ 5
สวนโมกข์กรุงเทพ ขอนิมนต์พระภิกษุที่มีพรรษา ๕ ขึ้นไป มาร่วมเดินทาง เรียนรู้ และสร้างกัลยาณมิตรกับพระภิกษุจากหลากหลายสายธรรมใน อินเดีย ไทย และศรีลังกา
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ทำให้พระไทยและพระนานาชาติได้มาอยู่ร่วมกัน เรียนรู้จากกัน พบครูบาอาจารย์ และเปิดมุมมองต่อความหลากหลายของพระพุทธศาสนาผ่านประสบการณ์ตรง
ปีนี้ โครงการกำลังก้าวเข้าสู่ ปีที่ 5 และเปิดรับพระภิกษุจากประเทศไทย จำนวน 15 รูป
สิ่งที่เรามองหา ไม่ใช่เพียงพระที่มีพื้นฐานการศึกษาและการปฏิบัติธรรม แต่คือผู้ที่ เปิดใจเรียนรู้ พร้อมแบ่งปัน และปรารถนาจะสร้างกัลยาณมิตรกับเพื่อนต่างสายธรรม

📆 กำหนดการเบื้องต้น
🇮🇳 อินเดีย
28 พฤศจิกายน – 24 ธันวาคม 2569
Dharamshala • Bir • Dehradun • Bodhgaya
🇹🇭 ประเทศไทย
15–31 มกราคม 2570
🇱🇰 ศรีลังกา
1–16 กุมภาพันธ์ 2570
Colombo • Anuradhapura • Kandy และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ

📝 คุณสมบัติเบื้องต้น
• อุปสมบทมาแล้วอย่างน้อย ๕ พรรษา
• มีพื้นฐานพระธรรม–วินัย ปริยัติ และการปฏิบัติภาวนา
• เปิดใจเรียนรู้พระพุทธศาสนาจากหลากหลายสายธรรม
• สามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามช่วงเวลาของโครงการได้
🔸 มีล่ามอังกฤษ–ไทยร่วมเดินทาง
🔸 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ
🔆 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569

สมัครและดูรายละเอียด
https://shorturl.asia/2c60Z
ชมบรรยากาศและเรื่องราวจากโครงการที่ผ่านมา
https://shorturl.asia/N38dZ
สำหรับญาติโยม หากนึกถึงพระภิกษุรูปใดที่น่าจะสนใจ ฝากช่วยส่งข่าวให้นิมนต์ท่านมารู้จักโครงการนี้ด้วยครับ

📧 [email protected]

#สวนโมกข์กรุงเทพ
#โครงการพระแลกเปลี่ยนบาลีสันสกฤต5

เพลงกล่อมลูก       พุทธทาสภิกขุเคยกล่าวว่า “นิพพานหาได้ในสังสารวัฏ” คือ “ตัวเรานี้ คือร่างกายหรือนามรูปนี้ บางเวลามันร้อ...
10/08/2026

เพลงกล่อมลูก
พุทธทาสภิกขุเคยกล่าวว่า “นิพพานหาได้ในสังสารวัฏ” คือ “ตัวเรานี้ คือร่างกายหรือนามรูปนี้ บางเวลามันร้อนมันเดือดขึ้นมา บางเวลามันก็เย็นสบายอยู่ แล้วคิดดูให้ดีเวลาที่มันเดือดมันร้อนขึ้นมานั้นเป็นชั่วครู่ชั่วยามและเป็นส่วนน้อย เวลาที่มันสงบอยู่ ไม่เดือดนั้นมีมากกว่า เช่น เวลานอนหลับ หรือเวลาที่ไม่รัก ไม่เกลียด ไม่โกรธ ไม่โง่ ไม่หลง ไม่อะไรนะ ทั้งหมดนี้มันก็ยังเย็นอยู่ ยังสงบอยู่ เวลาที่นอนหลับเป็นเวลาที่ได้กำไร ที่มันหยุดอยู่ ไม่เดือด เวลาที่ตื่นอยู่นี้ส่วนมากก็ยังหยุดอยู่ แม้จะพูดจะคิดจะทำอะไรก็ยังทำได้ แต่จิตไม่ปรุงเป็นตัวกูของกู คือไม่ปรุงเป็นโลภะ โทสะ โมหะแล้ว ก็ยังเรียกว่าหยุดอยู่ ดับอยู่ เย็นอยู่ พิจารณาดูให้ดีจะเห็นได้ว่า เมื่อเราตื่น ๆ อยู่นี่แหละ เวลาที่มันหยุดอยู่หรือดับอยู่นั้นยังมีมากกว่าที่เวลามันเดือดพล่านขึ้นมา เดือดพล่านมาเมื่อใดเป็นวัฏสงสารเมื่อนั้น เย็นอยู่ ดับอยู่ตามเดิมเมื่อใดก็เป็นนิพพานเมื่อนั้น”
[ฟัง / อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://www.pagoda.or.th/buddhadasa/2019-05-24-10-12-40-5.html]
ด้วยความสนใจด้านเพลงและดนตรีของพุทธทาสภิกขุ ทำให้ท่านรวบรวมศึกษาเพลงพื้นบ้านต่างๆ จนค้นพบเพลงกล่อมลูกที่ชาวบ้านแถบภาคใต้ใช้ร้องกล่อมเด็ก เพลงกล่อมเด็กหลายๆ บท ชวนให้ร่วมตีความค้นหาความหมายอยู่ไม่น้อย จากบทเพลงนำมาสู่การสร้างเป็นเกาะมะพร้าวนาฬิเกร์ในสวนโมกขพลารามที่ผู้พบเห็นก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมต้องเป็นมะพร้าวนาฬิเกร์ จะเป็นต้นไม้อื่นด้วยได้ไหม ที่จริงไม่ได้มีแค่ต้นมะพร้าวเท่านั้น ยังมีต้นมะม่วงหิมพานต์ ส้มซ่า ทองพันชั่ง ต้นไม้เหล่านี้คงจะเป็นพืชพื้นถิ่นที่คนโบราณคุ้นเคย นำมาประกอบเป็นเพลงก็ดูไม่ขัดเขินเห็นภาพตามได้ และน่าแปลกใจว่าทำไมคนโบราณถึงแต่งเพลงที่ซ่อนความหมายลึกซึ้งไว้ อะไรกล่อมเกลาให้เป็นเช่นนั้น
ในสมุดบันทึกส่วนตัวของพุทธทาสภิกขุเขียนถึงเพลงกล่อมลูกโลกุตระไว้ว่า “ชาวมงโกเลียน มีบทเพลงกลางบ้าน (Folk song) ที่มีใจความลึกเปนโลกุตรธรรม อยู่บ่อยๆ, ในที่สุดได้พบว่า บ้านเราก็มีเหมือนกัน เช่น บทกล่อมลูกของคนรอบอ่าวบ้านดอนเรา นี้ว่า
“พร้าวนาฬิเก ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กลางทะเลขี้ผึ้ง ไปถึงแต่ผู้มีบุญ เฮอะ__” /
ต้นเดียวเปลี่ยวลิงโลด เฮอะ.
สมัยโน้น นั้นเขา เข้าถึงโลกุตรธรรม หรือสนใจในโลกุตรธรรมกันเพียงไร จึงมีบัณฑิต แต่งบทกล่อมลูก ให้หญิงชาวบ้าน ร้องได้เช่นนี้, สภาพแท้จริง ของพุทธบริษัท ตามพื้นบ้านสมัยนั้น มันอยู่ในสภาพเช่นไรหนอ❓
มันเคยเจริญสูงสุดแล้วกลับเสื่อม, หรือว่า มันว่าเพ้อๆ กันไปอย่างนั้นเอง ; แต่มันจะเปนไปได้อย่างไร❓
มะม่วงหิมพานต์ สุกงอมหอมหวาน อยู่กลางแม่น้ำทะเลหลวง
พ้นลิงพ้นค่าง พ้นสัตว์ทั้งปวง อยู่กลางแม่น้ำทะเลหลวง พ้นเฆ่ เหรา เอย.”
อ่านบันทึกฉบับเต็มได้ที่
บันทึกนึกได้เอง 2495 (1952) https://bia-archive.psu.ac.th/manuscripts/BIA04030002-0140_0000-01?previewPage=1

🪷 เปิดรับสมัครพระภิกษุเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติ บาลี–สันสกฤต ปีที่ 5สวนโมกข์กรุงเทพ ขอนิมนต์พระภิกษุที่ม...
09/08/2026

🪷 เปิดรับสมัครพระภิกษุเข้าร่วม
โครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติ บาลี–สันสกฤต ปีที่ 5

สวนโมกข์กรุงเทพ ขอนิมนต์พระภิกษุที่มีพรรษา ๕ ขึ้นไป มาร่วมเดินทาง เรียนรู้ และสร้างกัลยาณมิตรกับพระภิกษุจากหลากหลายสายธรรมใน อินเดีย ไทย และศรีลังกา

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ทำให้พระไทยและพระนานาชาติได้มาอยู่ร่วมกัน เรียนรู้จากกัน พบครูบาอาจารย์ และเปิดมุมมองต่อความหลากหลายของพระพุทธศาสนาผ่านประสบการณ์ตรง

ปีนี้ โครงการกำลังก้าวเข้าสู่ ปีที่ 5 และเปิดรับพระภิกษุจากประเทศไทย จำนวน 15 รูป

สิ่งที่เรามองหา ไม่ใช่เพียงพระที่มีพื้นฐานการศึกษาและการปฏิบัติธรรม แต่คือผู้ที่ เปิดใจเรียนรู้ พร้อมแบ่งปัน และปรารถนาจะสร้างกัลยาณมิตรกับเพื่อนต่างสายธรรม

📆 กำหนดการเบื้องต้น

🇮🇳 อินเดีย
28 พฤศจิกายน – 24 ธันวาคม 2569
Dharamshala • Bir • Dehradun • Bodhgaya

🇹🇭 ประเทศไทย
15–31 มกราคม 2570

🇱🇰 ศรีลังกา
1–16 กุมภาพันธ์ 2570
Colombo • Anuradhapura • Kandy และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ

📝 คุณสมบัติเบื้องต้น
• อุปสมบทมาแล้วอย่างน้อย ๕ พรรษา
• มีพื้นฐานพระธรรม–วินัย ปริยัติ และการปฏิบัติภาวนา
• เปิดใจเรียนรู้พระพุทธศาสนาจากหลากหลายสายธรรม
• สามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามช่วงเวลาของโครงการได้

🔸 มีล่ามอังกฤษ–ไทยร่วมเดินทาง
🔸 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ

🔆 เปิดรับสมัครถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569

สมัครและดูรายละเอียด
https://shorturl.asia/2c60Z

ชมบรรยากาศและเรื่องราวจากโครงการที่ผ่านมา
https://shorturl.asia/N38dZ

สำหรับญาติโยม หากนึกถึงพระภิกษุรูปใดที่น่าจะสนใจ ฝากช่วยส่งข่าวให้นิมนต์ท่านมารู้จักโครงการนี้ด้วยครับ

📧 [email protected]

#สวนโมกข์กรุงเทพ
#โครงการพระแลกเปลี่ยนบาลีสันสกฤต5

ขอให้คิดดู เวลาไหน เวลาที่เราสบายที่สุดเวลาไหน ไม่ต้องเชื่อใครหรอก สังเกตดูเอาเอง ทุกคนจะรู้สึกได้ ตอบอย่างโง่ๆ ไปทีก่อน...
06/08/2026

ขอให้คิดดู เวลาไหน เวลาที่เราสบายที่สุดเวลาไหน ไม่ต้องเชื่อใครหรอก สังเกตดูเอาเอง ทุกคนจะรู้สึกได้ ตอบอย่างโง่ๆ ไปทีก่อนก็ได้ว่า เราสบายที่สุดในเวลาที่ไม่มีอะไรรบกวนจิตใจ

นั่นแหละคือว่างแหละ
เมื่อไม่มีอะไรรบกวนจิตใจ
นั่นแหละมันคือว่าง

แม้จะเป็นเวลายืน เดิน นั่ง นอนอะไรก็ตาม ถ้ามีอะไรรบกวนอยู่ในจิตใจมันเป็นสุขไม่ได้

หรือว่าเราจะทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ถ้าจิตมันว่าง ไม่ยึดถือโดยความเป็นตัวตน มันก็ว่าง มันก็ยังสบาย ยังเป็นสุขในการทำงานนั่นเอง

อย่าคิดว่าเวลาได้นอน ได้พักผ่อนได้นอนแล้วมันจะเป็นสุข มันต้องมีจิตใจว่างจากความยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวกูเป็นของกู นั่นด้วยมันจึงจะเป็นสุข

ถ้าความคิดนึกประเภทเป็นตัวตนเป็นของตนยังมีอยู่ในจิตใจแล้วมันก็คือไม่ว่าง ไม่ว่างก็คือถือ ถืออะไรอยู่ไว้ แบกอะไรอยู่ ทูนอะไรไว้อยู่

เมื่อใดจิตมันขุ่นแล้ว...ก็ดูเถอะจะพบตัวกูอยู่ในจิตนั้นนะ จิตจะขุ่นมัวด้วยความโลภ ความกระหาย ความอยาก ความกำหนัดอะไรพวกหนึ่ง

= = = = =

เมื่อพูดถึงเรื่องความว่าง นี่ก็ต้อง #ว่างจากตัวกู ไม่ใช่ว่างจากสิ่งอื่นๆ

คนเรามันอยากมีตัวกู ชอบมีตัวกู จนไม่เห็นว่าเป็นของชั่ว เป็นของเลว เป็นของให้เกิดทุกข์ เราก็พร้อมที่จะมีตัวกูอยู่เรื่อย ไปรักษามันไว้นาน ๆ ด้วย ไม่ค่อยจะดับไปได้ง่าย ๆ นะ

ถ้าคนมันยังไม่ตายแล้วมันต้องคิดนึกได้ด้วยความรู้สึก ไอ้สิ่งที่เรียกว่านามธรรม หรือ รูปธรรมมันก็ต้องมีอยู่เต็มที่ แต่อย่ามีเป็นตัวกู ของกูเท่านั้นแหละก็เรียกว่างจากตัวกู-ของกูได้

คนมีชีวิตอยู่ คิดนึกอยู่ ทำอะไรอยู่ อย่างเต็มกำลังด้วยซ้ำไปก็เรียกว่ามันว่างจากตัวกู ของกูอยู่นั่นแหละ คือ มันไม่มีความรู้สึกที่เป็นตัวกู ของกู

ถ้าอย่ามีความรู้สึกเป็นตัวกู ของกู ไม่เกิดกิเลส แล้วก็ไม่เหนื่อย แล้วก็ดูพอดี สบายไป

พุทธทาสภิกขุ

#120ปีพุทธทาส #สวนโมกข์กรุงเทพ

บันทึกประสบการณ์การเรียนรู้  #โครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติ บาลี–สันสกฤต ปีที่ 4 ประเทศอินเดีย (21 ธันวาคม 2568 – 15...
04/08/2026

บันทึกประสบการณ์การเรียนรู้ #โครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติ บาลี–สันสกฤต ปีที่ 4 ประเทศอินเดีย
(21 ธันวาคม 2568 – 15 มกราคม 2569)
โดย พระสอนทวี อินฺทสาโร

การเดินทางในครั้งนี้เป็นโอกาสอันสำคัญอย่างยิ่งที่ได้ไปพบปะ เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางพระพุทธศาสนาร่วมกับพระภิกษุนานาชาติ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เกิดการศึกษาแนวคิด แนวทางการปฏิบัติ ตลอดจนวิถีชีวิตของพระสงฆ์ในบริบททางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

บันทึกฉบับนี้เป็นการรวบรวมประสบการณ์ ความประทับใจ และบทเรียนที่ผู้เขียนได้พบเห็นและเรียนรู้ตลอดช่วงเวลาของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา การปฏิบัติธรรมร่วมกับพระภิกษุจากนานาชาติ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการทำสังฆกรรมและวิถีชีวิตของชุมชนพุทธในแต่ละพื้นที่

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาที่ปรากฏเป็นเพียงการบันทึกมุมมองและการเรียนรู้เฉพาะตัวของผู้เขียน ซึ่งได้พยายามถ่ายทอดเหตุการณ์และความรู้สึกตามที่ได้ประสบด้วยตนเอง เรื่องราวที่บันทึกไว้จึงอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทั้งหมด เพราะตลอดการเดินทางยังมีเหตุการณ์ ความทรงจำ และบทเรียนอีกมากมายที่อาจไม่ได้ถูกจดบันทึกไว้ครบถ้วนระหว่างทาง

ในโอกาสนี้ ผู้เขียนขอกราบขอบพระคุณคณะผู้จัดโครงการ ตลอดจนพระเถระและ
ผู้ประสานงานจากประเทศต่าง ๆ ที่ได้เมตตาอำนวยความสะดวก ดูแล และเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันตลอดการเดินทาง ทั้งในประเทศอินเดีย ประเทศไทย และประเทศศรีลังกา ความร่วมมือและความเอื้อเฟื้อจากทุกฝ่ายทำให้การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น และก่อให้เกิดประสบการณ์อันทรงคุณค่าแก่ผู้เข้าร่วมทุกท่าน

ผู้เขียนหวังว่าบันทึกเล่มนี้จะเป็นทั้งหลักฐานแห่งการเรียนรู้ และเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่สะท้อนประสบการณ์ของการเดินทางเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนทางพระพุทธศาสนา อันอาจเป็นประโยชน์หรือเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้สนใจในเรื่องราวของการศึกษาและการปฏิบัติธรรมในบริบทที่หลากหลาย

#โครงการแลกเปลี่ยนพระภิกษุนานาชาติบาลีสันสกฤต2569
#สวนโมกข์กรุงเทพ

"... ในโอกาสที่หอจดหมายเหตุฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จรอการเปิดอย่างเป็นทางการนั้น ได้กำหนดให้มีการทำบุญร่วมกับธรรมะภาคี ในลักษณ...
03/08/2026

"... ในโอกาสที่หอจดหมายเหตุฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จรอการเปิดอย่างเป็นทางการนั้น ได้กำหนดให้มีการทำบุญร่วมกับธรรมะภาคี ในลักษณะงานบุญหลากหลายลักษณะที่ถือเป็นการร่วมคืนพื้นที่บุญให้สังคมไทยที่ทุกวันนี้มีความจำเป็นต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ประกอบด้วย

การร่วมทำบุญตักบาตรอย่างครั้งพุทธกาลที่ลานหินโค้งแด่พระภิกษุสงฆ์ เบื้องหน้าภาพปูนปั้นจำลองหินสลักพุทธประวัติชุดแรกของโลกและพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่พุทธทาสภิกขุให้สร้างไว้เมื่อ ๕๐ ปีก่อน แล้วฟังธรรมกถาหน้าพระโพธิสัตว์ โดยพระไพศาล วิสาโล ร่วมกับ ศ.นพ.ประเวศ วะสี และ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ต่อด้วยการปฏิบัติธรรมสมาธิภาวนาและเดินจงกรมรอบหอจดหมายเหตุฯ กับ พระอาจารย์โพธิ์ (พระภาวนาโพธิคุณ) เจ้าอาวาสสวนโมกขพลาราม ไชยา พร้อมกิจกรรมมหรสพทางวิญญาณต่าง ๆ อีกมากมาย ..."

กิจกรรม ร่วมคืนพื้นที่บุญให้สังคมไทย ณ สวนโมกข์กรุงเทพ
วันอาทิตย์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๓

#ร่วมคืนพื้นที่บุญให้สังคมไทย #ตักบาตรเดือนเกิด #สวนโมกข์กรุงเทพ #15ปีสวนโมกข์กรุงเทพ

31/07/2026
29/07/2026

ธรรมบรรยายเนื่องในวันอาสาฬหบูชา พพุทธทาสภิกขุชี้ให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของ “วันอาสาฬหปุรณมี” ในฐานะวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานของขวัญอันประเสริฐสุดแก่โลก นั่นคือ “พระธรรม” ซึ่งทรงค้นพบและเคารพสูงสุด

โดยเปรียบพระธรรมหรือ กฎอิทัปปัจจยตา และ ปฏิจจสมุปบาท ว่าเป็น “พระเจ้า” ในพุทธศาสนา ที่ควบคุมอยู่ในทุกๆ ปรมาณูของจักรวาล เป็นกฎธรรมชาติที่อธิบายถึงการเกิดขึ้นและการดับไปของความทุกข์ ทั้งในระดับจิตใจและระดับปัญหาสังคม

อ.พุทธทาสกล่าวท้ายคำบรรยายว่า

"วันที่พระองค์ทรงประทานของขวัญอันประเสริฐแก่มนุษย์คือวันอาสาฬหปุรณมี เวียนมาถึงเข้าอีกในวันนี้ ขอให้เราประพฤติกระทำดังที่กล่าวมานี้ ก็จะสมกับที่เป็นพุทธบริษัทเกิดมาได้พบพระพุทธศาสนา

มีความเจริญงอกงามตามทางของพุทธศาสนาด้วยการประพฤติปฏิบัตินั้นไม่ต้องมีใครมาให้พร ไม่ต้องอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์สากลที่ไหนมาช่วย

กฎอิทัปปัจจยตาหรือพระเจ้าองค์นี้ที่เราประพฤติอยู่กับเนื้อกับตัวในทุกๆปรมาณูแห่งร่างกายนั้นแหละช่วยๆอย่างแท้จริง ช่วยอย่างไม่งมงาย ให้มีความสุขสวัสดี เจริญงอกงามในหน้าที่การงานการเป็นอยู่ทุกทิพาราตรีกาลเป็นแน่นอน"

พุทธทาสภิกขุ

อ่านทั้งหมดได้ที่ https://main.bia.or.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ac%e0%b8%ab%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%97/

ที่อยู่

ทางเข้าสวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ) ถนนนิคมรถไฟสาย ๒; แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6629362800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ - สวนโมกข์กรุงเทพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์