NGO COD กป.อพช.

NGO COD กป.อพช. Network of Thai NGOs

เกี่ยวกับเรา
ประวัติ – ความเป็นมา
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในสังคมไทย ที่องค์กรพัฒนาเอกชนหรือ NGOs (Non Governmental Organization) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแต่เดิมรัฐจะเป็นผู้มีบทบาทหลักเพียงฝ่ายเดียวมาโดยตลอด

ประเทศไทยได้เข้าสู่กระแสการพัฒนาประเทศแผนใหม่ หรือที่องค์การสหประชาชาติเรียกว่า “ทศวรรษแห่งการพัฒนา” ใน

ช่วงนั้นทำให้เกิดองค์กรพัฒนาเอกชนขึ้น และในปี พ.ศ. 2502 รัฐบาลได้จัดประชุมร่วมกันระหว่างองค์กรพัฒนาต่างๆ และจัดตั้งเป็นสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยขึ้น การทำงานช่วงนี้จึงเน้นการให้ความรู้และการสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลน และผู้ประสบปัญหาขั้นพื้นฐาน

การพัฒนาที่เน้นการสังคมสงเคราะห์ไม่สามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหาสังคมที่พัฒนาขึ้น จึงเริ่มมีการทำงานศึกษาวิเคราะห์ชุมชนไปพร้อมกับมุ่งเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ในปีพ.ศ. 2510 ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่าในช่วงของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 ที่ผ่านมา ภาคชนบทเติบโตอย่างไร้ทิศทางและไม่มีความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ จะนำมาซึ่งปัญหาในระยะยาว จึงได้ริเริ่มแนวคิดการพัฒนาชนบท โดยจัดทำโครงการบูรณะชนบท, โครงการบัณฑิตอาสาสมัคร, โครงการพัฒนาชนบทลุ่มน้ำแม่กลอง และก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่จังหวัดชัยนาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำงานส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนและองค์กรประชาชนในชนบท จึงกล่าวได้ว่ามูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์กรเอกชนที่ทำงานปฏิบัติการพัฒนาชนบทแห่งแรกในประเทศไทย อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานพัฒนาในช่วงต่อมา

ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 รัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้รัฐประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาโดยเฉพาะการพัฒนาชนบท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงได้ตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางประสานความร่วมมือ เพื่อจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนต่อไป

เมื่อวันที่ 13 – 14 ธันวาคม 2528 ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนทั่วประเทศเข้า 139 องค์กร จัดการประชุมและมีมติให้จัดตั้ง “คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท” (กป.อพช.) ระดับชาติขึ้น โดยการสนับสนุนของศูนย์ประสานงานพัฒนาชนบทแห่งชาติสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกขององค์กรพัฒนาเอกชนในการประสานงานกับภาครัฐ ขณะเดียวกันในแต่ละภูมิภาคก็ได้มีการรวมตัวกันเป็น กป.อพช. ระดับภาคเช่นเดียวกัน

เมื่อแรกเริ่มใช้ชื่อว่า “คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท“ เนื่องจากองค์กรสมาชิกส่วนใหญ่เป็นองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท ในการประชุมสมัชชาองค์กรสมาชิก เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2537 ที่ประชุมมีมติให้ กป.อพช. ขยายความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาชนด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้ทำงานพัฒนาชนบท และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน” ตั้งแต่นั้นมา

นอกจากนี้ กป.อพช. ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนกับหน่วยงานของรัฐในงานพัฒนาทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาคและระดับประเทศ รวมทั้งเป็นกลไกในการพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชน(อพช.) ในการพัฒนาสังคม ปัจจุบัน กป.อพช. มีองค์กรสมาชิกมากกว่า 300 องค์กรทั่วประเทศ โดย กป.อพช ในฐานะขบวนองค์กรพัฒนาเอกชน จะทำหน้าที่เชื่อมร้อยและประสานความร่วมมือระหว่างกลไกภาคและเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านต่างๆ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ และการทำหน้าที่ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนขบวนการภาคประชาสังคม ไปสู่ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน กป.อพช เป็นเครือข่ายขบวนการขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำกิจกรรมแบบสหวิทยาการ (Inter-Disciplinary) และขับเคลื่อนงานแบบองค์รวม(Holistic Development) มาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

กป.อพช. เลือกคณะกรรมการชุดใหม่ส่งไม้ต่อ..ให้ประธาน กป.อพช. และเลจาธิการคนใหม่ เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ และแสงสิริ ตรีมรรคา ...
21/09/2025

กป.อพช. เลือกคณะกรรมการชุดใหม่

ส่งไม้ต่อ..ให้ประธาน กป.อพช. และเลจาธิการคนใหม่ เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ และแสงสิริ ตรีมรรคา รวมถึงคณะกรรมการทั้ง 17 คน ได้สืบสานเจตนารมณ์ในภารกิจสร้างความเข้มแข็งของขบวนประชาชน และสร้างสรรค์ขบวนการ NGO. ไทยให้มีการทำงานเชื่อมโยงกันอยากมียุทธศาสตร์ในทุกภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายของสังคมการเมืองปัจจุบัน...ในอีก 2 ปีจากนี้ไป

   #หยุดใช้กฎหมายปิดปากกระบวนการยุติธรรมต้องรับใช้ประชาชน กลุ่มทุนที่ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ต้องชดใช้ต่อ...
12/09/2025

#หยุดใช้กฎหมายปิดปาก

กระบวนการยุติธรรมต้องรับใช้ประชาชน กลุ่มทุนที่ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ต้องชดใช้ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

แถลงการณ์ กป.อพช.เรื่อง นิรโทษกรรมประชาชน "ปลดโซ่ตรวน เสรีภาพคืนสู่ประชาชน"ท่ามกลางการประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐบาลที...
15/07/2025

แถลงการณ์ กป.อพช.
เรื่อง นิรโทษกรรมประชาชน "ปลดโซ่ตรวน เสรีภาพคืนสู่ประชาชน"

ท่ามกลางการประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองห้าฉบับถูกนำขึ้นมาพิจารณาพร้อมกัน โดยความขัดแย้งทางการเมืองยังเดินไป การชุมนุมบนท้องถนนยังไม่สิ้นสุด ความขัดแย้งทางการเมืองไทยนับตั้งแต่การรัฐประหาร 2549 ได้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้แก่ประชาชนนับพันชีวิต ผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือประหัตประหารผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างต่อเนื่องและรุนแรงที่สุดในช่วงปี 2563-2568

คดีเหล่านี้ได้พรากเสรีภาพและชีวิตของผู้คนจำนวนมาก หลายคนรับโทษจนครบกำหนด หลายคนยังคงอยู่ในเรือนจำ และอีกไม่น้อยที่ยังต้องเผชิญกับผลพวงของคดีความ แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากนานาชาติ ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ที่แสดงความกังวลต่อการใช้มาตรา 112 และเรียกร้องให้มีการแก้ไข หรือสมาชิกรัฐสภายุโรปที่ใช้การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีเป็นเครื่องมือต่อรองให้ประเทศไทยปฏิรูปมาตรา 112 และปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านกลับกล่าวว่า คดีมาตรา 112 จะไม่ถูกรวมในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
จึงขอย้ำว่าเรื่องนิรโทษกรรมคือวาระ "เร่งด่วน" มันคือประตูบานสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งที่ยาวนานกว่าสองทศวรรษ และการนิรโทษกรรมจะมีผลในการสลายความขัดแย้งได้ก็ต่อเมื่อเป็นการนิรโทษกรรมต่อประชาชนทุกสีทุกฝ่ายพร้อมๆ กัน ไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบ “เลือกปฏิบัติ” เฉพาะบางคน บางคดี หรือบางกลุ่ม

กป.อพช. ขอเรียกร้องเร่งด่วนต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเพื่อการนิรโทษกรรม ให้มุ่งเน้นไปที่การผลักดัน พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. ต้องนิรโทษกรรมให้แก่ประชาชนที่แสดงออกทางการเมือง “ทุกคดี” โดยพิจารณาจากช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์เป็นหลัก ไม่แบ่งแยกตามประเภทข้อหา เช่นเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต (เช่น 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519, พฤษภาทมิฬ 2535) 2. ต้องไม่นิรโทษกรรมให้กับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกิดจากการกระทำโดยจงใจ ที่กระทำต่อประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ เช่น การใช้อาวุธปืนด้วยกระสุนจริง กระสุนยาง หรือแก๊สน้ำตา ต่อประชาชนที่ชุมนุมโดยสงบ หรือการจับกุมโดยไม่ชอบ การใช้กำลังทำร้ายผู้ถูกจับกุม เป็นต้น 3. รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย ต้องยุติหรือชะลอการดำเนินคดีต่อประชาชนที่แสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ รวมทั้งคดีที่จะเกิดขึ้นใหม่ และคดีที่กำลังดำเนินอยู่ในชั้นตำรวจด้วย

แถลง วันที่ 15 กรกฎาคม 2568

แถลงการณ์ กป.อพช. (คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน)         ปกป้องประชาธิปไตย ไม่ยอมรับการรัฐประหาร  ในฐานะประชาชนผู...
28/06/2025

แถลงการณ์ กป.อพช. (คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน)

ปกป้องประชาธิปไตย ไม่ยอมรับการรัฐประหาร

ในฐานะประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ขอประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการปกป้องระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปกครองที่ยึดโยงกับหลักการพื้นฐานของเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ จึงขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “ไม่ยอมรับการรัฐประหาร” ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะด้วย เหตุผลใดก็ตาม และ ไม่สนับสนุนการสร้างเงื่อนไขใดๆ อันจะนำมาซึ่งการทำรัฐประหาร

ระบอบประชาธิปไตยคือการปกครองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ผ่านกลไกการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ทำให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียงในการกำหนดอนาคตของตนเอง เลือกผู้แทนเข้ามาบริหารประเทศ และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนการรัฐประหารคือการฉีกรัฐธรรมนูญ ทำลายเจตจำนงของประชาชน ปล้นอำนาจที่ถูกต้องไปจากมือของเจ้าของที่แท้จริง และนำมาซึ่งความไม่มั่นคง ความแตกแยกและการถดถอยของประเทศชาติ ขอย้ำว่า การรัฐประหารไม่ใช่ทางออก ไม่ว่าประเทศจะเผชิญวิกฤตการณ์ใด การแก้ไขปัญหาต้องดำเนินไปภายใต้กรอบของกฎหมาย ผ่านกระบวนการทางประชาธิปไตยอันชอบธรรม เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการหาทางออกอย่างสันติวิธี

การปลุกกระแสคลั่งชาติ การใช้อำนาจนอกระบบหรือองค์กรอิสระรวมทั้งนิติสงครามเพื่อยึดอำนาจ ไม่เพียงแต่จะสร้างบาดแผลให้กับสังคมไทยอย่างซ้ำซาก แต่ยังเป็นการบั่นทอนศรัทธาในระบอบการปกครอง และผลักประเทศให้จมดิ่งสู่ความมืดมิด

จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายของผู้มีอำนาจบุคลากรในกองทัพ เครือข่ายกลุ่มทุน องค์กรอิสระและภาคประชาสังคม ได้ตระหนักร่วมกันถึงความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย เคารพในอำนาจของประชาชน และยึดมั่นในหลักการที่ว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

กป.อพช. ในฐานะองค์กรภาคประชาชนขอเชิญชวนพี่น้องภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ร่วมกันประกาศเจตจำนงที่จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และอนาคตของประเทศชาติ เราจะไม่ยอมให้การรัฐประหารเกิดขึ้นอีก เราจะประนามความคิดคลั่งชาติ และไม่ยอมรับทุกๆ เงื่อนไข อันจะนำไปใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร ไม่ยอมรับการใช้อำนาจปืน หรือการบงการจากเงามืด รวมถึงการปลุกปั่นความคลั่งชาติเพื่อยึดอำนาจหรือแทรกแซงการเมือง ซึ่งมันคือการกระทำของคนขี้ขลาดที่กลัวการตัดสินใจของประชาชน มันคือการผลักประเทศให้กลายเป็นรัฐล้มเหลว และเราจะร่วมกันสร้างสังคมที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของตนเองอย่างแท้จริง ด้วยความอดทน อดกลั้น และไม่ยอมตกหลุมพรางแห่งความแตกแยกอีกต่อไป

28 มิถุนายน 2568

แถลงการณ์..คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)เรื่อง ไม่สนับสนุนการเข้าร่วมหรือรับทุนจากองค์กรธุรกิจที่ไม่เคาร...
04/06/2025

แถลงการณ์..คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)

เรื่อง ไม่สนับสนุนการเข้าร่วมหรือรับทุนจากองค์กรธุรกิจที่ไม่เคารพสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชน

ตามที่มีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ผ่านกระแสโซเชียลว่า “องค์กรพัฒนาเอกชน” หรือ NGO ได้กลายเป็นกลไกฟอกเขียวให้กับกลุ่มองค์กรธุรกิจที่ไม่เคารพสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนบางบริษัทไปแล้ว ซึ่งคงจะหมายถึงบริษัททุนที่ได้สนับสนุนกิจกรรมเวทีด้านอนุรักษ์ป่าไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือ โดยมีการตั้งข้อสังเกตเปรียบเทียบเชิงตั้งคำถามในลักษณะที่ว่า ในขณะที่องค์กรธุรกิจกลุ่มนี้กำลังมีปัญหาฟ้องร้องกันกับชาวบ้านในหลายชุมชนรวมถึงการฟ้องร้ององค์กรพัฒนาเอกชนด้วยกันเองกรณีปลาหมอคางดำ แต่กลับมีภาพเพื่อนพี่น้องนักพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งเข้าร่วมเวทีการอนุรักษ์ที่ดินป่าไม้ดังกล่าว เสมือนเป็นการการันตีให้กับบริษัทดังกล่าวว่ามีภาพของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสวนทางกับข้อกล่าวหาที่ชาวบ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งที่เป็นคู่กรณีกับทางบริษัท

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนขอชี้แจงว่า พวกเราไม่มีนโยบายที่จะทำงานร่วมหรือขอรับการสนับสนุนทุนและงบประมาณกับบริษัทหรือกลุ่มองค์กรทางธุรกิจที่ไม่เคารพสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกับบริษัทที่เป็นคู่กรณีในการฟ้องร้องทางคดีกับพวกเรา หรือกับชาวบ้านและชุมชนที่ทำหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และปกป้องไว้ซึ่งความหลากหลายของระบบนิเวศในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

ต่อสถานการณ์ของความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่สื่อสาธารณะ จนกลายเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมตั้งคำถามต่ออุดมคติหรืออุดมการณ์ของนักพัฒนาเอกชนในภาพรวมนั้นน่าจะไม่ยุติธรรมนักกับพวกเราส่วนใหญ่ จึงเสนอให้เปิดพื้นที่ให้มีการชี้แจงหรืออธิบายถึงเหตุผลอันแท้จริงต่อปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความจริงปรากฎต่อสาธารณะต่อไป

แถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568

ที่อยู่

Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NGO COD กป.อพช.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง NGO COD กป.อพช.:

แชร์