31/05/2026
https://www.facebook.com/share/1BCtfMtXto/
🧑🔧 “ระบบที่ซับซ้อนเอื้อให้นายหน้าเติบโต และเพิ่มหนี้ให้แรงงาน” — อดิศร เกิดมงคล เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) 🇹🇭
สรุปเนื้อหาจากวงเสวนา ‘Deep Dive: การบริหารจัดการเชิงพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายยุทธศาสตร์’ ภายใต้งานประชุมแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย "ฉากทัศน์ความมั่นคงและเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง 2569 เมื่อการย้ายถิ่นคือกลไกขับเคลื่อนชาติ" ที่ทางเครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (TMR) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569
อดิศร เกิดมงคล จากเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ชี้ว่า การถกเถียงเรื่องแรงงานในไทยมัก “หยุดอยู่แค่แรงงานข้ามชาติ” ทั้งที่ในความเป็นจริง ยังมีกลุ่มคนอีกจำนวนมากที่ควรมีสิทธิในการทำงานและเลี้ยงชีพ
เขาเสนอว่า เราควรแยกความเข้าใจออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1. แรงงานข้ามชาติที่ย้ายมาเพื่อเศรษฐกิจ 2. ผู้หนีภัยจากการสู้รบ และ 3. คนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และไร้สถานะบุคคล
“วันนี้เราเหมารวมคนทั้งหมดเป็นแรงงานข้ามชาติ และออกแบบนโยบายแบบเดียวกัน”
อดิศรอธิบายต่อถึงความเป็นมาและปัญหาการจัดการบุคคลข้ามชาติในไทย นับตั้งแต่ระบบแรงงานของไทยยังคงเป็นระบบเอกสาร และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบออนไลน์ ที่ได้สร้างปัญหาใหม่คือแรงงานจำนวนหนึ่งหลุดออกจากระบบ ทั้งที่ตัวตนยังอยู่ แต่ไม่สามารถต่อใบอนุญาตหรือเปลี่ยนนายจ้างได้
“ระบบที่ซับซ้อนผลักให้แรงงานต้องพึ่งนายหน้า และเพิ่มต้นทุนชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
อดิศรกล่าวต่อว่า วิกฤตความขัดแย้งชายแดน เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ส่งผลให้เกิด “ภาวะขาดแคลนแรงงานเฉียบพลัน” โดยเฉพาะภาคเกษตร เช่น อุตสาหกรรมอ้อยที่มีแนวโน้มว่าปีนี้อ้อยอย่างน้อย 30% จะไม่ได้รับการเก็บเกี่ยวทันเวลา สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ 8,000–12,000 ล้านบาทต่อฤดูกาล
แม้ตัวเลขแรงงานในระบบจะเพิ่มขึ้นกว่า 800,000 คน ในรอบปี แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า แรงงานนำเข้า (MOU) ลดลง และแรงงานที่ “ต่ออายุ” หายไปจากระบบก่อนหน้านี้กว่า 1 ล้านคน
“สิ่งนี้สะท้อนว่าเราไม่สามารถรักษาแรงงานในระบบได้ และยังคงแก้ปัญหาด้วยการ เปิดลงทะเบียนใหม่ แบบระยะสั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
อดิศรชี้ว่า นโยบายการจัดการแรงงานข้ามชาติของไทย มองแรงงานข้ามชาติเป็นแรงงานชั่วคราว ทั้ง ๆ ที่แรงงานข้ามชาติมีระยะเวลาทำงานเฉลี่ยประมาณ 7 ปีขึ้นไป ทั้งระบบการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ยังกลายเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างกลุ่มนายหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐ
“ระบบที่ซับซ้อนกลับเอื้อให้นายหน้าเติบโต และเพิ่มหนี้ให้แรงงาน”
อดิศรให้ข้อเสนอว่า ระบบการจัดการแรงงานข้ามชาติต้องทำให้ระบบง่าย โปร่งใส และไม่ต้องพึ่งนายหน้า รวมทั้งออกแบบนโยบายระยะยาว แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในส่วนของข้อเสนอเชิงนโยบาย อดิศรกล่าวไว้ 3 ทางเลือกคือ 1. การจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ บริหารจัดการการเคลื่อนย้ายมนุษย์แห่งชาติ (National Migration Board) โดยบูรณาการอำนาจจากรองนายกรัฐมนตรี 2. ขยายอำนาจคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าว ให้ครอบคลุมทุกมิติมากกว่านี้ และ 3. การตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านยกระดับเป็น “กรม” หรือ “กระทรวง” เพื่อดูแลเรื่องการย้ายถิ่นโดยตรง
“ถ้าเรายังใช้วิธีคิดแบบเดิม ปัญหาก็จะวนซ้ำแบบเดิม” อดิศรกล่าวทิ้งท้าย และประเทศไทยจะยังคง “ขาดแรงงาน” ทั้งที่มีคนอยู่ในระบบ — แต่เราไม่สามารถใช้ศักยภาพของเขาได้อย่างแท้จริง
👨🏫 บางช่วงบางตอนจากการประชุมแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย “ฉากทัศน์ความมั่นคงและเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง 2569 เมื่อการโยกย้ายถิ่นฐานคือกลไกขับเคลื่อนชาติ“ โดย เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน 🦋
🟢 ติดตามการถ่ายทอดสดย้อนหลังของการประชุมดังกล่าวได้ที่:
(Link1) https://www.facebook.com/share/v/1Av4vrxCKM/
(Link2) https://www.facebook.com/share/v/1LKsMMLwZN/
#ปฏิรูปการย้ายถิ่น