30/08/2026
เงินทองเป็นของหาได้มาโดยยาก ท่านบอกว่าใช้ด้วยความฉลาด…ใช้ยังไงล่ะ เราหามา…เขาบอกว่าให้แบ่งมาไว้เป็น ๔ กอง
กองที่ ๑ เอาไปทิ้งทะเล
กองที่ ๒ เอาไปใช้หนี้
กองที่ ๓ เอาไปเลี้ยงงูเห่า
กองที่ ๔ เอาไปฝังดินไว้
คนฉลาดจะแบ่งเป็น ๔ กองแบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง แต่เหลือนอกออกไปจาก ๔ กองนี้ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครแหละ ก็เป็นสมบัติของโลกต่อไป ๔ กองนี้ความหมายว่ายังไงล่ะ
กองที่ ๑ เอาไปทิ้งทะเล คือ มากินมาอยู่ใช้จ่ายในชีวิตของเรานั่นแหละ มาเลี้ยงดู มากินอยู่ใช้จ่าย แต่งเนื้อแต่งตัว ซื้ออะไรต่ออะไรมาเพื่ออำนวยความสะดวก ให้ความสุขต่อตนเองนี่แหละ มันจะหมดไป หมดไป ก็เหมือนเอาไปทิ้งทะเล แต่มันเป็นประโยชน์แก่นสารสาระต่อตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นกองที่ ๑ เนี่ยเอามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราเอง จะมากินอยู่ใช้จ่ายมากน้อยขนาดไหน มันก็หมดไป หมดไป แต่มันก็เป็นประโยชน์ต่อตัวของเราเอง ท่านจึงเปรียบเสมือนว่า เอาไปทิ้งทะเลแต่มันก็เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองใช่ไหม
กองที่ ๒ ท่านบอกว่าเอาไปใช้หนี้ ชีวิตของเรา เราเกิดมาเนี่ย เราไม่ได้เกิดมาจากโพรงไม้ เราไม่ได้เกิดมาจากการเสกเป่า แต่เราเกิดมาจากพ่อจากแม่เป็นผู้ให้กำเนิดเรามา ท่านให้กำเนิดมายังไม่พอ ท่านยังทะนุถนอม เลี้ยงดู อุปฐาก ป้องกันภัยอันตรายทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นมาต่อเรือนกายนี้ จนกระทั่งเติบใหญ่มาทุกวันนี้เนี่ย มีผู้ที่มีพระคุณเราอีกมากมายก่ายกอง นับตั้งแต่เบื้องต้นก็คือ พ่อแม่ของพวกเรา ญาติพี่น้องมิตรสหายผู้ที่บำรุงดูแลพวกเรา ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้พวกเรามาแต่ไหนแต่ไรมามากมายก่ายกอง
บุคคลต่างๆทั้งหลายเหล่านั้นแหละได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าหนี้ของพวกเรา เราก็ต้องแบ่งปันส่วนหนึ่ง มาอุปฐากดูแลตอบแทนท่าน นับตั้งแต่เลี้ยงดูพ่อแม่ตอบแทน บำรุงอุปฐากญาติพี่น้องในวงศาคณาญาติต่างๆทั้งหลาย อันนี้ล่ะก็เปรียบประดุจเหมือนการใช้หนี้ แต่มันก็เป็นมงคล เป็นประโยชน์ต่อตัวของเราเองใช่ไหม
กองที่ ๓ ท่านบอกไปเลี้ยงงูเห่า พอถึงกาลเวลาที่พวกเราเติบใหญ่ขึ้นมา เราสร้างครอบครัว มีภรรยา มีสามี มีลูกมีเต้าขึ้นมา เราก็ต้องการครอบครัวที่มีความอบอุ่น ความร่มเย็น เราก็ต้องแบ่งปันมากองหนึ่ง มาใช้จ่ายในครอบครัวของเรา แม้นต่อไปเราไม่ทราบ อนาคตต่อไป สามีภรรยาฆ่ากันตายก็มากมายก่ายกอง หรือจูงกันเข้าคุกเข้าตะรางก็ยังมี ท่านจึงเปรียบเทียบไว้เหมือนงูเห่า เพื่อให้พวกเราระมัดระวังถ้าเราอยู่กับงูเห่า อยู่กับอสรพิษ ถ้าเราอยู่ด้วยความระมัดระวัง และให้ความสำคัญ ให้ความสำคัญในการอยู่ร่วมกับอสรพิษ เราก็สามารถประคับประคองอยู่ได้ด้วยความปลอดภัยและตลอดไปได้ แต่ถ้าพวกเราประมาทนอนใจ เราไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ อสรพิษอะไรต่ออะไรมาถึงก็ฉกกัดเราตายได้
ในครอบครัว เราก็อย่าประมาท เมื่อเรามีครอบครัว เราก็ปรารถนาความสุขในครอบครัว เราก็แบ่งส่วนหนึ่งมาบำรุง ดูแลรักษาครอบครัว ใช้จ่ายในครอบครัว ไม่ใช่หามาเท่าไหร่ลงขวดเหล้าเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น ก็ไม่ว่าหรอก ไม่รู้จักว่าเป็นเสียหรอก แต่พอกลับมาครอบครัวจะมาใช้จ่ายในครอบครัวสักร้อยหนึ่ง บ่นแล้ว บ่นเช้าบ่นเย็น แบบนั้นมันประมาทในครอบครัว ประมาทในอสรพิษ เดี๋ยวมันก็จะฉกกัดเอานั้นแหละ เดี๋ยวก็ตีกันหัวร้างคางแตก เดี๋ยวก็ปืนผาหน้าไม้เอามาปาดกัน เอามายิงกัน มีมากมายก่ายกองก็เพราะความไม่เห็นคุณค่าในครอบครัว ความประมาทนอนใจในครอบครัว ถ้าเราให้ความสำคัญในครอบครัว เราแบ่งปันมาดูแลในครอบครัว ให้ความสำคัญในครอบครัว เราปูพื้นฐานได้แก่ครอบครัว ครอบครัวก็จะมีความสุข มีความอบอุ่น แล้วการที่เราจะไปขวนขวายแสวงหามาจากการประกอบการงานอาชีพอะไร มันก็มีกำลังจิตกำลังใจที่ไปขวนขวายแสวงหามาสู่ครอบครัว เพราะครอบครัวมีความสุข เพราะฉะนั้นกองกองที่ ๓ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลครอบครัวของเราเองให้ดี
กองที่ ๔ ท่านบอก เอาไปฝังดินไว้ ฝังดินไว้มันไม่ได้สาบสูญไปไหน เหมือนกับเราเอาปุ๋ย เอาน้ำไปใส่ต้นไม้เนี่ย เอาปุ๋ยเอาน้ำไปใส่โคนต้นไม้ ใส่ลงไป ลงไป มันก็หมดไป หมดไป แต่มันไม่ได้หมดสาบสูญ ไปไหนน่ะ มันไปรวมอยู่ในต้นไม้นั่นแหละ พอถึงวันดีคืนดี ควรต่อการแตกหน่อ แตกผล มันก็แตกหน่อแตกผลให้เจ้าของได้ชื่นอกชื่นใจ กองที่ ๔ เอาไปฝังดินไว้มันก็เช่นนั้นแหละ คือ มาสร้างบุญสร้างกุศล มาประโลมจิตใจของเราด้วยการกระทำคุณงามความดี สะสมบุญกุศล ที่ท่านบอกว่า บุพเพ กตปุญญตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง การได้สั่งสมบุญไว้ เป็นมงคลอันสูงสุด เห็นไหม
กองที่ ๔ เป็นการเอามาสร้างบุญสร้างกุศล สะสมบุญสะสมกุศลไว้ เพื่อให้จิตใจของเรามีความแช่มชื่น เบิกบาน ผ่องใสด้วยมีบุญเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง แล้วเมื่อเราสะสมบุญเข้าไปเรื่อยๆ กระทำบำเพ็ญในสิ่งที่เป็นคุณงามความดี เป็นบุญเป็นกุศลแล้ว มันก็รวมเข้าไปในจิตในใจของเรา เป็นบุญ เป็นวาสนาขึ้นมา เป็นนิสัยวาสนา นิสัยวาสนามันก็จะหนุนส่งให้ชีวิตของพวกเราให้มีแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้ามั่นคงในการดำเนินชีวิตยิ่งๆขึ้นตลอดไป จนกระทั่งถึงเปลี่ยนภพชาติ เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติมันก็เป็นภพที่ดี คติที่งามต่อไปอีกนั่นแหละ
ถ้าพวกเราเฉลียวฉลาด เราขวยขวายแสวงหามาได้แล้ว ก็ให้รู้จักแบ่งไว้เป็น ๔ กองนี่แหละ จะเป็นประโยชน์ในชีวิตของพวกเรา
หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม วัดป่าบ้านตาด
#วัดป่าบ้านตาด