17/06/2026
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี – สสส. ผนึกกำลังลงนาม MoU ยกระดับสุขภาวะมุสลิมไทยทุกช่วงวัยสู่ความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมอัล มีรอซ กรุงเทพมหานคร สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” โดยมี อาจารย์อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน
พร้อมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ว่าด้วยการพัฒนาสุขภาวะมุสลิมไทยทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ร่วมกับสถาบันวะสะฏียะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา เพื่อสานต่อความสำเร็จในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งบูรณาการการทำงานระหว่างองค์กรศาสนา ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ กลไกการทำงาน และนวัตกรรมด้านสุขภาวะที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนมุสลิม ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางในสังคม
ภายในงานมีการบรรยายพิเศษและเวทีเสวนาวิชาการในประเด็นสำคัญ อาทิ แนวนโยบายการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม บทบาทของอัลกุรอานในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตลอดจนแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตมุสลิมผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงการเสวนาหัวข้อ “สุขภาวะมุสลิม มีอยู่อย่างยืนยาว” โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี สสส. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาวะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและหลักศาสนาอิสลาม โดยมีมัสยิดเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงานสุขภาวะ พร้อมพัฒนาผู้นำศาสนา แกนนำชุมชน เยาวชน และอาสาสมัครสุขภาพให้เป็นกลไกสำคัญในการดูแลชุมชน
“จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สสส. ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมร่วมกับภาคีเครือข่ายสำคัญทั่วประเทศ อาทิ มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการพัฒนาระบบสุขภาวะมุสลิมระดับชุมชน จนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง มัสยิดครบวงจร 232 แห่ง ชุมชนรักษ์สุขภาวะ 48 ชุมชน โรงเรียนผู้สูงอายุมุสลิม 60 แห่ง และเครือข่ายกองทุนซะกาตที่เข้าถึงและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางแล้วกว่า 1,700 คนทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาดัชนีความสุขมุสลิมไทยและมาตรฐานอาหารมุสลิมปลอดภัย
ขณะเดียวกัน เครือข่ายสุขภาวะมุสลิมมลายู (สมม.) ได้ร่วมขับเคลื่อนงานกับเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และกลไกการส่งเสริมสุขภาวะที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
ส่วนมูลนิธิคนเห็นคน ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุมุสลิม
ขณะที่สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง รวมถึงสร้างและพัฒนาแกนนำอาสาสมัครในการดูแล ช่วยเหลือ และเข้าถึงกลุ่มเปราะบางในเพลงที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างเป็นระบบ
"ความสำเร็จดังกล่าวนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาสุขภาวะมุสลิมไทยทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน โดยยกระดับจากการดำเนินงานในลักษณะโครงการสู่การสร้างระบบสนับสนุนสุขภาวะมุสลิมที่เชื่อมโยงองค์กรศาสนา ภาคประชาสังคม หน่วยบริการสุขภาพ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสุขภาวะที่ดีได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" นพ.พงศ์เทพ กล่าว
#20ปีสุขภาวะมุสลิม #สสส #สำนักจุฬาราชมนตรี #สสม #สุขภาวะมุสลิมไทย #สุขภาวะมุสลิมทุกช่วงวัย #สร้างเสริมสุขภาพ #มัสยิดสร้างสุข #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง #สุขภาวะยั่งยืน #เครือข่ายสุขภาวะ #มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย