Drop out children story

Drop out children story การสื่อสารสาธารณะเชิงประเด็นเกี่ยวกับครูและเด็กนอกระบบการศึกษา

“เด็กกลุ่มนี้ เส้นทางเขาอาจจะแคบกว่าคนอื่นนิดนึง แสงสว่างข้างหน้ามันทำให้มองเห็นทางแยกน้อยกว่าเด็กคนอื่นนิดนึง เราก็เหมื...
18/03/2025

“เด็กกลุ่มนี้ เส้นทางเขาอาจจะแคบกว่าคนอื่นนิดนึง แสงสว่างข้างหน้ามันทำให้มองเห็นทางแยกน้อยกว่าเด็กคนอื่นนิดนึง เราก็เหมือนได้ส่องไฟให้เขา แล้วให้เขาเลือกเองว่าจะไปทางไหนได้”

กร-ปกรณ์ นาวาจะ กล่าวถึงเด็กนอกระบบการศึกษา ในโครงการ ‘จวนละอ่อนจาม’ ที่เขามีส่วนในการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ ณ ชุมชนวัดร้องหลอด อ.พาน จ.เชียงราย

กรบอกว่า ที่นี่แบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่ม 1. กลุ่มที่อยากออกจากระบบการศึกษาเอง 2. กลุ่มที่จำเป็นต้องออก และ 3. กลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบการศึกษาเลย “ซึ่งพอทำงานจริงๆ เรามองเห็นเลยว่า สุดท้ายเด็ก 1 คนมากับปัญหาของเขาเอง ปัจเจกมาก ไม่สามารถเอาวิธีการแก้ปัญหาของเด็กคนนี้ไปลงกับเด็กคนนี้ได้เลย”

ดังนั้นกิจกรรมในโครงการจึงต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและเงื่อนไขของเด็กแต่ละคน แต่โดยหลักๆ แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ทำให้เขารักตัวเองให้ได้ก่อน”

“เขาโดนสังคมตัดสินมาเยอะแล้ว เราก็เลยไม่อยากให้เขาเองตัดสินตัวเองด้วย พยายามให้เขาโอบกอดตัวเองให้ได้ มองหาข้อดีของตัวเอง”

“มองหาข้อดีเสร็จก็มองหาทรัพยากรด้วย ตอนนี้ในมือเรามีอะไรบ้าง ทักษะเรามีอะไรบ้าง คอนเนกชั่นเรามีใครบ้าง ให้เขาเขียนออกมาให้ได้เยอะที่สุด แล้วให้เขามองเห็นประโยชน์ของสิ่งที่ตัวเองมีในตอนนั้นน่ะ ว่ามันกลายเป็นอะไรได้บ้าง”

“น้องบางคนก็คิดว่าตัวเองไม่มีมาตลอด คิดว่าตัวเองถูกกดขี่มาตลอด แต่พอมาสำรวจปุ๊บ บอกว่าเราก็มีลู่ทางในชีวิตอยู่นะ มันยังพอจะเป็นไปอย่างนี้ได้อยู่ หลังจากนั้นเราจะให้เขาลองวางแผนชีวิตตัวเองดู อีก 5 ปีข้างหน้า จากทรัพยากรที่ตัวเองมี มันจะเป็นยังไงได้บ้าง”

“หลังจากนั้นเราก็จะพาน้องไปสำรวจชุมชนต่อ เพื่อให้เห็นว่าผู้ประกอบการในชุมชนเขาเป็นอะไรมาก่อน เขาทำอะไรมา แล้วเขาสร้างรายได้จากการอยู่ในชุมชนยังไง เราไม่อยากพาเขาออกไปไกลมาก อยากให้เขาเห็นว่าในพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ มันก็สามารถที่จะดำรงชีวิตได้”

“จากพาร์ทที่พาเด็กไปดูงาน บางคนชอบสกิลนั้นไปเลย อย่างน้องผู้หญิงคนนึงชอบทำเล็บ เราก็ซัปพอร์ตเขาเรื่องอุปกรณ์ ส่วนการหาลูกค้าก็มีหลายคนช่วย สร้างรายได้ให้กับน้อง หลายคนได้โอกาสจากที่ไปดูงานมา ด้วยความใฝ่รู้ของเขาเอง เขาก็ได้ไปต่อ”

กรมองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย “ถ้าเด็กปลอดภัย เด็กจะเปิด จะกล้าที่จะเรียนรู้” เช่นเดียวกับคนในชุมชนที่มาให้ความรู้เด็กๆ พอเขารู้สึกว่าเด็กไม่ได้ถูกบังคับมา เด็กอยากมา เขาก็จะอยากให้ “...มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำงาน 1 ปี โดยที่เราแค่เป็นตัวเชื่อม”

ในฐานะบัณฑิตครุศาสตร์ กรบอกว่าการทำงานกับเด็กนอกระบบทำให้เปลี่ยนมุมมองเรื่องการศึกษาไปตลอดกาล

“ทำไมเราถึงไม่พัฒนาบุคลากรที่จะมารองรับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำไมสถาบันผลิตครู ถึงผลิตครูแต่อยู่ในระบบ ทำตามตัวชี้วัดต่างๆ นานา อะไรอย่างเงี้ย ก็ได้มุมมองนี้มาจากการทำงานนี้ หลายๆ อย่างที่เราเรียนมาในคณะแทบจะไม่ได้ใช้ คำว่าตัวชี้วัดเนี่ย ชี้วัดอะไรไม่ได้เลยนะ วัดผลอย่างนี้ สอบให้ได้คะแนนเท่านี้ ผ่านเกณฑ์เท่าโน้นเท่านี้ ก็ใช้ไม่ได้อีกเลย

เพราะสิ่งที่เราเห็นคือมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเติบโตขึ้น แล้วการเรียนรู้มันมีทุกที่ การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอด และการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องวัดประเมินด้วยกฎเกณฑ์ หรือเกณฑ์กลางที่ตัดสินเด็กออกมาเป็นเกรด แค่ได้เห็นเขายิ้มกับชีวิตที่เขามี มองเห็นอนาคตตัวเองว่าทำอะไรได้บ้าง และเด็กบางคนรู้ว่าฉันต้องไปเรียนอะไรต่อ เพื่อที่จะทำให้ชีวิตข้างหน้าฉันดีขึ้น อันนี้คือดีแล้ว”

อ่านบทความ “เราก็แค่ส่องไฟให้เขาเลือกเส้นทางเอง” ปกรณ์ นาวาจะ นักออกแบบการเรียนรู้ผู้ขอเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้เด็กนอกระบบ https://thepotential.org/creati.../pakorn-learning-designer/

“เด็กกลุ่มนี้ เส้นทางเขาอาจจะแคบกว่าคนอื่นนิดนึง แสงสว่างข้างหน้ามันทำให้มองเห็นทางแยกน้อยกว่าเด็กคนอื่นนิดนึง เราก็เหมือนได้ส่องไฟให้เขา แล้วให้เขาเลือกเองว่าจะไปทางไหนได้”

กร-ปกรณ์ นาวาจะ กล่าวถึงเด็กนอกระบบการศึกษา ในโครงการ ‘จวนละอ่อนจาม’ ที่เขามีส่วนในการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ ณ ชุมชนวัดร้องหลอด อ.พาน จ.เชียงราย

กรบอกว่า ที่นี่แบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่ม 1. กลุ่มที่อยากออกจากระบบการศึกษาเอง 2. กลุ่มที่จำเป็นต้องออก และ 3. กลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบการศึกษาเลย “ซึ่งพอทำงานจริงๆ เรามองเห็นเลยว่า สุดท้ายเด็ก 1 คนมากับปัญหาของเขาเอง ปัจเจกมาก ไม่สามารถเอาวิธีการแก้ปัญหาของเด็กคนนี้ไปลงกับเด็กคนนี้ได้เลย”

ดังนั้นกิจกรรมในโครงการจึงต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและเงื่อนไขของเด็กแต่ละคน แต่โดยหลักๆ แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ทำให้เขารักตัวเองให้ได้ก่อน”

“เขาโดนสังคมตัดสินมาเยอะแล้ว เราก็เลยไม่อยากให้เขาเองตัดสินตัวเองด้วย พยายามให้เขาโอบกอดตัวเองให้ได้ มองหาข้อดีของตัวเอง”

“มองหาข้อดีเสร็จก็มองหาทรัพยากรด้วย ตอนนี้ในมือเรามีอะไรบ้าง ทักษะเรามีอะไรบ้าง คอนเนกชั่นเรามีใครบ้าง ให้เขาเขียนออกมาให้ได้เยอะที่สุด แล้วให้เขามองเห็นประโยชน์ของสิ่งที่ตัวเองมีในตอนนั้นน่ะ ว่ามันกลายเป็นอะไรได้บ้าง”

“น้องบางคนก็คิดว่าตัวเองไม่มีมาตลอด คิดว่าตัวเองถูกกดขี่มาตลอด แต่พอมาสำรวจปุ๊บ บอกว่าเราก็มีลู่ทางในชีวิตอยู่นะ มันยังพอจะเป็นไปอย่างนี้ได้อยู่ หลังจากนั้นเราจะให้เขาลองวางแผนชีวิตตัวเองดู อีก 5 ปีข้างหน้า จากทรัพยากรที่ตัวเองมี มันจะเป็นยังไงได้บ้าง”

“หลังจากนั้นเราก็จะพาน้องไปสำรวจชุมชนต่อ เพื่อให้เห็นว่าผู้ประกอบการในชุมชนเขาเป็นอะไรมาก่อน เขาทำอะไรมา แล้วเขาสร้างรายได้จากการอยู่ในชุมชนยังไง เราไม่อยากพาเขาออกไปไกลมาก อยากให้เขาเห็นว่าในพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ มันก็สามารถที่จะดำรงชีวิตได้”

“จากพาร์ทที่พาเด็กไปดูงาน บางคนชอบสกิลนั้นไปเลย อย่างน้องผู้หญิงคนนึงชอบทำเล็บ เราก็ซัปพอร์ตเขาเรื่องอุปกรณ์ ส่วนการหาลูกค้าก็มีหลายคนช่วย สร้างรายได้ให้กับน้อง หลายคนได้โอกาสจากที่ไปดูงานมา ด้วยความใฝ่รู้ของเขาเอง เขาก็ได้ไปต่อ”

กรมองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย “ถ้าเด็กปลอดภัย เด็กจะเปิด จะกล้าที่จะเรียนรู้” เช่นเดียวกับคนในชุมชนที่มาให้ความรู้เด็กๆ พอเขารู้สึกว่าเด็กไม่ได้ถูกบังคับมา เด็กอยากมา เขาก็จะอยากให้ “...มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำงาน 1 ปี โดยที่เราแค่เป็นตัวเชื่อม”

ในฐานะบัณฑิตครุศาสตร์ กรบอกว่าการทำงานกับเด็กนอกระบบทำให้เปลี่ยนมุมมองเรื่องการศึกษาไปตลอดกาล

“ทำไมเราถึงไม่พัฒนาบุคลากรที่จะมารองรับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำไมสถาบันผลิตครู ถึงผลิตครูแต่อยู่ในระบบ ทำตามตัวชี้วัดต่างๆ นานา อะไรอย่างเงี้ย ก็ได้มุมมองนี้มาจากการทำงานนี้ หลายๆ อย่างที่เราเรียนมาในคณะแทบจะไม่ได้ใช้ คำว่าตัวชี้วัดเนี่ย ชี้วัดอะไรไม่ได้เลยนะ วัดผลอย่างนี้ สอบให้ได้คะแนนเท่านี้ ผ่านเกณฑ์เท่าโน้นเท่านี้ ก็ใช้ไม่ได้อีกเลย

เพราะสิ่งที่เราเห็นคือมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเติบโตขึ้น แล้วการเรียนรู้มันมีทุกที่ การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอด และการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องวัดประเมินด้วยกฎเกณฑ์ หรือเกณฑ์กลางที่ตัดสินเด็กออกมาเป็นเกรด แค่ได้เห็นเขายิ้มกับชีวิตที่เขามี มองเห็นอนาคตตัวเองว่าทำอะไรได้บ้าง และเด็กบางคนรู้ว่าฉันต้องไปเรียนอะไรต่อ เพื่อที่จะทำให้ชีวิตข้างหน้าฉันดีขึ้น อันนี้คือดีแล้ว”

อ่านบทความ “เราก็แค่ส่องไฟให้เขาเลือกเส้นทางเอง” ปกรณ์ นาวาจะ นักออกแบบการเรียนรู้ผู้ขอเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้เด็กนอกระบบ https://thepotential.org/creative-learning/pakorn-learning-designer/

เรื่อง ชุติมา ซุ้นเจริญ

“เราจะทำยังไงให้ภาพของคำว่าเด็กหลุดจากระบบ เด็กไม่มีการศึกษา มันไม่ใช่ปัญหา มันคือเรื่องปกติ เขาคือคนกลุ่มหนึ่งที่พยายาม...
12/03/2025

“เราจะทำยังไงให้ภาพของคำว่าเด็กหลุดจากระบบ เด็กไม่มีการศึกษา มันไม่ใช่ปัญหา มันคือเรื่องปกติ

เขาคือคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะทำเพื่อชีวิตตัวเองภายใต้เงื่อนไขที่มันหนัก ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะของเขามากกว่า ซึ่งถ้าเขาอยู่ในระบบไม่ได้ก็สามารถไปในแนวทางอื่นที่สามารถพัฒนาตัวเอง ดูแลตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้”

‘กร’ ปกรณ์ นาวาจะ นักออกแบบกระบวนการเรียนรู้ โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด (กสศ.) หรือที่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า #จวนละอ่อนจาม พูดถึงมิชชั่นของตัวเองหลังจากทำโครงการนี้ผ่านไป 1 ปี

กรเป็นคนอำเภอพาน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ แต่เขาเลือกที่จะไม่เป็นครูในระบบ แล้วพาตัวเองมาเรียนรู้และทำกิจกรรมกับเด็กนอกระบบ ด้วยความเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา “สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเรียนรู้”

“กรกับเต้ย (รณชัย คำปิน) ดุ่มๆ มาคุยกับท่านเจ้าอาวาส (วัดร้องหลอด) เลย ว่าผมอยากทำโครงการและอยากใช้พื้นที่วัด ท่านก็เห็นด้วยเพราะมีโครงการในส่วนของผู้สูงอายุอยู่แล้วท่านมองว่าอยากให้วัดเป็นพื้นที่กลางสำหรับทุกเพศทุกวัย ตอนนี้ขึ้นเสาผู้ใหญ่ผู้สูงอายุแล้ว เหลือเสาเด็กที่ยังไม่มีใครมาทำ พอเราเข้ามา ท่านก็เลยว่า...งั้นมาทำเลย”

ในช่วงเริ่มโครงการ กรชวนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาเวิร์กชอปเพื่อปรับความเข้าใจ ว่ามีเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน มองเขาให้เป็นมนุษย์ แล้วจะเห็นว่าเราต้องช่วยกันซัปพอร์ต

“มาทำความรู้จักกับเขาก่อนสิ เปิดใจให้เขา คุณยังไม่เปิดใจให้เขาเลย คุณก็ตัดสินเขาแล้ว พูดได้เพราะเมื่อก่อนตัวเองก็เป็นคนที่ตัดสินเหมือนกัน แต่พอมาทำงานนี้ ได้เห็นปัญหาจริงๆ เราตัดสินใครไม่ลงเลย ไม่ได้เลย

คือพอเราได้คุย ทุกคนก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างภาพ เวลาเรามองแบบเด็กๆ ที่ค้ายา อาจจะแบบ โอ้โห...เกิดมานี่คงก้าวร้าวเลวร้าย แต่บางคนก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย แค่สภาพชีวิตทำให้เขาไปในทางนั้น เขาเกิดมาก็เจอสิ่งนี้แล้ว เขาแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันดีหรือมันไม่ดี รู้แค่ว่าเขาต้องทำ มันเป็นอย่างเดียวที่เขาจะทำได้เพื่อดำรงชีวิต”

ดังนั้นเป้าหมายของโครงการจึงไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่า การเป็น #พื้นที่ปลอดภัย และ #พื้นที่แห่งโอกาส ให้กับเด็กนอกระบบเหล่านี้

“เด็กบางคนพอเราให้ลองวางแผนชีวิตดู เขาเห็นตัวเองชัดขึ้น เขารู้ว่าเขาต้องไปทำงาน ไม่ใช่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ หรือเด็กกลุ่มเสี่ยงบางคนเขาเริ่มที่จะพิทักษ์สิทธิตัวเอง รู้ว่าอะไรดีไม่ดี แล้วก็กล้าตัดสินใจเพื่อตัวเองมากขึ้น หรือบางคนเป็นเด็กที่เงียบมาก ไม่เปิดใจกับใครเลย ตัดสินตัวเอง แต่พอเขามาร่วมกิจกรรมกับเราเรื่อยๆ เขาก็กล้าที่จะปรึกษาเรื่องต่างๆ กล้าที่จะเข้ามาหาเราในมิติของเพื่อนกัน หรือคนที่ปรึกษากันได้”

“ดังนั้นแค่เด็กกล้าพูดเป้าหมายของตัวเอง มาเล่าให้เราฟังว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ทำอะไร เราก็แฮปปี้มากแล้วที่ได้ยินว่าเด็กสู้เพื่อตัวเอง”

อ่านบทความ https://thepotential.org/creative-learning/pakorn-learning-designer/

เรื่อง ชุติมา ซุ้นเจริญ
ภาพ ปริสุทธิ์

“เราจะทำยังไงให้ภาพของคำว่าเด็กหลุดจากระบบ เด็กไม่มีการศึกษา มันไม่ใช่ปัญหา มันคือเรื่องปกติ

เขาคือคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจะทำเพื่อชีวิตตัวเองภายใต้เงื่อนไขที่มันหนัก ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะของเขามากกว่า ซึ่งถ้าเขาอยู่ในระบบไม่ได้ก็สามารถไปในแนวทางอื่นที่สามารถพัฒนาตัวเอง ดูแลตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้”

‘กร’ ปกรณ์ นาวาจะ นักออกแบบกระบวนการเรียนรู้ โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด (กสศ.) หรือที่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า #จวนละอ่อนจาม พูดถึงมิชชั่นของตัวเองหลังจากทำโครงการนี้ผ่านไป 1 ปี

กรเป็นคนอำเภอพาน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ แต่เขาเลือกที่จะไม่เป็นครูในระบบ แล้วพาตัวเองมาเรียนรู้และทำกิจกรรมกับเด็กนอกระบบ ด้วยความเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา “สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเรียนรู้”

“กรกับเต้ย (รณชัย คำปิน) ดุ่มๆ มาคุยกับท่านเจ้าอาวาส (วัดร้องหลอด) เลย ว่าผมอยากทำโครงการและอยากใช้พื้นที่วัด ท่านก็เห็นด้วยเพราะมีโครงการในส่วนของผู้สูงอายุอยู่แล้ว ท่านมองว่าอยากให้วัดเป็นพื้นที่กลางสำหรับทุกเพศทุกวัย ตอนนี้ขึ้นเสาผู้ใหญ่ผู้สูงอายุแล้ว เหลือเสาเด็กที่ยังไม่มีใครมาทำ พอเราเข้ามา ท่านก็เลยว่า...งั้นมาทำเลย”

ในช่วงเริ่มโครงการ กรชวนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาเวิร์กชอปเพื่อปรับความเข้าใจ ว่ามีเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน มองเขาให้เป็นมนุษย์ แล้วจะเห็นว่าเราต้องช่วยกันซัปพอร์ต

“มาทำความรู้จักกับเขาก่อนสิ เปิดใจให้เขา คุณยังไม่เปิดใจให้เขาเลย คุณก็ตัดสินเขาแล้ว พูดได้เพราะเมื่อก่อนตัวเองก็เป็นคนที่ตัดสินเหมือนกัน แต่พอมาทำงานนี้ ได้เห็นปัญหาจริงๆ เราตัดสินใครไม่ลงเลย ไม่ได้เลย

คือพอเราได้คุย ทุกคนก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างภาพ เวลาเรามองเด็กๆ ที่ค้ายา อาจจะแบบ โอ้โห...เกิดมานี่คงก้าวร้าวเลวร้าย แต่บางคนก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย แค่สภาพชีวิตทำให้เขาไปในทางนั้น เขาเกิดมาก็เจอสิ่งนี้แล้ว เขาแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันดีหรือมันไม่ดี รู้แค่ว่าเขาต้องทำ มันเป็นอย่างเดียวที่เขาจะทำได้เพื่อดำรงชีวิต”

ดังนั้นเป้าหมายของโครงการจึงไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่า การเป็น #พื้นที่ปลอดภัย และ #พื้นที่แห่งโอกาส ให้กับเด็กนอกระบบเหล่านี้

“เด็กบางคนพอเราให้ลองวางแผนชีวิตดู เขาเห็นตัวเองชัดขึ้น เขารู้ว่าเขาต้องไปทำงาน ไม่ใช่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ หรือเด็กกลุ่มเสี่ยงบางคนเขาเริ่มที่จะพิทักษ์สิทธิตัวเอง รู้ว่าอะไรดีไม่ดี แล้วก็กล้าตัดสินใจเพื่อตัวเองมากขึ้น หรือบางคนเป็นเด็กที่เงียบมาก ไม่เปิดใจกับใครเลย ตัดสินตัวเอง แต่พอเขามาร่วมกิจกรรมกับเราเรื่อยๆ เขาก็กล้าที่จะปรึกษาเรื่องต่างๆ กล้าที่จะเข้ามาหาเราในมิติของเพื่อนกัน หรือคนที่ปรึกษากันได้”

“ดังนั้นแค่เด็กกล้าพูดเป้าหมายของตัวเอง มาเล่าให้เราฟังว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ทำอะไร เราก็แฮปปี้มากแล้วที่ได้ยินว่าเด็กสู้เพื่อตัวเอง”

อ่านบทความ https://thepotential.org/creative-learning/pakorn-learning-designer/

เรื่อง ชุติมา ซุ้นเจริญ
ภาพ ปริสุทธิ์

วันที่ ๕ ธันวาคมวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อ...
05/12/2024

วันที่ ๕ ธันวาคม
วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

 #แกะร่องรอยการเรียนรู้มีอะไรในเสียงนั้น ความจริงข้อหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเด็กส่วนใหญ่ล้วนอยากไปเรียนหนังสือ หากเขามีโอ...
03/12/2024

#แกะร่องรอยการเรียนรู้มีอะไรในเสียงนั้น
ความจริงข้อหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเด็กส่วนใหญ่ล้วนอยากไปเรียนหนังสือ หากเขามีโอกาส และได้พบเจอนิเวศแวดล้อมที่โอบอุ้มและเอื้อต่อการเรียนรู้ของพวกเขา เพราะส่วนหนึ่งนอกจากเด็กเยาวชนต้องการไปเรียนรู้เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาเพื่อเป็นทุนตั้งต้นให้ชีวิตแล้ว สำหรับเด็กบางคนเขาไปเรียนรู้เพราะที่โรงเรียนมีข้าวให้กิน และอยากมาใช้เครื่องมือหรือสื่อในการเรียนรู้เพื่อฝึกฝนทักษะวิชาการ วิชาชีพ หรือวิชาชีวิต เพื่อเอาตัวให้รอดหรือเพื่อหลบหนีจากสถานการณ์บางอย่าง ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการมีพื้นที่ปลอดภัยให้มากพอไม่ว่าจะในหรือนอกระบบการศึกษา เพื่อจะรองรับเด็กเยาวชนให้สามารถเข้ามาเรียนรู้อย่างยืดหยุ่น เข้าใจ และต่อเติมความสุข ความหวัง เพราะการศึกษาหรือการเรียนรู้นั้นเป็นไปเพื่อการพัฒนาชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็น“การศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น โอบอุ้ม และมองเห็นคุณค่าของเด็กทุกคน”
ส่วนหนึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแกะร่องรอยการเรียนรู้ : มีอะไรใน “เสียง” นั้น
โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ.
เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา
#ทุนพัฒนาเยาวชนนอกระบบการศึกษา
#เยาวชนนอกระบบการศึกษา

 #เรื่องเล่าจากเหล่าคนกล้าชวนฟังเสียงเล็ก ๆ เรื่องราวจากเยาวชนรุ่นใหม่หัวใจอิสระทั้ง 5 คน ซึ่งเป็นตัวแทนเยาวชนที่ได้รับโ...
28/11/2024

#เรื่องเล่าจากเหล่าคนกล้า
ชวนฟังเสียงเล็ก ๆ เรื่องราวจากเยาวชนรุ่นใหม่หัวใจอิสระทั้ง 5 คน ซึ่งเป็นตัวแทนเยาวชนที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้กับโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ. ที่มาบอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์และสถานการณ์ที่พวกเขาและเพื่อน ๆ อีกหลายคนต้องเผชิญหรือบางคนอาจผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้แล้ว แต่สำหรับบางคนอาจยังต้องต่อสู่กับสถานการณ์เหล่านั้นอยู่ ซึ่งบางเรื่องราวอาจทำให้ผู้ใหญ่หลายคนนึกถึงประสบการณ์ของตัวเองในวัยเด็ก แต่บางเรื่องราวก็อาจเป็นสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง และแน่นอนว่าทุกประสบการณ์ล้วนมีผลกระทบต่อเส้นทางชีวิตและตัวตัวของเด็กและเยาวชนในกระบวนการเรียนรู้และเติบโตอย่างแน่นอน
ส่วนหนึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแกะร่องรอยการเรียนรู้ : มีอะไรใน “เสียง” นั้น
โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ.
เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา
#ทุนพัฒนาเยาวชนนอกระบบการศึกษา
#เยาวชนนอกระบบการศึกษา

 #แกะร่องรอยการเรียนรู้มีอะไรในเสียงนั้น ร่องรอยการเรียนรู้ที่ 2 : “เข้าใจระบบนิเวศของเด็กและเยาวชนเพื่อสร้างนิเวศที่เอื...
26/11/2024

#แกะร่องรอยการเรียนรู้มีอะไรในเสียงนั้น
ร่องรอยการเรียนรู้ที่ 2 : “เข้าใจระบบนิเวศของเด็กและเยาวชนเพื่อสร้างนิเวศที่เอื้อ...”
ว่าด้วยระบบนิเวศที่เปราะบาง ซึ่งมีผลต่อเด็กและเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ และการทำงานในมิติของครอบครัว ชุมชน รวมถึงการจัดการความสัมพันธ์เพื่อสร้างนิเวศ และระบบตาข่ายโอบอุ้มเด็กและเยาวชน ผ่าน 5 ประเด็น คือ 1.ระบบนิเวศที่เปราะบาง 2.ช่องว่างของความสัมพันธ์ของเด็กและเยาวชนกับผู้คน/สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เป็นอยู่ ซึ่งส่งผลต่อเด็กและเยาวชน 3.แนวคิด/แนวทางการสร้างนิเวศที่เอื้อ 4.การประสานเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างนิเวศที่เอื้อ และสุดท้าย 5. เป็นการระดมแนวทางสู่การเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้หรือการดำเนินชีวิตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว
ส่วนหนึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแกะร่องรอยการเรียนรู้ : มีอะไรใน “เสียง” นั้น
โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ.
เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา
#ทุนพัฒนาเยาวชนนอกระบบการศึกษา
#เยาวชนนอกระบบการศึกษา

เสียงบอกเล่าจาก  #เยาวชนรุ่นใหม่หัวใจอิสระ ในวันที่พวกเขาได้รับโอกาส และรู้สึกปลอดภัย...ส่วนหนึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติ...
22/11/2024

เสียงบอกเล่าจาก #เยาวชนรุ่นใหม่หัวใจอิสระ
ในวันที่พวกเขาได้รับโอกาส และรู้สึกปลอดภัย...
ส่วนหนึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแกะร่องรอยการเรียนรู้ : มีอะไรใน “เสียง” นั้น โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ.
เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา
#ทุนพัฒนาเยาวชนนอกระบบการศึกษา
#เยาวชนนอกระบบการศึกษา
#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

 #แกะร่องรอยการเรียนรู้มีอะไรในเสียงนั้น ร่องรอยการเรียนรู้ที่ 1: “เข้าใจความซับซ้อนของสถานการณ์ปัญหาของเยาวชนนอกระบบการ...
21/11/2024

#แกะร่องรอยการเรียนรู้มีอะไรในเสียงนั้น
ร่องรอยการเรียนรู้ที่ 1:
“เข้าใจความซับซ้อนของสถานการณ์ปัญหาของเยาวชนนอกระบบการศึกษา”
ในงานสร้างการเรียนรู้ร่วมกับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา หรือที่อาจเรียกอย่างเข้าใจได้ว่า “เยาวชนรุ่นใหม่หัวใจอิสระ” นั้น คนทำงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอาจต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจก่อนว่า สถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นกับเด็กและเยาวชนนั้น ‘ไม่ใช่’ มาจากตัวเด็กหรือเยาวชนที่เป็นสาเหตุ แต่ปัญหาต่าง ๆ นั้น ล้วนเป็นผลกระทบที่เกิดจากเหตุปัจจัย เงื่อนไข และนิเวศแวดล้อมรอบตัวพวกเขา สถานการณ์และผลกระทบต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ความมั่นคงเข้มแข็งระดับปัจเจก ครอบครัว ชุมชน สังคม ค่านิยม ทัศนคติ ความเชื่อ ประเพณีวัฒนธรรมเฉพาะ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ/นายทุน ยาเสพติด สิทธิมนุษยชน บริบทชีวิต พื้นที่ชายแดน และความพลิกผันของโลกในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งหมดล้วนเป็นปัญหาที่มีอำนาจซ้อนทับกันอยู่ในหลายมิติ
ขณะเดียวกันพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความซับซ้อนของสถานการณ์ต่าง ๆ อาทิ ประเด็นความยากจน/เศรษฐกิจของครอบครัว เด็กเยาวชนบางคนต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงิน และไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อีกทั้งประเด็นของมุมมองของสังคม ความคาดหวังและค่านิยมมุมมองเรื่องการศึกษา และที่น่าสนใจคือทัศนะของสังคม ที่ให้ค่าเด็กเก่งดีและอยู่ในลู่ทางของระบบการศึกษา เด็กดีคือต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่เท่านั้น และประเด็นสุดท้ายคือการเรียนรู้ที่ไม่ได้สร้างการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่ใช่การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตในบริบทที่หลากหลาย ประยุกต์ใช้และเอาตัวรอดได้
ส่วนหนึ่งจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแกะร่องรอยการเรียนรู้ : มีอะไรใน “เสียง” นั้น
โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ.
เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา
#ทุนพัฒนาเยาวชนนอกระบบการศึกษา
#เยาวชนนอกระบบการศึกษา
#เยาวชนรุ่นใหม่หัวใจอิสระ

ชานนท์ ปรีชาชาญ  หรือ ครูนนท์ของเด็ก ๆ  เขาคือผู้ที่เชื่อว่า เด็ก ๆ ไม่ว่าชีวิตจะหนักหนา​สาหัส หลงทิศหลงทางแค่ไหน แต่พวก...
06/11/2024

ชานนท์ ปรีชาชาญ หรือ ครูนนท์ของเด็ก ๆ เขาคือผู้ที่เชื่อว่า เด็ก ๆ ไม่ว่าชีวิตจะหนักหนา​สาหัส หลงทิศหลงทางแค่ไหน แต่พวกเขาสามารถพัฒนา​ได้ ขอแค่มีคนที่เชื่อและพร้อมโอบอุ้ม​พวกเขา ครู​ชานนท์​ใช้ศาสตร์​ของมโนราห์​ทำงานกับจิตวิญญาณ​ของเด็ก ๆ และช่วยสร้างอาชีพ หารายได้ กว่า 4 ปี ที่ครูชานนท์​ร่วมเดินทางกับ กสศ. พัฒนาพื้นที่พักพิงทางจิตใจให้กับเด็ก ๆ พร้อมทั้งเชื่อมร้อยภาคีเครือข่าย​เข้ามาร่วมทำงาน สร้างสรรค์​ออกแบบการเรียนรู้ เป็นสะพานเชื่อม เพื่อส่งต่อเด็ก ๆ ให้ถึงฝั่งฝันของชีวิต วันนี้ ครูชานนท์​ได้เดินทางไกลแล้ว แต่ปณิธาน​ของครู จะยังคงถูกสานต่อไป กสศ. ขอร่วมไว้อาลัย ด้วยรักและ​ศรัทธา
เสียงปี่ ยังขับขาน
กลองกาล ยังขานไข
เสียงทับ คำนับนัย
แม้จากไป ยังจดจำ
ชานนท์ ปรีชาชาญ
จงเบ่งบาน
จงจดจำ.
แด่ ชานนท์
ป่าเบญจมาศ : เขียน

 #วันปิยมหาราช  วันที่ ๒๓ ตุลาคม ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ด้ว...
23/10/2024

#วันปิยมหาราช วันที่ ๒๓ ตุลาคม
ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรสถิตในใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมร...
13/10/2024

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร และพนักงาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Drop out children storyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์