ประวัติความเป็นมา
ในอดีตก่อน 50 ปี ในประเทศไทย เด็กปัญญาอ่อนเหมือนเด็กมีกรรมขาดการเอาใจใส่ดูแล เพราะความคิดที่ว่าเด็กปัญญาอ่อนเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ เป็นเด็กพิการแต่กำเนิดหมดหนทางที่จะป้องกันและรักษา ปล่อยไปตามบุญตามกรรม ทั้งเด็กและพ่อ แม่ ต้องรับกรรมนั้น เด็กจะถูกล้อเลียนเป็นเด็กด้อยโอกาส ไม่มีโอกาสจะได้เรียนและดำรงชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป
หลังจากนั้นเริ่มมีการพัฒนาทางการแพทย์ เด็
กปัญญาอ่อนเริ่มมีความหวังว่าพอจะให้การดูแลกันได้ การศึกษาและนโยบายรัฐบาลด้านสวัสดิการและการสงเคราะห์เสริมสร้างพลังอย่างมาก ทำให้ผู้พิการด้านต่าง ๆ ได้รับการดูแลเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ประเภท รวมทั้งทางด้านปัญญาอ่อน ความพิการทางปัญญาอ่อนเป็นเรื่องที่ยุ่งยากจะต้องใช้องค์ความรู้ในหลาย ๆ ด้าน ความร่วมมือ ร่วมใจของบิดา มารดาและครอบครัว ผู้มีจิตศรัทธาและผู้ปรารถนาจะช่วยลดความทุกข์ให้แก่ผู้อื่นเหมือนแสงสว่างฉายลงมาในที่มืดของเด็กปัญญาอ่อน
ในปี พ.ศ. 2505 กลุ่มบุคคลผู้มีเมตตาจิตโดยการนำของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้รวมตัวกันเป็นคณะ เพื่อให้การสงเคราะห์แก่เด็กและบุคคลปัญญาอ่อน เสริมแรงให้ภาครัฐซึ่งมีโรงพยาบาลปัญญาอ่อน ภายใต้กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบทางด้านนี้ จัดตั้งเป็นมูลนิธิ ขอพระราชทานพระราชอุปถัมภ์จากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ การดำเนินการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ได้รับพระราชทานนามว่า “มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2505
บานชื่น สัญลักษณ์
ของมูลนิธิ ฯ
การบริหารของมูลนิธิฯ บริหารในรูปคณะกรรมการให้การสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณวิชาการ และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ควบคุมกำกับการดำเนินการ ประเมินผล เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ปัจจุบันนี้ คุณหญิงอรุณี ปริวัติธรรม ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิฯ โดยมีวาระ การบริหารงาน 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ถึง 2551
คณะกรรมการบริหารจะกำหนดนโยบายและแผนงานการดำเนินการรวมทั้งการมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ จัดทำแผนปฏิบัติการดำเนินการ กิจกรรม และรายงานคณะกรรมการเป็นประจำเดือน