30/07/2026
กินอย่างโอดิซิอุส กับขนมปังแข็งๆ ที่ต้องจุ่มน้ำก่อนถึงจะกินได้
Paximadi ขนมปังกรอบๆ แข็งๆ ที่เซฟชีวิตลูกเรือของโอดิสซิอุสมานักต่อนัก
---------------------------------------------
เราอาจไม่ได้โฟกัสถึงอาหารที่ลูกเรือและโอดิสซิอุสกินระหว่างล่องเรือบนทะเลอันเวิ้งว้าง ในโอดิสซี่ซักเท่าไหร่ (เว้นแต่ตอนขึ้นบกไปซดน้ำซุปของยายเซอซี่ซะ 'เต็มคราบ') หากแต่ในประวัติศาสตร์จริงของนักเดินเรือกรีกยุคสำริดตอนปลาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มหากาพย์อีเลียด และโอดิสซี่บรรยายนั้น
พวกเขาเลือกที่จะกินขนมปังแข็งๆ ทื่อๆ ที่ต้องเอาไปละลายน้ำให้นิ่มก่อนถึงจะกินได้ แต่มันสำคัญมากต่อการล่องเรือบนทะเลนานๆ นั่นคือ ขนมปังจากอารยธรรมชาวเกาะครีตที่รู้จักกันในชื่อ Paximadi
จากข้อมูลของ ดอนนี่ ด็อดสัน (Donnie Dodson) ชายผู้ทำเพจและเว็บไซต์ Eat history ได้เล่าถึงขนมปังชนิดนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ช่วงเวลาเดียวกับที่เขาได้ไปดูหนังโอดิสซี่มาพอดิบพอดี
ด้วยสภาพภูมิประเทศของกรีซและเกาะครีตเต็มไปด้วยภูเขาหินและมีพื้นที่ราบสำหรับเพาะปลูกน้อย ประกอบกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ข้าวที่สามารถเพาะปลูกแล้วขึ้นในดินแบบนี้ คือ ข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์
โดยเฉพาะข้าวแบบหลัง ที่มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แห้งแล้งและดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์ได้ดีกว่ามาก ข้าวบาร์เลย์จึงกลายเป็นธัญพืชหลักของยุคสำริด
ปัญหาของแป้งข้าวบาร์เลย์คือ มีกลูเตนต่ำ ทำให้ขนมปังที่อบออกมาเนื้อจะหนัก หยาบ และร่วน การนำไปอบแห้งให้กลายเป็นก้อนแข็งจึงเป็นวิธีจัดการกับเนื้อสัมผัสของขนมปังข้าวบาร์เลย์ที่สมเหตุสมผลที่สุด
ต่อมา แผ่นดินของกรีกทั้งหมดแบ่งเป็นแผ่นดินใหญ่ที่มีพื้นที่แคบ มีอ่าวเยอะ และบริเวณเกาะแก่งทั้งหลาย นั้นทำให้ชาวกรีกนิยมออกเรือไปยังดินแดนอื่นๆ เพื่อหาทรัพยากรเพิ่มแทน
โดยเฉพาะชาวมิโนอันบนเกาะครีต และชาวไมซีเนียนบนแผ่นดินใหญ่ของกรีซ (บรรพบุรุรษของอกาเมนนอน และเมเนเลาส์) เป็นกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเดินเรืออย่างมาก พวกเขามีเครือข่ายการค้าที่ทอดยาวไปถึงอียิปต์ ตะวันออกกลาง และอนาโตเลีย
ในการเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแต่ละครั้ง ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน อาหารสดจะเน่าเสียอย่างรวดเร็วจากความชื้นในอากาศและสภาพแวดล้อมบนเรือ ขนมปังที่ถูกรีดความชื้นออกจนหมดด้วยการอบสองครั้งจะไม่ขึ้นรา ไม่บูดเสีย และมีน้ำหนักเบา ทำให้เรือสามารถบรรทุกเสบียงได้มากขึ้นและเดินทางได้ไกลขึ้น
นั่นจึงทำให้ขนมปังจากข้าวบาร์เลย์มีความแข็ง ชนิดที่อาจถูกห้ามนำเข้างานคอนเสิร์ตต่างๆ เพราะสามารถแปลงเป็นอาวุธทุบหัวคนตุยได้ ต้องเอาไปแช่น้ำให้ขนมปังนิ่มลง
ครั้นจะกินขนมปังจืดๆ อย่างเดียวคงไม่อร่อยปากมากนัก แต่ก็ด้วยความที่เอาเนื้อสัตว์ขึ้นไปเยอะไม่ได้ จึงเลือกใช้ชีสนมแพะ ผลมะกอก น้ำมันมะกอก ออริกาโนป่า และเกลือ เป็ฯทอปปิ้งบนขนมปังแทน เรียกว่ากะลาสีกรีกแทบจะเป็นวีแกน before it was cool
นอกจากกะลาสีแล้ว คนเลี้ยงสัตว์มักจะต้องต้อนฝูงสัตว์ขึ้นไปหาหญ้ากินบนภูเขาสูงเป็นเวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ พวกเขาไม่สามารถพกอุปกรณ์ทำอาหารหรือเตาอบติดตัวไปได้ ขนมปังอบแห้งที่พกใส่ย่ามได้ ไม่เสียกลางทาง และสามารถนำมาแช่น้ำเปล่า นมแพะ หรือน้ำมันมะกอกเพื่อให้นิ่มและกินเป็นมื้ออาหารได้ทันที จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในปัจจุบัน ขนมปัง Paximadi ยังมีคนสืบทอดการกินอยู่มาอย่างต่อเนื่อง อันที่จริง ชื่อขนมปังนี้ก็ถูกตั้งในสมัยไบแซนไทน์ ซึ่งเป็นอีกหลายร้อยปีต่อมาจากยุคนครรัฐกรีก โดยตั้งตามชื่อของ Paximus ซึ่งอาจเป็นนักบวชหรือนักเขียนตำราอาหารชาวไบแซนไทน์ ที่เป็นผู้พัฒนาและจัดระบบสูตรขนมปังโบราณนี้ให้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่ปัจจุบัน ผู้คนในเกาะครีตยังคงกินขนมปังชนิดนี้ในชีวิตประจำวัน เมนูที่โด่งดังคือ Dakos โดยการนำขนมปังไปพรมน้ำให้นิ่ม โปะหน้าด้วยมะเขือเทศสับ เฟต้าชีส น้ำมันมะกอก และออริกาโน มีการปรับสูตรเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังคงมีความเป็นออริจิน่อลขั้นสูง
นี่คือขนมปังที่อาจไม่ได้ถูกเล่าในโอดิสซี่ฉบับโนแลนมากนัก แต่ก็ทำให้เราเห็นภาพความจำเป็นของชาวกรีก และบรดากะลาสีเรือ ที่นำมาสู่วัฒนธรรมการกินขนมปังแข็งๆ นี้ได้มากยิ่งขึ้น